Nippon Cutie รักหวานละมุนวุ่นหัวใจหนุ่มชิงกันเซน

ตอนที่ 7 : Nippon Cutie : 好きです。(ชอบครับ) [COMPLETE 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    6 ก.ย. 57



 

 

 

 

 

 

 

6

好きです(ชอบครับ)



 

ขอบคุณโปสเตอร์จากน้องพิมพ์ค่ะ >_< ได้โปสปุ๊บรีบมาอัพเลย เลิฟฟฟฟ~ <3

 

 

 

หลายวันต่อมา...

 

 

ภาพเธอนั่งหัวเราะหึๆ ตอนนั่งกินขนมปังอยู่คนเดียวมันน่ากลัวมากเลยนะโนโซมิ =_=^ เธอควรจะหยุดได้แล้วก่อนที่ฉันจะกินข้าวเที่ยงไม่ลง”

 

 

อะไรของนาย จะกินก็กินไปสิ ใครใช้ให้มานั่งมองหน้าฉันล่ะ”

 

 

ก็เธอเล่นหัวเราะหึๆ ตลอดเวลาฉันก็รำคาญน่ะสิ”

 

 

ใส่หูฟังไปสิยะ ไม่ชอบก็จะมานั่งฟังทำไม”

 

 

ยัย... =[]=^^” โคเฮถึงกับด่าไม่ถูก ได้แต่ถอนหายใจยาวยืดไปถึงคาบสมุทรอินโดจีนเพื่อประท้วงฉันที่ไม่สนใจเขาสักนิด “ยิ้มจนปากฉีกถึงใบหูแบบนั้น ไปกันได้ดีกับหมอนั่นล่ะสิ”

 

 

ก็เจอกันทุกวันเลยนะ >_< คุยกันเรื่องรถไฟทุกวันเลย”

 

 

อ๋อเหรอ =_= ยินดีด้วยนะ”

 

 

แต่ไม่รู้ว่าเขาจะยังเข้าใจว่าฉันชอบนายอยู่รึเปล่าเนี่ยสิ”

 

 

โคเฮเบะปากใส่ความกังวลของฉันก่อนจะหยิบนมรสกล้วยขึ้นมาดื่ม “ถึงหมอนั่นจะซื่อบื้อแค่ไหนก็ไม่น่าจะโง่ขนาดดูไม่ออกว่าเธอชอบใครนะ -_- ลงทุนไปหาถึงนู่นทุกวันทั้งที่ไม่มีธุระอะไรแถวนั้น ถ้าไม่ได้ชอบใครจะบ้าทำ”

 

 

แต่อิชิอิคุงเขาเป็นคนดีนี่นา ฉันอ้างอะไรไปเขาก็เชื่อหมดเลยอ่ะ อย่างวันก่อนบอกไปว่าแม่ฝากซื้อนิตยสารที่มีขายเฉพาะในคอนบินีหน้าสถานีทาคาดะโนะบาบะ เขาก็เชื่อ”

 

 

มันเชื่อจริงๆ หรือมันเชื่อตามมารยาท =_=^ ความเซ่อของคนเราควรมีลิมิตนะ”

 

 

นายก็พูดเกินไป เพราะเขาไม่ได้เจ้าเล่ห์เหมือนฉันกับนายต่างหากเขาถึงได้ไม่คิดว่าฉันจะโกหกหน้าตายแบบนั้น”

 

 

โคเฮเงียบไปเล็กน้อยเหมือนกำลังใช้ความคิด เขางับขนมปังยากิโซบะประมาณสามสี่คำก่อนจะพูดขึ้นมา “ฉันว่าเป็นอย่างนี้มากกว่า”

 

 

อย่างไหน?”

 

 

หมอนั่นมันรู้ตัวแล้ว”

 

 

หา -O-”

 

 

และที่ทำเนียนไม่รู้เรื่อง เออออห่อหมกไปกับคำโกหกโคตรไม่เนียนของเธอก็เพราะมันเขิน”

 

 

...จะเป็นงั้นไปได้ไง เป็นไปไม่ได้หรอก -O-”

 

 

เป็นได้สิ ถ้าไม่เชื่อนะ...” โคเฮทำหน้าลึกลับก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ก็ลองไม่ไปหาเขาดูสักวันสิ”

 

 

หา ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย”

 

 

แล้วใจคอเธอจะตามไปดักรอเจอเขาที่สถานีเพื่อจะดื่มกาแฟหนึ่งแก้วกินเค้กหนึ่งชิ้นทุกวันหลังเลิกเรียนหรือไง คิดจะทำไปเรื่อยๆ ถึงเมื่อไหร่กัน”

