Bloody Kiss จูบร้าย คุณชายเลือดผสม (GyuWoo)

ตอนที่ 22 : Chapter 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ม.ค. 60


*ยังไม่แก้คำผิด*

     ความฝันของเด็กหนุ่มปูซานอายุเพียงยี่สิบสองปีถูกสานต่อตามความต้องการได้สำเร็จ ซองจงตื่นขึ้นในตอนเช้าของวันเพื่อเตรียมตัวเข้าบริษัทอัญมณีของซองกยูตามการตอบกลับผ่านทางโทรศัพท์เมื่อสามวันก่อน ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่าตัวเขามีความสุขแค่ไหนที่จะได้เข้าไปทำงานสำคัญๆแบบนี้ ร่างบางใช้เวลาทำธุระส่วนตัวอยู่สักพักก่อนจะย่างกายออกจากบ้านขนาดสองชั้นของตนเองไปยังจุดหมายที่เขาต้องการจะไป และไม่ต้องถามว่าเขาอยู่กับใคร.. เพราะเขาอยู่เพียงลำพัง

     ซองจงนั้นดั้งเดิมเป็นเด็กปูซาน แต่ต่อมาเขาก็ถูกส่งตัวให้มาอยู่ที่โซลเมื่อตอนอายุได้เจ็ดขวบ ผู้ให้กำเนิดของเขาทั้งบิดาและมารดาต่างทำงานอยู่ที่ยุโรปซึ่งทั้งสามแทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ แต่ยังดีที่ซองจงเป็นคนมองโลกในแง่ดี ความห่างไกลไม่ได้ทำให้เขาโกรธเคืองครอบครัวของเขาแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอิสระแบบนี้ แบบที่เขาเลือกเอง

ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ  เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหนุ่มทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ในแผนกทั่วไปของบริษัทต่างเอ็นดูนความน่ารักและใสซื่อ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่พาเขามาทำความรู้จักกับคนในแผนกนี้ ผู้ที่มีตำแหน่งเป็นถึงเลขานุการของคุณซองกยู เจ้าของบริษัทอัญมณียักษ์ใหญ่ของประเทศ

คุณดงอูครับ เรายังต้องไปที่ไหนอีกรึเปล่าครับ  ซองจงละสายตาจากสาวๆในออฟฟิสก่อนจะหันกลับมาถามคนข้างๆถึงรายละเอียดว่ามีสิ่งใดที่เขาต้องทำอีกหรือไม่ แต่แล้วชายหนุ่มกลับได้สายตาอันแสนเหม่อลอยบวกกับรอยยิ้มกว้างกลับมา สร้างความประหลาดใจให้คนตัวเล็กเป็นอย่างมาก มือบางปัดไปมาบริเวณใบหน้าของดงอูจนคนที่กำลังเหม่อลอยได้สติ รอยยิ้มอันแสนอบอุ่นฉายอยู่บนใบหน้าคมคายของชายหนุ่มจนซองจงยิ้มตาม

อ.. เอ่อ ก็ต้องรอพนักงานอีกคนหนึ่งก่อนหนะ อีกสักพักน่าจะถึง  ดงอูตอบซองจงด้วยความเอ็นดูจนคนอื่นถึงกับต้องเหลียวมองผู้เป็นนายอย่างจับผิด เพราะตั้งแต่ที่พวกเธอเข้ามาทำงานที่นี่คุณเลขาฯจางไม่เคยมองหรือพูดจากับใครด้วยท่าทางแบบนี้มาก่อน หรือว่า.. คุณเลขาฯจะหลงเสน่ห์เด็กหน้าตาน่ารักคนนี้เสียแล้ว

     รอเพียงไม่นาน ชายที่ทั้งสองคนกำลังรออยู่ก็มาถึง เสียงที่กำลังเปล่งโต้ตอบกันไปมาของเหล่าพนักงานสาวเงียบลงพลัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มาเยือนใหม่พร้อมกับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะและไม่สามารถควบคุมให้สงบลงได้ ชุดสูทสีดำล้วนขับสีผิวของเขาให้ดูเปล่งประกาย ใบหน้าคมที่เพอร์เฟคอย่างไร้ข้อบกพร่องสะกดจิตสะกดใจเหล่าหญิงสาวได้ไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีใครอีกสองคนที่เอาแต่คุยกันจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง

อะแฮ่ม  เสียงกระแอมของคนร่างสูงดึงความสนใจจากคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี ทั้งดงอูและซองจงต่างหันกลับมามองผู้มาใหม่พร้อมใบหน้าที่กำลังปรากฏเครื่องหมายคำถาม รอยยิ้มของซองจงผุดขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างอัตโนมัติ ผิดกับดงอูที่เมินหน้าใส่ชายหนุ่ม

สวัสดีครับคุณโฮวอน ผมดีใจจังเลยครับที่จะได้ร่วมงานกับคุณ  ซองจงรีบก้าวขึ้นมาข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะยื่นฝ่ามือไปข้างหน้าเพื่อแสดงความยินดี สัมผัสอันนุ่มนวลของร่างสูงทำให้ร่างบางยิ้มแก้มแทบแตก ใบหน้าที่สวยราวกับหญิงสาววัยแรกรุ่นขึ้นสีเรื่อจนคนอื่นรับรู้ได้ผ่านดวงตา รวมทั้งดงอูด้วย

ไปกันเถอะ คุณซองกยูกับคุณอูฮยอนรออยู่  เสียงห้วนๆของดงอูที่ไม่เคยหลุดออกมาจากปากดังลั่นทั่วบริเวณจนซองจงสะดุ้ง เช่นเดียวกับโฮวอนที่คิ้วกระตุกขึ้นหนึ่งข้าง ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่มีท่าทีหงุดหงิดก่อนจะคิดอะไรสนุกๆขึ้นมาได้

ถ้าอย่างนั้นก็เชิญครับคุณซองจง  โฮวอนยิ้มให้ซองจงก่อนจะผายมือออกเพื่อให้คนตัวเล็กเดินนำหน้าตนไป และทิ้งให้คนที่กำลังหน้าเสียเดินรั้งท้าย ทั้งสามเดินตรงไปยังลิฟท์ประจำชั้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ภายในนั้นเต็มไปด้วยพนักงานมากมายจนพื้นที่ดูแคบลงในทันที แต่โชคยังเข้าข้างดงอูที่น้ำหนักของทั้งสามยังไม่เกินลิมิตที่ลิฟท์จะเกินรับไหวจนต้องยืนรอ และโชค.. ก็คงจะเข้าข้างโฮวอนด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

     ร่างของซองจงเคลื่อนเข้าไปลึกสุดก่อนจะตามด้วยโฮวอนและดงอู เมื่อทั้งสามกลับหลังเพื่อหันไปทางประตูลิฟท์ โพซิชั่นของโฮวอนก็เหมาะมากที่จะเริ่มทำการก่อกวนร่างบางที่อยู่ตรงหน้า มือหนาเคลื่อนเข้าไปแตะเข้ากับเอวบางเบาๆจนอีกคนตกใจตัวโยน ร่างบางหันเหลือบมามองคนข้างหลังตาเขียวหากแต่โฮวอนกลับไม่สะทกสะท้าน แขนบางพยายามปัดป่ายแขนหนวดปลาหมึกนั่นแต่ก็ทำได้ไม่ถนัดนักเพราะคนในลิฟท์เบียดเสียดกันจนจะเป็นปลากระป๋อง

นี่นาย 

อะไรครับ  หน้าตากวนประสาทของโฮวอนยิ่งทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของดงอูมีเพิ่มมากขึ้น ใบหน้าคมคายของโฮวอนเคลื่อนเข้าไปเกยอยู่บนลาดไหลของอีกคนถึงแม้ว่าจะโดนคนล่างบางสะบัดออกก็ตาม แต่ยิ่งขัดขืนโฮวอนก็ยิ่งรุกคนตัวเล็กหนักขึ้นเรื่อยๆ

     มือหนาปล่อยเอวคนตัวเล็กก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้สูททำงานของดงอูก่อนจะจับเข้าที่เอวของร่างบางอีกครั้ง และครั้งนี้ดงอูไม่สามารถแม้แต่จะขยับตัวได้เพราะมีพนักงานอีกคนเข้ามาโดยสารอยู่ในลิฟท์ตัวนี้อีก ซึ่งนั่นทำให้เขาจำเป็นต้องถอยหลังจนแผ่นอกแกร่งแนบไปกับแผ่นหลังของเขา ดงอูพยายามอดทนอย่างสุดความสามารถไม่ให้ตัวเองแสดงอาการอะไรออกมาในตอนนี้ ตอนที่มือของคนด้านหลังซึ่งเขาเกลียดขี้หน้าที่สุดกำลังโอบตัวของเขาไว้ มือหนาเคลื่อนผ่านผิวเนียนนุ่มของดงอู ลากผ่านกล้ามเนื้อท้องที่ขึ้นเป็นเนินเล็กน้อยไปเรื่อยๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป คนตัวเล็กได้แต่กัดฟันกรอดกับการกระทำที่แสนน่ารังเกียจของคนที่เขาให้ชื่อว่าปีศาจร้าย แต่ยิ่งโฮวอนแกล้งเขามากเท่าไหร่ร่างกายของเขายิ่งรู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ และลมหายใจก็เริ่มจะขาด ร่างกายเริ่มสั่นไปหมด

