เพชรไร้กะรัต (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 4 : บทที่ ๒ : คืนเข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    29 ม.ค. 58



บทที่ ๒ คืนเข้าหอ


 

ลลินใช้สายตามองสำรวจชายหนุ่มซึ่งเพิ่งก้าวเข้ามายืนเคียงข้างเธอ ถึงแม้จะมองผ่านผ้าคลุมหน้า แต่เค้าหน้าคมคายราวกับรูปประติมากรรมเทพเจ้ากรีกนั้นกลับสะดุดตาเธอยิ่งนัก โครงหน้าได้รูปรับจมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาสีนิลใต้คิ้วเข้มมองตรงไปยังแท่นพิธีเบื้องหน้า ริมฝีปากรูปกระจับแม้ตอนนี้จะไม่ได้ยิ้มหรือแสดงอารมณ์ใดก็ตาม แต่ก็น่าหลงใหลเสียจนผู้เฝ้ามองแทบละสายตาไม่ได้

หญิงสาวส่งยิ้มให้ชายผู้มาใหม่ หวังเพียงเพื่อจะผูกมิตรและขอบคุณที่ไม่หนีหายไปไหน แต่น่าเสียดายที่ความตั้งใจดีนี้ไม่ส่งไปถึงอีกฝ่าย เพราะจนแล้วจนรอด เขาก็แทบไม่ได้หันมองมาที่เธออยู่ดี

งานพิธีดำเนินต่อไปตามปกติ จนกระทั่งถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวต้องแลกแหวนกันสวม ฝ่าย ลลินใช้แหวนทองคำประดับมรกตประจำตระกูลซึ่งได้รับตกทอดมาจากคุณพ่อของเธอเป็นเครื่องหมั้นหมายในวันนี้ เธอค่อยๆ สวมมันลงบนนิ้วแข็งแรงของคู่ชีวิต เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงถึงคราวที่เจ้าบ่าวจะเป็นผู้สวมให้เธอบ้าง แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ลลินแปลกใจ เห็นจะเป็นแหวนซึ่งอีกฝ่ายเตรียมมาในพิธี

ชายหนุ่มเปิดกล่องกำมะหยี่และหยิบแหวนเพชรทรงมาคีส์*น้ำงามขึ้นมา แม้แหวนวงดังกล่าวจะสวยสักเพียงใด แต่ก็เป็นอันที่รู้กันดีว่า มันไม่ใช่แหวนประจำตระกูลรณเดโชซึ่งเป็นแหวนทองคำประดับหัวทับทิม

ถึงแม้จะรู้เช่นนั้น แต่หญิงสาวก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอันใดที่จะต้องรับแหวนวงนี้ไว้ เพราะถือว่ามันเป็นของล้ำค่าจากคู่ชีวิต

นิ้วมือเรียวยาวดูแข็งแกร่งทว่าพอได้สัมผัสแล้วกลับนิ่มนวลและอ่อนโยนกว่าที่เธอคิดนัก เขาจับมือเธอไปประคองก่อนจะค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเพชรบนนิ้วของเธอ

ในวินาทีนั้นเอง...นี่คงเป็นครั้งแรกที่ดวงตาคมกล้าสบตาเธอตรงๆ

“จุมพิตเจ้าสาวได้”

บาทหลวงให้สัญญาณตามพิธี ขั้นตอนนี้เองทำให้เธอรู้สึกประหม่าเอาการ ทั้งๆ ที่เขาและเธอศึกษานิสัยใจคอผ่านตัวอักษรกันมานานแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงๆ เธอกลับไม่ชินเสียเลย อาจจะเป็นเพราะลึกๆ แล้วเธอยังรู้สึกว่าเขาเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี

ผ้าคลุมหน้าของหญิงสาวถูกเลิกขึ้น พร้อมๆ กับที่ร่างหนาขยับเข้ามาใกล้ ใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนกายของเขา มืออุ่นสัมผัสที่ข้างแก้มของเธอเพื่อจะประคองดวงหน้างาม

หญิงสาวรู้สึกว่าใบหน้าตนเองร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ใบหน้าคมคายนั้นโน้มต่ำลงมาหาเธอ ดวงตาสวยหลับพริ้ม พยายามทำใจให้นิ่ง เพื่อเตรียมพร้อมรับสัญลักษณ์แห่งความฝันทั้งหมดทั้งปวงของเธอ

หากแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย ก่อนที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่จะแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน เขากลับเปลี่ยนองศาและหยุดมันไว้เพียงเท่านั้น โดยใช้ประโยชน์จากอุ้งมือซึ่งประคองดวงหน้าเธออยู่นั้นเป็นเครื่องอำพรางสายตาจากบุคคลภายในงาน

ลลินลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกฉงนปนสงสัยนัก จริงอยู่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า จุมพิตนี้มีอะไรผิดแปลกไป แต่เธอก็อดเก็บคำถามไว้ในใจไม่ได้

เหตุใดเขาจึงไม่ยอมจุมพิตเธอกันนะ

แขกเหรื่อในงานต่างพากันแสดงความยินดีและปรบมือกันเกรียวกราว บรรยากาศในงานดูจะครึกครื้นมากขึ้น เมื่อถึงช่วงเวลาที่เจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้ ลลินแอบรู้สึกดีใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่าใครได้รับช่อดอกไม้ต่อจากเธอ นุชจรีย์ พี่สาวแสนดีของเธอนั่นเอง

ต้องขอบคุณคุณอาบดินทร์ ที่อุตส่าห์เป็นธุระจัดเชิญเจ้าหน้าที่จากอำเภอมาจดทะเบียนสมรสให้พวกเธอถึงที่ ในขณะที่ทุกคนกำลังสำราญไปกับงานเลี้ยงฉลองพิธีมงคล เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา คู่บ่าวสาวก็แยกตัวมาทำธุระเรื่องทะเบียนสมรส

“เชิญนั่งแล้วลงลายมือชื่อตรงนี้เลยครับ”

“ค่ะ” หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวหรู ก่อนจะหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสตามที่เจ้าหน้าที่บอกโดยไม่ลังเล เมื่อเรียบร้อยแล้ว เธอจึงหันไปทางชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ติดกัน

“เป็นอะไรไปล่ะคะ พี่ภูมินทร์” เธอมองเขาอย่างมีคำถาม เพราะจนแล้วจนรอดฝ่ายนั้นก็ยังถือปากกาค้างนิ่งในมือราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ “เจ้าหน้าที่เขารออยู่นะคะ ไม่รีบเซ็นล่ะ”

ดวงตาคู่คมมองกลับมาที่เธอแวบหนึ่ง...มันเต็มไปด้วยความรู้สึกซึ่งยากจะหยั่งถึง และแล้วราวกับตัดสินใจได้ เขาจึงค่อยๆ จรดปากกา ลากตวัดเป็นลายเซ็นอย่างงดงามลงบนทะเบียนสมรสตรงหน้า

“ยินดีด้วยนะครับ ตอนนี้พวกคุณเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขอให้รักษาความรักนี้ไปตราบนานเท่านานนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” ลลินยิ้มแย้มรับคำอวยพร ยังไม่ทันจะได้พิจารณาทะเบียนสมรสให้ชื่นใจก็ถูกนุชจรีย์ซึ่งยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาชักชวนไปเต้นรำในงานฉลอง

“คู่บ่าวสาวต้องเป็นผู้เปิดฟลอร์เต้นรำในคืนนี้นะจ๊ะ” หล่อนย้ำจริงจัง ทำเอาคนเป็นน้องไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ลำพังตัวเธอไม่มีปัญหาในการเต้นรำหรอก แต่ที่เป็นกังวลก็เพราะเธอไม่แน่ใจว่า สามีของเธอนั้นจะเห็นดีด้วยในความคิดนี้หรือไม่ ตั้งแต่งานพิธีแล้วที่เขาเอาแต่รักษาท่าทีนิ่งสงบ ไม่แม้แต่จะพูดอะไรออกมาสักคำด้วยซ้ำ

“เอ่อ พี่ภูมินทร์คะ” หญิงสาวเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง “จะเป็นอะไรไหม ถ้าเราจะ...”

