เพชรไร้กะรัต (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 3 : บทที่ ๑ : วันวิวาห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    9 เม.ย. 58



บทที่ ๑ วันวิวาห์

เป็นอีกคืนแล้วที่ลลินกรีดร้องสะดุ้งตื่นกลางดึก นับแต่เรื่องเลวร้ายได้ผ่านพ้นไป แทบจะไม่มีคืนไหนเลยที่เธอจะไม่ฝันเห็นภาพบรรยากาศแห่งการสูญเสียในอดีต หญิงสาวในชุดนอนตัวยาวสีขาวหอบหายใจถี่ เหงื่อแตกซึมเต็มใบหน้าสวยได้รูป หัวใจเต้นรัวถี่ยิบข้างในอก เธอใช้มือเสยเส้นผมยาวสลวยสีดำขลับออกจากนัยน์ตา ส่วนมืออีกข้างนั้นวางทาบลงบนหน้าอกเพื่อเตือนให้ตนเองสงบลง ครู่ใหญ่กว่าที่ลมหายใจกระชั้นและหัวใจของเธอจะกลับสู่สภาวะปกติ

ภายในห้องนอนโอ่อ่ายังคงเงียบเชียบและมืดมิด หญิงสาวเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่โต๊ะข้างเตียงเพื่อดูนาฬิกา ตอนนี้เพิ่งจะตีหนึ่งกว่า เธอควรจะพักผ่อนต่อเพื่อเตรียมรับมือกับวันสำคัญในเช้าที่กำลังจะมาถึง แต่ทั้งๆ ที่รู้อย่างนั้นเธอกลับข่มตาหลับต่อไม่ได้

ไม่ใช่เพราะกังวลที่วันนี้จะเป็นวันวิวาห์ของเธอ...แต่เป็นเพราะความฝันนั่นต่างหาก ถึงเรื่องราวจะผ่านไปนานนับสิบปีแล้ว แต่ความทรงจำเหล่านั้นยังชัดเจนและมันคงจะไม่ปล่อยให้เธอลืมเลือนแม้สักวัน เพราะดวงตาของฆาตกรยังคอยหลอกหลอนเธอทุกครั้งที่หลับตา

ดวงตาสีทองอำพันซึ่งไร้แววแห่งความปรานีใดๆ ยังคงชัดเจนในห้วงความทรงจำ

ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนผิดทั้งหมดถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว และคนชั่วช้าคนนั้นก็กำลังใช้กรรมอยู่ในคุก ไม่มีวันจะได้ออกมาเห็นแสงเห็นตะวันอีกตลอดชีวิต แต่เธอก็ไม่อาจลบเลือนความกลัวออกจากจิตใจได้อยู่ดี

วันนั้นเธอรอดชีวิตมาได้เพราะได้รับการช่วยเหลือจากบอดี้การ์ดซึ่งติดตามมา กระนั้นเลยถึงแม้จะรอดมาได้หวุดหวิด แต่การต่อสู้ครั้งนั้นก็ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บและยังมีร่องรอยมาจนถึงปัจจุบัน

มือเรียวลูบไปบนแผลเป็นบนเนินอกด้านซ้าย ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องเตือนความทรงจำจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ถึงแม้มันจะไม่เจ็บแล้ว แต่รอยแผลน่าเกลียดนี้ก็ไม่มีวันหายไปได้ มันจะอยู่กับเธอตลอดชีวิต เพื่อคอยย้ำความโศกเศร้าจากการสูญเสียอยู่ร่ำไป

ร่างบางถอนหายใจ ชะโงกตัวข้ามเตียงสี่เสาไปเปิดลิ้นชักใกล้ๆ เพื่อหยิบยานอนหลับมารับประทานตามความเคยชิน แต่ยังไม่ทันได้ทำเช่นนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูหน้าห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวอย่างห่วงใยของใครบางคน

“ลลิน นี่พี่เอง เป็นอะไรหรือเปล่า”

นุชจรีย์’ ญาติผู้พี่ที่สนิทที่สุดเของเธอก้าวเข้ามาในห้อง ร่างผอมสูงของหล่อนถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมกำมะหยี่เนื้อดีเรียบลื่นสีน้ำตาลทองซึ่งเข้ากันดีกับผิวนวลเนียนสีน้ำผึ้งของหล่อน ใบหน้าของหญิงสาวในยามนี้เต็มไปด้วยประกายแห่งความห่วงใยและกังวล เหมือนเช่นทุกครั้งที่รู้ว่าน้องสาวของหล่อนฝันร้าย

“ฝันเรื่องนั้นอีกแล้วเหรอ”