     ตึ่งงง

     เสียงลิฟท์ดังขึ้นขัดจังหวะของหนวดปลาหมึกของโฮวอนจนเจ้าตัวต้องหลับตาเพื่อระบายอารมณ์อย่าหัวเสีย ดงอูรีบเบี่ยงตัวออกไปด้านนอกของตัวลิฟท์ในทันทีก่อนจะรีบเดินตรงดิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่รีรอให้พนักงานใหม่ทั้งสองตามทัน โฮวอนรีบเดินออกมาอย่างเร็วหวังจะตามดงอูไปแต่เสียงตกใจของคนตัวเล็กด้านหลังต้องทำให้ร่างสูงหันกลับไปเหลียวมอง

หวายยย  เสียงอุทานของเด็กหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับคนร่างเล็กที่กำลังจะถูกประตูลิฟท์หนีบเพราะดันเดินออกมาช้าเกินไป โฮวอนเห็นดังนั้นจึงรีบก้าวไปหาซองจงก่อนจะยื่นแขนไปค้ำประตูลิฟท์ที่กำลังจะปิดตัวลง คนร่างบางเอาแต่ยืนตัวแข้งทื่อ ดวงตากลมโตปิดลงจนสนิทและโครงคิ้วก็ย่นจนน่าขัน

ระวังหน่อยสิครับ  เสียงเรียบนิ่งของโฮวอนสะกดใจคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี ซองจงค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะเห็นคนตัวสูงกำลังจ้องลงมาที่เขาพร้อมกับแขนแกร่งที่กำลังค้ำประตูลิฟท์ไม่ให้ปิดอยู่บนศีรษะของตน ภาพตรงหน้าทำให้ซองจงนิ่งค้างอยู่พักหนึ่งก่อนที่ตนจะรีบเรียกสติของตัวเองให้กลับมา

ขอบคุณคุณโฮวอนมากๆนะครับ ไม่ได้คุณผมคงแย่  ซองจงเดินหลบออกมาจากทางเข้าลิฟท์เล็กน้อยก่อนจะโค้งขอบคุณคนตรงหน้าอย่างสุภาพ ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงอ่อนทั้งๆที่เขาพยายามจะเก็บอาการของตัวเองไว้ให้ลึกสุดของหัวใจ.. ในตอนนี้เขายอมรับว่าเขารู้สึกดีไม่น้อยที่ได้มองหน้าคนร่างสูงที่แสนมีเสน่ห์คนนี้

ว่าแต่ คุณเดินท่าไหนหรอครับถึงได้จะถูกลิฟท์หนีบแบบนี้หนะ ฮ่าๆ

ผมรอคนอื่นออกให้หมดก่อนแล้วผมก็ปิดท้าย แต่ไม่คิดว่าตอนปิดท้ายมันจะเป็นแบบนี้  ร่างเล็กเกาหัวแก้เขินที่ตัวเองทำเรื่องเปิ่นๆจนทำให้คนร่างสูงต้องยื่นมือเข้ามาช่วย

ผมว่าคุณคิดถึงคนอื่นมากเกินไปนะ  สายตาจริงจังของโฮวอนส่งผ่านไปยังประสาทสัมผัสทางดวงตาของซองจง เด็กหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อยเพราะไม่รู้จะพูดเถียงอะไรคนตัวสูงได้  คิดถึงตัวเองบ้างสิครับ ผมเป็นห่วงนะ

     ซองจงนิ่งค้างมองใบหน้าของโฮวอนไม่ยอมละสายตาไปทางใด ปฏิกิริยาของเขาคงจะเดาได้ไม่ยากว่าเกิดจากอะไร การที่คนเราถูกใครสักคน จะรู้จักกันนานแสนนานหรือพึ่งได้พบเจอพูดในทำนองที่ว่าตนเองเป็นห่วงอีกคน ก็ต้องมีบ้างที่หัวใจจะรู้สึกพองโต และซองจงก็ยากเหลือเกินที่จะควบคุมอาการหัวใจพองโตของตนเองได้ รอยยิ้มกว้างประดับอยู่บนใบหน้าสวยที่แสนจะเพอร์เฟคพร้อมกับท่าทางเขินอายราวกับเด็กสาววัยแรกรุ่น

ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ  แต่อยู่ดีๆก็มีบุคคลที่สามดึงความสนใจของคนทั้งคู่ให้กลับไปยังต้นเสียง ร่างของดงอูจับจ้องมายังคนทั้งสองอย่างไม่พอใจเล็กน้อยจนซองจงต้องต้องก้มหน้างุดๆเพราะความกลัวเล็กน้อย ต่างจากโฮวอนที่กำลังเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างเป็นเชิงถาม

พอดีว่าที่นี่ค่อนข้าง ตรงเวลา และผมจะขอบคุณมากถ้าคุณทั้งสองจะช่วยเดินตามผมมา แทนที่จะยืนยิ้มกันอยู่ตรงนั้น  สายตาไร้อารมณ์ของดงอูที่กำลังจับจ้องมายังคนทั้งสองดึงให้ซองจง เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าแสนสวยและใสซื่อรีบวิ่งไปหาคุณเลขาจางอย่างเร็วก่อนจะโค้งขอโทษขอโพยแต่ดงอูก็ไม่ได้ติดใจถึงเรื่องนั้นมากมาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินนำหน้าคนร่างบางไปและปล่อยให้โฮวอนเดินตามมาเอง

     จะมีใครที่รู้ใจของคุณเลขาจางได้ดีเท่าตัวของเขาเอง ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนไม่ได้เข้มงวดกับงานมากมายและเขาก็ไม่ใช่คนที่จะโกรธอะไรง่ายๆ แต่กับเรื่องนี้เขากลับหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เรื่องไอ่ตรงเวลาไม่ตรงเวลาไม่ใช่สิ่งที่สำคัญจนถึงขนาดที่ว่าเขาจะหงุดหงิด แต่สิ่งที่ทำให้ข้างในใจของเขาขุ่นมัวจนต้องแสดงกิริยาอาการแสนเข้มงวดแบบนั้นก็เพราะอาการขวยเขินของซองจงที่ดูจะเกินหน้าเกินตาไป คนที่มองโลกในแง่ดีมาตลอดแบบดงอูมีแต่ความอคติต่อโฮวอน เขายอมรับว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอะไรบางอย่างต่อซองจง อะไรบางอย่างที่สามารถทำให้เขาทั้งมีความสุขจนใจเต้นแรงและหงุดหงิดจนหน้าขึ้นสี

 

     ยังไม่เรียกว่ารัก.. แต่ก็ใกล้เคียง 

 

     ยังไม่เรียกว่าเกลียด.. แต่ก็ขวางหูขวางตา 

 

 

ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณสองคนนะครับ  เสียงใสของอูฮยอนถูกเปล่งออกมาแสดงความยินดีแก่พนักงานทั้งสองที่ถูกเลือกโดยเขาเอง สายตาของชายหนุ่มดูมีความสุขกับการได้รู้จักคนเพิ่มอีกสองคน ไม่ต่างอะไรกับการได้เพื่อนใหม่ ไม่ต่างอะไรจากโฮวอนและซองจงที่ยิ้มรับคำยินดีนั้นอย่างแจ่มใส

     หากแต่ยังมีใครอีกสองคนที่ไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับทั้งสามคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ห้องประชุมขนาดเล็กสำหรับคุยงานอย่างไม่เป็นทางการแห่งนี้แทนที่จะมีบรรยากาศแห่งความสุข กลับกลายเป็นว่ามีพายุขนาดย่อมๆกำลังก่อตัวอยู่ ซองกยู่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะ จับจ้องไปที่พนักงานทั้งสองอย่างคิดหนัก ดงอูที่ยืนอยู่แถวประตูห้องก็อดไม่ได้ที่จะนึกกังวลเกี่ยวกับตัวของพนักงานใหม่เช่นกัน ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่คนทั้งสองอย่างจับผิดจนอูฮยอนรู้สึกถึงความผิดปกติ

เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะให้คุณเรียนรู้งานกับคุณเลขาฯจางไปก่อนแล้วกันนะครับ ฝากคุณเลขาฯด้วยนะครับ  อูฮยอนมอบหมายงานให้ดงอูซึ่งสามารถดึงสติของคุณเลขาจางให้หลุดจากการจับจ้องพนักงานทั้งสองได้ในทันที ร่างบางพยักหน้าตอบรับคำสั่งของอูฮยอน หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานใหม่ทั้งสองและดงอูจึงขอตัวไปทำหน้าที่ของตนเอง เหลือไว้เพียงอูฮยอนและซองกยู

