[EXO] Beauty And The King ❀LUMIN&TAOHUN

ตอนที่ 5 : ❀BeautyKing 04- Wake up, Beauty.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 มี.ค. 58




Chapter 04

Wake up, Beauty.

 

 

ภายในห้องปิดหน้าต่างทุกบานราวกับไม่อยากให้แม้แต่สิ่งใดเล็ดลอดออกไป ความมืดปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณห้อง ร่างของบุคคลสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน หากแต่ตรงกลางถูกกั้นไว้ด้วยฉากสีขาว

"เหล่าขุนนางได้พูดเรื่องมเหสีต่อจักรพรรดิแล้วใช่หรือไม่"

เสียงดังผ่านมาจากหลังฉากกั้น ผ้าผืนบางสีดำปิดคลุมอยู่ครึ่งดวงหน้า โผล่ให้เห็นเหลือเพียงแค่ดวงตาคู่สีดำที่มืดแสงราวกับวังวน

"ใช่กระหม่อม แล้วดูทีท่าว่าองค์จักรพรรดิอาจจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงกฎบ้านเมือง"

ริมฝีปากภายใต้ผืนผ้ากระตุกยิ้ม ดวงตาฉายแวววาววับอย่างน่ากลัว

"เมื่อใดที่กฎแผ่นดินถูกปรับเปลี่ยนตามใจชอบ เมื่อนั้นบ้านเมืองก็คงถึงคราววิปริต"

คำกล่าวราวกับลมพัด เพียงครู่ที่ประโยคสิ้นสุดทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ เหลือเพียงแค่เสียงหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจและห้องมืดที่มีเพียงแสงเล็กลอดเข้ามา

 

 

แผ่นกระดาษหนาถูกโยนออกไปกลางห้องเมื่อสิ่งที่เขาเสนอไปถูกคัดค้าน อารมณ์ขุ่นมัวตีขึ้นมาจนเขาอยากจะโวยวายออกมาตรงนั้น แต่ด้วยฐานะและหน้าที่ทำให้เขาได้แต่พยายามกักเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้และพยายามเอ่ยออกมาอย่างใจเย็นที่สุด

"ทำไมถึงเป็นเช่นนี้"

เอ่ยถามเสียงเย็น และกวาดสายตามองคณะขุนนางทั่วทั้งห้องที่ได้แต่นั่งก้มหน้าหลบสายตาองค์จักรพรรดิที่มองมาราวกับมีดแหลมคม

"ข้อเสนอที่พระองค์ทรงเสนอมา มิอาจเป็นไปได้พ่ะย่ะค่ะ"

ขุนนางฝ่ายใต้เอ่ยออกมา พร้อมทั้งยกมือขึ้นคำนับ

"พวกเจ้าบอกให้เรากลับไปคิดเรื่องพระมเหสีใช่หรือไม่ แล้วนี่ไงสิ่งที่เรากลับไปคิด แล้วพวกเจ้าต้องการสิ่งใดอีก"

"ทูลกระหม่อม หากแต่พระมเหสีจักต้องเป็นสตรี หากเป็นบุรุษเพศแล้วบ้านเมืองคงไม่มีผู้สืบทอดองค์ต่อไปพ่ะย่ะค่ะ"

"เจ้ามิได้อ่านข้อเสนอของเราจนจบงั้นหรือ"

เหล่าขุนนางก้มหน้าลง ไม่มีใครปฏิเสธออกมา เมื่อเพียงแค่อ่านหัวเรื่องที่องค์จักรพรรดิเสนอพวกเขาก็ค้านหัวชนฝาจนมิได้แม้แต่จะสนใจอ่านข้อความเหล่านั้นต่อจนจบ

"เรารู้ว่าสิ่งที่เราต้องตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมากคือเรื่องขององค์รัชทายาท หากแต่คนที่เคียงข้างเราเป็นบุรุษเพศ เราจักแต่งตั้งพระสนมชายาขึ้นมาเพื่อให้ได้มีผู้สืบทอดองค์ต่อไป"

องค์จักรพรรดิเอ่ยอย่างหนักแน่น สายตาแน่วแน่ที่มองตรงมาเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าพระองค์ทรงจริงจังกับเรื่องที่ตรัสอยู่มากเพียงใด

"อย่างไรเรื่องนี้ก็คงต้องถามความเห็นชอบจากทุกฝ่ายก่อนจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ"

ขุนนางคนเดิมเอ่ยออกมา เมื่อเขาไตร่ตรองดูอีกครั้ง อย่างไรเรื่องที่พระองค์ทรงตรัสก็ต้องผ่านการพิจารณาอีกที

"เหล่าขุนนางทั้งหลาย เราไม่อยากพูดเช่นนี้ หากแต่แผ่นดินนี้เป็นของเรา อำนาจตัดสินใจสูงสุดก็มาจากเรา ขอให้พวกท่านคิดกันให้รอบคอบ เราไม่อยากเผด็จการ"

ใครช่างเปรียบว่าองค์จักรพรรดิองค์นี้ช่างพระทัยเย็นและทรงงานนิ่งราวกับกระแสน้ำไหล หากแต่แท้จริงแล้วกระแสน้ำที่ว่ากลับกลายเป็นมหาสมุทรที่สุดจะหยั่งถึง ยามไร้ลมพัดก็เงียบสงบไม่มีแม้เพียงคลื่นทะเล หากพอเพียงลมโหมกระหน่ำ ทะเลที่เคยสงบกลับร้องคำรามเสียจนน่ากลัว

