โอ ♥ あひるLOVE AHIRU [O] สมการรัก ฤดูมรสุม

ตอนที่ 12 : ♥ あひる :: P-PEDzll EP08 ll Hang in there 150%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 ก.พ. 58







Heard - Ariel Lin


เช้าวันรุ่งขึ้น

 

 

ฉันคงหวังสูงไปใช่มั้ยเนี่ยที่คิดว่าพี่เป็ดจะรอไปเรียนพร้อมฉัน แต่อีตานั่นออกไปตั้งแต่เช้า ฉันพยายามคิดว่ามันไม่แปลกเพราะตารางเรียนของพวกเราไม่ตรงกัน... แล้วทำไมฉันจะต้องอยากไปมหาลัยพร้อมพี่เป็ดด้วย ไม่เห็นจำเป็นสักหน่อย  ไปคนเดียวก็ได้ มีมือมีเท้าไม่ได้เป็นง่อยสักหน่อย เฮอะ!

 

 

เป็นเพราะคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเราไม่มีธรรมเนียมการว้ากในสถาบัน จะมีก็แต่กิจกรรมรับน้องเล็กๆ น้อยๆ ช่วงเปิดเทอมใหม่ ให้พบปะสังสรรค์กับรุ่นพี่ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็คงจะโดนแกล้งจากผู้ชายบ้าอำนาจคนนั้นอยู่ดี

 

 

ฉันแอบลอบมองพี่เป็ดจากโซนของปีหนึ่ง เขายังคงตีหน้านิ่งเสมือนเรื่องเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่อีตานั่นแกล้งล้มลงกอดฉันแท้ๆ นะ! อย่ามาแอ๊บนะเฟ้ย ฉันเสียหายนะบอกเลย :(

 

 

แล้วไอ้เรื่องที่บอกว่าไม่กลัวแฟนหึงเพราะเป็นคนเดียวกันอะไรนั่นอีก ผู้หญิงที่เป็นแฟนเขาคนนั้นหมายถึงฉันเหรอ? ไม่เคลียร์ ไม่เก็ตมากอ่ะ!

 

 

พอกิจกรรมจบฉันตั้งใจจะลุกขึ้นไปคุยกับพี่เป็ดแต่ทว่าเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมาเห็นร่างบางในส้นสูงสีแดงคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าพี่เป็ด เรือนผมสั้นประบ่ากับท่าทางสง่างามของเธอกลับดึงความรู้สึกมืดมนของฉันให้ดำดิ่งลงก้นหุบเหว ความรู้สึกแสบร้อนก่อนจะปะทุออกมาที่ริมขอบตาจนร่วงหล่นไปตามผิวแก้มเมื่อน้ำเสียงทุ้มนุ่มของคนคุ้นเคยพูดขึ้น

 

 

ตุ๊บ

 

 

ฉันทุบหน้าอกเพราะรู้สึกกระอักกระอ่วนมวนท้องเหมือนจะอาเจียน อึดอัดและทรมานจนไรขนอ่อนลุกชัน ฝ่ามือร้อนแตะพื้นปูนแสนเย็นเยียบเพื่อประคองสติไว้ นัยน์ตาฉันสั่นระริกก่อนจะลามไล้ไปยังฝ่ามือเมื่อเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น ความรู้สึกร้อนวาบเข้าพุ่งชนจนฉันเซและก้มหน้าลงมองพื้น

 

 

ตุ๊บ

 

 

ทำไมหายใจไม่ค่อยออกนะ...

 

 

ตุ๊บ

 

 

เหมือนจะเป็นลม... ตาก็พร่าด้วย...

 

 

 ฉันแค่นหัวเราะก่อนจะนึกอยากด่าโชคชะตาที่นำพาพวกเราโคจรมาพบกันแบบไม่ปรึกษา ฝ่ามือหนาจิกลงกับพื้นดังครืด นึกอยากจะเดินออกไปเสียจากตรงนี้ แค่นั่งอยู่เพื่อใช้ออกซิเจนบริเวณใกล้กันฉันก็นึกขยะแขยงแล้ว ฉันก้มหน้ามองพื้นก่อนจะกลั้นลมหายใจไม่ให้หลุดสะอื้น ภาพความทรงจำเลวร้ายเริ่มไหลเวียนเข้ามาอีกครั้ง...

 

 

สวัสดีค่ะ หนูชื่ออัยย์ค่ะ ภาพในอดีตของเด็กวัยสิบสี่ปีที่มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลังแย้มยิ้มเพื่อโผเข้าสู่อ้อมอกของครอบครัวใหม่ พวกเขาใจดีและน่ารัก คุณพ่อบี กับคุณแม่บิวเลี้ยงสุนัขพันธุ์โกลเด้นไว้ตัวหนึ่ง อายุราวๆ สี่สิบได้ พวกเขาไม่มีลูกเลยตั้งใจที่จะอุปการะฉัน วันนั้นท้องฟ้าสดใสเหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตของฉัน...

