Nippon Baby รักหวานมันโฮมรันหัวใจเจ้าชายเบสบอล

ตอนที่ 10 : Nippon Baby : 君を守る。。。 (I Will Protect You...) [[COMPLETED 100%]]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    16 ธ.ค. 57





 


มาพร้อมกับภาพแฟนอาร์ตน่ารักสุดยอดจากน้อง Siri Desu ค่าาา >/////< น่ารักน้อออ~
ปล.แปลกใจมั้ยทำไมมีแต่แฟนอาร์ตนางเอกไม่มีพระเอก 555555555555
ดูเหมือนน้องฟ้าของเราจะเรตติ้งดีกว่ามาสะจังซะอีกนะ ฮิ ขอบคุณมากนะคะ!


 

 

 

 

 

 

 

10

君を守る。。。

(I Will Protect You...)

 

 

 

ณ โรงเรียนโอโมริ

 

 

ทุกคนพร้อมมั้ย!?”

 

 

พร้อม!!”

 

 

ฉันเดินเช็กความพร้อมของหนุ่มๆ ในทีมทุกคนที่กำลังจะเดินลงสนาม วันนี้เพราะเรามาแข่งที่โรงเรียนโอโมริ เจ้าบ้านก็เลยได้เป็นฝ่ายรุกก่อน นั่นหมายถึงมาซารุคุงจะได้ลงเล่นเลยเพราะเขาเป็นเอซหรือพิตเชอร์เบอร์หนึ่งนั่นเอง ซึ่งพักนี้ซ้อมแข่งติดๆ กันบ่อยๆ ฉันก็แอบกังวลนิดหน่อยว่าแขนของเขาจะไหวรึเปล่า

 

 

ทำไมทำหน้ามุ่ยแบบนั้นล่ะครับเมเนเจอร์?” มาซารุคุงถามพร้อมกับยื่นมือมาจิ้มแก้มฉัน ทำเอาฉันสะดุ้งโหยงก่อนจะขมวดคิ้วใส่เขา

 

 

เล่นอะไรน่ะ ตกใจหมด”

 

 

ก็เซ็มไปเอาแต่เหม่อ ผมเรียกก็ไม่ตอบ ผมก็งอนเหมือนกันนะครับ”

 

 

ฉันกำลังจะเถียงกลับ แต่พอเห็นเขาก้มหน้าทำหน้าหงอย...สิ่งที่หลุดออกจากปากฉันก็เปลี่ยนเป็น... “ฉันขอโทษก็ได้”

 

 

ง้อดีๆ สิครับ”

 

 

ก็ได้ งั้นหลับตา”

 

 

จะทำอะไรผมครับ”

 

 

หลับตาเถอะน่า”

 

 

ฉันยืนยันหนักแน่น และมาซารุคุงก็หลับตาลงอย่างว่าง่าย ในเวลาแบบนี้เขาก็น่ารักสมกับเป็นโคไฮดีล่ะนะ >_< ฉันหัวเราะแผ่วเบาก่อนจะ 'ง้อ' เขาด้วยการ...

 

 

...!!”

 

 

...ดึงมือซ้ายของเขาขึ้นมาจูบ

 

 

สัมผัสจากริมฝีปากฉันที่หลังมือเขาทำเอามาซารุคุงลืมตาโพลงขึ้นมาทันที นัยน์ตาสีเฮเซลที่เบิกกว้างบอกให้รู้ว่าเขาคงจะกำลังตกใจมากทีเดียว ฉันเพิ่งเคยทำให้เขาตกใจขนาดนี้ได้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย นับว่าประสบความสำเร็จเนอะ >///<

 

 

เป็นเครื่องราง...ขอให้วันนี้ขว้างได้ดี ^-^”

 

 

...”

 

 

ออกไปแล้วก็สู้เขานะ...มาซารุคุง!”

 

 

...ชิงจู่โจมก่อนแบบนี้ไม่แฟร์เลย”

 

 

หืม เมื่อกี้ว่าอะไรนะ >_<”

 

 

เปล่าครับ” มาซารุคุงส่ายหน้าก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน “ท้องฟ้าก็คอยดูผมให้ดีเถอะ”

 

 

แน่นอน! ดูสิวันนี้ฟ้าโปร่งมากเลย เป็นสีฟ้าใสเลยเห็นมั้ย”

 

 

เห็น” เขาตอบก่อนจะยื่นมือมาแตะหน้าฉัน “เป็นสีฟ้าใสแจ๋วเลย”

 

 

...หมายถึงท้องฟ้านะ...ไม่ใช่ตาฉัน”

 

 

อ้าวเหรอครับ”

 

 

ยังจะมาทำมึนอีก ไปเตรียมตัวได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนโค้ชดุหรอก!”

 

 

มาซารุคุงหัวเราะเมื่อโดนฉันดุ จากนั้นจึงวิ่งเหยาะๆ ไปรวมกับทุกคนที่ข้างสนาม ฉันยิ้มตามหลังเขาไปก่อนจะหันมาเตรียมป้ายเชียร์ (ทำอันใหม่แล้ว คราวนี้ใหญ่จัดเต็มกว่าเดิม) แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อหันไปแล้วเจอคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนม้านั่งของทีมมินามิโค -O-;;;

 

 

หน้าตาคุ้นๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่ถ้าถามว่ารู้จักมั้ยก็ไม่รู้จักแฮะ -O-;;

 

 

คุณเป็นใครเหรอคะ”

 

 

กองเชียร์ของมินามิโคน่ะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย ^-^”

 

 

ได้สิคะ” ฉันตอบแบบหน้ามึน เพราะถ้าเขามาเชียร์มินามิโคก็ไม่มีความจำเป็นจะไล่เขาออกไปนี่ “ถ้างั้นช่วยถือป้ายเชียร์นี่ด้วยนะคะ”

 

 

โฮ่ ได้สิ น่าสนุกดีนะ” หนุ่มหล่อแปลกหน้าตอบพร้อมกับรับป้ายเชียร์ไปจากมือฉัน เขาพลิกดูไปมาด้วยสีหน้าสนอกสนใจ จากนั้นจึงหันมาส่งยิ้มละลายโลกให้ “นี่แฮนด์เมดใช่มั้ยเนี่ย น่ารักจังน้า เจ้าพวกเด็กชมรมเบสบอลปีนี้โชคดีชะมัด”

 

 

ค่ะ ฉันทำทั้งคืนเชียวนะ แต่เดี๋ยวถ้าได้ไปที่โคชิเอ็งเมื่อไหร่ฉันจะจัดใหญ่กว่านี้อีก”

 

 

ฮ่าๆๆๆ งั้นเหรอ ฉันจะรอดูนะ” เขาตอบกลับมา พร้อมกับที่พวกหนุ่มๆ ชมรมเบสบอลโรงเรียนโอโมริเริ่มเดินเรียงกันเข้าไปในสนาม ฉันมองออกไปที่ด้านนอกสนามก็เห็นมีเด็กโอโมริมายืนมุงดูกันเต็มไปหมด เพราะแข่งในวันธรรมดาด้วยล่ะมั้งก็เลยมีนักเรียนอยู่ในโรงเรียนเพียบ บรรยากาศคึกคักกันใหญ่ และฉันมั่นใจมากว่าสาวๆ กลุ่มนั้นกำลังกรี๊ดมาซารุคุงกันอยู่ (ไหงกรี๊ดหนุ่มจากทีมคู่แข่งล่ะพวกเธอ -3-)

 

 

ซ้อมแข่งไปกี่ครั้งแล้ว”

 

 

คะ? ก็หลายอยู่ค่ะ เห็นโค้ชบอกว่าปีนี้อยากจะทำให้หนุ่มๆ ฟิตในระดับท็อปฟอร์มตลอดเวลา”

 

 

แล้วเลือกโรงเรียนไหนมั่งล่ะ มีทีมเจ๋งๆ มั้ย”

 

 

วันก่อนก็ไปซ้อมแข่งกับโรงเรียนโฮชิโนริค่ะ ทีมนั้นก็เก่งอยู่”

 

 

ยังไม่ได้แข่งกับนิจิไดใช่มั้ย ปีก่อนทีมนั้นเป็น runner-up เก่งมากเลย”

 

 

ยังเลยค่ะ ฉันแค่ติดต่อไปตามลิสต์ที่โค้ชให้มา”

 

 

คงยังไม่กล้าไปเจอกับทีมเจ๋งๆ ล่ะมั้ง เลยให้แข่งกับทีมพื้นๆ อย่างเดียว...เดี๋ยวพิตเชอร์คนใหม่จะเสียขวัญก่อนเริ่มแข่งจริงซะก่อน”

 

 

อะไรนะคะ”

 

 

ก็อย่างว่าแหละ ปีก่อนก็ให้ลงแค่เวลาแข่งกับทีมอ่อนๆ จะได้ชนะแบบขาดลอย...โค้ชคงจะตั้งใจช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็กใหม่ จะได้เอาไว้ใช้งานปีนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเสือสนามซ้อมแล้วสนามจริงจะเป็นไงล่ะนะ”

 

 

...”