โชคยังดีที่หญิงสาวไม่ต้องสรรหาคำมาพูดให้มากความ ข้อเสนอของเธอก็ดูจะได้รับการตอบรับเสียก่อนเห็นได้จากการที่ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน และยื่นมือมาตรงหน้าเธอ

ลลินคลายยิ้มก่อนจะวางมือลงบนอุ้งมืออุ่นของอีกฝ่าย และปล่อยให้เขาพานำไปยังกลางฟลอร์เต้นรำซึ่งทุกสายตาในงานพากันจับจ้องมาอย่างอิจฉา

หากไม่นับในพิธีแล้ว นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดกับชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอขนาดนี้ เขาเป็นคู่เต้นที่วิเศษมาก เพราะทุกการเยื้องย่างและเคลื่อนไหวของเขานั้นช่างดูสง่างามไปเสียหมดราวกับได้รับการฝึกฝนและอบรมมาอย่างดี

สมแล้วที่เป็นคนจากตระกูลรณเดโช

น่าผิดหวังที่วันนี้เธอไม่ได้พบกับญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเขา บิดาของภูมินทร์นั้นนอนป่วยไมได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนมารดาก็ยุ่งกับการบินไปต่างประเทศเพื่อเจรจาธุรกิจ วันนี้พวกเขาจึงไม่ได้มาร่วมงาน กระนั้นเลย สะใภ้ป้ายแดงก็ตั้งใจไว้แล้วว่า ต้องหาโอกาสไปกราบพวกท่านให้ได้

ดวงตากลมโตเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าบ่าวอย่างพินิจพิจารณา ถึงแม้ภายนอกจะดูเงียบขรึมและเย็นชา แต่เขาก็ปฏิบัติต่อเธออย่างดีและสุภาพ ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกใจชื้นและคลายความกังวลไปได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่องานฉลองสิ้นสุดลง และถึงเวลาที่จะต้องส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ

เรือนหอของพวกเธอนั้นถูกเตรียมการและปลูกสร้างมาหลายปีแล้ว เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ก่อด้วยอิฐสีเทาควันบุหรี่ มีอาณาเขตกว้างขวางล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน บ่อน้ำพุตระการตาและสวนดอกไม้ไสตล์อังกฤษซึ่งถูกจัดแต่งอย่างดี แต่ที่ลลินชอบที่สุดเห็นจะเป็นสถานที่ตั้งของมัน

ถึงแม้จะยังคงอยู่ในอาณาบริเวณใกล้กับคฤหาสน์ของบดินทร์ก็ตาม แต่ ณ จุดๆ นี้ หากมองจากหน้าต่างชั้นบนของตัวบ้านแล้ว เธอจะสามารถมองเห็นยอดหลังคาไหม้ๆ ของคฤหาสน์หลังเก่าซึ่งเธอเคยใช้ชีวิตอยู่กับบิดาได้ แม้มันจะเป็นความทรงจำอันแสนเจ็บปวด แต่เธอก็ไม่ต้องการลืมมันไปเสียทีเดียว เพราะในความโศกเศร้านั้นมันยังมีภาพแห่งความสุขของวันวานล่องลอยมาปะปนให้ได้คิดถึงเสมอ...และเหนือสิ่งอื่นใด เธอรู้ว่าบิดากำลังเฝ้าดูเธออยู่ เธอจึงได้ขอให้คุณอาเก็บรักษาคฤหาสน์เก่านี้ไว้เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงบิดา

คู่บ่าวสาวเดินทางมาถึงเรือนหอตามฤกษ์ ช่วงเวลาแห่งการให้พรจากญาติผู้ใหญ่ดูจะสั้นไปในความรู้สึกของลลิน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีเพียงผู้ใหญ่ฝ่ายเธอเพียงฝ่ายเดียวที่มาร่วมงาน ครั้นบดินทร์และนุชจรีย์อวยพรให้พวกเธอเรียบร้อยแล้ว พิธีการจึงยุติลงเพียงเท่านั้น ในที่สุดแล้วคู่บ่าวสาวมือใหม่ก็ถูกทิ้งให้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

