Seiyuu - สะกิดรักใส่ใจนายนักพากย์ - [BL, YAOI]

ตอนที่ 42 : CHAPTER 42 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ส.ค. 60

Chapter 42

                   

                    อุซาคิลืมตาขึ้นมา ขณะนี้เวลาสองนาฬิกาเศษ ยังคงมีเพียงเขาคนเดียวที่นอนอยู่บนเตียงคู่หลังเบ้อเร่อนี้ ผ้าปูที่นอนฝั่งข้างกายเรียบกริบ นี่เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าเพื่อนร่วมห้องของเขายังไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย แสงสว่างเล็ดลอดผ่านใต้ประตูเข้ามา รุ่นพี่ของเขายังอยู่ตรงนั้นและกำลังพยายามเต็มที่

                    ตั้งแต่ลั่นวาจาออกไปว่าจะจัดการปัญหาทุกอย่างที่คาราคาซังให้จบสิ้นภายในสามเดือนเพื่อให้ตนสามารถเข้าร่วมงานอีเวนท์ดราม่าซีดีเรื่อง ‘Cage & Bondage’ ได้นั้น ทาเนชิมะ รันมารุลดเวลาพักผ่อนของตนเองลงเกือบเท่าตัวเพื่อเร่งงานพากย์บางส่วนของตนให้เสร็จเรียบร้อย โชคยังเข้าข้างเขาอยู่บ้างที่ระยะนี้ผู้จัดการโมริยามะเลือกงานให้เสียงตัวละครเกมเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เขาสามารถโหมกระหน่ำทำงานของตนได้ง่ายมากกว่าการพากย์อนิเมชั่นที่ต้องรอเป็นรอบสัปดาห์ แต่นั่นก็ทำให้เขาดูโทรมลงเช่นกัน

                    ใต้ตาของเขาเริ่มคล้ำลงเล็กน้อย ทุกคนต่างสังเกตเห็นได้ พ่อหนุ่มไพ่ตายคนนี้ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อเตรียมงานทั้งหมดภายในวันนั้นๆ กว่าจะเสร็จงานครบทุกอย่างเวลาก็ล่วงเลยไปจนเที่ยงคืนกว่าแล้ว คำนวณคร่าวๆ คือได้เวลานอนเพียงสามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น

                    เสียงงึมงำผ่านบานไม้เข้ามา รันมารุกำลังซ้อมบทพากย์สำหรับงานวันพรุ่งนี้อย่างขยันขันแข็ง อุซาคิลุกขึ้นมาแง้มประตูดูคนภายนอกห้องด้วยความสงสัย

                    ทำไมเขาถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยนะ?

                    หุ่นบางนึกสงสัยมาตลอดตั้งแต่วันนั้น คำพูดของรุ่นพี่ที่ตัดสินใจทุกอย่างเพื่อโอกาสของตัวอุซาคิเองยังคงกึกก้องอยู่ในความทรงจำ เป็นเพราะรุ่นพี่ทำเพื่อเขาอย่างนั้นหรือ?

                    ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย อุซาคิหาคำอธิบายคำถามทั้งหลายในหัวเขาไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว เด็กหนุ่มหน้าใหม่ธรรมดาคนหนึ่งอย่างเขาที่บังเอิญมีชื่อเสียงขึ้นมาเพราะเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขานั้น... เพียงแค่รุ่นน้องธรรมดาแบบนี้มันคุ้มแล้วหรือกับการฝืนตัวเองถึงเพียงนี้

                    บางทีเขาควรจะทำอะไรเพื่อตอบแทนรุ่นพี่บ้าง

                    นึกได้เช่นนั้นเด็กหนุ่มแอบย่องไปยังห้องครัวในขณะที่รันมารุเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาแก้ง่วง กาแฟดำเข้มขมปี๋แก้วโตถูกวางไว้บนโต๊ะหน้าโทรทัศน์ ก่อนเจ้าตัวจะย่องกลับไปนอนต่อตามเดิมราวกับว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้นแม้แต่นิดเดียว

                    ฝ่ายรุ่นพี่ล้างหน้าคลายความง่วงกลับมาหยิบบทพากย์ที่เปิดคาไว้ได้เห็นกาแฟก็งุนงง เขายังไม่ได้ไปชงเครื่องดื่มตั้งแต่กลับถึงห้องตอนเที่ยงคืน แล้วแก้วนี่มาจากไหนกัน เหลือบมองไปทางห้องนอนของสองสมาชิกผู้อยู่ดั้งเดิมแล้วย่นคิ้ว สองคนนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่ในเมื่อคนหนึ่งก็ขี้เกียจส่วนอีกคนก็ยังไม่เดินทางกลับมาจากเยี่ยมบ้านเกิด เห็นทีจะเหลือผู้ต้องสงสัยคนเดียวที่พอเป็นไปได้

                    มีกระดาษโน้ตเล็กๆ เสียบอยู่ใต้แก้ว เมื่อยกขึ้นมาจึงเห็นรูปหัวกระต่ายตากลมโตพร้อมกับลายมือแสนคุ้นตา ข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาเขาหลุดยิ้มออกมา

