[OS] or [SF] Krishan & EXO *New version*

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,149 Views

  • 183 Comments

  • 179 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    143

    Overall
    8,149

ตอนที่ 6 : END {OS} : HUNHAN ver. : เมียเก็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61

{OS} : HUNHAN ver. : เมียเก็บ

ปล. เรื่องนี้เปิด 2 เวอร์ชั่นนะคะ อีกอันเป็นคริสหาน

 

.

.

.

.

 

เมียหลวง เขามีให้เก็บ

อย่าให้ใครเห็น อย่าให้ใครรู้

 

.

.

.

.

 

"เข้าไม่ได้นะคะ"

 

เสียงทะเลาะเบาแว้งที่หน้าห้องทำงานของประธานบริษัทกลางเมือหลวงประเทศเกาหลีใต้ สร้างความวุ่นวายให้กับพนักงานในบริษัทเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยส่วนหนึ่งมาจากความอยากรู้อยากเห็น และอีกส่วนคือทนกับเสียงแหลมสูงที่รบกวนสมาธิในการทำงานไม่ไหว

 

"ทำไมจะไม่ได้ เธอก็เห็นว่าเซฮุนให้ฉันเข้าไปทุกครั้ง"

 

 "ทราบค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้จริงๆ นะคะ" เลขานุการสาวตอบตามความจริง เธอทราบดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นหนึ่งในคู่นอนของเจ้านายเธอ แต่ถ้าหากปล่อยให้เธอเข้าไปด้านในตอนนี้ คงมีใครสักคนที่ต้องเจ็บ

 

ไม่กาย ก็ใจ หรืออาจทั้งสองอย่าง

 

"หลบ ฉันจะเข้าไปหาที่รัก"

 

เสียงเปิดประตูเรียกให้คนที่ถูกถึงรั้งลงไปนั่งบนตักแกร่งลุกขึ้นทันท่วงที ลู่หานเงยหน้าสบตาคนมาใหม่ก่อนจะหลบลงเมื่อเห็นสายตาเกลียดชังจากอีกฝ่าย

 

"อ๋อ ที่แท้คุณเมียหลวงก็อยู่ด้วยนี่เอง"

 

"ขอตัวนะครับ" คนที่ถูกยัดเยียดตำแหน่งให้เอ่ยเบาๆ พร้อมกับรีบเก็บกาแฟแก้วเก่าเพื่อที่จะได้ออกไปจากบรรยากาศน่าอึดอัด ไหล่บางถูกกระแทกจนเกือบเสียหลักล้มลงระหว่างที่เดินสวนกับหญิงสาวชุดดำบนส้นสูงสีแดงสด

 

"อุ้ย ขอโทษค่ะน้องลู่หาน พี่ไม่ทันมอง"

 

"ไม่เป็นไรครับ" คนตัวเล็กเอ่ยรับด้วยอาการประหม่า อยากจะวิ่งออกจากห้องให้ได้

 

"มานั่งนี่" เสียงทุ้มกังวาลที่ดังไล่หลังทำเอาคนตัวเล็กแข้งขาอ่อน ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายบีบตัวจนปวดหนึบไปหมด เรียวขาเร่งก้าวออกจากห้องไม่อยากเห็นหรือได้ยินอะไรที่มันทำร้ายจิตใจไปมากกวานี้ ซึ่งสวนทางกับร่างสวยที่ก้าวขาไปหาคนบนเก้าอี้อย่างอารมณ์ดี

 

"รีบร้อนจังเลยที่รัก"

 

"ลู่หาน" คนตัวเล็กชะงักเรียวขาอยู่ตรงประตูที่กำลังจะเปิดออก ไม่รู้หรอกว่าอีกคนจะเรียกเขาไว้ทำไม แต่กลับสั่นไปทั้งตัว

 

"ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรอ" ทั้งห้องตกอยู่นความเงียบเมื่อมีคนสองคนที่ที่กำลังไม่เข้าใจสถานการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

 

"หมายความว่าไงคะเซฮุน" หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลางเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก

 

"หรืออยากให้ฉันลุกไปหา" คนตัวเล็กยืนส่ายหน้าอยู่กับที่อย่างคนทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาจากความกดดันของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ โดยมีหญิงสาวอีกคนพรวดพราดไปเกาะข้างกายพร้อมส่งเสียงโวยวยไม่หยุด หากแต่แต่เซฮุนกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ สายตาคมจับอยู่ที่แผ่นหลังบางที่กำลังสั่นไหว

 

"อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ"

 

 "ฮึก" ส่ายหน้าซ้ำๆ อยู่กับประตูบานใหญ่ด้วยความกลัว

 

"นังลู่หาน!" หญิงสาวเปลี่ยนเป้าหมายจากคนที่ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเธอไปหาอีกคนด้วยท่าทีคุกคาม

 

มือเรียวปัดแก้วกาแฟจากจะมือของคนตัวตัวเล็กตกลงแตกกระจายบนพื้น ครั้นเมื่อจะยื่นมือไปแตะคนอ่อนแอกว่า เรียวแขนกลับถูกกระชากออกด้วยกำลังมหาสารจากทางด้านหลัง สายตาเห็นเด็กขี้แยถูกดึงเข้าหาอ้อมกอดของคนที่ดึงออกมา

 

"กรี๊ด หมายความว่าไงคะเซฮุน!"

 

"เป็นอะไรมั้ย" หัวกลมสายไปมาเป็นคำตอบ ขณะเดียวกันที่ลู่หานเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น

 

"เซฮุน!"

 

"ก็ดีแล้ว" จูบผมนุ่มของคนที่สูงเพียงแค่ไหล่ก่อนจะหันมาหาหญิงสาวเพียงคนเดียวในห้องตาคมดุตวัดมองจนหญิงสาวสะดุ้งถอยหลัง แต่ยังใจดีสู้เสือยิ้มตอบ

 

"จะหายไปจากชีวิตฉันดีๆ หรือจะหายสาบสูญไปเลย"

 

"อะไรกันคะ หลอกกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย"

 

"ฉันพูดไม่ชัดงั้นหรอ"

 

"แต่..."

 

"อ้อ หรือเลิกอย่างหลัง"

 

"ไม่ค่ะไม่ ไปแล้วค่ะ!"

 

 

คล้อยหลังหญิงสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นออกไปจากห้องทำงาน วงแขนกว้างก็คลายออก เซฮุนเดินกลับไปนั่งประจำตำแหน่งเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่คนตัวเล็กค่อยๆ ก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกสลายเหมือนกับใจดวงน้อย 

 

ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาพร่าบังสิ่งที่อยู่ข้างหน้าจนเศษแก้วปักลึกเข้าไปในนิ้วสวย ความเจ็บแผ่กระจายไปทั่วแต่หากไม่เท่าหัวใจที่บีบตัวแรงจนปวดหนึบ

 

เข้าใจทุกอย่าง เข้าใจว่าสุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือของผู้ชายคนนี้เท่านั้น

 

 

 

 

-------------------- เมียเก็บ --------------------

 

 

 

 

"คุณแม่ร่างกายอ่อนแอมาก ถ้ายังเป็นแบบนี้จะส่งผลกับน้องนะคะ" คนตัวเล็กหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตากับคุณหมอเจ้าของครรภ์อย่างกับเด็กทำความผิด มือน้อยข้างที่มีสายในเกลือปักอยู่วางลงบนหน้าท้องแบนราบ เอ่ยขอโทษเจ้าตัวเล็กที่พึ่งจะมีอายุย่าง 4 เดือนในใจเบาๆ

 

"ยาบำรุงที่หมอให้ไปต้องทานให้ครบนะคะ หมอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย"

 

"ครับ แล้วผมจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่หรอครับ?"

 

"จริงๆ หมออยากให้รับน้ำเกลืออีกสักถุงนะคะ แต่ถ้ายืนยันจะกลับ หมอก็จะให้กลับค่ะ"

 

"ขอบคุณครับคุณหมอ" ยิ้มบางให้กับคุณหมอคนสวยตรงหน้าก่อนจะหลับตาลงพักผ่อนอีกกครั้ง หลังจากแยกย้ายจากสามีตามกฎหมาย ลู่หานก็นั่งรถตรงมาตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลเพียงคนเดียว 

 

 

เด็กน้อยอายุ 18 ที่พึ่งจบจากมัธยมถูกสั่งให้แต่งงานมีครอบครัวทันทีที่จบการศึกษา โดยเจ้าบ่าวเป็นคนที่ทางครอบครัวจัดหามาให้ ไม่แม้แต่จเคยได้พบหน้า ดูตัวกันด้วยซ้ำ และเพราะสัญญาไว้ว่า ถ้าภายใน 5 เดือน เขายังไม่ตั้งครรภ์จึงจะสามารถกลับไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ โดยที่บ้านจะให้หมอประจำตระกูลมาตรวจแทบทุกอาทิตย์รวมกับโรคประจำตัวที่มี

 

เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 ของการแต่งงาน คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกถึงอาการผิดปกติของตนเองซึ่งสงสัยได้ว่าอาจจะมีเจ้าตัวเล็กมาอยู่ในท้องเขาได้สักพัก และมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะฝ่ายสามีก็ไม่เคยหยุดกิจกรรมผลิตทายาทให้ตระกูล

 

ที่ผิดปกติคือเขายังไม่รู้ว่าลู่หานท้อง ตัวเขาเองก็พึ่งรู้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน กว่าจะรู้ก็กินเวลาไปเกือบ 12 สัปดาห์ จะพูดให้ถูกนอกเหนือจากเขาก็มีเพียงแค่คุณหมอประจำตัวและคุณหมอสูตินารีเท่านั้นที่รู้ เนื่องจากตัวเขาเองไม่มีอาการแพ้ท้องออกมาให้เห็น จึงไม่มีอะไรน่าสงสัยเผยออกมา ทุกคนเพียงคิดว่าสะใภ้ของบ้านเริ่มทานอาหารได้มากขึ้นจึงเริ่มมีน้ำมีนวลเท่านั้น

 

อาจรวมด้วยการที่แยกบ้านออกมาอยู่ที่เรือนหอสำหรับคู่แต่งงานใหม่เพื่อนความเป็นส่วนตัวที่ถูกส่งต่อมารุ่นต่อรุ่นของตระกูลซึ่งยังอยู่ในรั้วเดียวกัน และสามีเองก็ติดธุระสำคัญ ทำให้ไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้านเล็กเท่าไหร่นัก จึงเอื้ออำนวยให้ร่างเล็กเก็บมันมาเป็นความลับได้สักระยะ

 

"คุณเซฮุน..." ร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ ที่นั่งอยู่บนโซฟากลางเรือนหอทำเอาร่างเล็กไปต่อไม่เป็น แต่พอเห็นว่าฝ่ายนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหันมาสนใจจึงได้ทำใจกล้าเดินอ้อมหลังเขาไป

 

"ผลเป็นยังไงบ้าง"

 

"ครับ?" สองเท้าชะงักอยู่ตรงบันใด หันมาอีกทีก็เห็นคนตัวสูงกำลังเดินเข้ามาใกล้ 

 

ไปตรวจร่างกายมาใช่มั้ย ผลเป็นยังไงบ้างล่ะ"

 

"คุณหมอให้ระวังเรื่องความเครียดครับ แล้วก็ทานยาให้ครบ" ร่างสูงพยักหน้ารับแม้อีกฝ่ายจะไม่เห็นเพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาตอบ

 

"แล้วเด็กล่ะ"

 

"อะไรนะครับ?" เงยหน้าขึ้นถามพร้อมกับเบิกตาอย่างตกใจ เป็นครั้งแรกที่เซฮุนเอ่ยถามถึงเรืองนี้

 

"ยังไม่มีเด็กหรอ" ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะอีกฝ่ายเอาแต่เงียบ ก่อนจะหมุนตัวกลับ ทิ้งร่างเล็กเอาไว้คนเดียว

 

"คือจริงๆ แล้วผม..."