 

 

สิ่งที่ฉันอยากได้มาตลอดคือ ครอบครัว ในบรรดาบ้านหลายร้อยหลังที่มองจากที่สูง มันไม่มีบ้านของฉันเลยสักหลัง พวกเขารักและเอ็นดูฉันอย่างดีเหมือนเป็นลูกสาว เราทำกับข้าวกันทุกเย็น และออกไปวิ่งกันทุกเช้า แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็เปลี่ยนไป

 

 

คุณคะ ฉันท้อง เสียงของป้าบิวพูดขึ้นในวันหนึ่ง ฉันดีใจกับเธอก่อนจะเหยียดยิ้มหวานอวยพรให้เด็กเกิดมาอุดมสมบูรณ์และน่ารัก ฉันจะได้มีน้องทว่า...

 

 

ผมก็บอกคุณแล้วว่าอย่าไปเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง

 

 

อะไรเล่าก็ตอนนั้นคุณก็เห็นด้วยกับฉันไม่ใช่หรือไง ฉันชะงักเมื่อกำลังจะก้าวพ้นขอบบันไดลงพื้นด้านล่าง ใบหน้าก็ชาวาบไปทั้งแถบราวกับโดนตบ ฉันพยายามไม่ใส่ใจก่อนจะสูดลมหายใจเพื่อตั้งสติ...

 

 

พวกเขาคงไม่ใจร้ายแบบนั้นหรอก

 

 

เด็กสถานกำพร้าน่ะ มีแม่ใจแตกรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเกิดโตขึ้นแล้วทำตัวเหมือนแม่จะทำยังไง

 

 

ฉันเป็นคนผิดเหรอที่มาอยู่สถานเด็กกำพร้า ฉันกลืนน้ำลายก่อนจะพิงแผ่นหลังเข้ากับฝาผนังสีขาวอมส้ม ลมหายใจขาดห้วงร่วงหล่นพร้อมกับหยดน้ำตา ฉันก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับว่าที่พ่อแม่ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาคือครอบครัวของฉัน อย่างน้อยฉันก็คิดแบบนั้นจริงๆ

 

 

ถ้าแม่หนูใจแตก... แล้วหนูต้องเป็นเด็กใจแตกเหมือนแม่ด้วยเหรอคะ?’

 

 

‘…’

 

 

พวกคุณรู้จักแม่หนูเหรอ ขนาดหนูยังไม่รู้จักแม่ตัวเองด้วยซ้ำ... หนูคิดมาตลอดว่าคุณคือพ่อและแม่ของหนู

 

 

หนูอัยย์ คือแม่...หญิงวัยกลางคนทำท่าตกใจก่อนจะเดินเข้ามาหาฉันเพื่อปลอบประโลมอาการสั่นไปทั้งร่าง นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววเศร้าสลดและผิดหวัง ฉันขยับเท้าออกมาก่อนจะวิ่งหนีไป...

 

 

ฉันเข้ามาในครอบครัวนี้วันที่ท้องฟ้าสดใส ก่อนจะจากไปในวันที่ฝนตก ฉันวิ่งเร็วเท่าที่จะวิ่งได้เพื่อจะได้หายไปไกลๆ จากสายตาของพวกเขา ความเจ็บหน่วงบริเวณหัวใจร้าวมาจนถึงปลายแขน สายฝนประปรายลงกับใบหน้าปิดบังคราบน้ำตาได้เป็นอย่างดี ฉันวิ่งหนีอยู่ในสภาพชุดนอน พระจันทร์ถูกบดบังด้วยก้อนเมฆสีครึ้ม เสียงฟ้าร้องดังก้องจนฉันต้องหาที่หลบฝน...

 

 

ในเมื่อพวกเขาไม่ต้องการฉัน ฉันจะอยู่ไปทำไม...

 

 

แม่ฉันเป็นพวกเด็กใจแตก แล้วฉันจำเป็นต้องแบบนั้นเหรอ...