 

 

ออกเรือเสียก่อนตราบเท่าที่คลื่นทะเลยังสงบ

 

 

หลังจากจบประชุมสภาขุนนาง เหล่าขุนนางทุกฝ่ายต่างก็ทยอยออกจากห้องไป จักรพรรดิยังคงนั่งอยู่บนบันลังก์สูงเช่นเดิม ลู่หานถอนหายใจออกมาเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้มันกำลังจะยากเย็นและดูท่าว่าจะเป็นชนวนก่อปัญหาในหลายๆ อย่าง

อันที่จริงแล้วเขาควรที่จะยุติข้อเสนอเช่นนี้เมื่ออะไรหลายๆ อย่างก็ดูขัดข้องไปเสียหมด หากแต่พอคิดถึงดวงตาคู่นั้นที่ทอดมองมาแล้วเขาก็อยากจะดันทุรังจนกว่าข้อเสนอของเขามันจะไม่มีทางเป็นไปได้จริงๆ

"พระพันปีเสด็จ!"

เสียงของขันทีดังขึ้นพร้อมกับที่บานประตูเปิดออกมา 'หยางมี่' พระพันปีที่ยังคงดูสาวและสวยเดินเข้ามาภายในห้องประชุมสภาขุนนางที่องค์จักรพรรดิประทับอยู่ ลู่หานลุกขึ้นยืนก่อนจะก้มตัวลงโค้งคำนับให้แก่พระพันปี

"ท่านแม่ เสด็จมาถึงที่นี่มีสิ่งใดอย่างนั้นหรือ"

ถามอย่างทรงแปลกพระทัยเมื่อเห็นพระมารดาของตนเองเสด็จมาหาถึงห้องประชุมสภาขุนนาง ลู่หานก้าวลงจากบันลังก์ไปหาคนเป็นแม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า 

"แม่ได้ยินมาว่าเรื่องพระมเหสีกำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันกับสภาขุนนาง"

ลู่หานถอนหายใจออกมา เมื่อเรื่องวิ่งไปเร็วกว่าที่คาดคิดไว้

"ลูกกำลังคิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ สิ่งที่ลูกกำลังทำอยู่ลูกไตร่ตรองมาดีแล้วหรือ"

"ลูกไตร่ตรองมาแล้วท่านแม่ ลูกรู้ว่าลูกกำลังทำสิ่งใด"

เอ่ยเสียงแข็ง จนคนเป็นแม่ต้องถอดถอนหายใจ

"ลู่หาน... ตอนนี้ลูกไม่ใช่เพียงเด็กชายตัวน้อยเช่นเมื่อก่อน ลูกมีบ้านเมืองและประชาชนที่ลูกต้องแบกไว้บนบ่า อย่าให้ความรู้สึกเพียงชั่ววูบมาทำให้สั่นคลอน"

มือคู่สวยเอื้อมออกไปจับมือของคนเป็นลูก ทุ้มเสียงอ่อนโยนหวังจะช่วยให้ลูกชายหัวดื้อตรงหน้าใจเย็นลงและคิดให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้

"ลองตัดสินอีกทีดีหรือไม่ลู่หาน..."

หยางมี่ยังคงเกลี่ยกล่อมให้ลู่หานลองคิดใคร่ครวญดูอีกครั้ง สิ่งที่ลูกชายของนางกำลังทำไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่สามารถมองข้ามหรือใช้เวลาตัดสินใจเพียงเล็กน้อยได้ เรื่องคู่ครองที่จะอยู่เคียงคู่กับองค์จักรพรรดินั้นต้องคัดเลือกด้วยปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วหากบุคคลที่จะขึ้นเป็นพระมเหสีเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกับองค์จักรพรรดิ

บางทีความรักอย่างเดียวก็มิอาจพอ

"ลูกจะตัดสินใจอีกที"

 

ร่างเล็กยังคงนั่งอยู่ในสถานที่ประจำพร้อมกับอิริยาบถเช่นเดิม สายตาที่มองทอดยาวออกไปยังผืนนภา ฟังเสียงน้ำที่ไหลไปตามสายอย่างเพลิดเพลิน รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้ายามมองเหล่านกตัวน้อยโผบิน

"องค์จักรพรรดิเสด็จ!"

เสียงจากขันทีคนสนิทของพระองค์ดังเข้ามาใกล้ พระสนมตัวเล็กลุกขึ้นจากม้านั่งทันทีก่อนจะหันไปโค้งให้องค์จักรพรรดิ หากแต่ยังไม่ทันมิแต่จะได้โค้งตัวลงไป อ้อมกอดคุ้นเคยก็โอบรั้งร่างคนตัวเล็กให้เข้าไปแนบอก ร่างเล็กเผลออุทานออกมาเสียงเบาแต่ก็มิได้ขัดขืน ซ้ำยังยกสองมือขึ้นโอบกอดตอบเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่บอกว่าคนตรงหน้ากำลังต้องการอ้อมกอดมากเหลือเกิน

"ทรงงานหนักมากเลยหรือพระองค์ ทำไมถึงได้ดูอ่อนล้าเช่นนี้"

