☭ Juggling Police ✖ กลรักร้ายนายตำรวจ [ EXO SNSD GOT7 ]

ตอนที่ 3 : Juggling Police ✖ EP.02 - Unexpected แผนพลิกล็อค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 มี.ค. 59




















. . Unexpected แผนพลิกล็อค. .
















“ทำไมไปกันนานจัง?” แทยอนเอ่ยปากถามหลังจากที่เห็นแจ็คสันจอดรถมอเตอร์ไซค์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนเจสสิก้าก็ไม่รอช้าที่จะกระโดดลงมาแล้วเดินเข้าไปหาแทยอนทันที

 

“ยัยนี่เกิดพลาดท่าน่ะสิ!” แจ็คสันตอบแทยอนพลางเหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างล้อเลียนจนเจสสิก้าอดส่งสายตาดุไปให้ไม่ได้

 

“จริงอ่ะ? แล้วแกโอเคมั้ยอ่ะ?” แทยอนถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตกใจก่อนจะจับตัวเพื่อนสนิทหมนุดูว่าไม่ได้เจ็บตัวอะไรทั้งนั้น

 

“อย่าเว่อร์น่าฉันไม่ได้เป็นอะไรโชคดีที่แจ็คสันไปช่วยไว้ทัน” เจสสิก้าตอบแทยอนเสียงเรียบพลางใช้หางตามองแจ็คสันเล็กน้อย

 

“แล้วแกไปพลาดท่าได้ยังไงอ่ะ?” แทยอนเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย เพราะเธอรู้จักและสนิทกับเจสสิก้ามานานพอสมควรซึ่งเธอรู้ดีว่าเจสสิก้าน่ะเก่งแค่ไหนตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาเจสสิก้าไม่เคยมีประวัติว่าจะพลาดท่าให้ใครแต่ทำไมครั้งนี้เธอถึงพลาดไปได้ล่ะ?

 

“ฉันคงประมาทเกินไปแล้วอีกอย่างตำรวจบ้านั่นก็เก่งใช่เล่น” เจสสิก้าตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บใจที่เธอดันเผลอไปพลาดท่าให้กับตำรวจคนนั้นทั้งที่เธอไม่เคยพลาดท่าให้ใครมาก่อน

 

“งั้นขอตัวไปนอนก่อนนะ J” แจ็คสันพูดขัดขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันไปมองก่อนจะส่งยิ้มไปให้แล้วเดินหนีไปอีกทางส่วนเจสสิก้าก็แอบเบะปากใส่อย่างนึกหมั่นไส้

 

“ดีนะที่แจ็คสันไปด้วยไม่งั้นแกแย่แน่” แทยอนบอกซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้าอย่างยอมรับในคำพูดของแทยอน พลางคิดไปว่าถ้าเธอดื้อรั้นจะไปเพียงคนเดียวป่านนี้เธอคงได้ไปนอนเล่นในห้องขังแล้วล่ะมั้ง

 

“ว่าแต่แกได้เครื่องดักฟังมาหรือเปล่า? แล้วพวกตำรวจนั่นรู้มั้ย?” แทยอนเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“อื้ม! เป็นอย่างที่ฉันรู้สึกไว้ไม่มีผิดตำรวจนั่นหาเครื่องดักฟังของฉันเจอ” เจสสิก้าตอบก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางยกมือขึ้นมากอดอก

 

“ห๊ะ? แกว่าอะไรนะตำรวจนั่นจะหาเจอได้ยังไงในเมื่อแกก็ไปติดในที่ที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจนี่” แทยอนร้องออกมาด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อในสิ่งที่หูได้ยินก่อนจะพูดต่อเชิงเอ่ยถาม

 

“อาจจะบังเอิญที่ตำรวจนั่นไปเจอพอดีก็ได้” เจสสิก้าบอกพลางทำหน้าครุ่นคิด

 

“แต่ก็ช่างมันเหอะแกกลับมาปลอดภัยไม่ต้องโดนจับให้ไปนอนเล่นในคุกก็ดีแค่ไหนแล้ว..ฉันว่าเราไปนอนกันเถอะนะนี่ก็ตีสองกว่าแล้วอ่ะ” แทยอนบอกพลางยกมือขึ้นไปตบที่ไหล่ของเพื่อนเป็นการปลอบใจก่อนจะชวนให้กลับไปนอนซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้ารับแล้วทั้งคู่ก็เดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

 

 

ในเช้าวันต่อทางด้านของเจสสิก้าที่ตอนนี้ยังคงนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแม้ว่าแสงแดดจะเริ่มส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาแล้วแต่เธอก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยสักนิดซึ่งเป็นผลมาจากการนอนดึกรวมไปถึงการใช้พลังงานมากเกินไป

 

“อะไรกันยัยนี่ขี้เซาตั้งแต่เมื่อไหร่?” แจ็คสันเปิดปากพูดพลางมองอีกฝ่ายอย่างนึกเอ็นดู เจสสิก้าน่ะเวลาตื่นก็เหมือนพวกเสือสิงห์ที่พร้อมจะลุยได้ทุกเมื่อและไม่เคยคิดจะกลัวตาย แต่เวลาหลับนี่มันก็เหมือนลูกแมวดีๆนี่เองแหละ

 

“เบาเสียงหน่อยสิ” แทยอนเปิดปากเอ็ดแจ็คสันที่พูดเสียงดังจนเกรงว่าจะไปรบกวนการนอนของเจสสิก้า

 

“แต่จะว่าไปยัยนี่ไม่เคยตื่นสายนะ” แจ็คสันบอกพลางมองอีกฝ่ายอย่างสำรวจแต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ

 

