[SJ] Sweetie Love รักร้าย นายหน้าหวาน{WonHyuk,KH,HC,KM,KT,YR

ตอนที่ 20 : บทที่19 ความเข้าใจของอี ทงเฮ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ธ.ค. 58

บทที่19 ความเข้าใจของอี ทงเฮ

 

 

 

 

 

 

            อี ทงเฮก้าวเดินตามทางเดินในชั้นวางอุปกรณ์สำหรับซื้อเบเกอร์รี่เร็วๆ อย่างคนที่มาซื้อประจำ นิ้วชี้ก็ไล่ป้ายราคาบนชั้นเพื่อนหาสิ่งที่ต้องการ ส่วนมืออีกข้างก็คล้องตะกร้าใบโตที่ใส่ของตามใบรายการที่จดมาเอาไว้จนเกือบเต็ม

 

 

 

            Rrrrrr Rrrrrrrr

 

            เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่ดังลั่นขึ้นท่ามกลางเสียงคลอของเสียงเพลงเบาๆ ที่ทางร้านเปิดให้ลูกค้าทำให้คนตาโตรีบวางทุกอย่างลงและคว้ามันเอาไว้อย่างอดเกรงใจคนอื่นๆ ในที่นี้ไม่ได้

 

 

            “สวัสดีครับ...”

 

            เสียงหวานพูดทักเพียงเท่านั้น ก่อนมันจะเงียบหายลงไปอย่างยังทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไหร่นัก เพราะปลายสายที่โทรเข้ามาคือคนตัวโตที่เพิ่งจะเอาเบอร์เขาไปเมื่อหลายวันก่อน แลหลังจากนั้นมักจะมีสายเรียกเข้าจากคนๆ นี้แทบทุกค่ำ หรือไม่ก็ข้อความสั้นๆ ที่ทงเฮไม่อยากจะยอมรับเลยว่า ตัวเองก็นั่งรอไม่เสียงเรียกเข้าก็ข้อความจากคนๆ นี้ทุกวัน

 

          นายอยู่ตรงไหน

 

            เสียงทุ้มที่ตอบกลับมาจากปลายสาย ดูห้วนสั้นจนคนฟังขมวดคิ้วอย่างสงสัยจนได้แต่ส่งเสียงถามกลับไป

 

 

            “ครับ?”

 

            “ฉันว่าฉันเคยบอกให้นายโทรหาทุกครั้งที่จะมาซื้อของนะ”

 

            เสียงทุ้มที่ดังก้องมากกว่าจะเป็นเสียงจากสายในโทรศัพท์ทำเอาทงเฮรีบหันหาต้นเสียงอย่างตกใจ และก็เจอเข้ากับใบหน้าหล่อดุของคนตัวสูงยืนถือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอยังปรากฎชื่อของเขาจนเป็นตัวเองที่รีบตัดสาย

 

          ...ก็กลัวคุณคิบอมเสียค่าโทรศัพท์เยอะนี่...

 

            “คุณคิบอมรู้ได้ยังไงครับ” ทงเฮถามกลับอย่างอดสงสัยไม่ได้ เพราะเขามั่นใจว่าเมื่อคืนก็ไม่ได้บอกอะไรด้วยซ้ำ ทำแค่ อ่า...ยอมบอกให้อีกฝ่ายฝันดีตามที่คุณคิบอมรอก่อนวางสายเอง

 

            “ฉันแวะไปที่ร้านอีทึกเลยบอกให้มานี่ แล้วทำไมจะมาซื้อของไม่โทรมาบอกก่อนล่ะ” คิบอมพูดเสียงเรียบอย่างที่คนฟังก็เริ่มรู้ว่าคนตรงหน้าคงไม่พอใจเท่าไหร่นัก

 

            “ผมไม่อยากรบกวนน่ะครับ คุณคิบอมเองก็มีงานต้องทำ ผมมาซื้อเองได้”

 

            เสียงหวานติดอ้อนเล็กน้อยบอกออกไปตามนิสัยขี้เกรงใจ ดวงตาคู่โตช้อนมองน้อยๆ อย่างหวังให้คนตรงหน้าไม่โกรธเรื่องนี้

 

 

            หมับ

            “เป็นรอยหมดเลย ทำไมไม่เลิกเกรงใจฉันสักทีล่ะ”

 

            มือใหญ่วางลงบนแขนข้างที่เคยมีตระกร้าใบโตคล้องอยู่ ก่อนจะลูบมันช้าๆ ตามรอยแดงแถวยาวที่แสดงให้เห็นว่าของที่คล้องไว้ตอนแรกหนักมากแค่ไหน

 

            “เอ่อ เราไปซื้อของกันต่อดีกว่านะครับ”

 

            สุดท้ายก็เป็นทงเฮเองที่พูดขึ้นมา มือเล็กขยับออกเบาๆ อย่างรู้สึกแปลกไปกับสัมผัสแบบนั้น สัมผัสที่ชวนให้ใจสั่น จนทงเฮต้องรีบก้าวนำอีกคนไปอีกทางหนึ่ง

 

 

...................................