เสียงเล็กถามไถ่ มือเล็กๆ ก็ลูบหลังหวังปลอบประโลม องค์จักรพรรดิมิได้ตอบ หากแต่กลับยิ่งรั้งร่างเล็กให้จมลงไปกับอ้อมกอดเขามากขึ้น

"เราเหนื่อยเหลือเกิน ทำไมสิ่งใดถึงได้ดูยากไปหมด"

เอ่ยเสียงอ่อน ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปกับคนตัวเล็กในอ้อมแขน ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กที่ตอนนี้ราวกับเป็นที่ผึ่งพิง

"สิ่งใดกันเล่าที่ยาก พระองค์ทรงพยายามเต็มที่แล้วหรือถึงได้ทรงตรัสว่ายาก มิมีสิ่งใดยากเกินความตั้งใจของพระองค์หากพระองค์ทรงแน่วแน่เสียอย่าง"

เสียงเล็กยังคงพูดให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง มือเล็กคู่นั้นก็ยังคงปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง

"หากสิ่งที่เราตั้งใจมันกลับดูไม่มีความเป็นไปได้เลย"

หากแต่เสียงอ่อนล้าและท่าทีเหนื่อยอ่อนของพระองค์ก็ยังคงไม่หายไป ร่างเล็กทำได้เพียงแค่มอบความอบอุ่นให้เพียงเพื่อจะสามารถปัดความรู้สึกไม่ดีที่องค์จักรพรรดิรู้สึกอยู่ตอนนี้ได้บ้าง

"หากพระองค์ทรงเชื่อ ทุกอย่างก็เป็นไปได้"

คำปลอบโยนและร่างเล็กที่อยู่กับเขา เขาอยากได้เพียงแค่นี้

ลู่หานคลายอ้อมกอดออกปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ มองดวงหน้าสวยที่เขาชอบมองอยู่ทุกวัน คนเราจะต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการได้อยู่กับคนที่เราอยู่ด้วยแล้วอบอุ่นหัวใจเช่นนี้ เพียงแค่คนเดียวที่อยู่ด้วยแล้วไม่ต้องระวังท่าทีหรือคิดสิ่งใดให้ปวดหัว

"เจ้าเองก็เชื่อข้าใช่หรือไม่"

มองสบเข้าไปนัยน์ดวงตาคู่สวยที่ส่องสะท้อนกับแสงแดดจนเห็นหยดน้ำพราวระยับ

"เท่าที่สนมคนนึงจะมอบความเชื่อให้แก่องค์เหนือหัวได้" ร่างสูงยิ้ม เอื้อมมือออกไปสัมผัสดวงหน้าของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

 

หากแต่คนเราหลับฝันแล้วก็ต้องตื่น

 

 

สายตาของพระพันปีมองทอดไปยังร่างสองร่างที่ยืนอยู่เคียงคู่กัน รอยยิ้มแต้มอยู่บนดวงหน้าทั้งสองคน ความสุขที่ราวกับโอบล้อมไว้ทั่วบริเวณ

...ไม่ดีแน่

หากเป็นเช่นนี้แม้แต่โซ่พัธนาการก็คงมิอาจรั้งอยู่...

 

ไยยามรักถึงได้ทุ่มเทนัก
 


 

#ฟิคหญิงงาม

 

เสียงฝีเท้าย้ำลงไปกับพื้นดิน รองเท้าหนังสีดำเปื้อนไปด้วยดินที่เฉอะแฉะหลังจากผ่านการชะโลมจากฝนตกเมื่อคืน ขายาวๆ ก้าวไปตามทางเดิน แสงดวงอาทิตย์ตอนกลางวันลอดผ่านต้นไม้เป็นเส้นทาง แสงเงาทาบยามลมพัดไหว ใบไม้ขยับไปตามทิศทางลมพร้อมทั้งเสียงสะบัดจากการเคลื่อนไหว ร่างสูงหยุดยืนนิ่ง เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพลางใช้มือป้องแสงแดดที่ส่องผ่านมา

"ใช้เวลาเดินทางอีกเพียงชั่วยามก็น่าจะถึงที่หมายแล้วนะครับ"

เสียงของคนที่เดินตามร่างสูงมาติดๆ เอ่ยบอก ร่างสูงที่อยู่ในชุดสีดำสนิทพยักหน้ารับก่อนจะออกก้าวเดินต่อ หากแต่ก็ชะงักฝีเท้าและหันกลับไปหาคนสนิท

"เจ้าคิดว่าข้าจะหาพบไหม"

"ต้องพบแน่นอนครับ"

เอ่ยคำยืนยันอย่างหนักแน่น เมื่อตัวเขาเองก็เชื่อว่าคนร่างสูงที่เป็นนายเหนือหัวของเขาจะต้องพบกับคนที่ตามหาอยู่อย่างแน่แท้

"กาลผันผ่านไปหลายปีแล้ว"

เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ ราวกับแค่เอ่ยให้ลมพัดผ่าน ร่างสูงยกหมวกที่ถือไว้สวมลงบนศีรษะก่อนจะออกก้าวเดินอีกครั้ง

 

 

 

"ท่านมาที่นี่อีกแล้วหรือ"

กลายเป็นประโยคเดิมๆ ที่เอ่ยซ้ำเสียทุกวัน เมื่อคนตรงหน้าเขาเสด็จมายังหอนางโลมได้ไม่เว้นวัน เมื่อวานมาแล้ววันนี้ก็มาอีก ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดให้ทำนอกจากนี้แล้ว

