[EXO] Beauty And The King ❀LUMIN&TAOHUN

ตอนที่ 9 : ❀BeautyKing 08 -They cut like knives [Update50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

 

 

Chapter 08

They cut like knives

 

เสียงฝ่าเท้าย้ำไปกับทางเดิน ผ้าทอสีแดงปักลายสลักยาวจนจรดพื้น สองมือเรียวกอบกุมกันไว้อยู่ใต้อก ดวงตาเม็ดเรียวเล็กตกกระทบกับแสงแดดที่ลอดเข้ามาจนพราวน้ำ เท้าสองข้างหยุดลงตรงหน้าประตูบานในสุด ประตูเปิดออกจนเห็นภายในห้องที่ทึบแสง ฉากม่านสีดำกางกั้น บุรุษร่างสูงใหญ่นั่งอยู่หลังฉาก ใบหน้างดงามราวกับรูปปั้นสลัก สายตาที่ราวกับใบมีด ทุกอย่างตกในความพร่ามัวเมื่อฉากม่านบดบัง

ร่างแบบบางในชุดผ้าทอสีแดงทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะที่ตั้งอยู่ตรงข้าม 'ป๋ายเซียน' สบตากับบุรุษหลังม่านที่จับจ้องเขาทุกกิริยา

"มันกลับมาแล้วสินะ"

เสียงทุ้มเอ่ยถามออกมา เอื้อมมือเลื่อนฉากม่านขึ้นเมื่อบานประตูปิดลงและเหลือเพียงแค่คนตรงหน้าในห้อง ป๋ายเซียนพยักหน้าลงรับแล้วจึงเอ่ยตอบกลับไป

“ที่ข้าได้ยินมา คนผู้นั้นอยู่ในเมืองแล้ว”

รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมมฝีปาก เมื่อได้ยินข่าวที่ถูกใจ

“ตามที่ข้าได้ยินเมื่อไม่นาน หญิงในหอนางโลมเอ่ยถึงว่าคนผู้นั้นเดินทางไปที่นั่น”

“เกือบหกปีแล้ว...”

พึมพัมออกมาเสียงเบา เสียงหัวเราะดังออกมาจากลำคอ อดีตสหายรักของเขากลับมาเมื่อละทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังแล้วหายไปเป็นเวลาเสียหลายปี

"แล้วเจ้าได้ทำตามที่ข้าบอกหรือเปล่า"

"ข้าเตือนเด็กคนนั้นแล้ว"

เอ่ยในขณะที่สายตาก็ไล่มองตามมือของบุรุษตรงหน้าที่หยิบจับกาน้ำชามารินใส่ถ้วย

"แต่เด็กนั่นดูจะไม่สนใจ"

มือหนาที่กำลังรินน้ำชาอยู่ชะงัก เบนสายตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาเรียวเล็กที่จ้องมองเขา

"ข้าบอกท่านแล้วว่าแผนการนี้ไม่ใช่แผนการที่ดี ข้าคิดว่าเราควรเปลี่ยนแผนการ"

"จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดทั้งสิ้น"

เอ่ยเสียงเฉียบขาด ดวงตาคมที่ราวกับใบมีดจ้องมองราวกับเสียดแทงจนทะลุเนื้อ

"เด็กนั่นกำลังรัก..."

"ข้าจำไม่ได้ว่าเจ้ามีสิทธิ์มีปากเสียงตั้งแต่เมื่อไรนะป๋ายเซียน"

"..."

"แค่คอยดูเด็กนั่นไว้ให้ดี"

"..."

"จวนจะได้เวลาแล้ว"

 

 

จวนจะโพล้เพล้แล้ว

เวลากลางวันแสนสั้นในเหมันตฤดูผ่านไปอย่างรวดเร็วจนดวงอาทิตย์ใกล้จะลับลาขอบฟ้า พระสนมย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้า จ้องมองดูหมู่ปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ ในมือถือถ้วยอาหารปลาไว้ ผลัดมือโยนอาหารปลาลงไปในน้ำจนเหล่าปลาผุดขึ้นมาแย่งกันกินอาหารบนผิวน้ำ

เสียงหัวเราะใสๆ แทบดังก้องไปทั่วทั้งสวน ความร่มรื่นในช่วงเย็นของวันนอกจากจะเป็นอากาศที่ดีแล้วก็เห็นทีว่าจะด้วยเพราะรอยยิ้มสว่างไสวบนใบหน้าของพระสนม

