Nippon Baby รักหวานมันโฮมรันหัวใจเจ้าชายเบสบอล

ตอนที่ 4 : Nippon Baby : 空を見て! (มองดูที่ท้องฟ้าสิ!) [[COMPLETE 100%]]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    3 พ.ย. 57



 



ขอบคุณโปสเตอร์จากน้องขนมผิงปุ้งปิ้งสุดที่รักของพี่อายยยย~
ใครรักมาสะจังและมีเวลา ทำโปสเตอร์มาแปะหน่อยน้าาา บ้านว่างมาก~

 

 

4

空を見て!

(มองดูที่ท้องฟ้าสิ!)

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา

 

 

มาซารุ? หมอนั่นยังไม่มาหรอกครับ เห็นว่าวันนี้ชมรมเบสบอลมีซ้อมตอนเช้าน่ะ”

 

 

เมื่อได้ความจากเพื่อนของเขามาเช่นนั้น...ฉันก็เลยย้ายโลเกชั่นจากห้อง 2-A ไปที่สนามเบสบอลแทน แล้วก็ได้เห็นหนุ่มๆ ชมรมเบสบอลกำลังซ้อมกันอย่างขยันขันแข็งอยู่ในสนาม

 

 

ฉันใช้เวลาแค่ไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็หามาซารุคุงเจอแล้ว เนื่องจากเขาโดดเด่นกว่าใครเวลาถือลูกเบสบอลอยู่กลางสนาม... พอเห็นแล้วฉันก็ตรงเข้าไปยืนเกาะรั้วข้างสนามเพื่อให้ได้วิวดีกว่าเดิม #ทำตัวเป็นติ่งค่า >O<

 

 

แต่จริงๆ ก็ไม่ได้มีแค่ฉันหรอกนะ เพราะ 'มาซารุ FC' เกาะกลุ่มเชียร์มาซารุอยู่อีกฝั่งนึงด้วยแหละ สมแล้วที่เป็นพิตเชอร์มือซ้ายร้อยล้าน~

 

 

ก่อนเริ่มเกมใหม่ ได้ยินเสียงโค้ชตะโกนคุยอะไรสักอย่างกับมาซารุคุงก่อนที่เขาจะเดินไปประจำที่พิตเชอร์เพลทกลางสนาม และสิ่งที่โค้ชพูด...ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม มันทำให้สีหน้าของมาซารุคุงเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเลย ต่างจากทุกครั้งที่เขามักจะเล่นด้วยสีหน้ามีความสุข...

 

 

เพลย์บอล!” กรรมการขานเสียงดังพร้อมกับชี้มาที่มาซารุคุงซึ่งเป็นพิตเชอร์ จากนั้นทุกอย่างก็เงียบไปกะทันหันราวกับทุกคนกำลังรอให้เขาเริ่มเกมอยู่ แม้แต่ฉันเองก็ยังเผลอกลั้นหายใจตามไปด้วยเลย >_<

 

 

บอล*!”

 

 

เสียงของกรรมการทำให้ฉันเบิกตากว้างทันทีเพราะไม่อยากจะเชื่อหู แต่ภาพที่เห็นด้วยตาตัวเองก็ทำให้รู้ว่ากรรมการไม่ได้มั่ว...

 

 

การขว้างเสียครั้งแรกทำให้มาซารุคุงหน้าเครียดกว่าเดิมอีก ฉัน (แอบ) ดูเขาซ้อมจากห้องสมุดมาตั้งหลายครั้งยังไม่เคยเห็นเขาขว้างเสียมาก่อนเลย แต่ไม่เป็นไร...ตราบใดที่ไม่ขว้างเสียถึงสี่ครั้ง ก็ยังไม่วอล์ค* หรอก ยังมีโอกาสแก้มืออีก...

 

 

บอล!!”

 

 

แต่คำว่าบอลครั้งที่สองทำให้ตาฉันแทบเหลือกขึ้นฟ้า -O- ก่อนที่หัวใจจะหล่นไปถึงปลายเท้าเมื่อมองไปเห็นสีหน้าของมาซารุคุงที่ก้มหน้าลงจนหมวกแก๊ปที่สวมอยู่บังหน้าไปครึ่งหนึ่ง...

 

 

วันนี้มาสะจังเล่นไม่เข้าแก๊ปเลยเนอะ”

 

 

นั่นสิ ไหนฟาสต์บอลที่ทำให้ฉันหลงรักล่ะ”

 

 

มาซารุคุงรับลูกที่คนข้างสนามขว้างมาให้ก่อนจะยืนประจำตำแหน่งพิตเชอร์อีกครั้ง เขาหันมองเพื่อนที่ประจำตำแหน่งเบสทั้งหลายก่อนจะตั้งท่าขว้าง...

 

 

แต่ว่าแขนเขามันผิดจากทุกทีนี่นา เหมือนว่าองศามันไม่เหมือนเดิม นี่ต้องเป็นเพราะเขาเกร็งจนขยับแขนไม่ได้ดั่งใจแน่ๆ... ฉันรู้ว่ามาซารุคุงเก่งแค่ไหน เพราะฉะนั้น...

 

 

มาซารุคุง กัมบาเระ! (พยายามเข้านะ!)”

 

 

เสียงตะโกนของฉันที่แหลมขึ้นมาขณะทุกคนกำลังอยู่ในภาวะตึงเครียดทำเอามาซารุคุงถึงกับชะงักกลางอากาศ จากนั้นสายตาของทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่ฉันเป็นจุดเดียว ซึ่งนี่ก็ไม่ได้แคร์สักนิด...เพราะสายตาของฉันตอนนี้มองเห็นแต่มาซารุคุงเท่านั้น

 

 

มาซารุคุงทำได้อยู่แล้ววววว! ฆ่าแบตเตอร์ให้ตายไปเลยยยย ไฟต์ติ้งงงง!!”

 

 

ทุกคนแถวนั้นมองเหมือนฉันเป็นคนบ้า ก็อาจจะบ้าจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็นะ...

 

 

ถ้ามันทำให้มาซารุคุงยิ้มออกแบบนั้น ถึงจะบ้าก็ไม่เป็นไรหรอก...

 

 

หลังจากหายตกใจแล้ว...เขาก็ชูถุงมือที่มือขวาขึ้นฟ้าโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับมาและไม่ได้หันมามองฉันด้วย (แหงล่ะ) จากนั้นจึงตั้งท่าเตรียมขว้างใหม่อีกครั้ง

 

 

สไตร์ค!”

 

 

สไตร์ค!”

 

 

สไตร์ค! แบตเตอร์ เอาท์** !!”