“หยวนๆให้มันไปเถอะเมื่อคืนมันก็เหนื่อยพอแล้ว” แทยอนบอกอย่างเข้าใจเพื่อนสนิทเพราะเธอทราบดีว่าเมื่อวานเจสสิก้าต้องไปทำอะไรบ้าง

 

“แต่ว่า..ไม่รู้สึกแปลกๆเหรอปกติถ้ามีอะไรรบกวนยัยนี่ต้องตื่นขึ้นมาโวยวายหรือไม่ก็หาอะไรมาปาใส่แล้วสิแต่นี่กลับนอนนิ่งเลย” แจ็คสันบอกด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“ไม่ใช่ป่วยเหรอ?” มาร์คพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ภายในใจกลับตรงข้าม

 

“อาจจะจริงอย่างที่มาร์คพูดตัวยัยสิก้าร้อนพอตัว” แทยอนบอกหลังจากที่ใช้หลังมืออังที่หน้าฝากของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ยังคงนอนหลับอยู่

 

“ไหนดูหน่อยดิ” แจ็คสันบอกอย่างนึกเป็นห่วงก่อนจะเดินเข้าไปใกล้พลางใช้มืออังที่หน้าผากของเจสสิก้าซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่แทยอนพูดเจสสิก้าตัวร้อนในระดับหนึ่ง

 

“จริงด้วย..แต่ก็ดีเพื่อยัยนี่จะได้เลิกซ่า” แจ็คสันบอกอย่างเห็นด้วยกีบคำพูดแทยอนแต่ก็ไม้วายยังพูดกัดอีกฝ่ายที่ยังหลับอยู่

 

“ฉันได้ยินที่นายพูดนะ” เสียงของเจสสิก้าดังขึ้นก่อนที่เธอจะค่อยๆลืมตาแล้วมองไปที่แจ็คสันตาเขม็ง

 

“แกตื่นตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย..มาๆเดี๋ยวช่วย” แทยอนถามก่อนจะช่วยอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมานั่งอย่างยากลำบากเพราะเป็นเพียงแค่แรงผู้หญิงแจ็คสันจึงเข้ามาช่วยอีกแรง

 

“ตื่นตั้งแต่พวกแกเข้ามาพูดในห้องฉันแล้วแต่ขี้เกียจลืมตา” เจสสิก้าตอบโดยยังไม่หยุดมองแจ็คสันอย่างเอาเรื่อง

 

“อย่างนี้ก็มีว่ะ” แจ็คสันบอกก่อนที่จะโดนเจสสิก้าประทับฝ่ามือลงบนหัวไหล่แกร่งของเขาอย่างเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ซึ่งความแรงของเจสสิก้าก็ส่งผลให้แจ็คสันร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

“โอ๊ย! ยัยบ้านี่นั่นมือหรืออะไร!?” แจ็คสันเปิดปากบ่นทันที

 

“เอาไปกิน” ในขณะที่เจสสิก้ากำลังภูมิใจที่สามารถเอาคืนแจ็คสันได้มาร์คก็พูดขึ้นพร้อมกับส่งยาลดไข้ให้กับเธอ

 

“ฉันไม่ได้ป่วย” เจสสิก้าตอบปฏิเสธทั้งที่ตอนนี้หน้าของเธอก็ซีดกว่าปกติไปเล็กน้อย

 

“แต่แกตัวร้อนนะเอาไปกินเถอะไม่เสียหายหรอก” แทยอนบอกแกมสั่งเพื่อนเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง

 

“อย่าบอกนะ...ว่าเธอกินยาเม็ดไม่เป็น?” มาร์คเอ่ยปากถามพลางเลิกคิ้วสูงอย่างปั่นประสาทอีกฝ่ายส่วนเจสสิก้าไม่มีท่าทีจะตอบกลับอย่างเช่นทุกครั้ง

 

“เรื่องจริงแน่ๆอะไรกันเธอเนี่ยเก่งมันทุกอย่างแต่มาตกม้าตายเพราะยาเม็ดเล็กแค่นี้เนี่ยนะ? โคตรขำเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” แจ็คสันที่เห็นว่าเจสสิก้าเงียบไปเขาก็พอเดาได้ว่าคงเป็นเรื่องจริงพลางพูดเชิงล้ออีกฝ่ายก่อนจะหัวเราะออกมา

 

“ไม่ใช่กินไม่เป็นแต่...” เจสสิก้ารีบปฏิเสธทันควันก่อนจะหาข้อแก้ตัวแต่ยังไม่ทันได้พูดต่อผู้มาใหม่ก็เปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้เคาะประตู

 

“มีอะไรเหรอคริส?” แทยอนเอ่ยปากถามผู้มาใหม่ที่เข้ามาก็ทำหน้าเครียด

 

“บอสเรียกให้ทุกคนไปประชุม..ยกเว้นเธอ” คริสพูดเสียงเรียบก่อนจะเน้นย้ำคำสุดท้ายพลางมองไปที่เจสสิก้า

 

“ทำไมล่ะ?” เจสสิก้าถามขึ้นทันควัน

 

“ฉันไม่รู้แต่บอสบอกว่าไม่ต้องการให้เธอเข้ามายุ่ง” คริสบอกเสียงเรียบเช่นเดิมแต่คำพูดของเขากลับทำให้เจสสิก้าหน้าชาเล็กน้อยแทยอนที่เข้าใจเพื่อก็ยกมือขึ้นบีบที่หัวไหล่อีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจ ส่วนมาร์คกับแจ็คสันก็ทำได้แต่มองฝ่ายอย่างเห็นใจ

 

นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่บอสกันไม่ยอมให้เจสสิก้าเข้าร่วมประชุมทั้งที่เจสสิก้าถือว่าเป็นคนสำคัญในการที่จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสให้กับพวกเขาเสมอ