 

"ช่างมันเถอะ ร่างกายเธอคงยังไม่พร้อม"

 

 

 

 

ว่ากันว่าอสูรร้ายมักคลืบคลานเข้ามาในความมืดของยามวิกาล ปีศาจร้ายมักจะชอบลักพาตัวเจ้าหญิงน้อยช่วงเวลานี้เพราะเป็นเวลาที่เจ้าหญิงจะจมอยู่ในความฝันอันแสนหวาน หากแต่ลู่หานกลับชอบใจ ในความฝันอันเลือนลางมีอ้อมกอดของปีศาจที่เขาเห็นเป็นดั่งเทพบุตรค่อยๆ ตระกองกอดพร้อมพรมจูบไปตามร่างกาย 

 

หากเป็นปีศาจร้าย ก็ร้ายต่อจิตใจเหลือเกิน

 

"ฮึก อึก" 

 

จมติดอยู่ในโลกแห่งความฝันอยู่เนิ่นนานไปสักพัก อะไรบางอยางก็ตีขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย ร่างน้อยเบิกตาขึ้นจากความฝันอันเลือนลาง ผลักคนในโลกแห่งความจริงที่กำลังคร่อมทับอยู่ด้านบนอย่างลืมตัว สองเท้าสับรัวตรงเข้าไปเกาะอ่างล้างมือ โก่งคออาเจียนเอามื้อเย็นออกมาจนตัวอ่อน

 

"คุณเซฮุนชะ ช่วยออกไปก่อนได้มั้ยครับ" มือน้อยผลักอกคนตัวสูงอีกครั้ง ไม่รู้ว่าอีกคนมายืนซ้อนหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่แตะอยู่ตรงหน้าท้องแผ่ซ่านไปทั้งสรรพางค์กายหากแต่ไม่อาจลบล้างอากรคลื่นเหียนจากกลิ่นน้ำหอมและแอลกอออล์ที่ติดตัวอีกคนมาตามเสื้อผ้าได้

 

"ผม... ผมไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมของคุณเลย" 

 

แม้ไม่มีสิทธิ์แต่ก็อาจเอื้อมจะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป คนตัวสูงเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะปล่อยร่างเล็กออก ไขว้แขนถอดเสื้อที่แม้แต่เขายังไม่กลิ่นน้ำหอมที่ไม่ใช่ของตนออกพร้อมกับกางเกงขายาวจนเหลือเพียงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวติดตัวก่อนจะโยนเสื้อสกปรกทั้งหลายทิ้งไปอีกทาง

 

"ยังได้กลิ่นอยู่รึเปล่า"

 

"ไม่แล้วครับ" หัวกลมส่ายไปมาเป็นคำตอบก่อนจะซบลงที่บ่ากว้างเมื่อเริ่มหมดแรง

 

ขอเพียงแป๊บเดียว ขอทำตัวอ่อนแอเพียงครู่เดียวเท่านั้น

 

"ลู่หาน เป็นอะไรมั้ย"

 

เซฮุนตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ ร่างเล็กก็เอนตัวเข้ามาซบบ่าเขาก่อนจะหลับไปทั้งอย่างนั้น วงแขนแกร่งช้อนข้อพับของคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมแขน กลิ่นแชมพูอ่อนๆ กระจายออกมาจากผมนุ่มที่คลอเคลียอยู่แถวๆ คอ จนอดไม่ได้ที่จะกดจมูกลงไปสูดดมความหอมให้ชื่นใจ

 

ใบหน้าหล่อพลันเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยเมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา เซฮุนปล่อยร่างเล็กลงบนเตียงกว้างก่อนจะหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง ตาคมทอดมองร่างน้อยตัวซีดเผือกที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียง ความคิดและความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามากันอย่างกับเขือนที่ถูกระบายน้ำเมื่อถึงขีดจำกัด

 

เซฮุนไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องกังวลเมื่อเห็นอีกคนอาเจียนอย่างหนักจนตัวซีดเซียวและหมดสติไปต่อหน้าต่อตา ห่วงมากจนเลือกที่จะถอดเสื้อผ้าเจ้าปัญหาแทนที่จะทิ้งอีกคนไว้คนเดียวตามที่ถูกขอร้อง ใจเต้นผิดจังหวะเมื่อร่างเล็กซบลงมาบนบ่า นำพาเอากลิ่นหอมเฉพาะกายเข้ามาใกล้จนเขาเผลอปล่อยให้ร่างกายอยู่เหนือการควบคุมของสมอง 

 

แต่ถึงอย่านนั้นมันก็ไม่ใช่ครั้งแรก...

 

 

 

 

-------------------- เมียเก็บ --------------------

 

 

 

 

เสียงดังก็องแก็งในห้องน้ำปลุกให้เซฮุนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ของอีกวัน เมื่อคืนเขาเข้านอนด้วยอารมณ์หงุดหงิดวุ่นวายใจ และมันคงจะไม่แปลกอะไรถ้าจะตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์เดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อมีสิ่งรบกวนจนต้องเดินเข้าไปหาที่มาของเสียงด้วยตนเอง

 

"แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร"

 

"ครับ คุณหมอให้ทานยาและพักผ่อนเยอะๆ" ตอบไปก็หลบสายตาไป คนตัวเล็กค่อยๆ ชันตัวเองขึ้นจากพื้นที่ทรุดลงไปนั่งเพราะอาเจียนจนอ่อนแรงด้วยความช่วยเหลือจากเซฮุน

 

อาการเวียนหัวยังไปหายไป ลู่หานตื่นขึ้นมาด้วยอาการผะอืดผอมเมื่อเช้า อาจจะเป็นเจ้าตัวเล็กที่อยากแสดให้คนอื่นรับรู้ถึงการมีตัวตนเสียที แต่แค่ได้เห็นหน้าคนตัวสูง อาการที่มีก็เหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้ง

 

"แต่งตัวซะ ฉันอยากไปฟังจากปากของหมอเอง"

 

"ไม่ได้หรอกครับ วันนี้คุณมีประชุม ไปแล้วก็เสียเวลาเปล่า"

 

"มันจะเสียเวลาแค่ไหนเชียว"

 

"เตรียมตัวเถอะครับ เดี๋ยวคุณจะสายเอา"

 

"ลู่ หาน" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาบ่งบอกอารมณ์คนพูดได้เป็นอย่างดี หากแต่ลู่หานกลับคลี่ยิ้มบางๆ เป็นการตอบแทนก่อนจะก้าวเดินผ่านคนตัวสูงออกไป กลิ่นกายของอีกคนช่วยให้อาการเวียนหัวหายไปอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

"ขอตัวนะครับ"

 

 

อาหารเช้าง่ายๆ ถูกจัดวางบนโต๊ะอาหารอย่างสวยงามแม้จะเป็นมื้ออาหารธรรมดาๆ ที่คนกินไม่ได้สนใจอะไร คนตัวเล็กจัดเตรียมอาหารเช้าเป็นประจำเมื่อสามีแวะเวียนกลับมานอนที่บ้าน แต่โดยส่วนมากแล้วเขาจะอยู่ที่บ้านใหญ่เสียมากกว่า

 

ลู่หานขึ้นไปทานอาหารร่วมกับครอบครัวของคนตัวสูงเพียงแค่มื้อเย็น หรือตามแต่คุณหญิงของบ้านจะเรียกหาลูกสะใภ้ให้เข้าร่วมมื้ออื่นๆ แต่เขาชอบที่จะทำอาหารง่ายๆ กินเอง โดยเฉพาะมื้อกลางวันที่จะต้องหิ้วไปส่งคนตัวสูงที่ทำงาน

 

"ฮัดชิ่ว!" เสียงจามของคนตัวเล็กดังไปทั่วบ้านหลังเล็กที่เงียบสงบ อากาศที่เริ่มเย็นตัวลงทำให้คนป่วยง่ายรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวมาหลายวันจนจบด้วยการเป็นหวัดอย่างทุกปี

 

"วันนี้ขึ้นไปทานข้าวกับแม่นะ แล้วก็ไม่ต้องเอาอะไรไปให้ที่บริษัท ฉันจะกลับมา" คนตัวสูงในชุดสูทเต็มยศเดินลงมจากชั้นบน บนบ่าหนีบเอาโทรศัพท์ไว้แนบหู มือก็จัดเนกไทน์ไปพลาง

 

ลู่หานหยุดมองคนตัวสูงด้วยสายตาชื่นชมเขาอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อเห็นสามีทำท่าหัวเสียให้กับเนกไทน์ที่จัดเองอยู่ทุกวัน แต่พอเขาวางสายแล้วหันมาสบตาแล้วก็รีบหลบตา แสร้งทำความสะอาดอย่างอื่นไปเรื่อย

 