 

 

นั่นไง เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้ว...

 

 

ฉันยิ้มกับตัวเองราวกับการทำเอาท์เมื่อกี้เป็นฝีมือฉัน (ชุบมือเปิบเอาซึ่งๆ หน้า) ขณะที่พวกสาวๆ พากันกรี๊ดกร๊าดดีอกดีใจ และทุกคนในทีมวิ่งเข้าไปชื่นชมมาซารุคุงกันใหญ่

 

 

เพลย์บอล!”

 

 

แบตเตอร์คนใหม่ขึ้นมาประจำแท่นแทนคนเก่าที่เอาท์ไปแล้ว จากนั้นเกมก็ดำเนินต่อไป...โดยที่คราวนี้พิตเชอร์หนุ่มน้อยมือซ้ายร้อยล้านของฉันสามารถทำการสังหารแบตเตอร์ได้ราวกับเป็นฆาตกรต่อเนื่องเลยทีเดียว

 

 

ฟาสต์บอล* ของฮาเซคาวะนี่มันสุดยอดจริงๆ เลยแฮะ”

 

 

จริงด้วย เคิร์ฟบอล** อย่างเมื่อกี้ก็ไม่ธรรมดา ไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นแค่เด็กปีสอง”

 

 

มาซารุ้!! สุโก้ยยยยย!! (สุดยอดมาก!)”

 

 

เสียงตะโกนของฉันทำเอาพวกนักเรียนชายที่แวะยืนดูการซ้อมถึงกับสะดุ้งโหยงแล้วหันมามองยัยบ้าอย่างฉันด้วยสีหน้าตกตะลึง ส่วนมาซารุคุงก็เดินสะดุดเพลตก่อนจะหันกลับมามองหน้าฉันแล้วทำมือเป็นรูปกากบาท...

 

 

จะบอกว่าไม่ได้ยินงั้นเหรอ แปลว่าเบาไปสินะ O_O!!

 

 

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดก่อนจะตะโกนออกไปอีกรอบด้วยความดังเกินแปดพันเดซิเบล (หูแตกเถอะ) จัดเต็มชนิดที่ว่าถ้าเต้นเชียร์ได้ก็ทำไปแล้ว

 

 

มาซารุเก่งที่สุดในโลกกกก!!! กรี๊ดดดด!!! ซู่ซู่ซ่าซ่าปาทังก้าปาทังกี้ ซู่ซู่ซี่ซี่ปาทังกี้ปาทังก้า!!!!”

 

 

คราวนี้มาซารุคุงแทบจะกระโดดทำท่ากากบาทเลยทีเดียว -O- อะไร ยังไม่ได้ยินอีกเหรอ งั้นก็...

 

 

ผมได้ยินแล้วครับ!!”

 

 

เขาตะโกนขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังรวบรวมลมปราณเตรียมเค้นพลังจากทุกส่วนของร่างกายออกมา และเสียงตะโกนของเขาก็ทำให้ฉันค้างอยู่ในท่าก่อนปล่อยพลังพอดี -O- ดูเผินๆ คงเหมือนก๊อตซิลล่าหมดไฟกะทันหัน #เพ้อเจ้อ

 

 

ขอบคุณมากครับ เซ็มไป!! ต่อไปช่วยเชียร์อยู่ในใจก็พอครับ!!”

 

 

ฉันพยักหน้ารัวเร็วแทนคำตอบ และมาซารุคุงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับชูมือขวาที่สวมถุงมือขึ้นอีกครั้ง ท่าทางที่สมกับเป็นนักกีฬามาดเท่นั่นทำให้รู้สึกใจเต้นตึกตักขึ้นมา... คิดไม่ผิดจริงๆ ตอนยืนอยู่ตรงพิตเชอร์เพลตเตรียมจะขว้างบอล มาซารุคุงดูเท่กว่าใครจริงๆ...

 

 

เท่มาก...จนอดใจไม่ไหว ลืมสิ่งที่สัญญากับเขาไว้เมื่อกี้ไปซะหมด

 

 

มาซารุคุงงง!! กัมบัตเตะะะ!!! (พยายามเข้า!)”

 

 

 

 

 

 

 

************************************




 

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

 

 

...มาซารุคุง เก่งมากเลยนะ >O<”

 

 

...ขอบคุณครับ” มาซารุคุงตอบด้วยท่าทางเหนื่อยล้าบอกไม่ถูก ซ้อมหนักคงจะเหนื่อยสินะ น่าสงสารจัง

 

 

ดื่มน้ำอะไรมั้ย ฉันจะไปซื้อมาให้” ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนจากม้านั่งเตรียมวิ่ง แต่กลับถูกมาซารุคุงคว้าแขนไว้ก่อน

 

 

นั่งก่อนเถอะครับ เมื่อกี้ตะโกนเชียร์ซะเต็มสตรีมขนาดนั้นน่าจะเหนื่อยนะ”

 

 

เอ๋? ไม่เหนื่อยเลย! สนุกมากต่างหากล่ะ >O< สมัยอนุบาลฉันเคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ในงานกีฬาสีด้วยนา”

 

 

พอนึกภาพออกครับ”

 

 

ใช่มั้ยล่ะ จำได้ว่าตอนนั้นอยู่สีเหลือง ชนะด้วยนะขอบอก”

 

 

ไม่แปลกใจเลย” มาซารุคุงหัวเราะออกในที่สุด เขายกมือขึ้นเสยผมที่ยังเปียกเหงื่อนิดๆ ขึ้นจากนั้นจึงเอียงคอมองหน้าฉันพลางหยักยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก “เมื่อกี้ผมก็ขว้างได้ดีเพราะเซ็มไปเลยนะ”

 

 

รอยยิ้มตรงมุมปากเล็กๆ น่ารักนั่นทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจพุ่งเร็วเท่าฟาสต์บอลของเขาเมื่อครู่นี้ขึ้นมา... จนฉันต้องแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อสโลว์ดาวน์หัวใจตัวเองลงหน่อย

 

 

จะว่าไป...” ฉันโพล่งขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องนึงออกพอดี “วันนี้ดูเครียดๆ นะ ไม่เหมือนตอนซ้อมวันก่อนเลย”

 

 

เขาเงียบไปเล็กน้อยพลางก้มหน้าลงมองดูมือที่ประสานกันอยู่บนตัก จากนั้นจึงตอบด้วยน้ำเสียงที่ฝืดเฝื่อนเล็กน้อย “ผมกดดันนิดหน่อยครับ”

 

 

เพราะ?”

