Nippon Baby รักหวานมันโฮมรันหัวใจเจ้าชายเบสบอล

ตอนที่ 3 : Nippon Baby : 心配です (เป็นห่วงน่ะครับ) [[COMPLETED 100%]]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    28 ต.ค. 57






 

 

 

 

3

心配です

(เป็นห่วงน่ะครับ)

 

 

 

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

 

 

ยากกกก! ยากกกกโคตรTOT นี่มันการเรียนการสอนระดับมัธยมปลายจริงๆ เหรอเนี่ย ฉันนึกว่าเข้าสัมมนากับไอน์สไตน์ซะอีก TOT”

 

 

นั่นน่ะสิ T___T ยากไม่ไหวทน ฉันต้องตายแน่ๆ”

 

 

ใช่มะ แล้วไอ้ที่เรียนไปนี่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ยากโดยใช่เหตุมากๆ ฉันไม่ได้อยากโตไปเป็นท่านเซอร์ไอแซค นิวตันสักกะหน่อย”

 

 

เนอะๆ พอจบไปก็ไม่ได้ใช้ แล้วจะมาเพิ่มความลำบากให้นักเรียนม.ปลาย อย่างพวกเราทำไมกัน”

 

 

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ฉันเข้าขากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กันที่แถวหลังสุดของห้อง ซึ่งบังเอิญเป็นหนุ่มผมทองหน้าเหมือนโฮสต์รูปหล่อแถวคาบุกิโจคนเดียวกับที่ฉันเจอในวันเปิดเทอมพอดี (ที่จำได้เพราะเขาหล่อเด่นและมีเอกลักษณ์มากซะจนยากที่จะลืมน่ะนะ >O<) และนากามุระ ฮายาโตะคุงคนนี้ก็เป็นผู้ชายเฮฮาสไตล์เหมาะกับฉันจริงๆ เลย >///<

 

 

แถมการบ้านก็ยาก ตายแน่ ตายแน่ๆ T_T ไปขอให้ไอ้โคเฮช่วยดีกว่า”

 

 

โคเฮ?”

 

 

เป็นพระเอกเล่มแรก Nippon Sweetie อ๊ย เป็นเพื่อนฉันเองอ่ะ ตอนนี้เรียนอยู่โรงเรียนไคเซย์”

 

 

โห หรือว่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนที่เข้ายากสุดๆ นั่น -O-;”

 

 

ก็ใช่น่ะสิ! แถมสาวๆ ยังน่ารักสุดๆ ด้วย! โดยเฉพาะสาวผมชมพูที่นั่งข้างหมอนั่น...”

 

 

ระดับมันสมองอย่างฉันคงไม่มีทางเข้าไคเซย์ได้แน่ อย่างดีก็แค่ไปเกาะประตูรั้ว T_T”

 

 

เออใช่ เพราะงั้นเราอยู่ที่เดิมนี่แหละเนาะ”

 

 

ที่เดิมก็ใช่จะรอดนะปีนี้น่ะ T_T”

 

 

...นั่นสินะ TT_TT ยิ่งพูดยิ่งเศร้า ให้ตายเถอะ”

 

 

ปกติพวกนักเรียนหญิงจะชอบมองว่าฉันแปลก เพราะฉันไม่สามารถนั่งเม้าท์เรื่องไอดอลหรือบอยหล่อๆ กับพวกเธอได้ เครื่องสำอางหรือแฟชั่นอะไรฉันก็ไม่รู้เรื่อง กระทั่งเรื่องหนัง ละคร หรือการ์ตูนฉันก็ไม่ค่อยได้เสพ ก็เลยไม่เหลือหัวข้อสนทนาที่จะใช้ทำความรู้จักกับนักเรียนสาว .ปลาย ได้ พูดงี้ฟังดูเหมือนชีวิตฉันมืดมนมากใช่มั้ยล่ะ

 

 

ก็ใช่ จะพูดงั้นก็ไม่ผิด #อ้าว

 

 

แต่ฉันไม่มีปัญหากับการนั่งกินข้าวเที่ยงคนเดียว ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว หรืออื่นๆ คนเดียว ปกติก็กินข้าวคนเดียวประจำมาแต่ไหนแต่ไร แบบนี้ก็ดีออก ฉันจะได้ไม่ต้องไปทำให้คนอื่นเขารำคาญ...แล้วก็ไม่ไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนเหมือนที่ฉันทำกับมาซารุคุงด้วย TOT

 

 

พูดแล้วก็เครียด... กระดุมเสื้อเขาเป็นไงบ้างแล้วนะ หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย...

 

 

แต่ก็...เห็นเขาประจำตอนเขาเรียนพละหรือไม่ก็ซ้อมกับชมรมเบสบอลหลังเลิกเรียนนะ เพราะฉันนั่งติดหน้าต่าง ก็เลยมองออกไปเห็นสนามเบสบอลและสนามกีฬาข้างนอกได้พอดีไงล่ะ >_<

 

 

นอกจากนี้ตอนไปนั่งที่ห้องสมุด ก็จะได้วิวอีกมุมหนึ่งของสนามเบสบอลด้วยล่ะ ฉันแอบดูเขาจากห้องสมุดประจำเลย อย่างวันนี้ก็...

 

 

เอ๊ะ นี่ฉันเริ่มพูดจาประสาสตอล์กเกอร์แล้วรึเปล่านะ TOT #เริ่มกลัวตัวเอง

 

 

วับ!

 

 

ตุ้บ!

 

 

เอ้าต์!”

 

 

ยอดเลยมาซารุ!”

 

 

นั่นไง... เขาเพิ่งจะทำแบตเตอร์*อ้าต์ไปอีกคนแล้ว จากการพิตช์ลูกขั้นเทพจนอีกฝ่ายแค่จะเหวี่ยงไม้ยังไม่ทันของเขาน่ะ... อีกนิดหนึ่งก็คงจะจบเกมแบบโนฮิตเตอร์** ได้แล้วเนี่ย *O*

 

 

สุดยอดจริงๆ เลย ไม่แปลกที่เขาจะเป็นหนุ่มป็อปนะเนี่ย ผู้ชายอะไรทั้งหล่อ ทั้งมีเสน่ห์ ทั้งหัวเราะน่ารัก แถมยังขว้างลูกได้ไวกว่ารถไฟชินคันเซนอีก -O- สมแล้วที่ถูกเรียกว่าเป็นเอของชมรมเบสบอลและมีสาวๆ ตั้งกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง...