 

“ไปดิจะมัวมานั่งอยู่ห้องฉันทำไม?” เจสสิก้าพูดขึ้นเสียงเรียบตามแบบฉบับของตัวเองพลางมองตาของคริสอย่างค้นหาคำตอบ ถึงเธอจะอึ้งไปเล็กน้อยแต่เพราะท่าทางที่ดูแปลกไปของคริสมันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้

 

“แกโอเคนะ” แทยอนพูดเสียงเบาจนเหมือนเป็นการกระซิบกับเจสสิก้าซึ่งเธอก็หันไปหาแทยอนแล้วพยักหน้ารับ

 

“แน่ใจนะ” แจ็คสันถามซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้ารับพลางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนที่ทั้งหมดจะเดินกันออกจากห้องของเธอไป

 

“หึ! คิดว่าคนอย่างเจสสิก้าจะหมดหนทางเหรอ?” หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้วเจสสิก้าก็พูดขึ้นกับตัวเองพลางยกยิ้มอย่างสะใจเพราะในจังหวะที่แทยอนเผลอเธอก็แอบเอาเครื่องดักฟังไปติดที่กระเป๋ากางเกงของแทยอนนั่นเอง

 

“ไม่ต้องเข้าประชุมฉันก็รู้ความเคลื่อนไหวได้ย่ะ!













ทางด้านของเจบีหลังจากที่ได้สติจากการลอบทำร้ายของใครบางคนเมื่อตอนช่วงประมาณตีสามกว่าๆซึ่งตั้งแต่เขาได้สติเขาก็ตกอยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธระคนหงุดหงิดกับการที่เขาพลาดท่าให้กับผู้ต้องสงสัยที่อุตส่าห์บุกมาให้จับถึงที่

 

“ถ้าครั้งหน้ามาอีกฉันจะไม่มีวันพลาด!” เจบีบอกอย่างสัญญากับตัวเองด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเจ็บใจก่อนจะยกมือขึ้นบีบที่ท้ายทอยเมื่อรู้สึกความเจ็บปวดเริ่มแสดงอาการ

 

“บ้าชะมัด!” เปิดปากบ่นในขณะที่มือก็ยังคงบีบนวดแถวท้ายทอยอย่างไม่ลดละก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าโต๊ะทำงานเซฮุนมียานวดอยู่เขาจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป

 

“อ้าว? สวัสดีค่ะผู้กอง J” แต่เมื่อเจบีเดินออกมาก็พบเข้ากับทิฟฟานี่ที่กำลังจัดโต๊ะทำงานของตนอยู่หันมาเอ่ยทักทายพลางส่งยิ้มมาให้เขา

 

“อืม..วันนี้เธอมีเข้าเวรตอนเที่ยงไม่ใช่เหรอ?” เจบีตอบรับคำมักทายก่อนจะถามกลับ

 

“ฉันมีเอกสารที่ต้องทำค่ะก็เลยมาก่อน” ทิฟฟานี่ตอบพลางชูซองเอกสารเกี่ยวกับคดีต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้

 

“งั้นเหรอ?” พูดออกไปอย่างเข้าใจก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบนวดที่ท้ายทอยอีกครั้ง

 

“ผู้กองเป็นอะไรไปเหรอคะ? ท่าทางดูไม่ดีเลย” ทิฟฟานี่เอ่ยปากถามอย่างนึกเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนักตั้งแต่ตอนเริ่มคุยแล้วล่ะ

 

“ฉันปวดคอกับหัวนิดหน่อยไม่มีอะไรหรอก” เจบีตอบแบบปัดๆในขณะที่มือก็ยังคงบีบนวนที่ท้ายทอยอยู่อย่างนั้น

 

“แล้วเย็นนี้จะไปร่วมทีมที่จะไปจับกุมแก๊งค้ายาได้เหรอคะ?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามด้วยความห่วงใย

 

“ได้สิฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” เจบีตอบน้ำเสียงหนักแน่น ก็อย่างว่าเขาเป็นพวกบ้างานยิ่งถ้าเป็นงานเกี่ยวกับพวกจับคนร้ายด้วยแล้วเขายิ่งไม่มีทางยอมแน่

 

“แต่ฉันว่าผู้กองน่าจะพักผ่อนซะหน่อยก็ดีนะคะ” ทิฟฟานี่บอกเชิงแนะนำเพราะดูจากท่าทางแล้วคนตรงหน้าเหมือนหน้าจะนอนไปเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

 

“ไม่ต้อง..ขอแค่กาแฟก็พอ” เจบีตอบปฏิเสธก่อนจะบอกแกมสั่งซึ่งทิฟฟานี่ก็ส่ายหัวเล็กน้อย

 

“ไม่ค่ะ คาเฟอีนแค่ช่วยให้ลดความง่วงเพียงชั่วขณะเท่านั้นอีกอย่างมันก็ไม่ดีต่อร่างกายนะคะ” ทิฟฟานี่ตอบปฏิเสธก่อนจะสาธยายให้อีกฝ่ายฟัง

 

“ทำตัวเหมือนหมอเลยนะแม่คุณ” เจบีบอกแกมแซวอีกฝ่ายเล็กน้อยที่พูดจาเหมือนพวกคุณหมอที่มักจะบอกให้ดูแลสุขภาพ

 

“ฉันแค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนร่วมงานเท่านั้นแหละค่ะ” ทิฟฟานี่ตอบกลับอีกฝ่ายเสียงอ่อนเล็กน้อย

 

