เพชรไร้กะรัต (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 5 : บทที่ ๓ : เจรจา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    12 ก.พ. 58




บทที่ ๓ เจรจา

 

หลังจากส่งตัวน้องสาวเข้าหอเรียบร้อยแล้ว นุชจรีย์กับบดินทร์ก็กลับมายังคฤหาสน์ของตนเอง หญิงสาวขอตัวจากบิดาเพื่อแยกไปพักผ่อนตามประสา ร่างโปร่งบางก้าวเร็วๆ ผ่านสวนไสตล์บาหลีข้างคฤหาสน์ซึ่งใช้เป็นทางลัดไปยังห้องพักของตน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ผ่านไปถึงจุดหมายก็มีอันต้องหยุดชะงักกะทันหัน เพราะรู้สึกได้ว่ามีเงาของใครบางคนเคลื่อนติดตามเธอมาด้วย

หญิงสาวกระชับผ้าคลุมไหล่ของตนเอง หันมองอย่างระมัดระวังกลับไปยังทางเดินปูด้วยหินซึ่งทอดยาวในแสงสลัวจากโคมไฟข้างทาง ปรากฏเป็นเงาของบุรุษร่างสูงผู้หนึ่ง

ดวงตาคมสวยภายใต้แพขนตางอนยาวนั้นหรี่ลงอย่างเตรียมพร้อม รู้ดีว่าแขกไม่ได้รับเชิญไม่ใช่เพียงบอดี้การ์ดผู้ติดตามของเธอเป็นแน่ เพราะเธอขอให้พวกเขากลับไปกันหมดแล้ว

“ใครน่ะ”

ร่างของแขกปริศนาขยับย้ายจากเงามืด สืบเท้าเข้ามาในจุดที่มีแสงไฟจนปรากฏเห็นดวงหน้าคมคายภายใต้เรือนผมหยักศกสลวยของเขาอย่างชัดเจน

“สวัสดีครับ” ชายผู้นั้นกล่าวทักทายพร้อมเปิดรอยยิ้มซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นมิตรที่สุดให้เธอ แต่นุชจรีย์ไม่ยิ้มตอบ เพราะไม่รู้สึกอยากผูกมิตรกับคนแปลกหน้าสักเท่าไร

“คุณเป็นใคร” หญิงสาวร้องถาม ใช้สายตามองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูจากการแต่งตัวแล้วคงเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดของตระกูลรณเดโช เธอคลับคล้ายว่าจะเห็นเขาในพิธีวันนี้อยู่ “คนของรณเดโชนี่ใช่ไหม มาทำอะไรแถวนี้ งานพิธีจบแล้ว ทำไมไม่กลับไปเสียล่ะ”

ไม่รู้ว่าคำพูดของเธอฟังดูน่าขบขันหรืออย่างไร ฝ่ายนั้นจึงได้ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา

“ผมแค่อยากเห็นหน้าคุณใกล้ๆ” เขากล่าวพลางผายมือออกมาด้วยท่าทีสบายๆ “อยากเห็นว่าคุณงดงามสมคำล่ำลือหรือเปล่า และก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงเสียด้วย คุณงดงามมาก”

คิ้วโก่งของผู้ถูกชมหยักย่นเข้าหากันทั้งงุนงงและไม่พอใจไปพร้อมกัน

“สามหาว” เธอตำหนิ “แกงค์ฟอลโค่บกพร่องในการอบรมคนมากขนาดนี้เชียวหรือ ...รุ่มร่าม ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นอย่างนึกขัน

“โดนตำหนิแบบนี้ คนที่เป็นผู้นำตระกูลอย่างผมก็รู้สึกละอายใจแย่น่ะสิ คุณผู้หญิง”

นุชจรีย์ชะงักไปกับคำพูดแปลกๆ ผู้นำตระกูลอย่างนั้นหรือ หมายความว่าอย่างไร ยังไม่ทันจะได้ครุ่นคิดอะไรไปมากกว่านี้ ร่างสูงก็ก้าวเข้ามาใกล้เธอ พร้อมยื่นมือออกมาตรงหน้าอย่างหมายจะแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ

“ผมภูมินทร์ รณเดโช ยินดีที่ได้พบกันเสียทีนะครับ”

ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีส้มขยับค้างอย่างตกใจ เธอกำลังจะต่อว่าในความบังอาจของเขาอยู่แล้วที่กล้านำชื่อเจ้านายมาล้อเล่น หากแต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไปจนหมดสิ้นเมื่อสายตาพลันไปสะดุดกับแหวนวงสวยบนนิ้วมือของอีกฝ่าย

แหวนทองคำประดับหัวทับทิมเรืองแสงแม้อยู่ในความมืด...นอกเหนือจากความเก่าแก่และความงามสง่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว คงไม่มีใครในวงการที่ไม่รู้แน่ว่า มันเป็นสมบัติประจำตระกูลรณเดโชซึ่งตกทอดสืบต่อกันมา

หญิงสาวถึงกับหายใจสะดุด ผงะถอยไปด้านหลัง

ผู้ชายคนนี้ คือ ผู้นำของตระกูลรณเดโชอย่างนั้นหรือ เดี๋ยวก่อนสิ ถ้าเขาคือ ภูมินทร์ตัวจริง แล้วใครคือคนที่ลลินเพิ่งจะแต่งงานไปด้วยกันเล่า!?

 

 

บรรยากาศในเรือนหอดูจะคลายความตึงเครียดลง เมื่อหญิงสาวตัดสินใจรับข้อเสนอของพัชรดนัย กระนั้นเลยการผ่านพ้นคืนนี้ไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี

ร่างบอบบางในชุดเจ้าสาวซึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาในห้องขยับเคลื่อนไหว ถึงแม้พวกเธอจะตกลงกันว่า จะรักษาสถานภาพฉันท์สามีภรรยานี้ไว้เพียงในนามก็ตาม แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี

กลัวหรือ?...เธอถามตัวเอง

ใช่ เธอ กลัว เบื้องหลังสายตาดุจน้ำแข็งเย็นเยือกเช่นนั้น เธอเองไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า เขาคิดอะไรอยู่

หญิงสาวมองข้ามห้องไปยังร่างสูงซึ่งยังคงยืนนิ่ง กอดอก พิงผนังอยู่ที่มุมหนึ่ง

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้...” เธอตะกุกตะกัก

“ไม่ต้องห่วง” เขาตัดบทอย่างล่วงรู้ความคิดของเธอ “ผมจะไปนอนที่อื่น”

เป็นคำตอบที่ทำให้ภรรยาในนามเบาใจ กระนั้นเลยก่อนที่ร่างสูงจะหายออกไปจากห้อง หญิงสาวกลับร้องเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน...แผลของคุณไม่เป็นไรหรือ”

“นี่น่ะหรือ” ชายหนุ่มชำเลืองมองไปยังท่อนแขนซึ่งมีแต่โลหิตเกรอะกรังของตนอย่างชาชิน ราวกับการเห็นบาดแผลและเลือดเพียงเท่านี้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญเสียเหลือเกิน “ไม่เป็นไร”

ลลินขบริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ถึงแม้จะได้รับการยืนยันเช่นนั้นแต่เธอก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอรู้ดีว่า อาการบาดเจ็บของเขาเป็นผลพวงมาจากการช่วยเหลือเธอ

“รอเดี๋ยวนะ” เธอบอก ก่อนจะลุกขึ้นและจ้ำหายไปในห้องน้ำ และเพียงไม่นานคนตัวเล็กก็กลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กและชามแก้วบรรจุน้ำสะอาด “ที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ล้างแผล แต่เท่านี้ก็น่าจะพอช่วยได้บ้าง มานั่งตรงนี้สิ คุณควรจะทำความสะอวดแผลสักหน่อย”

“ผมไม่เป็นไร” พัชรดนัยยืนยัน แต่มีหรือที่หญิงสาวจะยอมฟัง ในที่สุดแล้วเธอก็ลากเขามานั่งลงประจำที่เพื่อปฐมพยาบาลจนได้

มือบอบบางนั้นแม้จะนุ่มนิ่มดูน่าทะนุถนอมเพียงใด แต่ในเวลาแบบนี้ มือเล็กๆ คู่นี้กลับสามารถทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว เธอล้างทำความสะอาดบาดแผลของเขาอย่างเบามือและหมดจด