“ค่ะ เหมือนทุกที” คนถูกถามกระซิบตอบ ก่อนจะเดินข้ามห้องไปหยิบขวดยาข้างหัวเตียงมารับประทานราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ แต่นุชจรีย์ไม่ปล่อยให้เธอทำแบบนั้น หล่อนเข้ามาแย่งขวดยาจากมือญาติผู้น้องไปอย่างรวดเร็ว

“ยังใช้ยานอนหลับอยู่อีกเหรอ มันไม่ดีรู้ไหม”

“ลินทราบ แต่ถ้าไม่กิน ลินก็ข่มตานอนต่อไม่ได้ ลินไม่อยากทำพลาดในวันสำคัญแบบนี้ ขอยาคืนให้ลินเถอะค่ะ”

ดวงตาของผู้เป็นพี่อ่อนลงด้วยความสงสารจับใจ แทนที่จะได้รับขวดยาคืน ร่างเล็กบางของลลินกลับถูกอีกฝ่ายดึงไปสวมกอดอย่างอ่อนโยน

“พี่นุช...”

“ลลิน บอกพี่ทีสิว่า พี่จะช่วยเธอได้ยังไงดี” มือบางที่ลูบไปบนแผ่นหลังของน้องสาวเริ่มสั่นน้อยๆ เหตุใดชีวิตของน้องสาวจึงได้อาภัพเช่นนี้ ถึงแม้ตลอดสิบปีมานี้หล่อนและครอบครัวจะทุ่มเทเวลาและความรักให้อย่างไรก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจสมานแผลในจิตใจของผู้สูญเสียให้หายดีได้

เธออาจจะยิ้ม เธออาจจะหัวเราะ เธออาจจะรู้สึกดีขึ้น แต่ในจิตใต้สำนึกลึกๆ แล้ว นุชจรีย์รู้ดีว่าลลินยังคงกักเก็บความเจ็บปวดไว้กับตัวเอง เห็นได้จากการที่เธอยอมทิ้งทั้งชีวิตเพื่อแต่งงานกับคู่หมั้นหมายสมัยเด็กจากตระกูลผู้ทรงอิทธิพลอีกตระกูลซึ่งไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน เพียงเพื่อแลกกับการสานต่อความฝันครั้งสุดท้ายของบิดาที่เสียชีวิตไป

“เรื่องแต่งงานเธอคิดดีแล้วใช่ไหม เปลี่ยนใจตอนนี้ยังพอมีเวลา พี่จะไปเรียนให้คุณพ่อพี่ทราบ คุณพ่อเป็นคนมีเหตุผล ท่านคงไม่ว่าอะไร ถ้าเธอ...”

“ไม่ค่ะ ลินอยากแต่ง” หญิงสาวกล่าวเสียงแข็ง นัยน์ตาสวยดูจะมุ่งมั่นเต็มที่ ขณะผละถอยออกจากอ้อมกอดของพี่สาว “มันเป็นสิ่งเดียวที่ลินจะทำเพื่อคุณพ่อได้ ถ้าการแต่งงานจะทำให้คุณพ่อมีความสุขและส่งผลดีต่อคุณอา ลินเต็มใจทำ”

“แต่นั่นชีวิตของเธอทั้งชีวิตเลยนะ ไม่คิดดูให้ดีก่อนหรือ”

“ลินคิดดีแล้วค่ะ” ว่าที่เจ้าสาวยืนยัน เผยอรอยยิ้มซึ่งคิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายวางใจได้มากที่สุด “ถึงลินจะไม่เคยเจอหน้าพี่ภูมินทร์ คู่หมั้นของลินมาก่อน แต่พี่นุชก็รู้นี่คะว่าเราติดต่อกันทางจดหมายและอีเมลกันมานานแล้ว ดูจากทัศนคติและความคิดของเขา ลินเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร”

“มันก็จริงที่ว่าเธอสองคนติดต่อกัน แต่ข้อความแบบนั้นน่ะจะปั้นแต่งมายังไงก็ได้  แม้แต่รูปภาพของเขาเธอก็ยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ จริงๆ แล้วเขาอาจไม่ใช่ผู้ชายแบบที่เธอคิดเลยก็ได้ เธอไม่กลัวหรือ”

 “ถ้าลินจะกลัว ลินคงกลัวที่จะไม่ได้ทำตามความปรารถนาของคุณพ่อมากกว่า”

เห็นท่าทีแบบนั้นนุชจรีย์เลยต้องยอมแพ้ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ก็ได้ ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว พี่ก็เคารพการตัดสินใจของเธอ”

ลลินส่งยิ้มให้พี่สาวเป็นเชิงขอบคุณ ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะไม่เสียใจกับหนทางที่ได้เลือกอย่างเด็ดขาด ต่อให้หนทางนั้นจะปูด้วยกลีบกุหลาบหรือยาพิษก็ตามที

 

