sekai | kaihun

ตอนที่ 18 : as long as you love me ㅡ 08

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ย. 59


 

As long as you love me

We're under pressure, seven billion people in the world trying to fit in.
Keep it together, smile on your face even though your heart is frowning.
We both know it's a cruel worldBut I will take my chances.

#aslongfic

 

 

 

– 08 –

 

 

 

 

 

                แทมินหายหงุดหงิดจงอินจากเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้แล้ว แต่ใช่ว่าจงอินจะดีใจอะไรหนักหนา เขายังคงรู้สึกไม่ปลอดภัยเหมือนเดิมนั้นแหละเพราะไม่รู้ว่าแทมินจะระเบิดใส่อีกเมื่อไหร่ ถึงจะได้พูดคุยกันมากขึ้นบ้างแต่แทมินก็ยังมีท่าทีร้ายๆอย่างเช่นเหวี่ยงและพร้อมจะชกเขาได้ทุกเมื่อเมื่อไม่พอใจ และนั้นเป็นสาเหตุให้จงอินเริ่มไปไหนมาไหนไม่สะดวกว่าเดิมอีก กลายเป็นต้องระมัดระวังตัวตามแฝดน้องเพราะใช่ว่าจะโชคดีรอดจากตำรวจทุกครั้ง

 

 

 

 

 

 

                มีบ้างที่แทมินยังหัวเสีย แม้จะไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเสียทั้งหมดแต่ก็อดที่จะโมโหไม่ได้เมื่อมูลค่าเงินที่ควรได้นั้นหายไป แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่ดูกวนใจแทมินนัก เขาได้ติดต่อธุรกิจกับจินโฮ เจ้าของผับอีกเมืองนึงและยังครองตำแหน่งเอเย่นต์ยาเสพติดที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนนึง แทมินเชื่อว่าจินโฮกำลังพยายามเป็นขยายอำนาจในเกาหลีที่ไล่ตามมากับพ่อเขา หากสานสัมพันธ์กันได้ก็คงไม่มีใครกล้าทำอะไรพวกเขา เรียกได้เต็มปากว่าใหญ่คับประเทศของจริง

 

 

 

 

 

 

                แทมินนั่งไขว้ห่างเช็ดกระบอกปืนที่หวงแหนฆ่าเวลาที่จงอินกำลังฝึกยิงปืนอยู่ที่ป่าต้นสนหลังคฤหาสน์อันใหญ่โต จงอินเริ่มยิงได้แม่นยำมากขึ้น จะว่าภูมิใจกับตัวเองก็คงใช่ ไม่มีเด็กผู้ชายคนไหนหรอกที่ไม่อยาก เท่แต่คงไม่มากไปกว่าแทมินหรอก คนตัวซีดยังคงรำคาญใจทุกครั้งที่มันไม่เป๊ะตามที่เขาต้องการ ในบางครั้งแทมินเองต้องหยิบกระบอกปืนบนโต๊ะมายิงให้ดูว่ามันควรเป็นเช่นไร จงอินจึงได้แต่ยอมทำตาม ร่างสูงเริ่มเหนื่อยอ่อนเพราะแดดที่เริ่มร้อนเมื่อเข้าเวลาใกล้เที่ยง หากแต่ลมยังพัดเย็นสบายประกอบกับต้นไม้สูงสง่าที่พอให้ร่มเงา จงอินทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ตรงข้ามแทมินอย่างถือวิสาสะ เอาจริงๆเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกเป็นกันเองกับแฝดน้องนักหรอก เพียงแต่ต้องพยายามทำตัวปกติเท่านั้น เขาไม่ได้มาเป็นทาสแทมินนะ

 

 

 

 

 

 

                คนผิวขาวปรายตามองใบหน้าคมเข้มที่เสมองไปรอบป่าขนาดย่อม มุมด้านข้างของสันกรามคมทำให้แทมินอดจ้องมองเสียไม่ได้ แทมินคิดอยู่เสมอว่ามันจะบาดมือไหมหากลองลูบไล้ที่สันกรามนั้น ที่จริงก็แฝดที่มาจากไข่ใบเดียวกัน ทำไมเขาถึงไม่ดูคมเท่าจงอินเลย มือขาวยังคงเช็ดปลายกระบอกปืนพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่สายตายังคงจ้องมองใบหน้าคมนั้นอยู่ไม่ห่าง

 

 

 

 

 

 

เสียงกริ๊งในห้องโถงใหญ่ดังขึ้น แม่บ้านผู้ต่ำต้อยกึ่งวิ่งกึ่งเดินมารับโทรศัพท์โบราณสีทอง ผลันทราบว่าปลายสายต้องการคุยกับใคร เธอก็หันไปบอกการ์ดที่หน้าบ้านให้ไปตามคนที่ว่ามา แทมินเดินช้าๆไม่เร่งรีบมาที่ตัวคฤหาสน์อันโอ่อ่าอย่างไม่สนใจว่าคนรอที่ปลายสายจะรอนานขนาดไหน อีซอนวุครอสายอย่างรำคาญใจ รู้ดีว่าลูกชายตัวร้ายเป็นคนไม่สนใจใคร แต่มันก็ไม่น่าแปลกนักหรอกเพราะเขาเลี้ยงแทมินมาเองกับมือ แม้ว่าเขาจะรักเงินทองและธุรกิจของตนมากเพียงใด ความเป็นพ่อของเขาก็ไม่ได้น้อยลงกว่าคนธรรมดาเลย เพียงแต่มันอาจจะบกพร่องไปบ้างเพราะสิ่งที่ต้องทำนั้นเยอะเหลือเกิน ยิ่งคนรักของตัวเองหนีจากไปนั้นทำให้เขาเสียศูนย์อยู่ไม่น้อย เลยช่วยไม่ได้ที่เขาเลี้ยงแทมินมาให้เป็นคนแข็งกร้าวที่ทำอะไรด้วยตัวเองโดยไม่ต้องฝากใจไว้ที่ใครคนอื่น และมันก็ยังส่งผลร้ายต่อตัวแทมินเองด้วยที่คนอื่นจะพาลกลัวไปโดยไม่มีเหตุผล อีซอนวุคเคยทบทวนตัวเองอยู่หลายครั้งว่าเขาทำผิดมากหรือไรที่ เฮจองหนีไป มันเป็นเหตุการณ์ที่ทำร้ายกันมากพอควร คิดว่าการต่อสู้ยิงปืนกับตำรวจมันยังไม่โหดร้ายเท่านี้ เขาแค่นึกถึงภาพที่เธออุ้มลูกชายอีกคนหายไปเขาแทบสิ้นสติ ถึงเขาจะมีอิทธิพลมากมายเพียงใด แต่การพลิกแผ่นดินหาคนคนนึงมันไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นเลยสักนิด กว่าจะตาม จงอินเจอเขาก็ใช้เวลาไม่น้อยเลย เขาต้องการของๆเขากลับคืน ถึงแม้เฮจองจะจากไปก็ตามที