หญิงสาวใช้สายตามองสำรวจบรรยากาศภายในห้องหอซึ่งตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งความหวานอย่างประหม่าเอาการ เตียงสี่เสาประดับม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องภายใต้เพดานโค้งสีขาวเล่นฉลุลวดลาย กลีบดอกกุหลาบสีชมพูกระจัดกระจายอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอวดเรียบตึง เทียนหอมในห้องหวามไหวให้แสงสว่างจ้อยร่อยจิ๊ดริดทว่าส่งกลิ่นหอมจางๆ สดชื่นคล้ายดอกไม้ป่าตลอดเวลา แสงจากเปลวไฟเล็กนั้นๆ สั่นไหวไปตามแรงลมบางเบาซึ่งถูกพัดผ่านเข้ามาจากทางหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดแง้ม

เป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดเสียจริง เจ้าสาวป้ายแดงรู้สึกเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าควรจะพาร่างตนเองไปอยู่ที่ใดและทำอะไรในเวลาแบบนี้ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจที่จะทิ้งตัวลงนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง และใช้เวลาดูรูปถ่ายจากกล้องโพราลอยด์ซึ่งนุชจรีย์ถ่ายเอาไว้พอสนุกในงานมงคลวันนี้

“พี่นุชถ่ายภาพเก่ง...สวยทุกภาพ” หญิงสาวกล่าวชื่นชม ตั้งใจจะเปิดประเด็นสนทนาเรื่องภาพถ่ายกับคนที่อยู่ด้วยกันเพื่อลดความเคอะเขินลง แต่ก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่า อีกฝ่ายฟังอยู่หรือไม่ และเธอก็ไม่หาญกล้าพอที่จะหันไปมองว่าเขายืนอยู่ตรงไหนและทำอะไรอยู่ด้วยสิ

“ถ้าลินมีโอกาส ลินก็อยากจะเรียนถ่ายภาพสักครั้ง ดูน่าสนุกดี พี่ภูมินทร์ล่ะคะ สนใจการถ่ายภาพหรือเปล่า”

หัวข้อสนทนาของเธอคงจะไม่ตรงใจอีกฝ่ายเท่าไร เห็นได้จากความเงียบซึ่งเขาสื่อสารกลับมา เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องหาประเด็นน่าสนใจใหม่มาพูดคุย แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมา ในที่สุดเธอจึงยอมแพ้และปล่อยให้บรรยากาศมันอึมครึมต่อไปอย่างที่มันควรจะเป็น

มือบางหยิบซองเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะล้วงทะเบียนสมรสออกจากซองมาพิจารณาเป็นครั้งแรก

            ในที่สุดแล้วเธอก็มีวันนี้ วันที่เธอได้ทำตามความฝันสุดท้ายและกอบกู้ชื่อเสียงของคุณพ่อเสียที หัวใจของเธออิ่มเอิบและพองโต เคยคิดว่าคงไม่มีอะไรที่ทำให้ความสุขนี้มลายหายไปได้ แต่แล้วมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพียงชั่วพริบตาความสุขของเธอกลับพังทลายลง เมื่อสายตาพลันเหลือบไปเห็นลายมือชื่อของสามีบนใบสำคัญการสมรส

ดวงตาโตของหญิงสาวเบิกโพลงขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่ต้องมีอะไรผิดพลาดไปสักอย่างแน่ๆ แทนที่จะเป็นภูมินทร์ รณเดโช ชื่อนั้นกลับกลายเป็นชื่อบุคคลที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน

“พัชรดนัย...” หญิงสาวพึมพำตามชื่อบนกระดาษ รู้สึกว่าลำคอและริมฝีปากแห้งผากขึ้นมากะทันหัน ความงุนงงสับสนพุ่งเข้ามาจับตัวหนาแน่นในหัวไปหมด

ผู้ชายคนนี้เป็นใคร!

เจ้าสาวลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง หันขวับกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังจ้องนิ่งมาที่เธอ ณ อีกด้านของห้องเช่นกัน

“นี่มันหมายความว่ายังไง!” ลลินถามเสียงดัง ความรู้สึกหลากหลากหลายพุ่งเข้ามาประดังประเดทั้งตกใจ โกรธ สับสน “ชื่อในทะเบียนสมรสไม่ใช่ภูมินทร์ รณเดโช คุณเป็นใครกันแน่”

แทนที่จะตอบคำถาม ร่างสูงกลับย่างสามขุมตรงมาที่เธอ

“ฉันถามว่าคุณเป็นใคร”

นัยน์ตานิ่งเฉียบคมของเขานั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมา จากน้ำเสียงที่เคยมั่นคงไม่หวั่นไหวกลับค่อยๆ สะท้านและอ่อนลง ปากคอเริ่มสั่น เท้าเริ่มถอยหนีการรุกไล่ไปทางด้านหลัง เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เลย

“คุณเป็นใคร คุณไม่ใช่พี่ภูมินทร์...”