เสื้อคลุมที่ไม่รู้มาจากไหนพาดลงบนลงไหล่แคบมอบความอบอุ่นให้กับคนตัวเล็ก  หันไปมองก็เห็นว่าเขาพาตัวเองไปนั่งกินมื้อเช้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลู่หานรีบหันหลบเมื่ออีกคนหันมามอง รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นมุมปากของคนทั้งคู่โดยที่ต่างคนต่างไม่มีใครเห็น

 

 

 

 

"คุณลู่หาน มีคนมาหาค่ะ"

 

หลังจากคนตัวสูงขึ้นรถไปทำงาน อาการคลื่นไส้ก็กลับมารบกวนลู่หานอีกจนหมดแรงต้องพาตัวเองไปนอนพัก จนกระทั่งโทรศัพท์บ้านวงจรภายในดังปลุกให้คนตัวเล็กให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสายของอีกวัน

 

"ใครครับ" งัวเงียตอบกลับไปพร้อมกับอาการเวียนหัวที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง บ้านหมุนเคว้งจนต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

 

"เธอบอกว่าเป็นเพื่อนของคุณค่ะ แต่ไม่ยอมบอกชื่อ"

 

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมลงไป"

 

ลู่หานยันตัวขึ้นจากเตียงอีกครั้ง มือเล็กค้ำไปตามกำแพง ของใช้เพื่อพาตัวเองไปชำละร่างกาย จัดการตัวเองให้เรียบร้อยขึ้น

 

"อย่าพึ่งรังแกแม่เลยนะตัวเล็ก" วางมือลงบนหน้าท้องที่ยังคนแบนราบ อาการเวียนหัวยังไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังแย่กว่าเดิม เหมือนลูกต้องการจะประท้วงอะไรบางอย่าง ลู่หานลูบปลอบเจ้าตัวเล็กเบาๆ ระหว่างเดินไปยังห้องรับแขกของบ้านใหญ่

 

 

"สวัสดีค่ะ คุณเมียหลวง" สองเท้าชะงักอยู่หน้าประตูเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนรออยู่ หญิงสาวคนเดิมกับเมื่อวานเปลี่ยนท่าทีจากคนเรียบร้อยที่ใช้หลอกลวงคนงานในบ้านกลับมาเป็นคนเดียวกับที่ลู่หานเคยเจอ

 

"มีความสุขดีใช่มั้ยกับการนอนกอดผัวของคนอื่น" ร่างเล็กที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีกเมื่อหญิงสาวย่างเท้ามาใกล้ ลู่หานสาวเท้าถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวเพราะหวาดกลัวต่อท่าทีคุกคามของคนตรงหน้า กระทั่งหมดทางไปเพราะหลังติดผนัง

 

"ใครๆ ก็รู้ว่า พวกฉันมาก่อนเธอ แล้วนี่อะไร อยู่ๆ เซฮุนก็ค่อยๆ เขี่ยพวกฉันออกไปทีละคนทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เธอทำอะไรเขาห๊ะ!" เสียงตวาดของหญิงสาวเรียกให้คนงานในบ้านค่อยๆ ออกมาทีละคน แต่ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม

 

"ไม่ครับ ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น" ร่างเล็กสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัว น้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าไม่ต่างจากเมื่อวาน

 

"อย่ามาโกหก ตอแหล แกมันมารยาสารพัด อ่อยเขาท่าไหนละ บอกมาสิ!" มือเรียวยื่นไปเขย่าคนอ่อนแอกว่าจนตัวสั่นคลอน ความโกรธทำให้เธอไม่สนใจว่าใครหน้าไหนจะเข้ามาห้ามก่อนจะตวัดมือฝังความเจ็บไว้บนผิวแก้มของคนไร้ทางสู้จนล้มลง หญิงสาวไม่สามารถกลับเข้าไปหานที่เธอเกลียดชังได้อีกเมื่อถูกคนงานผู้ชายมาดึงตัวไว้

 

"ปล่อยฉัน ไอพวกบ้า" เสียงกรีดร้องเริ่มเบาลงเมื่อผุ้บุกรุกถูกลากตัวออกไปจากบ้าน

               

ลู่หานกอดตัวเองเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บหน่วงที่ท้องน้อย ร่างเล็กสะอื้นไห้ไม่หยุดท่ามกลางคนงานที่กรูกันเข้ามาช่วยเหลือ

 

"ฮึก ท้อง ปวดท้อง"

 

"กรี๊ด! เลือด ป้า คุณลู่หานเลือดออกเต็มไปหมดเลย" ตากลมหันไปมองตามเสียงชองเด็กสาวที่ร้องขึ้นด้วยความตกใจ ร่างเล็กส่ายหน้ารัวไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก อาการตอบสนองของร่างกายเริ่มลดลงทุกขณะ  หัวใจดวงน้อยเหมือนจะแตกสลายเมื่อเห็นของเหลวสีชาตเจิ่งนองเต็มพื้น

 

"ไปเอารถออกเร็ว! โทรตามคุณเซฮุนมาด้วย"

   

  

  

   

-------------------- มียก็บ --------------------  

  

  

  


การประชุมถูกยกลิกกระทันหันมื่อประธานไม่สามารถข้าประชุมได้นื่องจากมีหตุด่วนกิดขึ้นที่บ้าน ฮุนแทบจะหยียบคันร่งมิดท้ามื่อคนงานที่บ้านโทรมาบอกว่าลู่หานถูกส่งข้าโรงพยาบาลด่วน โดยมีอาการคล้ายกับตกลือด อดโทษตัวองไม่ได้ที่ลือกมินฉยลางสังหรณ์แย่ของตัวองมื่อช้า  

  

มือหนาผลักประตูห้อพักพิศษข้าไปด้านในอย่างรีบร้อน หัวหน้าแม่บ้านที่อาสามาฝ้าขอตัวกลับบ้านทันทีที่ฮุนมาถึง  

  

"ขอโทษนะ" กอบกุมมือล็กขึ้นมาไว้ก่อนจะกดจูบลงบนมือนั้น ไล่ขึ้นไปถึงแก้มนวลที่บัดนี้ขึ้นสีแดงป็นรอบนิ้วมือหากแต่ส่วนอื่นกลับซีดผือก  

  

"ขออณุญาตค่ะ คุณหมอให้ดิฉันมาชิญคุณพ่อไปพบค่ะ" สียงคาะประตูดังขึ้นหลังจากนั้นมองคนหลับได้สักพัก ฮุนลุกขึ้นยืนต้อนรับคนมาใหม่ที่ป็นพยาบาลแต่ไม่ได้บ่อยมือคนตัวล็กออก  

  

"ผมป็นสามีครับ"   

  

"ชิญค่ะ ดี๋ยวดิฉันจะให้พยาบาลคนอื่นมาฝ้าคนไข้ให้ระหว่างที่คุณไม่อยู่นะคะ" พยาบาลสาวอ่ยยิ้มใจดี ก่อนดินนำคนที่ยืนยันตัวองว่าป็นคุณพ่อไปยังห้องทำงานของหมอที่ป็นจ้าของไข้  

  

  

"คุณพ่อชิญนั่งลยค่ะ ดิฉันฮานะค่ะ จ้าของสคุณลู่หาน"  

  

"ฮุนครับ สามีของลู่หาน" อ่ยแนะนำตัวองอีกครั้งพร้อมกับขมวดคิ้วหากัน ฮุนคิดมาตลอดทางว่าขาอาจจะดูแก่ไปสำหรับลู่หานก็ได้  

  

"งั้นก็ป็นคนพ่อถูกแล้วค่ะ" คุณหมอคลี่ยิ้มพร้อมกับปิดแฟ้มประวัติการรักษา สร้างความคล่องใจให้กับคนที่ถูกปลี่ยนสถานะมากขึ้น ตาคมกวาดมองไปรอบๆ ห้อง หัวใจต้นแรงขึ้นมื่อสมองประมวนผลตามสิ่งของประดับห้องจนกิดอาการใบ้กินไปชั่วขณะ  

  

"ก่อนอื่นหมอต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ดาว่าคุณพ่อยังไม่ทราบ"  

  

"ผม... ไม่ได้ข้าใจผิดใช่มั้ยครับ?"  

  

"ค่ะ ไม่ได้ข้าใจผิดค่ะ คุณลู่หานตั้งครรภ์ได้สี่ดือนแล้วค่ะ"  

  

มุมปากที่ปกติแทบจะไม่ขยับวาดออกป็นรอยยิ้มกว้างนับครั้งได้ในชีวิตมื่อได้รับคำยืนยันจากหมอ หัวใจต้นรัวจนรู้สึกได้ถึงมันอย่างชัดจน มือลื่อนขึ้นมาตรงอกด้านซ้าย ทุบมันบาๆ พราะกลัวว่าจะช็อคตายไปสียก่อน  

  

"อาล่ะคะ ข้ารื่องกันดีกว่า" คุณหมอปลี่ยนสีหน้าป็นนิ่งสนิทราวกับป็นคนละคนมื่อริ่มอ่ยถึงรื่องที่ชิญฮุนมาในวันนี้ ว่าที่คุณพ่อรู้สึกได้ถึงหัวใจที่บีบตัวอีกครั้ง กรงว่าจะป็นข่าวร้ายกินกว่าขาจะรับไหว  

  

"คุณฮุนทราบใช่มั้ยคะว่าภรรยาของคุณมีอาการของโรคซึมศร้า"   

  

"ผมทราบครับ มันอันตรายมากหรอครับ?"  