 

 

ฉันเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเดินเซไปตรงเสาไฟสลัวๆ ที่ติดๆ ดับๆ เท้าเปล่าเย็นเยียบเผลอเหยียบเศษแก้วจนเลือดสีแดงฉานไหลออกมารวมกับสายฝน ความรู้สึกแสบซิบและปวดร้าวทั้งขานั่นทำให้ฉันต้องหาที่พิง

 

 

ฉันวิ่งมาไกลมาก... ไกลจนไม่รู้ว่าฉันจะกลับไปทางเดิมถูกมั้ย บริเวณที่ฉันยืนอยู่ร้างผู้คนจนฉันนึกกลัว อากาศหนาวชื้นเริ่มทำให้ไรขนอ่อนฉันลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ฉันคิดว่าฉันควรจะหาที่พักพิงสักที่ในคืนนี้จึงยืนกอดอกอยู่ตรงนั้นเพื่อหาทางออกอยู่พักนึง จู่ๆ ก็ดันสบกับนัยน์ตาสีดำคมกริบที่อยู่ในมุมมืดทำให้ฉันสะดุ้งโหยง เสียงหอบลมหายใจที่ดังเข้าใกล้ทุกขณะพร้อมกับท่าทางที่ไม่พึงประสงค์โผล่ออกมาจากอีกด้านของเสาไฟ

 

 

กึก...

 

 

เขาเดินเข้ามาทำให้ฉันสะดุ้งและพยายามขยับหนีอย่างหวั่นๆ บางทีเขาอาจจะแค่เดินผ่านมาก็ได้...

 

 

กึก...

 

 

ฉันขยับเท้าหนีหนึ่งก้าว ในขณะที่ร่างสูงขยับเข้ามาสองก้าวทำให้ฉันกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ แต่ก่อนที่ฉันจะหันหลังวิ่งฝ่ามือหนาก็ยื้อแขนฉันเข้าไปก่อน ฉันมองไม่เห็นหน้าเขาเพราะมันมืดมาก เสาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ นั่นจู่ๆ ไฟก็หรี่แสงลงจนมืดไปราวกับว่าจงใจให้ฉันเจอเหตุการณ์แย่ๆ ริมฝีปากของฉันสั่นพร่าเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงบีบของฝ่ามือที่ล็อกสองแขนของฉันไว้ข้างหลังก่อนจะกระแทกร่างเข้ากับเสาไฟฟ้าที่เป็นอิฐดังตึง! จนฉันจุกไปทั่วร่าง ริมฝีปากเสียดสีกับความหยาบของเสา ความรู้สึกอุ่นร้อนและของเหลวกลิ่นคาวที่ไหลออกมาจากบริเวณหน้าผากทำให้ฉันแทบกรีดร้อง

 

 

เกิดอะไรขึ้น นี่มันอะไร...

 

 

ฉันพยายามตั้งสติ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบจะเป็นลม ความเกลียดชัง ขยะแขยงแล่นพล่านแผดเผาให้ฉันมอดไหม้หนวดเคราของคนใจร้ายละไล้กับบ่าของฉันก่อนที่หมอนั่นจะกระทำอุกอาจด้วยการล้วงมือเข้าสัมผัสแผ่นหลังของฉัน

 

 

หยุด... ฉันพูดเสียงสั่นพร่าก่อนจะพยายามดิ้นรน เรี่ยวแรงที่มีเริ่มหดหายไปกับความตกใจกลัวที่คาดไม่ถึง ฉันไม่น่าวิ่งออกมาจากบ้านเลย...

 

 

ใครก็ได้ช่วยด้วย ฉันหวีดร้องในใจ

 

 

แกรก!

 

 

เสียงรูดซิปนั่นทำให้ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก หัวใจตกลงไปถึงตาตุ่มหรือบางทีอาจจะดิ่งลงนรกไปแล้วก็ได้ ลมหายใจหอบร้อนที่ปะปนไปด้วยเสียงสะอื้นและหวาดกลัวเมื่อฝ่ามือเริ่มไต่แตะอย่างถือวิสาสะ ทำให้ร่างกายฉันตีรวนกระอักกระอ่วนจนอยากอ้วก ฉันกัดริมฝีปากอย่างชั่งใจก่อนจะใช้วิธีการเอาตัวรอดที่คิดว่าเป็นไปได้อย่างเช่นการกระแทกเข้าที่ส้นเท้าของเขาแรงๆ!

 

 

โอ๊ย!’ เสียงของคนเลวทรามร้องขึ้นอย่างคาดไม่ถึงก่อนจะเผลอปล่อยมือฉันให้เป็นอิสระ และแน่นอนฉันรีบเตะไปทางข้างหลังตรงกลางจุดยุทธศาสตร์อย่างแรงเพื่อเอาตัวรอด! ร่างนั่นกระแทกลงกับพื้นดังตึงเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันหันกลับไปและเสาไฟเริ่มส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

ใบหน้าชายวัยกลางคนที่มีหนวดเคราตามกรอบคางกับริมฝีปากสีชมพูที่กำลังร้องครวญครางอยู่ทำให้ฉันชะงัก นัยน์ตาสีดำสนิทสะท้อนเข้ามามองฉันอย่างน่ารังเกียจเดียดฉันท์ ความรู้สึกสับสนระคนกลัวนั่นถาโถมเข้าใส่ทำให้ฉันขยับถอยหลังอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา...