 

 

ช่วงนี้ผมขว้างได้ไม่ดีเท่าเดิม ทั้งที่ใกล้จะถึงนัดซ้อมแข่งกับโรงเรียนชูโอเแล้ว...”

 

 

...”

 

 

ผมต้องรับตำแหน่งเอซแทนโมโตมิยะเซ็มไปที่เพิ่งเรียนจบไป แต่กลับทำผลงานได้แย่ลง คงจะพาทุกคนไปโคชิเอ็งไม่ได้...”

 

 

แต่เมื่อกี้ก็ทำได้ดีไม่ใช่เหรอ?”

 

 

...”

 

 

เอาแต่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นน่ะไม่มีประโยชน์หรอกนะ มาซารุคุงแค่ทำให้ดีที่สุดในส่วนของตัวเองก็พอแล้ว เพราะกีฬาเขาต้องเล่นกันเป็นทีม ไม่ใช่ทุกอย่างจะวางไว้บนบ่ามาซารุคุงคนเดียวซะเมื่อไหร่... กดดันไปก็มีแต่จะขว้างได้แย่ลงไม่ใช่เหรอ”

 

 

...”

 

 

อีกอย่างนะ คนที่จะเป็นพิตเชอร์มือหนึ่งปีนี้คือมาซารุคุง ไม่ใช่โมโมทาโร่เซ็มไปสักหน่อย”

 

 

โมโตมิยะครับ”

 

 

...นั่นแหละ”

 

 

...” มาซารุคุงเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น -O-; เอ๊ะ ทำไมล่ะ เมื่อกี้ฉันไม่ได้เล่นมุกสักหน่อยนะ T^T

 

 

ขอโทษครับ” เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากพลางพยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิต -O- ดูจากการที่ไหล่เขายังสั่นกึกๆ แล้วเขาคงจะขำมากทีเดียว TOT ฉันไม่ได้เล่นมุกจริงๆ นะ TTOTT “พอรู้สึกโล่งใจมากๆ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เลยล่ะครับ”

 

 

อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป เชิญหัวเราะได้ตามสบายเลย” ฉันชูนิ้วโป้งให้มาซารุคุงที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นหอบหายใจแทนแล้ว เพราะหัวเราะนานมากจนหายใจไม่ทันสินะ

 

 

แปลกชะมัด พอคุยกับเซ็มไปแล้วรู้สึกหายเครียดยังไงก็ไม่รู้”

 

 

ฉันมันเป็นคนล่องลอยแบบนี้แหละ ถ้าเล่าให้ฉันฟังแล้วความเครียดจะลอยขึ้นฟ้าไปนะ”

 

 

เพราะชื่อโซระ (ท้องฟ้า) เหรอครับ” มาซารุคุงถามพร้อมกับยิ้ม “เพิ่งเคยเห็นสีตาของเซ็มไปชัดๆ ตอนนี้เอง... สีออกฟ้าๆ สมชื่อเลยนะครับ”

 

 

อื้อ เพราะฉันมีเชื้ออังกฤษนิดหน่อยน่ะ แค่นิดเดียวนะ ได้มาจากพ่อแค่สีตาเหลือบฟ้าๆ นี่แหละ”

 

 

きれい (สวยครับ)”

 

 

อย่าชมแบบนี้สิ เดี๋ยวฉันก็เขินหรอก”

 

 

ก็ตั้งใจให้เขินนั่นแหละครับ”

 

 

อุ๊ เด็กคนนี้ -O-////

 

 

ฮ่าๆ หน้าแดงเลย” มาซารุคุงพูดพร้อมกับยื่นมือมาจิ้มแก้มฉันด้วยท่าทางเหมือนเด็กได้เจอของเล่นที่ถูกใจ “ทียังงี้เขินได้นะครับ เมื่อกี้น่าอายกว่าอีก”

 

 

น่าอายตรงไหน ฉันก็แค่เชียร์มาซารุคุงเอง”

 

 

ขอบคุณครับ... ผมดีใจมากเลย”

 

 

แต่มาซารุคุงก็มีกองเชียร์ของตัวเองอยู่แล้วเนอะ สาวๆ ปีหนึ่งปีสองสวยๆ น่ารักกันทั้งนั้นเลย เมื่อกี้ฉันเห็นยืนเกาะรั้วอยู่ด้วยกันนะ >_<”

 

 

ผมดีใจมากกว่าตอนที่หันไปเห็นว่าคนที่ตะโกนชื่อผมขึ้นมาคือเซ็มไป”

 

 

...”

 

 

...”

 

 

งั้นเหรอ...” ฉันถามยิ้มๆ หลังจากดึงสติที่ถูกฟาสต์บอลของมาซารุคุงน็อกเอาท์ไปเมื่อกี้คืนมาได้แล้ว “งั้นฉันจะมาเชียร์อีกนะ”

 

 

แต่ต่อไปไม่ต้องตะโกนมาแล้วนะครับ ผมตกใจ”

 

 

ฮ่าๆๆ งั้นทำป้ายไฟแทนแล้วกันนะ ^^”

 

 

...อันนั้นก็ไม่ต้องหรอกครับ แค่มาเชียร์ก็พอแล้ว”

 

 

แหม แบบนั้นก็ธรรมดาน่ะสิ”

 

 

บางครั้งใช้ชีวิตแบบเบสิคบ้างก็ดีนะครับ ไม่ต้องยิ่งใหญ่ตลอดเวลาก็ได้”

 

 

ฉันหัวเราะเสียงใสกับคำพูดของมาซารุคุง และเขาก็มองหน้าฉันพลางหยักยิ้มน้อยๆ ที่ริมฝีปากเล็กๆ ดูนุ่มนิ่มเหมือนตุ๊กตาของเขา บางทีก็ไม่รู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นโคไฮ* เลยสักนิด...แต่บางทีเขาก็ดูเหมือนเด็กน้อยสมวัยเหมือนกัน ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่มีคาแรกเตอร์หลากหลายจริงๆ เลยนะ

 

 

แต่จริงๆ แล้วฉันก็ต้องเชียร์มาซารุคุงอยู่แล้วล่ะ >_< คอยเชียร์อยู่ตลอดเวลาเลยนะ ที่จริง...แค่เงยหน้ามองข้างบนก็จะเจอฉันแล้ว”

 

 

มาซารุคุงเงยหน้ามองตามสายตาฉัน ก่อนจะยิ้มจนตาหยี “อ้อ... ท้องฟ้า (โซระ) สินะครับ”

 

 

อื้อ! เพราะงั้นถ้ารู้สึกกดดันเมื่อไหร่ให้หันหาท้องฟ้านะ แล้วฉันจะคอยเชียร์~”