"ถามข้าเช่นนี้ทุกวัน เจ้าไม่เบื่อหรือ"

คนร่างบางไม่ตอบ เพียงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปช่วยแต่งหน้าให้คณิกาที่นั่งอยู่ตรงหน้าต่อ

"ข้าเป็นแขกของเจ้า เจ้าไม่ต้องต้อนรับข้าหรอกหรือ"

"หากไม่มีคำสั่งจากจักรพรรดิหรือมาม่า ข้าก็ไม่จำเป็นต้องต้อนรับแขก"

เอ่ยเสียงห้วน หากแต่คนมีศักดิ์เหนือกว่าก็มิได้ใส่ใจ กลับเอ่ยไล่คณิกาที่นั่งอยู่ให้ออกไป ซือชุนมองคนที่ทำอะไรตามใจตนก่อนจะทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอีกรอบ

"เมื่อวานข้ายังเห็นเพียงเด็กขี้แยคนนึง วันนี้โตแล้วปีกกล้าขาแข็งหรือ"

คนร่างบางเพียงแค่ตีสีหน้าเรียบเฉย ก้มหน้าเก็บเครื่องประทินโฉมที่ใช้เมื่อครู่นี้เก็บลงกล่องอย่างเรียบร้อย หวงจื่อเทาเฝ้ามองคนที่ยังคงมีท่าทีเรียบเฉย ก่อนจะขยับตัวเพื่อเข้าใกล้มากขึ้น หากแต่ซือชุนกลับขยับหนี กิริยาท่าทีที่ซือชุนแสดงออกทำให้จื่อเทาไม่พอใจ เขาไม่ชอบใจและไม่เข้าใจ

"หากเป็นห้าปีก่อนนี้ เจ้าคงไม่หนีข้าเช่นนี้"

วาจาเผลอพลั้งเอ่ยออกไป ซือชุนเงยหน้าขึ้นสบตาสีดำสนิทที่มืดมิดราวกับคืนเดือนดับ

"เช่นนั้นท่านคงรักคนเมื่อห้าปีก่อน มิใช่กระหม่อม" ทั้งที่เป็นคำประชดประชัน หากแต่จื่อเทากลับแทบจะกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ ท่าทีการแสดงออกเช่นนี้ของซือชุนเรียกว่าน่ารักได้หรือไม่

"เจ้าน้อยใจหรือ"

ถามพลางพยายามเก็บสีหน้าที่แทบจะกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่

"อย่าตัดสินสิ่งใดตามใจชอบเลยกระหม่อม"

เอ่ยเสียงเรียบ ย่อตัวลงเอื้อมมือเรียวสวยออกไปเปิดตู้ก่อนจะเก็บกล่องเครื่องประทินโฉมเข้าไป จัดการปิดประตูตู้ก่อนจะยืดตัวขึ้น ซือชุนหันมาก้มลงโค้งให้คนตรงหน้าเป็นเชิงบอกลาเพื่อที่จะได้เดินออกไปพ้นจากตรงนี้ แน่นอนว่าหวงจื่อเทาไม่ปล่อยให้คนร่างบางเดินผ่านไป เขาขยับร่างสูงใหญ่ของตัวเองเข้าขวางทางคนที่กำลังเดินไป ซือชุนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของใบหน้าคมที่ทำตัวเกะกะอยู่

"ช่วยหลีกทางด้วยกระหม่อม"

น้ำเสียงช่างราบเรียบบวกกับสายตาคู่นั้นที่มองมาอย่างเฉยชา ชั่วครู่หนึ่งที่หวงจื่อเทาเผลอคิดไป ซือชุนคนเมื่อห้าปีก่อน เคยมองเขาด้วยสายตาแบบนี้หรือไม่...

คำตอบที่ได้ราวกับเป็นภาพเคลื่อนไหวที่หมุนวนอยู่ในม้วนเทปกรอซ้ำไปซ้ำมา ดวงหน้าหวานกับสายตาคู่สวยนั้นทอดมองมาที่เขา ยามที่ริมฝีปากหยักยิ้มและเสียงหัวเราะแว่วผ่านมา

ภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้นซ้อนทับกับคนร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ทั้งๆ ที่มีใบหน้าดวงเดียวกัน สายตาคู่เดียวกัน และทั้งยังเป็นคนคนเดียวกัน หากแต่หลายสิ่งกลับเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน

เพียงกาลผันผ่าน ใบไม้เปลี่ยนสี สามารถเปลี่ยนคนคนนึงไปได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ

"เจ้าเปลี่ยนไปมากกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"

"ข้าแค่โตขึ้น"

เสียงหวานตอบกลับมา และจื่อเทาก็คงจะเห็นด้วย ห้าปีไม่ใช่เวลาน้อยๆ

"แล้วเจ้า... ยังคงเชื่อข้าอยู่ไหม"

มองสบเข้าไปนัยน์ดวงตาคู่สวยที่เขาชอบมอง นัยน์ตาคู่หวานที่เคยมองแล้วรู้สึกราวกับฝืนไฟก่ออยู่ข้างตัว หากแต่ตอนนี้กลับเย็นเยือกเป็นน้ำแข็ง

"ข้าไม่เคยเชื่อเจ้า จนกระทั่งถึงวันที่เจ้าไป ข้าก็ยังคงเชื่อแค่ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้"

"..."