 

 

เมื่อไขมันจุกอกฉันตายมั้ง -^-

 

 

เชื่อฉันเหอะน่า ลองไม่โผล่หน้าไปสักวันเดี๋ยวรู้เลย”

 

 

บอกเหตุผลมาสิ”

 

 

ไม่สิ... จริงๆ แล้วเดี๋ยวอีกสักพักเขาก็จะบอกเธอเองว่า 'ไม่ต้องมาแล้วนะ' “

 

 

หา ทำไมล่ะ เขาพูดเองนะว่าคุยกับฉันแล้วสนุกน่ะ -O-”

 

 

งั้นชัวร์เลย ไม่เกินอาทิตย์นี้...เขาจะต้องพูดคำนั้นแน่ๆ”

 

 

เพราะอะไร?”

 

 

ไม่บอก”

 

 

เอ๊ะ =[]=^”

 

 

เธอมันน่าหมั่นไส้ ลองคิดหาคำตอบเอาเองซะบ้าง ขอให้โชคดีนะ :P”

 

 

คนที่น่าหมั่นไส้ที่สุดก็คือนายนั่นแหละ! คิมุระ โคเฮ =_=^

 

 

ไม่ว่าฉันจะคาดคั้นหมอนั่นกี่ครั้งก็ทำหน้ามึนไม่ยอมตอบจนถึงเวลาเลิกเรียน แล้วหมอนั่นก็เผ่นหนีไปก่อนที่ฉันจะทันได้ซักเขาอีกรอบ!

 

 

เล่นทำหน้าตามีลับลมคมในเหมือนรู้อะไรบางอย่างอยู่คนเดียวแบบนั้นหมอนั่นต้องบลัฟฟ์ฉันแน่ๆ -_-^ คิดจะขัดขวางความรักของฉันงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก เรื่องอะไรฉันจะทำตามหมอนั่น ขืนไม่ไปเจอเขาฉันก็อดฟินน่ะสิ

 

 

คนมีแฟนแล้วอย่างหมอนั่นไม่เข้าใจหรอกว่าการได้นั่งดื่มกาแฟแค่หนึ่งแก้ว กินเค้กแค่หนึ่งชิ้นกับคนที่ชอบน่ะมันทำให้ดีใจมากขนาดไหนน่ะ ถึงจะแค่แป๊บเดียวก็เถอะ แต่แค่ได้เจอหน้าได้นั่งด้วยกันก็ทำให้ฝันดีไปทั้งคืนเชียวนะ

 

 

อีกเรื่องคือ...อิชิอิคุงไม่มีทางพูดคำนั้นออกมาหรอก ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษเกินกว่าจะพูดออกมาตรงๆ ด้วย แต่เพราะว่าเขาหัวเราะแบบนั้นตอนคุยกับฉัน...

 

 

เขาหัวเราะท่าทางเหมือนเด็กน้อยมีความสุขแบบนั้น...ไม่มีทางที่เขาจะบอกให้ฉันเลิกไปดักรอเขาหรอก!

 

 

 

 

 

 

 

 

************************************



 



 

สถานีทาคาดะโนะบาบะ

 

 

สาวไคเซย์ มาคนเดียวเหรอครับ ^-^ ไปด้วยกันมั้ย~”

 

 

เปล่าค่ะ รอเพื่อนอยู่ ^-^”

 

 

เพื่อนที่ว่า ไม่ใช่แฟนใช่มั้ยเอ่ย ถ้าเป็นสาวๆ ก็จะได้ไปด้วยกันเลย~”

 

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เหมือนพระอาทิตย์ที่ต้องขึ้นตอนเช้าและตกตอนเย็นทำให้ฉันต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ส่วนนึงคงเป็นเพราะเครื่องแบบโรงเรียนไคเซย์มันเด่นด้วยล่ะมั้ง ถึงได้ดึงดูดเหล่าชายหนุ่มคารมเสี่ยวเข้ามาหาตลอดเวลาแบบนี้

 

 

ถึงจะไม่ใช่แฟนฉันก็ไม่ไปกับคุณหรอกค่ะ เข้าใจตรงกันนะ?”

 

 

แหม ตัดรอนกันขนาดนี้...”