 

 

กองเชียร์ของผมกว้างใหญ่ไพศาลมากเลยนะเนี่ย”

 

 

แน่นอนอยู่แล้ว ฉันซะอย่าง ^O^V”

 

 

กิ๊งก่องงงง~

 

 

โอ๊ะ =(O^O)= ออดเข้าเรียนดังแล้วอ่ะ”

 

 

นั่นสินะครับ” มาซารุคุงพูดพลางลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน “ไปกันเถอะ”

 

 

อื้อ!” ฉันลุกตามเขาก่อนที่เราจะเดินไปที่ตึกเรียนพร้อมกัน รู้สึกเหมือนมีคนมองนิดหน่อย แต่เขาอาจจะมองเพราะคิดว่ามาซารุคุงมีวิญญาณตามอาฆาตอยู่ข้างหลังก็ได้ ที่ฉันตัดผมสั้นเพราะกลัวว่าไว้ผมยาวแล้วจะเหมือนซาดาโกะมากไปน่ะ O_O แต่ผมสั้นก็ไม่ได้ดีกว่าเดิมเท่าไหร่ล่ะมั้ง ยังเหมือนผีอยู่เลย

 

 

ว่าแต่เมื่อเช้าฉันตั้งใจจะไปหามาซารุคุงที่ห้องทำไมนะ...?

 

 

ห้องเรียนผมไปทางนี้ครับ เซ็มไปต้องขึ้นไปอีกชั้นนะ”

 

 

อื้อ ฉันจำได้อยู่หรอกน่า”

 

 

เหรอครับ” มาซารุคุงแซวด้วยรอยยิ้มมุมปาก “งั้นไปก่อนนะ บ๊ายบาย~”

 

 

บ๊ายบาย~” ฉันโบกมือให้มาซารุคุงก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป และตอนนั้นเองที่ฉันมองเห็นถุงที่อยู่ในมือแล้วนึกออกว่าเมื่อเช้านี้ตั้งใจจะเอามันมาให้เขาเพื่อตอบแทนที่เขาให้ใช้ร่มเมื่อวานนี้ ก็เลยรีบหันกลับไปร้องเรียกเขาเอาไว้

 

 

มาซารุคุง!!”

 

 

ครับ?”

 

 

คือว่าฉันเอาคุกกี้มาให้...”

 

 

พรืด!

 

 

หวาาา!”

 

 

...!”

 

 

คราวนี้มาซารุคุงคงตกใจจนไม่มีเวลาพูดว่าอาบุไน่แล้ว เขาถลาวิ่งมาหาฉันที่สับเท้าหลอกตัวเองกลางบันไดจนสะดุดล้ม TOT ไม่เอานะ จะให้ฉันเสี่ยงอันตรายไปถึงไหน ตกบันไดมันไม่ตลกสักหน่อย TTOTT

 

 

หมับ!

 

 

...อยากได้รางวัลเป็นกอดก่อนเข้าเรียนก็ไม่ยอมบอกดีๆ แต่แรกนะครับ”

 

 

เสียงกระซิบของมาซารุคุงที่ข้างหูทำให้ฉันตกใจจนสมองหมุนติ้วเป็นเบย์เบลด (เกิดทันกันมั้ย?) ฉันกะพริบตาปริบๆ สองสามทีก่อนจะสำนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขาที่รับร่างฉันไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะพอดี O///O

 

 

มะ...ไม่ใช่นะ!”

 

 

โอ๋ๆ นะ” มาซารุคุงไม่สนใจเสียงประท้วงของฉัน เขายิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไม่ยอมปล่อย...หนำซ้ำยังลูบหัวฉันเหมือนปลอบโยนเด็กเล็กๆ อีกต่างหาก...

 

 

ปล่อยสิ...”

 

 

ผมกำลังตอบแทนที่เซ็มไปอุตส่าห์ตั้งใจเชียร์ผมเมื่อเช้านี้อยู่นะครับ”

 

 

เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย... แต่กลับทำให้หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ฉันยังมีชีวิตอยู่... นี่ฉันเป็นอะไรไป...

 

 

เอาล่ะ...ถ้านานกว่านี้เดี๋ยวจะไปเข้าห้องเรียนสายกันทั้งคู่ แบบนั้นคงแย่เนอะ?”

 

 

...อื้อ”

 

 

...นี่ของผมใช่มะ?”

 

 

ฉันพยักหน้าแทนคำตอบเพราะรู้สึกแปลกๆ จนหาเสียงตัวเองไม่เจอ ได้ยินเสียงมาซารุคุงหัวเราะแผ่วเบาที่เหนือศีรษะ...จากนั้นท่อนแขนแข็งแรงของเขาก็คลายอ้อมกอดออก พร้อมกับรับถุงคุกกี้ไปจากมือฉัน

 

 

ขอบคุณสำหรับคุกกี้นะครับ ^^”

 

 

...”

 

 

จะเดินไปห้องเรียนเองไหวมั้ยเนี่ย จะให้ผมเดินไปส่งมั้ยครับ?”

 

 

...ถ้าจะไปส่งที่ห้องเรียน ก็ช่วยพาฉันไปส่งห้องพยาบาลดีกว่านะ T_T เพราะฉันรู้สึกเหมือนหัวใจจะวายยังไงก็ไม่รู้”

 

 

ฮ่าๆๆ” นอกจากจะไม่เห็นใจคนป่วยแล้วเขายังหัวเราะใส่อีกต่างหาก เด็กอะไรใจร้าย T_T (แต่ก็หล่อ) คิดว่าฉันเข่าอ่อนเพราะใครกัน “รีบไปเรียนนะครับ ระวังอย่าสะดุดล้มหัวทิ่มล่ะ”

 

 

ถ้าฉันล้มหัวทิ่มจะทำไง”

 

 

ผมก็จะตามไปรับไว้อีก” มาซารุคุงว่าก่อนจะหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วค่อยพูดต่อด้วยรอยยิ้มสดใส “แต่ถ้าอยากให้กอดบอกตรงๆ ก็ได้ครับ ไม่ต้องลงทุนตกบันไดหรือตกต้นไม้ก็ได้นะ”

 

 

ก็บอกแล้วไงว่า...”