คุณดูเครียดๆนะครับ  คิ้วของซองกยูขมวดเป็นปมจนร่างบางอดสงสัยไม่ได้ว่าต้นเหตุของอาการดังกล่าวเกิดจากอะไร ร่างหนาหันมามองร่างบางที่เอาแต่จ้องเขาด้วยความเป็นห่วงด้วยสายตาอ่อนโยน เขาลุกออกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่องของเขาก่อนจะเดินเข้ามาหาร่างบางตรงหน้า แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบเข้าที่เอวคอดของอูฮยอน ก่อนจะยิ้มหวานๆให้คนตรงหน้า พยายามกลบเกลื่อนความคิดบางอย่างของเขาเอาไว้เพื่ออีกคนจะได้สบายใจ

ไม่มีอะไร

ไม่จริงหรอกครับ คุณโกหกผมไม่ได้หรอก  อูฮยอนมองชายตรงหน้าอย่างคาดคั้นคำตอบ  คุณจะโกหกผมทั้งๆที่ผมเห็นว่าคุณดูกังวลแบบนี้หนะหรอครับ  สายตาของอูฮยอนดูจริงจังมากขึ้นเมื่อเขาพยายามจะเอาคำตอบของคนตัวสูง อย่างน้อยก็เพื่อที่คนตรงหน้าจะได้ระบายความเครียด อย่างน้อยๆมันก็อาจจะทำให้คุณซองกยูของเขาสบายใจมากขึ้น

อูฮยอนอ่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ  ซองกยูยิ้มอย่างอ่อนโยน ฝ่ามือข้างหนึ่งถูกละออกจากเอวของคนตรงหน้าก่อนจะยกขึ้นไปแนบลงกับแก้มขาวอมชมพูอ่อนของอูฮยอน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงเพื่อมอบจุมพิตอันบางเบาให้ชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง ไม่มีการรุกล้ำ ไร้ซึ่งความร้อนแรง แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างที่อูฮยอนสัมผัสได้แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ฉันสบายดี เด็กน้อยของฉัน  ซองกยูลูบใบหน้าของอูฮยอนอย่างอ่อนโยนเพื่อหวังจะไล่ความกังวลของคนตัวเล็กให้หายไป เพราะแทนที่เขาควรจะเครียดแค่คนเดียว เด็กตรงหน้าดูเหมือนจะเครียดตามเขาไปเสียแล้ว

ยิ้มกลบเกลื่อนแบบนี้ผมควรเชื่อคุณดีไหม 

นายต้องเชื่อฉัน  ซองกยูพูดจริงจังขึ้น  แล้วก็อย่ามาย่นหน้าใส่แบบนี้นะ ดูสิ ริ้วรอยก็ขึ้นหมดแล้วเนี่ย ฮ่าๆ  ซองกยูดุร่างบางตรงหน้าก่อนจะขำออกมาเสียจนอูฮยอนต้องตบอกเพื่อปรามร่างสูงที่พูดเรื่องความแก่ของเขา ซึ่งมันไม่จริง ยังไงใบหน้าอันอ่อนหวานของเขาจะไม่มีวันริ้วรอยขึ้นหรอก เขาเชื่ออย่างนั้นและจะเชื่อต่อไปเรื่อยๆ

คนบ้า คนผีทะเล  อูฮยอนบ่นอุบอิบแต่มีหรอที่ซองกยูจะไม่ได้ยิน มือหนาเชยคางอูฮยอนขึ้นมาจ้องตากับเขาอย่างเอาเรื่อง

เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ

คนบ้า คนผีทะเล.. อื๊อออ  อูฮยอนเองก็ดูจะไม่เกรงกลัวคนตรงหน้าเช่นกัน เขาพูดอย่างเสียงดังฟังชัดแต่แล้วเสียงของร่างบางขาดห้วงไปทันทีเมื่อเขาพูดคำที่ตัวเองบ่นอยู่เมื่อครู่จบ ซองกยูบดจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงจนอูฮยอนส่งเสียงออกมาเพราะความตกใจ แขนทั้งสองข้างพยายามผลักร่างสูงให้ออกไปแต่สู้แรงของซองกยูไม่ได้ สายตาเจ้าเล่ห์ของซองกยูจับจ้องไปที่ดวงตาของคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังเบิกโพลง

ฉันไม่ใช่คนบ้า  หลังจากถอนจูบออก อูฮยอนก็หอบเอาลมหายใจเข้าปอดอย่างแรง ซองกยูได้แต่มองด้วยความสนุกที่ได้แกล้งคนตัวเล็กตรงหน้า ไม่สิ เขาแค่ต้องทำโทษเด็กที่มันเหิมเกริมกับคนที่โตกว่าแบบเขา  ฉันเป็นแวมไพร์

อื๊ออออ  เป็นอีกครั้งที่ริมฝีปากของซองกยูกดเม้มลงบนปากของอูฮยอน ครั้งนี้ดูจะรุนแรงขึ้นกว่าเก่าเมื่อซองกยูขบเม้มกลีบปากล่างของคนตัวเล็กจนอูฮยอนต้องตบอกแกร่งของร่างสูงเพื่อให้อีกคนออกไปจากตัวเขา ความเจ็บปวดแล่นขึ้นสมองจนน้ำตาสีใสคลออยู่ที่เบ้าตา

ฉันไม่ใช่ผีทะเล ฉัน เป็น แวม ไพร์  ซองกยูถอนจูบออกมาอีกครั้งพร้อมกับพูดเน้นคำอย่างชัดเจน  และฉันจะทำโทษนาย ฐานที่มาว่าฉัน  ซองกยูแสยะยิ้มให้อูฮยอนที่กำลังมองร่างสูงตาละห้อยก่อนจะกดจูบอีกครั้ง อูฮยอนแทบยืนไม่ไหว ร่างสูงไม่ปล่อยให้ร่างบางได้หายใจเลยแม้แต่น้อย เขาเอาแต่จูบย้ำๆซ้ำๆจนอูฮยอนต้องทุบอกแกร่งแรงๆอยู่หลายทีก่อนที่ซองกยูจะยอมผละริมฝีปากอันเร้าร้อนออก อูฮยอนเอาแต่หอบหายใจจนใบหน้าขึ้นสีแดง ซองกยูได้แต่ขำคนตรงหน้า

เข็ดรึยัง หืมมมม  ใบหน้าซีดขาวของซองกยูโน้มต่ำลงมาหาร่างบางแต่ถูอูฮยอนป้องมือทั้งสองข้างขึ้น

ไม่เอาแล้ว ผมยอมแล้ว  ร่างบางรีบผลักร่างหนาให้ออกห่างอย่างไวจนซองกยูยังต้องหลุดขำที่คนตัวเล็กดูประหม่า ก่อนร่าบางจะขอตัวออกไปข้างนอกห้อง

จะไม่งอแง ไม่บ่นคุณคิมแล้วครับ ถ้ายังไงผมขอตัวนะ  ร่างบางละตัวออกจากจุดที่ตนยืนก่อนจะเดินอ้อมหลังซองกยูออกจากห้องแต่เขาก็ไม่ทันร่างหนาที่ฉุดแขนของร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง แขนแกร่งรั้งตัวของอูฮยอนจนแนบชิดกับเขา ร่างบางก้มหน้างุดอยู่ตรงแผงอกของซองกยู ไม่ยอมมองหน้าคนที่กำลังกอดเขาอยู่ เหมือนกับว่าร่างบางหมดฤทธิ์ที่จะต่อต้านร่างสูงอีกต่อไป

ย่านัมอูฮยอน  ซองกยูเรียกชื่อคนในอ้อมกอดเบาๆจนคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตากลมโตในตอนนี้ไม่ต่างจากลูกหมาที่ทำผิดแล้วกำลังจะถูกเจ้าของทำโทษ ซองกยูยิ้มให้คนในวงแขนก่อนจะกระชับมันจนแน่น  ฉันแกล้งนายเล่นหน่า ขอโทษนะที่ทำรุนแรงไปนิด

ไม่นิดนะครับ  อูฮยอนมองซองกยูตาขวางเล็กน้อย  แต่ทำอย่างนี้ได้ก็ดีครับ ผมจะได้เชื่อว่าคุณยังโอเคดี

