ตอนที่ 23 : ♥ 선배AUTHOR XXX' [21] เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    1 พ.ค. 59

XXX AUTHOR [B]


ll EP 21ll
-เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย-


 
       
GOT7 - FOREVER YOUNG



ทุกอย่างเงียบ ได้ยินแค่เพียงเสียงหอบหายใจของพวกเราทั้งคู่ นัยน์ตาของพวกเราสบกันนานหลายนาทีหลังจากที่คนร่างสูงถอนริมฝีปากออก ฉันทำตัวไม่ถูกได้แต่เบี่ยงสายตามองไปทางอื่น ลมหายใจร้อนๆ ที่รดรินบริเวณผิวแก้มยังคงทำให้ฉันเกร็ง

 

 

อึดอัดสุดๆ อึดอัดมากๆ อึดอัดจนไม่รู้จะอธิบายยังไง

 

 

          เขามองหน้าฉันนิ่งขยับริมฝีปากเข้ามาอีกครั้งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากไปจรดจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ แทน ฝ่ามือหนาข้างใดข้างนึงสอดเข้าไปในเรือนผมของฉัน ฉันได้แต่นอนนิ่งจนกระทั่งเขาผละออกและซุกใบหน้าลงที่ลำคอพร้อมกับเทน้ำหนักทั้งร่างลงมาเหมือนหมดแรง

 

 

           คนร่างสูงเลื่อนมือไปมาลูบหัวฉันอย่างเบามือ ในขณะที่ใบหน้าเขายังคงอยู่ข้างๆ ลำคอของฉัน ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผิวแก้มฉันไปนิดเดียว ปลายผมหน้าม้าเขายังคงละไล้อยู่บริเวณข้างขมับ ซ้ำร้ายด้วยลมหายใจร้อนรดรินราวกับยั่วเย้า สายตาหวานจรดจ้องมองมาอย่างไม่ละ แม้ฉันจะไม่ได้หันไปมอง ฉันก็รู้สึกได้

 

 

          ฉันกำฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแน่นเมื่อเขากดริมฝีปากลงข้างแก้มก่อกวนจังหวะการเต้นหัวใจของฉัน ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะทำยังไงกับสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ดี ทุกอย่างมันดูว่างเปล่าไปหมดจนเหมือนโลกนี้มีแค่พวกเราสองคน

 

 

          ริมฝีปากเลื่อนจากกรอบหน้าเข้ามาทีละนิด พรมจุมพิตเบาๆ รอบๆ ก่อนจะจบลงด้วยการครอบครองริมฝีปากฉันอีกครั้ง ความนุ่มหยุ่นเบียดเสียดลงมา ในขณะที่นัยน์ตาของพวกเราสะท้อนภาพกันและกัน ใบหน้าฉันก็ร้อนวูบ เสียงหัวใจเต้นตึกตักดังจนแทบทะลุออกมาจากอก ฉันเผลอเกาะไหล่เขาเมื่อมือหนาช้อนเข้ามาโอบเอวดึงให้ร่างของเราแนบชิดกันมากขึ้น

 

 

          ในทุกๆ การเคลื่อนไหว ในสมองฉันเต็มไปด้วยคำถามว่าทำไม แต่มันก็หายไปทุกครั้งที่เขาจ้องกลับมาพร้อมกับกวาดเอาสติที่ฉันมีไปกับการบดเบียดและละเลียดลิ้มชิมรสหวาน ฉันพึ่งรู้ว่าไหล่ของคนร่างสูงกว้างและแข็งแรงมากขนาดไหนก็ตอนที่ฉันเกาะไหล่เขาและเผลอจิกมันในบางทีที่เขาแกล้งกัดริมฝีปากเบาๆ

 

 

          “ฮื่อ” ฉันเผลอร้องเสียงประหลาดๆ ออกมาเมื่อคนร่างสูงเริ่มจะหนักแน่นขึ้นด้วยการกดริมฝีปากย้ำซ้ำๆ จนเปียกชุ่ม ฝ่ามือของเขาค่อยๆ ลากผ่านทุกๆ พื้นที่ในตัวฉันอย่างนุ่มนวลทำเอาไรขนอ่อนฉันตั้งชันอีกรอบ แรงเสียดสีขณะที่พวกเราเคลื่อนไหวทำให้อุณหภูมิร่างกายฉันสูงขึ้นพรวดพราด ตาของฉันเริ่มปรือและหัวสมองรู้สึกขาวโพลน เรี่ยวแรงถูกดูดหายไปทีละนิดเพราะคนตรงหน้า

 

 

          ยิ่งเขาอยู่ใกล้มากเท่าไหร่ ฉันยิ่งเห็นใบหน้าของเขาได้ชัด นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนและเรียวหน้าเข้ารูปและจมูกโด่งรั้นน่าหลงใหล ผิวขาวสะอาดกับแก้มสีชมพูระเรื่อ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูก ลำคอเรียวระหง ทุกอย่างมันดูดีไปหมด เขายังคงจดจ้องอยู่กับสายตาของฉันขณะที่ไล้ต่ำผละจากริมฝีปากไปที่กรอบหน้าและต้นคอ แต่เพราะเขาลากริมฝีปากร้อนจัดเลื่อนต่ำมากเกินจนไปถึงเนินอก กดลงบริเวณผิวอ่อนไหวทำให้ฉันสะดุ้งเฮือก

 

 

          “ว่ะ แว๊น!” ฉันดึงสติกลับมาก่อนจะเผลอร้องปรามพร้อมกับตีบ่าคนร่างสูงอย่างตกใจ หน้าท้องของฉันหดเกร็ง วูบวาบจนแทบคลั่งเมื่อเขายังไม่ถอนริมฝีปากออกและค้างมันไว้อยู่อย่างนั้นราวกับจะแกล้งกัน

 

 

          ครู่นึงเขาจึงเลื่อนสายตาขึ้นมามองนิ่งๆ

 

 

          “ครับ?

 

 

          คะ ครับเหรอ?