 

 

ฉันนั่งดูหนุ่มๆ ชมรมเบสบอลซ้อมกันต่อจนจบราวกับลืมจุดประสงค์แรกที่มาห้องสมุดไปแล้ว และการบ้านฟิสิกส์ที่ตั้งใจมาทำก็จะต้องกลับบ้านพร้อมฉันแบบว่างเปล่า T_T คืนนี้ดูทรงแล้วสงสัยจะไม่ได้นอนอีกแน่ ต้องนั่งทำการบ้าน ฮือๆ #ทำตัวเองเห็นๆ

 

 

หลังจากหนุ่มๆ เลิกซ้อมแล้ว ฉันก็จัดการกวาดทุกสิ่งเข้ากระเป๋าแล้วเดินถือกระเป๋าอย่างห่อเหี่ยวออกจากห้องสมุดเพื่อจะไปเปลี่ยนรองเท้าที่ล็อกเกอร์ และตอนนั้นเองที่ฝนเทลงมาดังโครมเบ้อเริ่ม -O-;;;

 

 

ทำไมถึงเทลงมาได้ล่ะ นี่มันไม่ใช่หน้าฝนสักหน่อย =[]= คนยิ่งหิวๆ อยู่นะ T^T ตอนเที่ยงไปซื้อขนมปังไม่ทันชาวบ้านเพราะมัวแต่เอื่อยเฉื่อย เลยได้ดื่มแค่ชาข้าวของโปรดประทังชีวิตเท่านั้น T_T เวลาปกติสมองก็ทำงานไม่ค่อยเต็มที่แล้ว พอหิวอีกยิ่งไปกันใหญ่เลย #ข้ออ้างของคนสมองช้า

 

 

จะว่าไป...นี่ก็ใกล้ถึงเวลาที่โอตะซังกับคุณนายแล้วก็เอย์จังจะกลับถึงบ้านแล้วนี่นา แย่แล้ว T_T ต้องรีบกลับแล้วล่ะแบบนี้ TOT

 

 

ฉันถอดเสื้อคาร์ดิแกนออกมาพันหัวเป็นมัมมี่ จากนั้นจึงนับถอยหลังสามสองหนึ่งในใจเตรียมจะวิ่ง แต่แล้วขาขวากลับชะงักกึก...เมื่อมีใครบางคนส่งเสียงห้ามฉันเอาไว้เสียก่อน O_O

 

 

เซ็มไป! ฝนตกนะครับ จะวิ่งไปไหน”

 

 

วิ่งกลับบ้าน เอ๊ย ไปสถานีรถไฟอ่ะ"

 

 

ฝนตกหนักขนาดนี้ เอาคาร์ดิแกนมาคลุมหัวคิดว่าจะช่วยอะไรได้เหรอครับ”

 

 

เอ่อ ก็นะ อย่างน้อยก็ดีกว่าวิ่งออกไปหัวเปล่าๆ นี่ -O-”

 

 

ไม่ดีครับ ตอนฝนตกถนนมันลื่น ถ้าออกไปวิ่งทั้งที่มองไม่ค่อยเห็นทาง มีหวังล้มหน้าทิ่มแน่ๆ ครับ ถ้าโชคร้ายก็อาจจะไปล้มกลางถนนถูกรถชนอีก แต่ถ้าโชคดีไม่ล้มไม่โดนรถชนตาย ก็จะต้องป่วยแน่ๆ เพราะนี่เป็นฝนนอกฤดู แถมตอนนี้อากาศก็ยิ่งเย็นๆ อยู่"

 

 

...”

 

 

เข้าใจมั้ยครับ”

 

 

ค่ะ...สาบานเลยว่าชีวิตนี้จะไม่วิ่งตากฝนอีกแล้วค่ะ -O-;;”

 

 

ถ้าเข้าใจแล้วก็ดีครับ” มาซารุคุงพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นจึงโชว์ของดีให้ดู “ผมมีร่ม เดี๋ยวไปที่สถานีด้วยกันก็ได้ครับ”

 

 

เอ๊ะ ทำไมมีร่มในฤดูนี้อ่ะ”

 

 

ปิศาจ เอ๊ย... พี่สาวผมบอกว่าลางสังหรณ์เธอทำนายว่าฝนตก ก็เลยบังคับให้ผมหยิบมาด้วยตอนเช้า...จะว่าไปก็แม่นเหมือนกันแฮะ”

 

 

งั้นก็ขอความกรุณาด้วยนะคะ” ฉันโค้งให้มาซารุคุงก่อนจะถอดคาร์ดิแกนที่พันหัวลงมาใส่ไว้ตามเดิม จากนั้นเราก็เดินออกจากตึกเรียนมาพร้อมกัน...

 

 

ฝนซาลงหน่อยแล้วแต่ก็ยังตกปรอยๆ ตอนที่เราเดินข้ามถนนหน้าโรงเรียนมาอีกฝั่งหนึ่ง มาซารุคุงสูงจริงๆ นั่นแหละ ตอนแรกฉันก็กะจะเสนอตัวถือร่มเอง แต่เกรงจะไปทำร่มปักหัวเขาด้วยความเตี้ยเข้าน่ะสิ T_T

 

 

ทำไมกลับเย็นจังครับ เลิกเรียนตั้งนานแล้ว หรือว่ามีชมรม?”