“เจ็บหรือเปล่า” ก้มหน้าก้มตาถามไปอย่างนั้นเอง เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ตอบอะไรกลับมา ช่างเถิด จะว่าไปเธอก็เริ่มชินกับนิสัยของคุณสามีกำมะลอเสียแล้ว

เมื่อทำความสะอาดแผลเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงขั้นที่จะปิดบาดแผลนั้นตามขั้นตอน เนื่องจากหาผ้าพันแผลเป็นกิจจะลักษณะไม่ได้ เธอจึงเลือกที่จะใช้ของใกล้มือแทน มือเรียวดึงริบบิ้นซึ่งผูกเป็นโบว์รอบเอวคอดกิ่วมาใช้ต่างผ้าผันแผลก่อนจะปิดบาดแผลของพัชรดนัยอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เท่านี้ก็เรียบร้อย” เธอบอกยิ้มๆ คงเพราะมัวแต่ภูมิใจกับผลงานตนเองอยู่ จึงไม่ทันได้สังเกตว่าแววตาของชายหนุ่มนั้นเปลี่ยนไปเพียงใด

“ขอบคุณครับ”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้น หมายจะยิ้มรับกับคำขอบคุณนั้น ทว่าก็ต้องนิ่งขึงไปกะทันหันเพราะใบหน้าอีกฝ่ายเงื้อมเข้ามาใกล้เธอมากเสียจนแทบจะสัมผัสลมหายใจของกันและกันได้

“คุณมีน้ำใจมาก แต่...” ท่อนแขนเล็กบางถูกมือใหญ่รวบไปกำรอบอย่างแน่นหนากะทันหัน แรงดึงมหาศาลนั้นทำให้ร่างของเธอเสียหลักและปลิวเข้าสู่แผ่นอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย “ผมคงต้องขอเตือนคุณไว้อย่าง คุณอย่าทำดีกับผมให้มากจนเกินไปจะดีกว่า”

คนทำดีตกใจจนทำอะไรแทบไม่ถูก สบตานัยน์ตาเข้มซึ่งกำลังวาววับได้ที่ บัดนี้เธอเพิ่งตระหนักได้ดีว่า ตนเองกำลังเล่นกับเปลวไฟมิใช่ธารน้ำแข็งอย่างที่เข้าใจ

“ต่อให้รับปากว่าจะเป็นสามีแค่ในนามก็ตาม แต่ผมก็เป็นผู้ชาย คุณเข้าใจความหมายใช่ไหม คุณหนู”

“นี่คุณ...”

“อย่าทำให้ผมต้องเผลอทำให้ของๆ เจ้านายแปดเปื้อน อย่าทำดีหรือใกล้ชิดกับผมโดยไม่จำเป็น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง” เมื่อกล่าวในสิ่งที่ต้องการแล้ว ชายหนุ่มจึงปล่อยเธอให้เป็นอิสระก่อนจะลุกหายออกไปจากห้องทันที

เมื่อบานประตูปิดลง หัวใจซึ่งเต้นกระชั้นก่อนหน้านี้ของลลินจึงค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ เธอยกมือขึ้นทาบอกพลางสูดหายใจเข้าลึกยาว

พัชรดนัย...ผู้ชายคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่นะ

 

 

นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่ตระกูลรณเดโชรับศึกหนักเช่นนี้ ภูมินทร์รู้ดีว่า หลังจากความจริงเปิดเผย ในไม่ช้าบดินทร์คงต้องมาเยี่ยมเยียนเขาถึงที่หน้าประตูบ้าน และก็เป็นอย่างที่คาดจริงเสียด้วย เพราะในเช้าวันต่อมา ประมุขแห่งอัครเศวตก็เดินทางมาถึงพร้อมคณะผู้ติดตามซึ่งมีอาวุธครบมือ

หากเปรียบอารมณ์ของแขกผู้มาใหม่เป็นดั่งไฟแล้ว คงเป็นไฟบรรลัยกัลป์ซึ่งพร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้วอดวายเป็นแน่...น่าเกรงขามจนแม้แต่นรกยังต้องขยาด สมดั่งคำล่ำลือ ยังดีที่เขาพอจะเดาสถานการณ์ล่วงหน้านี้ได้ จึงเตรียมแผนรับมืออย่างดีโดยการพยายามเจรจาทำให้อีกฝ่ายใจเย็นลง จะได้ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อกันโดยไม่จำเป็น แต่ทั้งๆ ที่สงบลงมากแล้ว แต่สิงห์เฒ่าแห่งวงการก็ยังฉุนเฉียวไม่หาย

“คุณกล้าทำอย่างนี้ได้ยังไง คิดอยากจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเรานักใช่ไหม!