 

 

ฮ่าๆ อย่ามองหน้าฉันตาขวางแบบนั้นสิ ฉันก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้า”

 

 

งั้นก็ดูต่อไปเถอะค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวผ้าจะขาดซะก่อน”

 

 

หนุ่มหล่อหน้าคมหัวเราะกับคำพูดของฉันทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจให้ตลกสักนิด แต่เขาทำให้ฉันอารมณ์เสียไปแล้ว =_=^ ให้ตายเถอะ เป็นใครมาจากไหนกันมาพูดแบบนี้ ถ้าไม่เกรงใจจะต่อยซะให้ยับเลย ชิ

 

 

เอ้า เริ่มแล้วนะ อย่ามัวแต่ทำหน้าบูดสิ มาดูกันเถอะ”

 

 

ฉันดูอยู่แล้วล่ะค่ะ” ฉันตอบเสียงแข็ง...พลางมองดูมาซารุคุงเดินไปประจำที่พิตเชอร์เพลต “แล้วรู้ไว้ด้วยนะคะ ว่ามันไม่มีหรอกทีมเก่งกับทีมอ่อนน่ะ”

 

 

เห...?”

 

 

เพราะทุกทีมก็ตั้งใจซ้อม ตั้งใจฝึกฝนกันทั้งนั้น แต่ละทีมอาจจะมีจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกันไป ซึ่งคุณไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าพวกเขาเก่งหรืออ่อนหรอกนะคะ”

 

 

...”

 

 

ไม่ว่าจะมาซารุคุงหรือคนอื่นๆ ในทีมทุกคนก็พยายามซ้อมกันอย่างหนักหน่วงมาตลอด ดังนั้นกรุณาอย่าดูถูกพวกเขานะคะ”

 

 

ฉันยังไม่ได้ดูถูกสักหน่อย ก็บอกแล้วไงว่าแค่วิจารณ์ไปตามเนื้อผ้า ถ้าเธอดูเบสบอลเป็น...เธอก็จะรู้ว่าความแตกต่างระหว่างผู้เล่นที่มีฝีมือกับผู้เล่นที่ไม่มีฝีมือน่ะมันมีอยู่จริง และถ้าทั้งทีมมีแต่ผู้เล่นไม่มีฝีมืออยู่รวมกัน ฉันก็จะเรียกทีมนั้นว่าทีมอ่อน เพราะต่อให้พยายามแค่ไหนคนไม่มีฝีมือก็คือคนไม่มีฝีมืออยู่วันยังค่ำ”

 

 

...”

 

 

ในโลกของกีฬา บางครั้งมันก็ตัดสินกันที่ผลคะแนนนะ เพราะต่อให้เล่นดีแค่ไหน แต่ถ้าแพ้ก็จบกันไม่ใช่เหรอ”

 

 

คนที่คิดอย่างนั้นไม่ควรมาเล่นอะไรที่ต้องทำเป็นทีมแบบนี้หรอกนะคะ”

 

 

หมายความว่าไง?”

 

 

เพราะคนคนนั้นไม่เห็นคุณค่าของการได้ทุ่มเททำอะไรสักอย่างกับคนที่มีความฝันแบบเดียวกันค่ะ”

 

 

...”

 

 

เกมจะเริ่มแล้ว กรุณานั่งดูเงียบๆ ด้วยนะคะ”

 

 

เธอเป็นแฟนของฮาเซคาวะ มาซารุเหรอ” ขนาดด่าอ้อมๆ ว่าให้หุบปากแล้วเขาก็ยังถามขึ้นมาอีก ฉันมองหน้าเขาที่จ้องป้ายเชียร์ในมือฉันอยู่ก่อนจะส่ายหน้า

 

 

เปล่าค่ะ ฉันเป็นผู้จัดการ”

 

 

งี้นี่เอง... มานามิจังไม่อยู่แล้วสินะ”

 

 

คำพูดนั้นทำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเขาให้ชัดๆ อีกรอบ เพราะเขาชักจะรู้ดีมากไปแล้ว... อืม... หล่อ หน้าคม ตาเฉี่ยวๆ ท่าทางภายนอกดูเหมือนเพลย์บอยสุดๆ มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากจนเกือบจะกลายเป็นหลงตัวเอง (อันนี้ความเห็นส่วนตัว) อ๊ะ หรือว่าจะเป็น... “โมโมทาโร่เซ็มไป...?”

 

 

ฮ่าๆๆๆๆ โมโมทาโร่อะไรกัน” เขาหัวเราะเสียงดังจนแทบจะลงไปกลิ้ง “แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงล่ะนะ ฉันโมโตมิยะ ชุน... อดีตพิตเชอร์ของชมรมเบสบอลมินามิโค”

 

 

โมโตมิยะ ชุน...

 

 

'ผมต้องรับตำแหน่งเอซแทนโมโตมิยะเซ็มไปที่เพิ่งเรียนจบไป แต่กลับทำผลงานได้แย่ลง คงจะพาทุกคนไปโคชิเอ็งไม่ได้...'

 

 

ในหัวฉันนึกย้อนไปถึงเรื่องที่มาซารุคุงเคยเล่าให้ฟัง... เขาคนนี้นี่เองที่เกือบทำให้ทีมได้เป็นตัวแทนของโตเกียวเข้ารอบ 49 ทีมสุดท้ายของซัมเมอร์โคชิเอ็งปีก่อน ที่ฉันรู้สึกคุ้นหน้าเขาเพราะดูเทปการแข่งขันของปีก่อนๆ มาเยอะนั่นเอง

 

 

เขาเก่งมากซะจนมหา'ลัยไอโดให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนเพื่อจะให้เขาไปเข้าทีมเบสบอลของมหาลัยตั้งแต่ตอนปีสอง และตอนนี้ก็เป็นดาวเด่นของมหาลัยไอโดอยู่ด้วย

 

 

ลูกฟาสต์บอลของเขาคือที่สุด... มันทั้งเร็วทั้งแรงชนิดที่ถ้าขว้างตอนสภาพร่างกายเต็มร้อย ก็ไม่มีแบตเตอร์คนไหนตีลูกขว้างของเขาได้... ถ้าจะว่ากันตามจริง ณ ตอนนี้มาซารุคุงก็คงยังเทียบเขาไม่ได้ เพราะบางครั้งก็ยังมีเป๋ไปบ้าง ถึงความเร็วจะพอสูสี แต่ความแม่นยำและความหนักแน่นยังสู้โมโมทาโร่เซ็มไปไม่ได้... (ยังจะเรียกผิดอีก)

 

 

เฮ้ อย่าเงียบไปสิ ฉันแนะนำตัวแล้วเธอก็ควรจะแนะนำตัวบ้าง”

 

 

ฉันชื่อโซระค่ะ”

 

 

โซระเฉยๆ เลยเหรอ?”

 

 

ถ้าจะเอาชื่อนามสกุลจริงๆ เซ็มไปก็เรียกไม่ถูกหรอกค่ะ เพราะว่าฉันเป็นคนไทย”

 

 

จริงดิ เจ๋งชะมัด O_O ภาษาญี่ปุ่นของเธอดีไปรึเปล่า”

 

 

ก็เป็นแค่อย่างเดียวที่ฉันทำได้ดีนี่แหละค่ะ” ฉันตอบส่งๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเบรคเขาเมื่อกรรมการขานว่าเพลย์บอลเป็นสัญญาณเริ่มเกมแล้ว “เงียบก่อนค่ะ ฉันจะดู”

 

 

ฮ่ะๆ เป็นเมเนเจอร์ที่จริงจังดีนะ” เขาพูดยิ้มๆ จากนั้นจึงประสานมือเข้าหากันแล้วหันไปจ้องสนามด้วยสายตาจริงจังยิ่งกว่าฉัน ราวกับเข้าโหมดเบสบอลไปแล้ว นัยน์ตาสีเทาสวยคมเฉี่ยวจัดจ้านของเขาจ้องตรงไปที่มาซารุคุงตาไม่กะพริบ...

 

 

ถ้าแบตเตอร์ถูกจ้องด้วยสายตาแบบนั้นก่อนเริ่มเกม...ก็ไม่แปลกหรอกถ้าจะตีไม่ถูก ผู้ชายคนนี้มีออร่าเย็นเยียบและร้อนแรงขัดกันอย่างบอกไม่ถูก ชวนให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะยังไงก็ไม่รู้

 

 

มาซารุคุงตั้งท่า...ก่อนจะขว้างบอลออกไปด้วยมือซ้ายร้อยล้านของเขา

 

 

สไตร์ค!”

 

 

ฉันทำท่าเยสคนเดียวเบาๆ ก่อนจะจ้องต่อ...

 

 

ป๊อก!

 

 

คราวนี้แบตเตอร์ตีได้ ลูกลอยโด่งไปทางเอาท์ฟิลด์ ผู้เล่นตำแหน่งเอาท์ฟิลด์วิ่งถอยหลังพลางมองตามบอลในขณะที่ท็อปแบตเตอร์* ของโอโมริวิ่งด้วยความเร็วน่ามหัศจรรย์ใจไปที่เบสหนึ่ง... ก่อนจะตัดสินใจวิ่งต่อไปที่เบสสองในจังหวะที่ลูกตกพื้นพอดี ฉันกำมือแน่นแทบจะลุกขึ้นรำไทยเชียร์อยู่แล้วตอนที่ผู้เล่นของมินามิโคเก็บลูกขึ้นมาก่อนจะขว้างไปที่เบสสอง...

 

 

ถ้าหากผู้เล่นที่เบสสองรับบอลและแตะเบสได้ก่อนแบตเตอร์จะวิ่งไปถึง แบตเตอร์ก็จะถูกทำเอาท์ไปทันที แต่ถ้าหากไม่ทัน...

 

 

เซฟ!”

