[EXO] Beauty And The King ❀LUMIN&TAOHUN

ตอนที่ 4 : ❀OS [LUMIN] -Bluelentine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 ก.พ. 58




Bluelentine

 

14 กุมภาพันธ์ 2015

นั่งอยู่ในร้านเดิม โต๊ะตัวเดิม เก้าอี้ตัวเดิม แล้วก็ยังสั่งเมนูแบบเดิม มัน... นานมากแล้วเนอะ

 

กริ๊ง

เสียงตัวกุ๊งกิ๊งที่แขวนอยู่กับประตูร้านคาเฟ่ดังขึ้นเมื่อประตูถูกผลักเข้ามา ผู้ชายตัวสูงที่สวมทั้งหมวกและแว่นตาดำเดินเข้ามาพร้อมกับคุยโทรศัพท์ที่ยกขึ้นแนบหูอยู่ไปด้วย  

"ยินดีต้อนรับครับ รับอะไรดีครับ"

พนักงานถามอย่างสุภาพ ในขณะที่คนร่างสูงที่เดินมาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์มัวแต่จดจ่ออยู่กับการคุยโทรศัพท์มาตั้งแต่ตอนเดินเข้าร้านมา พนักงานได้แต่ยิ้มและถามอีกครั้งอย่างสุภาพ

"คุณลูกครับ รับอะไรดีครับ"

เป็นเรื่องน่ายินดีที่คราวนี้เสียงของพนักงานดังไปกระทบหูคนที่เดินเข้าร้านมาแต่ไม่สนใจที่จะสั่งเมนู เจ้าของร่างสูงยกมือขึ้นลากแผ่นเมนูที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์เข้าใกล้ตัวเพื่อที่จะได้มองเห็นเมนูชัดเจนมากขึ้น หากแต่จ้องเมนูมาสักพักแล้วคุณลูกค้าตรงหน้าก็ยังไม่มีท่าทีที่จะสั่งเมนูใดออกมาสักที

"เอ่อ รับอะไรดีครับคุณลูกค้า"

"อืม..."

ได้ยินแต่เสียงครางออกมาอย่างครุ่นคิด พนักงานได้แต่ยิ้มแหยๆ และยืนรอคุณลูกค้าเลือกเมนูต่อไป

"เอาอะไรดีล่ะ"

"ผมขอแนะนำเป็นประเภทเครื่องดื่มร้อนดีมั้ยครับ อากาศหนาวช่วงนี้น่าจะเหมาะกับการดื่มเครื่องดื่มร้อนนะครับ"

พนักงานตอบอย่างกระตือรือร้นและชี้ไปที่เมนูเครื่องดื่มร้อน หากแต่สายตาคุณลูกค้ากลับไม่ได้ขยับไปมองตามเมนูที่แนะนำแม้แต่น้อย

"เอาบลูเบอร์รี่เหรอ"

อ่า... ดูท่าว่ากำลังคุยโทรศัพท์ล่ะ เพราะงั้นประโยคที่ว่าจะเอาอะไรดีเมื่อกี้ก็เป็นคำถามที่ถามคนในสายสินะ

"เอาบลูเบอร์รี่ครับ"

ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากการมองเมนูและสั่งเครื่องดื่มตามที่คนในสายบอก

"รับเป็นบลูเบอร์รี่แบบไหนดีครับ เป็นประเภทเครื่องดื่มหรือขนมหวานดีครับ"

"เอาอะไรก็ได้ อะไรก็ได้ที่เป็นบลูเบอร์รี่ เอามาให้หมดเลย"

สั่งอย่างตัดปัญหาเมื่อก้มมองเวลาที่ข้อมือและพบว่ามันเย็นมากแล้ว แถมคนในสายก็มัวแต่เร่งเร้าให้รีบแล้วก็ร้องแต่จะกินบลูเบอร์รี่ๆๆ เสียงเล็กที่ดังออกมาเอาแต่พูดไม่หยุด เขาจินตนาการได้เลยว่าปากเล็กๆ นั่นจะต้องขยับไปขยับมาจนน่าฟัดให้หยุดพูด

"รู้แล้ว นี่ก็สั่งบลูเบอร์รี่ไปแล้วไง"

หากแต่เสียงเล็กๆ นั่นก็ยังคงไม่หยุดพูด ส่งเสียงเจื้อยแจ้วซะจนคนตัวสูงเผยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

"ถ้าอยากกินเร็วๆ วันหลังก็ออกมากินด้วยกันที่ร้านเลยสิ"

เจ้าของร่างสูงฉีกยิ้มกว้างเมื่อเสียงเล็กๆ ในสายตอบกลับมา

"สัญญาแล้วนะ"

 

สัญญาไว้แล้ว

 

 

กริ๊ง

เสียงตัวกุ๊งกิ๊งที่แขวนอยู่กับประตูร้านกาแฟดังขึ้นเมื่อประตูถูกผลักเข้ามา ผู้ชายตัวสูงคนเดิมเดินเข้ามาในร้าน หากแต่คราวนี้ไม่มีหมวกหรือแว่นตาปกปิด ซ้ำข้างกายยังมีผู้ชายตัวเล็กกว่าอีกคนเดินตามมาด้วย