"หลิ่งเหลียน อาหารปลาหมดแล้ว เราขอเพิ่มได้มั้ย"

เสียงเล็กเอ่ยถามกับนางกำนัลคนสนิททั้งๆ ที่ดวงตากลมโตคู่นั้นก็เอาแต่จดจ้องอยู่ที่เหล่าปลาตัวน้อย

"ไม่ได้แล้วเพคะ ให้ปลากินอาหารมากเกินไปจะท้องแตกเอานะเพคะ"

"ให้อีกนิดก็ไม่ได้หรือ"

"พอแล้วเพคะ"

"ก็อยากดูปลาว่ายน้ำโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำนี่"

เสียงเล็กว่าอย่างกระเง้ากระงอนจนหลิ่งเหลียนอดที่จะยิ้มเอ็นดูออกมาไม่ได้ พระสนมของนางต่อให้อายุจะโตขึ้นกี่ปีแต่ภายในก็ยังคงเป็นราวกับเด็กน้อย

"พรุ่งนี้ค่อยมาให้อาหารปลากันใหม่ก็ได้นี่เพคะ วันนี้เรากลับตำหนักกันก่อนดีมั้ยเพคะ เย็นมากแล้ว"

"เรายังอยากนั่งอยู่แบบนี้อยู่เลย ขอเราอยู่แบบนี้อีกสักพักได้มั้ยหลิ่งเหลียน"

"อีกแค่พักนึงเท่านั้นนะเพคะ ไข้ที่เป็นอยู่ก็ยังทรงไม่ดีขึ้น ทั้งยังเหมันตฤดูเช่นนี้ตากลมนานๆ จะทรงป่วยไข้เอาหนักกว่าเดิมนะเพคะ"

"เรารู้แล้วน่าหลิ่งเหลียน แล้วเราก็ดีขึ้นแล้วด้วย ไม่ได้ป่วยหนักแล้วเสียหน่อย" ปากเล็กขยับเถียงเสียงแจ้ว ดูท่าว่าจะหายแล้วจริงๆ ถ้าต่อปากต่อคำได้เก่งเช่นนี้ แต่พอหลิ่งเหลียนก้าวเข้าไปจับเนื้อตัวก็ราวกับกาน้ำร้อนกำลังจะเดือด

"ตายแล้ว! ยังตัวร้อนอยู่ขนาดนี้ทรงบอกว่าหายดีแล้วได้อย่างไรกันเพคะ"

"หลิ่งเหลียนอย่าเสียงดังสิ ปลาจะตกใจหมดนะ"

"ไม่ให้เสียงดังได้อย่างไรกันเพคะ ตัวพระองค์ทรงร้อนจี๋เสียขนาดนี้ กลับตำหนักกันเถิดนะเพคะ"

"เรายังไม่อยากกลับ เจ้าบอกกับเราเองแล้วว่าให้อยู่ต่อได้อีกสักพัก เจ้าอย่าผิดคำพูดสิ"

"โธ่พระสนมเพคะ" หลิ่งเหลียนหมดวาจาจะเอ่ยต่อเมื่อนางดันพูดออกไปเช่นนั้นแล้วจริงๆ ได้แต่ปล่อยให้พระสนมนั่งอยู่เช่นเดิมต่อไป

"องค์จักรพรรดิเสด็จ!" เสียงดังมาราวกับแหวกอากาศ หลิ่งเหลียนที่ยืนอยู่รีบหันไปตามเสียงก้มลงโค้งคำนับให้กับองค์จักรพรรดิที่เสด็จมาพร้อมกับขบวนตามเสด็จ ลู่หานเพียงแค่ปรายตามองคนสนิท ขบวนตามเสด็จที่ตามมาก็ก้มหัวลงก่อนจะถอยหลังแล้วเดินหลบออกไปที่อื่น เช่นเดียวกับหลิ่งเหลียนที่เห็นเช่นนั้นก็รีบโค้งลาแล้วตามออกไปด้วยเช่นกัน

ลู่หานเดินมาหยุดอยู่ข้างพระสนมที่กำลังเอาแต่จดจ้องไปในน้ำ ท่าทางที่นั่งยองๆ กอดเข่ามันช่างน่าเอ็นดูจนอยากจะดึงมากอดเสียให้จมอก