 

 

          ฉันเบิกตาโตอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่เคยพูดจาน่าสยองขวัญแบบนี้กับฉันสักครั้ง มันดูไพเราะและเพราะเกินกว่าจะออกมาจากปากคนตรงหน้า ฉันทำอะไรไม่ถูกเมื่อคนร่างสูงกะพริบนัยน์ตาหวานซ่อนยาพิษนั่นด้วยท่าทีไม่น่าไว้วางใจ

 

 

          “พอแล้ว อย่ามาเนียนนะ!” ฉันกำมือสั่นๆ ที่เกิดจากความตื่นเต้นนั่นไว้แล้วดันหัวคนร่างสูงออกเพื่อบ่งบอกว่าฉันปฏิเสธสิ่งที่เขากำลังทำ เขาเบ้ปากนิดหน่อยก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้

 

 

          “เนียนอะไร ที่ฉันทำอยู่นี่ก็ช่วยก๊อยนะเนี่ย” เขาว่าแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มถือวิสาสะเบียดหน้าผากเข้ามาชิดฉัน

 

 

          ช่วยอะไร ช่วยให้ฉันเป็นบ้าอะเหรอ! อย่ามาอ่อยนะ ไม่เอา!

 

 

          “ไม่ได้ขอร้องเลย กลับห้องไปเลยนะ” ฉันมองตาเขาอย่างคาดโทษ กดความรู้สึกประหลาดๆ ที่ถูกลมหายใจร้อนรดรินที่ผิวแก้มนั่นลงไปให้ลึกที่สุด คนเจ้าเล่ห์ยกยิ้มหวานพลางมองหน้าฉันอย่างมีเลศนัย

 

 

          “ใจร้ายจัง อยู่ต่อนิดนึงก็ไม่ได้เหรอ?” ไม่ว่าเปล่าเขาเอานิ้วมาเขี่ยๆ แขนฉันเพื่ออ้อนวอนด้วย ฉันสะบัดออกพลางบอกสมองให้ตั้งสติ อย่าหลงไปกับคารมและคำหวานที่เขากำลังยั่วยวนกวนประสาทฉันเด็ดขาด

 

 

          “ไม่ได้!

 

 

          “อะไรอ่ะ เมื่อกี้ก็ให้ความร่วมมือดีนี่นา ร้องฮื่อด้วย”

 

 

          ฮะ ฮื่ออะไร อย่าไปพูดถึงนะ ฉันเผลอต่างหาก! ฮือ เสียหายหมดเลย ฉันตีสีหน้าไม่พอใจแล้วดันไหล่เขาออกด้วยความอายปนหมั่นไส้ เขาหัวเราะนิดๆ แล้วจิ้มเข้าที่หน้าฉันทีนึง

 

 

          “อ่ะ ยอมก็ได้ วันนี้เอาไว้ก่อน เอาไว้วันหลังจะมาใหม่”

 

 

          วันหลังอะไรไม่มีแล้วย่ะ! บ้าที่สุด ฉวยโอกาสนี่นา กล้าดียังไงมาทำให้ฉันเคลิ้มอ่ะ ฉันตีเขาอีกทีก่อนที่คนร่างสูงจะมองด้วยสายตาเอ็นดูแล้วลูบหัวเบาๆ ราวกับจะปลอบใจ        

 

 

          “วันหลังอะไร ไม่มีแล้ว นิสัยไม่ดี! มาทำแบบนี้ได้ไง”

 

 

          “แล้วทำไมฉันจะทำไม่ได้อ่ะ” เขาถามกลับหน้าตายทำให้ฉันชะงักกับความหน้าด้านหน้าทนของเขา เขามีสิทธิ์ทำแบบนี้ที่ไหน แฟนกันก็ไม่ใช่ เป็นแค่เพื่อนที่อยู่ข้างห้องเฉยๆ อย่ามาล่วงเกินและละเมิดสิทธิทางเพศของฉันนะ! T^T

 

 

          “ไม่ได้สิ! เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ฉันว่าแล้วดันหน้าอกแข็งๆ นั่นให้ออกห่างจากระยะอันตราย คนร่างสูงนิ่งไปนิดนึงเหมือนกำลังคิดในสิ่งที่ฉันพูด เขาย่นคิ้วแล้วหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

 

      “แล้วอยากเป็นปะล่ะ?

 

 

          “...”

 

 

          ฉันเบิกตาโตตกใจกับคำถาม เสียงหัวใจที่แรงอยู่แล้ว เต้นแรงมากขึ้นไปอีกจนก้องไปทั้งหัว เหมือนทุกอย่างหยุดลงจนได้ยินแค่เสียงหายใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องนิ่งๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานมากแค่ไหนจนกระทั่งเขาระบายยิ้มหวานและจิ้มหน้าผากฉันอย่างหมั่นไส้พร้อมกับลุกพรวดขึ้นจากเตียงและทิ้งท้าเอาดื้อๆ ปล่อยให้ฉันค้างเติ่งกับสิ่งที่เขาบอก...

 

 

          “ไปนอนดีกว่า ฝันดีนะ บาย”




-30%-


ไม่ได้สิ! เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

 

แล้วอยากเป็นปะล่ะ?’

 

 

          กรี๊ดดดดดดดดดด ฉันอยากจะม้วนตัวสามตลบตบท้ายด้วยการบิดตัวอีกสักสิบรอบเมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อวาน มันก็ใช่แหละที่พวกเราเคยจูบกันมาแล้ว แต่เมื่อคืนมันไม่เหมือนกันอ่ะ ฉันไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาอธิบายมันดี 

 

 

          พอเขาผละออกจากฉันแล้วเดินกลับห้องไปนอนเอาดื้อๆ ทิ้งให้ฉันค้างเติ่งกับความรู้สึกประหลาดทั้งคืน นั่นจึงเป็นสาเหตุของรอยคล้ำดำใต้ตาของฉันในเช้าวันนี้

 

 

          โอ๊ย ใครมันจะไปนอนหลับวะ จะปั่นนิยายต่อก็ไม่ได้ สติฉันไม่อยู่กับตัวแล้วอ่ะ นึกทีไรหัวใจก็ไม่สามัคคีกับสมองเลยไง แล้วประเด็นสำคัญคือ

 

 

          แท่น แท้น แท้นนน!