“ผมไม่ใช่ภูมินทร์”  ชายผู้นั้นเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มเข้มเต็มไปด้วยพลังอำนาจเข้ากับเครื่องหน้าอันสมบูรณ์แบบของเขาอย่างไร้ข้อติ  “ผมชื่อพัชรดนัย เป็นมือขวาของคุณภูมินทร์”

มือขวาของพี่ภูมินทร์งั้นหรือ นี่มันอะไรกัน...เจ้าสาวมือใหม่ทวนคำอย่างคาดไม่ถึง กระนั้นเลยก็พยายามตั้งสติและถามกลับไป

“คุณมาแต่งงานกับฉันทำไม ต้องการอะไรกันแน่”

“ผมแค่ทำตามที่คุณภูมินทร์สั่ง เจ้านายของผมไม่ต้องการแต่งงานกับคุณ เลยส่งผมมาแทนก็เท่านั้น”

คำตอบเรียบง่ายนั้นเปรียบดั่งสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ

“คุณพูดว่าอะไรนะ”

“เจ้านายของผม ยกคุณให้ผม” เขาย้ำ ยังไม่หยุดก้าวเข้ามาใกล้ ยิ่งฝ่ายนั้นเคลื่อนมาใกล้มากเท่าไร เธอยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยมากเท่านั้น จึงสืบเท้าถอยหนีจนกระทั่งแผ่นหลังไปชิดขอบหน้าต่าง

“ถอยไป ไม่ต้องมาใกล้ฉัน!

ยามนี้เธอทั้งรู้สึกโกรธ สับสน ผิดหวังและเสียใจอย่างที่สุด ความรู้สึกหลายอย่างพุ่งเข้ามาประดังประเดเสียจนเธอทำอะไรแทบไม่ถูก เหตุใดภูมินทร์จึงทำเช่นนี้กับเธอได้ ทำเหมือนว่าเธอเป็นสิ่งของที่จะเที่ยวยกให้ใครก็ได้ง่ายๆ เขาเคยนึกถึงใจเธอบ้างหรือเปล่า!

 “การแต่งงานครั้งนี้มีความหมายสำหรับฉันมาก พอกลายเป็นคุณแทน สิ่งที่ฉันเฝ้าทำมาทั้งชีวิตก็สูญเปล่า ทั้งศักดิ์ศรี ความฝันและความหวังของฉันที่จะกอบกู้ชื่อให้คุณพ่อ มันพังทลายลงไปหมดแล้วก็เพราะคุณ!

“ผมไม่มีทางเลือก ผมแค่ต้องทำตามคำสั่ง”

“คำสั่งหรือ ถามจริงๆ คำสั่งนั่นมันสำคัญต่อคุณนักหรือไง ถ้าเขาสั่งให้คุณไปตายเล่า”

ดวงตาคมกริบยังคงนิ่งและไม่ไหวติงพลางตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ผมก็จะไปตาย”

หญิงสาวอึ้งไป ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะขมขื่นออกมา คล้ายจะเป็นการสมเพชตนเองในความโง่เขลาอยู่กลายๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าภูมินทร์จะทำเช่นนี้กับเธอได้ เขารังเกียจเธอมากถึงขั้นใช้คนแปลกหน้ามาวิวาห์กับเธอแทนเชียวหรือ ไม่ให้เกียรติเธอไม่ว่า แต่นี่เขายังไม่ให้เกียรติครอบครัวเธอด้วย และที่เจ็บยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือ การที่เขากล้าลบหลู่ความตั้งใจสุดท้ายของบิดา

การแต่งงานกับทายาทมาเฟียตระกูลใหญ่คือ ความหวังสุดท้ายในชีวิตเธอ เพราะมันหมายถึง การฟื้นฟูอำนาจบารมีซึ่งดับสูญไปแล้วของบิดาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง การที่ภูมินทร์สมรู้ร่วมคิดกับลูกน้องเล่นละครสลับตัวกันแบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ทำลายความหวังหนึ่งเดียวในชีวิตของเธอไปจนหมดสิ้นแล้ว