นายน้อยเจ้าของคฤหาสน์เปิดยิ้มเย็น พยายามไม่สนใจแววตามุ่งร้ายของอีกฝ่าย

“การตั้งตัวเป็นศัตรูกับอัครเศวต ก็เท่ากับการฆ่าตัวตายดีๆ นี่เอง ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้น”

“หึ ถ้าอย่างนั้นสิ่งคุณทำลงไปนี่หมายความว่ายังไง คุณจะยกเลิกการแต่งงานเพราะไม่ชอบหลานสาวของผม ผมไม่ว่า แต่นี่คุณทำเหมือนว่าเธอเป็นสิ่งของ เป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่จะยกให้ใครตามอำเภอใจก็ได้ การที่คุณส่งคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนไม่รู้มาเป็นเจ้าบ่าวแทนแบบนี้ ไม่ให้เกียรติกันเลย ผมยอมรับไม่ได้”

“ความจริงแล้วคนที่ผมส่งไปแทนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นถึงมือขวาคนสนิทของผมที่ได้รับการอบรมและฝึกฝนมาอย่างดีที่สุด แค่นั้นยังไม่เรียกว่าเป็นการให้เกียรติแก่หลานสาวท่านอีกหรือครับ”

คำกล่าวของภูมินทร์คงไม่ตรงใจสิงห์เฒ่าสักเท่าไร เห็นได้จากการที่เขาลุกพรวดขึ้น พร้อมชักปืนซึ่งพกติดตัวมาเล็งไปที่กลางหน้าผากอีกฝ่ายอย่างเดือดดาล เมื่อเห็นว่าเจ้านายกำลังจะเป็นอันตราย บอดี้การ์ดซึ่งรายล้อมภูมินทร์อยู่นั้นจึงขยับตัวเตรียมพร้อมสู้ เช่นเดียวกับทางฝั่งของบดินทร์เองเช่นกัน

“ไม่ต้อง ฉันไม่เป็นไร” ชายหนุ่มยกมือขึ้นเป็นเป็นสัญญาณเพื่อให้คนของตนลดปืนในมือลง “เรื่องนี้ควรจะจบลงด้วยการเจรจา ไม่ใช่การสูญเสียเลือดเนื้อ”

“เจรจา?!” ชายชราแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “จะต้องเจราจาอะไรอีก คุณไม่สำนึกกับสิ่งที่ทำลงไปสักนิด นั่นชีวิตคู่ของหลานสาวผมทั้งคนเลยนะ”

“เอาล่ะ ถ้ามันทำให้ท่านไม่พอใจขนาดนั้น ผมคงต้องบอกว่าผมรู้สึกเสียใจและขออภัยเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่ได้ทำลงไป ผมเพียงแค่อยากเล่นสนุกตามประสาเลยทำอะไรรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปบ้าง”

เมื่อได้ยินคำขออภัยแล้ว อารมณ์ของบดินทร์จึงดีขึ้น ลมหายใจหนักหน่วงซึ่งสะท้อนใต้แผ่นอกเบาบางลงจนเกือบจะเป็นปกติ มือเหี่ยวย่นลดปืนในมือลง และทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ได้ในที่สุด

“ถ้าคุณสำนึกได้จริง ผมก็ยินดีรับคำขอโทษนั้นไว้”

ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มเริ่มมีรอยยิ้มพาดผ่าน เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังคลี่คลายไปได้ด้วยดี

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คุณจะรับผิดชอบยังไงกับเรื่องนี้ คุณจะทำยังไงกับหนูลลิน”

