☭ Juggling Police ✖ กลรักร้ายนายตำรวจ [ EXO SNSD GOT7 ]

ตอนที่ 7 : Juggling Police ✖ EP.06 - Wrathful เพื่อนรักเพื่อนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ม.ค. 60


















.. Wrathful เพื่อนรักเพื่อนร้าย ..















#วันต่อมา

ที่ห้องพักผู้ป่วยขององค์กรที่ในตอนนี้แทยอนกำลังนั่งทานอาหารด้วยตัวเองหลังจากอาการบาดเจ็บเริ่มจะคงตัวและใกล้หายในที่สุดผิดกับเจสสิก้าที่ตอนนี้บาดแผลยังอยู่ในระยะที่ต้องคอยระวังส่งผลให้ทุกคนในองค์กรทั้งรู้สึกห่วงระคนเอือมระอาไม่ได้

 

“ถ้าเธอไม่ดื้อป่านนี้คงหายเหมือนแทยอนไปแล้วนะ” คริสพูดขึ้นพลางมองหน้าเจสสิก้าแกมดุเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้อยู่กับพวกนี้เท่าไหร่แต่เขาก็ได้รับข่าวสารเสมอว่าเจสสิก้าหางานมาให้ฮยองวอนมากน้อยแค่ไหน

 

“อะไร? จริงๆก็หายแล้วเถอะฮยองวอนนั่นแหละห่วงเกินเหตุ” เจสสิก้าบอกแกมโบ้ยไปทางคุณหมอหน้าหล่อขององค์กรที่กำลังตรวจบาดแผลของหล่อนที่ตอนนี้ก็เริ่มดีมากขึ้น

 

“หายอะไร? แผลเธอฉีกมากี่รอบแล้วรอยเย็บนี้ไม่ใช่ฝีมือฉันนะ” ฮยองวอนบอกเสียงเรียบพลางมองหน้าของคนป่วยซึ่งคำพูดของเขาก็ทำให้ทุกคนเพ่งมามองที่เจสสิก้าเป็นตาเดียว

 

“ก็...เกิดเหตุสุดวิสัยเฉยๆไม่มีอะไรหรอก” เจสสิก้านิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะตอบคำถามแบบปัดๆไป

 

“ห..หาวววววว ง่วงนอนแล้วออกไปกันได้แล้วไปคนจะพักผ่อน” เมื่อเห็นว่าฮยองวอนเหมือนไม่ค่อยอยากเชื่อคำพูดของเธอสักเท่าไหร่เจสสิก้าเลยใช้วิธีการแกล้งหาวแล้วออกปากไล่กลายๆ

 

“อย่ามาเนียน ฉันต้องล้างแผลก่อน” ฮยองวอนแกมสั่งเสียงดุ

 

“ไม่ต้องก็ได้มั้ง” เจสสิก้าบอกอย่างงอแงเล็กน้อย เธอไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับร่างกายของเธอนี่นา

 

“อยากแผลติดเชื้อตายหรือไง?” มาร์คที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยปากพูดแกมดุ

 

“นี่ก็แช่งจัง” เจสสิก้าบอกพลางเบะปากใส่ก่อนจะหันไปทางอื่นอย่างงอนๆ

 

“ฮยองวอนแล้วแบบนี้ฉันก็ทำงานได้แล้วสิ?” แทยอนที่ทานข้าวเสร็จแล้วก็เอ่ยปากถามพลางมองหน้าคุณหมอสุดหล่ออย่างรอคำตอบ

 

“ใช่ แต่ก็ต้องระวังหน่อยแล้วกันถึงแผลจะปิดแล้วแต่มันยังไม่สนิท” ฮยองวอนบอกแกมเตือนอีกฝ่าย

 

“งั้นฉันก็ทำงานได้แล้วเหมือนกันนั่นแหละใช่ป่ะ?” เจสสิก้าพูดแทรกขึ้น

 

“เธออ่ะอีกนานถ้าแผลไม่หายฉันไม่ให้เธอออกไปทำงานหรอก เบื่อที่ต้องมานั่งเย็บแผลจากความรั้นของเธอน่ะ” ฮยองวอนบอกเสียงเรียบพร้อมกับตีหน้านิ่งใส่ทำเอาเจสสิก้าแทบอยากจะหยิบอะไรปาหน้าหมอหน้าหล่อนี่เสียที น่าหมั่นไส้ชะมัด!