 

 

พ่อบี...

 
-60%-

 

เธอคงเข้าใจผิดไปเอง ผมแค่จะไปตามเธอกลับบ้านเสียงของผู้ชายที่ฉันเคยไว้ใจดังขึ้นในขณะที่พวกเราอยู่ในสถานีตำรวจ ตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็วิ่งสปีดหนีเขามาก่อนจะกระโจนเข้าใส่สถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ ฉันไม่รู้จะพึ่งพิงใคร ไม่มีญาติ ไม่มีคนรู้จักมักจี่ทั้งนั้น...

 

 

 มือของฉันสั่นพร่าเพราะความหนาวจนริมฝีปากซีดเซียว มีเพียงคราบเลือดที่อยู่บนหน้าผากและร่องรอยการบีบแรงๆ จนแดงที่ฝ่ามือเท่านั้น

 

 

ตุ๊บ

 

 

ฉันทุบหน้าอกเพื่อหยุดอาการสั่นและสะอื้น คุณตำรวจหาอะไรมาคลุมเพื่อบรรเทาความหนาวให้ฉัน ผู้หญิงนัยน์ตาคมกริบในชุดเครื่องแบบตำรวจท่าทางสง่างามนั่งมองฉันและหันไปมองผู้ชายคนนั้น

 

 

เธอน้อยใจที่พวกเรากำลังจะมีน้อง ผมจะไปทำแบบนั้นกับลูกตัวเองได้ยังไงคุณ

 

 

กรี๊ดดดดด ฉันหวีดร้องเสียงดังลั่นและดิ้นพล่านกับพื้น ความเสียใจและเจ็บปวดเล่นงานจนฉันจุกไปหมด ภาพครอบครัวที่แสนอบอุ่นพังทลายกลายเป็นฝุ่น ความรักที่ฉันเคยได้รับเป็นแค่เรื่องหลอกลวง...

 

 

เขาร้ายกาจ เขากล้าจะทำแบบนั้นกับฉันได้ลงคอ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าพ่อบุญธรรม!

 

 

เลวที่สุด ทำไมพ่อทำแบบนี้... ไม่สิ ทำไมคุณ ฮึกฉันพูดไม่เป็นภาษาก่อนจะวิ่งไปหลบหลังเคาน์เตอร์ ไม่กล้าที่จะนั่งข้างเขาด้วยซ้ำ

 

 

ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ พวกฉันงานเยอะ ตำรวจหญิงคนนั้นจับดาวประดับบ่าก่อนจะปรายนัยน์ตาเย็นชามาทางฉันราวกับไม่เชื่อ

 

 

แต่เขาทำแบบนั้นกับหนูจริงๆ! เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อหนูด้วย! เขาจับหนูกระแทกกับเสาแล้วรูดซิปลง!’ ฉันพูดเสียงดังลั่นพร้อมกับหอบเอาลมหายใจเข้าปอดก่อนจะกำหมัดแน่นๆ เมื่อนัยน์ตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกหันมามองฉัน

 

 

นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย...

 

 

เขาก็บอกอยู่ว่าเธอเข้าใจผิดและประชดเพราะน้อยใจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนหัวชนเสา

 

 

‘…’

 

 

ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เด็กเรียกร้องความสนใจจะมาวอแวนะ

 

 

‘…’

 

 

หรือว่าเกิดหลงรักพ่อบุญธรรมตัวเองขึ้นมาแล้วไปอ่อยเองกันล่ะน้ำเสียงเหยียดหยามนั่นทำให้ฉันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ผู้ชายคนนั้นเหยียดยิ้มเลวทรามราวกับได้รับชัยชนะทำให้ฉันนึกอยากจะกระโดดเข้าไปตบเขารัวๆ ให้หายแค้น ฉันงั้นเหรอที่อ่อย...

 

 

ฉันเป็นฝ่ายถูกกระทำนะ ทำไมถึงพูดอย่างกับว่าฉันเป็นคนทำมันซะเองล่ะ...

 

 

แหม คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง ถึงแม่เธออาจจะเป็นเด็กใจแตกแต่ก็ไม่ได้ความว่าเธอจะเป็นแบบนั้นนี่ครับ

 

 

เสแสร้ง... เขาเอาคำพูดฉันไปสวมรอยเป็นคำพูดของตัวเองแล้วตีหน้าเป็นคนดีทำให้ฉันนึกรังเกียจมากขึ้น 

 

 

คุณรู้จักแม่ฉันหรือไง...

 

 

แล้วเธอรู้จักแม่ตัวเองรึไง?’

 

 

คำพูดและนัยน์ตาเสียดสีทำให้ฉันรู้สึกแย่...