 

 

ฮ่าๆ ไปนะครับ” เขาไม่รอฟังคำโต้แย้งของฉัน แต่กลับเดินหนีไปห้องเรียนตัวเองแทน และฉันก็ต้องพยายามลากสังขารตัวเองไปที่ห้องด้วยเหมือนกัน ไม่งั้นโดนลงโทษให้ไปคัดลายมืออีกแน่ T_T วิชาภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันน่ะเซ็นเซย์โหดจะตาย

 

 

ฮือ แล้วฉันจะมีสมาธิเรียนมั้ยล่ะเนี่ย TT//TT

 

 

 

 

 

 

[[ ต่อ ]]

 

 

พักเที่ยง

 

 

ยากิโซบะปังสอง!”

 

 

ผมขอพิซซ่าบันสาม!”

 

 

หนูเอานี่ค่ะ!”

 

 

ป้าขาาา ขอยากิโซบะปังงง”

 

 

อา...คนเยอะจังนะ...

 

 

สมรภูมิหน้าร้านค้าของโรงเรียนเป็นภาพที่เห็นจนชินตา ปกติแล้วฉันจะซื้อจากคอนบินีมาก่อนตั้งแต่เช้าเพราะรู้ตัวว่าสิ่งมีชีวิตเชื่องช้าอย่างฉันนั้นคงไม่สามารถไฟต์กับเหล่าวัยรุ่นวัยคะนองพวกนี้ได้ แต่เมื่อเช้าตอนฉันแวะไปซื้อคุกกี้ให้มาซารุคุง...ก็ลืมไปสนิทเลยว่าจะต้องซื้ออาหารเที่ยงให้ตัวเองด้วย T_T ดังนั้นก็เลยต้องมายืนเหล่ๆ ขนมปังในร้านค้าที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนแบบนี้ TT_TT

 

 

เห็นแล้วถอดใจทันที ไม่คิดจะเข้าไปแข่งด้วยเด็ดขาด วันนี้คงได้ดื่มแค่ชาข้าวอย่างเดียวอีกแล้วแน่ๆ T^T

 

 

...จะซื้ออะไรเหรอครับ”

 

 

วั้ยยยย!”

 

 

ตกใจอะไรขนาดนั้นครับ ผมตกใจด้วยเลยเนี่ย”

 

 

ก็...ก็อยู่ดีๆ มาโผล่ข้างหลังฉันก็ตกใจน่ะสิ TOT” ฉันหันไปงอแงใส่มาซารุคุงที่ยืนขำอยู่ข้างหลัง แต่เขากลับส่ายหน้าใส่ฉัน

 

 

ผมมายืนอยู่ข้างๆ ตั้งนานแล้วต่างหาก เรียกตั้งสองรอบ เซ็มไปไม่หันมาเอง”

 

 

ก็เลยยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูน่ะเหรอ T^T”

 

 

ครับ”

 

 

โอเค ฉันผิดเองแหละที่มัวแต่เหม่อ TT_TT”

 

 

คิดถึงขนมปังอยู่เหรอครับ ถ้ามัวแต่คิดไม่เข้าไปซื้อก็ไม่ได้กินหรอกนะครับ”

 

 

นั่นสินะ TT_TT”

 

 

สรุปแล้วอยากกินอะไรครับ”

 

 

เอ่อ... ยากิโซบะปังล่ะมั้ง”

 

 

งั้นฝากถือนี่หน่อยครับ”

 

 

หือ? ฉันก้มมองของที่เขายัดใส่มือฉันก่อนจะพบว่ามันเป็นห่อข้าวกล่องสีสันสดใส O_o?

 

 

พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเขาแทรกตัวเข้าไปในหมู่ฝูงชนเรียบร้อยแล้ว -O-; สุดยอดเลย แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าจริงๆ =O=;;;

 

 

ฉันยืนเหม่อๆ จ้องมองฝูงคนที่หน้าร้านโดยไม่ได้ระวังตัว จนกระทั่งใครสักคนวิ่งมาจากไหนไม่รู้...ชนไหล่ฉันอย่างแรงจนฉันเสียหลักล้มคว่ำ...

 

 

และที่คว่ำไปก็ไม่ได้มีแค่ฉัน... แต่รวมถึงข้าวกล่องของมาซารุคุง แล้วก็ขนมปังในมือของคนคนนั้นด้วย

 

 

เฮ้ย!! อะไรกันวะ!?”

 

 

เมื่อเขาคนนั้นเริ่มแหกปากโวยวาย คนก็เริ่มหันมามองอย่างสนอกสนใจแต่ไม่มีใครเข้ามายุ่งวุ่นวายอะไร ฉันรีบคว้าข้าวกล่องมาเปิดดู แล้วก็พบว่าฝากล่องเปิดและของข้างในก็เละตุ้มเป๊ะไปหมด

 

 

ยังจะทำเงียบอีก! ยืนเกะกะขวางทางแบบนี้ได้ไงวะ ใครจะรับผิดชอบขนมปังของฉัน!?”

 

 

ข้าวกล่องที่น่าจะจัดเรียงมาอย่างสวยงามตอนนี้แทบดูไม่ได้เลย ฉันรู้สึกจุกอกเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มแทง ตัวก็ชาไปหมด... พูดอะไรไม่ออกเลย และดูเหมือนการที่ฉันไม่พูดจะเป็นการยั่วโมโหคนที่วิ่งมาชนฉันเมื่อกี้ เพราะเขาเตะข้าวกล่องในมือฉันจนหลุดมือกระเด็นไปเลย

 

 

เฉยอยู่ทำไม บอกมาสิว่าจะรับผิดชอบยังไง”

 

 

...พวกนายนั่นแหละจะรับผิดชอบข้าวกล่องของมาซารุคุงยังไง”

 

 

หา ว่าไงนะ ไม่ได้ยินเลย”

 

 

ฉันถามว่าพวกนายนั่นแหละจะรับผิดชอบข้าวกล่องของมาซารุคุงยังไง”

 

 

เอาจริงดิ จะหาเรื่องกันใช่มะ คิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วพวกฉันจะปล่อยไปง่ายๆ เรอะ”

 

 

ฉันก็จะไม่ปล่อยพวกนายไปเหมือนกัน! อยู่รอขอโทษมาซารุคุงเดี๋ยวนี้นะ!”

 

 

พอฉันพูดจบเขาก็คว้าแขนฉันอย่างแรงแล้วบีบแน่นทันที ฉันเบ้หน้าเพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา... และตอนนั้นเองที่เขาตะคอกใส่ฉันเสียงดัง

 

 

พูดบ้าอะไรของเธอ!?! เธอนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ...”

 

 

ไม่เอา...เสียงดัง... ฉันไม่ชอบเสียงดัง...หยุดตะคอกเถอะนะ...

 

 

ทำอะไรน่ะครับ!?”