 

 

ใช่แฟนครับ”

 

 

...!? -O-”

 

 

เพราะฉะนั้นช่วยปล่อยมือด้วย”

 

 

อะ...อิชิอิคุง” ฉันระบายรอยยิ้มกว้างให้เขาโดยไม่ได้สนใจตัวละครประกอบที่ถอยทัพกลับไปอย่างง่ายดายเมื่อเห็นว่า 'แฟน' ของฉันหล่อเลอค่าขนาดไหน “มาแล้วเหรอคะ วันนี้มาสายนะ”

 

 

ขอโทษด้วยครับ” อิชิอิคุงทำหน้ารู้สึกผิดเกินไปจนฉันเริ่มรู้สึกผิดบ้าง -O- ทั้งที่ที่จริงแล้วฉันเองต่างหากที่มาถึงก่อนเวลา เนื่องจากประสาทเสียเพราะการไซโคของมนุษย์ที่ชื่อคิมุระ โคเฮน่ะ -^-

 

 

ล้อเล่นเฉยๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิคะ” ฉันหัวเราะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศก่อนจะชี้มือไปที่คาเฟ่สีพาสเทลฝั่งตรงข้าม “วันนี้ไปลองกินพาร์เฟ่ต์ของร้านนั้นมั้ยคะ เพื่อนฉันบอกว่าอร่อยน่ะ”

 

 

...ครับ”

 

 

อิชิอิคุงพูดน้อยกว่าทุกที แล้วก็ไม่ร่าเริงเหมือนเคยด้วย ทั้งที่หลังจากวันที่เขาไปส่งฉันที่บ้านครั้งแรกเป็นต้นมาเขาก็มักจะทักฉันด้วยรอยยิ้มแท้ๆ -O-

 

 

...คาวาคามิซัง”

 

 

คะ?” ฉันหันไปถามเขาด้วยรอยยิ้มหลังจากนั่งเหม่อลอยคิดหาคำตอบอยู่พักใหญ่จนพาร์เฟ่ต์ในถ้วยที่สั่งมายังไม่พร่องไปเลยสักนิด

 

 

วันนี้คุณบอกว่ามาทำอะไรที่นี่นะครับ?”

 

 

เอ่อ...เมื่อกี้บอกว่ามาทำไมนะ -O- ฉันกะพริบตาปริบๆ มองหน้าอิชิอิคุง เหมือนจู่ๆ ก็ลืมภาษาญี่ปุ่นไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกข้ออ้างออกได้อย่างนึง “อ๋อ ฉัน...จะมาดูหนังสือการ์ตูนที่ Book Off แถวนี้น่ะค่ะ พอดีสาขาแถวบ้านมันไม่มีเล่มที่ฉันอยากได้”

 

 

...เมื่อวานไปมาแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

 

 

โอ๊ะ”

 

 

...?”

 

 

เมื่อวานหาไม่เจอน่ะค่ะ ^-^ วันนี้เลยจะลองใหม่”

 

 

...”

 

 

อิชิอิคุงเงียบไปเลย ฉันมองหน้าเขาตาแป๋ว... รู้สึกลุ้นอยู่ในใจอย่างบอกไม่ถูก นี่หรือว่าโคเฮเดาถูกเนี่ย หรือว่าเขาจะรู้แล้ว... ที่เงียบไปเพราะว่ารู้เจตนาไม่ซื่อของฉันแล้วหรือว่า...

 

 

...งั้นก็ไม่น่าจะเสียเวลามานั่งที่คาเฟ่นะครับ?”

 

 

คะ?”

 

 

ถ้ามีธุระแถวนี้ก็ไม่น่าจะเสียเวลามานั่งกินเค้กกับผม...”

 

 

ฉันกะพริบตามองหน้าอิชิอิคุงที่ก้มหน้าไม่สบตากับฉัน จากนั้นจึงก้มมองเค้กในจานตัวเองเพราะรู้สึกช็อกเบาๆ นี่อย่าบอกนะว่าประโยคต่อไป...

 

 

ผมว่า...”

 

 

ฉัน...รบกวนเหรอคะ?”

 

 

...!”

 

 

จริงๆ แล้วต้องรีบไปเรียนใช่มั้ยคะ”

 

 

อ๊ะ...”

 

 

ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันก็ลืมนึกไปเลย!” ฉันพูดพร้อมกับลุกพรวดขึ้นยืนแล้ววางเงินค่าเครื่องดื่มกับเค้กไว้บนโต๊ะ “วะ...ไว้โอกาสหน้าค่อยเจอกันใหม่นะคะ”

 

 

คาวาคามิซัง!”

