☭ Juggling Police ✖ กลรักร้ายนายตำรวจ [ EXO SNSD GOT7 ]

ตอนที่ 4 : Juggling Police ✖ EP.03 - Puzzle บุคคลปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 ส.ค. 59


















. . Puzzle บุคคลปริศนา . .
















ที่โกดังร้างแห่งหนึ่งซึ่งอยู่แถวชานเมืองโดยแถวนี้เป็นสถานที่ค่อนข้างเปลี่ยวเลยสะดวกต่อการจะมานัดส่งของผิดกฎหมายแถมยังเป็นสถานที่รกร้างพอสมควรจึงไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก แต่ในตอนนี้เหล่าตำรวจจำนวนสิบชีวิตที่กำลังซ่อนตัวกันอยู่ตามหลังต้นไม้ พุ่มไม้ แล้วก็คอยสังเกตสถานการณ์ไปด้วย

 

“ผู้กองไหวมั้ยครับ?” ไคเอ่ยถามเจบีด้วยความเป็นห่วงเพราะแต่ตั้งตอนจะมาแล้วเจบีดูมีท่าทางที่ไม่ดีเลยสักนิดตอนแรกก็ห้ามไปแล้วแต่อีกฝ่ายก็เอาดื้อดึงว่าจะมาให้ได้เขาก็จนปัญญาสุดท้ายเลยต้องยอมให้มาด้วย

 

“อืม..” ส่งเสียงตอบออกไปแต่ท่าทางกับสีหน้ากลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ตอนแรกเขาว่าอาการปวดที่คอมันหายไปแล้วนะแต่ทำไมจู่ๆมันก็ปวดขึ้นมาอีกแถมดูท่าจะหนักกว่าตอนแรกด้วยซ้ำ

 

“ผมว่าถ้าไม่ไหวก็กลับเถอะครับผมเอาอยู่น่า” ไคบอกอย่างเป็นห่วงเพราะดูท่าแล้วอีกฝ่ายก็ไม่น่าจะไหว อีกอย่างฝีมือของไคก็ไม่ใช่ว่าจะอ่อนด้อยเลยสักนิด

 

“ฉันรู้ว่านายเอาอยู่แต่นี่ก็เป็นหน้าที่ของฉันเหมือนกัน” เจบีบอกเสียงเรียบก่อนหลับตาเพื่อเรียกสติที่เหมือนจะหายไปพร้อมกับอาการปวดที่คอ ส่วนไคก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจออกมากับความดื้อรั้นของเจบีที่ไม่ว่าจะห้ามยังไงอีกฝ่ายก็ไม่เคยคิดจะฟัง บางทีเขาก็เคยคิดนะว่าถ้าผู้กองคนนี้มีแฟนสักคนเขาจะห่วงชีวิตตัวเองบ้างหรือเปล่า?

 

“หมวดครับพวกนั้นมาแล้วครับ” เสียงของตำรวจนายหนึ่งพูดขึ้นทำให้ทั้งไคและเจบีหันไปสนใจภาพตรงหน้าทันที

 

อีกด้านหนึ่งเจสสิก้าที่แอบหนีออกมาจากองค์กรกำลังยืนมองสถานการณ์อยู่หลังต้นไม้ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่พวกตำรวจดักซุ่มอยู่

 

“มาจริงๆสินะ..” เจสสิก้าพูดขึ้นหลังจากที่สายตาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มก่อนจะสังเกตเห็นเสื้อผ้าของฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นยูนิฟอร์มของตำรวจที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดี

 

ทางด้านของแจ็คสันกับลูกน้องอีกสองคนเดินมาหยุดอยู่ตรงส่วนกลางของลานกว้างพร้อมกับอีกฝ่ายที่มาสามคนเช่นกัน

 

“ไหนล่ะของ?” เสียงของอีกฝ่ายเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

“เอาของไปให้” แจ็คสันเอียวคอหันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้มก่อนจะหันไปมองหน้าอีกฝ่ายเหมือนเดิมแต่ในจังหวะนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มแถวพุ่มไม้ทางด้านขวาก่อนจะแอบยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วรีบปรับสีหน้าให้เป็นเหมือนเดิม หึ! ตกหลุมพลางกันแล้วสินะคุณตำรวจ..

 

“ผมว่าเราออกไปกันเลยดีกว่าครับ!” ไคพูดขึ้นก่อนทำท่าจะแสดงตัวให้กับอีกฝ่ายได้เห็นแต่เจบีกลับห้ามเอาไว้เสียก่อน

 

“อย่าเพิ่ง! แทนที่เราจะบุ่มบ่ามเข้าไปแบบนี้น่าจะให้คนของเราค่อยๆกระจายกันไปล้อมพวกนั้นโอกาสที่เราจะจับพวกนั้นได้หมดน่าจะมีโอกาสมากกว่า” เจบีเอ่ยปากสั่งเสียงเข้มก่อนจะพูดเชิงเสนอความคิดให้ซึ่งไคที่ฟังก็คิดว่าไม่ดีกว่าความคิดเขามากเขาจึงพยักหน้ารับแล้วหันไปส่งสัญญาณให้กับลูกน้องของตัวเองทันที

 

“ของครบหรือเปล่า?” แจ็คสันเอ่ยปากถามพลางถอดแว่นตากันแดดสีดำก่อนจะเลิกคิ้วสูง

 

“อืม..นี่เงิน” ฝ่ายตรงข้ามตอบหลังจากที่เช็คสินค้าเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะหันไปมองหน้าลูกน้องของตนซึ่งคนที่ถูกมองหน้าก็รู้หน้าที่จึงยื่นกระเป๋าหนังสีดำที่มีจำนวนเงินบรรจุไว้อยู่เป็นจำนวนมากให้กับเจ้านายซึ่งเขาก็รับมันก่อนจะยื่นให้กับแจ็คสันพร้อมกับเปิดปากพูด