 

“พูดมาก! จะล้างแผลไม่ใช่เหรอ? รีบๆมาล้างเลยเร็วๆ!” เจสสิก้าเปิดปากดุก่อนจะเอ่ยปากสั่งเหมือนเด็กเอาแต่ใจพร้อมกับคว่ำปากอย่างงอนๆส่วนฮยองวอนก็ทำเพียงแค่ส่ายหัวอย่างเอือมระอาก่อนจะหยิบอุปกรณ์ล้างแผลขึ้นมา

 

“ตอนนี้คดีฆาตกรรมทางตำรวจดำเนินคดีไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้?” คริสพูดขึ้นเสียงเครียดคนอื่นๆที่ได้ยินก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน

 

“นั่นสิ..ช่วงนี้เราวุ่นวายมากจนลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย” แจ็คสันพูดขึ้นพลางทำหน้าจริงจัง

 

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปสืบมาให้เอง” แทยอนบอกเสียงเรียบ

 

“เพิ่งหายก็จะออกไปเลยเหรอ?” แจ็คสันถามอย่างนึกเป็นห่วง

 

“ก็ยัยสิก้าไปไม่ได้ฉันก็ต้องไปเองนี่นา” แทยอนบอกเมื่อเห็นสภาพร่างกายของเพื่อนสนิทแล้วที่ดูท่ายังไงฮยองวอนก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอออกไปไหนได้แน่ๆ

 

“ให้ฉันไปด้วยไม่ได้เหรอ?” เจสสิก้าพูดขึ้นพลางมองหน้าฮยองวอนอย่างออดอ้อน ปกติเธอไม่เคยใช้วิธีนี้หรอกเผื่ออาจจะได้ผล

 

“หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไปให้เป็นภาระของแทยอนน่ะสิ” แต่มาร์คกลับพูดดุเชิงขัดคอขึ้นมาทำเอาเจสสิก้าเปลี่ยนสายตาแทบไม่ทัน

 

“ทำไมต้องดุด้วยเล่า! อีกอย่างฉันไม่เคยเป็นภาระของใครนะ!” เจสสิก้าหันไปเปิดปากเถียงมาร์คก่อนจะทำปากคว่ำอย่างไม่พอใจ

 

“ก็ของฉันนี่ไงอย่าเถียง!” มาร์คเถียงกลับพลางส่งสายตาดุๆไปให้ทำเอาเจสสิก้าที่กำลังจะอ้าปากเถียงต้องเงียบลงก่อนจะถอนหายใจฟึดฟัดอย่างไม่พอใจ

 

“เฮ้ย! ทำได้ไงวะ?” แจ็คสันเอ่ยปากถามมาร์คด้วยความสงสัยระคนตกใจ ปกติแล้วเจสสิก้าไม่เคยยอมแพ้ใครเลยนะแต่นี่แค่โดนมาร์คดุนิดเดียวกลับหงอซะงั้น -0-

 

“น่าตลกดีแฮะ นายทำยัยนี่ฤทธิ์ฟ่อได้ยังไง?” ฮยองวอนพูดขึ้นในขณะที่กำลังตั้งใจทำความสะอาดแผลของเจสสิก้าอยู่

 

“พูดจาเพ้อเจ้อ!” เจสสิก้าบอกแกมด่าฮยองวอนก่อนจะเอนตัวพังหมอนพลางกอดอกแล้วหันหน้าไปคนละทางกับที่มาร์คยืนอยู่

 

“พอๆเลิกแขวะยัยสิก้าได้แล้ว” แทยอนบอกแกมสั่งเล็กน้อย

 

“เสร็จแล้ว แล้วก็ช่วยกรุณาระวังด้วยนะถ้าอยากจะออกไปบู๊กับแทยอนน่ะ” ฮยองวอนบอกเสียงเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วงตามประสาของคนร่วมองค์กรเดียวกัน

 

“รู้แล้วน่า! นี่หมอหรือพ่อห๊ะ!?” เจสสิก้าบอกแกมเหน็บแนมอีกฝ่ายเล็กน้อย

 

“ฉันอ่ะเป็นหมอแต่พ่อเธอมาร์คมากกว่ามั้ง” ฮยองวอนบอกพลางยกยิ้มล้ออีกฝ่ายก่อนจะเดินออกไปไม่รอให้เจสสิก้าได้เปิดปากด่าเขาหรอก

 

“ฉันว่าฮยองวอนพูดยังไม่จบอ่ะ” แจ็คสันพูดขึ้นทำให้เจสสิก้าหันมามองหน้าพลางเลิกคิ้วเชิงถามว่าอะไร

 

“จริงๆมันต้องบอกว่ามาร์คอ่ะคือพ่อทูนหัวของแกต่างหากฮ่าๆๆๆๆ” แจ็คสันพูดต่อก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแซวอีกฝ่ายทำเอาเจสสิก้าอดรนทนไม่ไหวจึงจัดการปาหมอนที่เธอพิงอยู่ใส่หน้าของแจ็คสันเต็มๆ

 

“โหย! หัดใช้ความรุนแรงกับเพื่อนกับฝูงเหรอ?” แจ็คสันเปิดปากโวยวายทันทีพลางมองหน้าเจสสิก้าเล็กน้อย

 