 

 

ไม่มีหรอก ฉันพยายามจะทำการบ้านที่ห้องสมุดน่ะ”

 

 

โห ขยันจัง ผมยังไม่เคยเข้าไปนั่งห้องสมุดเกินห้านาทีมาก่อนเลยนะ”

 

 

ฉันก็ทำการบ้านแค่ห้านาทีนั่นแหละ ที่เหลือนั่งดูพวกมาซารุคุงซ้อมเบสบอลจนจบเลยอ่ะ T_T EPIC FAIL ที่สุด”

 

 

เอ๊ะ -O-”

 

 

เอ่อ ไม่ได้เป็นสตอล์กเกอร์นะ แค่แบบว่านั่งติดหน้าต่างแล้วมองลงไปเห็นพอดีอ่ะ T_T”

 

 

งั้นที่ผมเห็นคนหน้าเหมือนเซ็มไปผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ตรงหน้าต่างห้องสมุดก็ไม่ได้คิดไปเองสินะ”

 

 

เอ๊ะ เห็นด้วยเหรอ ตาจะดีอะไรขนาดนั้น ฉันอยู่ชั้นสี่นะ O_O”

 

 

ต้องตาดีสิครับ ผมเป็นพิตเชอร์นะ”

 

 

แบตเตอร์สิถึงจะต้องตาดี”

 

 

พิตเชอร์ก็ต้องดีครับ ไม่งั้นถ้ามองไม่เห็นสัญญาณจากแคชเชอร์* จะทำไง”

 

 

เออเนอะ ปกติมาซารุคุงต้องเตี๊ยมกับแคชเชอร์ตลอดเลยเหรอ”

 

 

ก็มีบ้างครับ กัปตัน... หมายถึงแคชเชอร์ของทีมน่ะจะอ่านเกมขาดกว่าผมตลอดครับ”

 

 

งี้นี่เอง...” ฉันพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแขนซ้ายของเขา “แต่พิตเชอร์มือซ้ายน่ะฉันเพิ่งเคยเห็นนะ”

 

 

มาซารุคุงมองตามมือฉันก่อนจะตอบกลับมา “เหรอครับ เพราะผมถนัดซ้ายล่ะมั้งครับ”

 

 

สุดยอดเลย ฉันว่าความเร็วที่มาซารุคุงขว้างน่าจะประมาณสองล้านปีแสงนะ”

 

 

ผมไม่ใช่ดาวหางนะครับ -O-;”

 

 

เห็นแล้วนึกถึงยูซังเลยล่ะ ยู ดาร์วิช** ทีมชาติญี่ปุ่นน่ะ”

 

 

ฮะ?” มาซารุคุงถึงกับหยุดเดินกะทันหันจนฉันต้องหันไปมองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ “นั่นเป็นไอดอลของผมเลยครับ!”

 

 

เห? จริงเหรอ ฉันก็ชอบเขาเหมือนกัน >_<”

 

 

ความฝันของผมคือได้เล่นเมเจอร์ลีกหลังจบไฮสกูลเหมือนดาร์วิชซังครับ แต่ก็ดูจะเป็นไปไม่ได้...

 

 

ทำไมถึงคิดงั้นล่ะ”

 

 

ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้แบบนั้นนี่ครับ”

 

 

ฉันนิ่งคิดตามคำพูดของเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป “แต่ถ้าคิดว่า 'ไม่ได้' ตั้งแต่แรกทุกอย่างก็จบไม่ใช่เหรอ”

 

 

...!?”

 

 

สำหรับฉันที่ไม่เคยมีความฝันอะไรเลย ได้แต่ใช้ชีวิตไปวันๆ ตัวตนของมาซารุคุงที่มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนอยู่แล้วดูเจิดจรัสมากเลยนะ เหมือนดาวหางจริงๆ นั่นแหละ ^-^"

 

 

...”

 

 

แค่ดูตอนซ้อมก็รู้แล้วว่ามาซารุคุงรักเบสบอลมากขนาดไหน แถมยังเก่งมากอีกต่างหาก... ฉันขอมอบสมญานามใหม่ให้ว่า 'พิตเชอร์มือซ้ายร้อยล้าน' ไว้ ณ ที่นี้เลยแล้วกัน”

 

 

ในที่สุดมาซารุคุงที่เงียบไปพักใหญ่ก็หลุดหัวเราะออกมา เขาหัวเราะจนตัวงอ... ทำให้ร่มขยับเล็กน้อยจนฝนตกลงมาโดนฉัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย...เพราะเสียงหัวเราะของเขาทำให้รู้สึกว่าต่อให้เปียกโชกไปทั้งตัวมันก็คุ้มกัน...

 

 

นั่นมันอะไรกันครับ ฮ่าๆๆๆ สมญานามหลงตัวเองแบบนั้นน่ะ”

 

 

เรื่องจริงนะ! ฉันยังไม่เคยเห็นพิตเชอร์มือซ้าย .ปลาย คนไหนเก่งขนาดนี้มาก่อนเลย จะว่าไป...ก็ไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ -O-”

 

 

เว่อร์ไปครับ จะมือซ้ายมือขวาก็เหมือนกัน อยู่ที่ว่าจะขว้างได้ดีแค่ไหนเท่านั้นแหละ”

 

 

ก็จริง” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก "แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรักเบสบอลเท่ากับที่มาซารุคุงรักนะ"

 

 

...แล้วเซ็มไปรู้ได้ไงครับว่าผมรักเบสบอล”

 

 

ดูสีหน้าไง” ฉันตอบยิ้มๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับๆ ผมกับใบหน้าของมาซารุคุงที่โดนฝนจนเปียกไปเมื่อกี้นี้ “แค่พูดถึงเบสบอล...ทั้งสีหน้าและแววตาของมาซารุคุงก็เป็นประกายขึ้นมาแล้ว ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่ารักเบสบอลมากแค่ไหน”

 

 

...”

 

 

ได้รักอะไรสักอย่างแล้วก็ได้ทุ่มเทเพื่อสิ่งนั้น...คงเป็นความรู้สึกที่ดีเนอะ”

 

 

...นั่นสินะครับ” มาซารุคุงตอบกลับมาเสียงเบา ขณะที่เราออกเดินกันต่อใต้ร่มคันเดียวกันอย่างเชื่องช้าไปที่สถานีรถไฟ “ที่จริงผมก็เพิ่งเริ่มเล่นตอน .ต้น เองแหละครับ เพราะพ่อผมชอบเบสบอลมากเลยเชียร์ให้ผมเข้าชมรม ตอนแรกก็แค่เล่นเอาสนุก...เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถเล่นจริงจังเป็นอาชีพต่อไปได้”

 

 

...”