 

“นี่ตำรวจ! พวกคุณถูกจับแล้วข้อหาค้ายาเสพติด!” ในขณะที่แจ็คสันกำลังจะเปิดกระเป๋านับจำนวนเงินเสียงของตำรวจนายหนึ่งก็ดังขึ้นก่อนที่ตำรวจคนอื่นๆจะเริ่มทยอยกันปรากฏตัวให้เห็นจนหมด

 

“อะไรกันครับคุณตำรวจ?” แจ็คสัยเอ่ยปากถามพลางมองหน้าตำรวจนายหนึ่งที่ดูจากดาวบนบ่าแล้วน่าจะมียศที่สูงพอสมควรพร้อมกับเลิกคิ้วสูงอย่างกวนประสาท

 

“นั่นสิพวกคุณจะมาจับพวกผมได้ยังไง?” เสียงของคนมารับของเอ่ยถามกลับพร้อมกับทำหน้าอย่างเอาเรื่อง

 

“ก็นั่นไงหลักฐานของคามือ!” ไคพูดขึ้นเสียงเข้มพลางใช้ปืนในมือชี้ไปที่กระเป๋าที่แจ็คสันเป็นคนส่งให้กับมือของอีกฝ่าย

 

“ในกระเป๋านี้น่ะเหรอ? คุณเข้าใจว่าเป็นยาเสพติดงั้นสิ? ผมว่าพวกคุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ...ในนี้มันใช่ยาเสพติดแต่มันก็เป็นแค่วิตามิน” คนที่ถือกระเป๋าอยู่นั้นทวนคำพูดของไคก่อนจะพูดต่อเชิงอธิบายให้ฟังซึ่งนั่นทำให้ตำรวจทั้งหมดเกิดอาการงุนงงกันอย่างเห็นได้ชัด

 

“อย่ามาโกหกถ้าไม่ใช่ยาเสพติดจริงแล้วทำไมต้องนัดกันมาในสถานที่แบบนี้ด้วยล่ะ?” ไคเอ่ยปากถามอย่างไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ในขณะนั้นเจบีที่เหลือบไปเห็นเงาของคนอยู่ด้านหลังต้นไม้ของอีกฝากหนึ่งซึ่งจากการวิเคราะห์ของเขาแล้วน่าจะเป็นผู้หญิง เงานั่นของใคร?

 

“ก็มันปลอดคนพวกผมไม่ชอบความวุ่นวาย” แจ็คสันตอบพลางทำหน้ากวนประสาทใส่ไคที่ยืนมองเขาหน้านิ่ง

 

“ถ้าคุณตำรวจไม่เชื่อก็เอาไปดูได้เลย” คนที่ถือกระเป๋าใส่ของนั้นพูดเชิงท้าทายอีกฝ่ายพลางยื่นกระเป๋าไปทางไคซึ่งไคก็รีบเดินไปหยิบมันมาอย่างไม่มีท่าทีลังเล เขามั่นใจว่าสายของเขาไม่ทางพลาดแน่นอน..แต่แล้วสุดท้ายทุกอย่างกลับพลิกผันไปหมดเพราะในกระเป๋านี้เป็นยาวิตามินจริงๆตามอย่างที่พวกเขาบอกแถมในกระเป๋านี้ยังไม่มียาเสพติดแม้แต่นิดเดียวเลยไคนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยใส่เขานั่นทำให้เขามั่นใจว่าบางทีเขาอาจจะโดนตลบหลังก็ได้...บางทีสถานที่ส่งยาเสพติดจริงๆอาจจะเป็นที่อื่นไม่ใช่ที่นี่

 

“ว่าไงครับคุณตำรวจ?” แจ็คสันเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วสูงอย่างต้องการปั่นประสาทไคที่กำลังแสดงสีหน้าเจ็บใจอย่างเห็นได้ชัด เล่นกับใครไม่เล่นก็ต้องโดนแบบนี้ล่ะ

 

“พวกผมอาจจะเข้าใจผิดขอโทษด้วยนะครับ” ไคเอ่ยปากขอโทษอีกฝ่ายก่อนจะส่งกระเป๋าคืนให้กับคนที่ยืนข้างๆแจ็คสัน

 

“ไม่เป็นไรครับ..ผมก็พอรู้ว่าตำรวจสมัยนี้มันอ่อนหัดเพราฉะนั้นถ้าจะผิดพลาดกันบ้างก็คงไม่แปลก J” แจ็คสันบอกอย่างไม่ถือสาอะไรแต่ก็ไม่วายที่จะเหน็บแหนมตำรวจพลางยกยิ้มมุมปากก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปขึ้นรถของตัวเองแล้วสตาร์ทเครื่องกันออกไปทิ้งให้เหลือเพียงแค่ตำรวจนับสิบกว่านายที่ยืนมองรถทั้งสองคันให้หายไปลับตา

 

“สายของเราไม่น่าจะพลาดนะครับ” ตำรวจนายหนึ่งพูดขึ้น ส่วนไคที่ฟังก็ทำหน้าครุ่นคิด เขามั่นใจว่าสายของเขาไม่เคยทำงานพลาดแต่ที่มันแบบนี้อาจจะเป็นเพราะฝ่ายนั้นไหวตัวทันหรือไม่แน่ในสำนักงานตำรวจก็อาจจะมี...หนอนบ่อนไส้!