“สรุปเธอจะไม่ให้ดื่มกาแฟว่างั้น?” เจบีถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“ค่ะ...ตอนนี้แค่เก้าโมงเองกว่าจะถึงเวลาไปจับกุมพวกแก๊งค้ายาก็ตอนเย็นอีกอย่างวันนี้ก็ไม่มีคดีใหญ่อะไรผู้กองสามารถนอนพักได้ค่ะ” ทิฟฟานี่ตอบพลางส่งยิ้มบางไปให้

 

“ขอบคุณนะ..สำหรับการเป็นห่วง J” เจบีเอ่ยปากขอบคุณพลางส่งยิ้มไปให้อีกฝ่ายซึ่งเป็นรอยยิ้มที่น้อยคนที่จะได้เห็นมันเพราะเจบีได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือยิ้มยาก แต่รอยยิ้มของเขานั้นกลับมีอิทธิพลต่อหัวใจของทิฟฟานี่เป็นอย่างมาก..แต่ก็คงไม่แปลกก็เพราะว่าเธอแอบชอบคนตรงหน้าอยู่นี่นา

 

“ค่ะ J” ทิฟฟานี่ตอบรับพลางส่งยิ้มจนตาหยีไปให้

 

“แต่ว่า..เธอพอมียานวดบ้างหรือเปล่า?” เจบีเอ่ยปากถาม

 

“อ๋อ! มีค่ะสักครู่นะคะ” ทิฟฟานี่ร้องออกมาก่อนจะหันไปควานหาหลอดยานวดในกระเป๋าของเธอก่อนจะส่งให้กับเจบีซึ่งเขาก็รับมันไปอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยปากขอบคุณก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของเขาเหมือนเดิม

 

“อะไรยังไงเธอจะนอกใจฉันเหรอ?” เมื่อเจบีเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเขาแล้วเซฮุนที่แอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่นานก็ออกมาจากที่แอบฟังก่อนจะเดินมาพูดข้างหูของทิฟฟานี่โดยไม่ให้เธอรู้ตัว

 

“ว๊าย! มาทำไมไม่บอกตกใจหมด” ทิฟฟานี้ร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนจะเปิดปากเอ็ดเซฮุนทันที

 

“ขอโทษ..แต่เมื่อกี๊นี่คุยกับผู้กองซะหวานกันเลยนะถ้าไม่รู้จักคงนึกว่าเป็นแฟนกันไปแล้ว” เซฮุนเอ่ยปากขอโทษก่อนจะพูดต่ออย่างต้องการแซวอีกฝ่าย

 

“อะไร? พูดจาเพ้อเจ้อ” ทิฟฟานี่มีท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะพูดแกมดุอีกฝ่าย

 

“หรือว่าเธอไม่ได้ชอบผู้กอง?” เซฮุนเอ่ยปากถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“ก็..ไม่ได้ชอบไง” ทิฟฟานี่พูดพลางลากเสียงเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

“ค่อยโล่งอกหน่อยฉันอุตส่าห์ว่าจะจีบเธอนะเนี่ย” เซฮุนบอกพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“หมายความว่าไง?” ทิฟฟานี่ถามพลางขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

 

“ไม่มีอะไรหรอก ^_^” เซฮุนตอบพลางส่งยิ้มกวนๆไปให้ก่อนที่เขาจะกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองโดยทิ้งความสงสัยไว้ให้ทิฟฟานี่อยู่อย่างนั้น

 

 

ทางด้านของเจสสิก้าซึ่งในตอนนี้เธอกำลังปรับคลื่นสัญญาณให้ตรงกับเครื่องดักฟังที่เธอแอบติดไปในกระเป๋ากางเกงของแทยอนจนในที่สุดเธอก็สามารถต่อสัญญาณได้สำเร็จ

 

“บ้าจริง!” แต่เจสสิก้าก็ต้องสบถออกมาอย่างอารมณ์เสียเพราะอยู่ดีๆสัญญาณของเธอก็โดนตัดไปอย่างรวดเร็วและแม้ว่าเธอจะพยายามต่อเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จเสียที

 

“นายอีกแล้วสินะ” เจสสิก้าพูดเสียงเรียบพลางไปที่รูปของมาร์คที่มีติดอยู่ที่พนังกำแพง เพราะคนที่รู้ทันเธอมากที่สุดก็คือเขานั่นแหละ

 

“มันมีเรื่องอะไรกันแน่ทำไมต้องปิดเป็นความลับกันด้วย” เจสสิก้าพูดออกพลางนึกคิดอย่างสงสัย

 

“เฮอะ! แล้วฉันจะเครียดไปทำไมกัน?” เจสสิก้าพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะเลิกคิดแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำชำระล้างร่างกายทันที

 

 

#ที่ห้องประชุม

หลังจากที่คริสไปตามมาร์ค แจ็คสัน และแทยอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้ทั้งหมดก็อยู่ภายในห้องประชุมซึ่งตรงหน้าพวกเขามีหน้าจอโทรทัศน์สำหรับการสื่อสารผ่านกันระหว่างบอสและพวกเขา

 

“เจสสิก้าไม่ได้มาใช่มั้ย?” เสียงเรียบนิ่งติดเย็นชาเอ่ยถามขึ้น

 

“ค่ะ..เธอไม่ได้มา” เป็นแทยอนที่ตอบคำถามของผู้เป็นเจ้านาย

 

“เอ่อ..ขอถามได้มั้ยครับทำไมเจสสิก้าถึงเข้าร่วมประชุมไม่ได้?” แจ็คสันเอ่ยปากถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

“เป็นเพราะเจสสิก้าทำงานพลาดเกือบโดนตำรวจนั่นจับได้ฉันจึงไม่ไว้ใจที่จะให้เธอทำงานในตอนนี้” ผู้เป็นเจ้านายตอบโดยรักษาระดับน้ำเสียงให้คงเดิม

 