 

 

แต่สุดท้ายก็ทิ้งมันไปไม่ได้ เผลอแป๊บเดียวมันก็เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปซะแล้ว เพราะงั้นเลยอยากจะทำมันให้ดีที่สุดครับ”

 

 

ทำไมตอนแรกถึงเริ่มชอบเบสบอลเหรอ”

 

 

เพราะคุณพ่อน่ะครับ... เขาชอบดูเบสบอลมาก เป็นแฟนพันธุ์แท้ฟุคุโอกะฮอว์คส ผมเลยได้ดูมาตั้งแต่เด็กๆ พอเห็นพ่อชอบเบสบอลมาก ผมก็อยากจะทำให้พ่อภูมิใจแบบนั้นบ้าง...”

 

 

...”

 

 

แต่ความฝันกับความเป็นจริงมันต้องแยกกัน ทุกวันนี้ผมก็พยายามจะตั้งใจเรียนให้มากๆ ด้วยครับ...เผื่อว่าสักวันอาจจะต้องหยุดเล่น...”

 

 

มีแพลนบีก็ไม่ผิดหรอกนะ แต่การไล่ตามความฝันอย่างสุดชีวิตก็ไม่ผิดอีกเหมือนกัน”

 

 

...”

 

 

ขอโทษนะที่ฉันพูดจาถือดีไปหน่อย เพราะฉันเองก็ไม่เคยยืนอยู่ในจุดเดียวกับมาซารุคุง...”

 

 

ไม่ครับ ขอบคุณมากนะครับ” มาซารุคุงส่ายหน้า “ผมสิต้องขอโทษที่เอาแต่พูดเรื่องตัวเอง”

 

 

ไม่หรอก ฉันชอบฟังนะ ^-^” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มหวานพลางยกมือขึ้นเสยผม “เพราะเรื่องอื่นฉันไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง ที่ทำได้ดีที่สุดก็คือเป็นผู้ฟังนี่แหละ เคยมีคนบอกหลายคนเลย... ขนาดแม่ยังเคยพูดเลยนะว่าฉันน่ะพูดจาไม่รู้เรื่อง ไร้สาระ ควรจะนั่งเงียบอยู่เฉยๆ มากกว่า”

 

 

...”

 

 

เพราะงั้นถ้าอยากคุยอะไรกับใครก็มาคุยกับฉันได้เลยนะ นอกจากจะเป็นผู้ฟังที่ดีแล้วฉันยังเก็บความลับได้ดีด้วยนะขอบอก ^O^”

 

 

แต่ผมก็อยากฟังนะครับ”

 

 

...เอ๋?”

 

 

เรื่องของเซ็มไปน่ะ...”

 

 

...!!!” ฉันตกใจจนแทบเดินตกท่อ แต่รอยยิ้มของมาซารุคุงก็บอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่นๆ ถ้าอย่างนั้น...

 

 

...แต่ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะเล่าหรอกนะ เพราะชีวิตฉันไม่น่าสนใจเลยสักนิด จืดชืดพอๆ กับชาข้าวที่ถูกเทใส่แก้วทิ้งไว้ข้ามคืนเลย”

 

 

อุปมาอุปมัยได้สุดๆ ไปเลยครับ"

 

 

ใช่มั้ยล่ะ ฉันน่ะทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง เก่งอยู่อย่างเดียวคือวิชาภาษาญี่ปุ่นนี่แหละ ^-^ ก็เลยขอที่บ้านมาเรียนที่นี่”

 

 

แปลว่ามาคนเดียวเลยเหรอครับ แล้วครอบครัว?”

 

 

อื้อ ทุกคนอยู่ที่ไทยกันหมด...ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่ที่บ้านคนรู้จักของแม่” ฉันพูดอย่างเรื่อยเปื่อยก่อนจะกรีดร้องออกมาแบบแรนอมจนมาซารุคุงแทบกระโดด

 

 

เกิดอะไรขึ้นครับ O_o?”

 

 

นี่กี่โมงแล้วเหรอมาซารุคุง TOT”

 

 

เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือที่ทำให้ข้อมือแข็งแรงของเขาดูเซ็กซี่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกว่าทำไม จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาตอบฉัน “หนึ่งทุ่มครับ”

 

 

กรี๊ด TOT”

 

 

ใจเย็นๆ ครับ สถานีรถไฟอยู่ข้างหน้านี่แล้ว” เขาคว้าแขนฉันที่กำลังจะถลาออกไปนอกร่มเอาไว้ จากนั้นจึงเร่งสปีดฝีเท้าขึ้นเองโดยไม่ลืมลากฉันไปด้วย... หนำซ้ำร่มก็ยังยื่นมากันทางฝั่งฉันมากขึ้นจนไหล่ซ้ายของเขาเริ่มเปียก

 

 

มะ...มาซารุคุง เดี๋ยวไม่สบาย...”

 

 

ช่างเถอะครับ รีบเดินเถอะ”

 

 

อื้อ!”

 

 

ฉันพยักหน้าอย่างหนักแน่นพร้อมกับพยายามเร่งสปีดให้ทันเขา แต่เขาขายาวมากนะ T_T ฉันไม่ถึงกับเตี้ย (สูง 164 ซ็นติเมตร) แต่ถ้าเทียบกับเขาแล้ว...ก็เป็นตอม่อดีๆ นี่เองแหละ ดังนั้นฉันจึงต้องซอยเท้าถี่ยิบจนกระทั่งเรามาถึงสถานีรถไฟอาโอยามะ-อิจโจเมะในที่สุด...

 

 

ให้ตายเถอะ...เหนื่อยแทบขาดใจเลยทีเดียว TOT

 

 

รีบไปกันเถอะครับ เซ็มไปลงสถานีไหนนะครับ คราวที่แล้วผมเอาที่อยู่ในกระเป๋าเปิดกูเกิลแมพแล้วเดินไป เลยไม่รู้ว่าสถานีไหน”

 

 

ฉันจำไม่ได้”

 

 

เอ๊ะ!?”