"มีแค่เจ้าที่คิดไปเองว่าจะทำได้ จนแม้ตอนนี้เจ้าก็ยังคงเชื่อเช่นนั้นใช่หรือไม่"

"..."

"หากแต่ลองดูตอนนี้สิ ข้าไม่เห็นว่าเจ้าจะทำสิ่งใดได้สักอย่าง"

ประโยคที่ราวกับเข็มพันเล่มทิ่มแทงอยู่บนร่างกาย แผลเล็กๆ ที่ราวกับว่าไม่เจ็บไม่ปวด หากแต่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งผิวเนื้อ

"เจ้าบอกว่าหากข้าเปื้อนดิน เจ้าก็จะเปื้อนด้วย หากข้าคลุกโคลนเจ้าก็จะคลุกโคลนด้วย หรือแม้หากข้าแปดเปื้อน เจ้าก็จะยอมแปดเปื้อนไปกับข้า..."

คำพูดเมื่อวานที่เขาจำได้ขึ้นใจ ประโยคที่ตอนฟังเหมือนกับมีก้อนเมฆลอยอยู่ในท้องเมื่อได้ยินราวกับว่าคนตรงหน้าพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อเสี่ยงตัวลงมากับเขาเพียงไหน

"เจ้ายอมเสี่ยงตัวลงมาขนาดนั้นเพื่อข้า หากข้าได้ยินประโยคเหล่านี้เมื่อห้าปีก่อน สิ่งใดก็คงมิอาจรั้งข้าอยู่"

หากแต่ว่า...

"หลายสิ่งอาจเป็นไปได้สำหรับเจ้า หากแต่ไม่ใช่เรื่องนี้"

คำพูดที่ราวกับร้อยเรื่องฝันพวกนั้น มีทางไหนที่จะเป็นไปได้ด้วยหรือ

"ต่อให้ทางข้างหน้าเจ้าเป็นเหว เจ้าก็ยังคงมีหลายมือที่ดึงรั้งเจ้าไว้ หากแต่ข้าไม่มี"

"..."

"เจ้าถึงไม่กลัว เพราะต่อให้เรื่องที่เจ้าทุ่มเทลงไปจนสุดตัวไร้ทางไปแค่ไหน เจ้าก็ยังมีที่ให้กลับไป"

ไม่มีช่องว่างให้คนร่างสูงเอ่ยแทรก เมื่อซือชุนเอ่ยทุกสิ่งออกมาอย่างแทบไม่หยุดเว้นว่าง ความคิดที่เขาไม่เคยรู้ ซือชุนเอ่ยออกมาให้ฟัง

"ชายขายตัวกับจักรพรรดิ จะเป็นไปได้อย่างไร"

หัวใจแกว่ง ประโยคที่สั่นไหว ทั้งคนฟังและคนพูดต่างก็ราวกับคนเดินแล้วก้าวพลาดเหยียบอากาศจนเสียการทรงตัว ความรู้สึกที่สั่นอย่างรุนแรง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นก็แกว่ง เหมือนหลุดออกจากที่ยึดเหนี่ยว และสั่นไหวเสียจนควบคุมไม่ได้

"สิ่งเดียวที่ข้าอยากให้เจ้าทำคือการเชื่อใจข้า ไม่ใช่การคิดกังวลสารพัดกับเรื่องที่จะไม่มีวันเกิดขึ้น"

จื่อเทาเอ่ยตอบกลับเมื่อหาทางกลับมาจากการหลงตกลงไปเหยียบอากาศนั่นได้

"ตอนนี้อาจไม่มีสิ่งใดทำให้เจ้าเชื่อว่าข้าจะทำได้"

"..."

"หากแต่ข้าจะทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง เพื่อให้เจ้ามาอยู่เคียงข้างข้า"

แววตาฉายความมุ่งมั่น คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นทำให้รู้ว่าคนพูดเชื่อกับสิ่งที่พูดออกมามากเพียงใด ดวงตาคู่นั่นไม่ได้สั่นไหว มันมั่นคงราวกับจะยืนยันวาจาที่เอ่ยออกมา

"ขอแค่เชื่อใจข้าได้หรือไม่"

หากแต่ไม่มีคำตอบสำหรับประโยคเมื่อครู่ เมื่อบานประตูถูกเลื่อนออกมาพร้อมกับชงไฉ่ที่เอ่ยเสียงพูดออกมา

"ซือชุน มาม่าสั่งให้ไปต้อนรับแขก"

เพียงแค่คำพูดประโยคเดียว สายตาของหวงจื่อเทาที่ละออกจากดวงหน้าของซือชุนเมื่อครู่ต้องดึงสายตาตัวเองกลับมามองคนตรงหน้า ซือชุนมองสบกับนัยน์ตาสีดำสนิทของคนตรงหน้าที่ราวกับจะรั้งเขาไว้ไม่ให้ไป

"ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"

ถึงจะเข้าใจในสิ่งที่ดวงตาคู่นั้นสื่อออกมา แต่ก็เลือกที่จะหลบสายตาคู่นั้นและบอกกับชงไฉ่ไปเช่นนั้น ก่อนจะหันมาก้มลงโค้งลาให้กับคนร่างสูง หมายจะเดินผ่านไป แต่มือหนาก็คว้าข้อมือของคนร่างบางไว้เสียก่อน

"ข้าไม่ให้ไป"

