☭ Juggling Police ✖ กลรักร้ายนายตำรวจ [ EXO SNSD GOT7 ]

ตอนที่ 2 : Juggling Police ✖ EP.01 - Artifice เล่ห์กลลวงยัยจิ้งจอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ต.ค. 58



















. . Artifice เล่ห์กลลวงยัยจิ้งจอก . .

















หลังจากที่แทยอนโดนเจสสิก้าลากมาในห้องข้างๆห้องทำงานของบอสซึ่งห้องนี้ก็ไม่ใช่ห้องที่สำคัญอะไรเพราะมันเป็นเพียงห้องเก็บของเท่านั้นแต่มันก็ไม่ได้สกปรกจนน่าเกลียดเกินเนื่องจากคนในองค์กรจะมาทำความสะอาดห้องนี้กันทุกๆหนึ่งเดือน

 

“ฉันเข้าใจนะว่าห้องเก็บของมันอยู่ใกล้กับห้องบอสแต่แกจะไปได้ยินอะไรได้ล่ะห้องบอสน่ะกำแพงหนาจะตาย” แทยอนเปิดปากบ่นหลังจากที่เจสสิก้าลากเธอเข้ามาอยู่ภายในห้องเก็บของแห่งนี้

 

“แกอย่าลืมสิว่าฉันทำหน้าที่ติดเครื่องดักฟัง” เจสสิก้าบอกพลางยกยิ้มอย่างมีเลศนัยเล็กน้อยแต่แทยอนก็พอจะเดาออกว่าเพื่อนทำอะไรเอาไว้

 

“อย่าบอกนะ..ว่าแกแอบเอาเครื่องดักฟังไปติดในห้องบอสน่ะ!” แทยอนเอ่ยถามขึ้นเพื่อนความแน่ใจระคนตกใจ

 

“ก็ใช่น่ะสิ” เจสสิก้าบอกก่อนจะเดินไปที่มุมหนึ่งของห้องพลางหยิบกล่องสี่เหลี่ยมขนาดกลางออกมาก่อนจะเปิดออกก็พบกับหูฟังสองชุดเธอจึงยื่นชุดหนึ่งให้กับแทยอน

 

“แกไปแอบติดตั้งตอนไหนกันทั้งที่ห้องบอสจะเข้าได้ก็ต่อเมื่อบอสสั่งเท่านั้น?” แทยอนเอ่ยถามความงุนงงระคนสงสัย

 

“ก็ฉันอาศัยจังหวะที่เราเข้าไปคุยงานกับบอสแล้วแอบติดไว้น่ะสิ” เจสสิก้าบอกพลางหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบเข้าที่หูของตัวเองทั้งสองข้างก่อนจะจูนหาคลื่นเสียง

 

“ฉันว่าป่านนี้บอสน่าจะเอาออกแล้วล่ะแกก็น่าจะรู้ว่าบอสไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่ามีเครื่องดักฟังติดไว้ที่ห้องตัวเอง” แทยอนบอกก่อนจะทำท่าเหมือนจะคืนชุดหูฟังนั่นนให้กับเจสสิก้า

 

“นี่ไงฉันได้ยินเสียงแล้ว!” เจสสิก้าบอกด้วยความดีใจหลังจากที่เธอได้ยินเสียงบทสนทนาระหว่างบอสและคริสทำให้แทยอนที่ทำท่าจะคืนหูฟังต้องรีบชักมือกลับก่อนจะหยิบหูฟังมาเสียบหูตัวเองทั้งสองข้างทันที

 

“เรื่องที่จะส่งยากันวันพรุ่งนี้เตรียมของเสร็จหรือยัง?” เสียงของผู้เป็นบอสใหญ่เอ่ยถามเสียงเรียบแจ่มันกลับแฝงไปด้วยความน่ากลัวจนคนฟังอย่างเจสสิก้าและแทยอนอดเสียวสันหลังไม่ได้เลย

 

“จัดการเรียบร้อยหมดแล้วครับส่วนเรื่องสถานที่นัดส่งเราจะปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเนื่องจากสายของเราโทรมารายงานว่าพวกตำรวจจะส่งกำลังมาจับกุมครับ” คริสเอ่ยปากตอบก่อนจะพูดต่อ

 

“งั้นก็ดีหวังว่านายคงมีแผนที่ดีพอจะไม่ให้ตำรวจสาวมาถึงองค์กรของเราได้นะ” เสียงของบอสเอ่ยตอบแกมสั่งเป็นนัยๆ

 

“เสียงขาดหายไปแล้วล่ะ!” แทยอนเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

 

“ฉันว่าบอสอาจจะรู้สึกตัวแล้วก็ได้ว่าเราแอบฟังเลยตัดสัญญาณฉันทิ้งไป” เจสสิก้าบอกเสียงเรียบพลางดึงหูฟังออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด

 

“แล้วแบบนี้แกจะโดนอะไรมั้ยเนี่ย?” แทยอนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

“เรื่องนั้นฉันก็คาดเดาอะไรไม่ได้หรอก” เจสสิก้าบอกเสียงเรียบพลางพยายามเชื่อหาสัญญาณแต่สุดท้ายก็ไร้ผล

 

“ฉันว่าเราควรจะออกไปจากที่นี่ก่อนที่บอสจะรู้” แทยอนบอกด้วยความหวังดี

 

“บอสไม่มีทางรู้ว่าเราอยู่ห้องนี้แน่” เจสสิก้าบอกด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

 

“แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหน?” แทยอนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

 

“ก็พนังห้องของบอสหนาซะขนาดนี้แถมเรื่องที่ฉันแอบติดตั้งเครื่องดักฟังอันนั้นก็เป็นแบบส่งสัญญาณได้ไม่จำกัดทิศทางทำให้คาดเดาได้ยากว่าคนที่แอบฟังอยู่ตรงไหน” เจสสิก้าบอกเชิงอธิบายให้แทยอนฟังเสียงเรียบ

 

“ถึงอย่างนั้นฉันว่าเราก็ควรรีบออกไปขืนอยู่ต่อมีหวังบอสรู้แน่ๆ” แทยอนบอกเชิงเตือนด้วยความหวังดีแต่เจสสิก้าก็ดูเหมือนจะแสร้งทำเป็นหูทวนลมจนแทยอนอดรนทนไม่ไหวจึงถือวิสาสะดึงแขนเพื่อนของตนเองเต็มแรงก่อนจะลากเจสสิก้าออกไปจากห้องนี้ด้วยความทุลักทุเล