 

 

แค่เจอเรื่องร้ายๆ และโดนกระทำก็แย่มามากพอแล้วแต่กลับต้องมาเจอนัยน์ตาประณามราวกับว่าฉันเป็นคนผิดยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตกนรก ความรู้สึกมืดมิดเริ่มกลืนกินหัวใจฉันทีละนิดจนกระทั่งรู้ตัวอีกที ฉันก็ไม่สามารถหัวเราะหรือร้องไห้ได้อีกต่อไป ฉันถูกส่งกลับไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กมีปัญหา ฉันแอบสะใจเล็กๆ ที่ได้ยินข่าวว่าผู้ชายคนนั้นโดนดักทำร้ายเลยไม่ได้สนใจเขาอีก

 

 

 แต่สำหรับผู้หญิงที่อยู่ในชุดเครื่องแบบตำรวจคนนั้น ต่อให้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันก็ไม่เคยที่จะลืมหน้าเธอได้เลย... ผู้หญิงที่เหยียดหยามและซ้ำเติมฉันทั้งที่พึ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้าย

 

 

ผู้หญิงที่หาว่าฉันเรียกร้องความสนใจและปล่อยให้ผู้ชายชั่วๆ นั่นลอยนวล...

 

 

ตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน พวกเราเผลอสบตากันอีกครั้งในขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยแววตาวาวโรจน์ ผู้หญิงที่ฉันเกลียดมากที่สุดในโลกและเธอคนนั้น...

 

 

 “อ้าว แม่มาทำอะไรที่นี่?

 

 

เป็นแม่ของคนที่ฉันชอบมากที่สุดในโลก

 




-100%-


 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

ฉันลืมตาตื่นขึ้นหลังจากที่กลับมานอนที่หอด้วยความรู้สึกปั่นป่วน ใบหน้าสง่านั่นยังคงหลอกหลอนฉัน ผ้าห่มสีขาวถูกคลุมโปงก่อนจะขยับนิดหน่อยเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูนั่น 

 

 

“อัยย์” เสียงพี่เป็ดทำให้ฉันลังเลที่จะไปเปิด แกล้งหลับดีมั้ย? แต่ขืนแกล้งหลับเขาไม่เลิกเคาะแน่ เหมือนตอนที่พี่เป็ดเคยมากดกริ่งรัวๆ หน้าบ้านฉันนั่นแหละ! ฉันกลอกนัยน์ตาไปมาอย่างลังเลก่อนจะลุกโซเซไปเปิดประตูด้วยใบหน้าที่ดูไม่ต่างจากผีเดินดิน พี่เป็ดผงะนิดหน่อยแล้วมองหน้าฉันอย่างตกใจ

 

 

“เฮ้ย เป็นไรปะเนี่ย หน้าซีดจังวะ”

 

 

ฉันเงียบ จะไม่เป็นไรได้ไง พอเห็นหน้าแม่พี่เป็ดฉันก็ไข้ขึ้นเลยน่ะสิ

 

 

 “ป่วยเหรอ”

 

 

“อือ ปวดหัว” ฉันพูดเสียงอ่อยแล้วพิงร่างเข้ากับประตูอย่างเซ็งๆ ความจริงฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แค่หงุดหงิดเลยป่วยการเมืองขอกลับหอแทนน่ะ ฮะฮะฮะ

 

 

“ตัดหัวทิ้งดิ”

 

 

คนไม่สบายยังจะมากวนประสาทอีก! ฉันตีหน้าบูดทำให้อีตาพี่เป็ดยิ้มขำๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว

 

 

“แล้วนี่กินยายัง?” เขาถามต่อด้วยสีหน้าเป็นห่วงพลางใช้ฝ่ามือทาบที่หน้าผากทำให้ฉันตื่นเต้นนิดหน่อย ก็เป็นซะแบบนี้ ฉันจะหนีพี่เป็ดยังไงพ้น น่ารักไปแล้วนะ ฮึ่ย!

 

 

“กินแล้ว”

 

 

“อ้ออออ ให้อยู่พยาบาลปะ?” ร่างสูงยิ้มหวานแล้วพิงขอบประตูด้วยสายตาพริ้งพราว ฉันเกลียดเวลาที่พี่เป็ดยิ้มที่สุดเพราะมันทำให้ฉันลืมเรื่องพ่อเขา แม่เขาและทุกๆอย่างไปหมดเลย T^T

 

 

 “ไม่ต้องหรอก พี่ไปเหอะ เดี๋ยวจะติดไข้” ฉันอ้างทั้งที่ความจริงตอนนี้ยกควายได้สิบตัวเลยมั้ง! แต่ฉันแค่อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ นี่หว่า แต่อีกใจนึงก็อยากให้พี่เป็ดอยู่ด้วยอ่ะ โอ๊ย นี่ฉันเป็นคนยังไงกันวะเนี่ย ฮือ