 

“ช่างมันเถอะครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียน” ไคบอกเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความเจ็บใจก่อนจะกวาดสายตามองหาเจบีแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเขา

 

“ผู้กองไปไหน?” ไคเอ่ยปากถามทำให้เหล่าตำรวจที่อยู่แถวนั้นก็เริ่มหันซ้ายหันขวามองหาเจบีที่อยู่ๆก็หายไป










หลังจากที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ปกติเจสสิก้าที่แอบมองเหตุการณ์อยู่หลังต้นไม้นั้นก็ค่อยๆเดินออกไปอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้เหล่าตำรวจไหวตัวได้ทัน

 

“จะไปไหน?” แต่เท้าที่กำลังจะก้าวเดินต่อก็ต้องหยุดชะงักกึกอยู่กับที่เมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนขึ้นที่ข้างหลังเจสสิก้าจึงเอียวหน้าเล็กน้อยพร้อมกับใช้หางตาในการมองซึ่งเธอก็พอเดาออกว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร ผู้กองเจ้าเล่ห์นี่เอง

 

“หยุด! ไม่งั้นฉันยิง” เจสสิก้าเลือกที่จะไม่สนใจแล้วทำท่าจะเดินหนีไปแต่เจบีที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เปิดปากสั่งพร้อมกับยกปืนขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ร่างของเจสสิก้าที่ยังหยุดชะงักฝีเท้าแล้วยืนหันหลังให้อยู่ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างบางที่ไม่มีท่าทีว่าจะเคลื่อนไหวแม้แต่นิดเดียว

 

“ผู้กองครับพวกเราจะกลับแล้วนะ!” แต่ในขณะที่เจบีจะเข้าถึงตัวของเจสสิก้าได้แล้วเสียงของลูกน้องที่มาด้วยกันก็ดังขึ้นทำให้ทุกอย่างชะงักไปหมดรวมไปถึงเป็นจังหวะที่ทำให้ผู้ต้องสงสัยหลบหายไปเสมือนว่าหล่อนมีพลังในการหายตัวก็มิปาน

 

“หายไปเร็วเป็นบ้า!” เจบีสบถออกมาอย่างหัวเสียเขาแค่ละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นไปเพียงแค่ไม่กี่วินาทีหันกลับมาอีกทีก็ไม่พบร่างของผู้หญิงคนที่เขาสงสัยว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในวันนี้

 

“มีอะไรเหรอครับ?” ไคคือเจ้าของเสียงที่ดังเมื่อครู่เดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยกับท่าทางและสีหน้าของเจบี

 

“เมื่อตอนที่พวกเรากำลังจะจับกุมคนพวกนั้นฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังมองมาอยู่ฉันเลยตามมาจนเจอเข้ากับผู้หญิงคนนั้นแต่พลาด..เธอหนีไปแล้ว” เจบีบอกแกมเล่าให้ไคฟังด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บใจโดยยังคงยืนหันหลังให้กับไคเขาจึงไม่เห็นสีหน้าของเจบีในตอนนี้

 

“แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใครเหรอครับ?” ไคถามพลางมองเสี้ยวหน้าของเจบีอย่างรอคำตอบ

 

“ไม่รู้เหมือนกันแต่คิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่เคยบุกไปที่สำนักงานของเรา” เจบีบอกด้วยน้ำเสียงเข้มๆพลางหันหน้ามาทางไคด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างที่ชอบทำ

 

“ผู้กองเห็นหน้าของเธอเหรอ?” ไคเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะเขาก็พอรู้เรื่องราวที่มีคนบุกมาที่สำนักงานยามวิกาลแต่เพราะคนที่บุกรุกมาเตรียมมาดีเสมือนว่าได้เคยเข้ามาสำรวจสถานที่ภายในสำนักงานก่อนแล้วทำให้ภาพที่กล้องวงจรปิดจับได้เพียงแค่ด้านหลังของคนที่บุกรุกเข้ามาเพียงเท่านั้น

 

“ไม่เห็น แต่ฉันจำรูปร่างของผู้หญิงคนนั้นได้” เจบีตอบพลางส่ายหัว

 

“ผู้กองกำลังสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นคนอยู่เบื้องหลังความผิดพลาดในวันนี้ของพวกเราใช่มั้ย?” ไคพยายามเรียบเรียงคำพูดของเจบีแล้วเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

 

“ก็อาจจะเป็นแบบนั้นแต่ก็ไม่อยากจะปักใจเชื่ออะไรถ้ายังไม่ได้พิสูจน์” เจบีตอบด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างที่ชอบทำ

 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะให้สายของผมไปตามสืบดู” ไคบอกน้ำเสียงจริงจัง

 

“ไม่ต้องหรอก ผู้หญิงคนนั้นเหมือนสุนัขจิ้งจอกเล่ห์เหลี่ยมกับกลโกงมีมากเกินกว่าเราจะคาดเดา..ไม่แน่ถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ตัวมีหวังงานเราคงได้พังแน่ๆ” เจบีเอ่ยปากห้ามความคิดของไคพร้อมกับยกเหตุผลมาให้ฟังซึ่งไคเองก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เจบีถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ดูติดนิสัยเย็นชาแต่ก็มีความบ้าระห่ำในตัวเองแถมยังฉลาดเป็นกรด ในหลายๆครั้งที่พวกเขาสามารถทำภารกิจจับกุมคนร้ายได้สำเร็จก็เป็นเพราะแผนของเจบีที่วางแผนได้อย่างแยบยล

 

“แต่ถ้าเธอเก่งแบบนั้นพวกเราจะรับมือได้เหรอครับ?” แม้จะเชื่อในฝีมือและมันสมองของผู้กองอย่างเจบีแต่ไคก็อดกังวลไม่ได้เพราะฟังจากที่เจบีกล่าวมาแล้วดูท่าผู้หญิงคนนั้นคงเก่งเอาการ