 

“เธอสองคนเข้าไปทำอะไรกันในนั้นเหรอ?” หลังจากที่แทยอนกับเจสสิก้าเดินออกมาจนพ้นอาณาเขตของห้องเก็บของนั่นเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตรเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นทำให้แทยอนกับเจสสิก้าหยุดชะงักเท้ากะทันก่อนที่แทยอนจะรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องผิดกับเจสสิก้าที่เธอดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด

 

“ไปหาของ” เจสสิก้าหมุนตัวหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของคำถามพลางตอบคำถามอีกฝ่ายหน้าตาย

 

“ไหนล่ะของ?” อีกฝ่ายเอ่ยถามอย่างจับผิดเพราะในมือของเจสสิก้าและแทยอนก็ไม่ได้มีอะไรอยู่เลย

 

“ก็หาไม่เจอจะมีได้ยังไงกัน?” เจสสิก้ายังคงตอบโดยรักษาระดับน้ำเสียงให้เป็นปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งผิดกับแทยอนที่ตอนนี้ดูแทบจะควบคุมสติไม่อยู่

 

“ถ้าหาของจริงก็แล้วไปนึกว่าไปแอบฟังอะไรซะอีก” อีกฝ่ายบอกพลางไหวไหล่อย่างไม่แยแสก่อนจะทำท่าเดินออกไป

 

“แล้วนายกำลังจะออกไปไหน?” เจสสิก้เอ่ยถามด้วยความอยากรู้

 

“ข้างนอก” อีกฝ่ายตอบสั้นๆก่อนจะเดินออกไปโดยไม่รอให้เจสสิก้าได้เอ่ยถามอะไรอีก

 

“แกจะไปไหน?” แทยอนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเจสสิก้าทำท่าเหมือนจะเดินไปที่ไหนสักแห่ง

 

“จะไปดูน่ะสิว่าอิตานั่นจะไปที่ไหนแกรีบกลับห้องไปเถอะก่อนที่คริสหรือบอสจะเดินออกมา” เจสสิก้าหันไปตอบแทยอนก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อจะตามอีกฝ่ายให้ทันส่วนแทยอนก็ทำเพียงแค่มองตามไปอย่างนึกเป็นห่วงก่อนแต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะเดินกลับห้องพักของตัวเองไปเพราะยังไงซะเจสสิก้าก็ไม่ใช่คนที่ควรจะเป็นห่วงอะไรมากอยู่แล้วล่ะ

 

ทางด้านเจสสิก้าที่พยายามสาวเท้าเดินตามคนที่เดินนำไปก่อนหน้านั้นให้ทันแต่ด้วยช่วงขาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างเธอและเขาคนนั้น ต้วน อี๋เอิ้น หรือ มาร์ค

 

“นี่เดินหรือเหาะกันแน่หายไปเร็วจริง?” เจสสิก้าเปิดปากบ่นหลังจากที่เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าขององค์กรก็ไม่ยักจะเจอเขาคนนั้นเลยสักนิด

 

“ตามฉันมาทำไม?” เสียงของคนที่เธอบ่นถึงเอ่ยถามด้านหลังทำให้เจสสิก้ารีบหันไปมองตามสัญชาตญาณ

 

“แค่อยากจะถามว่านายใช่คนที่ส่งสัญญาณมารบกวนฉันหรือเปล่า?” เจสสิก้าเอ่ยถามเสียงเรียบอย่างที่ชอบทำแต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้นึกกลัวเลยสักนิด

 

“ว๊า! แย่จังโดนจับได้เร็วชะมัดเธอนี่ฉลาดเป็นกรดเลยเนอะ” มาร์คบอกพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

 

“ทำไปทำไม?” เจสสิก้าเอ่ยถามต่อพลางทำสีหน้าจริงจัง

 

“ก็แค่เป็นห่วงกลัวว่าคนเก่งอย่างเธอจะตายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น” มาร์คตอบก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เจสสิก้าทีละน้อยแต่เจสสิก้าก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะถอยหลังหนีเลยสักนิด

 

“ขอบคุณแต่ไม่จำเป็นคนอย่างฉันตายยาก” เจสสิก้าบอกพลางส่งสายตาเชิงตำหนิอีกฝ่ายที่ชอบทำตัวสู่รู้อยู่เรื่อย

 

“คนเป็นห่วงแท้ๆแต่กลับมาต่อว่ากันเนี่ยนะ? เชื่อเลยเหอะ” มาร์คบอกเชิงตัดพ้อใส่เจสสิก้าซึ่งก็เป็นจังหวะที่เขาเดินมาใกล้เจสสิก้ามาจนสามารถดึงเธอแล้วกอดได้ทำให้คนที่ยังไม่ทันตั้งตัวอดสะดุ้งไม่ได้

 

“ปล่อย” เปิดปากสั่งเสียงเย็นพลางพยายามแกะมือของอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังกอดรัดเอวคอดของเธออยู่

 

“อะไร? กอดแค่นี้ทำหวงตัว” มาร์คก้มหน้าลงมองเจสสิก้าก่อนจะพูดพลางเลิกคิ้วใส่อย่างกวนประสาท

 

“นายไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อยปล่อยเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” เจสสิก้าบอกเชิงขู่แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านเลยสักนิด

 

“กอดแค่นี้ทำโหดแต่ไม่เป็นไรฉันชอบ J” มาร์คบอกพลางยกยิ้มใส่เจสสิก้าอย่างไม่รู้สึกรู้สา

 

“พอเลยเลิกลวนลามฉันสักทีเหอะฉันจะไปนอน” เจสสิก้าที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยเธอง่ายๆอีกอย่างเธอก็ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงอีกฝ่ายเธอจึงยอมยกธงขาวให้เนี่ยแหละ

 

“อะไรกัน? ฉันยังกอดเธอไม่เต็มที่เลยนะ”

 

“ขาดความอบอุ่นหรือไง? ปล่อยเดี๋ยวนี้!” เจสสิก้าเอ่ยถามก่อนจะออกปากสั่งเสียงเข้มพลางแกะมืออีกฝ่ายอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ก็สำเร็จก่อนจะทำท่าเดินกลับเข้าไปภายในองค์กรแต่เธอก็ต้องชะงักเท้ากับคำพูดของอีกฝ่าย