 

 

 

 

 

 

                ครับแทมินกรอกเสียงตามสาย เรียกคนที่อยู่ในภวังค์ให้กลับมาจดจ่อที่โทรศัพท์อีกครั้ง

 

 

 

 

 

                แทมิน แกพลาดท่าเจ้าซูจิอย่างนั้นเรอะ ฮ่ะๆ เจ้าหมูแก่ตัวนั้นเนี่ยนะ คนเป็นพ่อได้สติกลับมาก็นึกถึงเรื่องที่ตัวเองตั้งใจจะบอก แทมินถอนหายใจแล้วกรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย เรื่องนี้นิเอง

 

 

 

 

 

ผมไม่ทันได้คิดว่าตาแก่นั้นจะจนมุมถึงกับต้องยอมให้ตำรวจขู่เอาขนาดนี้ ก็เลยพลาดเงินก้อนโตไป นั้นสิ ใครจะไปคิดว่าคนขี้โม้คุยโวอย่างตาแก่นั้นสุดท้ายแล้วจะโดนตำรวจเล่นงานเข้าให้ ตำรวจที่เคยเลี้ยงเสียด้วยนะ

 

 

 

 

แต่แกก็จัดการมันได้ แล้วพี่แกละเป็นอย่างไรบ้าง

 

 

 

 

เจ้านั้นหรอ อ่อนหัดสิ้นดีแทมินแค่นขำ

 

 

 

 

ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องทำให้พี่แกเป็นงานโดยเร็วที่สุด อย่ามัวแต่คึกคะนองเพราะงานหน้ามันคงไม่ง่ายแบบนี้แกก็รู้คล้ายแทมินโดนตำหนิ เจ้าตัวคิ้วขมวดไม่พอใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนเป็นพ่อไม่ชอบใจผลงานที่เพิ่งผ่านมานัก

 

 

 

 

อืม

 

 

 

 

ที่จริงฉันมีงานให้อีกอย่าง มิสเตอร์หวังเขาอยากได้ของล็อตล่าสุดที่แกไปเสนอให้ซูจิ ยังไงซะก็ระวังตัว ถึงมันจะเคยทำธุรกิจกับฉันแต่เจ้านั้นก็วางใจไม่ได้ แทมินนึกถึงชายมีอายุชาวจีนที่หน้าตาดุดันและยังน่าเกรงขาม ผู้ร่วมธุรกิจกับพ่อของเขามานาน แต่พ่อก็ไม่เคยไว้ใจเท่าไหร่ ด้วยหน้าตาที่เจ้าเล่ห์ประกอบกับรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าย่นนั้น แทมินปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานต่อไปต้องระวังตัวกันสุดๆ ไม่ได้กลัวตำรวจ แต่กลัวชายคนนั้นจะเล่นตลกเสียต่างหาก

 

 

 

 

ครับ

 

 

 

 

 

 

จงอินเดินผ่านแทมินไปยังหลังบ้าน เห็นอยู่ว่าคุยโทรศัพท์หน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์ เขาที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเลยพาตัวเองมาหยุดที่ห้องครัวอันกว้างขวาง เคาท์เตอร์อาหารเป็นสิบตัวแต่กลับไม่มีร่องรอยของการทำครัวเสียเท่าไหร่ หรือแม่บ้านเพิ่งทำความสะอาดไปไม่รู้ จงอินกระเถิบตัวขึ้นนั่งบนเค้าท์เตอร์สะอาดนั้น ประตูบานข้างหน้าจงอินเปิดมันออกเพื่อรับลมและทอดตายาวที่สวนหลังบ้านเรื่อยเปื่อย เขาอยากไปหาเซฮุนใจจะขาดแต่แทมินและการ์ดคงไม่เห็นด้วย ครั้งจะโทรหาแต่ก็คิดว่าเซฮุนคงนอนหลับหรือปิดเครื่องมั้งเพราะสายไม่ว่าง เขานั่งคิดอะไรไปเรื่อยจนได้ยินเสียงถาดกระทบกันไม่ดังมากจึงหันหลังไปมองด้วยความตกใจ กลายเป็นว่าระยะนี้อะไรนิดเดียวก็ตื่นตัว คงเป็นเพราะอยู่กับแทมินแหละมั้ง แม่บ้านเธอก้มหน้างุดไม่สบตาจงอิน พลางจัดข้าวของทำนั้นทำนี้แต่ไม่ยักกะเอ่ยปากทักทายเขาสักคำ ไม่รู้เธอไม่ชอบเขาหรืออะไร จงอินเอียงหน้าสงสัยและเอ่ยออกไปในที่สุด

 

 

 

 

ป้าครับ ทำไมป้าไม่ค่อยพูดเลยเธอดูชะงักไปช่วงนึงแล้วจึงหันมาทางจงอินแต่ใบหน้าก็ยังแทบจะติดคออยู่ดี

 

 

 

 

อิฉันกลัวรบกวนคุณหนูค่ะนั้นไม่ใช่คำตอบที่จงอินหมายถึงเสียหน่อย

 

 

 

 

ไม่ใช่อย่างนั้นฮะ เหมือนคุณป้าไม่อยากคุยกับผมเลย

 

 

 

 

ไม่ใช่นะคะคุณหนู …” เธอดูเลิกลั่กจนจงอินขมวดคิ้ว

 

 

 

 

แทมินไม่ให้พูดหรอ …. ผมหมายถึง ป้าไม่ได้รับอนุญาตให้คุยกับพวกเราหรอ จงอินว่า เพราะป้าแม่บ้านเท่าที่เขาเห็นก็มีคนเดียว เขาไม่เคยได้ยินเสียงเธอพูดกับเจ้านายหากไม่ใช่การตอบรับคำสั่ง และยังใช้บอดี้การ์ดเป็นสื่อกลางของเธอเป็นบางครั้งในยามที่ต้องการสื่อสารกับพวกเขา

 

 

 

 