“บอสทราบเหรอคะ?” แทยอนถามพลางทำหน้าตกใจ

 

“มีอะไรบ้างที่ฉันจะไม่รู้เกี่ยวกับลูกน้องตัวเอง?” ผู้เป็นเจ้านายตอบกลับ

 

“เอาล่ะพวกเธอคงรู้กันใช่มั้ยว่าวันนี้เป็นวันนัดส่งของกับพวกตระกูลปาร์ค..” ผู้เป็นเจ้านายพูดเกริ่นขึ้นมา

 

“ทราบค่ะ/ครับ” ทั้งหมดตอบรับพร้อมกัน

 

“แล้วพวกเธอคงรู้ดีว่าพวกตระกูลปาร์คมันเป็นพวกหมาลอบกัดที่อาจจะกำลังตลบหลังเราเพราะฉะนั้นงานนี้จะให้คริสเป็นคนทำอย่างเดียวก็คงไม่ไหวฉันเลยต้องการให้พวกเธอไปกับคริสด้วยซึ่งสถานที่คริสจะเป็นคนบอกเอง” ผู้เป็นเจ้านายบอกเชิงออกคำสั่ง

 

“เป็นอันว่าจบการประชุม” เมื่อสิ้นเสียงของผู้เป็นเจ้านายโทรทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าก็ปิดไปโดยอัตโนมัติ

 

“แล้วเราจะบอกเจสสิก้ายังไงดีถ้ามันถาม?” แทยอนเอ่ยปากพูดหน้าเครียดเพราะเธอรู้นิสัยของเพื่อนดี

 

“ก็แค่เงียบ” มาร์คบอกเสียงเรียบซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

“แต่เจสสิก้ามันบอกว่าวันนี้พวกตำรวจจะมาจับไม่ใช่เหรอ?” แทยอนพูดขึ้นมาเสียงเครียด

 

“ไม่ต้องห่วงฉันได้โทรไปบอกพวกตระกูลปาร์คแล้วว่าเราจะเปลี่ยนสถานที่” คริสตอบพลางทำหน้านิ่งตามแบบฉบับของตัวเอง

 

“แค่นั้นเหรอ?” แทยอนถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“แล้วบอสไม่คิดจะตลบหลังพวกตำรวจหน่อยหรือไง?” แจ็คสันเอ่ยปากถามขึ้น

 

“ใครว่าบอสไม่ทำ? สถานที่เดิมเราก็ยังมีการนัดส่งยาเหมือนเดิมแต่เป็นเพียงแค่วิตามินซีก็เท่านั้นโดยงานนี้แกเป็นคนทำนะแจ็คสัน” คริสบอกเสียงเรียบ

 

“ไม่มีปัญหา” แจ็คสันรับคำ

 

“ส่วนมาร์คกับเธอก็ไปกับฉัน” คริสบอกซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้ารับแล้วทั้งหมดก็คุยรายละเอียดกันเล็กน้อยก่อนจะออกจากห้องประชุมกันไป







ทางด้านของเจสสิก้าหลังจากที่อาบน้ำและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็มาหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนอนอย่างเซ็งๆระคนหงุดหงิด เป็นเพราะเธออยากรู้ว่าพวกเขาประชุมอะไรกัน ตอนนี้ถ้าเธอจะรู้สึกเหมือนหมาหัวเน่าจะผิดมั้ยเนี่ย?

 

“โอ๊ย! อยากจะบ้าตาย” เจสสิก้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นยืนแลวเดินไปที่ประตูเพื่อจะออกไปข้างนอกแต่พอเปิดประตูก็พบเข้ากับร่างของมาร์คที่ยืนทำหน้านิ่งตามแบบของเขา

 

“จะไปไหน?” มาร์คเอ่ยถามปากเสียงเรียบ

 

“ไม่รู้” เจสสิก้าตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงห้วนๆก่อนจะทำท่าจะเดินเดินเบี่ยงไปทางขวาแต่มาร์ครู้ทันจึงเบี่ยงตัวเองมาปิดทางเอาไว้

 

“อะไรของนายอีก?” เจสสิก้าพ่นลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะถามเสียงเรียบ

 

“หงุดหงิดที่ไม่ได้เข้าประชุมสินะ” มาร์คพูดขึ้นพลางทำหน้ากวนประสาทอีกฝ่ายเล็กน้อย

 

“เปล่า!” ตอบปฏิเสธออกไปแต่สีหน้ากับท่าทางกลับตรงกันข้ามกันอย่างเห็นได้ชัด

 

“บอสเขาไม่ได้ตั้งใจจะไม่ให้เธอเข้าร่วมหรอกก็แค่กำลังลงโทษเธอ” มาร์คบอกพลางปรับเสียงที่เรียบเฉยให้กลายเป็นนุ่มทุ้มเสมือนกับว่าเขากำลังต้องการปลอบใจอีกฝ่ายอยู่แต่สายตาของเขากลับไม่คิดจะโฟกัสไปที่เจสสิก้าเลย

 

“หมายความว่าไง?” เจสสิก้าถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ

 

“บอสรู้เรื่องที่เธอพลาดเกือบโดนตำรวจจับเขาก็เลยไม่อยากให้เธอทำงานในตอนนี้” มาร์คบอกพลางเปลี่ยนจุดโฟกัสมาที่หน้าของเจสสิก้า

 

“ฉันพลาดครั้งเดียวก็โดนลดความไว้เนื้อเชื่อใจกันขนาดนี้เลยเหรอ?” เจสสิก้าถามด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจพลางเลิกคิ้วสูง

 

“ทำเป็นน้อยใจไปได้นี่ใช่เจสสิก้าเหรอ?” มาร์คถามพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

 