 

“เป็นไปได้พรุ่งนี้เธอควรจะอยู่ที่นี่”

 

“ทำไมฉันจะต้องเชื่อนายด้วยล่ะ?” เจสสิก้าเอียวตัวหันมาเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

“ก็บอกแล้วไงว่าเป็นห่วงฉันได้ข่าวว่าพรุ่งนี้ตำรวจก็จะมากันยกทีมฉันกลัวเธอจะเป็นอันตรายว่ะ” มาร์คบอกเสียงเรียบแต่มันกลับแฝงไปด้วยความเป็นห่วงจนเจสสิก้าสามารถรับรู้ได้

 

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกบอกแล้วไงคนอย่างฉัน..ตายยาก!” เจสสิก้าบอกอีกฝ่ายโดยเน้นย้ำคำสุดท้ายพลางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าองค์กรไปส่วนมาร์คก็มองตามเจสสิก้าจนเธอหายไปจากโฟกัสการมองของเขา

 

 

ที่สำนักงานตำรวจในช่วงห้าทุ่มกว่าๆแต่ภายในของสำนักงานนั้นยังเต็มไปด้วยตำรวจหลายนายที่ยังคงนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานกันอย่างเคร่งเครียดแถมบนโต๊ะทำงานของแต่ละคนยังเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารและที่ขาดไม่ได้คือแก้วกาแฟ

 

“เอากาแฟหน่อยมั้ยคะผู้กอง?” ทิฟฟานี่เดินเข้าไปถามเจบีที่ยังคงนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะที่อยู่ส่วนกลางของสำนักงานอย่างเคร่งเครียด

 

“สักแก้วก็ดี” ถึงแม้ว่าปากจะตอบแต่สายตาของเขาก็ใช่ว่าจะละไปจากตัวอักษรบนกระดาษเอสี่ที่ใส่ในแฟ้มเอกสารทำให้คนที่เอ่ยถามด้วยความหวังดีหุบยิ้มลงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่โซนห้องครัวของสำนักงานเพื่อชงกาแฟให้กับเจบี

 

แต่ในขณะที่เจบีกำลังตั้งใจอ่านเนื้อหาเอกสารของแฟ้มคดีฆาตกรรมจู่ๆเขาก็เกิดได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่มันอยู่ใกล้ๆตัวเขาทำให้เจบียอมละสายตาจากแฟ้มเอกสารก่อนจะเริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบอะไรก่อนที่เขาจะเขยิบเก้าอี้ให้ห่างจากโต๊ะเล็กน้อยแล้วก้มศีรษะลงมองใต้โต๊ะพลางกวาดสายตาอย่างเชื่องช้าก่อนจะพบกับอะไรบางอย่างที่มีขนาดเล็กน้อยเขาจึงยื่นมือไปหยิบมันออกมาก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นพลางเลื่อนเก้าอี้ให้เข้ามาใกล้กับโต๊ะตามเดิม

 

“เครื่องดักฟังของใคร?” เจบีเปิดปากพูดพลางทำหน้าครุ่นคิดส่วนสายตาของยัคงจดจ้องไปยังเครื่องดักฟังขนาดเล็กในมืออย่างพิจารณา

 

“กาแฟได้แล้วค่ะ” เสียงของทิฟฟานี่ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเธอที่มาพร้อมกับแก้วกาแฟก่อนจะวางมันลงตรงหน้าของเขาแต่มันก็ไม่สามารถจะเรียกความสนใจไปจากเขาได้แล้ว

 

“ผู้กองดูอะไรอยู่เหรอคะ?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยพลางมองไปที่ของในมือของเจบี

 

“เธอพอรู้มั้ยว่ามีใครเข้ามาในสำนักงานนอกจากพวกเราหรือเปล่า?” เจบีหันไปเอ่ยถามทิฟฟานี่ด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“ก็ไม่มีนี่คะจะมีก็แต่คนที่มาแจ้งความแต่เขาก็ไม่ได้เข้ามาในส่วนนี้นะคะ” ทิฟฟานี่ตอบ

 

“เธอแน่ใจนะ?” เจบีเอ่ยถามอีกครั้งซึ่งทิฟฟานีก็พยักหน้าตอบรับ

 

“ฉันวานให้เธอช่วยไปขอไฟล์วีดีโอวงจรปิดของเมื่อวานให้หน่อยได้มั้ย?” เจบีบอกแกมสั่งทิฟฟานี่เสียงเรียบ

 

“จะเอามาดูอะไรเหรอคะ?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

“ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากจะดูอะไรบางอย่างให้หายสงสัยเฉยๆ” เจบีบอกอีกฝ่ายแบบปัดๆก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารมาดูต่อโดยที่ในมือข้างขวาก็ยังมีเครื่องดักฟังขนาดเล็กอยู่ ส่วนทิฟฟานี่ที่ทำท่าจะถามต่อแต่เห็นท่าทางของคนตรงหน้าแล้วเธอจึงจำใจเก็บความสงสัยไว้ก่อนจะเดินไปที่ห้องบันทึกวีดีโอประจำสำนักงาน

 

ไม่นานทิฟฟานี่ก็เดินกลับมาที่โต๊ะส่วนกลางของสำนักงานที่ตอนนี้เจบีก็ยังไม่ลุกไปไหนแถมยังมีสีหน้าเคร่งเครียดอีกด้วย

 

“นี่ค่ะไฟล์จากกล้องวงจรปิดของเมื่อวานที่ผู้กองสั่ง” ทิฟฟานี่บอกหลังจากที่เธอเดินเข้าไปใกล้กับเจบีก่อนจะยื่นแฟลชไดรฟ์ไปให้กับเจบีที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอ

 

“ขอบคุณนะ J” เจบีเอ่ยชอบคุณพลางยกยิ้มให้กับอีกฝ่ายทำเอาทิฟฟานี่แทบจะไปต่อไม่เป็นก็แหม...ตั้งแต่ที่เธอทำงานร่วมกับเจบีมาแทบไม่เคยเห็นผู้กองคนนี้ยิ้มเสียทีไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายแต่ครั้งนี้กลับยิ้มให้ทำเอาเธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะกันเลยทีเดียว

 

“ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยอีกก็เรียกได้นะคะ” ทิฟฟานี่บอกเจบีด้วยน้ำเสียงอึกอักเล็กน้อยพลางยกยิ้มก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองหลังจากที่เจบีพยักหน้าให้กับเธอ