คุณหนูค่ะ ป้ามีหน้าที่รับใช้คุณหนู ป้าต้องรับสั่งตามที่คุณท่านต้องการ เธอพูดตะกุกตะกักเหมือนไม่มั่นใจ จริงๆจงอินแค่คิดว่าคุณป้านั้นก็ดูเป็นมิตร หากคุณป้าช่างพูดกว่านี้บางทีจงอินอาจจะมีเพื่อนคุยก็ได้เพราะคุณป้าก็ดูไม่มีพิษมีภัยเสียหน่อย จงอินไม่อยากถามอะไรต่อเพราะเธอดูเกรงกลัวเสียเหลือเกิน หน้าคมหันกลับไปที่สวนหลังบ้านตามเดิม ไม่ได้รู้เลยว่าสายตาที่หญิงมีอายุคนนั้นมองเป็นอย่างไร

 

 

 

 

มุนนีแม่บ้านวัยกลางคน ผู้รับใช้ครอบครัวของอีซอนวุคมาเนิ่นนาน เธอรู้มาตลอดว่าครอบครัวนี้น่ากลัวแต่เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเองก็มีบุญคุณกับเธอเช่นกัน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ ผู้ เคย เป็นบอดี้การ์ดของอีซอนวุคได้ยอมรับใช้จนชีวิตของตนสูญสิ้นไป ด้วยความสงสารหญิงสาวที่เหลือตัวเองเพียงลำพัง อีซอนวุคจึงให้เธอเข้ามารับใช้และดูแลบ้าน เธอคงปฏิเสธไปนานแล้วแต่เป็นเพราะว่าอีซอนวุคเอ็นดูลูกชายคนเก่งของเธอ เลี้ยงและให้การอุปถัมป์แบบที่เธอให้ไม่ได้ เธอจึงกลายเป็นติดหนี้บุญคุณที่ทดแทนไม่หมด ถึงอีซอนวุคจะทำธุรกิจที่เสื่อมแต่ใจของเขาไม่ได้มืดสนิทขนาดนั้น เธอเองยังเอ็นดูคุณหนูแฝดของเธอด้วยซ้ำเมื่อนึกตอนที่ทั้งสองเกิดมาใหม่ๆ เธอช่วยเฮจองผู้ลาจากโลกไปเพราะอีซอนวุคกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของธุรกิจ เธอจำได้แม้กระทั่งแยกเด็กแฝดออกว่าใครเป็นใครเพียงแค่สังเกตรอยยิ้ม จงอินผู้พี่มักยิ้มอย่างอบอุ่นและไร้เดียงสา ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็ยิ้มออกได้ง่าย แต่แทมินผู้น้องมักจะเอาใจยากกว่าหน่อย ถึงขนาดว่าต่อให้ถูกใจจริงๆก็แทบไม่ได้เห็นรอยยิ้มเลย มันเจ็บปวดใจมากเมื่อวันนึงเฮจองทนไม่ไหวกับความเป็นอยู่อันตรายของอีซอนวุคซึ่งมันอาจนำพามาถึงลูกๆได้เสมอ เธอตัดสินใจหนีไปพร้อมกับจงอินในวัยที่จำอะไรไม่ได้ มุนนีจำได้แม่นในคืนที่ฝนตกพรำคืนนั้น เฮจองยืนที่เตียงนอนของเด็กแฝดทั้งสอง เธอชั่งใจอยู่นานว่าเธอจะทำเช่นไร มุนนีรู้ว่าเฮจองไม่อยากเลือก เธออยากพาลูกทั้งคู่หนีไปด้วยกัน แต่อาจเป็นเวลาที่มีนั้นน้อยนิด อีซอนวุคกำลังกลับมา เธอจึงจำเป็นต้องอุ้มลูกน้อยที่หลับสนิทไป ทิ้งให้แทมินที่ร้องไห้เสียงดังนั้นเรียกความสนใจจากมุนนีจนต้องอยู่เพื่อปลอบประโลมไม่วิ่งตามเธอ ที่หนีไปกลางสายฝนแบบนั้น ผ่านบอดี้การ์ดไปด้วยการโกหกว่าเธอจะไปหาพ่อแม่เธอ ไม่มีใครข้องใจและกล้าขัดเธอ แผนหนีของเธอที่ไม่เคยถูกเปิดเผยจึงสำเร็จอย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 

 

 

มุนนีมองแผ่นหลังของคุณหนูที่เธอผูกผันด้วยความรู้สึกสงสาร ทั้งที่หนีไปขนาดนั้นและเฮจองเสียสละขนาดนั้น ทำไมคุณหนูจงอินของเธอถึงได้กลับมาที่อโคจรแห่งนี้ ที่ที่มันยากต่อการหลุดพ้นและมันคงไม่เกิดขึ้นซ้ำสองเป็นแน่ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความโหยหาความรักจากครอบครัวอย่างนั้นหรือ

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้พี่ยุนฮีโทรมาคุยนานเป็นชั่วโมง ไม่ว่าจะถามสารทุกข์สุขดิบจากอาการเจ็บปวดหรือบ่นไปเรื่อยเรื่องงานให้เซฮุนฟัง เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดี จะว่าไปเขาเองไม่ได้ไปไหนนานแล้ว ได้พูดคุยบ่อยสุดคงเป็นพยาบาลกับหมอที่ช่วงนี้ได้รับผลพลอยคือฟังเซฮุนบ่นว่าเจ้าตัวเหงาเสียเหลือเกิน พี่ยุนฮีก็เล่าไปเรื่อยเรื่องงานที่สุมหัวจนเจ้าตัวจะเป็นบ้าเมื่อบรรณาธิการคนดีเกิดอาละวาดว่าสำนักงานตรงข้ามนั้นได้ข่าวล่าสุดของเจ้าพ่อค้าปืนอีซอนวุคไปแล้ว แต่ทำไมฝ่ายงานของตนถึงไม่ทราบเรื่องทราบราวอะไรกับเขา แผงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งวันนี้เป็นข่าวที่ว่ามูซูจิเจ้าของผับย่านแม่น้ำแห่งนึงได้จบสิ้นชีวิตด้วยปลายกระบอกปืนของทายาทอีซอนวุค แม้จะไม่สามารถได้เห็นตัวโต้งๆแต่แหล่งข่าวนี้ก็ถูกเปิดเผยในที่สุดโดยเด็กในร้านนั้น เด็กในร้านได้เข้ามาเช็คความเรียบร้อยหลังจากทายาทเจ้าพ่อปืนได้ออกไปนานเป็นชั่วโมง เขาตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าเจ้านายและบอดี้การด์ทั้งหลายกลายเป็นศพไปแล้ว ไม่มีใครสามารถให้ข้อมูลไปได้มากกว่านี้ ทั้งเสียงปืนที่มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ยักกะได้ยิน และเซฮุนเองก็เดาได้ว่าถึงต่อให้เด็กในร้านนั้นรู้ทุกอย่างก็คงไม่กล้าพูดออกมาเป็นแน่ มือขาวปิดหนังสือพิมพ์ของสำนักข่าวคู่แข่ง ยังหนักใจไม่น้อยหลังจากอ่านมันให้พี่ยุนฮีฟังอีกรอบ