งั้นก็แสดงว่าฉันแกล้งนายแบบนี้ได้ตลอดสินะ หึๆ  สายตาเรียวคมดูเจ้าเล่ห์ราวหมาป่าถูกส่งหาคนในอ้อมกอด และแล้วเขาก็ฉกชิงความหวานของริมฝีปากอันเจ่อบวมนั่นอีกครั้ง แตกต่างกันก็ตรงที่ครั้งนี้มันอ่อนโยนราวกับกำลังลิ้มลองสายไหม หวานนุ่ม และทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อูฮยอนที่ดูจะขัดขืนในตอนแรกกลับตอบรับการกระทำอันนุ่มนวลนั่น เรียวปากทั้งสองเคลื่อนไหวราวกับผีเสื้อที่กำลังกระพือปีกโบยบินอยู่ในอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า ความรู้สึกของร่างสูงในตอนนี้ไม่สามารถอธิบายได้ เขาทั้งกังวลกับเรื่องบางเรื่องที่เชื่อได้ว่าอีกไม่นานมันต้องเกิดขึ้น และเขาก็ทั้งมีความสุขที่ในเวลานี้มีความสุขอยู่กับคนตรงหน้า ถึงแม้ว่าในอนาคตเขาก็ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว หลังจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จูบครั้งนี้ฉันไม่ได้จะทำโทษนายหรอกนะ  ซองกยูผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ปลายจมูกของเขาชนกับอีกคนก่อนจะส่ายหัวไปมาเพื่อแกล้งอีกคน  ฉันอยากจูบนายจริงๆ  ซองกยูดึงอูฮยอนเข้ามาในอ้อมกอดจนแน่น ใบหน้าของอูฮยอนรู้สึกร้านผ่าวขึ้นมาทันที ทั้งๆที่เขาควรจะชินกับการมอบความรักของซองกยูได้แล้ว แต่บอกตามตรงว่ายังไงซะ มันกลับไม่ชินเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งสองกอดกันอยู่นาน ปล่อยให้ความเงียบเป็นตัวนำพากาลเวลาให้ผ่านพ้นไป

พอได้แล้วครับคุณซองกยู ขืนกอดกันอยู่แบบนี้วันนี้คงไม่ได้ทำงาน  อูฮยอนละตัวออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขาก่อนจะขอตัวออกไปข้างนอกสักครู่  ผมกะจะออกไปร้านกาแฟเจ้าเก่าของผม อยากทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ

อยากกินนาย  สายตากรุ้มกริ่มของซองกยูไม่เคยทำให้อูฮยอนอยู่เป็นสุขเลยสักครั้ง ร่างบางได้แต่ส่ายหัวกลบเกลื่อนความเขินก่อนจะเดินออกไป แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง ร่างบางก็แทรกหัวเข้ามาข้างในห้องอีกครั้ง

ไว้ผมจะซื้อเค้กบราวนี่มาฝากนะครับ  ชายหนุ่มปิดประตูลงก่อนที่ใบหน้ายิ้มแย้มของซองกยูจะหุบลง เขาถอนหายใจเบาๆเพราะเรื่องที่กำลังกวนใจเขาอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องพนักงานใหม่ที่เขารับเข้ามาเพียงเท่านั้น หากยังรวมถึงพี่ของเขาที่พร้อมจะปั่นหัวทุกคนที่อยู่ในชีวิต ซึ่งหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น..

 

 

 

 

สวัสดีครับคุณอูฮยอน  เสียงพนักงานร้านกาแฟเจ้าประจำของเขาทักทายอย่างเป็นกันเอง อูฮยอนก็ทักทายเขากลับตามมารยาทที่คนทุกคนพึงจะทำกัน ชายหนุ่มเดินเข้าไปสั่งโกโกเย็นสองแก้วพร้อมกับเค้กบราวนี่ที่ไม่รู้ว่าซองกยูอยากกินจริงๆหรือแค่ร่างบางอยากกินจนพูดมัดมือชกว่าจะซื้อมาให้ซองกยูแทน ไม่นานร่างบางก็เดินไปเลือกโต๊ะริมหน้าต่าง ที่ประจำของเขาก่อนจะไถโทรศัพท์เล่นแก้เบื่อ

ขอโทษนะครับ คุณนัมอูฮยอน  เจ้าของชื่อถูกดึงออกจากโทรศัพท์เครื่องหรูก่อนจะจับจ้องไปที่ใบหน้าของคนมาใหม่ ใบหน้าเรียวงาม ดวงตาที่คมกริบราวใบมีด รูปร่างสูงใหญ่ดูไม่แตกต่างจากคนที่เขารู้จัก ซองกยู..

     อูฮยอนเริ่มรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าที่ควรแต่ก็ยังทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขายิ้มให้คนมาใหม่ก่อนจะกล่าวทักทายตามปกติ  สวัสดีครับ คุณ.. เอ่อ..