 

หลังจากที่ได้แฟลชไดรฟ์มาจากทิฟฟานี่เรียบร้อยแล้วเจบีก็ไม่รอช้าที่จะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองที่อยู่เยี้ยงกับโต๊ะที่เขานั่งอยู่ก่อนโดยไม่ลืมหยิบอฟ้มเอกสารที่เขาดูอยู่ก่อนหน้านั้นเอาเข้าไปด้วย

 

พอเข้ามาภายในห้องทำงานของตัวเองแล้วเจบีก็รีบตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพลางเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เมื่อแล็ปท็อปของเขาเปิดติดแล้วจนตอนนี้หน้าจอก็ขึ้นหน้า Desktop เจบีก็ไม่รอช้าที่จะเสียบแฟลชไดรฟ์แล้วเปิดหาไฟล์กล้องวงจรปิดของเมื่อวานทันที

 

แต่ไม่ว่าเจบีจะดูมันกี่รอบเขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเลยสักนิดจนเจบีเริ่มรู้สึกเบื่อจึงเอนตัวพิงพนักก่อนจะทอดสายตามองเลยหน้าจอแล็ปท็อปของตัวเองไปเล็กน้อย แต่มันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สายตาเจบีเหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างทำให้เขารีบดึงสายตาของตัวเองมาจดจ้องที่หน้าจอแล็ปท็อปทันทีพลางใช้เมาส์เลื่อนไปกดที่คลิปวีดีโอในช่วงที่เขาพบสิ่งผิดปกติก่อนจะตั้งใจดูอย่างไม่ละสายตา

 

“หึ...เจ้าของเครื่องดักฟังคือเธอสินะ?” เจบียกยิ้มมุมปากพลางหัวเราะหึหึก่อนจะพูดต่อเมื่อเขารู้แล้วว่าเครื่องดักฟังที่เขาพบนั้นมันเป็นของใครก่อนที่เจบีจะพับหน้าจอแล็ปท็อปพลางเอนตัวพิงพนักอีกครั้งพร้อมกับครุ่นคิดว่าเขาจะจัดการกับคนที่เอาเครื่องดักฟังมาติดไว้ที่นี่อย่างไรดี

 

 

#ทางด้านเจสสิก้า

หลังจากที่เธอกลับมาเข้ามาห้องพักแล้วเธอก็ไม่รอช้าที่จะไปอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายก่อนจะแต่งตัวแล้วเดินมาทิ้งตัวลงนอนราบไปกับเตียงนุ่มแต่ก็ต้องเด้งตัวขึ้นนั่งเหมือนมีอะไรกวนใจ เพราะสายตาดันไปสะดุดกับชุดเครื่องดักฟังที่เธอแอบเอาไปติดตั้งที่สำนักงานตำรวจเมื่อคืนก่อน

 

“พวกตำรวจนั่นจะหาเครื่องดักฟังเจอกันหรือยังนะ?” เจสสิก้าพูดขึ้นพลางขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดถึงแม้ว่าเธอจะมีความมั่นใจว่าคงไม่มีใครหน้าไหนมาหาเครื่องดักฟังของเธอได้แน่แต่หัวใจของเธอกลับอยู่ไม่สุขเหมือนเป็นลางบอกอะไรบางอย่าง

 

เจสสิก้าไม่รู้ให้มีเรื่องมากวนใจเธออีกเธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่กะทัดรัดสีดำพร้อมกับหน้ากากที่เธอชอบใช้เอาไว้ปกปิดใบหน้าเวลาออกไปทำภารกิจข้างนอก เมื่อจัดการแต่งตัวอะไรเรียบร้อยแล้วเจสสิก้าก็เดินตรงไปยังหน้ากระจกก่อนจะหมุนซ้าย-ขวาเพื่อเช็คความเรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้องพักไปอย่างระมัดระวังเพราะเวลานี้เป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่ในองค์กรจะหลับกันหมดแล้วจะมีก็แค่บางคนที่ต้องทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงเท่านั้น

 

“เจสสิก้านั่นแกเหรอ?” แต่ในระหว่างที่เจสสิก้ากำลังจะเดินไปที่ประตูด้านหน้าขององค์กรเสียงของแทยอนก็ดังขึ้นทำให้เธอหยุดชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน

 

“ทำไมแกยังไม่นอนอีก?” เจสสิก้าหันไปหาต้นเสียงก่อนจะเอ่ยถาม

 

“ก็นอนไม่หลับอ่ะแล้วนี่แกแต่งตัวแบบนี้ทำไม? บอสสั่งให้ไปทำงานเหรอ?” แทยอนตอบก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยทั้งที่ตอนนี้ควรจะเป็นเวลานอนแต่ทำไมเจสสิก้ากลับมาแต่งตัวเหมือนจะออกไปที่ไหนสักแห่ง

 

“เปล่าหรอก...ฉันจะออกไปของฉันเอง” เจสสิก้าตอบเสียงเรียบ

 

“แกจะไปไหน!?” แทยอนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ระคนเป็นห่วง

 

“ก็จะไปเอาเครื่องดักฟังออกน่ะสิขืนปล่อยไว้มีหวังพวกตำรวจนั่นได้รู้แน่” เจสสิก้าตอบเสียงเครียด

 

“แกจะไปกังวลทำไมล่ะ? ปกติเวลาแกไปติดตั้งก็ไม่เคยมีใครจับได้นี่” แทยอนบอก

 

“ไม่รู้สิฉันแค่ รู้สึกไม่สบายใจแปลกๆว่ะ” เจสสิก้าตอบ

 

“แล้วแกจะไปกับใคร?” แทยอนเอ่ยถามต่อด้วยความเป็นห่วง

 

“คนเดียวนี่แหละถ้าไปหลายคนเดี๋ยวงานจะพัง”

 

“แต่ถ้าพวกตำรวจนั่นจับแกได้ขึ้นมาล่ะ? ช่วงนี้ฉันว่าพวกตำรวจคงต้องอยู่กันที่สำนักงานดึกแน่ๆ” แทยอนบอกอย่างนึกเป็นห่วงถึงจะรู้ว่าเจสสิก้าเป็นคนที่เอาตัวรอดได้เก่งแค่ไหนแต่ยังไงซะมันก็คงจะไม่ปลอดภัยอยู่ดี

 

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่าฉันหาทางเอาตัวรอดได้อยู่แล้วอย่าห่วงเลย” เจสสิก้าบอกก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยพลางยื่นมือไปจับมือแทยอนเอาไว้

 

“ให้ใครสักคนไปเป็นเพื่อนเถอะฉันไม่ไว้ใจว่ะ” แทยอนบอกอย่างนึกเป็นห่วง

 

“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ยล่ะ?”