 

 

ด้วยการสไลด์ตัวอย่างเทพของท็อปแบตเตอร์...ทำให้เขาสามารถไถลเข้าไปแตะเบสได้ทันก่อนบอลจะลอยมาถึง ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากในชั่วเสี้ยววินาที และตอนนี้ฝ่ายรุกก็มีตัววิ่งยืนประจำอยู่ที่เบสสองแล้ว...

 

 

ลูกของเขาเดาทางง่ายไป”

 

 

หลังจากนั่งเงียบอยู่พักหนึ่งอีตารุ่นพี่โมโตมิยะก็พูดขึ้นมาอีก ฉันเหลือบมองเขาด้วยหางตา...และเขาก็พูดต่อมาอีกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

 

 

ถ้าอีกฝ่ายศึกษาวิธีการเล่นของฮาเซคาวะมาเป็นอย่างดี ก็จะรู้ว่าเด็กนั่นมีแพทเทิร์นการขว้างที่อ่านออกง่ายมาก... ต่อให้ขว้างตามซิกแนลของแคชเชอร์ก็ไม่มีความหมาย”

 

 

...”

 

 

อย่าเพิ่งโวยวายว่าฉันหาเรื่องเขาอีกล่ะ ฉันบอกแล้วว่าฉันพูดไปตามเนื้อผ้า... เด็กนั่นเก่งจริง เขามีพรสวรรค์จริง แต่นั่นแหละที่จะกลายเป็นจุดอ่อนของเขา”

 

 

ฉันเงียบไม่รู้จะเถียงเขายังไง เพราะฉันเองก็แค่ดูเบสบอลเป็น...แต่ไม่ใช่มืออาชีพ ถ้าให้ลงไปเล่นเองก็เล่นไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้...ทั้งที่ในใจไม่เห็นด้วยกับเขา

 

 

มาซารุคุงอาจไม่ใช่พิตเชอร์ที่เก่งกาจที่สุดในโลก แต่เขามีความมุ่งมั่น...ฉันเชื่อว่าสิ่งนั้นมีความหมาย ดังนั้น...

 

 

ป๊อก!

 

 

ขณะที่ในใจฉันกำลังว้าวุ่น... แบตเตอร์ลำดับที่สองก็ตีลูกได้แล้ว ตีอย่างไกลเลยด้วย คงกำลังตั้งใจจะคลีนอัพเบสให้ไกลที่สุดเพื่อสร้างเวลาให้ตัววิ่งวิ่งกลับมาที่โฮมสินะ...

 

 

เซฟ!”

 

 

ตั้งแต่เริ่มเป็นผู้จัดการทีมมินามิโค ฉันไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อน... สถานการณ์ที่มีตัววิ่งอยู่ที่เบสหนึ่งและเบสสามแบบนี้* ...

 

 

ตอนนี้แบตเตอร์ลำดับที่สามขึ้นมาประจำที่แบตเตอร์บ็อกซ์แล้ว และสีหน้าของมาซารุคุงก็...

 

 

เธอเห็นสีหน้าขวัญเสียของเขาใช่มั้ยล่ะ”

 

 

...!?”

 

 

เวลาที่พิตเชอร์เสียความมั่นใจ แบตเตอร์จะมองเห็นได้ชัดเจน และนั่นจะยิ่งทำให้ความมั่นใจของแบตเตอร์เพิ่มขึ้นอีก... แล้วเขาก็จะยิ่งตีได้ดีขึ้น”

 

 

ฉันเชื่อว่ามาซารุคุงจะต้องทำได้”

 

 

ทำอะไรได้ล่ะ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่เขาเอาแต่ขว้างลูกเดิมๆ” โมโตมิยะเซ็มไปพูดเสียงเอื่อยๆ ก่อนจะเอียงคอมองมาซารุคุงพลางหยักยิ้มมุมปาก “พนันได้ว่าเดี๋ยวเขาต้องลองขว้างลูกเคิร์ฟบอลแน่...แล้วแบตเตอร์ก็จะตีแค่บันท์** อย่างเดียว เท่านี้ก็ได้แล้วหนึ่งแต้มเหนาะๆ แถมตัววิ่งที่เบสสองก็อาจจะได้ไปถึงเบสสามก็ได้”

 

 

ฉันยังคงเงียบขณะที่โมโตมิยะเซ็มไปพากย์ต่อไป ในใจไม่ได้สนใจฟังเขาแล้ว...ฉันสนแค่มาซารุคุงคนเดียว...

 

 

เพลย์บอล!”

 

 

เผลอๆ แค่อินนิ่งแรกก็จะเจอนำสามคะแนนแล้วล่ะมั้ง”

 

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นเดี๋ยวตอนฮาล์ฟอินนิ่งแรกเราก็จะทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาเองค่ะ”

 

 

เธอนี่โลกสวยดีจังนะ ก็สมแล้วที่เป็นผู้จัดการชมรม” คำพูดของโมโตมิยะเซ็มไปทำให้ฉันรู้สึกอยากจะเอาป้ายเชียร์ฟาดหน้าเขา แต่ก็ทำได้แค่นั่งเฉยๆ ทำเป็นไม่สนใจอย่างเดียวเท่านั้น... “การซ้อมแข่งที่ผ่านมาคงจะชนะมาตลอดล่ะสิ เธอถึงได้มองโลกในแง่ดีขนาดนี้”

 

 

ต่อให้แพ้ฉันก็จะไม่สิ้นหวังในตัวหนุ่มๆ ของฉันเด็ดขาดค่ะ”

 

 

โฮ่...” โมโตมิยะเซ็มไปหัวเราะแผ่วเบาในลำคอก่อนจะหยักยิ้มมุมปาก “งั้นก็รอดูต่อไปแล้วกัน...ถ้าพวกเขาแพ้ เธอก็อย่าลืมโอ๋พวกเขาให้มากๆ ล่ะ”

 

 

ใครบอกว่าจะแพ้ล่ะคะ!?”

 

 

เริ่มอารมณ์เสียแล้วเหรอ ผู้จัดการชมรมจะใส่อารมณ์มากไม่ได้นะ”

 

 

ฉันกำมือแน่นก่อนจะหันกลับไปสนใจในสนามต่อ ลูกแรกที่ขว้างไปเป็น S (Strike) จากนั้นก็มาถึงลูกที่สอง...

 

 

ป๊อก!

 

 

แบตเตอร์ลำดับที่สามตีลูกบันท์อย่างที่โมโตมิยะเซ็มไปทำนายไว้จริงๆ... เขาออกวิ่งอย่างรวดเร็วขณะที่ผู้เล่นที่เบสสองพยายามจะวิ่งไล่รับบอล ส่วนตัววิ่งที่เบสสามก็วิ่งเข้าโฮมไปแล้ว เช่นเดียวกับตัววิ่งที่เบสสองซึ่งตอนนี้วิ่งไปแตะเบสสามเรียบร้อย...

 

 

ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายน่าจะเล็งไว้แบบนี้ ก็ยังจะขว้างลูกแบบนั้นอีก ไม่ไหวเลยจริงๆ”

 

 

...”

 

 

จากนี้ไปก็จะได้เจอทีมที่เก่งยิ่งกว่านี้อีก ถ้าวันนี้แพ้เธอก็ควรจะรู้ได้แล้วนะว่าฮาเซคาวะของเธอไม่ได้เก่งที่สุดในโลกอย่างที่เธอคิดน่ะ”

 

 

เขายังคงพูดต่อไป...ในขณะที่ฉันได้แต่นั่งนิ่ง

 

 

ฉันรู้ว่าเขาไม่ใช่พิตเชอร์ที่เก่งที่สุดในโลก แต่ถึงอย่างนั้น...

 

 

ฉันเชื่อว่าเขามีความพยายามไม่แพ้ใครค่ะ”

 

 

โมโตมิยะเซ็มไปหัวเราะแผ่วเบากับคำพูดของฉัน จากนั้นจึงเอื้อมหยิบขวดน้ำมาเปิดดื่ม “งั้นก็คอยปลอบใจเขาให้ดีแล้วกัน...เพราะวันนี้คงจะเหนื่อยกว่าทุกทีมากเลยล่ะ เริ่มมาก็เป๋ซะแล้วแบบนี้น่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

************************************


 

 

 

 

 

 

หลังจบฮาล์ฟอินเนอร์แรก มาซารุคุงกับคนอื่นๆ ในทีมเดินกลับมายังที่พักของทีมมินามิโคด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อนกับเหงื่อที่ท่วมตัว ฉันเอาน้ำกับมะนาวฝานเย็นๆ ไปเสิร์ฟให้ทุกคนก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตมาให้มาซารุคุงสวมไว้ระหว่างนั่งพักตอนช่วงอินนิ่งหลัง

 

 

และเมื่อทุกคนหันมาเห็นโมโตมิยะเซ็มไปที่นั่งอยู่ตรงนั้น ก็พากันตื่นเต้นฮือฮาขึ้นมาทันที คงเพราะสำหรับเด็กพวกนี้...โมโตมิยะเซ็มไปก็เป็นเหมือนพระเจ้าล่ะมั้ง

 

 

ฉันเบะปากในใจพร้อมกับยื่นเสื้อแจ็คเก็ตให้มาซารุคุง และตอนนั้นเองที่โมโตมิยะเซ็มไปผู้ไม่เคยหุบปากพูดโพล่งขึ้นมาด้วยเสียงอันดังว่า “ไง หืดขึ้นคอเลยนะฮาเซคาวะ”

 

 

มาซารุคุงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้ม “ครับ...”