"เด็กดื้อที่ไหนมานั่งตากลมอยู่ตรงนี้"

"พระองค์คงจะตาฝาด ตรงนี้ไม่เห็นมีเด็กสักคน" คำกล่าวเช่นนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากองค์จักรพรรดิ ลู่หานหัวเราะออกมาเบาๆ ทอดสายตามองคนตัวเล็กที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามาให้ได้ชื่นใจ

"ช่างยอกย้อนเหมือนเดิม"

ไม่มีเสียงตอบกลับจากพระสนม องค์จักรพรรดิจึงขยับตัวเข้าไปใกล้พระสนมมากขึ้น ทิ้งตัวลงนั่งคู่กับพระสนมที่นั่งกอดเข่าอยู่ ทอดสายตามองใบหน้าด้านข้างของคนข้างตัว แผขนตายาวที่แทบจะแนบสนิทลงไปกับแก้มยามที่พระสนมหลุบตาลงมองหมู่ปลาในน้ำ จมูกเล็กโด่งรั้นที่ราวกับจะเทียมเท่าฟ้า ริมฝีปากบางรูปกระจับนั่นก็เป็นสีราวกับดอกไม้อ่อนสะพรั่ง ดวงตากลมสวยเบนสายตาหันมามองที่เขา นัยน์ตาสีเข้มอ่อนลงเมื่อกระทบกับแสงแดดยามเย็นเช่นนี้ พวงแก้มใสนั่นก็ระเรื่อสีเมื่อหันมาสบตาเข้ากับองค์จักรพรรดิที่จ้องมองจนราวกับจะมองทะลุไปเสียทั้งตัว

“จ้องอะไรเรานัก”

เสียงเล็กเอ่ยถามงุบงิบจนแทบจะได้ยินไม่ชัด แต่องค์จักรพรรดิก็เพียงแค่ยิ้ม แล้วก็จ้องมองใบหน้าน่ารักนั้นอย่างไม่ละสายตา

ระยะห่างหายไปพร้อมกับใบหน้าขององค์จักรพรรดิที่เคลื่อนเข้ามาแทนที่ จุมพิตเพียงบางเบาทาบทับลงบนริมฝีปาก สัมผัสอ่อนโยนราวกับแผ่ซ่านไปทั่งทั้งร่างกาย เพียงแค่จุมพิตดั่งริมฝีปากแตะกันเพียงนั้นก็ราวกับกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไปทั่วทั้งร่าง

“เจ้าตัวร้อน”

กระซิบแผ่วเบา ซ้ำยังโน้มใบหน้าลงไปดื่มชิมริมฝีปากหวานอีกครา ลมหายใจอุ่นร้อนเช่นเดียวกับริมฝีปากเพราะความร้อนจากพิษไข้ แต่ความหวานที่ดื่มชิมอยู่นี่ก็ไม่แม้แต่จะเจือจาง

เสียงนกร้องยามเย็นดังขับประสาน ใบหน้าที่เลื่อนเข้าหากันจนชิดเมื่อครู่ค่อยๆ ขยับห่างออกจากกัน ดวงตาหวานเยิ้มจ้องมองจนเปรียบดั่งไฟลนขี้ผึ้ง พระสนมหลุบตาลงจนแผขนตาแนบชิดกับพวงแก้ม ใจเต้นรัวจนเกินกว่าจะทนมองสายตาขององค์จักรพรรดิที่มองมาได้

"เจ้าน่ารัก ยามที่เจ้าเขินอายเช่นนี้"

อุณหภูมิบนใบหน้าไล่สูงขึ้นอีก พิษไข้ที่เป็นอยู่แทบจะหนักกว่าเดิมเมื่ออุณหภูมิในกายสูงขึ้นเช่นนี้ คำหวานปานน้ำผึ้งที่องค์จักรพรรดิทรงเฝ้าป้อน เขาเผลอดื่มกินเข้าไปจนไม่ฉุกคิดว่าอาจแปรเปลี่ยนเป็นยาขม

ซิ่วหมินข่มใจตัวเองที่เต้นแรงเสียจนเจ็บไปทั้งอก อยากจะอ้อนวอนเสียว่าให้เต้นให้เบาลงกว่านี้เสียหน่อยไม่ได้หรือ ความรู้สึกรุนแรงที่เต้นอยู่ในอกนี่ทำเอาเขาควบคุมเสียไม่อยู่