 

 

คราวนี้มาซารุคุงถึงกับสะดุดกึกแล้วหันมามองหน้าฉันอย่างมหัศจรรย์ใจ นัยน์ตาสีเฮเซลที่เบิกกว้างช่างดูน่ารักซะจนอยากจะควักออกมาใส่ขวดโหลไว้ดูเล่น #โรคจิตกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

 

อย่ามัวแต่จ้องหน้าผมสิครับ สรุปแล้วลงสถานีไหนแน่”

 

 

เอ่อ...ปกติฉันจำได้แค่ว่าสถานีชื่อยาวๆ สายสีม่วงแดง* อ่ะ -O-;;;”

 

 

...”

 

 

แหะๆ ขอโทษทีนะ T..T” ฉันยกมือไหว้ขอโทษตอนที่มาซารุคุงไม่พูดอะไร เพียงแต่เดินไปดูแผนที่เมโทรจากนั้นจึงหันกลับมาหาฉัน

 

 

สถานีโอจิไอ มินามิ นางาซากิ** ใช่มั้ยครับ”

 

 

อ๊ะ ใช่ๆ น่าจะอันนั้นแหละ >O<”

 

 

... 'น่าจะ' คืออะไรครับ เซ็มไปเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านนี้เมื่อวานหรือไง”

 

 

เปล่านะ อยู่มาสองปีกว่าแล้วล่ะ ตั้งแต่ตอนขึ้น .ปลาย ปีหนึ่ง~”

 

 

มาซารุคุงถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะหัวเราะและส่ายหัว ขนาดท่าทางสับสนในชีวิตเขาก็ยังดูเปล่งประกายโดดเด่นเลย นั่นมีสาวๆ จากโรงเรียนข้างๆ แอบเหล่มองด้วย (แต่พอเห็นหน้าฉันพวกเธอก็เปลี่ยนสีหน้าเคลิบเคลิ้มเป็นเบะปากทันที คงเพราะฉันมันไม่คู่ควรกับเขาอย่างแรงสินะ)

 

 

ไปกันเถอะครับ”

 

 

อื้อ!”

 

 

 

 

 

 

 

 

**************************************************







 

บนรถไฟ...ที่แน่นเป็นอาหารหมาอัดกระป๋อง TOT

 

 

ฉันพยายามแย่งชิงออกซิเจนในรถไฟด้วยการเขย่งปลายเท้าสุดชีวิต ขณะที่มาซารุคุงใช้ชีวิตในแบบชนชั้นสูงได้สบายมากโดยไม่ต้องลำบากสักนิด

 

 

ให้ผมอุ้มมั้ยครับ”

 

 

แซวฉันเหรอ T_T”

 

 

เปล่าครับ พูดจริงๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะแบบที่ฟังดูก็รู้ว่าจะล้อ ใช่สิ T_T เขาทั้งสูงทั้งแข็งแรง ผิดกับยัยเตี้ยขี้โรคอย่างฉันลิบลับเลย #ดราม่าทำไม

 

 

มายืนตรงนี้ดีกว่าครับ ตรงกลางคนเยอะ” เขาพูดตอนรถไฟกำลังจะจอดที่สถานีถัดไป จากนั้นจึงคว้าเอวบางฉันเข้าไปหาตัวแล้วลงมือพลิกร่างฉันอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าพ่อค้ามันเผา -O- ทำให้ตอนนี้ฉันยืนหลังชนกับประตู และเขาก็กลายร่างเป็นกำแพงที่ทั้งสูงและหล่อให้ฉันไปเรียบร้อย

 

 

อาริงาโตะ ^O^”

 

 

ถ้าจะขอบคุณ ตอบแทนด้วยการจำชื่อสถานีบ้านตัวเองให้ได้ทีเถอะครับ”

 

 

...ฉันจำได้แล้วนะ T_T”

 

 

เหรอครับ ไหนว่ามาสิ”

 

 

...โอเตมาจิ มินามิงาโอกะ”

 

 

มั่วแหลกเลยครับ สถานีนั้นมีที่ไหนกันครับ”

 

 

ใจร้าย T_T”

 

 

มาซารุคุงหัวเราะแบบไม่ออกเสียง นี่คงเพราะเขาเป็นเด็กหนุ่มมารยาทดีเลยกลัวจะรบกวนคนอื่นบนรถไฟ ถ้าอยู่กันสองคนมีหวังเขาฮาป่าเสียงดังไปถึงโอกินาว่าแหงม T^T

 

 

ฉันก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกท้อใจ ก่อนจะเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อตอนนั้นเอง...ว่ากระดุมเสื้อนักเรียนของเขากลับเป็นเหมือนมนุษย์ปกติแล้ว (หลังจากพิสดารไปด้วยความพิเรนทร์ของฉันเองเมื่อตอนเปิดเทอม)

 

 

โอก้าซัง (คุณแม่) ซ่อมกระดุมให้แล้วเหรอ”

 

 

หืม? อ๋อ” มาซารุคุงก้มหน้าลงมองกระดุมตัวเองตามฉันจากนั้นจึงหัวเราะแผ่วเบา “ต้องซ่อมแล้วสิครับ ไม่งั้นผมโดนเซ็นเซย์ด่าพอดี”

 

 

นั่นสินะ T^T”

 

 

ถามใหญ่เลยล่ะว่าผมไปทำอะไรกับกระดุมมา”

 

 

ขอโทษจริงๆ นะ T_T”

 

 

ไม่เป็นไรครับ ตลกดีออก” มาซารุคุงตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน... ที่เพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก (ปกติมีแต่ฮากับดุด่าว่ากล่าว T_T) และน้ำเสียงแบบนั้นก็ทำให้ฉันเผลอเงยหน้าขึ้นไปเพราะอยากจะมองหน้าเขาตอนพูด...ก็พบว่าใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันมาก...เพราะมาซารุคุงยังก้มหน้ามองกระดุมอยู่นั่นเอง...

 

 

เอาอีกแล้ว... นัยน์ตาสีเฮเซลคู่นั้นพาหัวใจฉันไปเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์อีกแล้ว...