                    อย่าลืมพักผ่อนบ้างนะครับ

                    รันมารุถอนใจออกมาหนหนึ่ง มือยกขึ้นปิดปากตัวเอง แม้ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะเผลอตัวยิ้มออกมาแบบนี้แต่เขาได้แต่ยอมรับความจริง ต่อให้ใครมากวนอารมณ์ตอนนี้ก็โมโหไม่ลงหรอก

                    วางกระดาษโน้ตลงบนโต๊ะแล้วมองบทพากย์ตรงหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน คงจะจริงอย่างที่รุ่นน้องว่า พักนี้เขาเริ่มรู้สึกล้าจนแทบลุกไม่ไหว การบีบตารางงานสามเดือนมาอยู่ในเดือนเดียวว่ายากแล้ว แต่การทำให้ได้อย่างที่พูดนั้นยากกว่า ความคิดในหัวคอยประท้วงอยู่เสมอ หากแต่เขาจำเป็นต้องฝืนต่อไป

                    กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งไปทั่วห้อง และคงจะลามเข้าไปในห้องนอนของเพื่อนสนิทด้วย โทโด เร็นจิ เพื่อนอันดับหนึ่งของเขาจึงได้เปิดประตูมาชะโงกหน้ามองแบบนี้

                    “ให้ตายสิ รันจัง จะเช้าอยู่แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ”

                    เปิดฉากทักมาคำแรกก็ทำเอารันมารุฉีกยิ้มแหย มีเพียงเพื่อนคนนี้เท่านั้นกระมังที่เขายินดีแสดงสีหน้าอารมณ์ที่แท้จริงออกมาให้ได้เห็นอย่างชัดเจนเช่นนี้ “วันนี้มีงานตอนช่วงบ่าย เดี๋ยวสักตีสี่แล้วค่อยนอน” เขาตอบกลับไป

                    ได้ยินคำตอบของเพื่อนรักแล้วเจ้าตัวจึงเดินเข้ามานั่งเป็นเพื่อนทั้งที่ยังงัวเงีย “ไม่เกินไปหน่อยเหรอ พักหลังมานี้นายโทรมไปเยอะนะ” เร็นจิมองกระดาษโน้ตบนโต๊ะก่อนเบือนสายตามาหารันมารุ “ความจริงแล้ว นายไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ”

                    ชายหนุ่มลูกครึ่งส่ายหน้า “อย่างที่บอกแหละ ลำพังแค่ตัวฉันมันไม่มีปัญหาหรอก” เขาจิบกาแฟตรงหน้า

                    “เพราะมันเอี่ยวกับอุซางิจังใช่ไหม”

                    คำถามของเร็นจิตรงประเด็นเสียจนคนตอบไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร รันมารุถอนใจ

                    “เด็กคนนี้... นายให้ความสำคัญกับเขามากนะ นายรู้ตัวรึเปล่า” เพื่อนสนิทยังคงถามต่อไป แม้จะรู้แก่ใจว่าอาจไม่ได้คำตอบก็ตาม “นายรู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับอุซางิจังหรือเปล่า ฉันว่ามันแปลกนะที่นายเลือกทิ้งโอกาสเอาตัวรอดของตัวเองเพื่อให้อุซางิจังได้มีโอกาสเปิดตัวน่ะ”

                    “ก็ไม่นี่” รันมารุตอบ

                    “จริงเหรอ ฉันรู้นะว่านายชอบทำอาหาร แต่นายไม่เคยตื่นขึ้นมาทำอาหารแต่เช้าด้วยสีหน้าเบิกบานแบบนี้มาก่อน แถมนายดูจริงจังกับการคิดรายการอาหารด้วย”

                    รันมารุไม่ตอบ

                    “หรือว่านายจะ...”

                    “จะอะไร”

                    “อุซางิจังเป็นเด็กน่ารักนะ ไม่แปลกหรอกที่นายจะเอ็นดูเขา แต่ฉันคิดว่าสิ่งที่นายทำอยู่มันเกินกว่าความเอ็นดู ฉันคิดว่าบางที...” เร็นจิเว้นวรรคไว้ครู่หนึ่งก่อนหยิบกระดาษโน้ตรองแก้วรูปกระต่ายขึ้นมาชูให้อีกฝ่ายดู “...นายอาจจะรู้สึกบางอย่างพิเศษกับอุซางิจัง”

                    ตัวสูงกว่าถอนใจเฮือกโต “เรื่องคนอื่นนี่คิดได้เป็นตุเป็นตะเชียวนะ ทีเรื่องตัวเองนี่หัวทึบซะไม่มี” รันมารุตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยในคำถามเพื่อนตน

                    เร็นจิหน้าแดงเถือก

                    “ฉันคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” หนุ่มลูกครึ่งถอนใจอีกหนหนึ่งก่อนยืดตัวคลายกล้ามเนื้อที่อ่อนล้า “ฉันจะยืดเยื้อเรื่องนี้ต่อไปนานกว่านี้ไม่ได้ เร็นจิ ฉันกวนนายกับพ่อของนายมามากพอแล้ว”

                    “ตามใจนายเถอะ รันจัง นายตัดสินใจแล้วนี่”

                    “ขอบใจมากนะ ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา”

                    “ฉันเชื่อมั่นในตัวนาย รันจัง นายต้องทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

47 ความคิดเห็น