 

 

เหตุการณ์ต่อมาคือ...หนีค่ะ

 

 

นางเอกวิ่งหนีออกจากร้าน คลิเช่ไม่เบาทีเดียว แต่ ณ จุดนั้นมันทำอะไรไม่ถูกนี่นา เขาพูดมาแบบนั้นจะให้ฉันตอบว่าไง T_Tเขาเพิ่งจะบอก (แบบอ้อมๆ) ว่าฉันไม่ควรมาดักรอเขาที่นี่แล้วใช่มั้ยนะ

 

 

เกลียดที่โคเฮพูดถูกชะมัดเลย T,.T

 

 

แล้วจะเอาไงต่อดีล่ะเนี่ย ฉันชอบเขาไปแล้วนะ อยู่ดีๆ จะให้ตัดใจดื้อๆ ทำไม่ได้หรอก -O- แบบนี้ต้องคิดหากลยุทธ์ใหม่แล้วสิ แต่ไม่ปรึกษาโคเฮหรอก หมอนั่นจะต้องเยาะเย้ยฉันแน่ -^-

 

 

แต่จะวิธีไหนก็ช่าง ฉันไม่ยอมแพ้แค่ตรงนี้หรอก เพราะมันไม่ใช่สไตล์ของฉัน!

 

 

 

 

 

 

 

****************************************




 

 

วันต่อมา

 

 

แล้วไง เมื่อไหร่จะยอมรับสักทีว่าฉันพูดถูกน่ะ?”

 

 

ไม่มีทาง”

 

 

ก็หมอนั่นพูดทำนองว่าอย่ามาอีกนะอย่างที่ฉันบอกเลยใช่มั้ยล่ะ”

 

 

อย่ามายุ่งนะ -_-+++”

 

 

อย่าแพ้แล้วพาลน่า ถ้าเธอยอมเรียกฉันว่าโคเฮซามะ (ท่านโคเฮ) แต่โดยดี ฉันจะใบ้ให้ก็ได้ว่าทำไมหมอนั่นถึงพูดแบบนั้น”

 

 

ฉันถามเขาเอาเองก็ได้ย่ะ ไม่ง้อนายหรอก”

 

 

จะถามยังไงล่ะ เบอร์ติดต่อหรือเมล์ก็ไม่มี” โคเฮเลิกคิ้วก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ฉันแล้วหยิบนมรสกล้วยออกมาดื่มด้วยสีหน้ากวนบาทาอย่างสุดซึ้ง “หรือจะบุกไปหามันถึงที่ให้มันไล่กลับมาอีก?”

 

 

เขาไม่ได้ไล่ฉันสักหน่อย T_T”

 

 

มันไล่ แค่ไล่แบบสุภาพกว่าฉันเท่านั้นแหละ”

 

 

...ตัวนายในอดีตต้องเคยทำผู้หญิงร้องไห้มาเป็นร้อยเป็นพันคนแน่ๆ -_-^ ปากเสียขนาดนี้”

 

 

เป็นอภิสิทธิ์พิเศษของคนหน้าตาดีน่ะ”

 

 

ฉันรู้ ฉันเองก็มีสิทธิ์นั้นเหมือนกัน”

 

 

ยัยผู้หญิงหลงตัวเอง -O-^”

 

 

บอกแล้วไงว่าเขาเรียกรู้จักตัวเอง” ฉันยืนยันคำเดิมก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับเหยียดตัวกางแขนจนสุดแขนพลางมองดูผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าในมือ

 

 

ถอดใจแล้วขอร้องฉันเหอะน่า”

 

 

ไม่”

 

 

งั้นก็ตามใจ เธอไม่มีทางเข้าใจหมอนั่นหรอก”

 

 

ถ้าไม่เข้าใจก็ถาม บอกแล้วไง” ฉันพูดก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืน “ดีล่ะ! เย็นนี้ฉันจะไปดักรอเขาแบบเนียนกว่าเดิม!”

 

 

ไปติดกันทุกวันแบบนี้ยังไงก็ไม่เนียนแล้วล่ะยัยบ้า”

 

 

เรื่องของฉัน -^-”

 

 

หัวดื้อชะมัด” โคเฮส่ายหัวก่อนจะลุกขึ้นยืนบ้าง แล้วออดเตือนเข้าเรียนครั้งแรกก็ดังขึ้นพอดี “โอ๊ย เบื่อ ขี้เกียจเรียนวิชาสังคมชะมัด =_=”

 

 

นายเรียนไว้ก็ดีนะ จะได้ไม่ถูกสังคมรังเกียจ”

 

 

สังคมที่มีเธออยู่ฉันก็รังเกียจเหมือนกันแหละน่า”

 

 

ฝีปากกล้าไม่เปลี่ยนเลย ฉันหัวเราะก่อนจะเอาศอกแทงท้องโคเฮที่วิ่งตามมาเพื่อจะบีบคอฉัน จากนั้นก็เกือบชนเข้ากับเซ็นเซย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องเรียนของพวกเราเข้าซะงั้น -O-

 

 

อย่าวิ่งตรงทางเดินสิ -_-^”

 

 

ขอโทษครับ / ค่ะ T_T”

 

 

เอ้อ คาวาคามิ เธอมาก็ดีแล้ว มีเรื่องจะพูดกับเธอพอดี”

 

 

คะ?”