 

 

คุณยายของฉัน...” เพราะไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกเหมือนหัวใจหวิวๆ แบบนี้ ก็เลยเสมองไปทางอื่นแล้วเปลี่ยนเรื่อง “เมื่อก่อนก็ซ่อมเสื้อผ้าให้ฉันบ่อยๆ เหมือนกัน เพราะว่าฉันชอบเอาแต่เหม่อจนหกล้ม ไม่ก็เดินเกี่ยวนั่นเกี่ยวนี้จนเสื้อกับกางเกงขาดประจำเลย”

 

 

ผมพอนึกออกครับ”

 

 

นั่นไม่ได้จะด่าฉันทางอ้อมใช่มั้ยมาซารุคุง T^T”

 

 

ก็พูดตรงๆ นี่ครับ” เขาตอบหน้าตายก่อนจะยิ้ม... ไอ้รอยยิ้มสดใสเหมือนนกน้อยนั่นพอเถอะ ฉันเห็นแล้วโกรธไม่ลงจริงๆ ไม่แฟร์เลย T_T

 

 

ผมล้อเล่นนะครับ ขอโทษนะ” มาซารุคุงพูดพร้อมกับยื่นมือมาจิ้มแก้มฉันที่หันมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟสุดฤทธิ์ จากนั้นจึงเอียงคอมองหน้าฉัน “แต่คุณแม่ก็ชมนะครับว่าเซ็มไปน่ะฝีเย็บดี ถ้าไม่ผิดด้านก็คงจะเก่งกว่าคุณแม่ซะอีก”

 

 

ขอบคุณที่ปลอบใจนะ” ฉันถอนหายใจอย่างหม่นหมองก่อนจะหัวเราะ “ก็ต้องทำได้บ้างแหละน้า เพราะฉันนั่งดูคุณยายเย็บผ้ามาตั้งแต่เด็ก ถึงฉันจะหัวช้าจนน่าทึ่ง แต่ก็พอจับทริกอะไรมาได้บ้างนิดหน่อย...

 

 

พูดแบบนั้นอีกแล้ว”

 

 

...เอ๋?”

 

 

น้ำเสียงจริงจังของมาซารุคุงที่จู่ๆ ก็ขัดขึ้นมาทำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเขา แล้วก็พบว่านัยน์ตาสีเฮเซลคู่นั้นกำลังจ้องมาอย่างจริงจัง

 

 

ก่อนหน้านี้ก็พูดว่าตัวเองไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง”

 

 

...ก็มันเรื่องจริง...”

 

 

จะเป็นอย่างนั้นได้ไงล่ะครับ”

 

 

เสียงของเขาดังขึ้นเล็กน้อยทำเอาคนบนรถไฟหันมามอง แต่เจ้าชายเบสบอลสุดหล่อไม่ได้สนใจเลยสักนิด...

 

 

ถึงเซ็มไปจะหัวช้า เอ๋อ ขี้ลืม โก๊ะ เดินไม่ระวัง พูดจาแปลกๆ คิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น...”

 

 

โอ๊ะ TOT จัดเต็มขนาดนี้ผลักฉันออกจากรถไฟเลยดีกว่าค่ะ TTOTT

 

 

...แต่เซ็มไปก็เป็นคนใจดี”

 

 

...!?”

 

 

แล้วก็เป็นคนพูดอะไรตรงๆ เอาใจใส่คนอื่นมากกว่าตัวเอง...”

 

 

...”

 

 

อย่างวันนั้นที่สวน...ก็ยังเห็นเซ็มไปแบ่งข้าวปั้นให้แมวจรจัดแถวนั้นอยู่เลย”

 

 

เอ๊ะ...?”

 

 

ฉันเอ่ยถามออกไปอย่างมึนงงเมื่อได้ยินประโยคปิดท้ายของมาซารุคุง...ที่ไม่คิดจะตอบอะไร เพียงแต่ส่งยิ้มบางเบาที่มุมปากมาให้ฉันเท่านั้น...

 

 

[มาโมนาคุ ฮิงาชินากาโนะ...ฮิงาชินากาโนะ]

 

 

พอได้ยินชื่อสถานีที่คุ้นหู (เขาบอกไว้ก่อนหน้านี้) ฉันก็แตกตื่นขึ้นมาทันที “อ๊ะ! นี่คือสถานีบ้านมาซารุคุงใช่มั้ย!?”

 

 

...ทีบ้านคนอื่นน่ะจำแม่นเชียวนะครับ”

 

 

แหงสิ เพิ่งบอกมาเมื่อกี้เองฉันจะลืมได้ไงกัน” ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้เขา “บ๊ายบาย~ ขอบคุณนะที่ให้ใช้ร่ม ดีใจที่ได้กลับบ้านด้วยกันนะ >_< กลับบ้านดีๆ ล่ะ! พิตเชอร์หนุ่มน้อยมือซ้ายร้อยล้าน!”

 

 

มาซารุคุงหัวเราะเสียงใสน่ารัก พอดีกับที่รถไฟแล่นช้าลงก่อนจะจอดสนิทเทียบชานชาลา

 

 

แล้วก็ที่พูดเมื่อกี้...ฉันดีใจมาก”

 

 

ครับ”

 

 

ขอบคุณนะ”

 

 

เซ็มไป...จะกลับถึงบ้านได้ใช่มั้ยครับ ไม่ลืมกุญแจบ้านแล้วใช่มั้ย”

 

 

ได้สิ! ไม่ต้องห่วงนะ! กุญแจบ้านอยู่ในกระเป๋า!”

 

 

พอพูดอย่างนี้สิยิ่งน่าห่วง”

 

 

ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า! ฉันจำได้แล้วว่าสถานีชื่อยาวๆ น่ะอยู่ถัดจากสถานีนี้ไปอีกสองสถานี!”

 

 

[ประตูกำลังจะปิด...]

 

 

กรี๊ดดด รีบไปเร็วมาซารุคุง!” ฉันพูดอย่างแตกตื่นเมื่อได้ยินเสียงประกาศเตือน พร้อมกับรีบดันเขาให้ออกไปก่อนที่คลื่นมนุษย์จะถาโถมเข้ามาจนออกไม่ได้...

 

 

ทว่าฉันเองนี่แหละที่เป็นฝ่ายโดนคลื่นมนุษย์ถาโถมเข้าใส่จนเกือบจะล้มหน้าทิ่ม OoO กรี๊ด ทำไมเปิดมาไม่กี่บทฉันถึงต้องล้มหลายครั้งหลายคราขนาดนี้ หน้ายิ่งพิลึกอยู่ ประเดี๋ยวคนเค้าก็เข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นตัวร้ายหรอก TTOTT

 

 

อาบุไน่! (อันตราย!)”