เสียงเปียโนที่บรรเลงบทเพลงอย่างพลิ้วไหวไพเราะจำต้องหยุดลงกะทันหัน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นจากรองเท้าหนังสีดำเงาวับดังแทรกมาจากทางเดินหน้าบันไดด้านปีกขวาของคฤหาสน์ รณเดโช

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ หันมองเจ้าของเสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างรีบเร่งผ่านเพดานโค้งรูปครึ่งวงกลมอันตระการตาของห้องโถงกลางเข้ามา

คืนนี้ก็ไม่ใช่คืนที่เงียบสงบเช่นเคย...น่าเบื่อหน่ายเสียจริง

“ขออภัยที่มารบกวนครับ”

ภูมินทร์ นายน้อยของตระกูลใหญ่กรอกตาอย่างหน่ายใจ ยกมือขึ้นโบกเล็กน้อยเพื่อให้สองสาวสวยซึ่งนั่งออเซาะอยู่ข้างกายไปที่อื่นก่อน ในขณะที่ร่างสูงสง่าของผู้มาใหม่ในชุดสูทสีดำสนิทนั้นเดินมาถึงตัวเขาพร้อมค้อมศีรษะลงต่ำเพื่อจะรายงานข่าวบางอย่างซึ่งเขาเบื่อจะฟังเต็มที

“มีอะไรอีกล่ะ พวกนั้นเคลื่อนไหวกันอีกแล้วหรือไง”

 “ครับ โกดังสินค้าที่ท่าเรือของเราสองแห่งเพิ่งจะถูกวางเพลิง”

“งั้นเหรอ คราวนี้ฝีมือใคร อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือนังแพศยานั่นอีก”

“ครับ ดูจากร่องรอยแล้ว น่าจะเป็นฝีมือของคนที่ใช้โค้ดเนมว่าลิลลี่สีเลือดเหมือนเคสก่อนๆ”

“บัดซบ!” ทายาทรณเดโชคำรามลั่นอย่างเหลืออด ในอกคงจะคุกกรุ่นด้วยความแค้นมากจึงเผลอทุบลงไปบนเปียโนตรงหน้า ทำให้เกิดเสียงก้องประหลาดขึ้นมากะทันหัน “ฉันไม่รู้ว่านังโสเภณีนั่นจะตามจองล้างจองผลาญเราไปถึงไหน ชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกวัน ทำไมพวกแกไม่ตามจับตัวมันมาให้ได้”

 “ผมพอมีเบาะแสบ้างแล้ว คนของเรากำลังพยายามอยู่”

“นี่เรียกว่าพยายามแล้วงั้นหรือ!” ภูมินทร์ล้วงเอาปืนพกซึ่งเหน็บอยู่กับตัวขึ้นมาเล็งใส่คนสนิทด้วยอารมณ์เดือดดาล “ความพยายามของแกมันยังมีไม่มากพอ เพราะถ้าแกพยายามมากพอล่ะก็ คงไม่ปล่อยให้เรื่องมันกวนใจฉันอยู่อย่างนี้ เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์ให้เป็นมือขวา ไร้ประโยชน์สิ้นดี!

ถึงแม้จะถูกอาวุธสังหารเล็งใส่ แต่ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของผู้ต่ำศักดิ์กว่านั้นแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงและผสมอารมณ์ใดๆ  เลย ไม่มีวี่แววแม้แต่ความกลัวบนนัยน์ตาสีดำขลับคมกริบของเขาเสียด้วยซ้ำไป หากสิ่งนี้ไม่เรียกว่าการภักดีอย่างที่สุด ก็คงเป็นความกล้าหาญซึ่งแม้แต่เจ้านายเองยังต้องแปลกใจ

“ขออภัยครับ”

นายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกยาว เมื่อได้ยินเรื่องของลิลลี่สีเลือดทีไร เขาก็มักระงับอารมณ์ไม่อยู่เสียทุกที คิ้วเข้มภายใต้เรือนผมหยักศกหนาสีน้ำตาลเข้มขมวดมุ่นเป็นปม ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าที่เขาจะปรับอารมณ์และค่อยๆ ลดปืนในมือลงได้

“ที่เรื่องมันยืดเยื้อ ก็เพราะคุณพ่อ ตีงูทั้งที ไม่ตีให้ตาย สุดท้ายมันก็กลับมาแว้งกัดเราอย่างนี้ ถ้าวันนั้นท่านกำจัดคนของแกงค์ลูเซียนให้สิ้นซาก นังแพศยาลิลลี่จะเกิดขึ้นมากวนใจเราได้หรือ แกต้องรีบจับตัวนังนั่นมาให้ได้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้มันลบหลู่ตระกูลรณเดโชไปมากกว่านี้”

“ครับ”

คนสนิทค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อมอีกครั้งเพื่อเป็นการตอบรับคำสั่งของเจ้านาย และก่อนที่เขาจะล่าถอยออกมา ภูมินทร์ก็โพล่งขึ้นมาอย่างนึกอะไรขึ้นได้