“นี่! ฉันไม่ใช่หมานะไม่ต้องมาลูบหัว” เจสสิก้าเปิดปากดุอีกฝ่ายพลางปัดมือของอีกฝ่ายให้ออกจากศีรษะของเธอก่อนจะส่งค้อนวงโตไปให้

 

“งั้นเหรอ? ฉันก็หลงเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือสุนัขจิ้งจอกซะอีก” มาร์คบอกอย่างกวนๆพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“นี่! หยุดเลยนะ!” เจสสิก้าเอ่ยปากสั่งอีกฝ่ายเสียงเข้มพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายตาเขม็ง

 

“ก็เธอเหมือนจริงๆนะ” มาร์คบอกด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

 

“พอ! แล้วนี่ประชุมอะไรกัน?” เจสสิก้ายอมยกธงขาวยอมแพ้ที่จะต่อปากต่อคำกับคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้

 

“ไม่บอก” มาร์คตอบพลางไหวไหล่เล็กน้อยอย่างกวนประสาท

 

“ความลับหรือไง? เชอะ! ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ ถอยไปสิ” เจสสิก้าเปิดปากบ่นอุบอิบแล้วส่งเสียงออกมาอย่างงอนๆก่อนจะเอ่ยปากสั่งอีกฝ่ายเสียงเข้ม

 

“ไม่ถอย บอกก่อนจะไปไหน?” มาร์คตอบเสียงเรียบก่อนจะถามกลับพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ

 

“ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่” เจสสิก้าตอบ

 

“งั้นไปกับฉัน” สิ้นเสียงของมาร์คเขาก็ถือวิสาสะจับมือของเจสสิก้าก่อนจะออกแรงลากอีกฝ่ายให้ไปตามทิศทางที่เขาต้องการส่วนเจสสิก้าที่มีท่าตกใจเล็กน้อยแต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยเพราะยังไงซะเธอก็สู้แรงของตัวสูงไม่ได้อยู่ดี

 

“จะพาไปไหน?” เอ่ยปากถามในขณะที่ยังโดนลากอยู่

 

“ไปถึงเดี๋ยวก็รู้” มาร์คตอบเชิงเป็นปริศนา

 

“จะไปไหนกันน่ะสองคน?” แทยอนที่เดินมาเห็นก็เอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

“เดี๋ยวมา” แต่แทนที่มาร์คจะตอบคำถามให้แทยอนหายสงสัยแต่เขากลับพูดอีกอย่างก่อนจะลากเจสสิก้าเดินผ่านแทยอนไป

 

“อะไรของสองคนนั้น?” แทยอนพูดขึ้นด้วยความงุนงง

 

“ท่าทางมาร์คน่าจะชอบเจสสิก้าน่ะ” แจ็คสันพูดขึ้นพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“บ้าน่ามาร์คกับเจสสิก้าเนี่ยนะ?” แทยอนพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อเพราะสองคนนั้นน่ะไม่เคยจะพูดดีกันหรอกหรือถ้าจะพูดดีก็แค่ไม่กี่นาทีแล้วก็กลับมาตีกันอีกครั้ง

 

“เชื่อฉันเถอะมาร์คน่ะชอบเจสสิก้าส่วนยัยนั่นก็ต้องคอยดูต่อไป” แจ็คสันบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจส่วนแทยอนก็ทำได้เพียงแค่คิดตามในสิ่งที่แจ็คสันพูดเท่านั้น

 

“ทำตัวเป็นเทวดาไปได้” แทยอนเปิดปากเหน็บอีกฝ่ายก่อนจะเดินหนีไป

 

“นี่! ยัยตัวเล็กจะไปไหน!?” แจ็คสันที่รู้ทันว่าอีกฝ่ายเหน็บตัวเองก็พูดขึ้นมาเสียงดังก่อนจะรีบเดินตามแทยอนไป

 

 

“ที่นี่อ่ะนะที่นายจะพาฉันมา?” เจสสิก้าเอ่ยปากถามพลางทำหน้างุนงงเพราะสถานที่เขาพาเธอมาก็คือทะเลซึ่งอยู่ไม่ไกลไปจากองค์กรของพวกเขาเท่าไหร่ แต่ส่วนที่เธองงเพราะเธอไม่เข้าใจว่ามาร์คอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่

 

“ทำไม? หรือไม่ชอบ?” มาร์คถามเสียงเรียบแต่สีหน้าท่าทางนั้นช่างกวนประสาทเสียเหลือเกิน

 

“นายป่วยป่ะ?” เจสสิก้าถามพลางถือวิสาสะยื่นมือไปอังที่หน้าผากของอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบว่าเขาป่วยหรือเปล่า

 

“เธอน่ะสิป่วย” มาร์คตอบพลางเขยิบตัวออกเล็กน้อย

 

“แล้วทำไมต้องเป็นทะเล?” เจสสิก้าถามด้วยความสงสัย

 

“ก็อยากมา” พูดจบมาร์คก็เดินผ่านหน้าเจสสิก้าไปเพื่อหวังจะให้เท้าได้แตะน้ำทะเลที่เขาไม่ได้มานาน อย่างว่าล่ะเขาจะมีเวลาว่างที่ไหนกันวันๆก็ต้องไปทำงานตามที่บอสสั่งนี่

 

“ความอยากส่วนตัวสินะ ชิ!” เจสสิก้าเปิดปากบ่นพลางเบะปากใส่อีกฝ่ายที่เดินหันหลังใส่ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไป

 

“ฉันขออะไรเธออย่างหนึ่งได้ป่ะ?” มาร์คเอ่ยปากพูดหลังจากที่เจสสิก้ามาหยุดยืนข้างๆเขา

 