 

 

เสียงนุ่มๆ กับท่อนแขนแข็งแรง... และกลิ่นน้ำหอมอ่อนจางแบบสปอร์ต...

 

 

...ให้ตายเถอะ...ไม่ทันขาดคำเลยไม่ใช่เหรอเนี่ย”

 

 

โกเมนเนะ T_T (ขอโทษนะ)”

 

 

ไม่เป็นไรครับ ผมก็กะไว้อยู่แล้ว” มาซารุคุงพูดพร้อมกับกระชับอ้อมแขนที่กอดเอวฉันอยู่ให้แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้ฉันไหลลงไปนอนเป็นปลากระเบนบนพื้นรถไฟให้ประชาชนเหยียบ T_T ประตูปิดลงภายในไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น... รถไฟเคลื่อนขบวนอีกครั้ง และหัวใจของฉันก็เร่งสปีดแข่งกับรถไฟไปด้วย ตอนนี้เต้นแรงและเร็วประมาณแปดร้อยไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว... (เครื่องบินหรือไง)

 

 

ทำไมกันนะ ไม่เข้าใจเลยสักนิด... หัวใจฉันไม่ใช่ลูกเบสบอลที่มาซารุคุงขว้างไปสักหน่อยนะ ทำไมถึงได้เร่งสปีดตามสัมผัสของเขาขนาดนี้...?

 

 

...กะว่าฉันจะล้มน่ะเหรอ”

 

 

กะจะไปส่งที่บ้านต่างหากล่ะครับ”

 

 

...เห็นฉันดูช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

 

คงงั้นมั้งครับ คนที่จำกระทั่งชื่อสถานีบ้านตัวเองไม่ได้มันก็น่าห่วงอยู่ไม่ใช่เหรอ”

 

 

โอเค คืนนี้ฉันจะเขียนชื่อสถานีแปะฝาผนังห้องนอนไว้เลย"

 

 

ต่อจากชื่อของผม แล้วก็ที่บอกว่า 'ห้ามลืมกุญแจ' น่ะเหรอครับ”

 

 

...วันนี้ฉันไม่ได้ลืมจริงๆ น้า!”

 

 

ครับๆ :)”

 

 

 

 

 

 

 

[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อคืนเค้าง่วงนอนเลยรีบทำการบ้านแล้วรีบนอน ขอโทษน้าที่ไม่ได้อัพ T.,T

แต่ขอไถ่โทษด้วยการอัพเต็มๆ ฟินๆ เน้นๆ แทนนะจ๊ะ >////////////////////////<

ใครฟินน้องมาสะ อย่าลืมส่งเม้นต์จัดหนักฟินๆ มาให้คนเขียนปลื้มใจด้วยน้า~

สำหรับคนที่คอยเม้นต์ให้ตลอด ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ

อยากบอกว่าพวกคุณทุกคนทำให้เค้ามีความสุขมาก! ได้นั่งอ่านเมนต์ฟินสุดๆ!

ทำให้มีแรงปั่นฮายาโตะคุงต่อเลยเนี่ย 5555555555

แชปเตอร์นี้ฮายาโตะคุงหล่อนำมาเลย >O< และโคเฮก็ยังขอมาขโมยซีน

(มาแค่ชื่ออย่างเดียวก็เอา 5555555) คิดถึงโคเฮกันมั้ยคะ?

บอกเลยว่ารักเซ็ตนี้มาก เขียนไปยิ้มไป ผูกพันกับทุกตัวละครมากๆ

หวังว่าทุกคนจะรักหนุ่มๆ ญี่ปุ่นและเหล่านางเอกสาวไทยของเค้ากันน้า~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

* แบตเตอร์ (Batter) ตำแหน่งที่ต้องแข่งกับพิตเชอร์โดยตรง เป็นคนตีลูกจากทีมรุก เพื่อจะทำแต้ม และสร้างโอกาสในการวิ่งไปชิงเบส

** No-hitter (เรียกอีกอย่างว่า 'no-hit game' หรือ 'no-no') ในภาษาเบสบอลนั้นหมายถึงเกมที่ทีมหนึ่งไม่สามารถตีลูกได้เลยแม้แต่ลูกเดียวหลังผ่านไปอย่างน้อยเก้าอินนิ่ง พิตเชอร์ที่สามารถหยุดยั้งแบตเตอร์ฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ตีลูกได้ด้วยตัวคนเดียวตลอดทั้งเกมนั้นจะถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้ที่ 'have thrown a no-hitter (ผู้ขว้างโนฮิตเตอร์)' ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากมาก ในประวัติของเบสบอลเมเจอร์ลีก no-hitter เกมถูกบันทึกไว้เพียง 286 ครั้งเท่านั้น (Source: http://en.wikipedia.org/wiki/No-hitter)

 

* Catcher แคชเชอร์ คือตำแหน่งของผู้เล่นในเกมเบสบอลหรือซอฟท์บอล โดยผู้เล่นตำแหน่งนี้จะประจำอยู่ที่โฮมเบส และคอยรับบอลที่ขว้างโดยพิตเชอร์ในทีมเดียวกัน

** Yu Darvish (ダルビッシュ 有) เป็นพิตเชอร์ชาวญี่ปุ่นสังกัดทีมเท็กซัสเรนเจอร์ในเบสบอลเมเจอร์ลีก (Major League Baseball : MLB) และยังเป็นพิตเชอร์ระดับท็อปของทีมชาติญี่ปุ่นอีกด้วย

* The Toei Ōedo Line (都営地下鉄大江戸線) หมายถึงรถไฟใต้ดินในโตเกียว สายโอเอโดะ (Ōedo) ที่บริหารโดย Tokyo Metropolitan Bureau of Transportation (Toei) บนแผนที่รถไฟใต้ดิน สายโอเอโดะจะแสดงเป็นสีม่วงแดง และสถานีในสายโอเอโดะจะขึ้นต้นด้วยตัว E ตามด้วยเลขสองหลัก