 

 

“ไม่เป็นไร พี่แข็งแรง!” ว่าแล้วอีตาบ้านั่นก็เบ่งกล้ามโชว์ เออ คือไม่ได้อยากรู้ปะวะ T^T

 

 

“อัยย์จะนอนแล้ว พี่จะมานั่งดูอัยย์นอนไง๊ เป็นผู้ชายเข้าห้องผู้หญิงได้ไง น่าเกลียด”

 

 

“อ้าว งั้นอัยย์ก็เข้าห้องพี่ดิ จะได้ไม่น่าเกลียด รูมเมทไม่อยู่ด้วยเนี่ย”

 

 

คือมันก็ไม่ต่างกันปะวะ อีตาพี่เป็ดนี่! เขาไม่รอให้ฉันพูดต่อแต่ผลีผลามเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

 

“พี่เป็ด!! ออกไปเลยนะ ชิ่วๆ” ฉันเดินตามอีตานั่นไปก่อนจะไปดึงมือเขาเพื่อลากกลับไปที่ประตู แต่ใครๆ ก็รู้ว่าแรงผู้ชายกับผู้หญิงน่ะมันต่างกันจะตาย ทำให้เขายืนมองฉันเหมือนตอไม้นิ่งๆ ส่วนฉันก็ฉุดกระชากถูลูถูกังจนร่างร่วงลงกับพื้นปูนตูดกระแทกดังตุบ!

 

 

“โอ๊ย”

 

 

          บ้าที่สุด T^T

 

 

“ไหนบอกป่วยไง แรงเยอะจังวะ” คนตรงหน้าเหยียดยิ้มก่อนจะเดินไปล็อกประตู เพราะเสียงกริ๊กนั่นทำให้ฉันสะดุ้งโหยงและภาพนั้นก็ไหลเวียนเข้ามา! คงไม่ใช่ว่า “ผ้าอยู่ไหนอ่ะ เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้”

 

 

ชะ เช็ดตัวให้! หมายถึงเอ่อ นี่ฉันกับพี่เป็ดไม่ได้ถึงขั้นจะมาเช็ดตงเช็ดตัวปะวะ เป็นไข้นะไม่ได้เป็นง่อย ไม่ต้องมาทำให้ก็ได้! เออ ลืม ฉันไม่ได้เป็นไข้ ฉันแค่แกล้งป่วยเพื่อหนีกิจกรรมคณะ T^T

 

 

“ไม่ต้อง จะลวนลามอัยย์อ่ะดิ ฝันไปเหอะ -^-

 

 

“สำคัญตัวผิดไปปะ เอาอะไรมาลวนลาม ข้างหน้ากับข้างหลังไม่ต่างกันเลยนั่นน่ะ” คนตรงหน้าว่าด้วยนัยน์ตาเยาะเย้ยก่อนจะมองตรงจุดที่ไม่ควรมองอย่างเช่นหน้าอก กะ กรี๊ด อีตาพี่เป็ดทะลึ่ง!

 

 

“น่าเกลียด มีเหอะ ใหญ่เบ้อเริ่มเท่าหัวเด็ก แต่เก็บไว้ในตู้เย็น”

 

 

“ซิลิโคนอะนะ?

 

 

“พี่เป็ด!!” ฉันเบ้ปากพลางกระชากเสียงหงุดหงิดทำให้เขาหัวเราะ คนตรงหน้าหรี่ตามองฉันอย่างจับผิดก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วย่างสามขุมมาทางฉัน

 

 

"ไหนบอกป่วย?"

 

 

เวร ลืม -_-;;

 

 

“ก็ป่วยไง จะนอน แต่พี่เป็ดไม่ยอมออกไปอ่ะ” ฉันฟึดฟัดนึกอยากจะหาอะไรตีหัวเขาสักตุบสองตุบ “ทีเมื่อเช้าออกไปเรียนก็ไม่รอ เฮอะ” ฉันสบถเสียงเบาแต่เจ้าตัวดันหูดีเกินไปเลยได้ยินทุกประโยคที่ฉันพูด!