 

 

ในระหว่างบทสนทนาของทั้งเจสสิก้าและแทยอนก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หันไปมองที่ต้นโดยทันทีก่อนจะพบกับผู้ชายร่างสูงผมสีบลอนด์ทองที่กำลังทอดสายตามองมายังเธอทั้งสองคนพลางเอนตัวพิงกับกำแพง

 

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หวังแจ็คสัน ?” แทยอนเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะถ้าเธอจำไม่ผิดแจ็คสันได้รับคำสั่งจากบอสให้ไปทำงานบางอย่างที่เยอรมันแล้วอีกอย่างวันนี้ทั้งวันก็ไม่มีวี่แววว่าจะเห็นเขาเลยสักนิดทำให้แทยอนอดสงสัยไม่ได้

 

“เมื่อยี่สิบนาทีก่อนนี้เองว่าแต่เธอจะออกไปไหนกัน?” แจ็คสันเปิดปากตอบให้แทยอนได้คลายความสงสัยลงพลางก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทั้งสองคนก่อนจะเปิดปากถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“ยัยสิก้าจะออกไปที่สำนักงานตำรวจน่ะ” แทยอนเป็นคำตอคำถามของแจ็คสันเอง

 

“จะไปทำไม?” แจ็คสันเอ่ยถามเชิงคาดคั้นเอาคำตอบจากเจสสิก้า

 

“จะไปเอาเครื่องดักฟังออก” เจสสิก้าตอบเสียงเรียบแต่มันก็แฝงไปด้วยความกังวลเล็กน้อยแต่ถึงอย่างไรแจ็คสันก็สามารถรับรู้ได้

 

“อะไรกัน? ฝีมือเธอตกแล้วหรือไง?” แจ็คสันเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วสูงเหมือนไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่รับรู้

 

“ก็แค่รู้สึกไม่สบายใจแปลกๆ” เจสสิก้าตอบเสียงเรียบพลางขมวดคิ้วลงเล็กน้อย

 

“เอาเถอะถ้าเธอจะไปเดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน” แจ็คสันบอกด้วยความหวังดี

 

“ไม่จำเป็น ฉันไปของฉันเองได้น่าอีกอย่างถ้านายไปเผลอๆไปทำตัวเซ่อซ่าให้ตำรวจจับขึ้นมาจะทำไง?” เจสสิก้าตอบเสียงแข็งพลางแอบเหน็บคนตรงหน้าเล็กน้อยถึงแม้ว่าแจ็คสันจะดูเป็นผู้ชายนิ่งๆเวลาไม่ยิ้มแต่จริงๆแล้วเขานี่โคตรจะซุ่มซ่ามเป็นที่หนึ่งจนถึงทุกวันนี้เธอยังแปลกใจอยู่เลยว่าแจ็คสันมีชีวิตอยู่รอดและสามารถเป็นคนโปรดของบอสอีกคนได้อย่างไรกัน?

 

“นั่นมันอดีตเว้ย!” แจ็คสันเถียงกลับทันควัน

 

“พอน่าไม่ต้องเถียงกันไปกันทั้งคู่เนี่ยแหละฉันจะได้สบายใจด้วยว่าแกจะปลอดภัย” แทยอนที่เห็นว่าสงครามน้ำลายกำลังจะเกิดขึ้นเธอจึงรีบพูดแทรกเพื่อเป็นการห้ามปรามก่อนจะจัดแจงออกคำสั่งทันที

 

“แต่ว่า...อ๊ะ!” เจสสิก้าที่กำลังจะอ้าปากเถียงแต่ก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปเนื่องจากแจ็คสันถือวิสาสะจับมือของเธอก่อนจะออกแรงลากเปรียบเสมือนเธอเป็นรถเข็นชั้นดีทำเอาเจสสิก้าแทบจะทรงตัวไม่อยู่เกือบล้มหน้าคว่ำไปแล้ว

 

“ทีหลังก็ให้สัญญาณกันบ้างสิ!” เจสสิก้าเปิดปากบ่นเชิงต่อว่าอีกฝ่ายในขณะที่เธอเองก็ยังคงโดนลากอยู่อย่างนั้นส่วนแจ็คสันน่ะเหรอ? เหอะ! ทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นก็อย่างนี้แหละตัวตนของหวังแจ็คสัน!

 

“ก็เธอเรื่องมากเองนี่หว่าอ่ะเอาไป!” แจ็ควันเปิดปากบ่นและก็เป็นเวลาเดียวกับที่เขาลากเจสสิก้ามาถึงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ลูกรักของเขาก่อนจะขึ้นคร่อมมันพลางโยนหมวกกันน็อคให้กับเจสสิก้าที่กำลังยืนหน้าหงิกหน้างออยู่

 

“ไม่ใส่...อึดอัด!” เจสสิก้าตอบเสียงแข็งพลางโยนหมวกกันน็อคคืนให้กับเจ้าของก่อนจะพาร่างของตัวเองขึ้นไปซ้อนท้ายอีกฝ่ายทันทีส่วนแจ็คสันก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจกับความดื้อรั้นของอีกฝ่ายพลางเก็บหมวกกันน็อคให้เข้าที่ก่อนที่เขาจะเริ่มสตาร์ทเครื่องแล้วขี่กันออกไปด้วยความเร็วสูงอย่างที่เขาชอบทำส่วนเจสสิก้าก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด

 

 

ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีแจ็คสันก็พาร่างของเขากับเจสสิก้ามาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของสำนักงานตำรวจก่อนที่เจสสิก้าจะกระโดดลงจากรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของแจ็คสัน

 

“นายรออยู่ตรงนี้แหละขืนเข้าไปด้วยมีหวังแผนพังแน่” เจสสิก้าหันไปบอกแกมสั่งแจ็คสันเสียงแข็ง

 

“รู้แล้วน่าสั่งเป็นแม่เลยนะแม่คุณ” แจ็คสันเอ่ยปากตอบพลางทำหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย

 

“ปากเหรอน่ะ!?” เจสสิก้าถามพลางถลึงตาใส่อย่างดุๆที่กล้ามาเรียกเธอว่าแม่!