 

 

          อยู่บ้านหลังเดียวกัน!

 

 

          ไม่พอ ห้องอยู่ข้างกัน!

 

 

          และสุดท้ายคือ ไปมหาลัยพร้อมกัน!

 

 

          ถ้าไม่มีผ้าคลุมล่องหนเหมือนแฮรี่พ็อตเตอร์ก็คงจะหลบหน้าเขาไม่ได้เลย ฉันไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้าเขาแล้วควรทำตัวยังไง จะทำตัวแบบเดิมดีหรือจะถามเขาเรื่องเมื่อวานดี หรือรอให้เขาพูดก่อน แล้วถ้าเขาไม่พูดอ่ะ ฉันจะทำยังไงต่อ?

 

 

          อ๊ากกกกก! ทำไงดีวะ สับสนอ่ะ! สอบเข้ามหาลัยยังไม่กระวนกระวายขนาดนี้ ฉันควรจะหน้าสดเซอร์ๆ ออกจากห้องเฉกเช่นปกติ หรือจะแต่งหน้าเบาๆ ดี แล้วถ้าแต่งแล้วเขาจับได้อ่ะ เขาต้องหาว่าฉันอะไรๆ กับเขาแน่เลยอ่ะ แว๊นแม่งยิ่งชอบล้อชอบแซว ไม่ใช่แค่แว๊นนะ เอาตรงๆ ก็คนทั้งบ้านอ่ะสามัคคีเลี้ยงหมาในปากเป็นฟาร์มเลย

 

 

แงๆๆๆๆ อยู่ปกติก็ดีแล้วแท้ๆ จะหาเรื่องเข้าตัวทำไมวะเนี่ย น้ำพลอยเอ๊ย!  

 

 

แล้วฉันจะเยอะไปเพื่ออะไร เพื่อใคร และทำไม! ฮือ!

 

 

          ฉันยืนคิดวนเวียนอยู่หน้าประตูสักพัก ก่อนจะเทความคิดทุกอย่างทิ้ง ฉันจะทำตัวปกติ! ฉันจะตีหน้านิ่งๆ รอให้แว๊นพูดเอง!

 

 

โอเค แบบนี้แหละดูสวยสุด สตรองสุด ฉันตัดสินใจปุ๊ปก็จับคอเสื้อนิสิตพร้อมกับปัดผมนิดหน่อยพอให้เป็นทรง เดินไปหยิบลิปกลอสมาทาพอให้มีสีสันบนใบหน้านิดนึง ปัดบลัชออนอีกนิดหน่อย ปัดคิ้วอีกเล็กน้อย แล้วชายนัยน์ตามองหน้าตัวเองในกระจกก็รู้สึกว่า คนอะไรวะน่ารักฉิบหาย ผู้ชายเห็นแล้วตายเป็นแถบแน่!

 

 

          พอ ความจริงคือฉันมโน! มันก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แต่ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นนิดนึง

 

 

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับคนร่างสูงที่สร้างเรื่องไว้เมื่อวาน สาวเท้าฉับๆ ไปเปิดประตู ตอนแรกความมั่นใจฉันเต็มร้อย แต่พอเปิดประตูเท่านั้นแหละ ความมั่นใจฉันดิ่งลงจนเกือบติดลบเมื่อร่างสูงในชุดนิสิตเปิดประตูออกมาพอดีกับฉันอย่างกับนัดกัน

 

 

          โอย เปลี่ยนใจกลับเข้าไปในห้องตัวเองทันมั้ยเนี่ย ทำไมต้องบังเอิญมาจ๊ะเอ๋ด้วย T^T

 

 

          “อ่า” ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ รู้สึกว่าควรจะทักทายแต่คิดอะไรไม่ออก ว่าจะคุยอะไรดี คือถ้าสถานการณ์ปกติฉันก็จะไม่คิดหรอกนะ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อ่ะ แค่เห็นหน้า ภาพเมื่อวานก็ลอยเข้ามาในหัวแล้ว T^T

 

 

          คนร่างสูงกดล็อกประตูก่อนจะชายนัยน์ตามามองหน้าฉันพร้อมกับอมยิ้มหวานมีเลศนัย

 

 

          “อ้าว ก๊อย”

 

 

          “ฮะ” ฉันสะดุ้ง รู้สึกเกร็งไปทั้งตัว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับหลอดเสียงของฉัน คือวันนี้มันดูตอแหลชอบกล ปกติเสียงฉันมันจะฟังแล้วเหมือนแว้ดๆๆๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ว่าตอนนี้แค่คำว่าฮะ ยังดูละมุนละไมแปลกๆ

 

 

          “เรียนกี่โมง”

 

 

          “อ่า สิบโมงได้อ่ะ” ฉันว่าก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นมาดูเพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงดี คนร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะเดินมาปิดประตูห้องให้ฉันแล้วโอบบ่าอย่างถือวิสาสะ

 

 

          โอ๊ย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำนะ ปกติเขาก็ถึงเนื้อถึงตัวตลอด แต่วันนี้ฉันไม่สตรองอ่ะ แค่มองหน้ายังเขินเลย แถมหายใจไม่ค่อยถนัดยังไงไม่รู้ อีกไม่นานฉันต้องบ้าแน่ ฉันต้องประสาทกินชัวร์!

 

 

          “นี่พึ่งแปดโมงครึ่งเอง ทำกับข้าวให้กินหน่อยดิ หิวแล้วอ่ะ”

 

 

          “อ่า เอ้อ โอเค” ฉันพยักหน้ารับพลางเดินลงบันได รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อมีสายตาของแว๊นจ้องหน้าฉันตลอด

 

 

          “วันนี้ว่าง่ายดีเนอะ”

 

 

          “เหรอ”

 

 

          ฉันเบี่ยงสายตาไปทางอื่น เป็นความรู้สึกอยากรู้แต่ไม่อยากถาม กลัวถามไปแล้วจะหน้าแตกอ่ะ ฉันยิ่งเดาใจใครไม่ถูกอยู่ คนร่างสูงย่นคิ้วขณะที่เราก้าวลงมาที่บันไดขั้นสุดท้ายก่อนถึงชั้นหนึ่ง พลางมองฉันอย่างสงสัย

 

 

          “เป็นไรปะเนี่ย ดูเหม่อแปลกๆ”

 

 

          เป็นดิ! หน้าฉันดูปกตินักรึไง เจอเรื่องเมื่อวานไปใครจะไปทำตัวปกติได้วะ! ฉันก็อยากจะหันไปด่าเขาแบบนี้แหละ แต่ก็ต้องเงียบไว้

 

 

          สวยค่ะสวย ท่องไว้ น้ำพลอย ฉันสวยยยยยย!