 

 

 

 

 

 

                ฉันจะเป็นบ้าอยู่แล้วเซฮุน ต่อให้มินวูกลับมาภายในสองสามวันนี้มันก็คงไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่เสียงปลายสายเอ่ยอย่างอ่อนใจ เซฮุนเข้าใจดีว่าตอนนี้สำนักข่าวคู่แข่งคงมีสายลับมือดีติดตามคดีอยู่ กว่ามินวูจะกลับมาหรือเซฮุนหายจากแขนที่เข้าเฝือกตอนนี้ก็คงตามไม่ทันเพราะเบาะแสอะไรก็ไม่มี คงต้องรอปาฏิหาริย์เสียละมั้ง

 

 

 

 

                หวังว่าจะมีใครสักคนรู้อนาคตแล้วมาบอกเราได้นะว่าต่อไปต้องไปตามทายาทปืนได้ที่ไหน ไม่งั้นเราต้องโดนยุบทีมแน่ๆเลยพี่ยุนฮี เซฮุนว่าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ พระเจ้าช่วยให้เขาหายจากอาการป่วยเสียทีเถอะ ไม่งั้นเขาต้องตกงานแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

                เซฮุนเปิดโทรทัศน์จอแบนที่ตรงหน้าตัวเองเผื่ออัพเดทข่าวสารบ้านเมือง ก็จนแล้วจนรอดไม่พ้นข่าวเดิมที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่ ภาพปรากฏเป็นศพของมูซูจิและบอดี้การ์ดทั้งหมด ที่ถึงแม้จะถูกเซ็นเซอร์ไว้เพราะมันเต็มไปด้วยเลือดเซฮุนก็ยังว่ามันน่ากลัวไม่น้อย แต่เซฮุนหน่ะเป็นพวกใจใหญ่ กล้าลองผิดกับหน้าตาน่าทะนุถนอมเหลือเกิน ขนาดที่ว่าตอนบอกจงอินว่าตัวเองอยากทำข่าวอาชญกรรมคนรักยังอึ้งไม่น้อย ก็รู้ว่าไม่ชอบให้เสี่ยงอาจจะเพราะเป็นห่วงด้วยเพราะมีกันแค่สองคน แต่การทำข่าวอันตรายแบบนี่ไม่รู้ว่าจู่ๆจะมีใครมาสั่งฆ่ารึป่าวมันก็ได้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ไง ก็เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของเซฮุนและจงอินด้วยนั้นแหละ

 

 

 

 

 

 

 

                วันนี้แทมินดูขึงขังกว่าปกติ รู้อยู่แหละว่าวันนี้ต้องออกไปเจอลูกค้าที่อุลซาน จังหวัดแห่งการอุตสาหกรรมที่อยู่ห่างจากโซลไปเกือบห้าชั่วโมง ซึ่งถ้าแทมินขับด้วยความเร็วเป็นร้อยขนาดนั้นคงเหลือแค่สี่ชั่วโมง และมันคงเป็นเรื่องซีเรียสแน่ๆดูจากใบหน้าวันนี้ที่เรียบนิ่งไม่มีรอยยิ้มและดวงตาที่เจ้าเล่ห์ เจ้าตัวสูบบุหรี่ไปสองมวนทั้งที่ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมง จงอินสงสัยเอามากๆว่าอะไรถึงทำให้แทมินเป็นแบบนั้น แทมินยังคงเลือกเดินทางแบบเดิม คือการขับรถแยกไปกับบอดี้การ์ด ซึ่งจงอินคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีไม่น้อยเพราะอย่างน้อยเวลาเกิดเรื่องขึ้นมาจะได้แยกกันไปคนละทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าแทมินจะปล่อยให้เขาขับรถแยกไปกับตัวเองหรอกนะ เสือยิ้มยากอย่างแทมินยังคงไม่พูดจาถึงแม้ว่าเขาทั้งคู่จะนั่งอยู่ในรถกันสองคน ห้องผู้โดยสารที่เงียบเฉียบจึงทำให้จงอินอึดอัดใจไม่น้อย สุดท้ายแล้วจงอินก็ทนไม่ไหวเป็นคนทำลายความเงียบนั้นเสียเอง

 

 

 

 

                งานใหญ่หรอเสียงทุ้มเอ่ย

 

 

 

 

                อืม ไม่อยากให้พลาดเหมือนคราวก่อน เจ้านี้ไว้ใจไม่ได้ แทมินว่าก่อนสาวพวงมาลัยเลี้ยวไปตามถนน ปรายตามองกระจกข้างว่าบอดี้การ์ดที่ขับตามมาสามคันนั้นยังอยู่ครบ

 

 

 

 

                ต้องมีใครตายอีกไหมจงอินว่าอย่างหวั่นใจ ถึงจะบอกว่าฝีมือการยิงเขาจะพัฒนาขึ้นแต่ก็ใช่ว่าเขาพร้อมจะฆ่าใครเสียหน่อย

 

 

 

 

                หึ พกไปสองกระบอก ถ้ามันตุกติก ยิงมันไม่ยั้งเลยนะแฝดพี่รอยยิ้มร้ายกาจในที่สุดก็ถูกเปิดเผย มือหนารับปืนอีกกระบอกที่แทมินส่งให้จากช่องเก็บของของรถแล้วกลับไปสนใจถนนตามเดิม จะบอกว่าจงอินเห็นยิ้มแบบนั้นแล้วค่อยสบายใจก็ไม่เชิง อย่างน้อยแทมินคนเดิมก็กลับมาแล้ว’ …

 

 

 

 

 