จบแล้ว...จบแล้วสินะ

หยดน้ำตาแห่งความร้าวรานเอ่อคลอเต็มนัยน์ตาคู่สวย และก่อนที่พัชรดนัยจะทันคาดคิด มือบางก็กระชากปิ่นปักผมรูปดอกลิลลี่จากเรือนผมขึ้นมาจ่อที่หน้าอกด้านซ้ายหมายจะปลิดชีวิตตัวเอง

หากเธอต้องสูญเสียความหวังหนึ่งเดียวนี้ไปก็ไม่ต่างอะไรจากการตายทั้งเป็น ดังนั้นสู้ตายไปจากโลกนี้เสียตอนนี้เลยยังดีเสียกว่า ลลินคิดอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะเงื้อปิ่นขึ้นแทงเข้าที่หัวใจของตนเอง แต่ยังไม่ทันที่ปลายแหลมจะปักลงกลางอวัยวะสำคัญ พัชรดนัยก็พุ่งเข้ามาขัดขวางเธอเสียก่อน

ถึงแม้จะอยู่ห่างออกไป แต่ร่างหนานั้นเคลื่อนไหวได้รวดเร็วจนน่าตกใจนัก ดวงตาสีนิลวามวาบในแสงสลัว เพียงพริบตาเดียวเขาก็เข้ามาอยู่ประชิดตัวเธอเสียแล้ว และแย่งปิ่นออกจากมือคนคิดสั้นได้ทัน แม้ว่าผลจากการยื้อแย่งจะทำให้ปลายแหลมปักลงบนท่อนแขนของผู้ช่วยเหลือจนเกิดบาดแผลก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่สนใจ

 “อย่าทำอะไรโง่ๆ คุณไม่จำเป็นต้องตาย” เขากล่าวเสียงเข้ม ในขณะที่คนโง่ที่ว่าทรุดตัวลงกับพื้นห้องสะอื้นไห้อย่างอดกลั้นไม่อยู่

“คุณไม่เข้าใจหรอก ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ฉันจะทำยังไงดี มันไม่ใช่เพียงความปรารถนาสุดท้ายของคุณพ่อ แต่การแต่งงานนี้คือ การกอบกู้ชื่อเสียงของท่านด้วย ฉันอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ท่านคือสัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์และยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของตระกูล ถ้าเรื่องกลายเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปได้ยังไง ฉันละอายใจต่อคุณพ่อเหลือเกิน”

เกิดความเงียบขึ้นภายในห้อง นานพักหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลยนอกเสียจากเสียงลมหายใจและเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาของหญิงสาว ในที่สุดพัชรดนัยจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ถ้ามันสำคัญต่อคุณขนาดนั้น ผมจะช่วยคุณ”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากอุ้งมือ มองใบหน้าคมคายม่านม่านน้ำตาขมุกขมัวด้วยความประหลาดใจนัก

“หมายความว่ายังไงที่ว่าคุณจะช่วยฉัน”

“ผมจะหย่าให้ จะปล่อยให้คุณเป็นอิสระตามต้องการ” อีกฝ่ายกล่าวเสียงเข้ม ทิ้งสายตาอ้อยอิ่งอยู่บนคราบน้ำตาเกรอะกรังของสาวเจ้า “ในขณะเดียวกัน ผมจะช่วยกอบกู้ชื่อของคุณพ่อคุณให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

“คุณพูดจริงหรือ” หญิงสาวนิ่งอึ้ง ทวนคำอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหม”

“ผมพูดจริง หากคุณต้องการทำงานใหญ่ขนาดนี้ แน่นอนว่าคุณต้องการคนคอยช่วยเหลือ ผมจะช่วยคุณเอง เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไรหรือ”

 “เพียงแต่ผมขอเวลาสักระยะหนึ่ง ในระหว่างนี้คุณคือภรรยาของผม เมื่อถึงเวลา ซึ่งผมคิดว่าไม่นานหรอก  เราค่อยยุติความสัมพันธ์นี้ และคุณจะได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา”