 

“ผู้หญิงคนนั้นเก่งก็จริงแต่ผู้หญิงก็ผู้หญิงอยู่วันยันค่ำ” เจบีตอบไคพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

 

“ผู้กองหมายความว่ายังไง?” ไคที่ไม่เข้าใจความหมายของคำพูดที่เจบีเอ่ยออกมาจึงเปิดปากถามกลับพร้อมกับขมวดคิ้วจนเป็นปม

 

“ผู้หญิงถึงแม้จะเก่งแค่ไหนก็มีร่างกายที่อ่อนแอกว่าผู้ชายสิ่งที่เราต้องระวังคือต้องระวังเล่ห์กลต่างๆอย่าตกหลุมพลาง” เจบีพูดจบแค่นั้นก็เดินกลับไปรวมตัวกับเหล่าตำรวจคนอื่นๆเพื่อจะเดินทางกลับไปยังสำนักงานทิ้งให้ไคงุนงงกับคำพูดที่ฟังดูซับซ้อนเหลือเกินในความรู้สึกของเขาก่อนจะเดินตามหลังไป

 

 

ทางด้านของเจสสิก้าที่ในตอนนี้มาอยู่แถวบริเวณขององค์กรเป็นที่เรียบร้อยหลังจากรอดอย่างหวุดหวิดจากตำรวจคนนั้น

 

“มายืนทำอะไรตรงนี้?” เสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นชาเสียจนคนฟังรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่ได้ยินซึ่งเจ้าของเสียงก็คือคิมยูคยอมหนึ่งในองค์กรที่มักจะขลุกตัวอยู่แต่ภายในห้องผสมยา

 

“มาเงียบๆตกใจหมด” เจสสิก้าสะดุ้งเล็กน้อยพลางหันไปมองพร้อมกับเอ่ยปากพูดแกมดุ

 

“รู้มั้ยคนอื่นเขาวุ่นวายที่เธอหายออกไป” ยูคยอมพูดพลางกอดอกพร้อมกับส่งสายตาเย็นชาแกมตำหนิมาให้

 

“จะวุ่นวายทำไมฉันไม่ได้สร้างเรื่องอะไรสักหน่อย” เจสสิก้าตอบกลับพลางไหวไหล่อย่างไม่แยแสสำหรับเธอความผิดพลาดครั้งเดียวมันคือบทเรียนไม่ใช่ความผิดไปตลอดชั่วชีวิต

 

“ก็เพราะเธอออกไปโดยไม่บอกไม่กล่าวไงคนในองค์กรเลยยุ่งกันไปหมด ไม่รู้ทำไมบอสถึงได้ดูจะเป็นห่วงเธอนัก” ยูคยอมบอกเชิงแอบเหน็บแหนมเจสสิก้าเล็กน้อย

 

“เหน็บเพื่อ?” ถามน้ำเสียงห้วนๆพลางเลิกคิ้วสูงใส่

 

“ไม่ได้เหน็บก็แค่สงสัย” ยูคยอมบอกเชิงแก้ตัวพร้อมกับไหวไหล่อย่างไม่แยแส

 

“แล้วนี่คนอื่นๆกลับมาหรือยัง?” เจสสิก้าเลือกจะไม่ต่อความยาวสาวความยืดจึงเปลี่ยนเรื่องทันที

 

“เห็นกลับมาแค่มาร์ค แจ็คสัน แล้วก็คริส” ยูคยอมตอบน้ำเสียงเรียบ

 

“แล้วแทยอนล่ะ?” เจสสิก้าเอ่ยถามเมื่อรายชื่อของเพื่อนสนิทไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาจากปากของฝ่ายตรงข้าม

 

“กลับมาแล้วก็ออกไปอีกรอบเห็นว่าบอสสั่งให้ไปทำอะไรสักอย่าง” ยูคยอมตอบคำถามให้เจสสิก้าได้คลายความสงสัย

 

“ไปที่ไหน?” เจสิสก้าถามยูคยอมกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“แถวโรงงานที่อยู่ห่างจากสำนักงานตำรวจไปยี่สิบกิโล” ยูคยอมตอบซึ่งเจสสิก้าก็ฟังพลางคิดตาม

 

“ถ้าใครถามว่าฉันไปไหนบอกว่าออกไปทำธุระนะ” เจสสิก้าบอกแกมสั่งยูคยอมก่อนจะล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกงมาเสียบกับที่เสียบกุญแจแล้วขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจพร้อมกับสตาร์ทเครื่องแล้วขี่ออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอฟังอะไรยูคยอมเลย

 

“เมื่อกี๊เห็นเหมือนเจสสิก้า” หลังจากที่เจสสิก้าขี่รถออกไปได้เพียงไม่กี่นาทีมาร์คก็เดินออกมายืนอยู่ข้างๆยูคยอมพร้อมกับเปิดปากพูด

 

“ก็ใช่” ยูคยอมตอบพลางใช้มือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าของเสื้อกาวน์ที่ตนสวมใส่อยู่

 

“ออกไปไหน?” มาร์คถามเสียงเรียบพลางเลิกคิ้วสูง

 

“ไปทำธุระ” ยูคยอมตอบออกไปตามที่เจสสิก้าได้บอกเอาไว้

 

“ธุระอะไร?” มาร์คถามต่อด้วยความอยากรู้ระคนสงสัย

 