"ยินดีต้อนรับครับ รับอะไรดีครับ"

"เอาบลูเบอร์รี่ครับ เอาทุกอย่างที่เป็นบลูเบอร์รี่เลย"

เอ่ยสั่งเมนูที่ไม่ได้ดูเมนูกับพนักงานก่อนจะยื่นบัตรออกไปเพื่อจ่ายตัง ผู้ชายคนที่ตัวเล็กกว่ายืนมองไปทั่วร้านอย่างให้ความสนใจในขณะที่รอคนตัวสูงจ่ายตัง

"มินซอก ไปหาที่นั่งกัน"

คนตัวเล็กละสายตาจากการมองสำรวจไปทั่วร้านเดินตามคนตัวสูงไปนั่งยังโต๊ะที่อยู่ไม่ห่างจากเคาน์เตอร์เสียเท่าไร

บรรยากาศในร้านคาเฟ่คลอไปด้วยเสียงเพลงที่เปิดอยู่เบาๆ กลิ่นหอมๆ ของขนมหวานลอยมาแตะจมูกช่วยเพิ่มให้บรรยากาศดีเข้าไปใหญ่

"นี่ ลู่เก่อ..."

เสียงเล็กๆ ของคนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยออกมาในขณะที่มือคู่เล็กที่วางไว้บนโต๊ะก็ถูกกอบกุมจากอีกคนไว้จนมิด ความอบอุ่นจากมือของอีกคนถูกส่งต่อ ปากกระจับขยับตามจังหวะพูดอย่างน่ามอง ส่วนคนฟังก็เอาแต่ยิ้มแล้วก็มอง เพียงไม่นานเมนูบลูเบอร์รี่ทั้งหลายก็มาเสิร์ฟ แอบเสียดายนิดหน่อยที่ต้องปล่อยมือเล็กคู่นั้น แต่ก็เอาเถอะ ไว้จับใหม่ตอนไหนก็ได้

"ลู่เก่อ อันนี้อร่อย ลองชิมสิ"

เสียงเล็กชักชวนให้ชิมนู้นชิมนี้ตลอดเวลาเมื่อตักอันไหนเข้าปากก็อร่อยไปหมดแถมยังอยากให้คนตรงหน้าลองกินด้วย ทั้งๆ ที่คนตรงหน้าก็กินไปแล้ว

"บลูเบอร์รี่อร่อยใช่มั้ย"

ถามออกมาทั้งๆ ที่แก้มยังเต็มไปด้วยบลูเบอร์รี่

"อืม อร่อย"

จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันอร่อยขนาดไหน ก็แค่หวานๆ เปรี้ยวๆ ก็กินได้ แต่ถ้ามินซอกชอบ ลู่หานก็อยากจะชอบด้วย

"มินซอก ค่อยๆ กินสิ"

เอ่ยเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเอาของกินเข้าปากเร็วเกินไปแล้ว เอายัดๆ เข้าไปแบบนั้นเดี๋ยวก็สำลักกันพอดี

"ลู่เก่อ~ พรุ่งนี้มากินอีกได้มั้ย"

น้ำเสียงอ้อนๆ ถูกเอ่ยออกมา แถมเสียงน่ารักนั่นก็ยังเรียกเขาแบบที่เขาชอบให้เรียกอีก ลู่เก่อ~ ลู่เก่อ~ มีคนเดียวที่เรียกได้น่าใจอ่อนขนาดนี้น่ะแหละ

"เฮ้อ ได้สิ"

 

กริ๊ง

เสียงตัวกุ๊งกิ๊งที่แขวนอยู่กับประตูร้านกาแฟดังขึ้นเมื่อประตูถูกผลักเข้ามา ผู้ชายสองคนที่ตัวไล่เลี่ยกันเดินตามกันเข้ามา คนนึงตัวสูงกว่าและอีกคนตัวเล็กกว่า

"ยินดีต้อนรับครับ รับอะไรดีครับ"

"เอาทุกอย่างที่เป็นบลูเบอร์รี่เลยครับ"

ประโยคนี้กลายเป็นประโยคที่พนักงานได้ยินทุกวันเมื่อเวลาห้าโมงเย็นเศษๆ

"ถ้าชอบกินขนาดนั้น มาด้วยกันทุกวันเลยมั้ยล่ะ"

"มาสิ! มาแน่นอน"

มินซอกตอบกลับเมื่อลู่หานถาม และคำตอบก็ทำให้ลู่หานยิ้ม

"สัญญาแล้วนะ"

 

สัญญาไว้แล้ว

 

มินซอกสัญญาแล้ว แต่ทำไมลู่หานถึงไม่สัญญาล่ะ...