 

 

เพราะนายแท้ๆ ทีมถึงได้โดนนำไปก่อนแบบนี้ คงรู้แล้วสินะว่าตัวเองยังมีจุดอ่อนอยู่มาก”

 

 

...ครับ”

 

 

ถ้าคิดว่าลูกฟาสต์บอลของตัวเองเร็วมากแล้ว แรงมากแล้ว... ความเร็วก็มีแต่จะลดลงเรื่อยๆ และถ้าคิดว่าเคิร์ฟบอลของตัวเองเจ๋งแล้ว... นายก็จะทำได้แค่นั้น แค่ระดับภูมิภาคเท่านั้นแหละ ไปไกลกว่านั้นไม่ไหวหรอก”

 

 

...”

 

 

และทีนี้คนอื่นๆ ในทีมก็ต้องกดดันกับการทำแต้มไล่ตาม ส่วนตัวนายก็ต้องนั่งดูเพื่อนๆ รับบทหนักเพราะลูกขว้างของนายมันเดาทางง่าย...”

 

 

สุดท้ายฉันก็ทนไม่ไหว กับการที่เขาเอาแต่วิจารณ์แรงๆ ใส่หน้ามาซารุคุงไม่เลิก ก็เลยแทรกขึ้นมา “พอสักที...”

 

 

ไม่เป็นไรหรอกครับเซ็มไป...โมโตมิยะเซ็มไปเขาพูดถูกแล้ว” แต่กลับถูกมาซารุคุงขัดซะเอง ทำเอาคำพูดที่กำลังจะพรั่งพรูออกมาถึงกับขาดช่วงไป

 

 

ก็ยังถือว่าดีนะที่รู้ตัวน่ะ ระหว่างนี้ก็นั่งคิดไปแล้วกันว่าจะแก้เกมยังไง นี่โชคดีที่เป็นแค่การซ้อมแข่ง ถ้าเป็นแข่งจริง...”

 

 

บอกว่าพอได้แล้วไงคะ!”

 

 

เสียงตะโกนของฉันทำให้โมโตมิยะเซ็มไปหยุดพูดไปในทันที และคนอื่นๆ ในทีมก็อึ้งตามไปด้วย แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่สามารถทำให้ฉันหยุดพูดได้

 

 

ต่อให้เซ็มไปเก่งกาจหรือเป็นอัจฉริยะมาจากที่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้ใส่มาซารุคุง! อย่ามาดูถูกคนที่กำลังทำตามความฝันของตัวเองอย่างสุดชีวิตนะ!”

 

 

ฉันแค่พูดความจริง ในฐานะที่เธอเป็นผู้จัดการชมรมเธอก็ควรจะยอมรับให้ได้สิ ที่จริงควรจะมองออกด้วยตัวเองตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ”

 

 

เซ็มไปจะบอกว่าตัวเองไม่เคยขว้างพลาดเลยตลอดชีวิตหรือไงคะ หรือว่าที่ผ่านมาได้ no-hitter ตลอด!?”

 

 

ฉันก็ไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่ตอนนี้เรากำลังพูดกันเรื่องการขว้างของฮาเซคาวะไม่ใช่เหรอ มันไม่เกี่ยวกับฉันนี่ เกมนี้ฉันไม่ได้เล่นด้วย และคนที่รับหน้าที่เป็นพิตเชอร์ก็คือฮาเซคาวะ ในเมื่อเขาเล่นแย่ ก็ต้องพูดว่าแย่สิ”

 

 

เขาไม่ได้เล่นแย่...”

 

 

เซ็มไป” มาซารุคุงปรามฉันที่กำลังจะแว้ดกลับไปด้วยเสียงดังอย่างลืมตัว จากนั้นจึงส่ายหน้า “พอเถอะครับ”

 

 

ไม่ได้! ฉันไม่ยอมหรอก!”

 

 

ไม่ยอมรับความจริงงั้นเหรอ เพราะคนรอบข้างเอาแต่อวยแบบนี้ใช่มั้ยนายถึงได้เล่นห่วย...”

 

 

โครม!!

 

 

สุดท้ายเมื่อเขาไม่หยุดพูดสักที...ถาดมะนาวฝานในมือฉันจึงลอยไปใส่หน้าเขาอย่างจัง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในทีมที่ถึงกับอ้าปากค้างไปเลย

 

 

เอะอะอะไรกันน่ะ” โค้ชเดินเข้ามาก่อนจะตวาดเสียงดัง “ทำบ้าอะไรของเธอน่ะเมเนเจอร์ คิดว่าตอนนี้มาเล่นขายของกันอยู่หรือไง!?”

 

 

...ขอโทษค่ะ”

 

 

ถ้าจะมาเล่นก็กลับไปเลย อย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่”

 

 

...”

 

 

ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างแน่นอยู่ในอก ร้อนวาบจนน้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตา แต่จะไม่ร้องไห้ให้คนอย่างนี้เห็นหรอก ถ้าฉันร้องไห้เขาก็จะได้ใจ... ดังนั้นฉันจะต้องเดินหนีไปที่อื่นก่อน

 

 

เซ็มไป!”

 

 

มาซารุคุงตะโกนไล่หลังมาตอนที่ฉันออกวิ่งไปนอกสนาม แต่อารมณ์ของฉันยังไม่คงที่ ก็เลยวิ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่หันหลังกลับมา

 

 

เซ็มไป! มัตเตะ! (รอก่อน!)”

 

 

เขายังคงวิ่งตามมา ทั้งที่เป็นพิตเชอร์แต่ทำไมถึงได้วิ่งเร็วขนาดนี้นะ แล้วทำไมฉันถึงได้เชื่องช้าขนาดนี้ หรือว่าเพราะขาสั้น T_T บ้าชะมัด...

 

 

โซระ!”

 

 

เสียงนุ่มๆ ของเขาที่ตะโกนเรียกชื่อทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ...เพราะงั้นความเร็วขาก็เลยช้าลงไปด้วย จนเขาตามมาเกือบทัน ฉันหันไปเพื่อจะบอกให้เขากลับไปแข่งต่อ และตอนนั้นเองที่ฉันมองเห็นคนยกแบ็คดร็อปขนาดใหญ่ที่น่าจะใช้เป็นพร็อพประกอบฉากตอนงานวัฒนธรรมผ่านมาพอดี...

 

 

จะไม่สนใจอะไรเลย ถ้าหากว่าส่วนยอดของมันไม่โยกเยกแบบนั้น...

 

 

เฮ้ย!! ระวัง!!!”

 

 

คำที่ฉันเกลียดที่สุดดังขึ้นมา มาซารุคุงหยุดวิ่งในทันใดก่อนจะหันไปมองต้นเสียง...

 

 

มาซารุคุง!!”

 

 

ฉันตะโกนเรียกชื่อเขาพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาอย่างเร็วที่สุดในชีวิต ตอนที่แบ็คดร็อปอันนั้นล้มลงมา

 

 

โครม!!!!

 

 

กรี๊ดดดดดด!”

 

 

ช่วยกันยกเร็ว!”

 

 

มีคนบาดเจ็บด้วย!”

 

 

เกิดความวุ่นวายขึ้นรอบๆ ตัวพวกเรา...ขณะที่ฉันยังรู้สึกเหมือนภาพตัดไปชั่วขณะ

 

 

เป็นอะไรมากรึเปล่า!? ใครก็ได้เรียกเซ็นเซย์หน่อย...”

 

 

ฉันลืมตาขึ้นแล้วก็มองเห็นหน้ามาซารุคุง... ฉันมาทันหรือเปล่า หรือว่าไม่ทัน... หัวใจฉันหล่นวูบเมื่อคิดถึงความรู้สึกเมื่อกี้ ตอนที่เห็นแบ็คดร็อปนั่นล้มลงมา...

 

 

ถ้าหากแขนของเขาเป็นแผล... ถ้าหากแขนซ้ายของเขาบาดเจ็บ...

 

 

 

 

 

 

 

 

[[ ต่อ ]]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า มา...”

 

 

ทำไมถึงทำแบบนั้น!?”

 

 

เสียงของฉันขาดหายไปทันทีที่มาซารุคุงตะโกนขึ้นมา แม้แต่เสียงความวุ่นวายรอบตัวก็เงียบลงไปด้วย

 

 

ฉันมองหน้าเขาด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้างเพราะตกใจกับเสียงตะโกนของเขา...จากนั้นมาซารุคุงก็ตะโกนขึ้นมาอีก

 

 

ผมถามว่าทำไมถึงทำแบบนั้น!? บ้าไปแล้วเหรอ!? วิ่งเข้ามาแบบนั้นทำไม!?”

 

 

กะ...ก็ฉัน...”

 

 

ถ้าเมื่อกี้มันล้มลงมาทับหัวจะทำยังไง!? ถ้าแผลมันร้ายแรงกว่านี้จะทำยังไง!?”

 

 

เขาคว้าแขนฉันขึ้นมา และฉันถึงได้เห็นตอนนี้เองว่าแขนตัวเองเป็นแผลขนาดใหญ่มีเลือดไหลอาบน่ากลัว คงเพราะยังชาอยู่ถึงได้ไม่รู้สึกเจ็บล่ะมั้ง

 

 

...ขอโทษ” ฉันพูดขัดเขาที่ยังตะโกนเสียงดังไม่เลิก... เพราะฉันไม่ชอบเสียงดัง มันจึงทำให้ฉันก้มหน้าลงแล้วยกมือขึ้นปิดหูโดยอัตโนมัติ “ฉันขอโทษนะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”

 

 

เสียงสั่นเครือของฉันทำให้มาซารุคุงนิ่งไปทันที จากนั้นท่อนแขนแข็งแรงของเขาก็ดึงร่างฉันเข้าไปกอดไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก

 

 

ผมขอโทษ” เขากระซิบข้างหูฉันที่ยังตัวสั่นเป็นลูกนกก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก “ผมขอโทษ...ยกโทษให้ผมนะเซ็มไป อย่าร้องไห้นะ...”