                เสียงเครื่องรถที่ดังหึ่มยามแทมินเร่งเครื่องมันช่างน่าเร้าใจหากไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้กำลังไปพบลูกค้าจงอินคงสบายใจมากกว่านี้ เขามีลางสังหรณ์ อะไรบางอย่างที่เขารู้สึกว่าไม่ดี จริงๆก็เตรียมใจไว้นิดนึงด้วยแหละว่าถ้ามีเรื่องก็ต้องรับให้ได้ ต้องสู้ให้ได้ แต่มันก็ยังหวิวในใจอย่างบอกไม่ถูก จงอินหยิบโทรศัพท์ออกมา นั่งนึกอยู่นานว่าจะทำอะไรแล้วจึงตัดสินใจส่งข้อความหาคนที่คิดถึง อาจะเป็นเพราะเวลาไม่สบายใจเขามีเซฮุนให้พักพิงมั้ง มือกดข้อความหาคนรักที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำอะไรอยู่ ไม่ใช่ว่าจงอินชอบนะกับการได้มาทำอะไรลับๆล่อๆโดยที่เซฮุนไม่รู้เนี่ย แต่ความจำเป็นทั้งนั้นที่มันบังคับเขา แล้วก็เคยแอบคิดด้วยเหมือนกันว่าถ้าเซฮุนรู้ เซฮุนจะเป็นเหมือนแม่ไหม

 

 

 

 

 

 

                แฝดหนุ่มในรถสีน้ำเงินเข้มหารู้ไม่ว่าทุกการเคลื่อนไหวบนถนนหลวงเส้นนี้ไม่ได้เป็นใจอย่างที่คิด รถที่ผ่านม่านตาชายหลายสิบนายเริ่มให้สัญญาณเตรียมพร้อมขับเคลื่อนยานพาหนะของตนตามไป ขบวนของใครสักคนได้แอบซุ่มรอตั้งแต่ฟ้าสางในถนนที่ปราศจากบ้านเมืองช่วงที่จะเข้าอุลซาน เพียงแต่จะทิ้งระยะห่างจนแฝดหนุ่มนั้นไม่เห็น กองเท้าหลายสิบคู่วิ่งขึ้นรถกันจ้าละวัน มือกระชับอาวุธในมือแน่นเมื่อเห็นเป้าหมายผ่านตาไป จงอินจะรู้ไหมว่าลางสังหรณ์ของเขาว่ามันกำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นนั้น มันกำลังจะเป็นจริง

 

 

 

 

               

                คิดถึงจัง

 

 

 

 

                ‘คิดถึงก็มาหาสิเจ้าหมี

 

 

 

 

 

– 08 –

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                มิสเตอร์หวังชำเลืองมองรั้วประตูสำนักงานกึ่งโกดังของตัวเองอยู่ไกลๆเมื่อเห็นว่ามันถูกเปิดพร้อมกับเสียงท่อรถดังกระหึ่ม พลันวางมือจากสมุดบัญชีที่ตนกำลังดูรายได้หลักล้านลง บอดี้การ์ดในโกดังยืนประจำที่ไม่เกะกะเหมือนเมื่อนาทีก่อน เพื่อเตรียมต้อนรับทายาทปืน ลูกของเพื่อนนักธุรกิจที่ยามนี้คงจะวุ่นวายกับสินค้าที่ฮ่องกง มิสเตอร์หวังยืนเต็มความสูง แล้วยิ้มอย่างเป็นกันเองให้กับนายน้อยอีแทมิน แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงนใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันเดินขนาบข้าง แทมินแฝดน้องยิ้มเล็กน้อยก่อนไขข้อสงสัยว่าคนข้างตนนั้นไม่ใช่ใครอื่นใด เขาคือฝาแฝดที่หายตัวไปของซอนวุคนั้นเอง มิสเตอร์หวังประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเรื่องเช่นนี้จะมีอยู่จริง เขาเดินสำรวจจงอินแฝดพี่ด้วยความไม่เชื่อสายตา เห็นว่าเมียพาหนีไป ไม่คิดว่าจะได้กลับมา

 

 

 

 

                “ไว้ใจได้ใช่ไหม มิสเตอร์หวังพูดขึ้น ไม่รู้ว่าถามจงอินหรือแทมินกันแน่ แต่แทมินก็ตอบให้ก่อน

 

 

 

 

                แน่นอน

 

 

 

 

                จงอินรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยที่ชายวัยกลางคนนั้นเดินสำรวจเขาราวกับเขาเป็นสิ่งของนำมาเพื่อขายอย่างนั้นแหละ แต่เขาก็นิ่งสำรวมอาการ มิสเตอร์หวังเรียกทั้งคู่ให้มาที่โต๊ะสี่ขาหลังใหญ่ซึ่งเขามักจะใช้คุยงานต่างๆ บอดี้การ์ดเคลียร์พื้นที่ที่กองไปด้วยงานของมิสเตอร์หวังเพื่อบอดี้การ์ดของแทมินจะได้วางลังปืนสามลังนั้นลง แทมินเปิดอุปกรณ์ให้ชายนั้นได้ยลโฉมซึ่งก็ได้ผลตอบรับเป็นรอยยิ้มที่ถูกใจไม่น้อย ของที่แทมินนำมาคือล็อตเดียวกับมูซูจิผู้ล่วงลับได้เห็นไปแล้ว แต่บัดนี้ชายแก่นั้นคงไม่มีวันได้ครอบครอง ด้วยมูลค่าไม่น้อยเป็นแสนๆดอลล่าร์นั้นทำให้ครั้งนี้แทมินต้องเลือกลูกค้าชั้นดีซึ่งมิสเตอร์หวังก็มีคุณสมบัตินั้น เพื่อนธุรกิจของพ่อตั้งแต่สมัยแทมินยังเด็ก มิสเตอร์หวังครองอาชีพเจ้าอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่โตคนนึงในเกาหลี ถึงแม้เป็นคนจีนร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ด้วยอำนาจของเงินตราจึงทำให้มิสเตอร์หวังเป็นเจ้าพ่อคนนึงที่ไม่มีใครไม่รู้จักได้อย่างง่ายดาย แทมินหน่ะไม่ได้กลัวการที่บอดี้การ์ดของชายมีอายุนักหรอกเพราะมิสเตอร์หวังก็ไม่ชอบเรื่องต่อสู้เสียเท่าไหร่ เพียงแต่เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เมื่อมาถึงการต่อรอง และแทมินกลัวว่าตัวเองจะเสียเปรียบแล้วเกิดโมโหมิสเตอร์หวังจนต้องควักปืนออกมายิงต่างหาก กลายเป็นจลาจลไปแน่ๆ นี่แหละสาเหตุที่แทมินถึงได้ตึงเครียดมาตั้งแต่เช้า

 

 

 

 

 

 

                ผลปรากฏว่ามิสเตอร์หวังถูกใจของถึงกับยกกระเป๋าเงินห้าแสนดอลมานับกันตรงหน้า พร้อมยังเอ็ดให้คนไปหาน้ำมาให้แขกทาน แทมินยิ้มบางๆแต่ยังคงเป็นยิ้มที่แสยะร้ายตามบุคลิก อย่างน้อยมิสเตอร์หวังก็ไม่ได้ต่อราคาจนเขาไม่ได้กำไร ถือว่ารับได้ นี่เป็นเพียงตัวอย่างปืนที่แทมินนำมาให้ดูเท่านั้น ส่วนของจริงจะตามมาในภายหลังซึ่งมิสเตอร์หวังไม่มีปัญหา ใครก็รู้ว่าบ้านซอนวุคทำปืนดีที่สุด เพราะฉะนั้นรอนิดรอหน่อยไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับมิสเตอร์หวังเลย จงอินเห็นว่าเหตุการณ์น่าจะผ่านไปด้วยดีเมื่อแทมินสามารถยิ้มออกได้

 

 

 

 

                แล้วเราละ เป็นไงมาไงจงอินมิสเตอร์หวังถาม จงอินที่สะดุ้งเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะต้องพูดคุยกับชายตรงหน้า

 

 

 

 

                ครับ?”