 

 

          “ไม่ได้เป็นไร”

 

 

          “โม้ตลอด”

 

 

          “จะกินมั้ยข้าวอ่ะ หรือจะไปซื้อกินเอาที่มอก็ได้นะ” ฉันหันไปเขม่นเขาพร้อมส่งสายตาดุๆ ไปให้ เขาชะงักก่อนจะพยักหน้ารัวๆ พร้อมหุบปากเงียบ ฉันแอบรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ที่เขาไม่พูดถึงเรื่องเมื่อวานสักกะแอะ แถมยังทำตัวชิลๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าไม่ติดว่าฉันลองตบหน้าตัวเองแล้วเจ็บ ฉันคงคิดว่าฉันฝันไปแล้วอ่ะ

 

 

          “แค่ข้าวอย่างเดียวอ๋อ อย่างอื่นด้วยได้ปะ?” เขาว่าพลางมองหน้าฉันด้วยนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ ฉันเบ้หน้าแล้วสะบัดบ็อบหนี ก่อนที่ฉันจะหน้าแดงร้อนเป็นลูกตำลึงให้เขาเห็น

 

 

          บ้าฉิบหาย! ทำไมแว๊นชอบทำหน้ามีเลศนัยตลอดเลยวะ เกลียดอ่ะ เกลียดๆๆๆๆ

 

 

          “อย่างอื่นอะไร อย่ามาแรดนะ!” ฉันชี้หน้าคาดโทษก่อนที่คนร่างสูงจะไหวไหล่

 

 

          “แรดอะไร แค่อยากกินขนมด้วย ไม่เคยได้ยินเหรอ กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่” แว๊นบอกฉันอย่างนั้น แต่หน้าตาเขาโคตรจะไม่น่าเชื่อถือ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาอยากกินขนม เขากำลังยั่วประสาทให้ฉันคิดลึกซะมากกว่าอ่ะดิ

 

 

          “แล้วเคยได้ยินปะ กินทั้งคาวกินทั้งหวาน สันดานอ้วนอ่ะ”

 

 

          “พูดแบบนี้นี่ใจร้ายโคตรอ่ะ”

 

 

          ใครกันแน่ที่ใจร้าย เขานั่นแหละตัวดีเลย มาทำอะไรกับฉันเมื่อวานแล้วแกล้งลืมได้ไงวะ นิสัยไม่ดี!

 

 

ฉันฮึ่มฮั่มเริ่มจะไม่พอใจที่เขาไม่เอ่ยถึงมันสักกะนิด นี่เขากวนตีนฉันอยู่รึเปล่าวะ! เมื่อดูทีท่าแล้วเขาก็ยังไม่น่าจะพูดถึงฉันก็เลยหมุนเท้ากะจะตรงดิ่งเข้าห้องครัวทำกับข้าว เสียงเจื้อยแจ้วของคนมาใหม่ผู้ขี้เสือกขี้แซวขี้แกล้ง และรวมทุกอย่างของความน่าหงุดหงิดก็ส่งเสียงมาก่อกวนรูหูของฉัน

 

 

          “อ้าว ผัวเมียคู่นี้ตื่นเช้ากันจังเลยน้า สว่งสวีทกันจริงวุ้ย ละไอ้เจอ่ะ ไม่เอาแล้วเหรอ?” อัศวินพูดเสียงกลั้วหัวเราะพลางเดินลงมาจากบันได เขาเป็นผู้ชายที่ตัวเล็กแต่สูง ไหล่แคบ หน้าหวาน แถมกวนประสาท น่ารำคาญ ชอบทำให้ชาวบ้านทะเลาะกันประจำ

 

 

          “เป็นวินนี่ก็ดีนะ ตื่นมาก็ปากหมาเลย” ฉันว่าก่อนจะทำหน้าไม่พอใจนัก อาจเพราะหงุดหงิดเรื่องแว๊นมาก่อน พอโดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็ขวางหูขวางตาไปซะหมด

 

 

          “โห แว๊น ทำไมวันนี้เมียมึงดุจังวะ เม็นส์มาเหรอ” อัศวินหันไปมองหน้าแว๊นเพื่อขอความคิดเห็น ฉันเหล่สายตาคาดโทษไปยังคนร่างสูงทันทีเพื่อเตือนสติเขาว่าถ้าตอบอะไรไม่เข้าหูนี่ ข้าวไม่ต้องกินนะ หากินเองค่ะ!

 

 

          “กูจะไปรู้เหรอ ถามก๊อยดิ”

 

 

          “ฮันแน่ ไม่ปฏิเสธด้วยว่าเป็นเมีย” อัศวินว่าพลางยิ้มกรุ้มกริ่มสนุกที่ได้แซวฉันกับแว๊น

 

 

          “ก็เหี้ยละ เมียอะไร ให้เกียรติกูบ้าง” แว๊นตอบทำเอาฉันหน้าหงิกทันที ความรู้สึกขวยเขินและกระดี๊กระด๊าเมื่อเช้าแหลกสลายไปในพริบตา

 

 

อ่ะจ้า พ่อคนหน้าตาดี มีเกียรติสูงส่ง คิดว่าคนอื่นเขาอยากเป็นเมียตัวเองรึไง! เฮอะ!