  

"ความครียดจะส่งผลต่อด็กค่ะ อาจจะทำให้แท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ โดยฉพาะคุณแม่ที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว"  

  

หัวใจของว่าที่คุณพ่อปวดหนึบและต็มไปด้วยวามรู้สึกผิดมื่อนึกตามคำพูดของคุณหมอ ฮุนได้แต่นั่งมองมือตัวองที่วางอยู่บนโต๊ะ   

  

"หมอพึ่งให้ยาป้องกันการแท้งไปค่ะ ตอนนี้สบายใจได้แล้ว แต่หลังจากนี้ต้องขอความร่วมมือจากคุณพ่อด้วยนะคะ รื่องการรับประทานวิตามินบำรุงนะคะ ท่าที่หมอตรวจร่างกายดู หมือนคุณลู่หานจะทานยาไม่ครบตามที่หมอจัดให้ลยส่งผลกับระดับฮอร์โมน"  

  

ลู่หานไม่ชอบกินยาพราะกินมันมาทั้งชีวิตแล้ว นั่นคืสิ่งที่ซฮุนรู้มาจากหมอของจ้าตัว  

  

"อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญค่ะ นื่องจากการตั้งครรภ์ทำให้คุณลู่หานไม่สามารถรับยารักษาอาการโรคซึมศร้าได้ตามปกติ อาจจะมีอาการนอนไม่หลับ หม่อลอยหรืออื่นๆ กิดขึ้นได้ ฝากด้วยนะคะ"  

  

มือหนายื่นออกไปรับกระดาษใบล็กๆ จากคุณหมอ พลิกมันขึ้นมาดูก็พบว่าป็นรูปจากการอันตราซาวด์ด็กในท้อง คิ้วข้มขมวดข้าหากันพราะดูไม่ออกว่าอะไรป็นอะไร แต่รับรู้ได้ว่าหัวใจต้นแรงคล้ายกับก่อนหน้านี้  

  

  

คนตัวสูงผลักประตูห้องพักข้าไปอย่างงียบชียบ ข้อมูลที่ได้รับมาวันนี้ทำอาสมองตื้อไปหมด ฮุนห็นนางพยาบาลที่ขอให้มาฝ้าคนไข้ระหว่างที่ขาไม่อยู่ดินข้ามาหาด้วยอาการกระวนกระวายและสีหน้าลำบากใจ บนสายตาไปหาคนบนตียงก็ห็นภรรยากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น พยักหน้าตอบพยาบาลที่พูดอะไรสักอย่างซึ่งไม่ข้าหูนื่องจากความสนใจทั้งหมดพุ่งไปหาคนบนตียง  

  

"ป็นอะไรหืม" ค่อยๆ ตระคองกอดร่างล็กอย่างแผ่วบาพราะกลัวจะทำให้อีกคนบุบสลาย วางมือลงบนผมนุ่ม ลูบบาๆ พร้อมกับประทับริมฝีปากลงไปพื่อปลอบโยน ลู่หานที่รับรู้การมาถึงของขาหันมากอดอวแน่น หัวกลมซบอยู่ตรงอก ปากก็พร่ำขอโทษไม่หยุดทั้งยังร้องไห้แทบขาดใจ  

 

  

"ฮึก ผมขอโทษ ฮึก ที่ ดูแลเขาไม่ได้ ฮึก"  

  

"เด็กดี ไม่เป็นไรนะ" เซฮุนพร่ำจูบหัวกลมปลอบใจ เหมือนลู่หานจะกำลังเข้าใจอะไรแบบผิดๆ  

  

"ลูกยังอยู่กับเรานะลู่หาน" เฉลยความจริงก่อนจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ แต่อีกคนยังไมารับรู้ ยังคงเอาแต่พร่ำขอโทษลูกเดียว  

  

"ลู่หาน!" ความอดทนของเขามีจำกัด เซฮุนเอ่ยเรียกร่างเล็กเสียงดังจนลู่หานสะดุ้งสุดตัว เสียร้องไห้ดังขึ้นกว่าเดิมเพราะเข้าใจไปว่าอีกคนโกรธที่ตัวเองทำให้เสียทายาทคนแรกของตระกูลไป  

  

"ฟังฉันนะ" เซฮุนดันร่างเล็กออกจากตัว จ้องตากลมโตที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัวถึงได้ปรับโทนเสียงและสีหน้าเพื่อจะได้คุยกันให้เข้าใจ  

  

"เด็กยังอยู่ แต่ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้อยู่ เราจะเสียเขาไปจริงๆ เข้าใจมั้ย"  

  

"จะ จริงรึเปล่าครับ" เปลือกตานวลกระพริบปริบ พลันน้ำตาก็เอ่อล้นขึ้นมาอีกรั้ง หากไม่ใช่เพราะความเสียใจอย่างตอนแรก มือเล็กแตะลงที่หน้าท้อง คลี่ยิ้มออกมาบางๆ ทั้งที่น้ำตายังไหลซึมไม่หยุด  

  

"ทีนี้บอกฉันมาได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น" ตากลมโตหลุบต่ำลงเมื่อถูกช้อนคางให้สบตากับคนตัวสูงกว่า  

  

เซฮุนทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีเมื่ออีกคนเปิดปากเล่า ฟังไปฟังมาเหมือนจะกลายเป็นฟ้องเสียมากกว่า ว่าพอตื่นขึ้นมาก็เจอแค่พยาบาลคนนั้น ถามอะไรก็เอาแต่ทำสีหน้าลำบากใจ ้ำๆ อึ้งๆ อย่างนู้นอย่างนี้ กระจับปากเล็กพร่ำบ่นไปเรื่อยจนกระทั่งความง่วงแวะมาเยือน ตากลมโตปรือปิด  อาจด้วยเหนื่อยจากการร้องไห้หรืออะไรก็ตาม แต่เซฮุนก็ปล่อยให้นอนต่อ แล้วเขาก็ผละออกมาต่อสายกลับไปที่บ้านเพื่อสอบถามต้นตอของเรื่องและจัดการมัน 


 

 

 

-------------------- เมียเก็บ --------------------

 

 

 

 

"ฮื่อ" ใบหน้าหวานเอียงหลบจมูกโด่งที่ยื่นมาแตะแก้มนวลแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง นอกจากจะสูดดมความหอมที่แก้มนิ่มแล้วยังชอบมาป้วนเปี้ยนแถวๆ ซอกคอและหลังหูหอมกลิ่นคล้ายกับเด็กอ่อน สร้างความจั๊กจี้และขัดเขินให้กับคนตัวเล็กกว่าได้มากโข  

  

"บอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้าเหม่อหนูจะโดนลงโทษ" แขนแกร่งค่อยๆ โอบกอดคนท้องโตเพื่อยกอีกคนขึ้นจากเก้าอี้ตัวใหญ่แล้วแทรกตัวเองลงไปนั่งแทนที่ ปล่อยให้หัวขโมยเก้าอี้ตัวน้อยนั่งลงบนตักตัวเอง  

  

"หนูไม่ได้เหม่อสักหน่อย... ดูนี่!" ลู่หานปฎิเสธซ้ำๆ นิ้วเรียวชี้ย้ำที่แผ่นกระดาษซึ่งเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนอย่างเป็นระเบียบ... เขากำลังตั้งชื่อเจ้าตัวเล็กอยู่เลย  

  

"พี่เซฮุน!" เสียงหวานร้องดังขึ้นลั่นห้องทำงานขนาดกว้างของคนตัวโตกว่าที่ยังไม่ยอมหยุดจู่โจมจุดอ่อนที่คอ ลู่หานดีดดิ้นไปมาบนตักกว้างจนคนตัวสูงต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เสียเอง ก่อนจะรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว  

  

มือน้อยยกขึ้นมาแตะแก้มร้อนผาวจวนจะไหม้ของตนเอง ตบเบาหลายๆ ทีเรียกสติตัวเองให้กลับมา ใต้ขายังรู้สึกถึงความอุ่นร้อนของตัวสูงไม่จางหาย  

  

ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดในเวลาไม่กี่เดือนพร้อมๆ กับการเติบโตของคนในท้องย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 ในอีกไม่กี่สัปดาห์  

  

หลังจากออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ลู่หานก็โดนคนตัวสูงเรียกไปคุยอย่างจริงจังเรื่องของเขาทั้งสองคน ตอนแรกคนตัวเล็กเองรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากเพราะอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ และพวกเขาเองก็ไม่เคยคุยอะไรกันอย่างจริงจัง   

  

หากแต่เรื่องแรกที่ถูกพูดถึงคือเรื่อคำเรียกขานกันที่เซฮุนบอกว่ามันกระดากหูและดูห่างเหินไป พวกเขาตัวปรับตัวเข้าหากันในระยะเวลาที่มีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้อง หลังจากนั้นลู่หานก็ต้องใช้เวลากว่าสัปดาห์เพื่อเปลี่ยนมาเรียก "พี่เซฮุน" ตามที่อีกคนร้องขอ ไหนจะต้องแทนตัวเองว่า "หนู" อีก  

  

คนตัวโตพาลู่หานย้ายขึ้นบ้านใหญ่ทันทีที่กลับจากโรงพยาบาล โดยอ้างเหตุผลเพื่อความสะดวกสบายและการดูแลคนท้องที่ง่ายขึ้น เนื่องจากมีคนงานในบ้านอยู่เยอะกว่า ไหนจะแม่ของเขาที่เอ็นดูลูกสะไภ้เสียจนลูกแท้ๆ กลายเป็นหมาหัวเน่าไปทันที ซึ่งแรกๆ คนขี้เกรงใจก็ทำตัวไม่ถูกที่มีคนมารุมล้อม แต่พอหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปก็กลายเป็นที่รักของคนในบ้านมากกว่าเดิม  

  

เสียงลงน้ำหนักเท้าของผู้มาใหม่เรียกให้ลู่หานเงินหน้าขึ้นจากกระดาษตรงหน้า ตากลมไล่มองจากปลายรองเท้าส้นสูงสีครีมเข้ากับชุดเดรสลายลูกไม้รัดรูปเป็นประกายสีเดียวกันจนถึงใบหน้าหวานสวยของคนที่หยุดยืนตรงหน้า ซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน  

  

"เอ่อ... มาพบพี่เซฮุนรอครับ คุณคิม โบอา"   

  

แฟนเก่าของโอ เซฮุน 

  

Big boss is back!  