ใบหน้างามฉานแววทั้งดีใจ ประหลาดใจและไม่ไว้ใจไปในคราวเดียวกัน เธอแทบจะไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลย แต่เหตุใดเขาจึงเสนอความช่วยเหลืออย่างหวังดีขนาดนี้ ทั้งหมดนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่

“ทำไมคุณถึงดีกับฉัน หรือนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งเจ้านายคุณด้วยเหมือนกัน”

“ทั้งใช่และไม่ใช่”

ช่างเป็นคำตอบที่ไม่ช่วยให้เธอเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นเอาเสียเลย

“คุณภูมินทร์สั่งให้ผมดูแลคุณ ดังนั้นเมื่อคุณปรารถนาสิ่งใด ผมก็ควรจะทำ นั่นเรียกว่าดีต่อคุณไม่ใช่หรือ”

 ลลินถอนหายใจให้คนภักดีในคำสั่ง นึกสงสัยว่าหากภูมินทร์สั่งให้ฆ่าเธอเสีย เขาก็จะลงมือโดยไม่ลังเลเลยใช่หรือไม่

“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกสงสัยและไม่ไว้วางใจ แต่...” คนร่างสูงเริ่มพูดอีกครั้ง ยกท่อนแขนซึ่งอาบไปด้วยเลือดจากการถูกปิ่นปักผมแทงขึ้นมาพิจารณา ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่แวบหนึ่งที่เธอเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นของเขาวาวขึ้น “ผมก็มีเหตุผลของผม” เขากล่าวพลางส่งปิ่นรูปดอกลิลลี่คืนให้เธอ

เครื่องประดับชิ้นสวยหมองลงไปถนัดตาเพราะถูกชโลมไปด้วยโลหิตแดงสด

 “ในระหว่างนี้คุณมีเรื่องที่อยากจะทำ ผมเองก็เช่นกัน”

เธอคงจะไม่ถามหรอกว่าเขามีสิ่งใดที่ต้องทำในระหว่างนี้ จริงที่เขาว่านั่นล่ะ ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเองซึ่งเธอไม่ควรที่จะเข้าไปก้าวก่าย ต่อให้ลึกๆ แล้วเธอยังมีความกังขาอยู่ก็ตาม แต่ขอเพียงเขารับปากว่าจะช่วยเหลือเธอ เธอก็ยินดีที่จะรับข้อเสนอนี้ไว้

สิบปีเธอยังรอมาได้ นี่เพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยาม...ไม่ใช่เวลาที่เนิ่นนานเกินกว่าจะรอคอย

คุณหนูแห่งอัครเศวตทรงตัวลุกขึ้นยืน ใบหน้าซึ่งอาบไปด้วยน้ำตามีแววแห่งความหวังครั้งใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเปล่งเสียงชัดถ้อยชัดคำ

“ตกลง ฉันยินดีรับข้อเสนอ”

 

 

____________________________________________ 

 

 

*มาคีส์ (Marquise) เป็นรูปทรงหนึ่งของเพชร รู้จักกันในอีกชื่อว่านาร์เวตต์ (Navette) ซึ่ง แปลว่า เรือเล็กในภาษาฝรั่งเศส มีลักษณะยาว บาง พร้อมมุมแหลมที่หัวและท้ายคล้ายรูปเรือ การเจียระไนทรงมาคีส์นี้ จะทำให้เพชรมีความเปราะบางมากกว่าทรงอื่นๆ โดยเฉพาะในจุดปลายแหลมหัวท้าย จากตำนานเชื่อกันว่า พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสทรงให้ดีไซน์เพชรรูปทรงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแด่พระสนมของพระองค์ โดยรูปทรงดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากรอยยิ้มของพระสนมนั่นเอง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