เอ่ยเสียงเฉียบขาด บีบข้อมือเล็กคู่นั้นแน่นเสียจนกลัวว่าข้อมือจะหัก ซือชุนค่อยๆ ดึงมือออกจากการกอบกุม ใช้มือเล็กๆ อีกผลักดันแขนแกร่งที่จับข้อมือแน่นราวกับคีมเหล็ก หากแต่ก็ไม่เป็นผล

"ข้าไม่ให้เจ้าไป"

ร่างบางถอนหายใจออกมา ก่อนจะสะบัดมือคู่นั้นที่จับอยู่ แต่มือคู่นั้นก็ยังคงจับเสียแน่นอยู่

"ซือชุน"

ชงไฉ่ยังคงเรียกและน้ำเสียงนั่นก็ราวกับจะบอกให้เขารีบไป

มือเรียวบางของซือชุนยังคงพยายามที่จะดึงออกจากการกอบกุมของมือใหญ่ หากแต่เจ้าของมือคู่นั้นกลับยิ่งกระชับแน่น ก่อนจะออกแรงดึงตัวเขาให้ออกเดินตามไปท่ามกลางความงุนงงของทั้งตัวเขาและชงไฉ่

"ท่านกำลังจะไปไหน"

ไม่มีเสียงตอบกลับจากเจ้าของร่างสูงในทันที จื่อเทาเพียงแค่จับมือคู่นี้ให้แน่นยิ่งขึ้นและก้าวเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนซือชุนแทบจะก้าวเท้าตามไม่ทัน

"ที่ที่มีแค่ข้ากับเจ้า"

คำตอบที่ราวกับย้อนไปเมื่อห้าปีก่อน...

 

 

'เจ้าจะพาข้าไปไหน'

เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อคนตัวสูงกว่าจูงมือเขากึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาไกลจากหอนางโลม

'ที่ที่มีแค่ข้ากับเจ้า'

เสียงทุ้มตอบกลับมา เรียกเสียงหัวเราะหวานใสจากเจ้าของมือเรียวบางที่จับอยู่ได้ทันที

'มีด้วยหรือที่เช่นนั้น'

คนตัวสูงไม่ตอบ ดึงร่างบางของเขาให้วิ่งตามไป เสียงหัวเราะดังเคล้ากับเสียงพูดคุย รอยยิ้มประดับอยู่บนดวงหน้า และดวงตาที่เปล่งประกายอย่างสุขล้น

ไม่แน่ใจนักว่าวิ่งมาไกลเท่าไร หากแต่ระยะทางที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ายาวไกลแม้เพียงนิด

ผืนป่าใหญ่ปรากฎอยู่เบื้องหน้า ทางเขียวชอุ่มและใบไม้พริ้วสไว ลมเย็นๆ พัดผ่าน นกน้อยต่างส่งเสียงเล็กๆ รางกับเพลงขับประสาน ต้นไม้สูงใหญ่ที่เรียงโค้งเข้าหากันคลับคล้ายกับอุโมงค์ ปลายทางรำไรนั่นเห็นสายธารที่ไหลลงมาเป็นน้ำตก ได้กลิ่นชื้นลอยมาจากไกลๆ รวมทั้งเสียงก้องของสายน้ำที่ดังแว่วมาให้ได้ยิน

ความสวยงามได้พบพานทำให้จิตใจของเขาทั้งคู่สงบ ความเงียบที่ไม่มีเสียงใดรบกวนนอกจากเสียงธรรมชาติที่ส่งเสียงร้อง หวงจื่อเทาพาเขานั่งลงบนโขดหินใกล้กับสายน้ำ ผืนน้ำที่ใสเสียจนมองเห็นทุกอย่างที่อยู่ภายใต้

'ที่นี่มีแค่เจ้ากับข้าจริงๆ ด้วย'

เสียงใสเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มน่ามอง ดวงตาคู่นั้นหยีลงจนชวนยิ้มตาม อย่างไม่รู้ตัวที่หวงจื่อเทาคุกเข่าลงตรงหน้าโขนหินที่ซือชุนนั่งอยู่และอย่างไม่รู้ตัวที่ระยะห่างของพวกเขาลดลง ดวงหน้าหวานของซือชุนอยู่ในระดับสายตา หากเพียงแค่พริบตาเดียวริมฝีปากของจื่อเทาก็ทาบทับลงมา ราวกับผีเสื้อเป็นพันตัวบินว่อนอยู่ในท้อง และราวกับตัวเองกำลังเดินอยู่บนอากาศ หรือไม่ก็โขนหินที่เขานั่งอยู่ตอนนี้ได้กลายเป็นก้อนเมฆ ระยะห่างที่แทบไม่มีช่องว่าง หวงจื่อเทาได้เติมเต็มทุกช่องว่างของซือชุน เขาประคองร่างบางไว้ในอ้อมแขน ยืดตัวขึ้นเพื่อลิ้มรสความหวานจากริมฝีปากเล็กได้ถนัดมากขึ้น ความรู้สึกไหลวนไปทั่วกาย หัวใจเองก็เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา

 

เพียงแค่พริบตาเดียวภาพเหล่านั้นก็กลายเป็นแค่ภาพจำสีจาง ที่ราวกับเปื้อนน้ำจนสีเลอะเลือน ต่อให้เช็ดน้ำออกจนแห้ง ภาพเหล่านั้นก็ปนเปื้อนเสียจนไม่เป็นรูป