 

“เอานี่ไป” แต่ก่อนที่เจสสิก้าจะได้เข้าไปภายในสำนักงานตำรวจเสียงของแจ็ควันก็ดังขึ้นทำให้เธอต้องหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะพบกับของบางอย่างในมือของเขา

 

“อะไร?” เจสสิก้าเอ่ยปากถามแต่ก็รับมันมาแต่โดยดี

 

“เข็มยาสลบไงถามโง่ๆ” แจ็คสันตอบเสียงเรียบ

 

“ถ้าฉันโง่นายก็โคตรโง่แหละ” เจสสิก้าเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ก่อนจะเก็บของที่แจ็คสันให้ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางหน้าต่างก่อนจะเปิดมันแล้วปีนเข้าไปอย่างรวดเร็วส่วนแจ็คสันก็ทำหน้าที่เป็นคนคอยดูต้นทางให้กับอีกฝ่าย

 

เมื่อเจสสิก้าเข้ามาอยู่ภายในสำนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอก็รีบไปหาที่ซ่อนตัวทันทีเนื่องจากไฟภายในสำนักงานยังเปิดอยู่เป็นการบ่งบอกว่าในตอนนี้ยังคงมีตำรวจทำงานกันอยู่ที่นี่พลางทอดสายตามองไปยังพวกตำรวจที่กำลังนั่งทำงานกันอย่างจดจ่อ

 

“กลับกันเถอะ” เซฮุนพูดขึ้นหลังจากที่เขาหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆเกือบจะตีหนึ่งเข้าไปทุกที

 

“นายกลับไปก่อนเถอะฉันยังทำงานไม่เสร็จเลย” ทิฟฟานี่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารพลางเอ่ยปากบอก

 

“จะทำงานเอาโล่หรือไงแม่คุณนี่มันก็จะตีหนึ่งแล้วพรุ่งนี้เธอเข้าเวรตอนสิบโมงไม่ใช่หรือไง?” เซฮุนเปิดปากบ่นเชิงต่อว่าอีกฝ่ายที่ชอบทำตัวบ้างานไม่รู้เวล่ำเวลาซึ่งคำพูดของเขาก็ทำให้ทิฟฟานี่หันไปมองนาฬิกาก็พบว่ามันเป็นจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด

 

“นี่ฉันนั่งทำงานดึกขนาดนี้เลยเหรอ?” ทิฟฟานี่เปิดปากบ่นอย่างไม่ค่อยเชื่อตัวเองเพราะเวลาป่านนี้เธอคงกำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนุ่มๆไปแล้วล่ะ

 

“ทีนี้จะกลับได้หรือยัง?” เซฮุนเปิดปากถามอีกครั้ง

 

“แล้วผู้กองล่ะ?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามก่อนจะหันไปมองผ่านกระจกใสเข้าไปภายในห้องส่วนกลางของสำนักงานตำรวจอย่างนึกเป็นห่วง

 

“ผู้กองคงนอนที่นี่นั่นแหละตกลงจะกลับยัง?” เซฮุนตอบก่อนจะถามต่อ

 

“อะ..อื้ม!” ทิฟฟานี่หันมาตอบพลางส่งยิ้มบางๆให้กับเซฮุนพลางแอบหันไปมองผู้กองหนุ่มที่ตอนนี้ยังคงนั่งวุ่นอยู่กับกองเอกสารที่วางอยู่เต็มโต๊ะก่อนจะหันไปเก็บของตัวเองให้เรียบร้อย

 

“ว่าแต่ไคกลับไปแล้วเหรอ?” ทิฟฟานี่หันไปถามเซฮุนด้วยความสงสัยเพราะเมื่อเธอกวาดสายตามองไปรอบๆก็ไร้วี่แววของเพื่อนร่วมงานอย่างไค

 

“อื้ม! มันกลับไปตั้งแต่ห้าทุ่มกว่าแล้วเธอนี่ทำงานจนไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลยหรือไง?” เซฮุนตอบก่อนจะบ่นต่อ

 

“พอกันทีเลิกบ่นฉันเหมือนนายเป็นพ่อฉันเถอะรู้อะไรมั้ย? นายบ่นฉันจนตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนพ่อตามติดฉันอยู่ทุกวันแล้วอ่ะ” ทิฟฟานี่บอกเชิงห้ามปรามอีกฝ่ายที่เอาแต่บ่นเธออยู่เรื่อยไป

 

“ก็ดูเธอทำตัวเข้าสิไม่ให้บ่นได้ไง?” เซฮุนเปิดปากเถียงกลับอย่างไม่ยอมลดราวาศอก

 

“บ่นให้มันน้อยลงหน่อยเถอะคนทั้งกรมจะคิดว่าฉันกับนายเป็นแฟนกัน” ทิฟฟานี่บอกพลางเก็บของส่วนตัวของตัวเองใส่กระเป๋า

 

“ก็ฉันจีบเธออยู่นะเนี่ย” เซฮุนบอกด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงทำเอาทิฟฟานี่เกิดชะงักมือกะทันหันก่อนจะหันไปมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา

 

“ฉันเพื่อนเล่นนายหรือไง!?” ทิฟฟานี่เปิดปากต่อว่าพลางยกมือขึ้นไปตีเข้าที่ไหล่กว้างของอีกฝ่ายเบาๆ

 

“เธอเขินไง?” เซฮุนถามพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทิฟฟานี่โดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอเกิดอาการตกใจเล็กน้อยก่อนจะผละหน้าออกมาให้ห่างอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

“เล่นบ้าอะไรเนี่ย! เก็บของไปเลยฉันจะกลับบ้าน!” ทิฟฟานี่ต่อว่าอีกฝ่ายอย่างกลบอาการเขินอายก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีพลางก้มหน้าก้มตาเก็บของจนคนมองอย่างเซฮุนอดยกยิ้มไม่ได้ ยัยนี่เขินง่ายชะมัดเลย!