 

 

น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาทำให้รู้ตัวว่ากำลังร้องไห้อยู่ และตอนนี้แขนก็เริ่มหายชาจนความเจ็บจี๊ดเริ่มเข้ามาเล่นงานแล้ว แต่ที่ร้องไม่ใช่เพราะเจ็บแผลหรอก...

 

 

ทั้งสองคนรอเดี๋ยวก่อนนะ ไว้จะเรียกรถพยาบาล...”

 

 

ไม่ต้องหรอกครับ ผมเอารถมา... เดี๋ยวจะพาไปโรงพยาบาลเองครับ” เสียงที่คุ้นเคยทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นจากอ้อมกอดของมาซารุคุงก่อนจะโพล่งขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าใช่โมโตมิยะเซ็มไปจริงๆ

 

 

ไม่ไปค่ะ”

 

 

อย่าดื้อน่า” โมโตมิยะเซ็มไปพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “หรือเธอจะรอให้ติดเชื้อในกระแสเลือดตายไปก่อน?”

 

 

ฉันไม่ตายหรอกค่ะ เพราะฉะนั้น...”

 

 

รบกวนด้วยนะครับเซ็มไป” มาซารุคุงพูดเสียงดังขัดฉันที่กำลังจะปฏิเสธ ก่อนจะช้อนร่างฉันขึ้นในอ้อมแขนราวกับเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง

 

 

ได้เลย รถฉันจอดอยู่ข้างหน้านี่เอง”

 

 

ไม่เอา! ฉันไม่อยากไปกับเขา!” ฉันดิ้นพล่านโวยวายก่อนจะถูกมาซารุคุงดุอีกรอบ

 

 

ไม่อยากไปก็ต้องไปครับ”

 

 

แต่...”

 

 

ขอร้องล่ะครับ”

 

 

...”

 

 

เอ้า ตกลงกันได้รึยัง จะไปไม่ไป?” โมโตมิยะเซ็มไปที่ยืนรออยู่หันกลับมาถาม และมาซารุคุงก็ปิดโอกาสปฏิเสธของฉันด้วยการโค้งรับแล้วเดินตามเขาไป...ทำให้ฉันได้แต่สงบเสงี่ยมอยู่ในอ้อมแขนของเขาเท่านั้น...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**************************

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงพยาบาล M

 

 

เจ็บ! T_T”

 

 

อย่าดิ้นนะคะ ต้องล้างแผลก่อนค่ะ”

 

 

ไม่เอา แสบอ่ะ T_T”

 

 

เซ็มไป อยู่นิ่งๆ สิครับ”

 

 

ในห้องฉุกเฉินเกิดความวุ่นวายขนาดย่อมขึ้น... และถ้าหากมาซารุคุง (ที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้เข้ามาด้วยเพราะฉันไม่ยอมให้ทำแผลท่าเดียว T_T) ไม่ปรามไว้ ฉันก็คงจะวิ่งหนีออกไปนอกโรงพยาบาลจริงๆ

 

 

ก็เมื่อกี้คุณหมอบอกว่าจะต้องเย็บแผลด้วยนี่นา TOT เย็บแผลมันหมายถึงต้องมีเข็มแหลมๆ เจาะร่างฉันไม่ใช่เหรอ แค่คิดก็เจ็บเจียนตายแล้ว ไม่เอาด้วยหรอกกกกกก T____T

 

 

สงสัยต้องฉีดยาชาละมั้ง ถ้าเย็บสดโรงบาลแตกแน่ๆ” คุณหมอพูดหลังจากประเมินสถานการณ์อยู่พักหนึ่ง แน่สิคะ TOT ต้องฉีดยาชาอยู่แล้วค่ะ ถ้าเย็บสดฉันตายแน่ๆ ค่ะ TTOTT

 

 

แต่ฉีดยาชาฉันก็ตายอยู่ดี เพราะฉันกลัวเข็มเข้าขั้นเสียสติเลยนะ TT^TT

 

 

เปลี่ยนจากฉีดยาชาเป็นกินเข้าไปเลยได้มั้ยคะ T_T ฉันกลัวเข็ม”

 

 

...เอ่อ แบบนั้นคงไม่ได้...”

 

 

ถ้างั้น...มาซารุคุง รบกวนช่วยต่อยฉันให้สลบไปเลยได้มั้ย TT_TT”

 

 

จะบ้าเหรอครับ” นอกจากจะไม่ช่วยแล้วมาซารุคุงยังด่าซ้ำมาอีก TOT “ฉีดยาชานิดเดียวไม่เจ็บหรอก”

 

 

เจ็บสิ TOT นี่แค่ล้างแผลฉันก็จะตายแล้วนะ”

 

 

เขามองหน้าฉันที่จะร้องไห้อยู่รอมร่อครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือมาหา... จากนั้นจึงดึงหน้าฉันเข้าไปซบกับแผงอกกว้างของเขา

 

 

งั้นผมจะกอดไว้อย่างนี้ เท่านี้ก็ไม่เห็นเข็มแล้ว”

 

 

ไม่ได้ผลหรอก ยังไงฉันก็รู้อยู่ดีว่าเขาจะปักเข็มใส่แผลฉันอ่ะ TOT”

 

 

กลัวก็ไม่ต้องมองไงครับ”

 

 

ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ผล TTOTT แงงงง” ฉันพยายามดิ้น...ก่อนจะทำได้แค่เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาเพราะแขนของมาซารุคุงล็อกฉันไว้อย่างแน่นหนา...

 

 

นัยน์ตาสีเฮเซลในระยะใกล้ชิดทำให้ฉันหยุดดิ้นไปทันทีราวกับถูกกดปุ่มพอสไว้ มาซารุคุงมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ฉันอ่านไม่ออก คงไม่ได้มองด้วยความโกรธแน่เพราะสายตาของเขามันนุ่มนวลกว่านั้นมาก...

 

 

สายตาที่ชวนให้นึกถึงตอนที่เขากอดฉันไว้แน่นเมื่อตอนนั้น... สายตาที่ทำให้ลืมเรื่องอื่นๆ รอบตัวไป...

 

 

...” มาซารุคุงไม่ได้พูดอะไร...เขาเพียงแต่เลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบหัวฉันแผ่วเบา มือใหญ่ที่สากเล็กน้อยให้ความรู้สึกอ่อนโยนจนเหลือเชื่อ และสัมผัสที่แสนนุ่มนวลนั้นก็ทำให้รู้สึกวางใจจนเกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังกลัวอยู่...

 

 

ทั้งที่เขาเด็กกว่า...แต่ในเวลาแบบนี้ฉันที่เป็นเซ็มไปกลับเป็นฝ่ายอ้อนเขาซะงั้น...

 

 

ถึงยาชาจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว (ไม่รู้ตัวด้วยว่าฉีดตอนไหน T.,T) แต่ตอนที่คุณหมอเริ่มปักเข็มลงมาฉันก็ยังสะดุ้งอยู่ดี ในหัวจินตนาการภาพหลอนๆ มากมายยังกะหนังฆาตกรรม แล้วก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจนต้องซุกหน้าเข้าหามาซารุคุงอีกครั้ง และเขาก็กอดฉันแน่นขึ้นเหมือนรู้ว่าฉันกำลังกลัว...

 

 

...ไม่เป็นไรนะครับ” เขาพึมพำเสียงเบาพร้อมกับกดริมฝีปากลงมา...น้ำหนักของริมฝีปากบนเส้นผมของฉัน แม้จะแค่แผ่วเบามันก็ยังสั่นคลอนหัวใจฉันได้อย่างรุนแรง “ผมอยู่นี่”

 

 

คำพูดแค่สั้นๆ ไม่กี่คำ กลับทำให้ฉันที่เกร็งไปทั้งร่างด้วยความกลัวผ่อนคลายลงอย่างง่ายดาย ฉันตัดสินใจหลับตาลงปล่อยให้มาซารุคุงสปอยล์ฉันโดยไม่คิดถึงเรื่องเข็มและแผลอีก และเขาก็กอดฉันไว้อย่างนั้นตลอดเวลาที่คุณหมอเย็บแผลให้... ช่างเป็นอ้อมกอดที่ทำให้รู้สึกสบายใจซะจนเกือบคิดว่าไม่อยากให้ปล่อยเลย

 

 

...ขอโทษนะที่ทำให้ต้องทิ้งเกมมา”

 

 

แค่ซ้อมแข่ง ไม่เป็นไรหรอกครับ...จะได้ให้พิตเชอร์อีกคนลองสนามด้วย”

 

 

แต่ถ้าไม่ปล่อยก็แปลว่าฉันจะต้องถูกเย็บต่อไปเรื่อยๆ นี่นา ถ้างั้นปล่อยก็ดีเหมือนกัน T_T

 

 

คุณหมอกระแอมกระไอสองสามทีก่อนจะพูดขึ้น “แฮ่ม... เรียบร้อยแล้วครับ”

 

 