 

 

 

            กรุ้งกริ้ง

 

            “พี่ทึกหายไปไหนเนี่ย รถคุณคังอินก็เพิ่งจะออกไปเอง สงสัยไปเอาของหลังร้าน”

 

            ทงเฮที่เพิ่งก้าวเข้าร้านมาได้แต่ถามออกไปอย่างสงสัย คิ้วเรียวขมวดมุ่นน้อยๆ อย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แต่เมื่อนึกถึงประตูหน้าร้านที่ปิดเอาไว้กับป้ายที่หมุยด้านปิดออก ทำให้ทงเฮคิดว่าพี่ชายตาสวยคงจะไปเอาของหลังร้าน

 

 

            “เดี๋ยวคุณคิบอมนั่งรกสักครู่นะครับ ผมขอเอาของไปเก็บก่อน”

 

            “อืม”

 

 

            มือใหญ่รวบถุงของทั้งหมดให้กับทงเฮที่ยืนคอยอยู่ คิบอมนั่งลงที่นั่งข้างตัวเมื่อเห็นว่าคนขี้เกรงใจหายเข้าไปในห้องทางหลังร้าน ดวงตาคู่คมอดที่จะมองรอบร้านที่ตอนนี้ไม่มีลูกค้าไม่ได้ จนเห็นว่าป้ายหน้าร้านหมุนด้านคำว่าปิดออกไป

 

 

            “พี่คังอินมาทำอะไรกันแน่วะ”

 

            เสียงทุ้มบ่นอย่างไม่เข้าใจ เพราะเขาทันเห็นรถของคังอินที่เพิ่งจะขับออกไปตอนที่รถเขาเองเข้ามาจอด และหน้าร้านที่แปะป้ายว่าปิด จนคิ้วเข้มเริ่มขมวดขึ้นนิดๆ ตามความคิดที่วิ่นวุ่นอยู่ในสมองตอนนี้

 

 

 

 

 

            แกร็ก

 

            “พี่ทึก ทำไมล็อคประตูล่ะ”

 

            ทันทีที่เปิดประตูที่เชื่อมไปห้องเก็บหลังร้านขึ้นมา ทงเฮก็ออกปากถามอย่างสงสัย เพราะถึงแม้ห้องสต็อกจะมีประตูเอาไว้ แต่ก็ไม่เคยจะปิดล็อคอย่างวันนี้

 

            “ทงเฮ อึก มาแล้วเหรอ พี่เผลอทิ้งหน้าร้านมาได้ แย่จริงๆ นะ”

 

            เสียงทักของทงเฮทำให้คนที่นั่งอยู่นิ่งๆ สะดุ้งขึ้น เสียงหวานตอบกลับไป ก่อนที่มือเล็กทั้งสองข้างจะตบแก้มตัวเองเบาๆ เชิงเรียกสติ

 

            “พี่ทึก พี่เป็นอะไรหรือเปล่า พี่ร้องไห้เหรอ ใครทำอะไรพี่”

 

            ทงเฮรีบถามกลับด้วยความเป็นห่วง เพราะดวงตาคู่สวยที่ถึงแม้จะไม่ได้บวมช้ำจนเห็นได้ชัด แต่มันกลับแดงน้อยๆ อย่างรู้ว่าเจ้าของมันเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มา

 

            “ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เราเถอะคุณคิบอมมาส่งใช่หรือเปล่า” อีทึกรีบบอกปัด ก่อนจะถามกลับเสียงเย้าเพราะรู้ว่าคนที่เขาบอกเส้นทางให้เมื่อเช้าต้องเป็นคนพาน้องชายขี้เกรงใจคนนี้มาส่งแน่ๆ

 

 

            “พี่ทึกครับ...” แต่นอกจากทงเฮจะไม่นึกเขินแล้ว คนขี้กลัวขี้เกรงใจ แต่กลับจับความรู้สึกคนได้เก่งคนหนึ่งได้แต่พูดออกมาเสียงนิ่ง ดวงตากลมโตฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด

 

 

            “เฮ้อ ไม่หรอก พี่แค่คิดมากน่ะ พอดีวันนี้น้องสาวคุณคังอินมาร้าน แล้วพี่คิดว่าพี่ต้องเหนื่อยนิดหน่อยแน่ๆ เลย”