“ไม่รู้อ่ะ” ยูคยอมตอบแค่นั้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปภายในทิ้งให้มาร์คยืนอยู่เพียงคนเดียว ส่วนมาร์คก็เอาแต่ยืนทำหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทราบว่าเจสสิก้าออกไปข้างนอก เขารู้นิสัยของเจสสิก้าดีเธอไม่เคยออกไปไหนโดยพลการเว้นแต่เป็นเรื่องที่เธอไม่สบายใจ












เจสสิก้าใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงในการขี่มอเตอร์ไซค์มาจนถึงโรงงานร้างที่ถูกปิดตัวไปเนื่องจากเกิดระเบิดเมื่อเจ็ดปีก่อนทำให้โรงงานได้รับความเสียหายจนต้องปิดกิจการไปทิ้งไว้ให้เหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังให้ดูต่างหน้า

 

เมื่อมาถึงเจสสิก้าก็ไม่รอช้าที่จะดับเครื่องแล้วลงจากมอเตอร์ไซค์คู่ใจพร้อมกับกวาดสายตามองหายานพาหนะของแทยอนแต่กลับไม่พบอะไรเลย

 

“ไปอยู่ตรงไหน?” เจสสิก้าขยับริมฝีปากพูดพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วงเพื่อนสนิทก่อนจะเดินไปตามทางอย่างระมัดระวัง

 

“แกมาทำอะไรที่นี่!” แต่ในขณะที่เจสสิก้ากำลังสนใจทางข้างหน้าเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังส่งผลให้เจสสิก้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียงตามสัญชาตญาณ

 

“ตกใจหมด” เมื่อหันไปก็พบว่าเจ้าของเสียงคือเพื่อนสนิทที่นึกเป็นห่วงอยู่อย่างแทยอนก็พูดแกมบ่นพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

“ตกลงแกมาทำอะไร?” แทยอนเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งพลางเลิกคิ้วสูง

 

“เป็นห่วงก็เลยตามมา” เจสสิก้าตอบเสียงเรียบแต่มันกลับแฝงไปด้วยความห่วงใยจนแทยอนเองก็สัมผัสได้

 

“ห่วงทำไมฉันกระดูกแข็งกว่าที่แกคิดนะ” แทยอนบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความรู้สึกปดีใจที่เจสสิก้าแสดงออกถึงความเป็นห่วงกับเธอ

 

“แล้วบอสสั่งให้มาทำอะไร?” เจสสิก้าถามแทยอนพลางเลิกคิ้วสูงแต่ก็ไม่ได้กดดันเอาคำตอบอะไร

 

“บอสบอกให้ลองมาสำรวจดูที่นี่น่ะว่าพอจะเป็นแหล่งผลิตสินค้าอีกที่ได้หรือเปล่า” แทยอนตอบซึ่งเจสสิก้าก็พยักนหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอก็ได้ยินเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกันว่าบอสต้องการแหล่งผลิตสินค้าเพิ่มเนื่องจากความมีอิทธิพลบวกกับการเลือกแหล่งกบดานที่เหมาะสมทำให้ตำรวจไม่สามารถสืบหาเจอได้เลยทำให้สามารถส่งออกอาวุธกับยาเสพติดได้อย่างสะดวก

 

“แล้วมายังไงไม่เห็นรถแกเลย?” เจสสิก้าถามต่อด้วยความสงสัย

 

“รถฉันจอดอยู่ด้านหลังโน่น” แทยอนบอกพลางพยักเพยิดปลายคางไปทางด้านหลังของโรงงาน

 

“แล้วนี่สำรวจเสร็จหรือยัง?” เจสสิก้าถามต่อซึ่งแทยอนก็พยักหน้ารับเป็นเชิงตอบว่าเสร็จแล้ว

 

“ถ้างั้นก็รีบกลับเถอะฉันรู้สึกไม่ดีเลย” เจสสิก้าบอกด้วยน้ำเสียงติดกังวลเล็กน้อย แทยอนเองก็พยักหน้ารับก่อนที่ทั้งสองจะเดินแยกกันไป

 

ในขณะที่เจสสิก้าเดินกลับมาถึงที่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเสียงเตือนจากเครื่องดักฟังชนิดพิเศษก็ดังขึ้นทำให้เธอชะงักเล็กน้อยก่อนจะหยิบหูฟังขึ้นมาแล้วเสียบเข้าที่หูพร้อมกับรอฟังอย่างตั้งใจ

 

“เป็นอะไรไปเหรอ?” แทยอนที่เดินไปเอารถก็ขับมาหาเจสสิก้าที่ทางด้านหน้าโรงงานแต่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนสนิทก็หยุดรถก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

“แกกลับไปก่อนเลยฉันมีธุระต้องไป” เจสสิก้าไม่ตอบคำถามแต่กลับเอ่ยปากแกมไล่เพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่ตัวเจสสิก้าเองจะรีบเก็บอุปกรณ์สำหรับฟังเข้ากระเป๋าแล้วรีบขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจพลางสตาร์ทเครื่องแล้วบิดออกไปทันทีโดยไม่รอให้แทยอนถามอะไรต่อ

 

“เกิดอะไรขึ้น?” แทยอนที่เห็นท่าทางร้อนรนแปลกๆของเพื่อนสนิทก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงมองตามไปจนลับตาก่อนจะตัดสินใจขัดคำสั่งของเพื่อนสนิทแล้วรีบขี่รถตามเจสสิก้าไปด้วยอย่างรวดเร็ว

 

 

หลังจากที่เจสสิก้าแยกจากแทยอนมาเธอก็รีบบิดมอเตอร์ไซค์มาแถวสุสานฝังศพสำหรับผู้นับถือศาสนาคริสต์ซึ่งภายในสุสานนั้นก็มีหลุมศพของพ่อเธออยู่ด้วย สาเหตุที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่เพราะบทสนทนาของพวกตำรวจที่มันดังมาจากเครื่องดักฟังของเธอ