“ก็ปากแกนั่นแหละ เอาหมอนคืนมาจะนอน!” เจสสิก้าบอกพลางไหวไหล่อย่างไม่แยแสก่อนจะออกคำสั่งกับแจ็คสันซึ่งเขาก็เดินเอามาให้อย่างว่าง่าย

 

“ไม่มีงานทำเหรอ?” เจสสิก้าหันไปถามมาร์คที่ยืนมองเธอนิ่ง

 

“ไม่มี” มาร์คตอบคำถามคนที่นอนอยู่สั้นๆ

 

“แล้วยังไง? จะอยู่เฝ้างี้เหรอ?” เจสสิก้าถามพลางเลิกคิ้วสูงแต่มาร์คกลับนิ่งไม่ยอมตอบ

 

“ถ้าจะเฝ้าก็โน่นไปลากเก้าอี้มา ยืนค้ำหัวอยู่ได้ไม่เมื่อยตายแล้วเหรอ?” เจสสิก้าบอกแกมสั่งเสียงดุก่อนจะพลิกตัวไปทางด้านของแทยอนแล้วหลับตาลงทันที ส่วนแจ็คสันกับแทยอนที่มองอยู่ก็แอบอมยิ้มกันกำลังท่าทางของสองคนนั้น แกสองคนเหมาะที่จะเป็นแฟนกันแล้วแหละ ^_^










 

“วันนี้ยัยสิก้าหลับนานดีแฮะ” แทยอนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปกว่าห้าชั่วโมงที่เจสสิก้ายังคงนอนหลับอยู่สังเกตได้จากการหายใจที่ยังดูสม่ำเสมออยู่

 

“ปล่อยให้หลับไปเถอะแค่นี้ก็ห่วงจะแย่อยู่แล้ว” มาร์คพูดขึ้นพลางจ้องมองใบหน้ายามหลับของเจสสิก้านิ่งก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งไปปัดปอยผมที่ลงมาปรกหน้าของฝ่ายอย่างเบามือเหมือนกลัวว่าคนที่กำลังหลับสบายจะหงุดหงิดจนตื่นขึ้นมา

 

“แต่ขาดยัยนี่ไปเราก็ทำงานลำบากกันแย่จะมีใครที่สามารถเข้าไปติดเครื่องดักฟังในสำนักงานตำรวจได้โดยไม่โดนกล้องวงจรปิดจับได้อย่างยัยนี่กัน” แจ็คสันพูดขึ้นพลางมองหน้าเจสสิก้าเล็กน้อย สิ่งที่เขาพูดไปมันไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด..เจสสิก้าน่ะเก่งเรื่องการแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นพูดง่ายๆเจสสิก้าเหมาะกับการเป็นแมวขโมยของจริงนั่นแหละเท้าเบาอย่างกับอะไรดี - -

 

“พูดถึงเครื่องดักฟังทำไมเราไม่เอามาลองฟังดูล่ะยัยสิก้าเคยบอกฉันว่ามันติดไว้หลายที่อยู่เราอาจจะพอรู้ความเคลื่อนไหวของพวกตำรวจได้นะ” แทยอนพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจสสิก้าเคยบอกกับเธอไว้ว่าเครื่องดักฟังเธอติดมันมากกว่าหนึ่งเครื่องซึ่งเป็นที่ที่พวกตำรวจจะคาดเดากันได้ยากมาก

 

“จริงเหรอ?” แจ็คสันเอ่ยปากด้วยแววตาลุกวาว

 

“อื้ม! ยัยสิก้ามันรอบคอบกว่าพวกเราเยอะ” แทยอนบอกพลางพยักหน้ารับ

 

“แล้วเจสสิก้าเอาเครื่องสำหรับฟังไปไว้ที่ไหนอ่ะ?” แจ็คสันเอ่ยปากถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“น่าจะอยู่ในห้องนอนของมันนั่นแหละ” แทยอนบอก

 

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเอามาให้รอกันอยู่ในนี้แหละ” มาร์คบอกอย่างอาสาพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยทันที

 

“แล้วนี่ตกลงหายเจ็บแล้วจริงๆเหรอ?” แจ็คสันเอ่ยปากถามแทยอนเพื่อความแน่ใจระคนเป็นห่วง

 

“อื้ม! ฉันไม่ได้ดื้อเหมือนยัยสิก้าสักหน่อยที่แผลจะปริเอาตลอดเวลา” แทยอนบอกแต่ก็ไม่วายที่จะเหน็บเพื่อนสนิทที่ยังคงหลับอยู่

 

“เธอดีกว่ายัยนั่นเยอะ” แจ็คสันบอกพลางเบะปากเมื่อนึกถึงวีรกรรมต่างๆของเจสสิก้าที่สร้างความเป็นห่วงให้คนในองค์กร

 