“อ้อ เดี๋ยวก่อน พัชร”

พัชรดนัยหยุดนิ่งและหันกลับมาอย่างเตรียมพร้อมรับคำสั่ง

“ดูเหมือนฉันจะลืมอะไรไปบางอย่าง พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของฉันใช่ไหม”

 “ครับ คุณควรจะรีบพักผ่อนเพื่อเตรียมรับวันสำคัญ”

เจ้านายหนุ่มหัวเราะในคอ ราวกับเห็นว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องตลกเสียเต็มประดาการแต่งงานของพวกเขาหมายถึงการแผ่อิทธิพลและเกื้อกูลผลประโยชน์ทางธุรกิจซึ่งกันและกัน มันไม่ใช่การแต่งงานด้วยความรัก แต่เป็นแค่ งาน’ ชิ้นหนึ่ง ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็แค่ทำตามที่ประมุขของทั้งสองตระกูลหมายมั่นตกลงกันไว้ก็เท่านั้น

จะว่าไปตระกูล อัครเศวต ก็เป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากพอๆ กับตระกูลรณเดโชของเขา หากเทียบบารมีกันแล้วก็คงสูสีเปรียบได้ดั่งเสือและสิงห์แห่งวงการมาเฟีย ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลเห็นดีในการดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน คงจะคิดว่าเก็บศัตรูไว้ในฐานะมิตรคงปลอดภัยกว่า

“คุณหนูกำพร้าจากตระกูลใหญ่ แกคิดว่าเธอเป็นยังไงบ้าง”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบ คนตั้งคำถามจึงอมยิ้มน้อยๆ พลางล้วงเอาซองเอกสารโยนลงบนโต๊ะใกล้ๆ ทำให้รูปถ่ายในซองนั้นกระจัดกระจายออกมา ปรากฏเป็นภาพแอบถ่ายในอิริยาบถต่างๆ ของหญิงสาวหน้าหวานคนหนึ่ง

“ถึงหน้าตาจะดูอมทุกข์ไปนิด แต่ก็สวยใช่ย่อยใช่ไหม”

“ครับ”

“ครับนี่แปลว่าสวยใช่ไหม ถ้าสวย...งั้นแกชอบไหมล่ะ”

คิ้วเข้มของคนถูกตั้งถามขมวดมุ่นชั่ววินาทีพร้อมกับความสงสัยที่เอ่อล้น

“ผมไม่เข้าใจคำถามของคุณ”

นายหนุ่มเปิดยิ้มมุมปาก จ้องมองดูคนสนิทซึ่งดูจะไม่ประสีสาอะไรกับเรื่องแบบนี้เอาเสียเลย จึงต้องเปลี่ยนมาเป็นการพูดตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อม

“ถ้าชอบล่ะก็ ฉันยกให้!

เกิดความเงียบน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งบริเวณ เงียบกันไปชั่วอึดใจกว่าที่พัชรดนัยจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น

“คุณไม่ควรล้อเล่นแบบนี้ มันไม่ดีต่อว่าที่เจ้าสาวของคุณ”

“นี่แกคิดว่าคนอย่างฉันล้อเล่นเป็นด้วยหรือ แกเอาอะไรคิดว่าฉันอยากจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เธอไม่คู่ควรกับฉันในทุกๆ ด้าน จริงอยู่ที่เธอเคยเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลอัครเศวต แต่นั่นก็เป็นเพียงอดีตไปเสียแล้ว ตอนนี้เธอไม่มีอะไรเลย เป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีอำนาจบารมี ต้องอยู่ภายใต้ปกปีกของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของเธอก็เท่านั้น พูดจริงๆ นะฉันสนใจลูกสาวของผู้นำคนปัจจุบันมากกว่า เพราะงั้นคุณหนูตกอับคนนี้ ฉันยกให้แกก็แล้วกัน”

ดวงตาคมกล้าของผู้ต่ำศักดิ์กว่ายังคงรักษาแววแห่งความนิ่งและเยือกเย็นขณะกล่าวปฏิเสธอย่างสุภาพ

“มิได้ครับ เธอเป็นคู่หมั้นของคุณ”

“คู่หมั้นหรือ ขำเป็นบ้า แกก็รู้นี่ว่าฉันไม่ได้ยี่หระกับสถานะนี้มาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีใครในบ้านของฉันที่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ แม้แต่คุณแม่ก็ด้วย ท่านเองก็ยินดีมากกว่าที่จะมีสะใภ้เป็นคนที่มีศักดิ์ศรีและบารมีเท่าเทียมกัน คงมีแต่คุณพ่อคนเดียวล่ะมั้งที่ยังหมายมั่นในคำสัญญาของสองตระกูล อยากให้ฉันแต่งกับยายคุณหนูตกกระป๋องนี้ให้ได้”