 

 

          “เออ พูดอะไรก็ช่วยแยกแยะหน่อยนะ ใครเอาแว๊นเป็นผัวนี่คิดจนตัวตาย”

 

 

          “โห ระวังเหอะ เดี๋ยวก๊อยจะได้แฟนแบบฉันเนี่ยแหละ”

 

 

          “อย่างแว๊นให้ฟรีแถมข้าวสารสิบกระสอบยังต้องคิดเลยมั้ง” ฉันเหวี่ยงทั้งเสียงทั้งหน้าทำให้คนร่างสูงชะงัก คือฉันก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่ฉันรู้สึกหงุดหงิดมากจริงๆ อ่ะ เมื่อวานก็ยังดีๆ กันอยู่ วันนี้มาปากหมาใส่เฉย แล้วไอ้ที่บอกว่าไม่แน่ใจว่าหวงรึเปล่านั่นคืออะไรเหรอ พูดไปส่งๆ รึไง มาทำให้ฉันคิดทำไมวะ!

 

 

          “โห ทำยังกับฉันอยากเสนอตัวให้มากงั้นอ่ะ”

 

 

          “เอ้าๆ ทะเลาะกันอีกแล้วเว้ย” อัศวินหัวเราะแล้วทำหน้าลัลล้าเหมือนกำลังสนุกกับการเชียร์มวย ฉันจิ๊ปากก่อนจะเดินหันหลังให้ห้องครัว หยิบกระเป๋าเตรียมไปมหาลัย

 

 

          “เออ ไม่ทำละ หากินเองละกันนะข้าวอ่ะ” ฉันว่าเสียงจริงจังทำให้แว๊นเบิกตาโตตกใจ

 

 

          “เฮ้ย จริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ แค่แซวเล่นเนี่ย”

 

 

          “เปล่า อารมณ์ไม่ดี ขี้เกียจทำ”

 

 

          “อ่า”

 

 

          “เรื่องนี้กูไม่เกี่ยวนะ” อัศวินยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาก่อนจะก้าวเท้าไปเทตัวลงบนโซฟาและเปิดทีวีดูสบายอกสบายใจ แต่ก็ยังแอบเหล่ตามองพวกฉันอยู่ด้วยความสอดรู้สอดเห็น เฮอะ พูดมาได้ว่าไม่เกี่ยว เขานั่นแหละตัวดีเลยเถอะ!

 

 

          “วันนี้ไม่ต้องไปส่งนะ จะไปมหาลัยเอง”

 

 

          “อ้าว ไปทางเดียวกันจะแยกกันทำไมวะ”

 

 

          เฮอะ ยังมีหน้าจะมาถามอีกเหรอ! เรื่องแค่นี้ต้องให้พูดด้วยรึไง ใครจะไปกล้าพูดวะ! คิดเองบ้างเซ่ว่าฉันโกรธอะไร!

 

 

          “แยกกันไปบ้างก็ดีนะ เดี๋ยวคนจะหาว่าเป็นแฟนกัน” ฉันพูดเสียงแข็งสะพายกระเป๋าเป้สีม่วงที่ในนั้นไม่มีอะไรนอกจากปากกา มือถือ ที่ชาร์จแบตสำรอง และหูฟัง บ่งบอกมากว่าตั้งใจเรียนมากขนาดไหน

 

 

          “โกรธอะไรปะเนี่ย?” คนร่างสูงขมวดคิ้วแล้วดึงแขนฉันไว้

 

 

          “เปล่า”

 

 

          “ไม่บอกฉันก็ไม่รู้นะ เป็นไรเนี่ย?

 

 

          “ไม่ได้เป็นไร”

 

 

          “เอาดีๆ เรื่องแค่นี้ต้องทะเลาะกันจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ?” เขามองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่ฉันถอนหายใจเซ็ง ปกติก็ไม่สนหรอกว่าเขาจะพูดอะไร เพราะพวกเราก็กัดแซะกันอย่างนี้ประจำอยู่แล้ว แต่วันนี้ฉันฟังแล้วหงุดหงิดอ่ะ

 

 

          โกรธโว้ยยยยยยยยยยยยยย!

 

 

          “ไม่มีไรหรอก ช่างมันเหอะ จะลืมๆ ไปแล้วกัน”

 

 

          “ลืมไรอ่ะ” เขาทำหน้างงอีก ฉันก็เซ็งหนักมากขึ้นไปอีก

 

 

          “เออ เอาเหอะ ตอนเที่ยงไม่ต้องมารับนะ มีนัดแล้ว”

 

 

          “นัดอะไร นัดกับใคร ไอ้คนเมื่อวานอะนะ?” เขาว่าพลางจ้องฉันด้วยสายตาไม่สู้ดีนัก แต่ฉันไม่สน ฉันจะไปกับใครก็เรื่องของฉันอ่ะ ฉันต้องแคร์เขาด้วยเหรอ ยังไงพวกเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้วนี่ จูบกันแล้วไง ก็แค่จูบ ไม่ได้เสียหายอะไรนักหนาหรอก

 

 

          “ฉันก็คงไม่ต้องรายงานแว๊นทุกเรื่องมั้ง”

 

 

          “จะประชดทำไมเนี่ย พูดดีๆ ไม่ได้เหรอวะ? เม็นมาเหรอ ทำไมวันนี้เหวี่ยงจัง”

 

 

          “แว๊นสนด้วยเหรอ? ฉันจะไปแล้ว ปล่อยมือได้แล้ว” ฉันว่าพยายามสะบัดมือออก ถ้าฉันอยู่นานกว่านี้ ฉันต้องโกรธจนพ่นไฟออกจากปากได้แน่ๆ

 

 

          “รีบไปไหน เรียนตั้งสิบโมง คุยกันให้รู้เรื่องก่อนดิ”

 

 

          “ไม่คุย จะไปแล้ว”

 

 

          “งั้นฉันไปส่ง”

 

 

          “ก็บอกว่าจะไปเอง” ฉันย้ำหนักแน่นพร้อมสะบัดมือออกอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันแรงมากจนมือพวกเราหลุดออกจากกันและแว๊นเซไปนิดหน่อย ฉันชะงักรู้สึกผิดแต่ก็ไม่พูดออกไป คนร่างสูงชะงักพลางย่นคิ้วขมวดพร้อมถอนหายใจยาวและมองหน้าฉันนิ่งๆ

 

 

          “เออ เป็นอะไรก็ไม่บอก พูดดีๆ ก็ประชดใส่อีก จะเอาไง?

 

 

          “เอาไงอะไร?