"ลุกเถิดพระองค์ เข่าพระองค์จะทรงเปื้อนดิน"

"เปื้อนเพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้นเจ้าอย่าห่วงเลย"

มือหนาขององค์จักรพรรดิเลื่อนมาลูบที่เรือนผมของพระสนม ความร้อนจากฝ่ามือแผ่ให้ได้รู้สึก รอยยิ้มเล็กๆ ขององค์จักรพรรดิแย้มแต้มบนริมฝีปาก มองดูใบหน้าน่ารักของพระสนมที่ยังคงระเรื่อสีไม่จางหาย

กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วก็ยังไม่ชินกับสายตาแสดงความรู้สึกอบอุ่นเช่นนั้น พระสนมหลบสายตาอีกครั้งแล้วผุดลุกขึ้นยืน แสร้งจัดปัดชุดผ้าทอให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

"เราจะกลับตำหนักแล้ว พระองค์ก็เสด็จกลับตำหนักหลวงเถิด"

องค์จักรพรรดิลุกขึ้นยืนตาม มองตามร่างของพระสนมที่ลุกขึ้นยืนทำตัวเก้ๆ กังๆ อย่างน่ารัก

"เราจะไปส่งเจ้าที่ตำหนัก"

"ให้เรากลับเองเถิด พระองค์จะได้เสด็จไปพัก"

"อย่างไรเสียก็เป็นทางผ่าน ให้เราเดินไปส่งเจ้าก็ไม่เห็นจะเป็นไร"

พระสนมนิ่งเงียบไม่ได้ส่งเสียงตอบ องค์จักรพรรดิจะถือเสียว่านั้นคือคำตอบ เอื้อมมือออกไปจับมือเล็กๆ ของพระสนมที่ตกอยู่ข้างตัว ออกแรงดึงรั้งให้เข้ามาอยู่ชิด ก้าวขาจะเดินออกไป แต่เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า ขบวนเสด็จของพระมเหสีก็ยืนให้ได้พบ ดวงตากลมเบิกกว้าง ซิ่วหมินก้มลงโค้งถวายบังคมแก่พระมเหสีในขณะที่ก็พยายามจะบิดมือออกจากการกอบกุมขององค์จักรพรรดิแต่มือเล็กก็แทบไม่ขยับติดอยู่ภายใต้มือหนาของพระองค์อยู่เช่นนั้น

หลิวอี้เฟยค้อมหัวรับก่อนจะลากสายตาขึ้นมาเพ่งพินิจมองสนมข้างกายองค์จักรพรรดิ รวมถึงมือคู่นั้นที่องค์จักรพรรดิไม่ยอมปล่อย

ซิ่วหมินเองก็ผลุบสายตาขึ้นมาลอบมองพระมเหสี ใบหน้าหวานราวกับภาพวาดพู่กัน ทุกอย่างดูลงตัวและสง่างาม หลิวอี้เฟยเผยยิ้มบางส่งมาให้ พระสนมเม้มริมฝีปากแน่น ได้แต่เหมองไปที่อื่นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร

องค์จักรพรรดิไม่ได้เอ่ยคำทักทายใด เพียงแค่ออกแรงดึงรั้งให้พระสนมข้างกายก้าวเท้าเดินตามมา สองขาพระสนมรีบก้าวตามไปแรงดึง ในขณะที่พระมเหสีก็ยังยิ้มแล้วมองตามไปอยู่เช่นเดิม

"พระองค์..."

เอ่ยเรียกเสียงเบาเมื่อเดินผ่านพระมเหสีออกมาแล้ว ซิ่วหมินทันหันไปเห็นอยู่ลิบๆ ว่าพระมเหสีทรงยังคงแย้มสรวลแล้วมองตามมา

"ทำไมไม่เสด็จกลับไปพร้อมพระมเหสีล่ะกระหม่อม"

"เราบอกว่าจะไปส่งเจ้า ก็คือเราจะไปส่งเจ้า" ซิ่วหมินทำท่าจะแย้งออกมาอีกรอบแต่องค์จักรพรรดิก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน

"เจ้าจะขัดคำสั่งเรางั้นหรือ"

"เราไม่..."