“ถ้านั่นเป็นความตั้งใจของผู้นำตระกูล คุณก็ควรทำตามไม่ใช่หรือ”

“ก็จริง แต่แกคงลืมอะไรไปบางอย่าง ตอนนี้ผู้นำตระกูลที่ว่ากำลังนอนป่วยไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะงั้นในแง่ความเป็นจริงแล้ว ฉันนี่ล่ะคือผู้นำของตระกูล” ว่าแล้วก็เริ่มเคาะนิ้วลงบนคีย์เปียโนตรงหน้าอีกครั้งอย่างสำราญใจ ทำให้บทเพลงแสนไพเราะก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องโถงอันวังเวง

“ถ้าเช่นนั้นคุณต้องการให้ผมยกเลิกงานแต่งงานของคุณที่จะมาถึงหรือครับ”

“ไม่ จะไม่มีการยกเลิกอะไรทั้งนั้น” นายน้อยกล่าวอย่างบันเทิงใจ ราวกับมีความคิดแสนสนุกบางอย่างเตรียมไว้แล้ว “ฉันตัดสินใจแล้วงานวิวาห์จะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม เพียงแต่เจ้าบ่าวไม่ใช่ฉัน แต่เป็นแก”

 “คุณท่านต้องไม่พอใจกับความคิดของคุณแน่ คุณกำลังตั้งตัวเป็นศัตรูกับตระกูลอัครเศวต ทั้งๆ ที่มันไม่จำเป็น”

“ใครสนกันเล่า ตอนนี้คนที่กุมอำนาจก็คือฉัน ไม่ใช่คุณพ่ออีกต่อไปแล้ว และอันที่จริงนะจะหาว่าฉันเป็นศัตรูกับอัครเศวตก็คงไม่ถูกต้องนัก ในเมื่อฉันยังตั้งใจจะดองเป็นทองแผ่นเดียวกันกับคนตระกูลนั้นอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงคนนี้ก็เท่านั้น ถึงแกจะไปแทนฉันก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะพวกอัครเศวตไม่เคยเห็นฉันอยู่แล้ว ฉันเพิ่งกลับจากต่างประเทศและแทบจะไม่เคยปรากฏตัวในวงสังคมเสียด้วยซ้ำ”

“ผมไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น”

“หึหึ แล้วทำไมล่ะ หรือว่าแกไม่เห็นด้วยกับความคิดของฉัน”

นัยน์ตาเข้มของพัชรดนัยดูว่างเปล่าและยากจะหยั่งถึงได้เสียจริงๆ แม้นจะทำงานด้วยกันมานาน แต่บางครั้งเจ้านายอย่างเขาก็เดาแทบไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรในใจอยู่กันแน่

“ความจริงแกควรจะขอบคุณในน้ำใจของฉันด้วยซ้ำไปที่หยิบยื่นโอกาสนี้ให้ คนระดับแกได้เชยชมของสูงค่าขนาดนี้ ต่อให้มันเป็นของที่ฉันไม่ต้องการแล้วก็เถอะนะ ก็เป็นบุญวาสนาของแกแล้วไม่ใช่หรือ ถือเสียว่านี่คือของขวัญชิ้นใหญ่จากฉัน ตอบแทนในความจงรักภักดีของแกก็แล้วกัน แค่รับไว้แล้วดูแลให้ดี นี่เป็นคำสั่ง”

ริมฝีปากได้รูปของร่างสูงในชุดสูทสีดำเม้มแน่นหยักย่น คล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ เป็นการค้อมศีรษะตอบรับคำสั่งนั้นอย่างไม่มีข้อโต้เถียง

“ครับ”

 

 

รุ่งอรุณแห่งความหวังเคลื่อนมาถึง คฤหาสน์ตระกูลอัครเศวตถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานวิวาห์แสนยิ่งใหญ่ตระการตา ทุกอย่างในงานถูกจัดเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันและลงตัวอย่างที่สุด ทั้งซุ้มดอกไม้หลากสีสันและน้ำแข็งแกะสลักรูปหงส์ขนาดใหญ่สองตัวซึ่งกำลังเกาะเกี่ยวร่ายรำอยู่ท่ามกลางแสงของโคมไฟระย้ากลางห้องโถงทำให้บรรยากาศในงานวันนี้เป็นดั่งภาพความฝันสมบูรณ์แบบดุจดั่งในเทพนิยาย

“มาทำอะไรตรงนี้จ๊ะ ลลิน”