ร่างบางสะบัดมือออกอย่างแรง ดึงมือของเขาออกมาจากมือคู่นั้นที่จับไว้ราวกับจะไม่มีวันปล่อย

"มีด้วยหรือที่เช่นนั้น"

ทั้งๆ ที่เป็นประโยคเดียวกัน หากแต่ความรู้สึกที่ได้ฟังช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน ไม่มีเสียงหัวเราะ มีแต่ความเงียบระหว่างพวกเขาที่ดังอยู่ จนก้องกังวานไปทั่ว

ซือชุนเพียงหันหลังเพื่อที่จะเดินจากไป ขาเรียวคู่นั้นก้าวออกไปแล้ว หากแต่เสียงที่ดัฃตามมาทำให้เขาชะงัก

"อย่าไป"

ซือชุนหยุดยืนนิ่ง หันกลับมามองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วยแววตาเรียบเฉย

"ตอนนั้นข้าก็ร้องขอเจ้าเช่นนี้ หากแต่เจ้าก็ไป"

แผ่นหลังบางเดินไกลออกไป สุดสายตาจนมองไม่เห็น

 

 

'เจ้าไม่ไปไม่ได้หรือ'

อ้อนวอนทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อคนร่างสูงก้าวมาหยุดอยู่ที่ม้าที่เตรียมไว้สำหรับออกเดินทาง ทหารหลายนายที่ยืนอยู่ทำให้ซือชุนไม่กล้าเข้าไปใกล้หวงจื่อเทามากกว่านี้

'ข้าต้องไป'

ตอบกลับมาอย่างหนักแน่น เขาตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไปเพื่อทำการใด เดิมทีเรื่องการสืบทอดบัลลังก์ไม่เคยมีอยู่ในความคิดของหวงจื่อเทา หากแต่ยามมองใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้แล้วพาลต้องนึกไปว่าหากเจ้าของเรือนร่างที่เขารักคนนี้ก็ต้องไปนอนอยู่ใต้ร่างคนอื่นเช่นกัน ราวกับเหน็บชาลามไปที่หัวใจ เพียงแค่นั้นเขาแค่คิด ว่าควรจะทำสิ่งใดสักอย่าง

'ขอแค่เจ้าเชื่อข้า แล้วข้าจะกลับมารับเจ้า'

ร่างเล็กส่ายหัว เขาไม่ได้แค่คิดว่าถ้าหากหวงจื่อเทาได้ขึ้นครองเป็นจักรพรรดิแล้วหาทางมาไถ่เขาออกไปได้ แต่หากหลังจากนั้นเล่า จะมีทางใดที่เราจะได้อยู่ด้วยกันดังเช่นที่หวัง

เมื่อพื้นเพเขาเป็นเพียงแค่ชายขายตัว แต่หวงจื่อเทา...  อย่างไรก็เป็นเชื่อพระวงศ์

เจ้าของร่างสูงใหญ่ไม่ได้ฟังประโยคที่เขาไม่ทันได้พูด กลับก้าวขึ้นม้าพร้อมกับทหารที่ยืนเรียงรายกันเปิดทางให้องค์ชายของเขาไปได้อย่างสะดวก ในขณะที่ซือชุน หยุดอยู่ข้างหลัง ขาเรียวยืนนิ่ง ไม่ได้แม้แต่จะขยับก้าวตามไปเพียงนิด

'อย่าไป'

ราวกับลมพัดปลิว คำพูดที่เอ่ยลอยหายไปกับอากาศ เสียงควบม้าดังไกลออกไป ไม่มีใครตอบกลับมา ได้ยินเพียงคำพูดของหวงจื่อเทาที่เอ่ยซ้ำไปซ้ำมาในห้วงความคิด ที่บอกว่าจะขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิ ที่บอกว่าจะกลับมา ที่บอกให้เขารอ ที่บอกว่าให้เชื่อใจ ที่บอกว่าจะได้อยู่ด้วยกัน...

ถ้อยคำราวฝันพวกนั้น จะเป็นจริงได้อย่างไร

 

เขาปลุกตัวเองให้ตื่นจากความฝัน ก่อนที่จะหลับลึกไปมากกว่านี้
 

.
#ฟิคหญิงงาม



Talk

ตัวละครเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ555555555 ทำไมวุ่ยวายจัง55555555 อะไรอ่ะ เหมือนมีอะไรจะอธิบายสักอย่างแต่ลืมไปแล้วว่าต้องอธิบายอะไร555555 สงสัยตรงไหนถามเมได้นะ ตอนนี้เมรู้สึกว่าเมเขียนภาษาแปลกๆ55555 นี่ก็พิมพ์เลขห้าทุกประโยคเลย5555555 โอ้ยเกลียด555555555 เจอกันครึ่งนะคะ ตอนนี้มาน้อย เสียใจ เออ พระพันปีสาวเนอะ จินตนาการให้แก่พอจะเป็นแม่ลู่หานให้ได้นะ หน้าพี่ลู่เหี่ยวกว่าอีก สงสาร555555555555
 