 

“รีบๆกลับกันไปสักทีเถอะน่า!” เจสสิก้าที่ซ่อนตัวอยู่อีกมุมหนึ่งเปิดปากพูดแกมบ่นกับตัวเองเบาๆอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าทั้งเซฮุนและทิฟฟานี่ไม่ยอมกลับไปเสียที

 

ไม่นานทั้งเซฮุนและทิฟฟานี่ก็พาร่างของตัวเองออกไปจากสำนักงานตำรวจซึ่งก่อนออกไปทั้งคู่ก็ไม่ลืมที่จะปิดไฟอย่างเช่นทุกครั้ง พอเห็นว่าคนทยอยกันกลับไปจนหมดแล้วเจสสิก้าจึงรีบออกมาจากที่ซ่อนแล้วรีบตรงดิ่งไปยังห้องส่วนกลางของที่นี่ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอเอาเครื่องดักฟังมาติด แต่เมื่อเธอมาถึงมันกลับทำให้เจสสิก้าต้องขมวดคิ้วหลังจากที่เธอเดินมายังจุดที่เธอแอบติดตั้งเครื่องดักฟังแต่ปรากฏว่าในตอนนี้มันไม่ได้อยู่แล้วทำให้เธออดขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้

 

“หายไปไหนแล้วล่ะอย่าบอกนะว่า...” เปิดปากบ่นอย่างหัวเสียก่อนที่ความคิดหนึ่งซึ่งเธอไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็ลอยขึ้นมาซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ไฟในห้องแห่งนี้เกิดสว่างขึ้นมาทำให้เจสสิก้าต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความตกใจก่อนจะหันไปด้านหลังเมื่อเสียงของใครบางคนดังขึ้น

 

“หาไอนี่อยู่เหรอ...ยัยจิ้งจอก J” เมื่อหันไปเธอก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในชุดสุภาพแต่ไม่ใช่เครื่องแบบตำรวจพร้อมกับห้อยป้ายแขวนทำให้เธอเดาได้ไม่ยากว่าผู้ชายคนนี้คงเป็นผู้หมวดหรืออาจจะเป็นผู้กองประจำสำนักงานตำรวจแห่งนี้ แต่สิ่งที่เธอสนใจมากที่สุดกลับไม่ใช่ป้ายแขวนนั่นแต่กลับไปเครื่องดักฟังที่เธอเป็นคนเอามาติดตั้งกับมือโดยในตอนนี้มันไปอยู่ในมือของผู้ชายคนนั้นแถมเขายังยกยิ้มอย่างผู้มีชัยใส่เธออีกทำเอาเจสสิก้าแทบอยากจะกระโจนเข้าหาแล้วฆ่าทิ้งเสียให้สิ้นซาก

 

“ไม่น่าเชื่อเนอะว่าคุณจะกล้าขนาดบุกมาถึงส.น.ได้น่ะ?” เจบีพูดขึ้นพลางค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เจสสิก้าทีละนิดส่วนเจสสิก้าก็ทำเพียงแค่มองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างไม่วางตาและไม่มีท่าจะถอยหลังหลบเลยสักนิด

 

“แล้วทำไมฉันจะต้องไม่กล้ามาด้วยล่ะ?” เจสสิก้าเปิดปากพูดเสียงเรียบพลางใช้มือข้างหนึ่งล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงข้างที่มีเข็มยาสลบที่แจ็คสันได้ให้ไว้กับเธอก่อนจะเข้ามาซึ่งอีกฝ่ายก็ค่อยๆเดินเข้ามาหาเธอทีละนิดจนตอนนี้เริ่มใกล้ตัวเธอเข้ามาทุกที

 

“คุณเป็นสายของใคร?” เจบีเอ่ยปากถามเสียงเรียบเช่นกันพลางมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตาและก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจบีเดินมาหยุดประจันหน้ากับเจสสิก้าอย่างจัง

 

“ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องตอบ!” เจสสิก้าพูดขึ้นเสียงดังก่อนจะชักมือข้างที่กำเข็มยาสลบไว้ออกมาก่อนจะพยายามใช้มันทิ่มไปที่คอของอีกฝ่ายแต่เจบีกลับเร็วกว่าทำให้เขาสามารถจับมือของเจสสิก้าไว้ได้ทันก่อนจะปัดเข็มยาสลบนั่นให้อยู่ห่างจากตัวเขาให้มากที่สุด

 

“เป็นผู้หญิงอย่างเธอนี่มันอันตรายเนอะ” เจบีเปิดปากพูดประชดอีกฝ่ายอย่างกระตุกยิ้มมุมปากที่เห็นการฟึดฟัดของอีกฝ่าย

 

“ถ้ารู้ก็ปล่อยซะ!” เจสสิก้าบอกก่อนจะพยายามใช้ขาในการเตะเข้าที่ช่วงกลางตัวของอีกฝ่ายแต่ก็นั่นแหละเจบีเหมือนจะรู้ทันความคิดของเธอไปเสียหมดทำให้เขาสามารถหลบทันแถมยังสามารถรวบตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดได้อีกและถึงแม้ว่าเธอจะพยายามดิ้นขัดขืนอย่างไรแรงผู้หญิงก็คงสู้แรงผู้ชายไม่ได้อยู่ดี

 

“เล่ห์เหลี่ยมเยอะจริงเลยนะ” เจบีบอกเสียงเรียบในขณะที่พยายามล็อคตัวของอีกฝ่ายเอาไว้แต่จู่ๆก็เหมือนมีของแข็งอะไรบางอย่างมากระทบเข้าที่คอของเขาอย่างจังทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายของเขาเกิดดับวูบกะทันหันก่อนที่เขาจะล้มลงไปนอนกองกับพื้นทำให้เจสสิก้าอดขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้ก่อนจะหมุนตัวหันไปมองทำให้ความสงสัยของเธอหายไป

 

“ท่าทางเธอจะฝีมือตกจริงๆแหละเนอะ” แจ็คสันบอกก่อนจะโยนท่อนไม้ที่เขาถือมาลงข้างๆกับร่างไร้สติของเจบี

 

“ปากเสีย” เจสสิก้าบอกแกมดุพลางถลึงตาใส่ก่อนจะเดินไปหยิบเข็มยาสลบที่อยู่ไม่ห่างจากเธอเสียเท่าไหร่นัก

 

“ทำไมจู่ๆเธอถึงเสียท่าให้ไอนี่ล่ะ?” แจ็คสันเอ่ยถามด้วยความอยากรู้เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาเจสสิก้าไม่เคยพลาดท่าให้กับใครทั้งนั้นแต่นี่อะไร?