มันคงเป็นช่วงเวลาที่ภูมินทร์รอคอยมานานเป็นแน่ ราวกับรอให้อีกฝ่ายถามคำถามนี้อยู่แล้ว ชายหนุ่มขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย ก่อนจะประสานนิ้วมือแกร่งเข้าหากันอย่างคนที่กำลังจะเจรจาเรื่องสำคัญ

“ผมรู้ว่าผมทำสิ่งที่เลวร้ายต่อหลานสาวของท่าน ทำให้ท่านต้องเสียความรู้สึก แต่ถึงผมอยากจะแก้ไขในสถานการณ์นี้อย่างไร ผมคงทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้คุณลลินมีคู่สมรสแล้ว”

“สำคัญอะไร ในเมื่อเธอแต่งงานเพราะความเข้าใจผิด เธอก็ย่อมมีสิทธิที่จะหย่าได้ทันที”

“ต่อให้เธอหย่า” ทายาทรณเดโชพูดสวนขึ้นทันควัน “ผมก็ไม่คิดที่จะแต่งงานกับเธอ คุณลลินอาจจะเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมคนหนึ่ง แต่พูดตามตรงนะครับ ผมไม่ได้สนใจเธอเป็นพิเศษ เพราะผมมีคนที่หมายตาอยู่แล้ว”

ภูมินทร์โน้มตัวมาข้างหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นโบกเป็นสัญญาณเพื่อให้คนของตนนำของที่จัดเตรียมมาให้บดินทร์

“สิ่งนี้คืออะไร”

“ไมตรีจากผมครับ” ชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆ “ฝากถึงคุณนุชจรีย์ ลูกสาวของท่าน”

เพียงคำพูดและรอยยิ้มเช่นนั้นก็ชัดเจนอยู่แล้ว แต่สิงห์เฒ่าแห่งวงการก็อยากจะยืนยันในสิ่งที่สงสัย จึงรับกล่องใบน้อยที่อีกฝ่ายยื่นให้มาเปิดดู และก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าอะไรอยู่ในนั้น...แหวนทองคำประดับทับทิมนั่นเอง

“ไม่จริงน่า นี่แหวนประจำตระกูลคุณไม่ใช่หรือ”

“แค่ของเลียนแบบน่ะ ไม่ต้องตกใจไปหรอกครับ” คนมอบไมตรีกล่าวอย่างบันเทิงใจ ก่อนจะยกมือขึ้นในระดับสายตาเพื่อให้อีกฝ่ายสามารถมองเห็นแหวนเก่าแก่อีกวงบนนิ้วมือของตน “แหวนวงจริงอยู่นี่ แต่ถึงจะเป็นของเลียนแบบ...” เขาเอ่ยเสริม “มันก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตโดยช่างฝีมือดี เสมือนวงจริงแทบทุกประการ จะต่างก็ตรงที่มันถูกสร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้น”

ดวงตาของบดินทร์หรี่ลง ลดเสียงลงอย่างระมัดระวัง ถึงแม้จะเข้าใจความนัยที่สื่อมา แต่เขาก็อยากจะยืนยันให้แน่ใจกว่านี้สักหน่อย

 “ผมไม่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไร”

 นายน้อยแห่งรณเดโชหัวเราะในลำคอ สบตานิ่งกับแขกของบ้านเพื่อให้รู้ว่า งานนี้เขาจริงจังมากเพียงใด

“พูดง่ายๆ เลย ผมสนใจลูกสาวของท่านครับ”

ริมฝีปากของผู้ฟังเผยออ้าค้างอย่างคาดไม่ถึง

“อะไรนะ นุชจรีย์ ลูกสาวของผมน่ะหรือ”

“ใช่ครับ คุณนุชจรีย์เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมและเหมาะสมกับผมในทุกๆ ด้าน เราต่างก็เป็นทายาทสายเลือดแท้ของผู้นำตระกูล ผมจึงอยากมอบแหวนที่ทำขึ้นใหม่นี้ให้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าผมสนใจและหลงใหลในตัวเธอ หากเธอตกลงใจยอมรับ...” ว่าแล้วก็วนนิ้วลูบเบาๆ ไปบนแหวนวงดังกล่าวอย่างรักใคร่ “ผมก็พร้อมจะสวมแหวนทับทิมวงจริงวงนี้เข้ากับนิ้วของเธอทุกเมื่อ”