 

 

งานโรงเรียนเดือนหน้า ฉันจะให้เธอแสดงในงานโรงเรียนร่วมกับวงดนตรีดั้งเดิมของเรา”

 

 

คะ -O-? แต่ว่าหนูไม่ได้อยู่ในชมรมแล้วนะคะ”

 

 

รู้ แต่ทุกคนลงมติกันว่าถ้ามีเธออยู่จะทำให้น่าสนใจขึ้น ดังนั้นช่วยกันหน่อยแล้วกันนะ”

 

 

เอ่อ...”

 

 

ถ้าตกลงแล้ว หลังเลิกเรียนเจอกันที่ห้องชมรมนะ”

 

 

เดี๋ยวสิคะ... ช้าก่อน... หนูยังไม่ทันได้ตกลงเลย...

 

 

...เขาไปนู่นแล้ว ดูเหมือนเธอจะโดนมัดมือชกซะแล้วล่ะ ^-^”

 

 

อย่าพูดด้วยสีหน้าสะใจแบบนั้นได้มั้ยคิมุระ =_=^”

 

 

ก็มันขำนี่หว่า ฮ่าๆๆๆ เสียใจด้วยนะ เธอพลาดโอกาสทองของเธอไปซะแล้ว”

 

 

ม่ายยยจริงงงงง TOT

 

 

 

 

 

 

 

[[ ต่อค่ะ ]]

 

 

 

 

7.13PM

 

 

ม่ายยยจริงงงงง #ยังอยู่ในภาวะหลอกตัวเอง

 

 

ฉันน้ำตาตกในและเอ่อท้นมาข้างนอกเมื่อเปิดฝาพับมือถือมาแล้วเจอเวลาสุดสะพรึง T_T เวลาแบบนี้ อิชิอิคุงคงจะกำลังนั่งจดเลกเชอร์อยู่ในคลาสแล้วแน่ๆ เฮ้อ...

 

 

ถ้างั้นไปดักรอตอนเขาเลิกเรียนก็แล้วกัน วันนี้ฉันต้องได้ถามเขาให้แน่ใจ ไม่งั้นนอนไม่หลับอีกคืนชัวร์ โนโซมิฟันธง

 

 

พอตัดสินใจได้แล้วฉันก็มุ่งหน้าไปที่สถานีรถไฟก่อนจะโดดขึ้นขบวนยามาโนเตะอย่างมั่นใจ ลงจากรถไฟที่สถานีทาคาดะโนะบาบะอย่างไม่เกรงกลัว จากนั้นก็เดินไปแตะบัตรออกจากสถานีเพื่อจะไปแวะร้าน Book Off หาการ์ตูนมือสองกลับไปอ่านที่บ้านระหว่างรออิชิอิคุงเรียนพิเศษ...

 

 

แต่ยังไปไม่ทันพ้นสถานี สองขาของฉันก็หยุดกึกซะก่อน เมื่อมองออกไปแล้วเห็นใครคนหนึ่งยืนล้วงกระเป๋าพิงเสาก้มมองนาฬิกาข้อมืออยู่ด้วยท่าทางราวกับกำลังโพสท่าถ่ายแบบ... ผิวขาวของเขายิ่งดูเด่นขึ้นกว่าเดิมในตอนกลางคืน และท่าทางตอนเลิกแขนเสื้อนักเรียนขึ้นเพื่อดูเวลาก็เท่เหลือเกิน...