“อ่ะนี่..” ไม่นานมาร์คก็กลับมาพร้อมเครื่องสำหรับฟังก่อนจะยื่นมันให้กับแทยอนที่น่าจะใช้มันได้ถูกต้องลองจากเจสสิก้า ซึ่งแทยอนก็ไม่รอช้าที่จะรับมันมาจากมาร์คแล้วรีบเสียบเข้าช่องหูของตัวเองพร้อมกับปรับหาคลื่นเสียง

 

“นั่นมันเสียง..” แทยอนพูดออกมาคล้ายคนละเมอแต่แววตาของเธอกลับเบิกกว้างกว่าเดิมเล็กน้อยก่อนจะนิ่งไป

 

“เป็นอะไรไป? ได้ยินอะไรบ้าง?” แจ็คสันเอ่ยปากถามแทยอนเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปก่อนจะถามต่อด้วยความอยากรู้

 

“ฉันว่าที่สำนักงานตำรวจมันชักยังไงแล้วล่ะ..ฉันอยากออกไปดูให้แน่ใจ” แทยอนบอกเสียงเรียบพลางดึงสายหูฟังออกจากหูตัวเอง

 

“เธอพูดหมายความว่ายังไงยัยตัวเล็ก?” แจ็คสันถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“เดี๋ยวฉันจะบอก..ขอให้แน่ใจก่อน” แทยอนบอกเสียงเรียบแต่แววตากลับฉายแววมุ่งมั่นก่อนที่เธอจะหย่อนเท้าลงพลางยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเพื่อไปเปลี่ยนชุดให้มันกระทัดรัดมากขึ้น

 

“ยัยตัวเล็กผีเข้าเปล่าวะ?” แจ็คสันบอกเปิดปากบ่นอย่างไม่เข้าใจ

 

“ไม่หรอก แกแค่ตามแทยอนไม่ทันแค่นั้นเอง” มาร์คบอกแกมหลอกด่าอีกฝ่ายหน้าตาเรียบเฉย

 

“ถ้ากูไม่เห็นมึงเป็นเพื่อนนี่จะต่อยไปละ! ด่ากูจัง” แจ็คสันบอกแกมขู่พลางส่งถลึงตาใส่

 

“กูเห็นมึงพูดแบบนี้เป็นรอบที่ล้านละไม่เห็นจะทำจริง” มาร์คบอกแกมยั่วอารมณ์อีกฝ่าย

 

“เกลียดโว้ย!” แจ็คสันเปิดปากโวยวาย

 

“เสียงดังทำไม ถ้ายัยนี่ตื่นขึ้นมาจัดการรั้งไว้ให้ได้นะ กูไม่ช่วย” มาร์คบอกแกมขู่กลายๆทำให้แจ็คสันที่เพิ่งนึกขึ้นได้รีบเอามือตบปากตัวเองทันที เจสสิก้าก็เหมือนม้าดีดกะโหลกคนที่จัดการได้เห็นจะมีแค่มาร์คเพราะฉะนั้นต้องเงียบ!

 

“แจ็คสันไปเป็นเพื่อนหน่อย” เวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีแทยอนก็กลับมาที่ห้องพักคนป่วยก่อนจะเปิดสั่งแกมขอร้องแจ็คสัน

 

“ไปไหน?” แจ็คสันถามอย่างงุนงง

 

“สำนักงานตำรวจ” แทยอนตอบเสียงเรียบ

 

“ไปทำอะไร?” แจ็คสันยังคงถามต่อด้วยสีหน้างุนงง

 

“ไปก่อนเถอะน่า! มาร์คถ้าเจสสิก้ามันตื่นแล้วมันถามหาฉันก็แก้ตัวให้ทีนะ” แทยอนบอกแกมสั่งก่อนจะเดินเข้าไปลากคอ(?)อีกฝ่ายพลางหันไปบอกแกมสั่งมาร์คเล็กน้อยซึ่งมาร์คเองก็พยักหน้ารับก่อนที่แทยอนจะออกไปพร้อมกับแจ็คสัน

 

 

ที่สำนักงานตำรวจซึ่งในตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าทำให้คนที่ยังอยู่ที่สำนักงานมีเหลืออยู่ไม่กี่คนโดยหนึ่งในนั้นมีเจบีที่ยังคงนั่งคร่ำเคร่งกับเอกสารตรงหน้าก่อนะพ่นลมหายใจออกมาพลางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้พร้อมกับปิดเปลือกตาเพื่อผ่อนคลาย ตอนนี้เขารู้สึกทั้งสมองและร่างกายมันล้าเต็มทน..แต่ที่เขายังพักไม่ได้เพราะทางเบื้องบนออกคำสั่งมาว่าต้องหาความคืบหน้าในคดีที่ยังปิดไม่ได้

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เจบีที่กำลังหลับอยู่นั้นเปิดปากอนุญาตออกไปโดยไม่ได้คิดจะลืมตาขึ้นมามองว่าเป็นใคร

 