ลลินในชุดเจ้าสาวเปิดไหล่ยาวกรุยกรายสีไข่มุกหันไปตามเสียงเรียก ริมฝีปากสีชมพูอ่อนซึ่งดูรับกันดีกับผิวขาวจัดราวหิมะของเธอแย้มยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นผู้เป็นพี่กำลังเร่งฝีเท้าผ่านพรมแดงขึ้นบันไดตรงมาที่เธอ พร้อมด้วยแม่บ้านคนสนิทอีกสองสามคน

“ลินกำลังรอเจ้าบ่าวของลินค่ะ”

นุชจรีย์ซึ่งอยู่ในชุดเดรสสั้นสีเขียวมะกอก หัวเราะใสกับคำตอบที่ได้รับ พลางเอื้อมมือไปจัดตกแต่งผ้าคลุมศีรษะของอีกฝ่ายให้ดูเรียบร้อย

“พี่รู้ว่าเธออยากจะพบหน้าเจ้าบ่าวใจจะขาด แต่เจ้าสาวไม่ควรมายืนชะเง้อชะแง้อยู่ตรงนี้นะจ๊ะ ไม่งามเลย เข้าไปรอด้านในเถอะ อีกประเดี๋ยวพิธีก็จะเริ่มแล้ว”

พอได้ยินว่าในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ พิธีสำคัญกำลังจะเริ่ม ลลินก็ตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่างซึ่งทำให้เธอเป็นกังวลอยู่ลึกๆ จนอดไม่ได้ต้องเปรยถามกับคนใกล้ตัว

“นั่นสิคะ พิธีจะเริ่มแล้ว แต่ลินยังไม่เห็นวี่แววพี่ภูมินทร์เลย หรือว่าเขาจะไม่มา”

“พูดอะไรอย่างนั้น เขาเป็นพระเอกในงานวันนี้ ต้องมาอยู่แล้ว”

“ไม่รู้สิคะ” ดวงหน้าหวานหยักย่น ถอนหายใจ “ถึงเราจะติดต่อกันมานาน แต่เขาอาจจะไม่ชอบลินก็ได้ ก็ลินน่าเบื่อเสียขนาดนี้”

“เหลวไหล ลลินทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้ จะมีผู้ชายคนไหนไม่ชอบเธอบ้าง พี่ว่าเธออย่าคิดมากเลย คุณภูมินทร์คงติดธุระสำคัญอยู่ เดี๋ยวก็คงมาแหละ เธอก็รู้นี่ว่าวิถีชีวิตของคนในแวดวงเรามันยุ่งยากแค่ไหน มีเรื่องให้ทำกันทุกวัน”

แต่ดูเหมือนว่าแค่คำพูดคงยังไม่เพียงพอ เพราะจนแล้วจนรอด สีหน้าของเจ้าสาวก็ยังไม่ดูดีขึ้นสักเท่าไร ดังนั้นนุชจรีย์จึงต้องใช้วิธีอื่นในการปลอบใจ หล่อนเอื้อมมือไปรับกล่องไม้จากแม่บ้านใกล้ๆ เพื่อหยิบเอาปิ่นปักผมทำจากเงินเนื้อดีส่งให้อีกฝ่าย

“ของขวัญวันแต่งงานสำหรับน้องสาวของพี่จ้ะ”

“ดอกลิลลี่หรือคะ สวยจัง” ลลินจ้องมองปิ่นปักผมแวววาวรูปดอกไม้อย่างต้องมนต์สะกด

นุชจรีย์เปิดยิ้ม ก่อนจะชะโงกตัวเพื่อปักปิ่นอันสวยลงบนมวยผมซึ่งถูกเกล้าไว้อย่างดีของเจ้าสาว

“มีความสุขมากๆ นะ”

ยังไม่ทันที่ลลินจะได้กล่าวขอบคุณในความแสนดีของผู้เป็นพี่ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยการปรากฏตัวของใครบางคนเสียก่อน บดินทร์’ ประมุขของตระกูลอัครเศวตเพิ่งจะเดินทางมาถึงคฤหาสน์พร้อมกับบาทหลวงที่อุตส่าห์ไปเชิญมาจากโบสน์ชื่อดังในตัวเมือง

 “ว่ายังไงสองสาว คุยอะไรกันอยู่”

“ความลับของระหว่างสาวๆ ค่ะ คุณพ่อ” นุชจรีย์แสร้งกล่าวอย่างมีลับลม ทำเอาผู้เป็นบิดาต้องหัวเราะออกมา แม้ภายนอกจะเป็นเพียงชายสูงวัยร่างผอมบางก็ตาม แต่ดวงตาเข้มซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจนั้นบ่งบอกถึงบารมีสมฐานะตำแหน่งประมุขคนปัจจุบันเสียจริงๆ

“พ่อเพิ่งจะไปรับบาทหลวงมา หวังว่าคงยังไม่เสียฤกษ์ดี” ใบหน้าแหลมเสี้ยมภายใต้ไรหนวดสีเขียวครึ้มขยับยกเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มพาดผ่าน ก่อนจะหันมาสนทนากับหลานสาว