 

ในตอนนี้เจสสิก้าลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในสุสานอย่างระมัดระวัง ไม่รู้ว่าพวกตำรวจจะมีแผนอะไรขึ้นมาอีก

 

“ใครน่ะ!?” เจสสิก้าเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงไม่ไว้ใจเมื่อเธอเห็นเหมือนเงาลางๆของใครบางคนก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แต่ก็ไม่พบอะไร

 

“บ้าจริง” เจสสิก้าสบถกับตัวเองอย่างหัวเสียเล็กน้อย เธอมั่นใจว่าเห็นเงาของใครบางคนแต่พอเดินมาใกล้ๆกลับไม่พบอะไรเลยแม้แต่สิ่งมีชีวิต

 

“มองหาอะไรน่ะ!?” เจสสิก้าเกิดอาการสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนก่อนจะทำท่าหันไปต่อยอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณถ้าไม่ติดว่าเธอเห็นหน้าของคนมาใหม่ได้เสียก่อน

 

“แกนี่เอง! ฉันตกใจหมดแล้วนี่ตามฉันมาทำไม?” เมื่อเห็นว่าคนที่ทำเอาเธอสะดุ้งก็คือแทยอนเธอจึงพูดออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะถามอีกฝ่ายน้ำเสียงดุๆ

 

“ฉันเป็นห่วงแกนี่นา อีกอย่างฉันเพิ่งรู้ข่าวว่าพวกของจุนฮเวชอบมาเพ่นพ่านแถวนี้” แทยอนบอกพลางส่งยิ้มมาให้เล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าวิตกกังวล จะว่าไปฉันก็ลืมคิดไปว่าแถวนี้พวกของจุนฮเวชอบมาแถวนี้..มันไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ

 

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาห่วงฉันฉันตายยากเกินกว่าแกจะคาดได้นะ” เจสสิก้าบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเสมือนว่าไม่ได้รู้สึกอะไร

 

“พูดเหมือนตัวเองเป็นคนเหล็กฆ่าไม่ตายไปได้” แทยอนบอกแกมแซวอีกฝ่ายจนเจสสิก้าต้องส่งค้อนวงโตไปให้

 

“พอแล้ว กลับกันเถอะที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่” เจสสิก้าบอกเชิงยกธงขาวที่จะเถียงกับแทยอนก่อนจะเดินออกไป พวกจุนฮเวขึ้นชื่อว่าเป็น หมาลอบกัด เป็นแก๊งมาเฟียที่อันตรายมากที่สุดเลยก็ว่าได้

 

“จะไปไหนกันล่ะ? ไม่คิดจะอยู่ทักทายกันหน่อยเหรอ?” ยังไม่ทันทีแทยอนกับเจสสิก้าจะเดินกันไปถึงไหนเสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นโดยมีลูกน้องเดินตามหลังมาอีกสามคนก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของทั้งสองคนแล้วยกยิ้มร้ายมาให้

 

“สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า? พวกเราไม่จำเป็นต้องพูดกับแก ถอยออกไป!” เจสสิก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวพลางเปิดปากสั่งอีกฝ่ายอย่างไม่นึกกลัว

 

“คนสวยเขาพูดจาทำร้ายน้ำใจกันแบบนี้เลยเหรอ?” อีกฝ่ายพูดขึ้นพลางเลิกคิ้วสูงอย่างยียวนกวนประสาท

 

“มีอะไรก็พูดมาไม่ต้องมาทำลีลา!” แทยอนพูดขึ้นอย่างเหลืออด เธอไม่ชอบขี้หน้าของคนตรงหน้าเลยสักนิด แต่อีกฝ่ายกับทำเพียงแค่ส่งยิ้มมาให้จนแทยอนหงุดหงิดจึงจับมือเจสสิก้าแล้วเดินกระแทกตัวใส่อีกฝ่ายอย่างแรง

 

“คิดว่ามาถิ่นฉันแล้วจะออกไปได้ง่ายๆอย่างนั้นเหรอ?” อีกฝ่ายพูดแกมขู่เป็นนัยๆในขณะที่ทั้งแทยอนกับเจสสิก้ากำลังจะเดินออกไปเมื่อสิ้นสุดคำพูดของเขาก็ทำให้ทั้งสองคนหยุดชะงักเท้าทันที

 

“แล้วจะเอายังไง? พูดมาเลยดีกว่า...จุนฮเว!” เจสสิก้าที่ดูเหมือนจะหมดความอดทนกับความท่ามากของอีกฝ่ายจึงเปิดปากถามพลางส่งสายตาแข็งกร้าวไปให้

 

“เอายังไงดีล่ะ? มาอยู่กับพวกฉันสิ J” จุนฮเวพูดพลางทำหน้านึกแต่มันกลับดูกวรประสาทเสียจนแทยอนกับเจสสิก้าแทบอยากจะเดินเข้าไปต่อยหน้าหล่อๆแต่เจ้าเล่ห์นั่นให้ได้เลย

 

“เฮอะ! ตลกเถอะพวกฉันไม่ชอบอยู่กับหมาลอบกัดแบบพวกแก!” เจสสิก้าบอกอีกฝ่ายโดยเน้นหนักในคำว่าหมาลอบกัด

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้..” เมื่อสิ้นเสียงของจุนฮเวเขาก็หันไปส่งสัญญาณกับลูกน้องของตัวเองก่อนที่ลูกน้องของเขาจะยกปืนขึ้นมาขู่เจสสิก้ากับแทยอน

 

“คิดว่าเอาปืนมาขู่แล้วฉันจะกลัวงั้นเหรอ?” เจสสิก้าพูดอย่างไม่นึกกลัวพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา

 

“ฉันชอบเธอจัง J

 

 

“ทำไมป่านนี้ยัยตัวเล็กกับยัยบ้าระห่ำยังไม่กลับมาอีกวะ?” แจ๊คสันพูดขึ้นอย่างเป็นห่วงระคนหัวเสียที่จนป่านนี้เจสสิก้ากับแทยอนยังไม่กลับมากันสักทีพลางเดินวนไปมาจนทำเอามาร์คกับคริสต่างก็เริ่มเวียนหัวไปตามๆกัน

 

“เข้าใจนะว่าเป็นห่วงแต่ช่วยอยู่นิ่งๆได้มั้ย? มึนหัวเว้ย!” คริสบอกแกมเอ็ดอีกฝ่ายที่เอาแต่เดินวนไปมาไม่เกรงใจคนนั่งมองเลย -*-

 

“ได้ยินเสียงเหมือนรถของเจสสิก้าเลย?” มาร์คที่นั่งนิ่งอยู่พูดขึ้นทำให้ทั้งแจ็คสันและคริสต่างก็หันไปมองประตูทางเข้าด้วยอาการลุ้นกันตัวโก่งว่าจะใช่คนที่พวกเขานึกเป็นห่วงกันหรือเปล่า?

 

“ไปไหนกันมาทำไมกลับมาช้ากันแบบนี้ห๊ะ!” เมื่อแจ๊คสันเห็นว่าเป็นเจสสิก้าที่ประคองแทยอนเดินเข้ามาเขาก็ไม่รอที่จะเปิดปากถามแกมบ่นทันทีแต่ท่าทางของทั้งสองคนกลับไม่สูดีเลยใบหน้าก็ดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยก่อนจะใช่สายตากวาดมองไปทั่วร่างกายของทั้งสองคนจนไปสะดุดกับร่างของแทยอนที่มีเลือดไหลออกมาแถวหน้าท้องแถมยังนิ่งไปจนผิดปกติ

 

“เกิดอะไรขึ้นกับยัยตัวเล็กทำไมนิ่งไปแบบนั้น!?” แจ๊คสันเอ่ยถามเจสสิก้าด้วยน้ำเสียงตกใจระคนเป็นห่วง

 

“คือ..ยัยแทยอน..มันไปช่ว..” เจสสิก้าที่มีสีหน้าซีดเผือดเหมือนคนไม่มีเลือดขยับริมฝีปากพร้อมกับเปล่งเสียงออกมาแต่มันกับสั่นเครือโดยที่ยังไม่ทันพูดจบประโยคเธอก็หมดแรงกะทันหันจนเกือบลงไปกองกับพื้นถ้ามาร์คไม่ถลาตัวมารับไว้ได้ทันที ส่วนแทยอนแจ๊คสันก็ช่วยประคองให้อีกแรง

 

“เฮ้ย! เจสสิก้าเป็นอะไรไปตื่นดิวะ!!?” มาร์คที่ดูเหมือนจะสติแตกที่เห็นเจสสิก้านอนแน่นิ่งไปอีกคนจึงพูดอย่างร้อนรนพลางใช้มือตบที่หน้าของเจสสิก้าเบาๆเพื่อเรียกสติของอีกฝ่าย

 

“ท่าทางไม่ดีเลยรีบพาไปที่ห้องผ่าตัดเถอะ” คริสที่ดูเหมือนจะประคองสติได้มากที่สุดก็เอ่ยปากบอกทำให้ทั้งมาร์คและแจ๊คสันต่างก็อุ้มร่างของเจสสิก้ากับแทยอนไปยังห้องผ่าตัดทันที

 

 

#เช้าวันต่อมา

ทางด้านของทิฟฟานี่กับเซฮุนที่วันนี้ทั้งสองคนได้รับคำสั่งให้ช่วยออกมาตรวจสอบความเรียบร้อยของพื้นที่ที่พวกเขาดูแลอยู่

 

“เป็นยังไงบ้าง?” ทิฟฟานี่เอ่ยปากถามเซฮุนหลังจากที่ทั้งคู่แยกกันไปแล้วกลับมาอยู่ในจุดที่นัดกันเอาไว้

 

“เรียบร้อยดี” เซฮุนตอบซึ่งทิฟฟานี่ก็พยักหน้ารับ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็กลับกันเถอะงานเอกสารฉันยังเคลียร์ไม่เสร็จเลย” ทิฟฟานี่บอกซึ่งเซฮุนเองก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับไปยังรถตำรวจที่ทั้งสองคนนำมาใช้สำหรับทำงาน

 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรไปน่ะ!?” ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะเดินไปถึงรถทิฟฟานี่ก็เอ่ยปากถามเซฮุนหลังจากที่สายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่กลางถนน

 

“เข้าไปดูกันเถอะ” เซฮุนบอกเสียงเรียบก่อนที่ทั้งสองคนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นที่นอนนิ่งอยู่

 

“คุณ..คุณคะเป็นอะไรไปหรือเปล่า?” เมื่อมาถึงทิฟฟานี่ก็ไม่รอช้าที่เอื้อมมือไปเขย่าร่างของผู้หญิงตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง เพียงแค่ไม่กี่นาทีผู้หญิงคนนั้นก็ลืมตาขึ้นพลางใช้มือทั้งสองข้างยันตัวเองให้ขึ้นมานั่งก่อนจะมองหน้าทิฟฟานี่กับเซฮุนอย่างงุนงง

 

“คุณเป็นใครเหรอคะ?” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยปากถามทั้งสองคน

 