“คุณภูมินทร์ คุณแน่ใจใช่ไหมกับสิ่งที่กำลังพูด”

“ถ้าผมไม่แน่ใจอะไร ผมไม่กล้าพูดมันออกมาหรอกครับ”

ใบหน้าของชายสูงวัยกว่ามีแววเหนื่อยล้า

“แต่หนูลลินล่ะ...ผมเห็นใจหลานสาวของผมเช่นกัน”

“ตระกูลของรณเดโชมีคติหนึ่งที่สั่งสอนต่อๆ กันมา ผมจำได้ไม่เคยลืม เขาว่า เลือดย่อมข้นกว่าน้ำท่านคิดว่ายังไงครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทีสบายๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ต่อให้ท่านจะเอ็นดูเธอแค่ไหน แต่เธอก็เป็นแค่หลาน ไม่ใช่ลูกในไส้ท่านอยู่ดี คุณนุชจรีย์ต่างหากที่สำคัญต่อท่านที่สุด และผมก็มองไม่เห็นเหตุผลที่ท่านจะไม่หยิบยื่นโอกาสดีๆ นี้ให้ลูกสาว”

ประมุขแห่งอัครเศวตขบกรามแน่นอย่างคิดหนัก เห็นท่าทีอย่างนั้นภูมินทร์เลยต้องรีบบอกให้อีกฝ่ายคลายความกังวล

“ไม่ต้องรีบให้คำตอบก็ได้ครับ ผมไม่เร่งรัด เพียงแต่ขอให้ไมตรีที่ผมเสนอนี้ส่งไปถึงลูกสาวท่านก็พอแล้ว” ภูมินทร์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะปิดท้ายการสนทนาด้วยการลุกขึ้นโค้งเล็กน้อยให้แก่ว่าที่พ่อตาในอนาคต “นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะรวมสองตระกูลซึ่งยิ่งใหญ่อยู่แล้วให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม ผมหวังว่าท่านจะตรึกตรองอย่างรอบคอบนะครับ”

 

 

“เรื่องก็เป็นอย่างนี้ล่ะ”

นุชจรีย์แทบจะไม่เชื่อหูตนเอง เมื่อฟังเรื่องราวจากปากบิดา เมื่อคืนหลังจากที่ทราบเรื่องว่าเจ้าบ่าวของลลินถูกสลับตัว เธอก็รีบย้อนกลับไปยังเรือนหอของน้องสาวด้วยเพราะความเป็นห่วงเหลือเกิน และก็ต้องโล่งใจไปเปราะเมื่อเห็นว่า ตัวปลอมไม่ได้อยู่กับลลิน

“รณเดโชกล้าหักหน้าเราขนาดนี้ ลลินอย่ากังวลไปเลย คุณพ่อพี่จะจัดการเรื่องนี้แน่”

หญิงสาวปลอบใจผู้เป็นน้อง หวังว่าเมื่ออาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า บิดาจะมีหนทางจัดการกับปัญหาครั้งนี้ แต่สิ่งที่ท่านได้กลับมาจากการบุกไปคฤหาสน์รณเดโช ไม่ใช่สิ่งที่นุชจรีย์หวังเอาเสียเลย

เหลือเชื่อจริงๆ ที่ภูมินทร์ทำให้ปัญหานี้มันยุ่งมากขึ้นกว่าเดิมด้วยการขอหมั้นเธอ

ดวงตาของหญิงสาวเหลือบมองไปยังแหวนทองประดับหัวทับทิมซึ่งวางอยู่ในกล่องใบจิ๋วที่เปิดอ้าอยู่บนโต๊ะอย่างไม่ยี่หร่ะและคล้ายจะมีแววรังเกียจมันเสียด้วยซ้ำ

“คุณพ่อไม่ควรทำอย่างนี้ คุณพ่อก็ทราบดีว่า การแต่งงานของลลินกับภูมินทร์สำคัญแค่ไหน คุณพ่อควรจะช่วยเธอ”

“พ่อรู้...”