“กาแฟมั้ยคะ?” แต่เพราะน้ำเสียงที่ไม่ค่อยคุ้นเคยมากนักทำให้เจบีขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆขยับเปลือกตาก่อนจะมองไปยังร่างระหงส์ของคนตรงหน้า

 

“ผมบอกคุณไปแล้วไงว่านี่มันห้องทำงานส่วนตัวถ้าไม่ใช่คนในสำนักงานห้ามเข้ามาไง” เจบีเปิดปากดุอีกฝ่ายเสียงเข้มก่อนจะกลับมานั่งตัวตรงพลางส่งสายตาพิฆาตไปให้ทำให้คนที่หวังดีตัวหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“ขอโทษค่ะ..แต่ทิฟฟานี่เธอไม่ว่างเธอเลยวานฉันให้เอาเข้ามาให้” นายอนบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัวในขณะที่มือก็ยังถือจานรองแก้วที่ในนั้นมีแก้มกาแฟอยู่

 

“ช่างมันเถอะ..แล้วทำไมป่านนี้ยังไม่กลับอีก?” เจบีเห็นเนื้อตัวของนายอนที่ดูสั่นด้วยความกลัวทำให้เขายอมลดน้ำหนักเสียงให้เป็นปกติก่อนจะถามต่อ

 

“ทิฟฟานี่ยังทำงานไม่เสร็จค่ะ” นายอนตอบ

 

“งั้นเหรอ? ยังไงก็ขอบคุณสำหรับกาแฟแต่คราวหน้าห้ามเข้ามาแล้วนะ” เจบีเอ่ยปากขอบคุณโดยไม่ลืมจะออกปากสั่งซึ่งนายอนก็พยักหน้าหงึกๆก่อนจะวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะทำงานของเจบี

 

“เอ่อ...ฉันเห็นคุณทำงานไม่ได้พักเลยฉันอยากให้พักบ้างนะคะ” นายอนบอกด้วยน้ำเสียงแวดงออกถึงความห่วงใย

 

“พักก็อยากจะพักหรอก..แต่งานยังไม่คืบหน้าแล้วถ้าปล่อยไว้มีหวังโดนไล่ออกกันหมดแน่” เจบีบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าตามสภาพร่างกายที่แทบไม่ได้พักผ่อน

 

“แต่ฉันว่าการพักผ่อนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ อย่างน้อยถ้าร่างกายพักผ่อนเต็มที่สมองจะได้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพนะคะ” นายอนบอกเชิงแนะนำพลางส่งยิ้มไปให้แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนใจหินอย่างเจบีรู้สึกหวั่นไหวได้เลย

 

“ขอบคุณสำหรับความห่วงใย ผมจะทำตาม” เจบีบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ” นายอนบอกพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของเจบี

 

ส่วนเจบีเองก็เลือกจะปิดแฟ้มเอกสารก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายตามคำแนะนำของนายอน อันที่จริงมันก็เป็นอย่างที่นายอนว่านั่นแหละเขาพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้สมองไม่แล่นจนทำงานเบลอไปหมด ตั้งแต่ใช้ชีวิตการเป็นตำรวจมาคงมีแต่ช่วงนี้นี่แหละที่เขาทำงานผิดพลาดไปเยอะด้วยคดีที่เกิดขึ้นมันยากเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทำสำเร็จในระยะเวลาสั้นๆ บางทีเขาก็เคยกร่นด่าสารวัตรในใจหรอกที่เอะอะก็เร่งรัดจะเอาความคืบหน้าจากคดีฆาตกรรมที่หลักฐานแทบจะไม่มีหลงเหลือให้สืบหาเลยสักนิด

 

เมื่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสายตาก็ไปสะดุดกับผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนซึ่งเป็นของผู้หญิงคนนั้น..คนที่เขายังจำใบหน้าของเธอได้อย่างขึ้นใจ มันนานมากแล้วที่เขาจะนึกสนใจผู้หญิงหลังจากที่เคยสูญเสียคนรักไปจากการจับกุมคนร้ายคุ้มคลั่งนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็แทบจะไม่เหลียวแลผู้หญิงคนไหนเลย แต่เธอคนนั้นกลับกำลังทำให้หัวใจของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

“ตลกดีแฮะ” เจบีเปิดปากพูดกับตัวเองพลางยกยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าร้อนรนของเจ้าของผ้าเช็ดหน้าผืนนี้

 

 

“ตกลงเธอพาฉันมาที่นี่เพื่ออะไร?” ในตอนนี้แทยอนกับแจ็คสันกำลังหลบอยู่มุมหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามเยื้องไปเล็กน้อยกับสำนักงานตำรวจ แจ็คสันที่อยากให้ความสงสัยมันคลายลงเขาจึงเปิดปากถามแทยอนทันทีโดยที่แทยอนเองกำลังกวาดสายตามองไปโดยรอบของสำนักงานตำรวจเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง

 