 

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงไอบ้านี่เหมือนจะเดาใจฉันออกไปหมดเลยพลาดท่าอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ” เจสสิก้าตอบเสียงเรียบพลางเก็บเข็มยาสลบใส่กระเป๋ากางเกงดังเดิมก่อนจะเดินไปเก็บเครื่องดักฟังที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งมาเก็บใส่กระเป๋ากางเกงเช่นกัน

 

“ท่าทางตำรวจคนนี้คงฝีมือไม่เบาแหละเนอะ” แจ็คสันบอกพลางมองร่างไร้สติของเจบี

 

“ฝีมือออกจะน่ากลัวด้วยซ้ำไป” เจสสิก้าบอกพลางเปรยตามองเจบี

 

“แล้วนี่ตกลงได้เครื่องดักฟังหรือยัง?”

 

“ได้แล้วล่ะ” เจสสิก้าตอบพลางมองหน้าของแจ็คสัน

 

“ยังไงก็ขอบคุณแล้วกันที่ช่วย” เจสสิก้าบอกซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่ไหวไหล่เหมือนไม่ได้สนใจอะไรแต่เจสสิก้าก็ไม่ติดถือสาอะไรเพราะนี่มันก็เป็นนิสัยของแจ็คสันอยู่แล้วล่ะ

 

“งั้นก็กลับเหอะก่อนที่ไอบ้านี่จะฟื้นขึ้นมา” แจ็คสันบอกซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินกันออกไปโดยทิ้งร่างของเจบีเอาไว้แบบนั้น...














#เย้ๆๆๆๆๆๆๆ อัพครบแล้วค่า!~~~

ว่าแต่ทำไมยิ่งแต่งมันยิ่งกาก งืออออออออออออ

เค้าขอโทษษษษษ ถ้ามันออกมาไม่ดียังไงก็อย่างว่ากันนะ

เค้าจะพยายามปรับปรุง แอมซอรี่มากกกกกกก TT











 

Winner Theme
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

190 ความคิดเห็น

  1. #82 nany_byun (@nany_byun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 14:17
    เจสเกือบไปแล้ว ลุ้นอ่าา
    #82
    0
  2. #66 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 05:56
    อั้ยย้ะเจบีโดนซะลุ้นค่ะ

    #66
    0
  3. #65 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 05:56
    อั้ยย้ะเจบีโดนซะลุ้นค่ะ

    #65
    0
  4. #64 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 01:25
    เห็นฮุนบ่นๆฟานี่ว่าแล้วต้องมีซัมติงฮุนนี่จริงจังมั้ย555
    #64
    0
  5. #63 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 01:52
    ฟานี่ชอบเจบีหรอ?อกหักแน่นอนเลยฟานี่เหมืนจะเปนเจเจสน่ะ
    คนที่ไปกับเจสใช่มาร์คหรือเปล่า
    รอค้า
    #63
    0
  6. #62 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 23:26
    จะเจอกันแล้วสิก้าไปกลับมาร์คใช่มั้ย รอค่า
    #62
    0
  7. #61 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 06:47
    โอ๊ยมาร์คสิกๆๆฟิน
    #61
    0
  8. #60 pitchayee (@pitchayeee36) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 04:59
    หุยย มุ้งมิ้ง
    #60
    0
  9. #59 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 01:04
    รู้สึกไปเหรือเปล่าว่ามาร์คแปลกๆ
    ปล.ทุกคนมีคู่ใช่มั้ยผญอ่ะ ว่าแต่ใครคู่ใครนัา
    #59
    0
  10. #58 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 01:36
    รอฟานี่ค้า
    #58
    0
  11. #57 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 23:34
    รอค่าาาา
    #57
    0
  12. #53 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:52
    สิก้านางแสบมาก
    #53
    0
  13. #52 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:51
    แซบมากสิก้านางแสบมาก
    #52
    0
  14. #50 เสี่ยหมี (@noey-fany) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:11
    ผู้กองเเจบอม ช่างสังเกตจริงๆ
    #50
    0
  15. #43 ExoticSone (@mkohunminkris) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 17:53
    ผู้กองเจอคนที่ใช่ 5555555 แจ็คสันเป็นแฟนเจหรือนี้ -..- แล้วเจบีจะสงสัยสิก้าหรือเปล่าเนี่ย รอฟานี่ ~
    #43
    0
  16. #36 Narisara Exo XOXO (@narisaraexo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 22:43
    สิกเกือบโดนซะแล้ว
    รอดมาได้ซะงั่น5555
    ฮุนชอบสิกแล้ววววว
    รอแทๆบ้าง

    #36
    0
  17. #34 jessica-nonthiya (@nonthiya-jessica) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 20:58
    เกือบไปแล้วน่ะค่ะ คุณจิ้งจอกกกกกกกก
    ผู้กองหล่ออ่ะ ตำรวจแต่ละคน จัดว่าเด็ด 
    55555555555555555555555
    รอค่ะ
    #34
    0
  18. #33 น้ำ'แข็ง (@icez_bndbi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 19:18
    เจสสิก้าาา เกือบแล้วววววเกือบโดนจับได้แล้วววว
    #33
    0
  19. #31 mini_tigereyes (@mini_chii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 15:36
    พี่เจสเกือบโดนจับได้อีกแร้ว^^
    #31
    0
  20. #30 pitchayee (@pitchayeee36) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 20:04
    เจบีกับสิก้า น่ารักอ่ะ คู่กัดกันดี55555 รอตอนต่อไปน้า สู้ๆจ้า
    #30
    0
  21. #29 mini_tigereyes (@mini_chii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 17:33
    พี่แทงสิกจะมาในมาดไหนกันหน่อ น่ารักใสตอนเป็นตำรวจฝึกหัดรึป่าวนะ
    #29
    0
  22. #28 pitchayee (@pitchayeee36) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 08:39
    ชอบมากเลย ตำรวจฝึกหัด นี่เจสปลอมตัวมาป่ะ รอน้าๆ
    #28
    0
  23. #27 เตย tik (@sugereye) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 00:27
    สนุกมาก รอคู่แทยอนค่ะ
    #27
    0
  24. #24 pitchayee (@pitchayeee36) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 18:12
    เจสสิก้าคงไม่รอดแน่คราวหน้า5555
    #24
    0
  25. #23 mini_tigereyes (@mini_chii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 03:13
    พี่เจสรอดได้แบบหวุดหวิดเลยที่เดียว^^
    #23
    0