 

            เสียงถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะตามด้วยเสียงที่เล่าเรื่องราวออกมานิ่งๆ บ่งบอกถึงอาการคิดไม่ตกของคนที่แทบจะยิ้มได้ทุกสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

 

 

            “เดี๋ยวพี่ขอไปพักหน่อยนะ เราน่ะไปหาคุณคิบอมเขาได้แล้ว จำไว้นะทงเฮ ลดกำแพงลงบ้าง ไอ้ความเกรงใจ ความกลัวเนี่ย หันหน้าคุยดู พี่ว่าคุณคิบอมก็โอเคนะ”

 

            อีทึกพูดออกมายาวเหยียดใบหน้าสวยหวานเปิดยิ้มช้าๆ อย่างที่คิดว่าที่เขามองไว้ไม่น่าจะผิด คิบอมจะจริงจังแค่ไหนเขาอาจจะไม่รู้ แต่ถ้าทงเฮยอมลดกำแพงลงพุ่งเข้าตรงๆ บ้าง เขาเชื่อว่าน้องชายคนนี้ของเขาสามารถหาคำตอบได้แน่ๆ นอน

 

            ความคิดของพี่ชายตาสวยที่เพียงแค่เดินแยกไปอีกทาง ไหล่บางก็ลู่ลงอย่างทนไม่ไหว รอยยิ้มแสนสวยที่ประดับบนใบหน้าลบเลือนไป จนตอนนี้คนที่เดินแยกมาฝั่งห้องครัวเหลือเพียงท่าทางน่าสงสาร

 

 

            ...เรื่องของเรายังเอาตัวไม่รอดแท้ๆ เลยอีกทึกเอ้ย เขารักเราหรือเปล่ายังไม่แน่ใจเลย...

 

 

 

...................................................

 

 

 

            “ทงเฮ อี ทงเฮ คิดอะไรอยู่ล่ะ”

 

            ภายในรถยนต์คันใหญ่ คิบอมที่อยู่ช่วยทงเฮจนปิดร้านก็ได้แต่ถามอย่างสงสัย เพราะเรียกไปตั้งหลายรอบ แต่คนน่ารักที่วันนี้มาเป็นตุ๊กตาหน้ารถเขากลับนั่งเหม่อจนไม่ได้ยิน

 

            “ครับ คุณคิบอม วันนี้คุณรีบไหม”

 

            ทงเฮที่หันมาตามเสียงเรียกถามกลับอย่างตัดสินใจ จนคนฟังขมวดคิ้วน้อยๆ

 

            “ไม่นะ มีอะไรหรือเปล่า” คนขับนถรูปหล่อก็หันกลับมามองใบหน้าน่ารักเพียงนิดก่อนจะหันกลับไปมองถนนตามเดิม

 

            “ผมขอคุยกับคุณหน่อยได้ไหม ที่ไหนก็ได้”

 

            เสียงหวานพูดออกมาอย่างตัดสินใจ แต่คิบอมก็ได้ได้ตอบกลับอะไรนอกจากขับรถต่อไป จนคนเอ่ยปากขอเริ่มรู้สึกถึงความเงียบที่เกิดขึ้น

 

            ...ความเงียบ ที่น่ากดดันมากกว่าจะสบายใจ...

 

 

 

 

 

            หน้าบ้านสองชั้นหลังเล็ก ทงเฮที่เดินลงมา เดินมาหยุดรอคิบอมที่กำลังปิดประตูรถ และลงมายืนใกล้ๆ คนที่กำลังจะเข้าบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำ

 

            “ผมถามหน่อยสิ คุณมาเข้าใกล้ผมทำไมเหรอ” สุดท้ายคนที่คิดว่าจะอดใจไม่ถามก็กลั้นใจถามออกไป มือที่กำลังไขประตูรั้งเข้าบ้านก็หยุดนิ่งเพื่อรอฟังคำตอบ

 

 

            “นี่นาย...ไม่รู้ตัวหรือไง อย่าว่าแต่เข้าใกล้เลย ถ้าฉันไม่เข้าหานาย แค่คุยนายก็ไม่มีทางยอมเดินมาคุยกับฉันก่อนแน่ๆ” เสียงทุ้มของคิบอมพูดออกมาอย่างรู้สึกอารมณ์เยไม่น้อย ที่จริงเขารู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่ที่คนหน้าหวานถามเขาในรถแล้วด้วยซ้ำ คำถามที่เข้าไม่เคยอยากฟัง

 

 

            “แต่คนแบบคุณไม่จำเป็นที่ต้องพยายามคุยกับผมนี่ครับ คุณคิบอม ผมขอเถอะ ถ้าคุณแค่สนุกกับการแหย่คนขี้กลัวแบบผมได้ เลิกแกล้งผมก่อนที่มันจะยิ่งไปกว่านี้เถอะนะครับ”

 

            ทงเฮตอบกลับช้าๆ อย่างพยายามอธิบายเหตุผลให้คนที่ยืนฟังเข้าใจ ก่อนจะกัดปากตัวเองจนแน่น เพราะทุกอย่างในความรู้สึกตัวเองชัดเจนจนเริ่มน่ากลัว

 

 

            ปึง!