 

 

“ก็พี่มีเรียนเช้านี่หว่า จะให้ปลุกอัยย์ไปเรียนพร้อมพี่ไง?” เขาเป่าลมใส่หน้าม้าของฉันจนเสียทรง ทำให้ฉันเบะปาก ไม่รู้อ่ะ เคืองโว้ย! ฮึ่ย! “พี่จะก่อกวนอัยย์จนกว่าจะได้คำตอบว่าทำไมถึงหายไปนั่นแหละ”

 

 

 

 

อีกแล้วเรื่องนี้อีกแล้ว! ฉันเบ้หน้าก่อนจะทำท่าจะเดินหนี เรียวแขนแข็งแรงนั่นก็ดึงฉันไว้ก่อน

 

 

“ถ้าคำถามนี้ตอบไม่ได้งั้นช่วยตอบพี่อีกคำถามได้มั้ย?” นัยน์ตาสีน้ำตาลเปล่งประกายไปด้วยความหวังทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก พี่เป็ดชายตามองไปยังปลายนิ้วมือของฉันก่อนจะสัมผัสจากนิ้วก้อยลามไล้ไปยังนิ้วโป้งแล้วจึงกุมมันไว้จนถ่ายทอดความอุ่นร้อนจากอุณหภูมิร่างกายของเขาผ่านเข้ามายังฝ่ามือของฉัน เขากำมันนิดหน่อยก่อนจะค่อยๆ ดึงมานาบกับแก้มข้างขวา

 

 

“พี่อยากรู้ว่า พี่ยังมีสิทธิ์ทวงอีกยี่สิบคะแนนเมื่อสามปีก่อนอยู่มั้ย?

 

 

เพียงแค่คำไม่กี่คำทำให้ฉันร้อนวาบไปทั่วร่าง ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อหัวใจบีบรัดเป็นจังหวะถี่รัว จนกลัวมันจะล้มเหลวขึ้นมาเพราะทำงานหนักมากไป ฉันกลืนน้ำลายก่อนจะสบตาชายตรงหน้านิ่ง

 

 

เขายังจำได้ เหมือนที่ฉันจำได้ ฉันไม่สามารถลบมันออกไปจากหัวได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว พยายามที่จะหนีไปในที่ไกลแสนไกล แต่ไม่รู้ทำไมรู้ตัวอีกที ขาของฉันก็ลากไปที่ร้านไอศกรีมที่พวกเราเคยเจอกัน ไม่รู้ทำไมขาของฉันถึงลากไปในที่ๆ พวกเราเคยเดินผ่านราวกับว่าฉันกำลังโหยหา...

 

 

ช่วยอยู่กวนประสาทพี่ไปนานๆ นะ

 

 

นัยน์ตาของฉันฉายแวววูบไหวเมื่อคิดถึงคำที่เขาบอก ...

 

 

ฉันเองก็อยากให้มันยังคงอยู่ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ครอบครัวเขากระทำต่อฉันมันก็ลำบากที่จะตอบได้ เพราะพี่เป็ดไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยสักนิด ฉันจะมองหน้าพวกเขาติดมั้ย แล้วถ้าต้องไปเจอพ่อพี่เป็ดอีกล่ะ

 

 

ฉันควรจะทำยังไงดี

 

 

ฉันยืนสับสนก่อนจะสะบัดหัวไล่ทุกอย่างออกไป….

 

 

 ไม่รู้แล้ว ฉันไม่สนใจแล้ว....

 

 

 ฉันกลอกนัยน์ตาไปมาอย่างครุ่นคิดท่ามกลางเสียงลมหายใจของพวกเราสองคน ฉันยังไม่ทันได้ตอบร่างสูงก็ดันสาวเท้าเข้ามาใกล้จนร่างฉันถูกดันติดกำแพง ลมหายใจร้อนๆ รดรินบริเวณผิวแก้มพร้อมกับความรู้สึกตื่นตัวที่ทำให้ฉันเกร็งไปทั้งร่าง ริมฝีปากนั่นขยับเข้ามาแต่ทว่ามันกลับชะงักเพราะฉันยกมือขึ้นปิดปากเขาก่อนจะมองอย่างคาดโทษ

 

 

“...”

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองกลับมานิ่งทำเอาฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก ฝ่ามือหนาขยับมาดึงแขนฉันออกก่อนจะขยับเข้ามาอีกครั้ง ฉันหลับตาลงในทันทีที่รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดเรือนผม ปลายจมูกลากไล้บริเวณหน้าผากก่อนจะฝังริมฝีปากตรงนั้นเบาๆ

 

 

ตึก ตัก

 

 

มันจะจบแค่ตรงหน้าผากมั้ย ฉันคิดในใจก่อนจะกำมือแน่นด้วยหัวใจสั่นระรัว กลัวในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น

 

 

เขาหยุดแค่นั้น เขาหยุดแค่นั้นจริงๆ ราวกับรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันลืมตาขึ้นมาก่อนจะใบหน้าที่เหยียดยิ้มหวานมองมาทางฉัน ฝ่ามือหนาลูบไล้เรือนผมก่อนจะขยี้มันเบาๆ

 

 

“ตอนแรกพี่เสียใจมากที่อัยย์หายไป จากเสียใจก็เริ่มโกรธ

 

 

 

 

“แถมอัยย์ก็ยังไม่บอกเหตุผลพี่อีก” เขาว่าก่อนจะถอนหายใจยาว นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั่นมองลงมา “ตอนแรกก็ว่าจะแกล้งเย็นชาใส่อัยย์ แต่ดันทำไม่ได้ซะงั้น”

 

 

 

 

“แต่ตอนนี้พี่ไม่อยากรู้เหตุผลแล้ว” เขาพูดเสียงหวานก่อนจะบีบมือฉันเบาๆ

 

 

“...”