Talk2

มีตัวละครโผล่มาอีกแล้วแงะ5555555555 ย่อหน้าแรกตัวละครใหม่สองคนเนอะ

คู่นี้ใจแข็งจน555555555 ตอนนี้กำลังภาวนาให้ตัวเองไม่เขียนออกทะเลจนเลยเถิด ตอนนี้เรื่องกำลังเป็นไปตามที่วางพล็อตไว้ค่ะดีใจมาก ที่กลัวที่สุดตอนนี้คือการเขียนออกนอกลู่นอกทาง หวังว่าตัวเองจะไม่เขวไปไหน งือ555555555 เจอกันตอนหน้านะคะ คำผิดถ้ามีบอกได้นะเดี๋ยวเมมาแก้ เม้นได้ติดแท้กได้นะ แท้ก #ฟิคหญิงงาม ค่ะ



 

 




 

 
 




 
O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #146 S.N.L.L (@sunlikelay) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 19:03
    พี่ลู่ละมุนอ่ะ
    #146
    0
  2. #120 ramp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 00:12
    หญิงงามเมืองนี้ทั้งเข้มแข็งและใจแข็งจริงๆ ชอบมาก อย่าแต่งหน่วงมากน่ะกลัวหัวใจทำงานหนัก
    #120
    0
  3. #109 DarkCornell (@fai-cornell) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 19:37
    อุปสรรคชั่งเยอะแยะจริงๆ
    #109
    0
  4. #105 POP2540 (@pop032540) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 12:57
    เซฮุนใจแข็งจัง เชื่อเทาสิเทาทำได้ยุแล้วเทาไปลากมาเลยนะเวลาที่งุนจะไปกับใครไปลากมาเลย มาต่อนะไรต์สนุกมาก
    #105
    0
  5. #102 Lminmhan (@lumin2620) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 18:42
    เย้ ครบแล้ว ขอบคุณค่ะ แล้วมาต่ออีกนะคะ สู้ๆค่ะ รออยู่นะ :)
    #102
    0
  6. #100 tenari (@tenari) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 22:54
    อย่ารักน้อยลงเลย สู้ๆค่ะ
    #100
    0
  7. #99 Jakkaran55 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 00:05
    อย่าบอกนะว่าพระพันปีจะหาพระมเหสีให้องค์จักรพรรดิ😭😭😭
    #99
    0
  8. #98 lskdsdo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 12:43
    ผ่านไปให้ได้ด้วยเถอะ ขอให้ซิ่วหมินเป็นพระมเหสีให้ได้ สู้สู้ มาต่อเร็วๆน้าไรต์

    ปล.เรื่องรูปไม่ต้องเครียดหรอกค่ะ55555 ยังไงจ๊อกก็ยังเป็นจ๊อก นางเเค่อยากอัพกล้ามนางเท่านั้น เเต่ถ้าเเต่งมุ้งมิ้งก็สวยเหมือนเดิม 555555 ><
    #98
    0
  9. #97 Sopia (@sopia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 00:54
    เดี๋ยวเราเตรียมไฟกับน้ำมันช่วยเผาค่ะ55555#นี่ก็นอกประเด็น 5555 องค์จักรพรรดิน่าสงสารเนาะอย่างว่ายิ่งอยู่สูงมากเท่าไหร่ภาระหน้าที่ก็มากขึ้นมากเท่านั้นตอนนี้ไม่ได้มีแค่ตัวกับหัวใจที่จะทำตามที่ต้องการได้ทุกอย่าง หากแต่ยังมีบ้านมีเมืองมีประชาชนที่ต้องดูแล จริงอย่างที่ว่ายิ่งสูงก็ยิ่งหนาว.... ทำไมเราหวั่นกับพระพันปีจัง เง้อออออ คนเค้ารักกันนะ ไปขัดขวางบาปนะรู้มั้ยยย ของจริงเพิ่งจะเริ่มจากตอนนี้หรือเปล่านะ สงสัยว่าจะจบแฮปปี้มั้ยคะ 55555555 ฟิคหน่วงไม่กลัวแต่ฟิคจบแบดเอนดิ้งนี่หวั่นจริงๆค่ะ T_Tแต่ยังไงก็รอที่เหลือนะคะะ ฟิคสนุกมากค่ะ ยืนยันคำเดิมว่ายังบรรยายได้ดี ชอบบบบบ
    #97
    0
  10. #96 Onlyfiction66 (@kkkkkokoro) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 00:33
    เห็นรูปละเครียด
    #96
    0
  11. #95 ramp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 23:26
    หญิงงามในฟิค กะ ภาพข้างล่าง ไม่ได้ไปด้วยกันเลย ร้องไห้ จะทำไรสนมช่วยดูกล้ามนางด้วย555
    #95
    0
  12. #94 just so you know (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 22:46
    ใครๆก็ขัดขวางงง



    ไรต์ รูปทำเราเจ็บปปวดนิดๆ 55555
    #94
    0
  13. #93 Nunqwerty (@nunjyj) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 22:02
    โอ๋เอ๋นะไรท์อย่าเครียดกะหุ่นลูกมากน้ายังไงนางก็น่ารักเหมือนเดิมน้าา ความรักของสองคนนี้กำลังจะไปได้ดีแล้วเชียวพระพันปีโผล่มาอีกกลัวใจ
    #93
    0
  14. #92 TAOHUN_xoxo (@taohun_xoxo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 21:21
    รอค่าาาา
    #92
    0
  15. #91 Lovelymall (@mimi348) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 16:37
    มาต่อเร็วๆน้าค้าาาา ><
    #91
    0
  16. #90 Lminmhan (@lumin2620) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 17:46
    มาต่อเร็วๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ สู้ๆ :)
    #90
    0