 

            “ฉันไม่ได้แกล้งเพราะสนุก หรือนายไม่เคยเห็นด้านอื่นเลย อี ทงเฮ”

 

            เสียงฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างกระทบกับประตูตรงหน้า ทำให้คนที่ยืนก้มหน้าเบิกตาค้าง ดวงตาคู่โตมองมือใหญ่ทั้งสองข้างของคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง และมือคู่นั้นกำลังกักตัวของเขาเอาไว้ เสียงทุ้มเริ่มแสดงความไม่พอใจจนเห็นได้ชัด จนทงเฮหันกลับไปมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

            “...”

 

            “ได้” คิบอมเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างพยายามข่มความหงุดหงิดที่คนตรงหน้าเงียบใส่

 

 

 

            จุ๊บ

 

            “อื้อ!

 

            ริมฝีปากหนากดลงมาเร็ว จนทงเฮร้องอย่างตกใจ และยิ่งสัมผัสร้อนผ่าวที่สอดเข้ามาลุกล้ำด้านใน กวาดต้อนไปทั่วโพรงปากคนได้รับอย่างทงเฮก็หลับตาลงอย่างตกใจ ลมหายใจถี่กระชั้นจนแทบจะทรุดตัวลงไปดื้อๆ แต่เพราะความรู้สึกที่ซ่อนในใจ ทงเฮจึงยอมให้อีกคนชักนำจนในหัวขาวโพลน

 

            จนเมื่อรู้สึกว่าหายใจไม่ไหวมือเล็กก็ทุบเร็วๆ จนคนที่ชักนำยอมผละออกอย่างไม่พอใจ แขนแกร่งโอบคนตัวเล็กที่ยังหน้าแดงก่ำเอาไว้ 

 

            “ฉันกลับก่อนล่ะ”

 

            เสียงของคิบอมในประโยคสุดท้ายหายไป ก่อนมือใหญ่ทั้งสองข้างจะผละออก โดยที่ทงเฮรู้ตัวอีกทีรถยนต์คันใหญ่ก็แล่นออกไปจากหน้าบ้านและหายลับไป

 

 

            ...แบบที่ทงเฮไม่มีทางได้เห็นร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อแน่นอน...

 

 

 

 

TBC.

 

 

Talk : ลง 21/12/15

 


#รักร้ายเอสเจ


            ยอมรับผิดทุกทาง ฮืออออ มิ้นหายไปนานเยยยย ขอโตดก๊าบบบบบ มาเนื้อเรื่องช่วงนี้จะค่อยๆ ใหทึก ชอล เฮ สมหวังก่อน และค่อยไปถึงอีกสามคู่ของรุ่นน้องที่จะตามมา แต่รทุกคนวอนกับบอมนี่รุกหนักสุดแล้วล่ะ555 วอนเจ้าเล่ห์ บอมขี้แกล้งงี้ ถือว่านี่เป็นของขวัยปีใหม่ไปก่อนนะคะ มิ้นไม่แน่ใจว่าปีใหม่มิ้นจะออกต่างจังหวัดไหม อวยพรล่วงหน้าน้อออ มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะ^^

 

            รักทุกเม้นทุกวิวทุกโหวตทุกแฟนคลับ รักคนอ่านรักเอสเจค่ะ^^

            มิ้นอาจจะไม่ได้ตอบเม้นแบบเมื่อก่อน แต่อ่านทุกเว้นจริงๆนะคะ อ่านวนๆเพื่อฮึดเขียนต่อ^^ ถ้าอยากเม้าเม้ากับมิ้นได้โดยตรงคร้าบบบ

            เฟสมิ้น จิ้ม!

            ทวีตมิ้น จิ้ม!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #157 angle (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 18:50
    ยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้นหมายความว่าไงยะบอม งืมมมมมมมมมม

    น้องหมวยก็ค่อยๆเปิดใจให้แล้วแท้ๆ เอาดีๆนะ 55555555

    สงสารทึกอ่ะ พี่หมีรีบไปเคลียร์ให้ด่วนเลยนะ ไม่งั้นไม่ยอม -*-
    #157
    0