“ฉันแค่อยากจะมาดูให้แน่ใจว่าเสียงที่ฉันได้ยินมันจะไม่ใช่เสียงของยัยนั่น” แทยอนตอบเสียงเรียบโดยที่ไม่ได้คิดจะหันมามองหน้าแจ็คสันเลยสักนิด

 

“เธอหมายถึงใคร?” แจ็คสันยังคงถามต่อด้วยความอยากรู้

 

“เพื่อนเคยสนิทน่ะ” แทยอนตอบเสียงเรียบ

 

“อะไรของเธอ? ฉันงงหมดแล้วนะเว้ย!” แจ็คสันเริ่มโวยวายระคนหงุดหงิดที่ยังไม่เข้าใจแทยอนเสียที

 

“เบาๆสิ เสียงดังตลอดแบบนี้แน่ๆนายถึงได้ทำงานพลาดตลอดน่ะ” แทยอนหันมาเอ็ดแจ็คสันพลางส่งสายตาแกมดุไปให้

 

“นายอนจะไม่กลับพร้อมฉันเหรอ?” แจ็คสันที่กำลังจะอ้าปากเถียงจำต้องหุบลงเมื่อได้เสียงของใครบางคนบวกกับแทยอนยื่นมือมาปิดปากของเขาก่อนจะหันไปสนใจเจ้าของเสียง

 

“ไม่ล่ะ ฉันขอไปทำธุระสักครู่” นายอนบอกทิฟฟานี่พลางส่งยิ้มไปให้

 

“แต่เธอจำทางกลับได้ถูกต้องแล้วใช่มั้ย?” ทิฟฟานี่ถามอย่างนึกเป็นห่วง

 

“จำได้แล้วล่ะ เดี๋ยวทำธุระเสร็จจะรีบกลับนะ” นายอนบอกพลางส่งยิ้มไปให้ซึ่งทิฟฟานี่ก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังรถของเธอเอง

 

“ยัยนั่นจริงๆด้วย!” แทยอนพูดเสียงเรียบแต่แววตากลับกำลังฉายแววพิโรธเมื่อเหตุการณ์ในอดีตกำลังหวนคืนมาในสมองของเธอ

 

“อะไรเหรอยัยตัวเล็ก?” แจ็คสันจับมือของแทยอนออกจากปากของเขาก่อนจะถามด้วยความอยากรู้

 

“ยัยนั่นกำลังจะไปไหน?” แทยอนพูดขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นนายอนทำท่าทางแปลกๆเหมือนกลัวใครมาเห็นก่อนจะเดินไปหายไปด้านข้างของสำนักงานตำรวจ

 

“แจ็คสันนายรอฉันตรงนี้นะ” แทยอนบอกแกมสั่งก่อนที่เธอจะวิ่งตามนายอนไปอย่างรวดเร็ว ส่วนแจ็คสันที่ยังไม่ได้ทันตอบหรือถามอะไรก็ทำเพียงแค่หน้าเอ๋อ

 

“แกกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่นะ” แทยอนเปิดปากบ่นพลางลอบมองนายอนอย่างไม่ให้คลาดสายตาแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวทำให้เธอหยุดเท้านั่นทำให้แทยอนรีบหาที่หลบทันทีตามสัญชาตญาณก่อนจะเหลือบไปมองพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วเดินตามไปต่อโดยรักษาระยะห่างไม่ให้อีกฝ่ายได้ไหวตัวทัน

 

“พวกนายมาทำอะไรที่นี่!” นายอนเปิดปากถามใครสักคนที่แทยอนเองก็เห็นหน้าไม่ชัดเจนแต่รูปร่างช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน

 

“ก็แค่คิดถึงจะมาหาไม่ได้เลยหรือไง?” คู่สนทนาของนายอนตอบกลับอย่างหยอกล้อแต่ดูท่านายอนไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด

 

“จะมาดูฉันทำงานก็บอกมาอย่ามาเล่นลิ้น” นายอนตอบพลางเสียงแข็ง

 

“น่าเบื่อผู้หญิงจริง ทำไมถึงได้ฉลาดกันทุกคนคนสวยคนนั้นก็ทีหนึ่งละ” คู่สนทนาของนายอนบอกอย่างกวนประสาท

 

“หมายถึงใคร?” นายอนถามเสียงเรียบ

 

“เจสสิก้าเพื่อนรักเธอไง ไม่สิอดีตเพื่อนรักของเธอไง J” เมื่อสิ้นคำพูดของคู่สนทนาของนายอนแทยอนก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนที่นายอนกำลังคุยอยู่นั้นคือใคร

 

“นี่แกหักหลังพวกฉันเพื่อมาอยู่กับไอสวะอย่างนั้นเหรอ!?” แทยอนพูดออกมาอย่างนึกผิดหวังในตัวของอดีตเพื่อนรักที่ครั้งหนึ่งเธอกับเจสสิก้าเคยไว้ใจมากที่สุด