 

 

เขาดึงดูดสายตาคนยิ่งกว่ารูปปั้นฮาจิโคที่เป็นแลนด์มาร์กของสถานีชิบุยะเสียอีก ฉันได้แต่ยืนมองเขาอย่างอึ้งๆ ไม่กล้าเดินเข้าไปทักอย่างนั้น...จนกระทั่งมีคนเข้ามาทักฉันเอง

 

 

ไงครับคนสวย มาคนเดียวเหรอ ^O^”

 

 

ทำไมชอบเหมาเอาว่าฉันมาคนเดียวนักนะ เห็นฉันดูเหมือนคนไม่มีเพื่อนหรือไง =[]=^

 

 

อย่ามายุ่งนะคะ ฉันมีธุระสำคัญ”

 

 

ธุระอะไรเหรอครับ”

 

 

ฉันจะไปหาคนนั้น” ฉันชี้มือไปทางอิชิอิคุง กะจะใช้ความหล่อของเขาสยบความมั่นใจแบบผิดๆ ของหมอนี่ แต่นิ้วที่ชี้ไปกลับชนเข้ากับอะไรบางอย่างเข้าซะก่อน -O-

 

 

อ๋อ อะไรบางอย่างนั่นคือแผ่นอกกว้างของอิชิอิคุง... เอ๊ะ!? =O=

 

 

เค้ามากับผมครับ ไม่ได้มาคนเดียว”

 

 

เดี๋ยวก่อนสิ... จะว่าไปทำไมเขาถึงยืนอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ -O- เวลานี้ต้องไปเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ

 

 

โอ๊ะ แฟนหล่อขนาดนี้ริวจะไม่สู้ -O-”

 

 

ดีค่ะ ไม่ต้องสู้แล้วก็ไปซะนะคะ

 

 

ฉันโบกมือลา (ไล่) หมอนั่นในใจก่อนจะหยุดชะงักไปสามวินาทีเมื่ออิชิอิคุงหันมาพูดกับฉัน

 

 

...คาวาคามิซัง”

 

 

น้ำเสียงนุ่มลื่นหูของเขาดังขึ้นที่เหนือศีรษะ และตอนนั้นเองที่ฉันคิดหาคำตอบเจอแล้วหนึ่งข้อ แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ (ถ้าเชื่อทันทีก็ดูจะมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองไปหน่อย)

 

 

...ขอโทษนะครับ” เขาพูดเสียงเบา และคำนั้นก็ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาในที่สุด แล้วก็สบตาเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองอยู่ก่อนแล้วพอดี “เมื่อวาน...ผมไม่ได้ตั้งใจพูดไปแบบนั้น”

 

 

หัวใจเต้นรัวเหมือนเวลาเสมียนศาลรัวพิมพ์ดีดจดบันทึกข้อความในศาล ได้แต่มองหน้าเขาตาโตพูดอะไรไม่ออก... อิชิอิคุงมองหน้าฉันก่อนจะโค้งให้ฉันแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังในแบบฉบับของเขา

 

 

ที่ผมพูดไป...ไม่ได้หมายความว่าผมรู้สึกรำคาญเลยนะครับ เพราะผมไม่เคยนึกรำคาญคุณเลย”

 

 

...”

 

 

แต่คุณน่ะ... ไปที่ไหนก็มีแต่พวกแบบเมื่อกี้เข้ามารังควาน...”

 

 

นั่นไม่ใช่ความผิดของอิชิอิคุงนะคะ มันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

 

 

เพราะอย่างนั้นแหละครับ”

 

 

เขาตอบกลับมาแค่นั้นก่อนจะเงียบไป แต่ฉันยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ก็เลยมองหน้าเขาแล้วรอให้เขาพูดต่อ อิชิอิคุงยกมือขึ้นเสยผมก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา

 

 

...ถ้าผมมีเรียนเลิกดึก ก็ไปส่งคุณที่บ้านไม่ได้ คุณก็ต้องกลับบ้านคนเดียวใช่มั้ยครับ”

 

 

ปกติก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนะคะ”

 

 

ถ้าผมจะไปส่ง ก็ต้องให้คุณรอจนถึงสามทุ่มกว่า...”

 

 

ฉันก็ยินดีรอนะคะถ้าคุณบอกให้รอ -O- (คิดในใจ พูดไปเดี๋ยวไม่งาม)

 

 

แต่ถ้าให้คุณรอ คุณก็ต้องรออยู่คนเดียว แล้วก็อาจจะมีคนมายุ่มย่ามอีก...”

 

 

ฉันหนีเข้าไปรอใน Book Off เดินวนไปวนมาสามชั่วโมงแล้วค่อยออกมาหาคุณที่หน้าโรงเรียนตอนสามทุ่มเป๊ะก็ได้ค่ะ หรือสามทุ่มสิบห้าก็ได้ แถมเวลาเก็บของให้ด้วย -O- หรือให้คุณเดินไปตามที่ร้านตอนเลิกเรียนแล้วก็ยังได้...

 

 

แถมบางวันถ้าผมมาช้า...ก็ได้นั่งด้วยกันแป๊บเดียวผมก็ต้องรีบไปเรียน...”