 

 

ขณะที่ฉันหลับตาและกัดปากตัวเองแน่นเพื่อเรียกสติ เสียงของมาซารุคุงก็ดังขึ้น...จากนั้นแรงบีบที่แขนฉันก็หายไปเพราะมาซารุคุงกระชากเจ้าของมือนั้นออกห่างจากฉันแล้ว

 

 

ต่อให้เป็นรุ่นพี่ ถ้าชนผู้หญิงล้มแล้วไม่ร้จักขอโทษมันก็ทุเรศอยู่นะครับ”

 

 

หา ไอ้เด็กนี่...”

 

 

ผมขว้างลูกได้เร็วสูงสุด 92mph* ถ้าไงเซ็มไปอยากจะลองดูมั้ยล่ะครับว่าพอเปลี่ยนเป็นหมัดจะไวขนาดไหน”

 

 

หยุดนะ!”

 

 

ฉันได้สติตอนที่นายคนที่ชนฉันทำท่าจะวิวาทกันกับมาซารุคุง แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปขวางระหว่างเขากับมาซารุคุงเอาไว้ทันที

 

 

อะไรของเธออีกวะ น่ารำคาญเป็นบ้า อยากโดนต่อยหรือไง!?”

 

 

เซ็มไป ถอยไปเถอะครับ ผมจัดการเอง” มาซารุคุงพูดพร้อมกับดึงมือฉันให้หลบไปพ้นทาง ฉันก็เลยฉวยโอกาสยึดมือซ้ายของเขาเอาไว้ซะเลย

 

 

ไม่มีทาง ฉันไม่ถอยแน่”

 

 

เซ็มไป...”

 

 

ยังไงก็ห้ามออกหมัดเด็ดขาด อย่าลืมสิว่ามาซารุคุงเป็นพิตเชอร์”

 

 

...!!”

 

 

สีหน้าของมาซารุคุงเหมือนอึ้งไป... แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมปล่อยแน่ เพราะมือนี้สำคัญ... สำคัญกว่าตัวฉันที่เหมือนผี(?)มากมายนัก...

 

 

เฮลโล่ว มีเรื่องอะไรกันเหรอ เสียงดังเอะอะกันใหญ่เชียว ^-^”

 

 

ระหว่างช่วงชุลมุน... หนุ่มหัวทองหน้าหล่อก็โผล่หน้าเข้ามาในวงสนทนา และทำให้เกิดเสียงฮือฮาเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที -O-

 

 

เฮ้ย นากามุระนี่หว่า”

 

 

นากามุระว่ะ”

 

 

นากามุระมา...”

 

 

ฉันรู้อยู่แล้วน่าว่าตัวเองชื่อนากามุระ จะย้ำกันทำไมหลายรอบเนี่ย =[]=” ฮายาโตะคุงพูดแซวเหล่าญี่ปุ่นมุงก่อนจะระบายรอยยิ้มเผล่บนใบหน้าหล่อจัดจ้านของตัวเองแล้วเดินเข้าไปตบบ่านายคนที่บอกว่าจะต่อยฉันเมื่อกี้ “ไง”

 

 

...หวัดดีนากามุระ ^^;;”

 

 

มีเรื่องอะไรกันเหรอ”

 

 

...ไม่มีอะไรนี่”

 

 

โกหกชัดๆ เมื่อกี้ฉันเห็นแกเดินไปชนเพื่อนฉันคนนี้”

 

 

ก็นะ...”

 

 

ชนแล้วก็ขอโทษเค้าซะสิ ^^”

 

 

...ขอโทษครับ”

 

 

ทีหลังก็อย่าทำตัวทุเรศๆ อีกนะ ถึงฉันจะไม่โหดเท่าโคเฮแต่ความอดทนก็ต่ำไม่แพ้กันหรอก”

 

 

...อือ เข้าใจแล้ว”

 

 

เข้าใจแล้วก็ดี” ฮายาโตะคุงตบบ่านายคนนั้นสองที... ดูท่าจะแรงมากจนเข่าเกือบทรุดเลยทีเดียว -O-; จากนั้นเขาก็หันกลับมาส่งยิ้มสดใสให้ฉัน “โซระจัง เป็นไงบ้าง”

 

 

เอ่อ... ฉันโอเค ขอบคุณนะ”

 

 

ไม่เป็นไรๆ แล้วหนูน้อยมาซารุล่ะ?”

 

 

...ผมก็ไม่เป็นไรครับ”

 

 

อา งั้นฉันไปก่อนนะ ไว้จะสั่งสอนเจ้าพวกนั้นให้ บาย~”

 

 

มาไวดั่งพายุและก็จากไปไวดั่งพายุ...

 

 

ฉันยังตามสถานการณ์ไม่ค่อยทัน แต่ฮายาโตะคุงก็จากไปไกลแล้ว แม้แต่ญี่ปุ่นมุงก็เริ่มสลายตัวแล้วด้วย และฉันก็อาจจะยืนเหม่อลอยอย่างนั้นตลอดไป...ถ้าหากคนข้างตัวไม่เอ่ยทักขึ้นก่อน

 

 

เซ็มไป”

 

 

...หืม?”

 

 

มือครับ”

 

 

มือ?” ฉันขมวดคิ้วก่อนจะก้มลงมองมือ...แล้วก็พบว่ามือฉันยังพันธนาการมือของมาซารุคุงไว้อย่างแน่นหนาอยู่ “อ๊ะ ขอโทษนะ”

 

 

ไม่เป็นไรครับ”

 

 

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดก่อนจะเดินไปเก็บกล่องข้าวที่กระจัดกระจายของมาซารุคุงแล้วเดินกลับมาโค้งให้เขา “ขอโทษนะ”

 

 

เซ็มไป...”

 

 

ฉันทำข้าวกล่องของมาซารุคุงเละหมดเลย”

 

 

อย่าใส่ใจเลยครับ...ไม่ใช่ความผิดของเซ็มไป...”

 

 

แต่นี่เป็นของที่โอก้าซังตั้งใจทำให้ไม่ใช่เหรอ... มันเป็นของสำคัญมากนะ”

 

 

...”

 

 

...ฉันขอโทษ”

 

 

พอเห็นเซ็มไปทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อย่างนี้แล้วผมชักจะเสียดายที่เมื่อกี้ไม่ได้ต่อยหน้าเจ้าพวกนั้นขึ้นมาแล้วล่ะครับ”

 

 

อ๊ะ ยะ...อย่านะ ทำแบบนั้นไม่ได้...”