 

 

 

 

                สงสัยจะจำกันไม่ได้ ฉันยังเคยอุ้มพวกเธอสองคนเลยตอนเฮจองคลอดใหม่ๆ แต่มันก็นานมาแล้วมิสเตอร์หวังว่าอย่างอารมณ์ดีซึ่งไม่ได้รู้เลยว่าจงอินใจกระตุกเมื่อได้ยินชื่อแม่ ส่วนแทมินก็หน้าชาทุกครั้งที่ใครพูดชื่อแม่ แทมินรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขาทุกครั้งที่นึกถึงคนคนนี้

 

 

 

 

                เขาเพิ่งหาทางกลับบ้านเจอ ตอนนี้ก็มีคนช่วยขยายงานพ่ออีกคนก็เท่านั้น แทมินว่าเสียงเรียบ

 

 

 

 

                ตื่นเต้นดีไหมละจงอินปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าตาของชายมีอายุนั้นแสดงออกไปด้วยความเจ้าเล่ห์แบบที่เขาไม่ชอบเลย เหมือนกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มของตัวตลกแต่พร้อมจะลอบทำร้ายได้ทุกเมื่อ

 

 

 

 

                ครับจงอินว่าสายตายังไม่ละจากใบหน้ามีริ้วรอยนั้น เขาไม่ชอบบรรยากาศกำกวมแบบนี้เสียเลย พลันบอดี้การ์ดที่ถูกใช้ให้ไปเอาน้ำมาให้แฝดหนุ่มนั้นกลับมาบทสนทนาสารทุกข์สุขดิบจึงสิ้นสุดลง มิสเตอร์หวังและแทมินยังคงนั่งดูจำนวนเงินที่บอดี้การ์ดนับให้อยู่ตรงหน้า หารู้ไม่ว่าพวกเขาทั้งหลายในโกดังสำนักงานมิสเตอร์หวังนั้นกำลังถูกจับจ้องภายใต้หน้ากากสีดำของใครหลายคนจากชั้นสองที่ไม่รู้ลอบเข้ามาภายในได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

                เมื่อบอดี้การ์ดด้านหน้าประตูเกือบห้านายถูกจัดการไปได้อย่างแน่นิ่งด้วยฝีมือของตำรวจหน่วยสวาท สัญญาณก็ถูกส่งอีกครั้งให้เข้าไปข้างใน ทีมของนายตำรวจกรูกันเข้าไปห้อมรอบหวังจะปิดประตูตีแมว ทันใดนั้นการ์ดนายนึงเห็นเงาตะคุ่มจึงร้องบอกลั่น กลายเป็นการ์ดทุกนายคว้าปืนของตัวเองกระชับมือและลั่นไกออกไปทันทีโดยไม่ต้องมีใครสั่ง แทมินและจงอินลุกพรวดจากเกาอี้คว้าปืนอย่างอัตโนมัติ จงอินได้ยินเสียงแทมินสถบดังอย่างหัวเสียก่อนตามมาด้วยเสียงปืนจากปลายกระบอก แทมินตะโกนแข่งกับเสียงปืนเพื่อบอกให้จงอินตามมาเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นแทมินเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ตำรวจหลายสิบนายจากหลังคาชั้นบนที่สุ่มยิงและกำลังโรยตัวมายังหน้าต่างข้างบนนั้นทำให้คนที่อยู่ด้านล่างกลายเป็นเป้าหมายที่ถูกยิงได้ง่าย ตำรวจหน่วยสวาทจู่โจมแบบห้อมรอบ หากไม่วิ่งหนีออกไปจะทำให้หมดทางสู้ แทมินยิงฝ่าวงล้อมออกไป ไม่วายส่งเสียงบอกให้แฝดผู้พี่ให้ยิงช่วย จงอินทำตามสัญชาติญาณของเขาในยามที่ต้องยู่ในสถานการณ์คับขัน เขายิงไปทางที่คิดว่าตำรวจหน่วยสวาทตามมา ซึ่งถึงแม้จะไม่โดนแต่อย่างน้อยก็ทำให้ตำรวจนั้นตามมาได้ช้าลง แฝดน้องยอมทิ้งเงินหลายแสนดอลล่าร์และอาวุธอันวิจิตตราไปโดยไม่แม้จะหันมามอง

 

 

 

 

 

บอดี้การ์ดของแทมินตามประกบด้านหลังให้แฝดหนุ่ม จงอินกระชับปืนในมือแน่นพร้อมวิ่งตามแทมินอย่างไม่ลดละ แต่หากเป็นเพราะพื้นที่ของโกดังแห่งนี้กว้างเกินไป กว่าจะวิ่งไปจนถึงห้องที่ซ่อนอยู่ด้านหลังชั้นล่างก็ทำเอาทั้งคู่เสียเหงื่อไปไม่น้อย แทมินปรายตามองคนที่วิ่งตามหลังซึ่งตอนนี้มีบอดี้การ์ดเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่กับเขาและจงอิน แทมินคิดว่ามันไม่ง่ายเสียแล้วเพราะขนาดบอดี้การ์ดของมิสเตอร์หวังอยู่กันครบขนาดนี้ตำรวจยังตามพวกเขามาไม่เว้น เสียงปืนยังคงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะห้องที่แทมินมาหลับยังไม่มีผู้ใดพบ กองพะเนินของกล่องไม้หลายร้อยกล่องสูงเหนือหัว คงเป็นห้องที่เจ้าของโกดังไว้บรรจุของ แทมินเดินลอบไปตามด้านในเพื่อหาทางออกไปด้านนอกแต่หากไม่พบอะไรนอกจากหน้าต่างกรงเหล็กที่กว้างพอให้เปิดออกได้ แต่กลับถูกกุญแจแข็งแรงล็อกเอาไว้ ซึ่งถ้าออกไปจากห้องนี้ได้ ด้านนอกนั้นก็จะเป็นป่ารกร้างที่เขาจะใช้หลบ