“ขออะไร?” เจสสิก้าเอ่ยปากถามแต่สายตากลับโฟกัสไปที่ท้องฟ้า

 

“เลิกทำตัวไม่กลัวตายสักทีได้มั้ย?” มาร์คำพูดสีหน้าเรียบนิ่งแต่น้ำเสียงของเขากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยจากใจจริงจนทำเอาคนฟังอย่างเจสสิก้าเกิดอาการใจสั่นอย่างห้ามไม่อยู่

 

“เป็นห่วงไง?” เจสสิก้าถามออกไปด้วยน้ำเสียงติดกวนประสาท

 

“อืม” คำตอบเพียงคำเดียวสั้นๆของอีกฝ่ายกลับมีอิทธิพลต่อหัวใจเจสสิก้าเหลือเกินในตอนนี้ใจของเธอลั่นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“บ้า!” เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรจึงพูดออกไปแบบนั้นพลางหันหน้าไปทางตรงข้ามกับที่มาร์คอยู่เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงไม่ให้อีกฝ่ายได้สังเกตเห็น

 

“คนเป็นห่วงต้องบ้าเหรอวะ?” มาร์คถามน้ำเสียงจริงจัง

 

“เออ! รู้แล้วว่าห่วงจะพยายามแล้วกัน” เจสสิก้าตอบน้ำเสียงจริงจังเช่นกันก่อนจะอ่อนลงท้ายประโยค

 

“พูดแล้วก็ทำด้วย” มาร์คบอกแกมสั่ง

 

“เออ” ตอบเหมือนขอไปทีแต่หัวใจกลับรู้สึกพองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?

 

หลังจากนั้นประมาณสองชั่วโมงมาร์คกับเจสสิก้าก็พากันกลับไปที่องค์กรดังเดิมเพราะเขาต้องกลับไปเตรียมเพื่อจะออกไปทำงานตามคำสั่งของบอส และแน่นอนที่เขาจะออกคำสั่งให้เจสสิก้ากลับไปอยู่ที่ห้องของเธอ

 

ซึ่งแน่นอนเจสสิก้าปฏิเสธไม่ได้เธอจึงต้องทำตามคำสั่งอย่างไม่เต็มใจ เธอไม่ชอบเลยกับการที่ต้องไปนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องอย่างน้อยๆเธก็ควรจะได้ออกไปทำงานบ้างสิ

 

“เชอะ! ไอตำรวจบ้า!” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเจสสิก้าก็อดหงุดหงิดไม่ได้ก่อนจะสบถออกมาพลางทิ้งตังลงนอนราบไปกับเตียงนอน

 

แต่พอนึกเรื่องที่พวกตำรวจคุยกันว่าวันนี้จะบุกจับคนส่งยาเสพติดเธอก็อดเป็นห่วงเพื่อนของเธอไม่ได้ถึงแม้ว่าเพื่อนของเธอทุกคนจะผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดีแต่คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันได้ใช่มั้ยล่ะ เธอรู้ข้อนี้เป็นอย่างดีนั่นทำให้เจสสิก้าเด้งตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะลุกจากเตียงนอนแล้วเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วเลือกชุดที่รัดกุมสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกออกมาก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

 

“นายแน่ใจนะว่าเจสสิก้าอยู่ที่ห้องพักแล้ว?” แจ็คสันเอ่ยปากถามเพื่อความแน่ใจ

 

“อืม” มาร์คตอบเสียงเรียบพลางพยักหน้าเล็กน้อยแต่ใบหน้าของเขาก็ฉายแววกังวลออกมา เพราะถึงแม้ว่าเจสสิก้าจะทำตามที่เขาสั่งแต่เจสสิก้าเป็นพวกหัวดื้อถึงแม้ว่าจะทำตามคำสั่งในตอนแรกแต่สุดท้ายเธอก็ฝ่าฝืนอยู่ดี

 

“คือนายสองคนกำลังกังวลว่าเจสสิก้าอาจจะไปที่เราส่งยากันใช่มั้ย?” แทยอนพูดขึ้นซึ่งมาร์คกับแจ็คสันก็พยักหน้ารับ

 

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปดูให้” แทยอนบอกเชิงอาสาก่อนจะทำท่าจะเดินไปถ้าไม่ติดว่ามาร์คพูดดักขึ้นมาก่อน

 

“ไปกันหมดเนี่ยแหละ” มาร์คบอกเสียงเรียบก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินกันไปหยุดกันที่หน้าห้องของเจสสิก้าโดยแทยอนเป็นคนเริ่มเคาะประตูแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีใครมาเปิดนั่นทำให้ทั้งสามเริ่มรู้สึกไม่กังวลกันมากขึ้นก่อนที่แทยอนจะตัดสินใจเปิดประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปทันที

 

“ทำไงดีเจสสิก้าไม่ได้อยู่ที่นี่!?” แทยอนพูดขึ้นหลังจากที่เข้ามาสำรวจภายในห้องแต่ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอยู่เลย

 

“ยัยนี่ดื้อไม่เคยเปลี่ยนเลย!” แจ็คสันพูดขึ้นอย่างโมโหเล็กน้อย

 

“ถ้าเรื่องนี้บอสรู้มีหวังยัยสิก้าแย่แน่ๆ” แทยอนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเครียดระคนเป็นห่วงเพื่อนสนิท

 

“อย่าไปเครียดเลยยัยนั่นก็ไม่ใช่คนน่าห่วงขนาดนั้นอีกอย่างตอนนี้เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว” มาร์คพูดขึ้นโดยยังคงระดับน้ำเสียงดังเดิม ต่ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ภายในใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะเจสสิก้าไม่รู้เรื่องว่าพวกเขาจะไปส่งยากันที่ไหนเจสสิก้ารู้เพียงแค่สถานที่เดิมซึ่งมันเสี่ยงต่อการเจอตำรวจ