 

 

          “จะไม่คุยกันดีๆ แล้วใช่ปะ? ตกลงจะทะเลาะกันใช่มั้ย?” เขาถามย้ำพร้อมทำหน้าไม่โอเค ทำให้ฉันหวั่นใจนิดหน่อย

 

 

ฉันก็รู้สึกว่าฉันเหวี่ยงและทำเสียงไม่น่ารักมากไปจริงๆ นั่นแหละ แต่ฉันโกรธนี่หว่า เขาลืมอ่ะ เขาทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่เมื่อวานเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ เขาคิดจะพูดอะไรกับใครก็ได้หรือไง ไม่รับผิดชอบคำพูดตัวเองหน่อยเหรอ? จะมาทำให้ฉันสับสนเพื่อไรวะ! หงุดหงิดไปหมด! รู้สึกตัวเองเป็นคนบ้าอ่ะ คิดมากและกังวลว่าเจอเขาจะทำตัวยังไงดี คิดแล้วก็ตลก ฉันจะเยอะไปทำไมแว๊นไม่เห็นจะสนใจเลย!

 

 

          ฉันเงียบพร้อมมองหน้าเขา ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรไปดี ฉันก็ไม่ได้อยากทะเลาะ แต่ตอนนี้ฉันแค่อารมณ์ไม่ดีไปหน่อย ฉันตั้งสติพักนึงแล้วถอนหายใจยาวๆ ไล่ความโกรธที่สุมอกออก

 

 

          “ไม่รู้”

 

 

          ฉันว่าพลางลดเสียงให้เบาลง แว๊นจิ๊ปากก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าแล้วมองหน้าฉันนิ่งๆ ความจริงเรื่องกี้นี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย แต่คงเป็นเพราะฉันเหวี่ยงและใส่อารมณ์มากไปหน่อย จากความสัมพันธ์ที่เหมือนจะร้าวอยู่แล้วนิดหน่อยก็ร้าวหนักขึ้นไปอีก

 

 

          “ถ้าก๊อยจะไปมอ ฉันจะไปส่ง ก๊อยก็ช่วยสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน” เขาสะพายกระเป๋าแล้วคว้าแขนฉันถือเป็นการบังคับไปในตัวก่อนจะเหล่สายตาดุๆ มาทางฉัน พวกเราจ้องตากันนิ่งๆ เหมือนมีอารมณ์คุกรุ่นอยู่ข้างในที่พร้อมระเบิดอยู่ทุกเวลา

 

 

          “

 

 

           “ถ้าจะเหวี่ยงใส่ฉันก็เชิญหันหน้าคุยกับเสาบ้านไปคนเดียวเหอะ ฉันไม่คุยด้วยหรอก”

 

-70%-


 

            เขาพาฉันมาทิ้งไว้หน้าคณะแล้วก็ขับออกไปโดยที่พวกเราไม่พูดจากันสักคำ ฉันยืนหน้าบึ้งอยู่บริเวณลานกว้างที่ปูด้วยอิฐก้อนอยู่สักพักเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะคิดว่าฉันจะไปไหนดี เพราะตอนนี้มันเช้ามาก และยังไม่ถึงเวลาเรียนของฉันด้วย

 

 

            ฉันพ่นลมหายใจก่อนจะเดินไปที่ม้าหินอ่อนหาเก้าอี้นั่งสงบสติอารมณ์ที่กำลังร้อนจนพระอาทิตย์ยังยกธงขาว ฉันคิดทบทวนยังไง ฉันก็ไม่ใช่คนผิด มีใครที่ไหนบ้างเมื่อวานมาทำให้คนอื่นเขาสับสน แล้วอีกวันก็กลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังเท้า เมื่อวานบอกหวง วันนี้แทบจะโยนฉันลงถังขยะ จะเอายังไงกันแน่

 

 

            ทำไมวันนี้ฉันมองก๊อยน่ารักอีกแล้ววะ

 

 

            แค่ฉันคิด น้ำเสียงและใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเขาก็ลอยเข้ามาอีก ฉันพยายามที่จะไม่คิดมาก แต่ยิ่งพยายามมันก็ยิ่งหยุดคิดไม่ได้ โอ๊ย ออกไปนะ ไอ้บ้าแว๊น ชิ่วๆ

 

 

            ทำไมวันนี้ฉันมองก๊อยน่ารักอีกแล้ววะ

 

 

            ออกป๊ายยยยยยย!

 

 

            ทำไมวันนี้ฉันมองก๊อยน่ารักอีกแล้ววะ

 

 

            โว้ยยยยยยยยยยยยยยยย!

 

 

            ฉันควรทำไงถึงจะไล่เขาออกไปจากมันสมองและสตรองได้เหมือนเดิม ฉันกุมขมับเครียดแล้วขยี้หัวแรงๆ เผื่อว่าจะคิดอะไรออกบ้าง แต่ทุกอย่างมันว่างเปล่าไปหมด ตอนแรกฉันคิดว่าพวกอัศวินสปอยฉันเล่นๆ ไปๆ มาๆ เขาก็ทำท่าทีให้ฉันรู้สึกว่าใช่แน่ๆ เขาต้องชอบฉันชัวร์ แต่บางทีเขาก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย

 

 

            ฉันถอนหายใจยาวก่อนจะวางหน้าผากลงบนโต๊ะพร้อมกับความรู้สึกว่า เออ ช่างแม่งเหอะ อะไรจะเกิดมันก็เกิด

 

 

            ช่างมันให้หมด!

 

 

            ช่างมันได้ก็ดีดิ... ถ้าฉันจะทำก็คงทำได้ไปนานแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องมานั่งคิดเรื่องเขาเลยนะ ฉันควรจะทำงาน เรียน หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องแว๊นอ่ะ

 

 

            ฉันนั่งนิ่งถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จู่ๆ โทรศัพท์ฉันก็สั่นพร้อมเสียงข้อความดังติ๊ง ฉันหยิบมันขึ้นมาเปิดด้วยใจไม่สู้ดีนักก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าไอ้คนที่ส่งมาน่ะคือแว๊น เสียงหัวใจฉันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกดเข้าไปดูว่าเขาส่งอะไรมา

 

 

            มันเป็นภาพนิ้วก้อยเรียวยาวของเขาที่ใส่ข้อความลงไปในภาพว่า ดีกัน

 

 

            ดีกัน

 

 

ดีกัน

 

 

ดีกัน

 

 

แค่คำสองคำก็ทำให้ฉันเป็นบ้าได้ง่ายๆ ใบหน้าบูดเบี้ยวระบายยิ้มออกมาตอนไหนก็ไม่รู้ โอ๊ย ทำไมฉันใจง่ายจังวะ แค่เห็นเขาส่งภาพนิ้วก้อยมาก็ดีใจเนี่ยนะ ประสาทไปแล้ว!