8,977 ความคิดเห็น

  1. #4806 kaphaecaravan (@kaphaecaravan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 07:04
    สงสารนางเอกอ้ะ เริ่มเกลียดภูมินทร์ละนะ สาธุ! ขอให้โดนพี่สาวนางเอกสะบัดรัก เพี้ยงงงงงงง !!!
    #4806
    1
    • #4806-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      2 กันยายน 2558 / 15:31
      ถ้าอ่านไปเรื่อยๆ อาจจะยิ่งเพิ่มความเกลียดก็ได้นะเจ้าคะ ฮ่าๆ
      #4806-1
  2. #4464 Jussper Nattapat (@jussper) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 09:51
    สนุกดีคะ น่าติดตาม
    #4464
    1
    • #4464-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      17 สิงหาคม 2558 / 14:04
      งั้นต้องช่วยติดตามต่อไปนะคะ
      #4464-1
  3. #3398 Alisa Suksawat (@joyly2530) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 16:09
    น่าติดตามคะ
    #3398
    1
    • #3398-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      13 กรกฎาคม 2558 / 17:18
      แล้วมาอ่านอีกนะคะ^^
      #3398-1
  4. #2946 ภาวี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 07:08
    สนุกมากๆ ชอบมาก ลุ้นกับเพชรดนัยและลลิน
    #2946
    1
    • #2946-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      23 มิถุนายน 2558 / 08:29
      ขอบคุณค่ะ แล้วมาลุ้นกันต่อนะ
      #2946-1
  5. #2400 akapee (@akapee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 12:42
    หลงรักนางเอกแน่ๆพ่อมือขวา!
    #2400
    1
    • #2400-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      3 มิถุนายน 2558 / 16:07
      อุ๊ย รู้ได้ยังไงคะเนี่ย!
      #2400-1
  6. #859 เลือดสีชมพู. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 16:42
    หรือว่าพี่สาวเป็นลิลลี่หว่าว
    #859
    1
    • #859-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      17 เมษายน 2558 / 17:04
      อ๊ะ ก็ไม่รู้สิน้าา
      #859-1
  7. #507 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 23:00
    พัชร นี่ท่าทางจะเป็นมากกว่ามือขวานะเนี่ย
    #507
    1
    • #507-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      3 เมษายน 2558 / 23:28
      เอ ทำไมถึงคิดแบบนั้นคะ?
      #507-1
  8. #311 เก๋ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 22:38
    ชอบค่าาาา ลุ้นเลย
    #311
    1
  9. #180 Little (@peypey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:19
    น่าสงสาร เจ็บปวด
    #180
    1
    • #180-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
      12 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:51
      เรื่องนี้มีแต่คนน่าสงสารค่ะ น่าสงสารกันคนละมุม
      #180-1
  10. #155 fsn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:18
    ฮืม เพราะอะไรนะ คุณ ดนัย
    #155
    0
  11. #33 สุสุ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 19:07
    รออ่านนะ
    #33
    0
  12. #32 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 00:38
    มารอ up ค่ะ
    #32
    0
  13. วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 21:07
    ต่อๆๆๆลุ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #31
    0
  14. #28 Ann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 10:56
    พัชรดนัยจะทำอะไรต่อน๊าา ลุ้นนนน
    #28
    0
  15. #27 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 00:29
    มาแล้วค่ะ ดึกไปหน่อย หุหุ
    #27
    0
  16. วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 12:04
    รออ่านต่อนะคะ
    #26
    0
  17. #25 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 03:05
    ลลินจะทำอย่างไรหากรู้ว่าชายที่ยืนอยู่บ้างเธอมิใช่เจ้าบ้าวตัวจริง
    #25
    0
  18. #24 Paula P Nisaidee (@paula1332) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 13:51
    รอค่ะ แต่รอนานมากอ่ะค่ะไรท์
    #24
    0
  19. #23 ชินจัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 21:31
    สนุกมาก
    #23
    0
  20. #22 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 21:08
    แบบนี้เจ้าสาวอาจจะกรี๊ดก่อนแล้วตะโกนถามว่าคุณคือใคร แล้วเจ้าบ่าวตัวจริงไปไหนเกิดอะไรขึ่น ร้อยแปดคำถามคงจะตามมาอีกเพียบ
    #22
    0
  21. #21 Loris. (@bahbarr-loris20) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 17:14
    มาไวไวนะคะ ลุ้นอยู่ :D
    #21
    0
  22. #20 เจ้นจ้า! (@slimpigeon888) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 16:40
    ลุ้นจ้า~ >
    #20
    0
  23. #19 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 16:04
    เข็นบทใหม่มาเสิร์ฟ สดๆ ร้อนๆ ค่ะ ครึ่งบทก่อน แล้วมาติดตาม "คืนแรก" ของเจ้าสาวใหม่ป้ายแดงและมาเฟียหนุ่มกันที่นี่นะคะ
    #19
    0