 

“มายืนทำอะไรกัน?” เสียงของคริสดังขึ้นข้างหลังทำให้ทั้งหมดหันไปมองต้นเสียงตามสัญชาตญาณ

 

“แล้วเจสสิก้าไปไหน?” คริสเอ่ยปากถามหลังจากที่กวาดสายตามองหาร่างบางแต่ก็ไม่พบ

 

“คือ...” แทยอนที่ไม่รู้จะตอบว่าอะไรก็ส่งสัญญาณทางสายตาไปขอความช่วยเหลือจากมาร์คและแจ็คสัน

 

“หึ! ดื้ออีกตามเคยสินะสงสัยต้องลงโทษให้เข็ดแล้วมั้ง” คริสที่พอเข้าใจสถานการณ์ก็หัวเราะหึออกมาก่อนจะพูดต่อเชิงคาดโทษคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่

 

“แล้วเราจะเอายังไง?” แทยอนถามซ้ำอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุป

 

“ก็ไปเตรียมตัวทำงานสิยัยนั่นน่าจะเอาตัวรอดได้” คริสบอกแกมสั่งซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะเดินกันออกไปจากห้องพักของเจสสิก้า


















#เย้ๆ!! ในที่สุดเราก็มาอัพตอนนี้ครบแล้วจ้า!~

รอนานมกันมั้ยล่ะ? 55555555555555

แต่เดี๋ยวนะทำไมมาร์คสิกเขาหวานกัน?

ขอบอกก่อนเลยว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่อ่านนะคะสำหรับคู่น่ะ

มันยังมีอะไรอีกเยอะ! คิคิ อ่านแล้วเม้นบ้างนะคะ จุ้บจุ้บ.











 
Winner Theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

190 ความคิดเห็น

  1. #87 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 17:28
    รอลุ้นค่ะว่าเจสจะดั้ยคู่กับครัย

    #87
    0
  2. #86 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 17:24
    อยากรุ้วจังว่าครัยคือบอสขององกร

    #86
    0
  3. #85 tantawan1232 (@tantawan1232) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 08:45
    ขอฉากน่ารักๆ ให้ยัยตัวเล็กด้วยนะค่ะ
    #85
    0
  4. #84 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 00:46
    มาร์ครักสิกแต่ปากหนักอ่เไม่ค่อยพูด ><
    #84
    0
  5. #83 nany_byun (@nany_byun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 14:21
    มาต่อไวๆนะค่ะ
    #83
    0
  6. #80 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 11:24
    มาอัพบ่อยๆน่ะค่ะรอยุ่วสนุกมากค่ะหายากมากแนวนี้ติดตามน่ะชอบๆที่มีเจสเปนนางเอก

    #80
    0
  7. #79 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 11:21
    ยังเดามั่ยถูกเลยว่าเจสคู่ใคร

    รอคร่า

    #79
    0
  8. #78 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 02:00
    อย่างน้อยที่สถานีก็มีเรื่องหวานๆน่ารักให้ชื่นใจ555
    #78
    0
  9. #77 เมนสิก้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 15:35
    รอคร่ามาอัพบ่อยๆน่ะค่ะ

    #77
    0
  10. #76 เมนสิก้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 15:33
    หนุกมากค่ะหายากมากแนวนี้

    #76
    0
  11. #75 pitchayee (@pitchayeee36) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 02:02
    เย้ มาอัพแล้ว รอต่ออยู่น้า
    #75
    0
  12. #74 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 01:30
    รอค้าาา
    #74
    0
  13. #71 fm-project (@fm-project) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 17:55
    หนุกอ่ะ มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #71
    0
  14. #70 เด็กติ่งที่ชอบมโน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 10:59
    รอน่ะคร่าาาา

    มาเถอะน่ะค่ะpleasssssssssssssssssss

    #70
    0
  15. #69 rainbonpink (@rainbonpink) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 23:01
    รออานค่ะ
    #69
    0
  16. #68 sontaew (@ntaewso) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 18:11
    รอแทๆนะๆ
    #68
    0
  17. #54 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:09
    รอค่ะใครน้ะใช่แบครึเปล่าที่มาสอนงานแทยอน รอค่ะ
    #54
    0
  18. #48 เตย tik (@sugereye) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 00:20
    รอค่าาาา
    #48
    0
  19. #47 P'Pokky_GGE (@lovejessica20) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 22:30
    เถียงกันตลอดเลยนะเจบีกับเจสอ่ะ5555
    #47
    0
  20. #46 pitchayee (@pitchayeee36) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 08:55
    เจบีฉลาด แล้วเจสจะไม่โดนจับได้แล้วจริงหรอ จะรอดมั้ยสิก้า555 อต่อน้า สู้ๆจ้า
    #46
    0
  21. #45 mini_tigereyes (@mini_chii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 04:19
    พี่เจสบีเถียงกันตั้งแต่ต้นเลย แร้วใครที่จะมาฝึกพี่แทกันเอ่ย^^
    #45
    0
  22. #44 ExoticSone (@mkohunminkris) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 17:58
    ใครเป็นใครเนี่ยยย หวังว่าจะมีฟานี่ > < รอค่าาาาาาา
    #44
    0
  23. #41 P'Pokky_GGE (@lovejessica20) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 20:55
    อัพเร็วๆนะค่ะ อยากอ่าน><
    #41
    0
  24. #40 เตย tik (@sugereye) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 21:51
    รอ
    #40
    0
  25. #39 pitchayee (@pitchayeee36) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 21:00
    อร้ายยยยยย รอๆน้า อยากอ่านๆ ชอบเรื่องนี้
    #39
    0