 

 

ผมรู้ครับ” เขาหยุดฉันไว้กลางอากาศพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนแบบที่ทำให้ลืมหายใจมาให้ฉัน “คราวนี้ผมจะเชื่อฟังเซ็มไปนะ ^^”

 

 

...มาซารุคุงเป็นเด็กดีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

 

 

ผมก็เป็นเด็กดีมาตั้งนานแล้วนี่ครับ” เขาหัวเราะก่อนจะยื่นขนมปังยากิโซบะมาให้ฉัน “เอ้า นี่ของเซ็มไปครับ”

 

 

เก็บไว้กินเองเถอะ T_T ความผิดของฉันสมควรชดใช้ด้วยการอดอาหาร”

 

 

มีสองชิ้นครับ แบ่งกันคนละชิ้นแล้วกัน”

 

 

ทำไมถึงซื้อมาสองอ่ะ -O-”

 

 

ก็เห็นทุกทีกินสองชิ้นไม่ใช่เหรอครับ”

 

 

...แค่เวลาหิวมากๆ กับวันที่ลืมกินข้าวเช้าหรอก U_U”

 

 

ฮ่าๆ” มาซารุคุงหัวเราะเสียงใส เขาดึงข้าวกล่องไปจากมือฉันก่อนจะยื่นมือมาเช็ดน้ำตาที่หางตาให้ “ตัวเล็กแค่นี้ ทีหลังอย่าทำซ่าส์เวลาผมไม่อยู่อีกนะครับ”

 

 

ฉันก็สู้คนนะ ฉันก็สู้คน T^T”

 

 

ครับ ครับ”

 

 

ไม่เชื่อฉันเหรอ T^T”

 

 

เชื่อครับ แต่นั่นแหละถึงยิ่งน่าเป็นห่วง”

 

 

ฉันไม่ใช่เด็กนะ!”

 

 

เหรอครับ” มาซารุคุงถามหน้าตายก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นฉันทำแก้มป่อง “เอ้า รีบกินซะเถอะครับ เดี๋ยวก็หมดเวลาพักเที่ยงก่อนหรอก”

 

 

อ๊ะ จริงด้วย O_o เอ่อ...ค่าขนมปัง...”

 

 

เรื่องนั้นช่างมันเถอะครับ”

 

 

ไม่ได้นะ!”

 

 

ได้สิครับ” มาซารุคุงยืนยันก่อนจะยิ้ม “ก็เมื่อเช้าเซ็มไปให้คุกกี้ผมมานี่นา อร่อยมากเลยนะครับ”

 

 

ใช่มั้ยล่ะ นั่นน่ะร้านโปรดฉันเลยนะ >_<”

 

 

เป็นร้านที่อยู่ใกล้ๆ สถานีใช่มั้ยครับ”

 

 

อื้อ! ร้านที่สีส้มๆ น่ารักๆ น่ะ >///< นอกจากคุกกี้เค้าก็มีพวกเค้ก พาย ทาร์ต กับเครื่องดื่มอร่อยๆ ด้วยนา”

 

 

ยังไม่เคยไปเลยครับ”

 

 

ต้องลองแล้วล่ะ ต้องลอง~”

 

 

ผมเป็นผู้ชาย จะไปร้านน่ารักแบบนั้นคนเดียวได้ไงกันล่ะครับ”

 

 

เอ... นั่นสินะ ปกติก็มีแต่คนไปกันเป็นคู่จริงด้วย -O-;;”

 

 

แล้วปกติเซ็มไปไปกับใครล่ะครับ”

 

 

ฉันเป็นผี ถึงไปคนเดียวก็ไม่มีใครสนใจไง”

 

 

ถ้าเป็นผีแล้วผมจะกอดได้ไงล่ะครับ”

 

 

กะ...ก็เวลาผีหกล้ม... -O-///”

 

 

ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะเหมือนนกน้อยของเขากลับมาทำให้หัวใจฉันเต้นแรงอีกครั้ง แถมเขายังเสริมมาอีกดอกด้วยการเอียงคอมองหน้าฉันพร้อมกับส่งยิ้มสดใสมาให้ “ถ้าเซ็มไปไปคนเดียว งั้นวันหลังก็พาผมไปด้วยได้สิครับ”

 

 

เอ๊ะ...”

 

 

ถ้าอยากตอบแทนค่าขนมปังล่ะก็...พาผมไปเลี้ยงที่ร้านนั้นก็ได้นะ :)”

 

 

...-O-////”

 

 

งั้นก็ตกลงตามนี้ วันนี้ไปก่อนล่ะครับ คาบบ่ายมีเรียนพละ~”

 

 

เขาเดินจากไปแล้ว แต่ฉันยังยืนอ้าปากค้างอยู่ที่เดิม...กับยากิโซบะปังหนึ่งชิ้นในมือ...

 

 

อย่างที่คิดจริงๆ...เด็กคนนั้นน่ะ... ไม่ใช่เด็กดีอย่างที่เขาบอกว่าเขาเป็นหรอก T////T ร้ายกาจขนาดนี้จะเป็นเด็กดีได้ยังไงกัน

 

 

 

 

 

[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 

 

 

 

 

 

อัพแล้วววว คิดถึงมาสะจังกันมั้ยยยยยย >////////<

อยากให้ออกเร็วๆ จังเลยน้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

กระแสมาสะจังเริ่มจะชิงบัลลังก์พี่ๆ สองคนละ~

อย่ารักแต่มาสะจังแล้วลืมโคเฮกับยูจังนา เดี๋ยวนางงอน :P

ปล. อยากอ่านต่อ เมนต์จัดหนักเลยนะจ๊ะ เค้าชอบอ่าน

ขอบคุณทุกคนที่เมนต์ให้เค้าน้า ดีใจมากๆ เลย

อ่านแล้วยิ้มมมมแก้มปริ มีแรงปั่นนิยายต่อเพียบ!