  

  

  

ตากลมเปิดขึ้นทามกลางความมืดสนิทยามค่ำคืน ลู่หานมองเตียงที่ว่างเปล่าตั้งแต่ช่วงหัวค่ำก่อนจะพลูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างเล็กตัดสินใจพลิกตัวหันไปนอกเตียงเพื่อจะข่มตาหลับต่อเพราะคิดว่าคืนนี้ต้องนอนคนเดียว ทว่าเมื่อหันไปอีกฝั่งกลับปปะทะเข้ากับแผงอกกว้างและกลิ่นกายที่คุ้นชิน  

  

คนตัวเล็กปิดเปลือกตาลงอีกครั้งพร้อมกับถอนหายใจรดอกคนขี้แกล้งก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง  

  

"ฝันร้ายหรอ" คนตัวโตที่อุตส่าห์ลงทุนยอมทรมานตัวเองเพื่อแกล้งอีกคน นอนขดตัวทำตัวเล็กตัวลีบเท้าแขนมองลู่หานมาตั้งแต่แรกเอ่ยถาม มืออีกข้างยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปิดตากลมโตออกก่อนจะรั้งอีกคนขึ้นมานอนบนอกเมื่อหัวกลมขยับตอบรับ  

  

"ไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อย"  

  

คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมาพร้อมกับปิดตาลงอีกครั้ง มือน้อยวางแปะลงบนอกกว้าง ลูบไล้ไปมาเหมือนกับที่คนตัวโตกว่าลูบหลังปลอบตน  

  

"หนูอย่าดื้อกับพี่สิลู่หาน"  

  

"พี่กลับมานานรึยัง"   

  

"นานพอที่จะได้ยินว่ามีคนร้องเรียกหาแต่ พี่เซฮุนพี่เซฮุน~" ดัดเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียนจนโดนน้องตีเข้าให้ แต่กลับหัวเราะร่าได้อย่างหน้าตาเฉย ลู่หานเหวี่ยงค้อนตาใส่คนพี่วงโตก่อนจะตีซ้ำไปอีกหลายที  

  

"มีพี่อยู่ด้วยในฝัน หนูจะฝันร้ายได้ไง โกหกแล้ว"  

  

"คนหลงตัวเอง"  

  

"เล่ามาให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้"  

  

"หนูลืมไปแล้ว" ส่ายหน้าตอบก่อนจะหัวเราะคิกคักเมื่ออีกคนพลิกตัวมาจู่โจมจุดอ่อนที่คออย่างทุกครั้งที่ไม่ได้ดั่งใจ  

  

"พี่! เจ็บ"  

  

"เป็นอะไร ปวดท้องหรอ" คนตัวโตทะลึ่งพรวดขึ้นมานั่งหลังตรง มองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังกัดฟัน ขมวดคิ้วยุ่ง มือก็กุมท้องเอาไว้อย่างทรมาน  

  

"อือ แต่ว่านิดเดียว"  

  

"หนูอย่ามาโกหกพี่เลย ไปโรงพยาบาลกัน"  

  

"ไม่ครับ พี่จำไม่ได้หรอ คุณหมอก็บอกไว้แล้วว่ามันจะมีปวดบ้าง"  

  

"แน่ใจนะลู่หาน"  

  

"หนูแน่ใจ เป็นสัญญานเตรียมตัวไง"  

  

"อ่า ไม่อีกไม่กี่สัปดาห์แล้วสินะ"  

  

"ครับ อีกแป๊บเดียวเอง" คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา มือน้อยแตะปลายคางอีกคน ลูบไล้ไปมาเบาๆ  

  

ลู่หานเห็นประกายความไม่มั่นคงในแววตาคู่นั้นของคนตัวสูง เขาไม่รู้หรอกว่าอีกคนจะกังวลเรื่องอะไรบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อีกคนเผยความรู้สึกนี้ออกมาทางแววตา ลูบไปลูบมาสักพักก็รีบดึงมือออกเพราะนึกขึ้นได้ว่าคนตัวสูงไม่ชอบให้ใครมาแตะคาง ขณะที่อีกคนเหมือนกับหลุดออกจากภวัง  

  

ปากอิ่มอ้าออกหมายจะเอ่ยขอโทษแต่กลับโดยจู่โจมอย่างคาดไม่ถึงจากคนด้านบน ลู่หานตอบรับอีกคนเก้ๆ กังๆ กี่ครั้งๆ เขาก็ยังไม่คุ้นชินและยังไม่เรียนรู้มันอยู่ดี  

  

นานเป็นพักใหญ่กว่าเซฮุนจะปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ใบหน้าหล่อซบลงตรงซอกคอหอมกลิ่นคุ้นเคย ขณะที่คนตัวเล็กหอบหายจตัวโยน  

  

"ขอเวลาฉันหน่อยนะลู่หาน"  

  

หัวกลมขยับไปมาตอบรับ มือน้อยตบบ่ากว้างเบาๆ ให้กำลังใจ หากแต่ขอบตากลับร้อนผาวจนต้องปิดตาลง อย่างไรเสียภาพในความฝันยังคงฉายชัดดังเช่นความเป็นจริงที่เขาอบรู้มา  

  

ในตู้เสื้อผ้าของคนตัวสูง กล่องเหล็กใบหนึ่งถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ภายในนั้นมีภาพโพลารอยด์หลายใบเก็บเอาไว้ แต่มีเพียงใบเดียวที่ปรากฏขึ้นมาในความฝัน ภาพแผ่นอกกว่างของเซฮุนที่มีคิม โบอานอนซบอยู่ คนทั้งคู่มีรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้า ภาพที่ถูกถ่ายเอาไว้ด้วยตัวของคนตัวสูงอง





                                                  -------------------- มียก็บ --------------------  

 

 

 


อาการปวดท้องหน่วงๆ ที่เป็นมาสักพัก ยังคงสร้างความทรมานให้เขาอย่างต่อเนื่อง ลู่หานพยายามแล้วที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองคิดมากเพราะรู้ดีว่ามันจะส่งผลต่อเจ้าตัวเล็กแต่เขาก็ทำไม่ได้

 

คนตัวเล็กไม่ได้เข้าไปที่บริษัทของเซฮุนมาสองสัปดาห์แล้วโดยให้เหตุผลเรื่องน้ำหนักตัว ทั้งที่สามีก็คอยรบเร้าให้เขาตื่นไปทำงานพร้อมกัน แต่สุดท้ายก็ยอมอ่อนให้และเป็นฝ่ายแวะเข้ามาทางกลางวันที่บ้านเองในบางวันนพร้อมกับแขกคนพิเศษ... คิม โบอา กับลูกน้อยสามขวบของเธอ

 

“ตัวเล็กจ๋า แม่เจ็บจังเลยค่ะ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น คงจะเป็นใครสักคนขึ้นมาตามลงไปทานมื้อกลางวัน มือน้อยแตะลงบนหน้าท้องของตัวเองแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมลูกน้อย อาการปวดท้องเหมือนจะทวีขึ้นทุกวันแต่เขาไม่ได้บอกใคร เพราะคิดว่าเป็นสัญญาณสำหรับการเตรียมพร้อม หากไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ามีเลือดไหลซึมตามขาเมื่อยันตัวขึ้นยืน สองเท้าแตะลงบนพื้นพร้อมกับอาการสั่นไหวของร่างกายและสติที่ค่อยๆ เลือนหายไป

 

 

“คุณพ่อเชิญพบหมอที่ห้องด้วยค่ะ”

 

โอ เซฮุนลุกตามคุณหมอคนคุ้นเคยไปเงียบๆ บรรยากาศกดดันแผ่ซ่านออกมาจากคุฯชณหมอที่ครั้งหนึ่งเขาและลู่หานเคยเอ่ยปากชมว่าเป็นคนอารมณ์ดี

 

“หมออยากให้คุณทำใจดีๆ  และคิดให้รอบครอบกับสิ่งที่หมอจะถามต่อไปนี้นะคะ”

 

ว่าที่คุณพ่อพยักหน้า ในใจรู้สึกวูบโวงแปลกๆ คล้ายกับว่าเขาจะทำใจยอมรับสิ่งที่หมอจะถามต่อจากนี้ไม่ได้

 

“คุณเซฮุนค่ะ หมอต้องให้คุณเลือกค่ะ ว่าจะเอาลูกไว้ หรือแม่”

 

“หมายความว่าไงครับ คุณเป็นหมอ มีสิทธิ์จะพูดอะไรก็ได้งั้นหรอ”

 

“ใจเย็นๆ ค่ะ หมอรับปากว่าทางเราจะช่วยเหลือทั้งคู่อย่างสุดความสามารถ แต่ถ้าเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้น หมอจึงอยากได้การตัดสินใจของคุณค่ะ”

 

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง!

 

“หมอเข้าใจคุณค่ะ เพียงแต่เราก็ต้องทำตามหน้าที่ ตอนนี้ร่างกายคุณลู่หานอ่อนแอมาก เราต้องจึงต้องรับผ่าตัดเอาเด็กออกให้เร็วที่สุดค่ะ ซึ่ง... เปอร์เซนที่จะรอดทั้งคู่มีเพียงแค่สามสิบเท่านั้น”

 

ความกลัวก่อเกิดขึ้นในหัวใจของเซฮุนในพริบตา เขารู้ว่าลู่หานพยายามแค่ไหนเพื่อที่จะรักษาเด็กคนนี้ไว้ ถ้าคนตัวเล็กตื่นขึ้นมารับรู้ว่าลูกจากไปแล้วเขาจะกล้าสู้หน้าน้องยังไงไหว ที่ลู่หานต้องเจ็บขนาดนี้มันเป็นเพราะเขาทั้งนั้น

 

“ในตอนนี้ หมอแนะนำให้คุณเลือกน้อง และปล่อยคุณลู่หานไป”

 

“ผมขอคุยกับภรรยาก่อน”

 

“เธอยังหมดสติค่ะ”

 

“ขอร้องเถอะหมอ”

 

 

 

 

“เด็กดี” เซฮุนกระชับมือน้อยที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ระโยงระยางไปหมด จรดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนก่อนจะผละออกมามองเปลือกตานวลที่ปิดสนิท

 

“เธอจะให้พี่ทำยังไงลู่หาน เป็นเธอจะเลือกอะไร” ใบหน้าหล่อซบลงกับอกนุ่มซึ่งมีเสียงการเต้นของหัวใจที่แผ่วเบา เขารู้สึกหมดหวัง มองเห็นอแต่หนทางข้างหน้าที่มันมืดมน ขอบตาร้อนผาวเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อนในชิวิต หยดน้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ซึมหายเข้าไปในเสื้อของคนหลับ

 

“เธอจะไม่เป็นอะไรใชมั้ยคนเก่ง ต้องตื่นมาช่วยพี่ ฮึก เลี้ยงเจ้าตัวเล็กกันนะที่รัก”

 

เซฮุนรู้ดีว่าที่น้องต้องเป็นแบบนั้นมันก็เพราะเขา เพราะความโลเลของตัวเขาเองที่ทำให้ลู่หานต้องเก็บไปคิดมากจนอาการทรุดลงเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าเซฮุนไม่เคยสังเกต ต้องโทษความวางใจของตัวเองที่มำให้เหตการณ์ร้ายๆ มันเกิดขึ้น พระเจ้าคงจะเกลียดเขามากแน่ๆ

 

“ให้โอกาสพี่อีกสักครั้งนะคนดี ช่วยตื่นมาฟังคำที่เธออยากฟัง”

 

ตอนนี้ เซฮุนรู้แล้วว่าหัวใจเขามันอยู่ที่ใคร

 

“ฉันร...”