 

 

 

 

 

 

                เวรเอ้ย! แล้วจะออกไปได้ว่ะ!” แทมินสถบอย่างหัวเสียเพราะอีกไม่นานตำรวจคงตามเขามาทัน เสียงปืนยังดังไม่หยุดไม่รู้ว่าใครยิงใครมั่วไปหมด ข้างนอกนั้นคงมีตำรวจไม่ต่ำกว่าสิบนายแน่ๆ จงอินมองไปยังสิ่งที่แทมินกำลังโมโห กุญแจธรรมดาเพียงแต่ว่ามันถูกล็อกไว้ จงอินรวบรวมสติแล้วจึงมองไปรอบห้อง พลันเห็นเอกสารจำนวนนึงที่มีคลิปหนีบกระดาษเหน็บไว้ที่หัวมุม เขาถลาไปหามันอย่างรวดเร็ว จัดการงอคลิปนั้นออก ทั้งที่มือสั่นเพราะเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้ามันกดดันไปหมดแต่จงอินก็ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเอาคลิปเหล็กนั้นไขกุญแจอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่อยู่ร้านอุปกรณ์เครื่องมือแบบนี้มาก่อน แน่นอนว่าเขาทำได้ในที่สุด เสียงปืนดังลั่นตรงหน้าห้องก่อนจะตามด้วยฝีเท้าของคนสองคน แทมินมองจงอินที่กำลังผลักหน้าต่างนั้นแล้วบอกให้จงอินปีนมันออกไปให้เร็วที่สุด ขายาวของจงอินก้าวขึ้นอย่างไม่ยากเย็น เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นแต่แทมินมองไม่เห็นว่าใครเข้ามาเพราะกล่องนั้นบังปิดทัศนวิสัยไปหมด ครั้นจงอินออกไปจากห้องได้อย่างเต็มตัวและกำลังจะดึงแทมินขึ้นมา กล่องไม้นั้นก็ล้มลงเพราะตำรวจรู้แล้วว่าเขาอยู่ที่นั้น บอดี้การ์ดยิงสวนไปก่อนและรีบหลบหลังกล่องอย่างว่องไว แทมินกำลังถูกดึงขึ้นไป สองขายันพนังห้องโดยมีจงอินดึงแขนช่วย แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างใจ บอดี้การ์ดของแทมินแลกกระสุนกับนายตำรวจจนล้มลงไปกอง นายตำรวจคนสุดท้ายกกำลังดินบุ่มบ่ามเข้ามาที่พวกเขา อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงระยะที่นายตำรวจจะยกปืนขึ้นยิง พลันมือหนานั้นปล่อยร่างกายคนน้องลงสู่พื้นห้องก่อนมืออีกข้างจะคว้าปืนของตนยิงสวนออกไปจากข้างบน

 

 

 

 

 

ปัง!’

 

 

 

 

 

นายตำรวจลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น ปลายกระบอกยังคงมีควันจางๆในตอนที่แทมินหันมา แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว เขาทั้งสองต้องรีบหนี แทมินปีนหน้าต่างอีกครั้งด้วยตนเองเพราะจงอินสติหลุดไปแล้ว ท่อนแขนสีแทนถูกคว้าไว้โดยแฝดน้องให้วิ่งไปยังป่าด้านหลังลับตาคน อาศัยตอนช่วงที่เสียงปืนยังกระหน่ำในโกดังฝ่าพุ่มไม้รกร้างออกไป

 

 

 

 

 

 

                แทมินวิ่งกระหืดกระหอบเข้าป่าร้างไปได้ไกลจากโกดังเกือบสิบกิโลแล้วจึงหยุดหายใจเฮือกใหญ่ จงอินที่วิ่งมาตามติดๆใช้มือท้าวต้นไม้ใหญ่พยุงตัวเองแล้วรีบกอบโกยอากาศ เหงื่อชุ่มไปทั่วตัวแต่ว่าหยุดไม่ได้ มันอันตรายเกินไปกับการวางใจหน่วยสวาทนั้นที่ไม่รู้ว่าจะตามมาเมื่อไหร่ แทมินเดินเข้ามาที่แฝดพี่ก่อนมือนั้นจะควานหาบางอย่างในกระเป๋ากางเกงสูทของร่างสูง ทั้งคู่ยังไม่สามารถพูดอะไรได้เนื่องจากปอดขาดอากาศมากเกินไป แทมินหยิบโทรศัพท์ของจงอินมาเพื่อโทรหาใครบางคน จงอินไม่มีแรงจะถามแล้วว่าใครหรือแทมินกำลังทำอะไร พลันแฝดน้องหายใจเฮือกใหญ่อย่างเต็มแรงแล้วจึงกรอกเสียงลงไป คาดว่าคนที่คุยอยู่น่าจะเป็นบอดี้การ์ดคนอื่นที่เหลืออยู่ จับใจความได้ว่าแทมินต้องการรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนหากค้นจากจีพีเอสและต้องการความช่วยเหลือ เพราะหากใช้เครื่องของตนเองมันอาจจะเสี่ยงเกินไป พูดคำสุดท้ายเสร็จแทมินก็วิ่งอีกครั้งทำให้จงอินต้องวิ่งตามอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่ในหัวตอนนี้เบลอไปหมด ไม่รู้ว่าออกซิเจนมันวิ่งไม่ถึงสมองหรือว่าภาพในหัวมันยังแล่นตอนที่ยิงตำรวจออกไปก็ไม่อาจรู้ได้ มือหนานั้นยังคงสั่นเล็กน้อยจนจงอินต้องวิ่งไปจับมือข้างขวาที่ยิงไปเพื่อสั่งให้มันหยุดสั่นเสียที ร่างกายเขาทำงานขัดแย้งกันไปหมดแล้ว

 

 

 

 

 

 

ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังพื้นที่ในเวลาต่อมา มิสเตอร์หวังและทุกคนในโกดังนั้นตายหมด เงินจำนวนมากถูกเก็บไว้ประกอบหลักฐาน ตำรวจบางนายถึงกับหน้าแห้งเมื่อธนบัตรที่ถูกใช้นั้นเป็นแบงก์ปลอมเสียทั้งหมด บางนายก็เพิ่งกระจ่างแก่ใจว่ามิสเตอร์หวังขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์ขนาดไหน เสียดายก็แต่ปืนที่นึกว่าจะมีประโยชน์แต่ก็ไม่ แน่นอนว่าทายาทค้าปืนคงไม่ทิ้งรอยนิ้วมือตัวเองไว้ที่ลำกระบอกอยู่แล้ว ตำรวจหลายนายถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เกือบจะจับทายาทนั้นได้แล้วเชียวแต่ก็ดันไม่มีหลักฐานใดๆมัดมือ แต่ไม่ใช่กับตำรวจนายนึงที่บัดนี้หยิบเศษคลิปกระดาษที่ถูกหักงอขึ้นมา เขาไม่รู้ตัวเลยว่า บัดนี้เขาได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นแล้ว

 

 

 

 

 

 

แทมินและจงอินปลอดภัยดีเมื่อในที่สุดบอดี้การ์ดที่ประจำการที่อื่นได้โฉบมารับที่ปลายทางของป่ารก รถยนต์บ้านธรรมดาคงไม่เป็นที่น่าจับตานักแล้วอีกอย่างแฝดทั้งสองก็วิ่งออกมาไกลจากจุดเกิดเหตุเสียด้วย เสียดายก็แต่รถคันงามที่แทมินทิ้งเอาไว้ ถึงแม้จะออกมาจากสถานที่นั้นไกลเพียงใด ตอนนี้แทมินรู้ตัวแล้วว่ามันจะเลวร้ายไปกว่านี้แน่ๆ ที่ผ่านมาเขาเหมือน ผีที่ไม่มีตัวตน มีแต่ชื่อเสียงเรียงนาม แต่ครั้งนี้ทั้งหลักฐานที่ถูกทิ้งไว้ที่นั้น แทมินคิดไม่ตกเลยว่าจะอยู่ต่อไปอย่างระมัดระวังแค่ไหน ส่วนคนพี่บัดนี้หลุดไปอยู่ในภวังค์ของตัวเองโดยสมบูรณ์ หัวสมองฉายภาพตอนที่ลั่นกระสุนไปที่นายตำรวจกลางอกอย่างแม่นยำ สัญชาตญาณมันบอกให้เขาต้องทำก็ตอนที่ปลายปืนของตำรวจนั้นหันมาที่แทมิน เขาปล่อยแทมินลงพื้นแล้วคว้าปืนออกไปโดยไม่คิด

 

 

 

 

 

 

ที่ทำไปเพราะกลัวแทมินโดนยิงใช่ไหม?

 

 

 

 

 

 

เขาถามตัวเองซ้ำๆ ความรู้สึกของเขามันก้ำกึ่ง เขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ฝ่ายใด ตำรวจจับผู้ร้าย ซึ่งนั้นก็ถูกหลักธรรมโลก หรือ ทำร้ายตำรวจเพียงเพื่อปกป้องน้องร่วมสายเลือดกันแน่ อันไหนมันมีน้ำหนักความถูกต้องมากกว่ากันละ?

 

 

 

 

 

 

 

ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีครึ่มในยามที่เข็มนาฬิกาเรือนแพงบอกว่าใกล้พลบค่ำ รถยนต์ธรรมดาวิ่งสวนรถตำรวจกองกำลังเสริมการเก็บหลักฐานวัตถุสองคันโดยไม่ได้เอ๊ะใจเลยสักนิดว่าหลักฐานชิ้นใหญ่ที่เขากำลังตามหาก็เพิ่งจะเป็นรถคันเมื่อครู่นั้น แทมินมองออกไปด้านนอกพร้อมกับความคิดประหลาดบางอย่างในตอนที่จงอินปล่อยมือเขาเพื่อจะยิงตำรวจผู้เคราะห์ร้ายนั้น คล้ายมือของเขายังมีสัมผัสจากมืออุ่นจางๆ มือของเขาขยับเบาๆเหมือนเป็นการตอบรับ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขามาก่อน แบบที่ช่วยชีวิตแล้วทำให้ใจเต้นแรงขนาดนี้

 

 

 

 

 

นี่จงอิน รู้ข่าวมิสเตอร์หวังถูกยิงรึยัง? คนที่เราช่วยกันเขียนข่าวจนนอนดึกวันนั้นไง

 

 

 

 

อ่อ ยังเลย

 

 

 

 

อ่า จำอะไรไม่ได้เลยสินะเจ้าหมี แต่ก็ช่างเถอะ ว่าแต่อยู่ไหนละ

 

 

 

 

อยู่อุล …’ เสียงทุ้มถูกตัดหายไปเมื่อมือขาวนั้นคว้าโทรศัพท์ไปจากมือพร้อมโยนมันไปที่เบาะหน้ารถที่ว่างเปล่าก่อนส่งสายตาที่ดุดันมาให้

 

 

 

 TALK: คิดว่าคงจบตอนที่สิบสองหรือไรงี้ อยากแต่งเรื่องอื่นแล้วเดี๋ยวหมดอารมณ์ก่อน 555
จะพยายามมาอัพเดือนละสองครั้ง ไม่อยากทิ้งบล็อกร้าง นี้ก็เปิดทวิตใหม่เพราะเบื่ออันเก่า
ความรู้สึกเหมือนคนหลังเขาไงไม่รู้ แง้

 


ฟีดแบคจากคนอ่านคือกำลังใจชั้นดีของคนเขียน
:)


(c) Chess theme
 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #160 Jarvismint (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 12:48
    สงสารจงอินนะ แต่สงสารเซฮุนมากกว่า คิดดูถ้าน้องรู้ความจริงจะเสียใจแค่ไหน แต่ก็อย่างว่าแหละ สมัยนี้เงินคือปัจจัยหลักนี่นะ เห้ออออออ ขอให้ทุกคนโชคดี
    #160
    0
  2. #159 summerbb (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 13:25
    แทมินคืออออ ขัดขวางทำไมมม
    #159
    0
  3. #157 SANDzn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 04:07
    รออยุนานเลยค่า ขอบคุณมากนะคะที่มาต่อ นี่แทมินจะไม่คิดเกินเลยกับพี่ใช่ไหมมมมมม เบ้าใจว่าไม่ได้โตมาด้วยกันคงรุ้สึกเปนคนอื่น แล้วถ้าเซฮุนรุ้เรื่องขึ้นมานะ มีช็อคอ่ะ เปนำำลังใจในการเขียนนะคะ
    #157
    0
  4. #156 ftantect (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 00:18
    โอ้ยยยยย แทมิ๊นนนนน แกอย่าคิดไรบ้าๆนะโว้ยยยยยยย
    #156
    0