ขอบคุณครับเซ็นเซย์” มาซารุคุงพูดก่อนจะคลายอ้อมแขนออก ฉันรู้สึกเสียดายอ้อมกอดของเขานิดหน่อยแต่ก็รู้สึกโล่งใจที่เข็มออกไปจากร่างฉันแล้ว (กลัวจริงๆ นะ T_T)

 

 

ไม่เป็นไร เพิ่งเคยเห็นฉากน่ารักเหมือนในการ์ตูนโชโจก็วันนี้แหละ ชุ่มชื่นหัวใจดีเหมือนกันนะ ฮ่าๆ” คุณหมอหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินจากไป จากนั้นฉันกับมาซารุคุงก็เดินออกไปข้างนอก...แล้วก็เห็นโมโตมิยะเซ็มไปยืนรออยู่ด้านหน้า

 

 

เรียบร้อยแล้วเหรอ ได้ยินเสียงโวยวายดังซะยังกับถูกเชือดแน่ะ นึกว่าตายไปแล้วซะอีก”

 

 

ขอโทษด้วยนะคะที่ยังอยู่ดี” ฉันตอบกลับเสียงแข็งก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงปังผ่านหน้าเขาไป และโมโตมิยะเซ็มไปก็หัวเราะตามหลังมาเหมือนตลกมาก =_=^

 

 

นี่ จะงอนไปถึงไหน ฉันอุตส่าห์ซิ่งรถพาเธอมาถึงนี่ แถมยังจัดการค่ารักษาพยาบาลให้ด้วยนะ”

 

 

ขอบคุณครับเซ็มไป” มาซารุคุงพูดขึ้นแทนฉันที่ยังปิดปากเงียบ “ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนนะครับ”

 

 

ไม่เป็นไร ถือว่าไถ่โทษไปแล้วกัน เพราะฉันเองก็มีส่วนผิดด้วย” โมโตมิยะเซ็มไปพูดพร้อมกับยื่นมือมายีผมฉัน =[]=^ “ฉันขอโทษนะ”

 

 

ไม่ให้อภัยค่ะ”

 

 

ถ้าฉันพาไปเลี้ยงข้าวจะให้อภัยมั้ย”

 

 

ฉันไม่ใช่เด็กเห็นแก่กินนะคะ”

 

 

งั้นไม่กิน?”

 

 

กินค่ะ ฉันหิว”

 

 

ฮ่าๆ อยากกินอะไรเชิญได้เลย”

 

 

ฉันจะกินแพงที่สุดเลยค่ะ”

 

 

อยากกินอะไรก็เชิญตามสบายเลย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**************************


 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้านซูชิเด็น

 

 

เข้าใจเลือกร้านนี่”

 

 

ฉันจะกินแต่โอโทโร่ล้วนๆ เลยค่ะ”

 

 

เอาเถอะ ยังไงเธอก็เจ็บแขน คงกินได้ไม่ถนัดนักหรอก”

 

 

ฉันใช้มือซ้ายได้ค่ะ ไม่ต้องจับตะเกียบ สบายมาก”

 

 

...นั่นสินะ ไงก็อย่ากินเยอะจนฉันไม่มีตังค์จ่ายแล้วกัน”

 

 

บัตรเครดิตอ่ะมีมั้ยคะ”

 

 

กะจะกินเยอะขนาดไหนกันเนี่ย” โมโตมิยะเซ็มไปโวยวายก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่ “เธอนี่มันแสบจริงๆ เลย”

 

 

ความผิดใครล่ะคะ”

 

 

ฉันก็ขอโทษไปแล้วไง”

 

 

ก็ยังไม่ให้อภัยสักหน่อย”

 

 

โมโตมิยะเซ็มไปหัวเราะออกมาอีกรอบก่อนจะหันไปหามาซารุคุงที่ยังนั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ ฉัน “ฮาเซคาวะ ผู้จัดการปีนี้ดูจะรักนายมากเลยนะ”

 

 

ไม่ต้องไปยุ่งกับมาซารุคุงเลยนะคะ!” ฉันขู่ฟ่อๆ ใส่เขาพร้อมกับยื่นมือไปขวางไว้

 

 

นี่เธอโกรธฉันจริงจังเหรอเนี่ย ดูเจ้าตัวเขายังไม่เห็นจะพูดอะไรเลยสักนิด” เขาพูดก่อนจะยกมือขึ้นเท้าคางแล้วยิ้มให้ฉัน “น่าดีใจแทนฮาเซคาวะจริงๆ สมัยฉันไม่เห็นมีคนกางปีกปกป้องฉันอย่างสุดชีวิตขนาดนี้เลย”

 

 

มันใช่ประเด็นที่ไหนกันคะ ก็เซ็มไป...”

 

 

ฉันน่ะ...ไม่ได้เกลียดอะไรฮาเซคาวะหรอกนะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ” โมโตมิยะเซ็มไปขัดฉันที่กำลังจะจัดชุดใหญ่ให้ก่อนจะหันไปขยิบตาให้มาซารุคุงที่ยังเอาแต่ดื่มชาเขียวไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร “และเขาเองก็รู้ด้วยว่าฉันทำแบบนั้นไปทำไม...ใช่มั้ย?”

 

 

...ครับ”

 

 

ฉันอาจจะพูดจาล้ำเส้นและแรงไปหน่อย แต่ในเมื่อฮาเซคาวะคือคนที่มารับถุงมือต่อจากฉัน...ฉันก็คิดว่าเขาควรจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความกดดันในระดับนั้นด้วย เพราะนั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันเคยเจอมาก่อนเหมือนกัน”

 

 

...!?”

 

 

ทั้งคำวิจารณ์ คำด่า คำปรามาส คำดูถูก... ทั้งฉันและคนอื่นๆ เจอมาเหมือนกันหมดทั้งนั้นแหละ เพราะพวกเราเลือกแล้วว่าอยากมีความสำคัญในสนาม อยากจะเอาตัวเข้าไปมีบทบาทกับเกม...มันก็เท่ากับเรายินยอมที่จะแบกรับทั้งความกดดันและความคาดหวังของทุกคนเอาไว้ นี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

 

 

...”

 

 

และฉันก็เคยเห็นหลายคนถอดใจไปเพราะความกดดันที่หนักหนาแบบนั้น... ซึ่งถ้าวันนึงฮาเซคาวะเลิกเล่นไป ฉันก็คงจะเสียดาย เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ฉันคิดว่าอยากจะเห็นอยู่ในสนามเบสบอลไปตลอด ไม่ว่าจะอยู่ในทีมเดียวกันหรือทีมไหนก็ตาม”

 

 

...”

 

 

ที่จริง...ฉันเอ็นดูฮาเซคาวะที่สุดในทีมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ใช่มั้ยล่ะ ^-^”

 

 

ไม่เห็นรู้เรื่องเลยครับ”

 

 

อย่าตัดรอนกันแบบนั้นสิ ฮ่าๆ” โมโตมิยะเซ็มไปหัวเราะเสียงใส จากนั้นจึงหันมามองหน้าฉันที่ยังคงปิดปากนิ่งสนิท “อะไรกัน ยังไม่เชื่อฉันอีกเหรอ”

 

 

...โกเมนนะไซ (ขอโทษนะคะ)”

 

 

ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอก ไม่เห็นต้องขอโทษเลย”

 

 

ฉันเข้าใจเซ็มไปผิด...”

 

 

ไม่แปลกหรอก...ฉันก็จงใจพูดจาแรงเกินเหตุ แค่อยากจำลองสถานการณ์ให้เด็กนี่เห็นภาพอนาคตเท่านั้นเอง เพราะต่อไปในอนาคตเราควบคุมสิ่งที่คนอื่นจะพูดไม่ได้ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับอะไรแบบนี้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ใช่มั้ยล่ะ”

 

 

...”

 

 

อย่าทำหน้าแบบนั้นเลย... ฉันคิดว่าที่เธอโกรธน่ะดีแล้วนะ เพราะถ้าถึงเวลาที่คนทั้งโลกหันหลังให้ ฮาเซคาวะก็จะยังมีเธออยู่เสมอ เรื่องนี้ก็สำคัญเหมือนกัน...เพราะถึงจะทำใจยอมรับคำด่าได้มากแค่ไหน คนเราก็ยังต้องมีใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ”

 

 

...”

 

 

สักวันหนึ่งวันแบบนั้นจะต้องมาถึงแน่ เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะผ่านมันไปได้ถ้ามีคนให้กำลังใจเขา... ถ้ามีเธออยู่ ความล้มเหลวก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก”

 

 

...”

 

 

ใช่มั้ยล่ะ ฮาเซคาวะ?”

 

 

คำถามนั้นถูกส่งไปถึงมาซารุคุงที่นั่งเงียบมาตลอดพอๆ กับฉัน เขาเงยหน้าขึ้นจากแก้วน้ำในมือ...จากนั้นจึงเหลือบมองฉันพร้อมกับยิ้ม

 

 

รอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน... ที่ทำให้อุ่นวาบไปถึงข้างใน

 

 

ครับ” เขาตอบเสียงเบา “ไม่น่ากลัวเลย...เพราะสำหรับผมแล้วท้องฟ้าจะสดใสอยู่เสมอ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**************************

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากทานซูชิกันจนอิ่มแปล้... โมโตมิยะเซ็มไปก็เสนอตัวมาส่งพวกเราที่บ้าน แต่มาซารุคุงขอลงที่แถวบ้านฉันทีเดียวเลย ฉันไล่กลับก็ไม่ไป...และสุดท้ายพวกเราก็เลยเดินมานั่งเล่นที่สวนใกล้ๆ บ้านโอตะกันสองคน

 

 

เขานั่งบนชิงช้าข้างๆ ฉัน ก่อนจะแกว่งชิงช้าเล่นด้วยตัวเองโดยไม่พูดอะไร ฉันเองก็เช่นกัน แล้วก็พบว่าการไกวชิงช้าเล่นกันสองคนก็สนุกดี (เป็นเด็กหรือไง?)