 

 

แค่แป๊บเดียวก็ดีแล้วนะคะ ดีกว่าไม่ได้เจอกันเลยทั้งวัน เพราะว่าโรงเรียนเราอยู่ไกลกันมาก...

 

 

ถ้าไปส่งคุณไม่ได้ ผมก็ไม่อยากให้คุณกลับเองคนเดียวดึกๆ...”

 

 

เขาพูดจนจบแล้วก็เงียบไป สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกผิดซะจนฉันรู้สึกปวดใจตามไปด้วย แต่ก็ยังอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกอยู่เหมือนเดิม เราสองคนมองหน้ากันอย่างนั้นแล้วก็ผลัดกันหน้าแดงเหมือนตัวละครในการ์ตูน จากนั้นฉันก็หาเสียงของตัวเองเจอเลยถามคำถามที่อยากรู้ที่สุดออกไป...

 

 

สรุปแล้ว...แปลว่าคุณไม่ได้รังเกียจที่ฉันมาใช่มั้ยคะ?”

 

 

ระ...รังเกียจเหรอ? ไม่มีทางครับ” เขาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง และท่าทางแตกตื่นหลุดมาดคุณชายนั้นก็ทำให้ฉันหัวเราะออกมา

 

 

ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันนี่นึกว่าอิชิอิคุงไม่อยากเจอหน้าฉันแล้วซะอีก ใจหายหมดเลยค่ะ เมื่อคืนนี้นอนคิดทั้งคืนเลย”

 

 

อิชิอิคุงหยุดแตกตื่นเพื่อมองหน้าฉันนิ่งๆ จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลของตัวเองแก้เก้อ “ผมเองก็เหมือนกัน”

 

 

เห?”

 

 

ผมก็ไม่สบายใจเหมือนกัน เพราะว่าเมื่อคืนคุณเข้าใจผิดแล้วก็วิ่งออกไปแบบนั้น...” อิชิอิคุงที่พูดตรงๆ น่ารักมากจนฉันรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก T.,T “แถมวันนี้...ก็ไม่เห็นคุณมาตามเวลาที่คุณจะมาประจำด้วย...

 

 

อ๊ะ นั่นเป็นเพราะว่า...” ฉันกำลังจะอธิบายเหตุผลที่วันนี้มาช้า ตอนที่ฉันนึกถึงอีกเรื่องขึ้นมาได้...

 

 

หรือว่า... ที่เขายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนกวดวิชา เป็นเพราะ...

 

 

...คุณรอฉันอยู่เหรอคะ”

 

 

ใบหน้าขาวนุ่มละมุนเหมือนนมสดฮอกไกโดของอิชิอิคุงเปลี่ยนเป็นสีนมเย็นอีกครั้ง เหมือนมีคนเหยาะเฮลส์บลูบอยลงไปทีละหยดสองหยดจนมันค่อยๆ กลายเป็นสีชมพูเข้มขึ้น... ฉันมองหน้าเขาด้วยหัวใจที่เต้นแรง จากนั้นพอเขาตอบกลับมาตรงๆ หัวใจฉันก็แทบจะระเบิดออกมาเป็นไดนาไมต์

 

 

ครับ รออยู่...”

 

 

...”

 

 

เพราะว่าปกติคุณจะมาเวลานี้... แต่ก็ไม่มา ผมเลยเป็นห่วงว่าอาจจะมีเรื่องอะไรเลยมาช้า แล้วถ้าไปเรียนก่อนคุณมา คุณก็จะต้องรอผมเลิกแบบคราวก่อนอีก แต่ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าอาจเป็นเพราะเมื่อวานผมพูดไปแบบนั้น...”

 

 

เปล่าเลยค่ะ มันไม่ได้ทำอันตรายฉันสักนิด คนระดับฉันฆ่าให้ตายยากยิ่งกว่าแมลงสาป จะไล่ฉันต้องใช้ความสามารถสูงกว่านั้นค่ะ (ใจจริง)

 

 

แต่ไม่พูดไปหรอก... เวลาแบบนี้เป็นผู้หญิง แอบฉวยโอกาสนิดๆ หน่อยๆ ไม่ผิดหรอกเนอะ :P

 

 

...ก็ช็อกอยู่เหมือนกันนะคะ”

 

 

...ขอโทษครับ” อิชิอิคุงโค้งให้ฉันอีกรอบ น่าสงสารจัง

 

 

ไม่ให้อภัยค่ะ”

 

 

...O_O”

 

 

ค่าทำขวัญ...ขอเป็นดินเนอร์เย็นนี้แล้วกันนะคะ” ฉันพูดพร้อมกับเอียงคอมองเขาแล้วส่งยิ้มหวานไปให้ ใช้เวลาหลายวินาทีทีเดียวกว่าอิชิอิคุงจะเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร พอเข้าใจแล้วเฮลส์บลูบอยบนหน้าเขาก็ยิ่งเข้มขึ้นกว่าเดิมอีก...