"เช่นนั้นก็ให้เราไปส่งที่ตำหนักไม่ได้หรือ"

พระสนมยอมโอนอ่อน เดินตามองค์จักรพรรดิอย่างว่าง่าย องค์จักรพรรดิเผยยิ้มเสียจนตาหยีเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กข้างกายก้มหน้าเดินตามโดยไม่เอ่ยแย้งอะไรอีก สองมือกอบกุมกัน ความอบอุ่นถูกแบ่งปัน ในยามเย็นเช่นนี้ราวกับว่าอุณหภูมิที่ลดลงจะสูงขึ้นมา

ระหว่างทาง นางกำนัลที่เดินผ่านรีบหยุดเดินแล้วก้มหน้าลงรอให้องค์จักรพรรดิเดินผ่านไปก่อน แต่พระสนมทันเห็น สายตาอยากรู้ที่หลุกหลิกลอบมองมา เมื่อพอคล้อยหลังเสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นอีกระลอก ลู่หานกระชับมือที่จับไว้แน่น เมื่อมือคู่เล็กที่เขาจับเริ่มทำท่าจะดึงให้เขาปล่อยอีกหน

ไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างกัน พระสนมนิ่งเงียบเร่งก้าวฝีเท้าเดินรอเพียงแค่ให้เดินถึงตำหนักตามความต้องการขององค์จักรพรรดิ แต่ก็ราวกับองค์จักรพรรดิจะทรงแกล้งกัน เมื่อพระองค์ทรงก้าวช้าลงจนพระสนมที่เดินตามชนและสะดุดอยู่หลายครั้ง

"เจ้าชนเราหลายรอบแล้วนะ"

"ก็พระองค์..."

"เถียงเราอีกแล้วหรือ"

ส่งสายตาดุๆ มาอย่างไม่จริงจัง ค่อยๆ ลดจังหวะการเดินให้ช้าลงเรื่อยๆ ลู่หานเพียงแค่อยากยืดเวลาออกไปให้นานอีกหน่อย เพราะรู้ว่าเมื่อถึงตำหนัก สนมตัวน้อยนี่ต้องรีบไล่เขากลับตำหนักหลวงเป็นแน่

“เราอยากเดินเล่นกับเจ้าเช่นนี้ได้ทุกวัน”

รอยยิ้มเปี่ยมสุขถูกส่งมา ดวงตาขององค์จักรพรรดิก็ราวกับแย้มยิ้มไปด้วย พระสนมเห็นแสงอาทิตย์ที่ทออยู่ในดวงตาขององค์จักรพรรดิ เวลายามเย็นเช่นนี้ เขาอยากจะให้มันหยุดอยู่แค่ตรงนี้

หากแต่ว่า...

“พระองค์...”

เอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ซิ่วหมินหยุดเดินทำให้องค์จักรพรรดิที่กุมมือเล็กคู่นั้นเอาไว้หยุดเดินตามไปด้วย ลู่หานหันกลับมามองและเลิกคิ้ว พระสนมของพระองค์หยุดยืนนิ่ง ก้มหน้าลงและไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตา

เราอยากจะเห็นแก่ตัว...

“คืนที่อากาศดีเช่นนี้ คงจะดีหากพระองค์เสด็จไปที่ตำหนักพระมเหสี”

“...”

ราวกับได้ยินเสียงใบไม้ปลิวหวิว ความเงียบที่ดำเนินอยู่นี้ เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้หล่นลงมาตกกระทบกับอากาศ สายตาองค์จักรพรรดิยังคงจับจ้องที่พระสนมที่ยังคงยืนอยู่นิ่งไม่ขยับไปไหน ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาเช่นนั้น คิดเช่นไรอยู่ถึงได้เอ่ยพูดออกมา

“ทรงอย่าเดินหนีพระมเหสีออกมาเช่นนั้นอีกเลยนะกระหม่อม”

ทั้งที่พยายามจะบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่น้ำหนักในเสียงกับขาดหายจนแทบไร้มวลสาร ซิ่วหมินภาวนาขอให้สองเท้ายังคงรับน้ำหนักที่อยากจะทิ้งลงไปนี่ไว้ได้ เมื่อไหล่สองข้างสั่นไหว และขาที่ยืนอยู่เริ่มไม่มั่นคง ซิ่วหมินกัดริมฝีปากแน่น เค้นพูดในสิ่งที่บีบรัดจนคับไปทั้งอก

“หลายคืนแล้วที่พระองค์ทรงไม่พำนักที่ตำหนัก พระมเหสี...”