 

“ได้เวลาแล้วค่ะ”




                                                  -------------------- มียก็บ --------------------  

 

 

 


สุดท้ายแล้วเซฮุนก็เลือกลูกตามคำแนะนำของหมอ เพราะเขาเชื่อ เชื่อในตัวลู่หานว่าอีกคนจะต้องสู้อย่างถึงที่สุด แรงบีบมือเบาๆ ก่อนที่เขาจะปล่อยมือออกมานั้น เขายังจำสัมผัสของมันได้ดี


“ลูกเราน่ารักนะลู่หาน” คนตัวสูงหย่อนกายลนั่ข้างเตียงผู้ป่วยพร้อมกับทารกในอ้อมแขนที่กำลังดูดนมจากขวด


“เมื่อไหร่เธอจะตื่นมาช่วยพี่เลี้ยงลูกล่ะ หลับนานเกินไปแล้วนะเด็กขี้เซาเอ้ย”


ผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่เด็กน้อยของเขายังคงหลับใหลอยู่ในนิทรา แม้ว่าหมอยืนยันแล้วว่าลู่หานปลอดภัย หากแต่ร่างกายกับต้องการการพักฟื้นที่ยาวนาน โดยที่หมอเองก็ตอบไม่ได้ว่าเมื่อไหร่คนตัวเล็กจะฟื้นขึ้นมา


ช่วงสัปดาห์แรกผ่านไปอย่างยากลำบาก เพราะทั้งแม่และลูกพลัดกันเข้าห้อง ICU เป็นว่าเล่น หัวใจคนเป็นพ่ออย่างเขาปวดหนึบเพราะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรทั้งสองคนได้เลยแม่แต่น้อย


ทว่ามันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้เซฮุนได้ทั้งลู่หานและลูกกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว


“ขี้เซา ตื่นได้แล้วนะ เห็นมั้ยว่าลูกมาหาจนจะกลับไปนอนอีกแล้วนะ” เซฮุนยังคงพูดคนเดียวต่อไป มือก็ตบก้นเจ้าตัวเล็ก ขับกล่อมลูกให้หลับไปในอกของเขา


“ตัวเล็ก บอกแม่ให้ตื่นมาหาเราหน่อยสิคะ หนูก็คิดถึงแม่เหมือนพ่อใช่มั้ยลูก”


เซฮุนปล่อยร่างบอบบางไว้บนนเตียข้างๆ กับแม่ของเขาเพื่อผละออกไปหาอะไรสักอย่างทำเมื่อต้องอยู่คนเดียว เขาแทบจะย้ายบ้านาอยู่ที่นี่แล้วก็ว่าได้ เอกสารที่เคยกองไว้สูงช่วงที่เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำถูกเคลียร์จนหมดแล้วในตอนที่อยู่ว่างๆ กับสองแม่ลูกที่เอาแต่นอนแข่งกัน


“ตื่นมาฟังคำที่พี่อยากพูดให้เธอฟังสักทีสิคนเก่ง”



เป็นอีกสัปดาห์ที่เซฮุนยังคงใช้ชีวิตอยู่เงียบๆ กับลูกที่ตอนนี้ตัวโตจนจะเกินน้ำหนักมาตรฐานของเด็กแรกเกิดแล้ว เขาพาลูกมาดื่มนมจากขวดตามเวลา แล้วปล่อยให้นอนข้างๆ คนแม่ วนเวียนอยู่อย่างนั้น สมควรพี่จะได้รับรางวัลคุณพ่อดีเด่นแล้วในตอนนี้


“คนเก่ง เธอยังไม่บอกพี่เลยนะว่าจะตั้งชื่อลูกว่าอะไร” เซฮุนนั่งคุยกับคนตัวเล็กอยู่ข้างเตียง จับมือน้อยขึ้นมาแนบแก้มที่มีไรหนวดบางๆ โผล่ออกมา


ปกติแล้วลู่หานจะไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่ เพราะทนความจั๊กจี้ไม่ไหว แม้ยังหลับอยู่ก็สามารถตื่นขึ้นมาโวยวายได้ถ้าหากถูกเขาแกล้งเอาไปถูแก้มนุ่มนั่น แต่นอนนี้กลับนอนนิ่งเสียอย่านั้น


“ใช้โควตานอนนานเกิดไปแล้ว ถ้ายังไม่ตื่นพี่จะทำโทษแล้วนะ” ยื่นมือไปหยิกแก้มกลมอย่างหมี่นเขี้ยว หานที่เคยซูบอมไม่มีอีกแล้วในตอนนี้ เหลือเพียงแต่แม่ลูกอ่อนตัวกลมขี้เซา คอยดูเถอะ ถ้าตื่นขึ้นมาเขาจะยิ่งขุนให้อ้วนทั้งแม่ทั้งลูกเลย


ว่าแล้วก็หันไปฟัดลูกแรงๆ เสียที แต่คงจะแรไปหรือหนวดเขาคงจะสร้างความรำคาญเข้าให้ เจ้าตัวอ้วนที่ปกติแล้วจะหลับถึงได้ตื่นขึ้นมาร้องไห้โยเยเสียงดังลั่นห้อง


“โอ๋ พ่อขอโทษนะคะ” เซฮุนอุ้มเจ้าตัวอ้วนพาดบ่าเพื่อที่จะได้ลูบหลังปลอบใจ และตบก้นกล่อมให้หลับ ลูกเขาเสียงดีเชียวละ


“เจ็บหรอคะ พ่อขอโทษนะคะ โอ๋”


“สะ เสียงดังจังครับ ทำอะไรกันอยู่”


 

ไม่รู้ว่าหูแว่วไปหรือยยังไง แต่เสียงนั้นทำให้เซฮุนถึงกับชาไปหมดทั้งตัว เขาค่อยๆ หันหลับไปมองทางต้นเสียงด้วยใจที่ลุ้นระทึก เลือดสูบฉีดไปทั่วสรรพางค์จากการบีบตัวอย่างรุนแรงของกล้ามเนื้อนอกข้างซ้าย


กลัวว่าจะฝันไปเอง


คนบนเตียงค่อยๆ ชันตัวขึ้นนั่ง ตาโตเอาแต่มองหาต้นเสียงที่ปลุกให้เขาตื่น ลู่หานรู้สึกว่าตัวเขาคงจะหลับไปนานพอสมควร ไม่รู้ว่าจะมีใครแถวนี้โกรธเอารึเปล่า


สองสายตาประสานกันเงียบๆ ระหว่างที่เซฮุนสาวเท้าเข้าใกล้กับเตียงผู้ป่วย มือหนาวางลงบนหัวกลมลูบปลอบไปมาก่อนจะจดปลายจมูกทับลงไป ขณะที่ลู่หานรับลูกเข้าสู่อ้อมอก เจ้าตัวเกเองก็รู้งานถึงได้เงียบเสียงลทันที


ช่วยพ่อปลุกแม่สินะคนเก่ง


“คิดถึง” สุรเสียงทุ้มกระซิบบอกข้างใบหูเล็กก่อนเลื่อนจมูกลงมาคลอเคลียกับอีกคน สอดสายตาประกันกันสื่อสารโดยไร้เสียง เพียงไม่นานต่างคนก็ต่างปิดตาลง ปล่อยให้ประสาทสัมผัสด้านอื่นทำงานด้วยตัวของมันเอง กลีบปปากของคนป่วยถูกบดจูบซ้ำๆ โดยคนตัวใหญ่กว่า ทั้งดีใจ ทั้งโหยหา ประดังประเดเข้ามาพร้อมกันๆ


“พะ พอก่อนครับ” มือน้อยยกขึ้นดันอกกว้างออก เซฮุนยอมปล่อยน้องเป็นอิสระเพียงชั่วครู่ก็วกกลับไปที่กระจับปากเล็กนั่นใหม่ แต่ลู่หานกลับเบี่ยงคอออกได้ทันเวลา


“อย่าขัดใจสิ”


“หิวน้ำ”


ลู่หานไม่ได้โกหกเอาตัวรอดเสียหน่อย เขาหิวน้ำตั้งแต่ลืมตาขึ้นมานั่นแหละ แต่ที่ยอมปล่อยใคนเอาแต่ใจได้เก็บเกี่ยวความรู้สึกทดแทนช่วงเวลาที่เขาหมดสติ นั่นก็เพราะเขาเองก็ต้องการมันเหมือนกัน

 


เซฮุนกดกริ่งเรียกพยาบาลระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังดื่มน้ำ มือหนารับเอาแก้วน้ำมาวางไว้ก่อนจะก้มมองตาสายตาของลู่หาน


ผู้หญิง... ลูกเราเป็นผู้หญิง” พูดจบลู่หานก็ทำหน้างอหงำ ที่เขาชอบเรียกมันว่าหน้าดื้อ เซฮุนรู้ว่าจริงๆ แล้วลู่หานอยากให้ลูกเป็นเด็กผู้ชาย แต่เขาอยากได้ลูกผู้หญิง คนตัวเล็กเลยแพ้พนันไปตามระเบียบ


“โกหก”  ลู่หานทำเสียงแข็งใส่คนตัวสูงกว่าพร้อมกับำปากยื่นอย่างถือดี


เอาเข้าจริงแล้วเขาไม่ได้เสียใจ แต่ปัญหามันอยู่ที่โอ เซฮุนมากกว่า


ผู้ชายเจ้าเล่ห์หล่อกให้เขาสัญญาด้วยว่าจะยอมมีลูกเพียงแค่สองคนถ้าเจ้าตัวเล็กเป็นผู้ชายอย่างที่ลู่หานต้องการ  แต่ถ้าไม่แล้วละก็ ลู่หานจะต้องจ่ายค่าพนันด้วยเงินสดจำนวนมาก หรือจะต้องยอมอุ้มท้อง คลอดลูกให้เขาจนกว่าจะพอใจนั่นล่ะ แล้วเขาจะเอาใจคุณพ่อจอมโลภไหวมั้ยละทีนี้!


“พี่จะโกหกเธอทำไม” เซฮุนยิ้มพลางลูบหัวกลมปลอบใจ ต่อให้ลูกคนแรกเป็นผู้ชายจริงๆ เขาก็ไม่ยอมหยุดที่สองคนหรอกนะ


ช่วงที่ลู่หานหลับไปน่ะ เขาวางแผนตะล่อมคนตัวเล็กไว้หมดแล้ว!