 

 

ไม่ ฉันไม่หายโกรธเขาง่ายๆ หรอก!

 

 

แต่เขาง้อน่ารักอ่ะ ฮืออออออ T^T

 

 

โอ๊ย หายโกรธก็ได้วะ เห็นแก่กระเป๋าที่เขาซื้อให้หรอกนะ ไม่งั้นฉันไม่หายจริงๆ ด้วย ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงริงโทนโทรศัพท์ฉันก็ดังสนั่นจนคนรอบข้างหันขวับมามอง คนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครหรอก ไอ้คนตายยากนั่นแหละ!

 

 

แว๊น is calling…’

 

 

หนอย ไหนไล่ให้ฉันไปคุยกับเสาบ้านไง ละโทรมาทำไม จะมาง้อฉันล่ะสิ! เชอะๆๆๆ

 

 

ฉันเบะปากแต่ก็ไม่อยากจะลีลารับโทรศัพท์ช้าสักเท่าไหร่ กลัวเขากระวนกระวายที่ฉันงอน ฉันก็เลยจำใจรับๆ ไปให้จบๆ จริงๆ ก็ไม่ได้อยากคุยอะไรมากหรอกนะ

 

 

[ยิ้มอยู่อ่ะดิ]

           

 

ปลายสายพูดปุ๊ป ฉันก็หุบยิ้มทันที ให้ตายสิ อีตานี่แอบอยู่แถวนี้รึเปล่า พูดขึ้นมาราวกับตาเห็น

 

 

            “ไม่ได้ยิ้ม โทรมาทำไม” ฉันทำเสียงเชิดๆ ใส่แบบสวยๆ

 

 

            [ยังจะมาพูดจาไม่น่ารักใส่อีกนะ เดี๋ยวเหอะ]

 

 

            “เดี๋ยวเหอะอะไร พูดดีๆ นะ” ฉันเขม่นใส่ปลายสายแล้วลอบยิ้มอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

 

[แล้วคุยกันดีๆ ได้ยังจ๊ะ?] น้ำเสียงทีเล่นทีจริงทำให้ฉันหมั่นไส้ เขารู้ว่าควรเล่นตอนไหน จริงจังตอนไหน ง้อยังไงให้ฉันหายโกรธ คนอะไรไม่รู้ น่าตีจริงๆ

 

 

“เห็นแก่กระเป๋าที่ซื้อให้หรอกนะ เฮอะ”

 

 

[ปากแข็งจริง] เขาหัวเราะสดใสในขณะที่ฉันเงียบและเริ่มที่จะคิดทบทวนขึ้นมาใหม่ว่าฉันควรจะถามเขาเรื่องเมื่อวานรึเปล่า แล้วฉันควรจะเริ่มต้นมันยังไง แค่คิดจากหัวใจที่เต้นช้าก็ค่อยๆ เร็วขึ้นตามลำดับ ฝ่ามือเรียวเล็กชื้นไปหมด ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม

 

 

“แว๊น

 

 

[หืม?]

 

 

“ถามอะไรหน่อยดิ”

 

 

[ถามไรอ่ะ]

 

 

“คือเมื่อวานอ่ะ” ฉันว่าพลางกลอกสายตาไปมาอย่างครุ่นคิดและสูดหายใจเต็มปอดเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนที่น้ำเสียงจะขาดหายไปในลำคอเมื่อเสียงปลายสายจากเสียงผู้ชายกลายเป็นผู้หญิง

 

 

[คิน คุยกับใครอ่ะ]

 

 

”เสียงบุคคลที่สามแทรกเข้ามาทำให้ฉันย่นคิ้วฉงนก่อนจะเงียบไปเมื่อปลายสายตอบรับคำถามนั้น มันก็เหมือนกับตอบสิ่งที่ฉันคิดจะถามไปด้วย 

 

 

[อ๋อ คุยกับเพื่อนอ่ะ]

 

 

 

 

[ฮัลโหล เมื่อกี้ก๊อยว่าไงนะ] เหมือนเขาจะหันกลับมาโฟกัสที่ฉันอีกครั้ง ขณะที่ฉันยิ้มแห้งพร้อมกับความรู้สึกแปล๊บๆบริเวณหน้าอก ฉันไม่ได้รู้สึกหึงหรือหวงอะไรกับเสียงผู้หญิงที่ลอดเข้ามา ฉันไม่ได้คิดว่าฉันจะชอบเขาด้วย ฉันก็แค่แอบหน้าชาหน่อยๆ กับสิ่งที่แว๊นตอบ

 

 

เพราะฉันเป็นนักเขียนมั้ง ฉันถึงได้ช่างจินตนาการและมโนทุกอย่างไปเรื่อยเปื่อย คิดว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมันหมายถึงเขาชอบฉัน แต่สุดท้ายก็คงจะคิดไปเอง หงุดหงิดไปเอง หวั่นไหวไปเอง ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเอง

 

 

ฉันไม่เคยได้ยินอะไรที่ตลกขนาดนี้มาก่อน เมื่อวานเขากอดฉัน จูบฉัน แต่วันนี้เขาบอกกับคนอื่นว่าพวกเราเป็นเพื่อนกัน ฉันรู้ว่าผู้ชายจะทำเรื่องแบบนี้กับใครก็ได้ แต่ผู้หญิงคนนั้นมันต้องเป็นฉันด้วยเหรอ?