 

 

“แค่อัยย์กลับมาก็พอ”

 

 

นัยน์ตาของพวกเราสบกันนิ่ง เสียงลมหายใจแผ่วเบาและราบเรียบต่างจากหัวใจที่บีบรัดจนใบหน้าฉันเริ่มแดงร้อน ฉันจับมือเขากลับและบีบมันเหมือนที่เขาทำ นึกขอบคุณที่เขาพูดแบบนั้น และอยากจะยืนอยู่ข้างเขาเหมือนที่เคยทำ อยากอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เคยอยู่ แต่ฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน

 

 

ไม่รู้ด้วยว่าถ้าวันนึงความจริงมันปรากฏขึ้นมา

 

 

ระหว่างพวกเรามันจะยังคงเหมือนเดิมอยู่มั้ย

 -150%-






โอ้ยยย เรื่องบ้าอะไรเนี่ย นางเอกรันทดขนาดนี้
555555555555555555555+ ไม่รู้จะสงสารใครดี
ช่วงนี้เรียกจงซอกว่าพี่เป็ดตลอด T^T
อยากจะบอกทุกคนว่าผลพิจารณาออกมาแล้วค่ะ
ปรากฎว่ายังไม่ผ่านเพราะพล็อตหนักไปสำหรับแนวนี้
5555555555555555555555555555+

#หัวเราะเหมือนคนบ้า
แล้วก็ยังมีสิ่งที่ต้องปรับอีกหลายๆ อย่าง
คิดว่าจะลองส่งที่อื่นดู 55555+
ถ้าไม่ผ่านอาจจะทำมือ แต่ไม่รู้จะมีคนซื้อมั้ย
ก๊ากกกกกก
ขอบคุณที่อ่านน้า จุ๊บบบ






#ไส้ติ่งพี่เป็ด



ติดตามในเพจนะคะ
https://www.facebook.com/jennyrenger01

----*----**----*---
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,600 ความคิดเห็น

  1. #2385 t_g_k (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 14:09
    อื้อหือ ทั้งพ่อทั้งแม่พี่เป็ด เป็นอัยย์คงลําบากใจสุดๆอ่ะ ;___;
    #2,385
    0
  2. #2333 poppy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 11:34
    รู้สึกอึดอัด TT^TT !!!!
    #2,333
    0
  3. #1933 FernIndy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 14:50
    หน่วงดีเหมือนกัน พี่เป็ดยังคงคอนเซ้ปดีงามเสมอ งื้อออออออออออ
    #1,933
    0
  4. #1919 S.BAM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 23:14
    เจ้ ทำไมทำจั่งซั้สสสสส กับอัยย หนูอัยของป๋า
    #1,919
    0
  5. #1911 peepo_Private (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:00
    แงงงงงงงง หน่วงมาก จะดีใจกับอัยย์ก้อไม่กล้า จะเสียใจล่วงหน้าให้นางก้อไม่ใช่ โอ๊ยยยยยยย เครียดจริงจัง 55555555555 พี่เป็ดมาทวงสัญญาแล้วหนูอัยย์ เอาไงต่อล่ะคะเนี่ย ปล.ไรท์สู้ๆน้า เค้าอยากให้เรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ มันต้องมีสักสนพ.สิน่า สู้ๆงับ ^^
    #1,911
    0
  6. #1908 CHACHA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:44
    นางเอกโคตรรันทดเลยอ่ะ
    #1,908
    0
  7. #1907 Som Na Kub (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:35
    เมื่อไหร่ไรท์จะอัพต่ออ่ะะ
    #1,907
    0
  8. #1898 AmiTie Ours (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:20
    อัพน้าา T-T
    #1,898
    0
  9. #1897 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,897
    0
  10. #1896 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,896
    0
  11. #1895 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,895
    0
  12. #1894 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,894
    0
  13. #1893 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,893
    0
  14. #1892 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,892
    0
  15. #1891 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,891
    0
  16. #1890 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,890
    0
  17. #1889 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,889
    0
  18. #1888 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,888
    0
  19. #1887 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,887
    0
  20. #1886 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,886
    0
  21. #1885 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,885
    0
  22. #1884 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,884
    0
  23. #1883 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,883
    0
  24. #1882 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,882
    0
  25. #1881 Mildmini'z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:23
    เจิมมมมมมมมมมม
    #1,881
    0