“วันนี้หลานงดงามมาก” เขากล่าวชม “เป็นยังไงบ้าง ตื่นเต้นหรือเปล่า”

“นิดหน่อยค่ะ” คนถูกถามตอบยิ้มๆ “จะให้พูดตรงๆ ลินค่อนข้างกังวลมากกว่า”

“กังวลอะไรฮึ”

“ลินกลัวจะเผลอทำพลาดอะไรไปในวันสำคัญแบบนี้ คุณอาก็รู้ใช่ไหมคะว่า ลินรอคอยวันนี้มาทั้งชีวิต เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ลินจะสามารถทำให้คุณพ่อที่จากไปแล้วได้”

“อารู้...อารู้” บดินทร์เอื้อมมือไปแตะบนบ่าบอบบางของอีกฝ่ายอย่างให้ความมั่นใจ “พี่บุริศร์คงกำลังมองดูหนูอยู่บนสวรรค์เป็นแน่ อาเชื่อแบบนั้น วางใจเถอะ จะไม่มีอะไรผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องไปในวันวิวาห์ของหลาน”

ต่อให้ทุกคนจะยืนยันเป็นมั่นเหมาะขอให้เธอวางใจก็ตาม แต่ด้วยสัญชาตญาณลึกๆ แล้ว ลลินรู้ดีว่าเบื้องหลังงานพิธีอันสมบูรณ์แบบนี้มีบางสิ่งที่ผิดพลาดไป...แต่มันคืออะไรกันเล่า เธอเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน จนกระทั่งเวลาในงานพิธีล่วงเลยไปโดยไร้เงาของเจ้าบ่าว เธอจึงพอเห็นคำตอบได้แจ่มชัดขึ้น

เสียงซุบซิบของแขกเหรื่อในงานเริ่มดังขึ้น พวกเขาคงกำลังสงสัยในสิ่งเดียวกันกับเธออยู่เป็นแน่ว่าเจ้าบ่าวของเธอนั้นหายไปอยู่ที่ใด

หนีไปแล้วหรือ...หรือว่าเขาเกลียดเธอมากขนาดนั้น

เธอเฝ้าถามตัวเอง แม้ดวงตาสวยจะเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง แต่เธอก็บังคับตนเองให้รอคอยอย่างสงบอยู่หน้าแท่นพิธี ช่อดอกไม้ในมือเริ่มสั่นน้อยๆ ในขณะที่ช่วงเวลาแห่งการรอคอยดูจะเนิ่นนานทั้งชีวิต และแล้วปาฏิหาริย์ที่เธอภาวนาก็เกิดขึ้น

รถลิมูซีนสีดำแล่นมาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์ พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน ซึ่งกลุ่มผู้อารักขากำลังกุลีกุจอลงไปเปิดประตูรถและโค้งคำนับอย่างเคารพ

บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถ เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ อยู่ในชุทสูทสีดำสนิท ไหล่กว้างกำยำเกินจะเป็นลักษณะของชายไทย ชายปริศนาคนดังกล่าวกำลังเดินเข้ามาในบริเวณพิธีด้วยฝีเท้าซึ่งหนักแน่น มั่นคง และงามสง่าเกินกว่าใคร

เสียงฝีเท้าจากรองเท้าหนังเงาวับก้องสะท้อนไปทั่วทั้งโถงทางเดิน แม้ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักนั้นจะปรากฏแววความเรียบเฉย ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับสะกดทุกคนให้อยู่ในภวังค์ได้ เขาจ้องนิ่งมายังทางเบื้องหน้า เดินตรงไปที่แท่นพิธีซึ่งมีเจ้าสาวผู้โดดเดี่ยวรอคอยอยู่

 