 

 

...เซ็มไป”

 

 

ในที่สุดหลังจากเงียบไปนานเขาก็พูดขึ้นมาจนได้ ฉันหันไปมองหน้าเขาแทนการถาม...และมาซารุคุงก็พูดต่อมาโดยไม่ยอมหันมามองหน้าฉัน

 

 

...คราวหลังอย่าทำแบบนั้นอีกนะครับ”

 

 

ทำอะไรเหรอ ที่เถียงกับโมโตมิยะเซ็มไป หรือว่าที่ฉันเข้าไปช่วยมาซารุคุง?”

 

 

ทั้งสองอย่างเลยครับ”

 

 

ฉันไม่รับปาก”

 

 

มาซารุคุงหันมามองหน้าฉันทันทีที่ฉันตอบไปแบบนั้น และเมื่อเขาขยับปากทำท่าจะพูด...ฉันก็ชิงพูดขึ้นก่อน

 

 

ฉันจะเถียงแทนมาซารุคุงทุกครั้ง แล้วก็จะเข้าไปช่วยทุกครั้งด้วยเหมือนกัน”

 

 

เรื่องเถียงแทนไม่เท่าไหร่ แต่วิ่งเข้ามาช่วยจนตัวเองเจ็บตัวแบบนี้ขอทีเถอะครับ” เขาพูดเสียงเบาพร้อมกับมองหน้าฉันด้วยแววตาอ้อนวอน “เมื่อกี้ผมกลัวแค่ไหนรู้มั้ย...”

 

 

...”

 

 

คราวนี้โชคดีที่เย็บแค่ไม่กี่เข็ม แต่ถ้าคราวหน้ามันหนักหนากว่านี้จะทำไงครับ... ทั้งที่เซ็มไปบอกว่าอยากเป็นพยาบาลแท้ๆ ถ้าแขนเจ็บหนักไปแล้วจะทำแผลให้ใครได้ไง...”

 

 

แล้วมาซารุคุงรู้รึเปล่าว่าเมื่อกี้ฉันกลัวแค่ไหน” ฉันถามเขากลับไปบ้างโดยที่ยังไม่ได้หลบตาเขา “ตอนที่แบคดร็อปล้มลงมา...ฉันกลัวมากกว่าตอนจะถูกเย็บแผลเมื่อกี้อีก”

 

 

...”

 

 

อีกอย่างตอนนี้ฉันก็สบายดีนี่นา >O< แผลก็เย็บสวยงามดีไม่มีปัญหาอะไร คุณหมอยังบอกเลยว่าไม่ร้ายแรง...”

 

 

ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับ” มาซารุคุงขัดเสียงเฉียบก่อนจะพูดต่อ “ประเด็นอยู่ที่ผมเป็นห่วง”

 

 

ฉันก็เป็นห่วงมาซารุคุงเหมือนกัน”

 

 

...”

 

 

เพราะว่ามือและแขนของมาซารุคุงน่ะสำคัญมาก... สำหรับฉันแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นจะมาห้ามฉันน่ะไม่ได้หรอก ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ฉันก็จะทำแบบเดิมอีก”

 

 

...ทำไมล่ะครับ”

 

 

...”

 

 

ทำไมถึงต้องช่วยผมขนาดนั้น” เขาถามพร้อมกับมองมาตรงๆ...และสายตาของเขาก็ทำให้รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้เป็นหนุ่มรุ่นน้องอย่างที่ควรจะเป็นเลยสักนิด... หัวใจที่สั่นไหวอย่างแผ่วเบาอยู่ข้างใน ถึงจะไม่แสดงตัวออกมาแต่ก็ทำให้รู้สึกใจหวิวๆ อย่างบอกไม่ถูก “เพราะว่าเป็น 'ผู้จัดการชมรม' เหรอครับ”

 

 

...”

 

 

...”

 

 

เปล่าสักหน่อย” ฉันตอบหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง พร้อมกับเอื้อมมือไปจิ้มแก้มมาซารุคุงเบาๆ “ฉันช่วยเพราะว่าเป็นมาซารุคุงต่างหาก”

 

 

เกิดความเงียบขึ้นครู่ใหญ่เลยทีเดียว เขามองหน้าฉันในความเงียบด้วยนัยน์ตาสีเฮเซลที่เป็นสีเข้มขึ้นเล็กน้อยตามสีของท้องฟ้าที่เริ่มเข้มขึ้นในทุกวินาทีที่พระอาทิตย์ค่อยๆ เคลื่อนหายเข้าไปในขอบฟ้า...

 

 

...อาริงาโตะ (ขอบคุณครับ)” ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม “ผมควรจะพูดคำนี้ตั้งแต่แรกแล้ว... ขอบคุณที่ช่วยผมไว้ แล้วก็...ขอบคุณที่ช่วยพูดเพื่อผมด้วย”

 

 

...”

 

 

ที่จริง...ผมดีใจมากเลย...”

 

 

เด็กโง่...ถ้าดีใจก็ควรจะพูดออกมาตามตรงสิ”

 

 

ทำแบบนั้นก็ไม่เท่สิครับ”

 

 

ฉันหัวเราะออกมากับคำพูดนั้น ก่อนจะหยิกแก้มเขาหนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว...จากนั้นจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้าตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าไปพอดี

 

 

ฉันก็ดีใจเหมือนกัน” ฉันพูดด้วยรอยยิ้มบางที่มุมปากพร้อมกับเริ่มเตะขาไกวชิงช้าอีกรอบ “เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ทำเพื่อใครสักคน... ไม่ได้ไร้ค่าเหมือนที่ผ่านมาแล้ว”

 

 

ผมบอกแล้วไงว่าให้เลิกพูดแบบนั้นสักที”

 

 

รู้แล้ว จะเลิกพูดแล้วล่ะ >_<” ฉันยกมือยอมแพ้ก่อนจะหัวเราะ “แต่พอได้ยินคำว่า 'ขอบคุณ' มันทำให้รู้สึกดีจริงๆ นะ”

 

 

งั้นผมจะพูดให้ฟังทุกสิบนาทีเลย”

 

 

เว่อร์ไป”

 

 

...เพราะผมรู้สึกขอบคุณอยู่ตลอดเวลาที่ท้องฟ้าคอยเชียร์ผมอยู่เสมอ”

 

 

ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะเชื่อมือฉันได้เลย ^O^”

 

 

ผมไม่เคยพูดก็จริง...แต่ที่ผ่านมาผมไม่เคยมีความมั่นใจในตัวเองเลยครับ”

 

 

งั้นเหรอ”

 

 

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ ที่ผ่านมาได้แต่มองดูโมโตมิยะเซ็มไปขว้างในสนามแล้วก็ทั้งชื่นชมและอิจฉา เพราะเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม แล้วก็ทำมันได้ดีจริงๆ ด้วย ผมในตอนนี้คงไม่มีทางสู้เขาได้แน่ๆ”

 

 

เรื่องนั้นมันก็จริง...”

 

 

...”

 

 

แต่ไม่ว่ามาซารุคุงจะเก่งกว่าหรือไม่ ฉันก็จะคอยเชียร์อยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้น”

 

 

...”

 

 

เวลาที่คนอื่นพยายามจะกดดันหรือทำร้ายมาซารุคุง ฉันก็จะคอยปกป้องมาซารุคุงเอง ดังนั้นไม่ต้องสนใจใคร ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร แค่ขว้างให้เต็มที่อย่างเดียวก็พอ”

 

 

พูดจาถือดีอย่างนี้...จะเป็นไรไหมนะ?

 

 

เพราะคนอย่างฉันไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากให้กำลังใจ... แต่ถ้ามันทำให้เขาดีใจ ฉันก็จะพยายามทำในสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ให้ดีที่สุด

 

 

ไม่ว่าใครจะว่ายังไง ฉันก็จะเอาใจช่วยเขาอย่างนี้ตลอดไป

 

 

งั้นเหรอครับ...” มาซารุคุงพึมพำแผ่วเบา “งั้นสปอยล์ผมให้เต็มที่เลยนะครับ”

 

 

ได้เลย >O<”

 

 

เพราะผมเองก็จะคอยปกป้องเซ็มไปให้เต็มที่เหมือนกัน”

 

 

...เอ๊ะ?”

 

 

ท้องฟ้าที่เอาแต่มองคนอื่น เอาแต่ห่วงคนอื่นจนลืมหันมองดูตัวเอง...ก็ควรจะมีก้อนเมฆอยู่เป็นเพื่อนใช่มั้ยล่ะ”

 

 

...”

 

 

เซ็มไปจะห่วงผมมากเท่าไหร่ก็ได้ แต่ถ้าผมอยากจะดูแลเซ็มไปบ้างก็ห้ามบ่นนะครับ”

 

 

...”