“หัวเราะอะไรคนเดียว เหมือนตาแก่โรคจิตเลย”


“เดี๋ยวเถอะลู่หาน” ฟัดแก้มนุ่มทำโทษไปทีก่อนจะหลีกทางให้สองแม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันบ้าง แต่เพราะว่าลูกหลับไปแล้ว ลู่หานจึงทำได้เพียงแค่กอดและหอมร่างเล็กๆ นั้นเท่านั้น


“พี่เซฮุนตั้งชื่อลูกว่าอะไร”


“นั่นมันหน้าที่คนแพ้พนันไม่ใช่หรอครับ”


“ช่วยกันตั้งซี”


นับวันน้องยิ่งเผยความน่ารักออกมาให้เห็น


เซฮุนชักเริ่มเสียดายเวลาที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เขาไม่ยอมทำความรู้จักตัวตนของลู่หานให้ดี ไหนน้องจะยังเป็นเด็กเงียบๆ ที่ไม่กล้าเข้าหาใครก่อนแม้แต่เขาเองที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี


อาจด้วยช่องว่างระหว่างอายุทำให้เราห่างกันมากกว่าปกติ แต่ลู่หานเป็นเด็กดีเสมอแม้จะแอบดื้อเงียบไปบ้าง หัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย ทั้งยังมีความเป็นแม่ศรีเรือน เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยน


แม้ว่าจะไม่ใช้คนที่เลือกกเองมาตั้งแต่แรก แต่ลู่หานก็ยังเข้ามาทำลายความด้านชาจากความรักครั้งเก่าได้ เซฮุนรู้ตัวดีว่าเขาเลือกไม่ผิดจจริงๆ ที่ รัก เด็กคนนี้


“คิดอะไรอยู่หรอครับ”


“เรื่องโบอาน่ะ”


“อ่า ครับ” ใบหน้าซีดเซียวลทันทีของอีกคนเรียกรอยยิ้มจากคนตัวสูงกว่าได้เป็นอย่างดี ลู่หานก้มหน้างุดจนมือใหญ่ต้องเอื้อมเข้ามาประครองช้อนขึ้นให้หันกลับไปมองตาเขาอีกครั้ง


เซฮุนขยับเข้าใกล้คนตัวเล็กกว่า จรดริมีปากตรงปลายจมูกรั้นแล้วผละออกมาเหลือเพียงปลายจมูกที่ยังคลอเคลียกันอยู่


เธออยากให้พี่รับเด็กคนนั้นเป็นลูก


“คะ ครับ”


ลู่หานได้แต่กรอกตาไปมาเมื่ออีกคนมามีทีท่าว่าจะอธิบายอะไรเพิ่มอีก หัวใจดวงน้อยบีบรัดหนักหน่วงจนสองแขนที่โอบอุ้มเจ้าตัวเล็กอยู่เริ่มสั่น


ทำไมกัน... ผู้หญิงคนนั้นต้องการอะไร


กระทั่งมือหน้าวางทับซ้อนกัน ช่วยโอบประครองมือที่สั่นไหวของลู่หานให้มั่นคงขึ้น เซฮุนขยับตัวไปนั่งซ้อนหลังคนตัวเล็ก ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มประดับไว้ สายตาสอดประสานสื่อนัยยะบางอย่างแก่คนตัวเล็ก


ทำไม...


“ทะ ทำไมครับหรอครับ”


ใช่ เขาแค่ต้องการให้ถาม


พี่เซฮุนเคยบอกเอาไว้ว่าถ้ารู้สึกอะไรก็ให้บอก ถ้าคลางแคลงใจอะไรก็ให้ถาม เพราะถ้าลู่หานเก็บมันเอาไว้คนเดียวเขาก็ไม่อาจรู้ได้ และมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น


“ทะเลาะกับสามีน่ะก็เลย”


“ไม่ครับ”


“ครับ?” เซฮุนเลิกคิ้วขึ้น ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ


“ไม่เอา...”


ทำไมล่ะ ทำไมเขาต้องยอมผู้หญิง คนอื่น ด้วยล่ะ


คราวนี้คนตัวสูงกระตุกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนฝังจมูกลงที่แก้มนุ่ม สูดเอากลิ่นหอมประจำตัวลู่หานมาสองฟอดใหญ่


“รู้อยู่แล้วล่ะ พี่เองก็ไม่ยากกเข้าไปยุ่งกับครอบครัวของคนอื่นนักหรอก”


“แล้วทำไมถึง...”


“ลู่หานเองก็ไม่อยากให้พี่ทำอย่างนั้นใช่มั้ยล่ะ” คนตัวเล็กพยักหน้าเป้นการตอบคำถามนั้น แต่ตากลมยังคงจับจ้องอีกคนไม่วาง


ถึงแม้จะมีกฎหมายเขียนไว้ว่าการรับบุตรบุญธรรมจะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน แต่เซฮุนก็แค่ต้องการจะถามความคิดเห็นของอีกคนในฐานะภรรยาของเขาเพียงเท่านั้น


ก็นะ เขาบอกน้องเองว่ามีอะไรก็ให้บอกกัน เซฮุนเข็ดแล้วล่ะกับการพยายามตัดสินใจอะไรคนเดียว


“พอทะเลาะกับสามีก็เลยอยากจะสั่งสอนหมอนั่น พี่เป็นเพื่อนก็ช่วยเขาได้แค่เท่าที่สมควรเท่านั้นแหละ”


.


“ขอโทษนะที่พาเธอเมาโดยไม่บอกเราก่อน”


.


“ขอโทษนะที่ทำให้เราต้องคิดมากจนต้องเจ็บเพราะพี่อีกแล้ว”


.


“ขอ...”


“ครับ ลู่หานรับคำขอโทษของพี่เซฮุนแล้วครับ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว”


นิ้วเรียกแตะบนริมฝีปากที่กำลังพร่ำพูดไม่หยุดเบาๆ ลู่หานคลี่ยิ้มให้อีกคนขณะที่เลื่อนมือขึ้นไปเกลี่ยดหยาดน้ำตาออกจากหน่วยตาคมที่กำลังสั่นไหว


ไม่โกรธ...


ลู่หานไม่เคยโกรธเซฮุนเลยสักครั้ง


“พี่เซฮุนร้องไห้จนตาแดงไม่เห็นหล่อเลย”


“ขอพูดอะไรอีกสักอย่างได้มั้ยครับ”มือเล็กถูกอีกคนกอบกุมเอาไว้ เซฮุนกดริมฝีปากบนนิ้วเรียวโดยที่ไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวานแม้พียงเสี้ยววินาที


“ขอบคุณนะที่ยังอยู่กับพี่  พี่รักเรานะ”


.


“เซฮุนรักลู่หานนะครับ”


.


“พะ พี่เซฮุน...”


ถึงคราของเซฮุนบ้างแล้วที่ต้องเป็นฝ่ายปาดน้ำตาออกจากใบหน้าหวาน ลู่หานปล่อยโฮออกมาหนักหน่วงเสียจนเซฮุนตามเช็ดให้ไม่ไหวถึงได้โอบคนตัวเล็กเข้าหาอกอุ่น ปล่อยให้อีกคนก้มหน้างุดสะอื้นไห้อยู่อย่างนั้น หยดน้ำที่หยดลงบนบ่าของลู่หานเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าคนตัวเองก็มีน้ำตาไม่ต่างกัน


ทว่าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายทั้งสองดวงที่กำลังบีบตัวอย่างรุนแรงพร้อมกันนั้นและใบหน้าเปื้อนยิ้มของทั้งสองฝ่ายบ่งบอกให้รู้ว่าหยาดน้ำตานั้นหาได้เกิดจากความเศร้าไม่


สุข สุขจนจะคับอกตายอยู่แล้ว


“ลู่หานรัก รักพี่เซฮุนเหมือนกัน”




 

ลู่หานออกมาจากโรงพยาบาลได้ในไม่กี่อาทิตย์ถัดมา คุณแม่มือใหม่ทำหน้าที่เลี้ยงลูกสาวตัวน้อยอยู่ที่บ้าน บ้างกพายัยตัวซนไปเล่นกับพ่อเขาที่ทำงานเป็นครั้งคราว


พาไปบ่อยไม่ได้หรอก พี่เซฮุนชอบอู้งานมาเล่นกับลูกทุกที


ตอนนี้ลูกสาวเขาอายุข่างเข้า 6 เดือนแล้ว สาวน้อยกำลังหัดเดิน หัดวิ่ง หัดพูดตามคนนู้นทีคนนี้ที พดได้บ้างไม่ได้บ้าง ซน วุ่นวายไปหมด


วันก่อนก็พึ่งทะเลาะพ่อเขาไปเพราะสอนเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเรียกปะป๊าสักที ทีหม่าม้าละเรียกได้เรียกดี จนกระทั่งคนพ่อทำท่าจะงอนลูกนั่นแหละ ถึงได้ยินสาวน้อยอ้อมแอ้มออกมาก แค่คำว่า ป๊ะ พี่เซฮุนก็ยิ้มหน้าบานไปทั้งคืน


“ซาซึม เสียงรถใครมาได้ยินมั้ยลูก”


โอ ซาซึม


ลูกสาวหน้าเหมือนกวาง เหมือนแม่เขานั่นแหละ


พี่เซฮุนว่าเอาไว้อย่างนั้น


 “อื้อ”สาวน้อยร้องตอบ ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ สองมือสองเท้ายันตัวเองขึ้นจากพื้น วิ่งรี่ไปหาต้นกำเนิดเสียง


“กวาง ระวังด้วยลูก”


ลูกวิ่งเก่งจนคุณแม่ยังสาวเริ่มจะวิ่งตามไม่ทันแล้วเดี๋ยวนี้


“แอ๊!!” หายลับตาไปเพียงเสียววินาที เสียงหัวเราะปนกรี๊ดก็ดังมาให้ได้ยินลั่นบ้าน คงไม่พ้นพ่อลูกเขาเล่นกันนั่นแหละ


ลู่หานอดยกยิ้มกับภาพตรงหน้าไม่ได้แม้จะเห็นมันอยู่ทุกววัน ก็ใครกันนะที่ทำให้เขามีความสุขได้ขนาดนี้ ตั้งแต่มีพี่เซฮุนกับลูกลู่หานก็ไม่เคยนอนฝันร้ายอีก ออกจะนอนหลับลึกด้วยซ้ำเพราะเจ้าตัวแซบซนกับเขาทั้งวัน พอคนพ่อมานั่นแหละลู่หานถึงจะได้พัก เพราะลูกไปซนกับพ่อเขาแทน