นี่หรือ คือ ภูมินทร์ เจ้าบ่าวที่เธอรอคอย

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

8,977 ความคิดเห็น

  1. #5907 สุภลักษณ์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 17:44
    วางแผงเมื่อไหร่ค่ะไรท์
    #5907
    1
    • #5907-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
      20 พฤศจิกายน 2558 / 21:20
      สนพ.วางแพลนไว้ก.พ.ปีหน้าค่ะ หากมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการจะแจ้งทราบนะคะ
      #5907-1
  2. #4291 ฟองสมุทร (@sweetjellygreen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 22:54
    ขอทายว่า "ลิลลี่สีเลือด" คือพี่สาวนางเอก... .....นุชจรีย์..... ใช่-ใช่ป่ะ? ตอนแรกคิดว่านางเอก อ่านไปอ่านมาคิดว่าเป็นพี่นุชเพราะนางดูคล่องแคล่วกว่า รักน้องมาก และในตอนนี้ก็ให้ปิ่นปักผมที่เป็นดอกลิลลี่...คิดว่าน่าจะมีอะไรแอบแผง(ซึ้งรีดฯคิดเอาเอง55555) รออ่านๆๆ ตามๆๆๆๆ มันส์มากกกก แปลกดีที่นางเอกโดนโดยนให้บอร์ดี้การ์ดเฉยเลย หยามเกียติลูกผู้หญิงมาก เกลียดภูมินทร์!!!
    #4291
    1
    • #4291-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
      11 สิงหาคม 2558 / 01:38
      ลิลลี่สีเลือดจะเป็นใครกันน๊อ ใช่พี่นุชหรือเปล่า วิเคราะห์ได้ดี แต่ตอนนี้ยังพูดอะไรมิได้ ก็คงต้องเก็บร่องรอยและคาดเดาไปก่อนแหละค่ะ ว่าแต่ภูมินทร์ถูกเกลียดประจำเลยค่ะ นางน่าจะชินแล้วนะ ฮ่าๆ
      #4291-1
  3. #3443 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 18:56
    ฉัน อยากตบตาภูมากค่ะ บอกเลย
    #3443
    1
    • #3443-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
      14 กรกฎาคม 2558 / 20:00
      อนุญาตให้ตบได้เลยค่ะ หุหุ แรงๆ เลยนะ
      #3443-1
  4. #2300 An-amethyst (@annlovehenrylau) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 23:54
    อืมมม ไม่ชอบคู่หมั้นดีแล้วที่เปลี่ยนเจ้าบ่าวว
    #2300
    1
    • #2300-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
      31 พฤษภาคม 2558 / 23:56
      ทำไมไม่ชอบนายน้อยล่ะค่ะ อิอิ
      #2300-1
  5. #1353 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 20:48
    ภูมินทร์เห็นแก่ตัวมากกกกก
    #1353
    1
    • #1353-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
      4 พฤษภาคม 2558 / 21:25
      เกือบทุกคนเห็นแก่ตัวค่ะในเรื่องนี้ น่าสงสารหนูลลินจริงๆ เลย
      #1353-1
  6. #858 เลือดสีชมพู. (@ziintaeliin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 16:27
    น่าสงสารลินจังเลย แต่ก็ดีใจด้วยที่ไม่ได้ภูมินทร์55555555
    #858
    1
    • #858-1 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
      17 เมษายน 2558 / 16:39
      อิอิ ทำไมล่ะคะไม่สนใจแบดกายเหรออ
      #858-1
  7. #179 Little (@peypey) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:15
    จะเป็นไงต่อ
    #179
    0
  8. #154 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:17
    ให้ลูกน้องมาแทน ไม่บอกกล่าว อันนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติกันนะเนี้ย
    #154
    0
  9. #18 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 05:21
    คราวนี้ลินจะได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวของตนเองเสียที ...

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #18
    0
  10. #17 Ae Sakulrat (@asakulrat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 03:25
    เรื่องนี้ใครพะเอกเอ่ย ??
    #17
    0
  11. #16 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 13:50
    เปลี่ยนเจ้าบ่าวผู้แสนดีก็ดีนะซิ

    #16
    0
  12. วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 10:46
    แล้วภูมินทร์จะนึกเสียดายทีหลัง
    #15
    0
  13. #14 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 18:30
    อัพเดทครบบทแล้วค่ะ เจ้าบ่าวหนูลลินปรากฏตัวแล้ว มาลุ้นกันต่อได้เลย
    #14
    0
  14. #13 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 01:14
    ยกให้ง่ายๆๆ เหมือนสิ่งของเลยน่ะ  นายภูมินทร์
    #13
    0
  15. #12 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 20:39
    พรระเอกเรื่องนี้คงร้ายน่าดูใช่ไหม เล่นยกเจ้าสาวใก้คนสนิทง่ายๆเลยเนอะ
    #12
    0
  16. #11 จิตต์สวาท (@aphinyea) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 12:16
    ใครกันน้าที่ติดต่อทางเมลกะหนูริน คุณบอร์ดี้การ์ดสุดหล่อป่าวนะ
    #11
    0
  17. #10 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 01:48
    นายภูมินทร์กำลังดูเหมือนการแต่งงานเป็นเรื่องง่ายๆๆๆ

    รอไรเตอรืมา up ต่อ
    #10
    0
  18. #9 Loris. (@bahbarr-loris20) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 00:04
    รออ่านนะคะ สนุกมากกกกกกค่ะ :D
    #9
    0
  19. #8 นวตา (@naughtyprincess) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 / 18:36
    บทที่หนึ่งมาแล้วค่ะ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ ต้องติดตามให้ได้เน้อ รับรองว่าเด็ดและน่าติดตามเช่นเคยค่ะ
    #8
    0