“คุณพ่อทราบ แล้วทำไมยังรับแหวนวงนี้มาอีกคะ ไม่คิดถึงจิตใจของลลินบ้างเลยเหรอ”

บดินทร์ถอนหายใจ เอนหลังพิงเกาอี้บุหนังหนานุ่มก่อนจะเริ่มต้นอธิบายอย่างใจเย็น

“ลูกอย่าตำหนิพ่อนักเลย พ่อเข้าใจว่าลูกรู้สึกยังไง พ่อเองในฐานะอาของลลินก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจนัก แต่จะให้พ่อทำยังไงได้ ในเมื่ออีกฝ่ายเขายืนกรานแบบนั้น เรื่องของหัวใจมันบังคับกันได้ที่ไหน”

บุตรสาวนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อเห็นความจริงในคำพูดบิดา แต่ถึงกระนั้นจะให้เธอยอมรับได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่ต้องการทำร้ายน้องสาว

“อีกอย่างพ่อมาคิดๆ ดูแล้ว การที่ลูกแต่งงานกับภูมินทร์ก็ไม่ใช่เรื่องแย่นักหรอก สองตระกูลที่ยิ่งใหญ่จะแน่นแฟ้นรวมเป็นหนึ่ง เรามีแต่ได้นะงานนี้ ลูกควรจะคิดให้รอบคอบ”

“แล้วลลินล่ะคะ คุณพ่อไม่สนเลยหรือว่าเธอจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง!

“สำหรับน้องสาวของลูก พ่อเองก็เสียใจที่ความฝันของเธอไม่อาจเป็นจริงได้ ดังนั้นพ่อจะหาทางไถ่โทษให้เธอด้วยวิถีทางอื่น ลูกวางใจเถอะ”

ใบหน้าคมสวยของนุชจรีย์เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง ลุกพรวดขึ้นทันทีพร้อมกล่าวด้วยแรงอารมณ์

“ไม่ค่ะ คุณพ่อจะทำอย่างนี้ไม่ได้ หนูไม่เห็นด้วย ไม่ตกลงด้วยอย่างแน่นอน!

“ลูกนุช...”

“คุณภูมินทร์เป็นคู่หมั้นของลลินนะคะ คุณพ่ออยากให้หนูเป็นผู้หญิงน่าไม่อายที่แย่งของๆ น้องนักเหรอ หนูไม่ต้องการทำร้ายความรู้สึกของเธอ”

“อย่าคิดแบบนั้นเลย พ่อเชื่อว่าน้องสาวลูกต้องเข้าใจในเหตุผลของเรา ว่าเราทำเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลอัครเศวต”

แต่ถึงจะยกเหตุผลมาอย่างไร ก็ไมได้ทำให้นุชจรีย์รู้สึกฉุนเฉียวน้อยลง เธอยังคงยืนยันในสิ่งที่ตนเองตัดสินใจแล้วอย่างแน่วแน่

“คุณพ่อเอาแหวนทับทิมวงนี้กลับไปคืนเถอะค่ะ ยังไงหนูก็รับไว้ไม่ได้”

นุชจรีย์กล่าวปฏิเสธอย่างไม่ลังเล ก่อนจะจ้ำออกมาจากห้องรับรองของบิดาทันที โดยไม่สนใจแม้ว่าประมุขของบ้านจะเห็นด้วยกับการกระทำของเธอหรือไม่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