ผม อีริค คิม ประธานบริษัทอีริคเจมส์  ชายแปลกหน้ายื่นมือขึ้นมาหวังจะจับมือทักทายแต่กลับถูกคนตัวเล็กโค้งทักทายเพียงเท่านั้น ใครๆก็รู้ว่าอีริคเจมส์คือบริษัทค้าอัญมณีเช่นเดียวกับซองกยู อีกทั้งยังเป้นคู่แข่งคนสำคัญและเรื่องนี้อูฮยอนก็รู้ดีอยู่แล้ว การกระทำของตัวเล็กเหมือนจะหักหน้าคนๆนี้ตั้งแต่เริ่ม แต่มันไม่มีผลต่อความรู้สึกของชายตรงหน้าอยู่แล้ว

นั่งก่อนสิครับ  ใครๆก็รู้ว่านี่ก็เป็นเพียงแค่มารยาทที่ต้องพูดเฉยๆ แน่นอนว่าร่างบางไม่ต้องการให้คนๆนี้ร่วมโต๊ะด้วยอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่คนตรงหน้ายังคงนั่งตามคำเชิญที่ไม่เต็มใจนั่น

คุณชอบมานั่งร้านนี้เหรอครับ แหม่ บังเอิญจัง

คุณมีอะไรก็พูดมาเถอะครับ ผมไม่ชอบอะไรที่มันอ้อมค้อม  อูฮยอนตัดบทสนทนาของชายแปลกหน้าอย่างเร็วจนอีกฝ่ายยกยิ้มมุมปาก

คุณน่าจะรู้ว่าผมไม่ถูกกับซองกยู.. ใช่ไหม

...

ผมอยากให้คุณช่วยผม  อูฮยอนเมื่อได้ยินดังนั้นจึงลุกออกจากเก้าอี้ในทันทีที่ชายตรงหน้าพูดจบ แน่นอนว่าข้อเสนอนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีและเขาก็ไม่มีวันที่จะทรยศซองกยู คนรักของเขา

ผมว่าเราไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกันอีก ขอตัว

งั้นเรามาคุยเรื่องในอดีตกันหน่อยไหมหล่ะ นายน้อย..  อูฮยอนหยุดฝีเท้าลงในทันทีที่คนแปลกหน้าตนนั้นกล่าวถึงเขาด้วยสรรพนามที่มีไม่กี่คนที่เข้าใจ ซึ่งคนเหล่านั้นไม่ใช่คน อูฮยอนหันกลับมาหาชายแปลกหน้าก่อนจะเจอกับใบหน้าที่คล้ายคลึงกับซองกยูมากกำลังยิ้มให้กับเขาอย่างเหนือกว่า

คุณหมายความว่ายังไง  อูฮยอนไม่สามารถอ่านคนตรงหน้าได้ เขาแทบไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ ภายใต้หน้ากากแห่งรอยยิ้มนั่น

เรื่องในอดีตที่ตามหลอกหลอนคุณในฝันไงครับ



 .............................................

กราบสวัสดีรีดเดอร์อย่างเป็นทางการม๊ากมากค่ะ

วันนี้รู้สึกว่าต้องกลับมาแล้ว ขอโทษที่หายไปนานนะคะ ยังไงไรท์ก็ยังอยากขอบคุณทุกๆคนที่ยังไม่ลืมฟิคของเรา

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


#ฟิคจูบร้าย

papanins




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

157 ความคิดเห็น

  1. #148 Blacklistza Pukky (@skydragonza) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 21:24
    รักสามเศร้าเหรออ คุณโฮวอนชอบใครกันเเน่นะ
    อิพี่นี่ก็จูบเอาๆ น้องปากเปื่อยหมดล่ะ5555 
    #148
    0
  2. #142 .-yokzinspirit (@yok-rit) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 18:10
    แงงงงงงง ไรท์กลับมาแล้วววว ดีใจจัง ;-;
    #142
    0
  3. #141 averyamppkim (@averyamppkim) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 21:58
    ดีใจฮื่ออออ มาถึงก็จูบแล้วจูบอีกจูบจนอูฮยอนปากแทบเปื่อย งื้ออออออรอข้ามปีเลย ชอบเรื่องนี้มาก มาต่ออีกนะ :)
    #141
    0
  4. #140 eyepopp (@eyepopp) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 21:58
    ฮืออออออ อ่อนระทวยตามพี่นัมไปเลยค่ะ จะตายคาโทรศัพท์แล้ว ดีต่อใจอะไรเบอร์นี้ เฮียคงอิ่มไปอีกหลายวันเลย น่ารักกกกกก สู้ๆนะคะ มาช้าแต่เราก็จะรอ555555
    #140
    0