“เราสองคนเป็นตำรวจค่ะแล้วทำไมคุณถึงมานอนอย่างนี้ล่ะคะ?” ทิฟฟานี่ตอบก่อนจะถามต่อ

 

“ฉันก็ไม่ทราบค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

 

“ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอคะ?” ทิฟฟานี่เอ่ยปากถามต่อ

 

“เอ่อ...ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันจำไม่ได้” ผู้หญิงคนนั้นตอบพลางทำหน้าเศร้าพร้อมกับส่ายหัวไปมาเหมือนคนไร้ความหวัง

 

“ห๊ะ? จำชื่อตัวเองไม่ได้?” ทิฟฟานี่ร้องออกมาอย่างตกใจเล็กน้อย

 

“สงสัยจะความจำเสื่อมลองพาไปที่สำนักงานก่อนแล้วกัน” เซฮุนบอกพร้อมกับเสนอความคิดเห็นซึ่งทิฟฟานี่ก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

 

“ถ้าอย่างนั้นคุณไปกับฉันนะคะฉันจะช่วยคุณเอง” ทิฟฟานี่บอกกับผู้หญิงคนนั้นพลางส่งยิ้มไปให้

 

“คุณจะช่วยฉันได้จริงๆเหรอคะ?” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยปากถามพลางมองไปที่ทิฟฟานี่ด้วยแววตาเป็นประกายเหมือนคนมีความหวัง

 

“ค่ะ ฉันสามารถช่วยคุณได้จริงๆ ลุกขึ้นนะคะ” ทิฟฟานี่ตอบก่อนจะช่วยผู้หญิงคนนั้นพยุงตัวให้ลุกขึ้นก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินพากันไปยังรถตำรวจที่พวกเขานำมา




















#มาอัพจนครบแล้วจ้า!~~ กว่าจะแต่งได้เล่นเอาเหนื่อยเลย

แบบเหมือนไม่ได้แต่งนานเลยมีลืมๆไปบ้างต้องขุดอยู่นานเลย 555

อ่านแล้วคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ <3 <3 













Winner Theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

190 ความคิดเห็น

  1. #107 ้เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 23:41
    มาอัพเรวๆน่ะค่ะ ครัยคือคนความจำเสื่อม

    #107
    0
  2. #106 american0_0420 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:25
    ใครกันที่ความจำเสื่อม
    #106
    0
  3. #105 pitchayeee36 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 17:11
    ใครคือคนที่ความจำเสื่อมอ่ะ รอต่อไม่ไหวแล้ววววว 555 สู้ๆจ้า
    #105
    0
  4. #104 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 23:06
    ขอบคุนไรต์มากน่ะค่ะที่มาอัพ

    ติดตาทค่ะชอบค่ะ

    สุ้วๆน้่ค่ะ

    #104
    0
  5. #103 pitchayeee36 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 01:39
    เย้ไรท์มาแล้ว เจบีจะวางแผนจับสิก้าแน่ๆเลย รอต่อน้า
    #103
    0
  6. #100 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 16:16
    เย้ดีใจจัวไรต์มาอัพแล้วรอน่ะคร่าอีก 90%ชอบเรื่องนี้มากค่ะแปลกแนวดี

    #100
    1
    • #100-1 ohgee(จากตอนที่ 4)
      23 เมษายน 2559 / 18:45
      ขอบคุณนะคะ
      อ่านแล้วยิ้มเลย :)
      #100-1
  7. #99 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 16:15
    เย้ดีใจจัวไรต์มาอัพแล้วรอน่ะคร่าอีก 90%ชอบเรื่องนี้มากค่ะแปลกแนวดี

    #99
    0
  8. #98 อามีนา_โอ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 16:13
    เจบีไปหาสิก้าสิน่ะ
    #98
    0
  9. #97 pitchayeee36 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 08:20
    เย้ๆมาแล้ว สิกจะโดนยิงหรอ? เจบียิง?
    โหดมากค่ะเจบี รอต่อน้า
    #97
    0
  10. #96 เมนสิก้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 23:11
    เมื่อไหร่จะมาอัพค่ะไรต์มันโครตค้างใจเรามากมากจนมากที่สุดขอบอก>>>>ติดตามน่ะค่ะ>>>สุ้วคร่าไรต์

    #96
    0
  11. #95 เมนสิก้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 23:09
    เมื่อไหร่จะมาอัพค่ะไรต์มันค้างใจเรามากมากจนมากที่สุด>>>>ติดตามน่ะค่ะ>>>สุ้วคร่าไรต์

    #95
    0
  12. #94 พีซีวาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 15:23
    รอคร่า

    #94
    0
  13. #93 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 09:35
    ขอบคุนไรต์มากๆเลยน่ะค่ะที้แต่งเรื่องสนุกๆให้เราได้อ่าน

    #93
    0
  14. #92 เมนสิก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 09:32
    ติดตามน่ะค่ะรอคร่า

    #92
    0
  15. #91 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 12:55
    ดีใจที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้เปนแนวที่หายากมาก

    #91
    1
    • #91-1 ohgee(จากตอนที่ 4)
      24 มีนาคม 2559 / 13:45
      ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ
      ปลื้มมากเลยที่ได้ยินแบบนี้ ขอบคุณจริงๆนะคะ <3
      ติดตามกันต่อไปเรื่อยๆน้าาาาาา~~~
      #91-1
  16. #90 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 12:53
    รออ่านน่ะค่ะไรต์

    #90
    0
  17. #89 เมนสิก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 12:51
    ครัยอ่ะความจำเสื่อมรอคร่าลุ้นๆ

    #89
    0
  18. #88 เมนสิก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 12:48
    ครัยอ่ะความจำเสื่อมรอคร่าลุ้นๆ

    #88
    0