 

 

 

* Ball หมายถึงลูกที่ขว้างเสีย ในการดูว่าลูกที่พิตเชอร์ขว้างไปนั้นเป็นลูกดีหรือเปล่า จะต้องดูว่าลูกนั้นถูกขว้างเข้ากรอบสมมติที่เรียกว่าสไตร์คโซน (Strike Zone) หรือไม่ ลูกที่จะเป็น 'ลูกดี' นั้นต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งผ่านสไตร์คโซน โดยคาดคะเนจากความสูงของสไตร์คโซน (วัดจากความสูงของแบตเตอร์หรือผู้ตี ตั้งแต่หัวเข่าจนถึงหน้าอก) และความกว้าง (วัดจากความกว้างของโฮมเพลต ซึ่งกว้างประมาณ 17นิ้ว)

* Walk หมายถึงการที่ผู้ตีสามารถเดินขึ้นเบสหนึ่งได้ฟรีๆ เลยโดยไม่ต้องวิ่ง อันเป็นผลจากการที่พิตเชอร์ขว้างลูกไม่เข้า (Ball / ลูกเสีย) ครบสี่ครั้ง (ไม่ว่าแคชเชอร์จะรับได้หรือไม่ได้ก็ตาม) เรียกว่า Base on ball หรือสั้นๆ ว่า Walk

** Strike-out ในกีฬาเบสบอล (หรือซอฟท์บอล) เกิดขึ้นเมื่อแบตเตอร์ (ผู้ตี) ไม่สามารถตีลูกดี (ลูกที่พิตเชอร์ขว้างในเขตสไตร์คโซน) ได้ถึงสามครั้ง เมื่อเกิดขึ้น แบตเตอร์คนนั้นจะต้องออกจากการเล่น และเปลี่ยนเป็นแบตเตอร์คนต่อไปขึ้นมาตีแทน

 

* Fast Ball ลูกขว้างตรงๆ ด้วยความเร็วสูง

** Curve Ball เป็นการขว้างโดยใช้เทคนิคฟอร์เวิร์ดสปิน ทำให้บอลพุ่งลงเมื่อใกล้จะถึงเพลท ส่งผลให้แบตเตอร์เล็งเพื่อจะตีได้ยากขึ้น

 

* โคไฮ 後輩 แปลว่ารุ่นน้อง

* เท่ากับ 148.06 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2228 punny-choco (@punny-choco) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 20:46
    148.6มันมืออาชีพแล้วไม่ใช่เหรอ(OoO) /
    #2228
    0
  2. #2184 koshimako (@koshimako) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 23:28
    มาสะจังเป็นเด็กดีคะ 
    #2184
    0
  3. #2102 Pphi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 10:06
    ฟินเว้ย........😆😆😆😆
    #2102
    0
  4. #2075 ling ling (@waramat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 22:47
    น่าร้ากกกกกกกกกกมากกกกกก
    #2075
    0
  5. #2044 lufen (@fernie-lufen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 17:27
    น่ารักมากกกกก ฟินเลยย >O< 5555 かわいい
    #2044
    0
  6. #935 []_DeVa_[] (@zercenner) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 15:47
    ฟินอ่ะ > < น่ารักมากเลยมาซารุคุงงง
    #935
    0
  7. #867 NnMm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 18:52
    ฟินนนนนนน>o
    #867
    0
  8. #801 Silver mirror (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 10:38
    ถล่มไลค์รัวๆ>
    #801
    0
  9. #747 Why (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 12:51
    โอ๊ยยยย ฟิน มาอัพอีกไวๆนะค่ะ #เป็นเค้าจะไม่ปล่อยมือจากมาสะคุงเลย #มโนตลอด #ฟินอินจัด คร่า ^^
    #747
    0
  10. #742 ดวงจันทร์สีนวล (@bf_nn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 20:22
    วรั้ยยยยยยยยยยยย มาสะจังนี่น่ากินจริงๆ เด็กอะไรนัลล๊ากกกกกกกกกกกกกกกก >< 
    #742
    0
  11. #691 Tea cup (@Deeans) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 02:59
    มาซารุคุงน่ารัก ฮิๆ
    #691
    0
  12. #646 m'naree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 16:48
    ต่อเล้ยต่อเล้ยยยยยย>///
    #646
    0
  13. #638 pim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 12:32
    หนูนั่งรอพี่อยู่หน้าโทรศัพท์ทุกวันเลย ไม่ได้อ่านไดอารี่ #ผิดๆ ไม่ได้อ่านมาสะจังแล้วกระวนกระวาย
    #638
    0
  14. #635 Eyp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 23:19
    มาสะจังงงง

    ฉันจัดอันดับให้นายอยู่อันดับหนึ่งงง!

    555
    #635
    0
  15. #634 fearntip (@fearn-sakuntip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 22:45
    มาสะจังน่ารักจังเลย  อ๊าย!! >/////<
    #634
    0
  16. #633 natchalinn (@natchalinn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 22:08
    ฟินมากกกกกกกกกกกกกกกก>//////< อยากอ่านต่อแล้ววววว
    #633
    0
  17. #632 aompnt_ (@aomsone) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 21:43
    อ๊ากกก เขินนน มาสะ ทำไมมัดมือชกแบบเน้ 
    #632
    0
  18. #631 chacoal9 (@chacoall) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 20:44
    ฟินนนนนน น่ารักอ่ะ เขินๆๆๆ
    อัพต่อไวๆเลยนะพี่อายยยย ไดอารี่ด้วย ฮ่าาาาๆๆ
    เก็บตังรอนานแล้วน้าา เมื่อไหร่จะธันวาาาาาา>w<


    #631
    0
  19. #629 LolipopSmiles (@mild_ni) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 19:43
    ฟินนนนน แย๊กกกกก >/////////////////////////////< 
    #629
    0
  20. #628 piggycute (@piggycute) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 18:39
    มาสะจังน่ารักอีกแล้ว#กรี๊ดแป๊บ รอนะค้าาาา
    #628
    0
  21. #627 Yukito_Sato (@sheeppy-99) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 18:07
    มาสะจังกับฮายาโตะคุงง พระเอกมากกกก >< อยากอ่านของฮายาโตะเเย้วว
    #627
    0
  22. #625 SnowwwIceee (@icylovesnow) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 15:19
    อัพๆๆๆๆ
    #625
    0
  23. #623 Love (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 12:14
    กรี๊ด มาสะจังน่ารักสุดๆ มีกองเชียร์อยู่ทางนี้อีกคนน้า พี่อายเขียนดีมาก เหมือนมีมาสะจังอยู่ข้างๆเวลาอ่านเลย และชอบนางเะอกแนวนี้มากกกกกก อัพอีกนะค้าจะรอค่า อยากให้หนังสือออกเร็วๆจัง ตอนนี้ใจจะขาดแล้วค่า มาสะจังน่ารักไม่ไหวจะเคลียร์555
    #623
    0
  24. #622 = Love Nippon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 12:05
    ชอบที่สุดเลยยยยยยยยยย มาสะจังแอบร้ายนะเนี่ย555 อัพอีกนะค้า
    #622
    0
  25. #618 นิยายคือชีวิต (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 05:16
    ชอบมากคะพี่อาย มาสะจังน่ารักมากคะ ชอบนิสัยโซระนะคะ

    หนุกมากคะ ^_^
    #618
    0