กลายเป็นประโยคที่ยังพูดไม่ทันจบเมื่อองค์จักรพรรดิดึงรั้งร่างเล็กเข้าไปกอด พระสนมกลืนคำพูดลงไปจนไม่ได้เอ่ย มืออบอุ่นโอบล้อมประคองอยู่ที่เอวและลูบอยู่ที่เรือนผม ปลอบประโลมคนที่กำลังจะก้าวหล่นจากที่สูง

“ในเมื่อเจ้าบอกให้เราไปหาใคร แล้วเจ้าร้องไห้ทำไม”

รู้ตัวก็ตอนนี้ที่องค์จักรพรรดิเอ่ยบอก หยดน้ำรินไหลออกจากดวงตาอย่างไม่ขาดสาย ความรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดและกำลังจะถูกผลักตกหน้าผาถูกมือขององค์จักรพรรดิดึงรั้งและโอบกอดเอาไว้

“พระสนมของเราทำไมถึงได้ร้องไห้เก่งขนาดนี้”

คำปลอบประโลมเอ่ยอยู่ข้างหู เมื่อพระองค์ทรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้ แล้วพระสนมจะหยุดหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาได้อย่างไร และเมื่อองค์จักรพรรดิมอบความรู้สึกให้จนล้นเช่นนี้ เขาไม่เกี่ยงที่จะรีบตักตวงมาอย่างยินดี...

...หรือที่จริง เราเห็นแก่ตัวมาเสียนานแล้ว

 

ผ้าทอสีแดงปักลายสลักยาวจนจรดพื้นลากไปตามทางเดิน สายลมพัดปลิวไหวจนผืนพ้าทอโบกสะบัดไปตามทิศลม สองขาเดินหันหลังกลับหมายจะกลับไปยังเรือนหลังนั้นที่เดินจากมาเมื่อยังกลางวัน แต่ดวงตาเรียวเล็กก็เบิกกว้างเมื่อพบคนที่หมายจะเดินไปพบยืนอยู่ด้านหลัง

“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร รีบกลับไปเสียก่อนที่ใครจะมาพบ”

น้ำเสียงหวานเอ่ยบอกอย่างรีบร้อน รีบหันซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้

“ข้าแค่อยากมาเห็น”

สายตาราวกับใบมีดกวาดมองไปยังเบื้องหลังของป๋ายเซียน รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปาก เสียงหัวเราะแบบที่ไม่คิดว่าจะได้ยินดังออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น เสียงหัวเราะอย่างพบเจอเรื่องถูกใจและราวกับว่ามีอะไรน่าสนุกรออยู่เช่นนั้น

“ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ดี...”

ดวงตาวาววับดั่งใบมีดเผยรอยคม รอยยิ้มสนุกเมื่อครู่จางหายไปไม่ทิ้งไว้แม้เพียงร่องรอย เพียงไม่ถึงเสี้ยววิ ชานเลี่ยก็ทิ้งเสียงหัวเราะไปจนสิ้น

“และความตายที่ข้าถามหากำลังจะมาถึง”

 

#ฟิคหญิงงาม

 

Talk1

ชานเลี่ยเคยโผล่มาแล้วเมื่อต้นตอนของตอนที่สี่ค่ะ เขียนตอนนี้แบบตันมาก ตันสุดๆ คือมีฉากทุกอย่างอยู่ในหัวแล้วแต่ดันเขียนไม่ออก5555555

ตอนที่เริ่มเขียนเรื่องนี้ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าอยากเขียนเรื่องของจักพรรดิกับพระสนม หรือไม่ก็จักรพรรดิกับหญิงงามเมือง ตอนเริ่มเขียนก็คิดแค่ว่าอยากเขียนแค่นั้นแต่พอวางพล็อตไปเรื่อยๆ จนถึงตอนจบ เราไม่ได้คิดว่าเราจะพาเรื่องดำเนินมาแบบนี้เลยค่ะ5555 ตอนจบที่ตอนนี้มีอยู่คิดว่าหลายคนคงไม่ชอบแต่ว่าจะพยายามหาทางออกที่ดีและสมเหตุสมผลให้ได้ค่ะ5555