8,977 ความคิดเห็น

  1. #6977 BB V.I.P (@beeinkza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 21:45
    คู่หมั้นนางเอกนี่น่ารังเกียจเนอะ?
    หวังว่าคงไม่ได้เป็นพระเอกคู่รอง
    เพราะถ้าพี่นางเอกรักผู้ชายคนนี้ลงก็สุดๆ
    ดูถูกตระกูลตัวเองขนาดนี้ยังคบกันได้ก็นะ... ศักดิ์ศรีคงไม่มี
    #6977
    1
    • #6977-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
      10 มกราคม 2559 / 23:31
      จริงๆ เนื้อแท้นายน้อยก็ไม่ใช่คนเลวร้ายโดยสันดานค่ะ เพียงแต่นางเกิดมามีแม่แบบนั้น เกิดมาผิดที่ผิดทางไปหน่อย โชคร้ายได้รับการอบรบสั่งสอนมาผิดๆ เลยทำให้เติบโตกลายเป็นอย่างที่เห็น น่าสงสารจะตายค่ะ แต่ก็น่าเสียดายที่นิยายเรื่องนี้มีแค่คู่พระนางนะคะที่เด่นหลัก
      #6977-1
  2. #5180 vanda (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 06:24
    สนุกจังค่ะ
    #5180
    1
  3. #4102 Ning94Sehun (@Ning94Sehun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 15:00
    น่าลุ้นๆจริงๆ ค่ะ ต่อๆๆ
    #4102
    1
    • #4102-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
      3 สิงหาคม 2558 / 15:27
      แล้วจะมาต่ออีกค่ะ
      #4102-1
  4. #2927 drdayplaiii (@0850709123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 23:32
    เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ? หึ น่ารังเกียจ!!
    #2927
    1
    • #2927-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
      22 มิถุนายน 2558 / 00:45
      อุ๊ย นายน้อยสะดุ้งเลยนะเนี่ย
      #2927-1
  5. #2301 An-amethyst (@annlovehenrylau) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 00:12
    ว๊า เรื่องนี้มีแต่คนเห็นแก่ตัว เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง
    #2301
    1
    • #2301-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
      1 มิถุนายน 2558 / 00:20
      ใช่ค่ะ เรื่องนี้ไม่มีใครขาวบริสุทธิ์เลยค่ะ เป็นสีเทาๆ ดำๆ กันเกือบหมด
      #2301-1
  6. #907 พชรกมล เกษาอาจ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 14:30
    เยี่ยมเลย

    #907
    1
  7. #862 เลือดสีชมพู. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 16:50
    ภูมินทร์นิสัยยยนน
    #862
    1
    • #862-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
      17 เมษายน 2558 / 17:05
      นิสัยดีหรือเสียคะ ฮ่าๆ
      #862-1
  8. #181 Little (@peypey) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:28
    ใจร้ายมาก ภูมินทร์ ปล.สะอวด = สะอาด
    #181
    1
    • #181-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
      12 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:50
      ขอบคุณที่เช็คคำผิดให้ค่ะ แก้ไขเรียบร้อยแล้ว^^
      #181-1
  9. #156 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:18
    ผลประโยชน์ก็ย่อมมาก่อนซินะคะ
    #156
    0
  10. #46 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 14:11
    ปมเรื่องนี้มันเยอะจริงๆ สรุปว่าเรื่องนี้ใครเป็นพระเอก นางเอกกันแน่หรือว่ามีสองคู่



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 มกราคม 2558 / 21:59
    #46
    0
  11. #43 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 00:31
    นายภูมินทร์ช่างกล้าคิดในการเปลี่ยนแปลงตัวเจ้าบ่าว หากไม่แต่งก็ไม่ต้องไปยุ่งจะดีกว่าหรือปล่าว 
    รอไรเตอร์มาup ต่อ
    #43
    0
  12. #42 Ae Sakulrat (@asakulrat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 20:07
    รอๆคร้าา ต่อไวๆน่ะค่ะ
    #42
    0
  13. #41 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 12:14
    สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๘ ค่า ขอส่งความสุขด้วยการอัพเดทครบบท มาติดตามกันต่อได้เลย
    #41
    0
  14. #40 LYF3 (@lyf7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 12:07
    อ๊ายยยยย ลุ้นบทต่อไปคร่า
    #40
    0
  15. วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 11:45
    ต่อด่วนคร้าาาาาา
    #39
    0
  16. #38 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 02:18
    ระวังนะลลิน ....รักแท้แพ้ใก้ลชิดน่ะ
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #38
    0
  17. #37 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 14:20
    น่าติดตามดีนะค่ะ รอต่อจ้า อยากรู้ว่าเจ้าบ่าวจำเป็นจะอดทนอดกลั้นได้ดีแค่ไหน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ธันวาคม 2557 / 21:38
    #37
    0
  18. #36 BACHAREE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 10:58
    >< มาอัตต่อไวๆนะค่ะ
    #36
    0
  19. วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 20:58
    รอลุ้นบทต่อไป

    #35
    0
  20. #34 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 19:29
    มาแล้วค่ะบทใหม่ มาลุ้นกันต่อเลย
    #34
    0