 

“ฉันไม่นับมันเป็นเพื่อน เลิกพูดจาเพ้อเจ้อแล้วกลับไปซะ! ก่อนที่ตำรวจจะรู้ตัวแล้วจับพวกแกโยนเข้าคุก” นายอนบอกเชิงไล่ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

 

“ไปก็ได้ แต่อย่าลืมนะพวกตำรวจต้องจับไม่ได้ไม่อย่างนั้น..เธอตาย!” คู่สนทนาของนายอนบอกแกมขู่ทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้นายอนยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่เพียงคนเดียว

 

“ไม่ได้เจอหน้ากันนานเลยนะ ^_^” เมื่อแทยอนเห็นว่าคนที่ยืนคุยกับอยู่นายอนได้ออกไปแล้วอย่างแน่นอนเธอจึงเดินออกจากที่ซ่อนพลางเอ่ยปากพูดกับนายอนก่อนจะส่งยิ้มให้เมื่ออีกฝ่ายหันมาเผชิญหน้ากับเธอ

 

“นั่นสินะ ตั้งแต่ตอนไหนล่ะ? ใช่ตอนที่พ่อของเธอตายหรือเปล่า?” นายอนมีท่าทางตกใจเล็กน้อยที่เห็นหน้าของแทยอนอดีตเพื่อนสนิทแต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงและสายตาเฉือดเฉือนซึ่งมันก็ดูเหมือนจะไปทิ่มแทงความรู้สึกของแทยอนได้เป็นอย่างดีเห็นได้จากอาการชะงักของแทยอน

 

“ฉันยังจำวันที่พ่อเธอตายได้อยู่เลย..วันนั้นเธอน่าสมเพชมากเลยนะคิมแทยอน” นายอนยังคงพูดต่อเพราะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้แทยอนเจ็บมากที่สุดในชีวิต

 

“หึ! คนที่น่าสมเพชจริงๆมันคือเธอมากกว่า..น่าสมเพชที่ยอมลดตัวไปยุ่งกับสวะ!” แทยอนตอกกลับพลางยกยิ้มมุมปากอย่างไม่ยอมเช่นกัน

 

“แกก็รู้ว่าจุนฮเวมันเลวแค่ไหน ทำไมถึงยังไปช่วยเหลือมัน!” แทยอนถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เธอกล้ายอมรับว่าเธอยังรู้สึกอาลัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนายอนในอดีตอยู่มากพอตัว

 

“ก็จุนฮเวให้ในสิ่งที่เธอให้ฉันไม่ได้ยังไงล่ะคิมแทยอน” นายอนตอบกลับพลางยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย

 

“เธอมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว! ทำลายได้แม้กระทั่งคนที่ไว้ใจเธอ!” แทยอนตอกกลับด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างในแล้วก็ไม่รู้ว่าเธอตาฝาดไปเองหรือเปล่าที่ได้เห็นแววตาสั่นไหวจากนายอนแต่มันก็เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็เท่านั้น

 

“หึ..ก็แกกับยัยเจสสิก้ามันโง่เองจะไปโทษใครได้ล่ะ?” นายอนตอกกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

“ฉันชักเริ่มสงสัยแล้วสิว่าความชั่วที่เธอมีมันได้มาจากจุนฮเวหรือจากสันดานเบื้องลึกของเธอกันแน่!” แทยอนตอกกลับด้วยคำพูดที่ฟังก็แรงพอสมควร

 

“แกกับฉันก็เลวพอกันนั่นแหละ! ไม่อย่างนั้นจะต้องมาทำงานลับหลังตำรวจกันแบบนี้เหรอ?” นายอนตอกกลับทันควัน

 

“ไม่นะ..ฉันกับเจสสิก้าเลวไม่ถึงครึ่งแกหรอก อย่างน้อยฉันกับเจสสิก้าก็ไม่เคยเป็นหมาลอบกัด!” แทยอนตอกกลับโดยทันที

 

“งั้นเรามาดูกันว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้ใครกันแน่ที่เลวกว่ากัน แต่ตอนนี้ฉันหวังว่าเธอจะหนีตำรวจได้ทันนะ..ช่วยด้วยค่ะ! มีคนจะทำร้ายฉัน!” นายอนบอกพลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยก่อนจะเริ่มแหกปากตะโกนเรียกร้องความสนใจจนแทยอนอดมองอย่างนึกสมเพชไม่ได้

 

“ตอแหลให้ได้ตลอดรอดฝั่งแล้วกันนะยัยสวะ!” แทยอนทิ้งท้ายคำพูดนั้นก่อนจะรีบหนีออกไปอีกทางโดนทันที

 