** Ochiai Minami Nagasaki Station (落合南長崎駅) E-33 อยู่ห่างจากสถานีฮิงาชินากาโนะ (Higashi-Nakano : 東中野) E-31 สองสถานี

 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2148 I'am Janny Naa (@janny25) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 11:01
    อร๊ายยย!ฟินอ่ะ รักหนูมาสะที่สุดเรยยย น่าเอามาเลี้ยงที่บ้าน#ผิด เมื่อไหร่จะวางแผงเหรอคะ
    #2148
    0
  2. #2113 คุณนกฮูกสีนำ้เงิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:33
    かわいいです。

    がんばります。(^^)
    #2113
    0
  3. #2074 ling ling (@waramat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 22:22
    น่ารักกกกกกกกกก
    #2074
    0
  4. #2042 lufen (@fernie-lufen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 13:09
    まさるくんとそらがじゃんがすぎです。おねえさんのほんはかいます。
    P.s. 私は日本語がへたです。がんばります!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ธันวาคม 2557 / 13:10
    #2042
    0
  5. #1427 natwasa (@natwasa43) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 21:59
    มาซารุ กะ โซระ น่ารักจังเลยค่า >///////////<
    #1427
    0
  6. #1344 แพรรี่ 'พาย (@paerry_pie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 12:47
    อ๊ากกกก อยากมีโมเมนต์แบบนี้บ้างจุง>\\\<
    #1344
    0
  7. #952 ชนาพร ปิ่นแก้ว (@052543) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 20:07
    นายน่ารักจิงๆมาซารุคุง>///<
    #952
    0
  8. #863 dlfuyutreu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 18:46
    เขินแทนโซระเลยอ่ะ>//////
    #863
    0
  9. #774 ญี่ปุ่น112 (@natsumi78) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 16:33
    เจิมค่ะ
    #774
    0
  10. #733 Nu'Belle Love P'Mark (@bellfergoll) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 10:08
    งาาาาาาาาา อยากกินเค้กกับมาสะคุงงงงง
    #733
    0
  11. #569 Aichan Killuapica (@aichan-3-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 07:41
    เหมือนนั่งอ่าน Ace of Diamon + shojo manga อยู่เรย # ชอบๆ คาวาอี้>\<
    #569
    0
  12. #553 ดวงจันทร์สีนวล (@bf_nn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 10:23
    ทำไมยัยผีฟ้าถึงได้ซุ่มซ่ามขนาดนี้ แถมยังมีหนุ่มหล่อๆมาคอยช่วยอยู่ตลอดอีกกกกก อะไรกันนนน อิจจจจจจ -*- 
    #553
    0
  13. #481 princess ariel (@mookmhiw) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 22:10
    คือแบบว่าาาาาาาาาา
    หนูยอมซื่อ ยอมเซ่อ ยอมเอ๋อค่าาาาาาาา
    เพื่อให้มาสะจังคอยดูแลลลล

    #481
    0
  14. #478 safeland (@safeland) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 18:52
    อัพด้วยความเร่งเลยคร่าาาาาาาาาา   ฟินมากกกกกก พี่อายเเต่งน่ารักทุกคนเลยยยยยยยยยย
    #478
    0
  15. #477 littlesmile (@cream_rinrada) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 13:18
    พี่อายยยย >< ฟินมากอ่ะะะ อยากจะเป็นยัยฟ้าใจจะขาดดดด -////- มาซารุคุงน่ารักอะไรขนาดนั้นอ่ะฮืออออ T///T ฟินค้างแล้วนะคะเนี่ยย
    #477
    0
  16. #476 Candywn (@candywn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 11:26
    น่ารักมากค่ะพี่อายยย รอตอนถัดไปนะคะ ^^
    #476
    0
  17. #475 PieR (@pier) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 00:06
    อัพตอนต่อไปเร็วๆนะคะ ฟินมาสะกับโซระจังงง>0< ทั้งสองคนน่ารักมากเลยค่าา แอบอิจฉาโซระเล็กน้อย555 คงไม่ผิดนะ55
    #475
    0
  18. #474 Me123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 21:02
    ต่ออ ต่อออ ตอนต่อไปเลยเถอะนะคะ อยากอ่านแล้ววว

    รีบอัพนะคะ สู้ๆค่าา
    #474
    0
  19. #473 Fc.เจ้าหญิงผู้เลอโฉม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:30
    ฟิน ฟิน ฟิน ฟิน ฟิน!!!ค่ะตอนนี้มันฟินมากกกกกกตอนนี้มันฟินมากกกกกก

    มาสะจังน่ารักกกกกก รอตอนต่อไปน่ะค่ะ :)
    #473
    0
  20. #472 &#12524;&#12452;&#12461; (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:27
    โอ๊ยยยยยยยย ตอนนี้ความฟินมากเกินจะบรรยยาย -/////-

    มาซารุคุงน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากได้แบบนี้อ่ะ >< // มโนแปป

    อัพต่อเร็วๆน่ะค่ะ สู้ๆค่ะ

    #472
    0
  21. #471 &#12422;&#12426; (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:23
    บอกได้คำเดียวคำว่า " ฟิน~ "

    อยากอ่านต่อแล้วววว อัพเร็วๆน่ะค่ะ สู้ๆค่ะเน่จัง ✌
    #471
    0
  22. #470 รักมาสะจางงง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:20
    กริ๊ดดดดดดดเด ฟินมากค้าาาา -/////-

    อยากอ่านต่อแย้วววว >_<

    อัพเร็วน้าค่ะ
    #470
    0
  23. #469 Smiley (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:18
    ตอนนี้ฟินเกินบรรยาย -/////-

    ยิ้มแก้บจะปริอยู่แย้วววน้าาาา ><

    อัพต่อโลดดค้าาาา
    #469
    0
  24. #468 _LiMaiy_ (@liliikokolop) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:13
    โซระเธอเปิ่นเกินไปแล้วววววว -0-
    มาสะจังก็น่ารักเว่อร์ๆๆๆๆๆๆๆ -/////-
    รอตอนต่อไปน่ะค่ะ
    #468
    0
  25. #467 chay12 (@chay12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 16:33
    มาสะจัง!! น่ารักที่สุดเลยยยยย >0< โซระเธอ...ถ้าจะเอ๋อขนาดนี้..-_-;
    #467
    0