           

 

เออ ฟังแล้วตลกดี ตลกมากๆ

 

 

ตลกจนฉันเผลอขำน้ำตาไหลเลยว่ะ

 


-100%-






"ไปนอนก่อนนะ ฝันดี บายยยย"



นี่บอกเลยถ้าเป็นก๊อยนะ จะกระชากคออีแว๊นมาตบซ้ายตบขวา
ตบจนลืมไปเลยว่าเคยแรด
งอนแรง
เชอะๆๆๆๆ


ตอนนี้อีแว๊นปิดพรีแล้วน้าาา แต่ยังมีปกการ์ตูนอยู่สิบกว่าเล่มได้
ใครอยากได้กดสั่งจองในเว็บได้เลยน้าา 
ใครสั่งแล้วใจเย็นๆ น้า ตอนนี้กำลังแพ็คของอยู่จ้าาา
รอติดตามการอัพเดทหน้าเพจนะจ๊ะ จุ๊บๆๆ
อ่านรายละเอียดที่นี่ >คลิก<










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

13,177 ความคิดเห็น

  1. #13175 t0840988874 (@t0840988874) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 21:51
    เราว่าแว๊นดูไม่ชัดเจนเราไม่ค่อยชอบคนประเภทนี้ //แต่จะจิ้นต่อปายยย
    #13175
    0
  2. #13172 ChaowEva (@027046509) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 19:34
    ฮือออออ ฟีลลิ่งมันได้ กุเข้าใจก๊อย TT
    #13172
    0
  3. #13054 ImGunya (@parkgunya) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 01:47
    น้ำตาไหลตามก๊อยเฉยยยยยย
    #อิน
    #13054
    0
  4. #13016 mook1802 (@mook1802) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 01:33
    อีแว๊น!!! สงสารก้อย
    #13016
    0
  5. #12898 aim-ny (@aim-ny) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:32
    ทำไมแว๊นพูดแบบนี้อ่ะ
    #12898
    0
  6. #12852 lai_lailai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 21:21
    โป้งแว๊นนนน...
    #12852
    0
  7. #12584 gracenofhobia (@gracenofhobia) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 19:26
    "แค่เพื่อนใช่ป่ะ.. ได้!!"ฉันกระแทกเสียงเต็มแรงแล้วเดินจากแว๊นไปแบบที่ว่าจะไม่หันหลังกลับมาอีกเลย..

    #อยากให้มีแบบนี้ซักซีนนึง..
    #12584
    0
  8. #12573 byuntaengoo (@byuntaengoo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 14:15
    แว๊นไม่ชัดเจนอะ
    #12573
    0
  9. #12471 malee2539 (@malee2539) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 12:43
    ร้อไห้อ่ะ ไรท์ สงสารก๊อยยยจังงง
    #12471
    0
  10. วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 01:29
    ง้าาา สงสารก้อยยย งืออ
    #12442
    0
  11. #12440 PTAPT (@PTAPT) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:27
    เพื่อนเหรอ? ที่ทำขนาดนั้นแค่เพื่อนเหรอ? เคยสนใจความรู้สึกก๊อยมั่งป่ะ แว๊นแม่งฟดปสฟส&&$?$&#*+???? ฮือออ T_T ก๊อยสู้ๆนะ เราจะอยู่ข้างเธอเอง รักก๊อยนะ?
    #12440
    0
  12. #12434 platy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 21:52
    เห้ออออ จุกเลยจ้าาาาา ตบแว๊นได้มะะะ ไปก๊อยปาดน้ำตา ปัดมาสคาร่าแล้วล่าผชดีกว่า สตรองงงงงค่ะ อีแว๊นฉันขอให้แกชอกช้ำระทมใจที่ทำให้ก๊อยเจ็บแบบนี้ หึ
    #12434
    0
  13. #12432 Eve_1729 (@Eve_1729) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 21:30
    นิยายเรื่องนี้มันมีหลายตอนที่ตรงกะชีวิตชั้นมากมาย นึกแล้วอยากจิครายยT^T
    #12432
    0
  14. #12431 MeTooooo (@benzz_natnichaa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 20:35
    แว๊น จริงจังเหอะแก
    #12431
    0
  15. #12429 Idjang (@Idjang) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 17:21
    สตรองไว้ก๊อยยย
    #12429
    0
  16. #12427 RiTa EM (@em88) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 16:03
    รู้สึกอยากโดดถีบยอดหน้าอิเเว๊น...
    #12427
    0
  17. #12426 เบบี้มายด์ (มายุ) (@mild_2305) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 15:58
    ก๊อยยย ไปอ่อยคนอื่นแม่งเลยยย งอลมันทั้งวันไปเลยยย -0-*
    #จะร้องไห้อ่ะ แว๊ยแม่งเชี่ยยยยย >0<
    #12426
    0
  18. #12425 Jirachaya Noey (@jirachaya14) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 15:35
    จุกแืน คือเขาใจความรู้สึกของน้ำพลอยเลย ไม่ชอบที่มาเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้เลย
    #12425
    0
  19. #12423 กระต่ายส้ม (@chayapaseehakun) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 15:09
    อิเเว๊นนนนนนนนนนนนน โหย เฟลแทนก๊อยอ่ะ เฟล จุก ชา ความรู้สึกแบบเพื่อน? เหอะๆ 
    #12423
    0
  20. #12422 Bamboo-Bamboo (@Bamboo-Bamboo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 14:58
    สงสารก๊อยอ่ะ
    #12422
    0
  21. #12420 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 13:41
    เพื่อน!! อิแว๊นคิดให้ดีก่อนตอบดิ
    #12420
    0
  22. #12418 RcRacha (@rc3666) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 12:27
    งื้ออออ อีแว๊นนนน
    #12418
    0
  23. #12417 MaNaSizz (@kung0824845335) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 11:09
    บอกได้คำเดียว จุกแทนก๊อยย โอ้ยยน้ำตาก้อจะไหลตามด้วย งื้ออออ
    #12417
    0
  24. #12415 piokwtp (@promthawon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 10:35
    อีแว๊นนนนนนน
    #12415
    0
  25. #12414 ZeE_leC (@Arunphiphat) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 10:30
    งอลลลลเเว๊นน...เปลี่ยนพระเอกเอาคนมาทำให้เเว๊นหึงดิ่
    #12414
    0