“ฉันขอโทษนะ แต่ฉันเลือกแล้ว” นายอนมองตามหลังของแทยอนไปพลางเอ่ยปากขอโทษอยู่ในลำคอ

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” ไคที่ได้ยินเสียงของนายอนร้องให้ช่วยเหลือเขาก็รีบวิ่งมาทันทีพลางเปิดปากถาม

 

“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ พอดีฉันตกใจที่อยู่ๆแมวก็โผล่มาก็เลยร้องไปแบบนั้นขอโทษด้วยนะคะ” นายอนบอกพลางแสร้งทำหน้ารู้สึกผิด

 

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ แล้วนี่ทำไมยังไม่กลับอีก?” ไคบอกก่อนจะถามต่อ

 

“กำลังจะกลับแล้วค่ะ” นายอนตอบพลางส่งยิ้มไปให้

 

“งั้นก็รีบกลับเถอะครับ กลางคืนมันอันตราย” ไคบอกแกมสั่งนายอนจึงพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปพร้อมกัน

 

“แกเปลี่ยนไปมากจริงๆ” แทยอนที่แอบอยู่พูดออกมาอย่างแปลกใจระคนผิดหวังกับนายอน อย่างน้อยการที่ผิดใจกันวันนั้นมันจะทำให้เธอให้อภัยได้เมื่อเวลาผ่านไปแต่สำหรับตอนนี้เธอคงให้อภัยไม่ได้แล้วล่ะ ในเมื่อนายอนเลือกจะอยู่ข้างหมาลอบกันอย่างจุนฮเว!

 

“ยัยตัวเล็กหายไปไหนมาตั้งนานวะ!” เมื่อแทยอนกลับมาในจุดที่มีแจ็คสันอยู่เขาก็ไม่รอช้าที่จะเปิดปากถามเชิงโวยวายทันที

 

“ฉันแค่ไปเจรจากับเพื่อนเก่าก็แค่นั้นเอง” แทยอนตอบพลางส่งยิ้มบางๆไปให้

 

“แล้วจะบอกได้ยังว่าคนที่เธอตามไปมีเรื่องอะไรกับเธอ?” แจ็คสันถามต่อพลางจ้องหน้าอีกฝ่าย

 

“ไม่เล่าได้มั้ย? เรื่องราวมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รอให้ฉันพร้อมก่อนแล้วจะเล่าให้ฟังนะ..ตอนนี้รีบกลับกันก่อนที่ตำรวจจะออกมากันเถอะ” แทยอนบอกด้วยน้ำเสียงที่เศร้าลงซึ่งแจ็คสันเองก็รับรู้ความรู้สึกนั้นได้เขาจึงเลือกจะไม่ถามพลางพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งคู่จะกลับไปขึ้นรถของตนแล้วก็ขี่ออกกันไป

















#อัพครบแล้วจ้า!~

ตามสัญญาว่าถ้ากลับมาจะอัพให้อ่าน

เรื่องราวกำลังเข้มข้นเลยเนอะว่ามั้ย? 555

ว่าแต่นายอนกับแทยอนนางมีเรื่องผิดใจอะไร?

อยากรู้ใช่ป่ะ? ติดตามกันต่อไปปปป <3












 
Winner Theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

190 ความคิดเห็น

  1. #154 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 13:30
    รอตอนต่อไปน่ะค่ะไรต์ สนุกมาก สู้ๆค่ะติดตามทุกตอนแล้วก็จะใาเม้นทุกตอนด้วย อิอิ

    #154
    1
    • #154-1 :: JessieMyJ♡ (@ohgee) (จากตอนที่ 7)
      9 มกราคม 2560 / 16:53
      ขอบคุณค่าาาาาา <3
      #154-1
  2. #153 Mark_Tuan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 13:28
    มาร์คสิก้ากัดกันตลอดน่าร้าก ต่อๆค่ะ



    #153
    0
  3. #152 jung_ss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 13:26
    นายอนร้ายมากอ่ะ

    #152
    0
  4. #148 Mark_tuan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 15:09
    รอคร่า

    #148
    0
  5. #146 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 23:02
    สิก้ามีความยอมแพ้มาร์ค จะเฝ้าสิก้าทั้งวันเลยใช่มั้ย

    รอต่อค้ะไรต์ไฟต์ติ้ง

    #146
    0
  6. #145 Mark_tuan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 23:00
    เจสดื้อมากจริงๆๆมาร์คเจสน่าร้าก
    #145
    0
  7. #144 Mark_tuan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 10:43
    รอเจสมาร์คเจบีน่ะค่ะไรต์สู้ๆ

    #144
    0
  8. #143 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 09:21
    รออยู่น่ะค่ะไรต์สู้ๆ

    #143
    0
  9. #142 กูเจสสิก้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 08:58
    ใครอ่ะที่พูดกับแทยอน เรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นแล้วลุ้นๆค่ะ

    #142
    0
  10. #141 แทแทงกู (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 08:55
    รอคร่าไรต์สู้ๆมาอัพไวๆค้ะ

    #141
    0