ผ้าอ้อมเด็กถูกซับลงบนแก้มกร้ามหนวด แก้มของคุณพ่อกวางเต็มไปด้วยน้ำลายของลูกทุกวัน


“กวางจุ๊บคุณพ่อดีๆ สิคะ ไม่ใช่กินแก้มคุณพ่ออย่างนี้”


ก็แม่หนูน้อยเล่นอ้าปากซะกว้างตอนที่เอี้ยวตัวไปหอมแก้มคุณพ่อเป็นการเอาคืนที่เซฮุนฟัดแก้มลูกแรงๆ หลายครั้ง แก้มของคนตัวสูงถึงได้เต็มไปด้วยน้ำลายอย่างที่เห็น


“ไหนใครคิดถึงคุณพ่อ”


สาวน้อยในอ้อมกอดของเซฮุนยกมือขึ้น ตะวัดเข้าตีใบหน้าหล่อไปหนึ่งทีเต็มๆ


คิดถึงมาก


“แล้วคนนี้ไม่คิดถึงพี่หรอหืม?” ได้ทีก็หันมาหยอดคำหวานอากับลู่หานบ้างพร้อมกับยื่นแก้มเข้ามาหา


“ไม่เอาหรอกครับ มีแต่น้ำลายลูกเต็มไปหมด”


ลู่หานว่าจะผละหนีอยู่แล้วเชียว แต่คุณพ่อลูกอ่อนก็นำหน้าไปก้าวหนึ่งเสมอ แขนแกร่งโอบเอวบางเข้าหาตัวก่นจะเป็นฝ่ายกดจมูกลงบนแก้มนุ่มเสียเอง แม่สาวน้อยในอ้อมแขนเห็นอย่างนั้นก็หัวเราคิกคักแล้วเอี้ยวตัวเข้ามาหอมแก้มคุณแม่บ้าง


“โอ ซาซึม แม่เลอะหมดแล้ว”


ผ้าผืนเดียวก็เช็ดน้ำลายลูกมันทั้งบ้านนี่แหละ


“ม้ะ” แขนกลมละออกจากคอพ่อยื่นเข้าหาลู่หาน พอถึงเวลาปุ๊บก็หิวปั๊บ ราวกับมีนาฬิกาตั้งเวลาไว้ในกระเพาะ


“อะไรกัน ไม่เห็นเรียกพ่อบ้างเลย” เซฮุนทำท่าจะหยิกแก้มลูก พอถูกเห็นเข้าก่อนเจ้าตัวเล็กก็หันมาอมนิ้วเขาไว้จนน้ำลายยืดเยิ้มไปหมด


“ไหนเรียกปะป๊าก่อนเร็ว ไม่งั้นพ่อจะงอนแล้วนะ”


ให้ตายเถอะ นี่มันครอบครัวประเภทไหนกัน


ทำไมลู่หานหยุดมีความสุขไม่ได้สักวินาทีเลยนะ


“เร็วๆ สิกวาง เรียกปะป๊าเดี๋ยวนี้”


“ม้ะ”


“ยัยกวางอ้วน” มือหนาบีบแก้มลูกเข้าให้ ทีนี้ยัยกวางถึงกับร้องไห้จ้า


“พอเถอะครับพี่เซฮุน ลูกร้องแล้วเนี่ยเห็นมั้ย”


“เจ็บที่ไหนกัน”


พอได้กลับไปอยู่ให้อ้อมอกนุ่มของคนเป็นแม่แล่ว เสียงร้องไห้โยเยเมื่อครู่ก็เงียบลง ตากลมโตตวัดมองพอที แม่ที ปากก็ส่งเสียงร้องอื้อๆ ไม่หยุด


“ขี้ฟ้อง”


“ไปเปลี่ยนชุดเถอะครับ ซาซึมหิวแล้วนะคะปะป๊า”


“อื้อ!




 

“หนู” เสียงเรียกร้องความสนใจจากคนที่กำลังทิ้ตัวลงบนเตียงอีกฝั่งหนึ่งเรียกให้ลู่หานละสายตาจากตำราหนังสือในมมือ


ตามสัญญาที่ไว้แก่กันในครานั้น สุดท้ายแล้วลู่หานก็ได้รับอนุญาตจากคนสามีว่าเขาสามารถเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้แล้ว แม้จะเป็นการเรียนผ่านอินเตอร์เน็ตก็ตาม


“ทำไมไม่ใส่เสื้อครับ” คนตัวสูงอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ส่วนท่องร่างสวมใส่เพียงแค่กางเกงขายาวบางๆ บางชนิดที่แทบจะมองทะลุฝ่ายไปได้


บ้า ลู่หานไม่ได้มองตรงนั้นสักหน่อย!


หัวใจดวงน้อยเต้นแรง สูบฉีดเลือดไปสู่แก้มอวบจนขึ้นสีแดงปลั่งน่าเอ็นดู กล้ามเนื้อหน้าท้องของคุณพ่อกวางยังคมีอิทธิพลกับเขาไม่เปลี่ยนแปลง


“ไม่เอาหรอก” เซฮุนตอบปฏิเสธพลางคลานเข่าข้ามไปอีกฝั่งของเตียง กายแกร่งทาบทับอีกคนไว้ใต้อาณัติ


“พี่อยากมีลูกอีกคน”


เกิดความเงียบขึ้นระหว่างคนสองคน ลู่หานไม่รู้ต้องทำตัวอย่างไรในสถานการณ์นี้ หน่วยตาคมกำลังกดดีนเขาด้วยความกระหายอยากปะปนไปกับการอ้อนวอนอยู่ในที


ตั้งแต่ที่คิม โบอาปรากฏตัว เราก็ไม่ได้ทำอะไรพวกนั้นกันอีกเลย พอออกจากโรงพยาบาลู่หานก็ทุ่มเทความสนใจไปที่ลูกเสียแทบทั้งหมดแม้จะมีพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือก็ตาม


พอเซฮุนพยายามจะสร้างบรรยากาศเข้าหน่อย กว่าจะตะล่อมให้ลู่หานคล้อยตามได้ไม่ใช่เรื่องง่าย โอ ซาซึมก็ส่งเสียงร้องโยเยทำลายบรรยากศขึ้นมาทุกที ทั้งที่ดูจนแน่ใจแล้วว่าเจ้าตัวเล็กเข้านอนหลับสนิท


“นะครับ...”


ลู่หานรู้ว่าคนตัวสูงไม่ได้พูดเพียงเพราะความต้องการเรื่องอย่างว่าเพียงอย่างเดียว แต่พี่เซฮุนอยากมีเจ้าตัวเล็กเยอะๆ เขาอยากเห็นเด็กๆ วิ่งเล่นกันจนเต็มสวนหลังบ้านอย่างที่เขาเคยพูดไว้


สวนหลังบ้านตระกูลโอนี่มันใหญ่พอๆ กับสวนสาธารณะเลยนะ!


“หนูแพ้พนันพี่นะอย่าลืมสิ” มือหนาเริ่มอยู่ไม่สุข เซฮุนตะปบมือเข้าหาสะโพกลม จักจูงคนตัวเล็กกว่าด้วยน้ำเสียงและร่างกาย


หลังจากคลอดลูกมาหลายเดือนร่างกายของลู่หานก็เริ่มเที่เข้าทาง เหลือไวเพียงสะโพกผายเนื้ออวยอิ่มให้เซฮุนได้บีบเล่นมันมือ


“อือ พี่...”


“เงินน่ะพี่มีเยอะแล้ว ไม่เอาหรอก จะเอาหนู...


อ่า... ให้ตายเถอะผู้ชายคนนี้นี่มัน!


“พี่ให้พีเลี้ยงไปนอนเฝ้าลูกแล้ว ขอแค่หนูตกลงก็พอ”


เขาจะหว่านล้อมลู่หานให้ได้ทุกทางเลยสินะ


ระยะห่างระหว่างใบหน้าเริ่มลดลง อีกเพียงนิดเดียวริมฝีปากร้ายกาจนั่นก็จะฉกฉวยเอาลมหายใจไปได้ เพียงแต่ลู่หานเบี่ยงคอหลบได้ทัน


“หนูยังไม่พร้อม”


“เสี่ยวลู่...” คนตัวสูงร้าคราง แววตาเจ้าเลห์เมื่อครู่ไหววูบ ทิ้งไว้เพียงโอ เซฮุน เด็กชายจอมงอแงที่ไม่ได้ของเล่นที่ตัวเองต้องการ


กระทั่งลู่หานยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้พี่เขาขยับเข้ามาใกล้กันมากกวว่าเดิม


“ซาซึมยักเด็กอยู่เลย หนูกลัวว่าจะเลี้ยงลูกไม่ไหว”


.


“ตะ แต่ถ้าใช้ถุงยางละก็...”


.

ยัยตัวแสบ

--------------------------------------------

#SFwithAiy

@AiY__aIy

( _ 2 ตัวนะคะ)


ตอนแรกว่าจะขออนุญาต coming back หลายวันหน่อย

แต่เพลินมือเลยจบภายในวันเดียวแหนะ


แนบภาพปลากรอบ ก็คือเรื่องนี้เขียนด้วยมือทั้งหมดจริงๆค่ะ



เรามีความคิดว่าจะทำเล่มเรื่องนี้ด้วยค่ะ

เพราะมีของพิเศษจะแจก คิดว่าคงไม่เอากำไรอ่ะ

ไม่ขาดทุนก็พอ เพราะของพิเศษนี่คืออยากทำจริงๆ

เพื่อนๆ ว่ายังไงกันบ้างคะ?


ขอโทษที่หายไปนานค่ะ

ฟิคที่ยังเขียนไม่จบทุกเรื่อง

หลังจากนี้จะมาทยอยให้จบทุกเรื่องค่ะ

สัญญาเลย ❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #60 punechu97 (@mymint97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 00:52
    สงสารลู่หานจัง อย่าเป็นไรนะ
    #60
    0
  2. #59 black-ness_t (@black-ness_t) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 17:42
    มาต่อเร็วๆนาค่ะไรต์ สนุกมากๆ
    #59
    0
  3. #56 punechu97 (@mymint97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 22:32
    ดีงามม รอติดตามนะคะไรท์
    #56
    0
  4. #54 aoyoilritz88 (@aoyoilnritz68) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 22:53
    เอ้าาาา..เปิดมาก็งานดีเลยอ่า
    ชอบๆที่ฮุนแคร์ลู่โน๊ะ
    #54
    0