 

 


 

 

 

 

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #213 PPunch Chartchanok (@punchpp_sh) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 01:30
    ยังรอนะคะอยากให้ไรท์มาต่อและอยากให้รวมเล่มมากๆเลยเราอยากอ่านอีกกี่ปีก็รอนะคะ❤️
    #213
    0
  2. #212 rottenu (@rottenu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:01
    ยังรออยู่นะคะ
    ชอบทุกการกระทำขององค์จักรพรรดิมาก มันชัดเจนเหลือเกินว่าเลือกใคร
    หวังว่าพระมเหสีจะเป็นคนดีนะ
    ไม่อยากให้ซิ่วหมินต้องเจ็บอีกแล้ววว
    เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์เตอร์
    ชอบอะ ภาษาอ่านง่ายดี เรื่องก็น่าติดตาม ชอบคาแรคเตอร์ด้วย
    สู้ๆนะคะ
    #212
    0
  3. #211 jibimaru-GM (@jibimaru-janggg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 01:32
    อยากให้ไรท์มาแต่งต่อนะคะ อ่านแล้วฟินมาก ชอบๆ????
    #211
    0
  4. #205 freger (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 10:59
    เขินนนนน ลู่เกอชั่งละมุนยิ่งนักกกกกกกกก งื้ออ
    #205
    0
  5. #204 Jakkaran55 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 23:59
    แม่คะ ทุกอย่างดำดิ่งสู่เหวลึกตรงทอล์คค่ะ ตอนจบทุกคนคงไม่ชอบ
    #204
    0
  6. #202 ChestNut (@ChestNat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 00:07
    ฮืออออออ ลู่หานละมุนมากกกกก ตอนนี้ก็ยังมีความน่ารักให้ชุ้มหัวใจมั่ง กลัวครึ่งหลังนี่สิ ฮือออออออออ สมหวังกันยากแน่เลย ทำใจแปรบบบบบ
    #202
    0
  7. #201 Sopia (@sopia) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 22:44
    OMG!!! ตัวละครใหม่โผล่มักจะมีเรื่องเกิด ชานเลี่ยมีแผนอะไรกับป๋ายอ่าาา
    โอยยยยยยยยยยยยยยยยตายยยยยย พระสนมของบ่าวคงไม่เกี่ยวอะไรกับแผนสองคนนี้ใช่ไหม T^T ร้องห้าย

    แต่ว่าชอบการกระทำขององค์จักพรรดิจัง ชัดเจนมาก คือแบบแต่งให้แล้วนะ
    แล้วทีนี้ก็ขอทำตามใจตัวเองซักที พระมเหสียิ้มจากใจใช่ไหม... คงไม่ใช่ทำให้ข่าวลือแรงกว่าเดิมอีกนะ

    รอที่เหลืออยู่น้าา
    #201
    0
  8. #200 Babypapor (@0860768397) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 17:55
    ชานเลี่ยจะทำอะไรจื่อเทาของเรา.. สงสารพระสนมอะ โอ้ยย หน่วง ;-;
    #200
    0
  9. #199 oilnatthakritta (@oilnatthakritta) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 01:18
    ไม่อยากให้มินซอกเสียใจเลย ไรท์
    #199
    0
  10. #198 POP2540 (@pop032540) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 01:03
    ป่ายเซียนจะทำอะไรนะ ทำไมต้องพูดถึงความตายด้วยห้ะ มินซอกอย่าร้องนะลูกให้พวกเขาได้รักกันเถอะน่าาไรต์
    #198
    0
  11. #196 POP2540 (@pop032540) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 22:04
    รอนะค้าบ ไรต์สู้ๆน่า มาแอบส่องทุกวันเลยว่าอัพเดพเปล่า สู้ๆน่า
    #196
    0
  12. #194 Lminmhan (@lumin2620) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 00:29
    รอนะคะ สู้ๆค่ะ :)
    #194
    0
  13. #186 oilnatthakritta (@oilnatthakritta) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 00:17
    รอนะค่ะ
    #186
    0
  14. #184 @porrikim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 22:55
    จะรอนะคะะะ :)
    #184
    0
  15. #183 Chanya Manhan (@0860768397) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 19:06
    รอนะคะ
    #183
    0