 

 

แถมท้องฟ้ายังขี้แยขนาดนี้อีก แล้วผมจะไม่ห่วงได้ไงไหวล่ะ :)” มาซารุคุงยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับเอื้อมมือมาดึงฉันเข้าไปใกล้จนหน้าผากแตะกัน...จากนั้นจึงเช็ดน้ำตาให้ฉันด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบา “ถ้าเราคอยดูแลกันและกันตลอด...ก็คงไม่มีวันไหนที่ต้องเสียใจเลยนะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สอบเสร็จแล้วค่ะ มาอัพฉลองสอบเสร็จนะ >/////////<

ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่มาเมนต์เกาะขอบรอ

และขอบคุณที่ตั้งใจรอกันนะคะ ขอโทษที่อัพช้า ติดสอบติดงานติดเรียนค่า

ตอนนี้อากาศหนาวมาก อยากกอดมาสะจังให้หายหนาว 5555

สองคนนี้ก็หวานแล้วหวานอีก อิจฉาเหลือเกินค่ะ

อัพไปริษยาไป อยากได้แบบนี้บ้างง่าาาา >////<

 

 

 

 

 

 

* Top Batter ผู้ตีลำดับที่หนึ่งของทีมรุก ในหนึ่งทีมจะมีลำดับการตี จากหนึ่งถึงเก้า นั่นหมายถึงในหนึ่งอินนิ่ง ฝ่ายรุกจะมีโอกาสทำแต้มได้เก้าคะแนน คือต้องตีตามลำดับ ถ้าแบตเตอร์ลำดับแรกถูกทำเอาท์หรือวิ่งเข้าโฮมไปแล้ว แบตเตอร์ลำดับที่สองก็จะขึ้นมาตีแทนไปเรื่อยๆ ตามลำดับ)

* ในกติกาเบสบอล สองทีมจะผลัดกันรุกผลัดกันรับ เมื่อสลับกันรุก-รับครบหนึ่งรอบ จะเรียกว่าหนึ่งอินนิ่ง (inning) ฝ่ายที่ผลัดกันเข้ามาตี (จำนวนเก้าคน) จะเป็นฝ่ายรุก เมื่อตีแล้วก็ต้องพยายามวิ่งไปแตะเบสให้ครบสามเบส จนกลับมาถึงที่โฮมเบส (ตรงที่ยืนตี) ก็จะได้หนึ่งคะแนน

** การบันท์ (Bunt) คือเทคนิกการตีอย่างหนึ่งของเบสบอล โดยผู้ตีจะถือไม้รอตรงหน้าเพลตเพื่อเคาะลูกเบาๆ จุดประสงค์ไม่ได้จะทำให้ลูกลอยโด่งหรือลอยไปไกล เพียงแต่ต้องการทำให้ลูกเลียดไปตามพื้นในเขตลูกลงสนาม (Fair Territory) ให้ไกลจากผู้เล่นทีมรับมากที่สุดเท่านั้น ส่วนใหญ่ผู้ตีจะใช้เทคนิกนี้เพื่อสร้างโอกาสให้ตัววิ่งตามเบสต่างๆ วิ่งไปที่เบสต่อไปหรือไปที่โฮมเพื่อทำแต้ม



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2246 Yoen808157 (@Yoen808157) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 19:34

    หนูกำลังอินกับอินเนอร์ของโซระเเต่พอเลื่อนมาดูประโยคนี้ถึงกับกลิ้งไปมา
    &#8220;งั้นเดี๋ยวฉันพาไปเลี้ยงข้าว&#8221;
    &#8220;ฉันไม่ใช่เด็กเห็นเเก่กินนะคะ&#8221;
    &#8220;งั้นไม่กิน&#8221;
    &#8220;กินค่ะ ฉันหิว&#8221;&#8203;
    #2246
    0
  2. #2245 Yoen808157 (@Yoen808157) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 19:21

    อยากให้มีนิยายน่ารักเเบบนี้เยอะๆเลยยยยยย
    #2245
    0
  3. #2239 neagahoshh (@3kim_is_mine) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 04:28
    ไรท์จะไม่อัพต่อแล้วหรอคะT T เห็นบอกว่านี่นาาา T T
    #2239
    2
    • #2239-2 ซูหยาง (@0972504653) (จากตอนที่ 10)
      4 พฤศจิกายน 2560 / 21:21
      อยากให้อัพอ้า&#12306;_&#12306;
      #2239-2
  4. #2226 แบร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 22:45
    โอ๊ยตกหลุมรักพันล้านหลุมละค้า :)
    #2226
    0
  5. #2225 Tawan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 18:31
    มาซารุน่ารักอ่าาาาา
    #2225
    0
  6. #2219 brownnie_macaron (@khaopany) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 19:58
    กรี๊สสสสส อิจนางเอกง่าาาา งือ ต่อๆๆๆ ิยากอิจต่อ เอ้ย!!! อยากอ่านต่อแร้ววว
    #2219
    0
  7. #2202 รักนิยาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 21:44
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกก มาซารุ ไอเลิฟยู (นี่อย่าให้รู้นะว่ามีผู้ชายแบบนี้จริงๆไม่งั้นจะไปกระชากลากถู)อร๊ายยยยยยน่ารักมาก ตีพิมพ์หรือยังคะ? วางแผงวันไหน?ราคาประมาณกี่บาท?แล้วจำนวนเล่มเท่าไรค่ะ?ถ้าออกแล้วอย่าลืมตอบเม้นนี้ด้วยนะคะ





    ป.ล มาซารุจ๋าฉันจะยอมเป็นของเธอ^o^

    ป.ล.ล ฉันรักเธอ (อั้กกกก)
    #2202
    2
    • 27 มีนาคม 2558 / 00:29
      วางแผงในงานหนังสือวันที่ 28 มีนาคมค่า ส่วนตามร้านหนังสือทั่วไปน่าจะทยอยๆ วางแผงตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้นะคะ >////< ขอบคุณที่ติดตามมาสะจังค้าบบบบบ ดีใจที่ชอบน้าตัวเอง~

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 มีนาคม 2558 / 00:30
      #2202-1
    • #2202-2 Diamond Dark Rose (@diamonddarkdose) (จากตอนที่ 10)
      28 มีนาคม 2558 / 14:32
      ไปหามาแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือ ไม่เจออ่าค่ะ ฮือออ เสียดายจัง ไม่ได้ไปงานหนังสือ แต่ซื้อแน่นอน
      #2202-2
  8. #2191 21drizzle (@21drizzle) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 10:34
    เล่มออกทันงานหนังสือมั้ยคะ5555
    #2191
    1
  9. #2190 koshimako (@koshimako) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 00:47
    เหมือนจะสารภาพรักกันเลยยยยยย อึ้ยๆๆๆๆ เขินนนนน อัพต่อๆๆๆๆๆ 
    #2190
    0
  10. #2180 21drizzle (@21drizzle) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 20:41
    อัพเร๊ววววววววส
    #2180
    0
  11. #2176 Marry (Christmas) / ธัญ (@memee2013) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 15:18
    สนุกมากกกกก หวานแหววโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆ (เติมอีกพันล้านตัว) อยากได้เป็นแบบรูปเล่มจะแย่แล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
    #2176
    0
  12. #2165 GIK'jir (@kikkinooo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 23:58
    แอร๊ยยย พี่อายมาแล้วว คิดถึงมาสะจังงมากกก >W< 
    รอ รอ รอ นะคะ <3 
    #อยากได้เป็นรูปเล่มใจจิขาดแย้ว <3 
    #2165
    0
  13. #2157 Tanatorn_M (@rockypim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 20:24
    รอน้องงงง
    #2157
    0
  14. #2154 -___- (@apkguu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 23:08
    #2154
    0
  15. #2151 Chanthean (@kanthitikan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 22:48
    พี่อายขาาา ฮือออ คิดถึงมาซารุคุงค่าาา
    #2151
    0
  16. #2149 [[kiritsuno yume]] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 19:00
    จะออกขายรึยังคะเนี่ย รออยู่น้าาาพี่อาย
    #2149
    0
  17. #2147 Ikasama (@honeyworks) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 15:49
    เมื่อไร่จะออกค่ะเนี้ย อยากอ่านเเล้ว >_<!!!
    #2147
    0
  18. #2140 Ammyammy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 21:14
    อยากอ่านจังเลยค่ะ จะวางเเผงวันไหนคะเนี่ย-^-
    #2140
    0
  19. #2136 WHITE MARSHMALLOW (@ooo333147) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:10
    งื้ออออ~ อยากอ่านต่อ
    #2136
    0
  20. #2123 Pim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:09
    มารอมาสะจัง!!!! ><
    #2123
    0
  21. #2116 FNan (@nanziior) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:38
    แงงง พี่อายไม่อัพมาซารุคุงเลย ㅜㅜ 
    คิดถึงมาซารุคุงจะแย่แล้วค่ะ แงๆๆๆ
    #2116
    0
  22. #2115 tonkaw tktk (@tonkaw33) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:12
    เมื่อไหร่ขะวางแผงคะ
    #2115
    0
  23. #2103 nani_ (@mami_38) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 11:37
    อัพเมื่อไหร่ค่ะอยากอ่านแล้ว ^///^
    #2103
    0
  24. #2098 fafyfresh (@faryfresh2121) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 22:34
    อร๊ายยยย ฟินน พึ่งเข้ามาอ่านเนื่องจากไม่มีเวลา T.,T เข้ามานี่เค้าอ่านเรื่องเป็นอันดันแรกเลยน้าาา รีบๆมาอัพเร็วๆนะคะ ><
    #2098
    0
  25. #2097 drity (@drity) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 19:47
    ลืมเรื่องนี้ไปแล้วหรอ~
    #2097
    0