 

14 กุมภาพันธ์ 2015

นั่งอยู่ในร้านเดิม โต๊ะตัวเดิม เก้าอี้ตัวเดิม แล้วก็ยังสั่งเมนูแบบเดิม มัน... นานมากแล้วเนอะ

มือเล็กกอบกุมแก้วบลูเบอร์รี่ที่สั่งมา มันเย็นมาก หากแต่มือเล็กๆ ก็ยังคงจับมันไว้ วันนี้บลูเบอร์รี่ยังอร่อยเหมือนเดิม บรรยากาศก็ยังดีเหมือนเดิมด้วย

หากแต่วันนี้มีมินซอกคนเดียว

โทรศัพท์เปลี่ยนมาอยู่ในมือแทนแก้วบลูเบอร์รี่ที่ถือไว้เมื่อกี้ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ประโยคสั้นๆ ที่พิมพ์เอาไว้ หากแต่ไม่กล้ากดส่ง แค่คิดก็กลัวแล้วว่าถ้าประโยคที่ส่งออกไปไม่มีการตอบกลับเขาจะทำยังไง

ถึงจะกลัวและก้อนเนื้อบนหน้าอกข้างซ้ายจะเต้นตุบตับเสียจนปวดแค่ไหน มินซอกก็ยังอยากจะลองถามดูสักครั้ง ไม่เป็นไรหรอกหากไม่ได้คำตอบหรือคำตอบที่จะได้จะทำร้ายเขาแค่ไหน มันคงไม่เจ็บมากเท่าวันที่สองขาของตัวเองได้แต่หยุดอยู่ที่เดิมแล้วมองรอยเท้าที่เป็นเครื่องหมายของการเดินจากไปเพิ่มมากขึ้นตามระยะทางที่ยิ่งไกลออกไปหรอก

นิ้วเล็กๆ กดส่งข้อความ และเกือบจะทันทีที่ข้อความของเขาถูกอ่าน หัวใจเต้นแรงกว่าเดิมเสียจนปวดหนึบ มือของเขาสั่นอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นเครื่องหมายที่ทำให้รู้ว่าคนที่เขาส่งข้อความไปให้นั้นได้อ่านข้อความของเขาแล้ว

ไม่มีเสียงข้อความเข้าหากแต่เป็นเสียงโทรศัพท์ที่ดังเข้ามาแทน หัวใจดวงน้อยกระตุกอย่างแรงจนแทบเต้นผิดจังหวะ ชื่อคุ้นเคยปรากฎอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้มือเขาที่สั่นอยู่แล้วสั่นเข้าไปอีก

 

눈이 부시게 반짝이던 우리 둘은

이미 남이 되었잖아

안에서 세상이 것이었던

철없던 시절은 안녕

เราสองคนเคยส่องประกายสดใสด้วยกัน

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนแปลกหน้า

เมื่ออยู่ในอ้อมแขนของคุณ โลกทั้งใบก็กลายเป็นของผม

ช่วงเวลาวัยเยาว์ตอนนั้น ลาก่อน

 

오늘 바보처럼 자리에 있는 거야

비가 내리면 흠뻑 젖으며 오지 않는 너를 기다려

나는 행복했어 잡고 걷던

기억에 뒤돌아 네가 있을까

วันนี้ผมยังอยู่ที่เดิมราวกับคนโง่

ตากฝนที่โปรยลงมาเสียจนเปียกปอน รอคอยคุณแม้คุณจะไม่มีวันมา

ผมเคยมีความสุขกับความทรงจำที่เราจับมือเดินเคียงข้างกัน

ผมมองย้อนกลับไป เผื่อว่าคุณจะยืนอยู่ตรงนั้น

 

นั่งอยู่ในร้านเดิม โต๊ะตัวเดิม เก้าอี้ตัวเดิม แล้วก็ยังสั่งเมนูแบบเดิม มันก็นานมากแล้วเนอะ

"ฮัลโหล..."

 

กริ๊ง

เสียงตัวกุ๊งกิ๊งที่แขวนอยู่กับประตูร้านกาแฟดังขึ้นเมื่อประตูถูกผลักเข้ามา...

 

ลู่เก่อ ไปกินบลูเบอร์รี่ด้วยกันมั้ย?’

 

Untitled

#Bluelentine


 

Talk

เรื่องเกิดจากการที่ไปอ่านทวิตนึงมาแล้วชอบค่ะ เป็นเรื่องพี่ลู่กับมินซอกที่ชอบไปกินบลูเบอร์รี่ด้วยกัน มันน่ารักมากก็เลยเอามาแต่ง สุขสันต์วันแห่งความรักนะคะทุกคน

#Bluelentine

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #145 S.N.L.L (@sunlikelay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 18:57
    คือดึงพี่ลู่มากกกกกโฮๆๆๆๆๆ
    #145
    0
  2. #128 LUMINLIN♡ (@alwayslumin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 16:32
    คิดถึงพี่ลู่เนอะ มินซอก
    #128
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #101 MySally (@MySally) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 01:12
    ฮือๆ ๆ คิดถึงลู่หมิน T.T
    #101
    0
  5. #77 DarkCornell (@fai-cornell) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:47
    เศร้าอ่ะ ฮือออออ
    #77
    0
  6. #76 ทีมสนมซิ่ว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:51
    บทสนทนาก็คงต้องเอาไปจินตนาการเองสินะคะ

    ทำไมมันเศร้าอะ ㅠ ㅠ

    ยังไงก็ขอบคุณนะคะ สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ
    #76
    0