 

 

...ครับ (' '////)”

 

 

แต่ก่อนอื่น...ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณต้องโดดเรียนพิเศษ”

 

 

ไม่เป็นไรครับ เมื่อวานผมเรียนด้วยตัวเองจนเลยบทที่จะเรียนวันนี้ไปแล้ว”

 

 

โอ อัจฉริยะ -O-

 

 

ถ้างั้นอิชิอิคุงเลือกร้านที่อยากกินเลยนะคะ เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงเอง ^-^”

 

 

ไม่เป็นไรครับ เรื่องนั้นผมจัดการเอง” อิชิอิคุงขัดพร้อมกับยิ้ม “เพราะเมื่อวานคุณจ่ายค่าเค้กแล้ว แถมจ่ายเกินด้วย”

 

 

แต่ที่่ผ่านมาอิชิอิคุง...”

 

 

ถือว่าเป็นการขอโทษที่ผมพูดจาไม่ดีเมื่อวานนี้นะครับ”

 

 

ถ้าเถียงกันก็คงแพ้แน่เพราะอิชิอิคุงเป็นประเภทตั้งใจไว้แล้วก็จะยึดมั่นตามนั่น ไม่มีลดหย่อนผ่อนปรนใดๆ ดังนั้นฉันก็ขอฉวยโอกาส (อีกรอบ) ก็แล้วกันนะ เอาไว้ค่อยหาทางตอบแทนเขาทีหลังก็แล้วกัน~

 

 

กินอะไรกันดีน้า~ แถวนี้ร้านอาหารเยอะจัง” ฉันพูดอย่างตื่นเต้นก่อนจะหันซ้ายทีขวาดีเหมือนเด็กน้อย เพราะปกติมีเวลาแค่นิดเดียวก่อนอิชิอิคุงไปเรียน ก็เลยได้เข้าแต่คาเฟ่ ไม่เคยลองดูร้านอาหารจริงๆ จังๆ สักที อ๊ะ ตรงนั้นมีร้านข้าวห่อไข่ด้วย~

 

 

อิชิอิคุง~ อ๊ะ หายไปไหนแล้วล่ะ O_o?” ฉันหันไปทางซ้ายก็ไม่เจอเขาซะแล้ว หายไปไหนกัน -O-

 

 

คาวาคามิซัง”

 

 

เสียงอิชิอิคุงดังมาจากอีกทาง จากนั้นมือของฉันที่เก้ๆ กังๆ อยู่กลางอากาศก็ถูกมือนุ่มๆ ของเขาดึงไปจับไว้ “อย่าเดินไปตามคนอื่นสิครับ เดี๋ยวก็หลงทางหรอก”

 

 

อ๊ะ นี่ฉันเดินตามกระแสมนุษย์มาหรอกหรือนี่ ถึงว่าทำไมเหมือนไหลไปเรื่อยๆ -O-

 

 

ขอโทษทีนะคะ ถ้าเป็นเรื่องอาหารฉันจะลืมตัวทุกทีเลยอะ >_<”

 

 

ไม่เป็นไรครับ... ตกลงเลือกได้รึยังว่าอยากกินอะไร?”

 

 

น่ากินไปหมดเลยค่ะ ไม่รู้จะเลือกร้านไหนดี ปัญหาระดับชาติเลยนะคะเนี่ย”

 

 

อิชิอิคุงหลุดหัวเราะออกมากับคำพูดที่ฉันตั้งใจให้จริงจัง จากนั้นจึงยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะเสียงดังกว่าเดิมจนไหล่สั่นไหว อ๊ะ ตลกขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย -O-

 

 

ขอโทษครับ” เขาขอโทษทั้งที่ยังขำอยู่ ใบหน้าที่กำลังหัวเราะอย่างสดใสเหมือนเด็กนั่นก็ทำให้ฉันใจเต้นตึกตักขึ้นมาอีกแล้ว “งั้นอีกเดี๋ยวอาเบะซัง* ต้องเอาเรื่องนี้ขึ้นเป็นวาระในการประชุมสภาครั้งต่อไปแน่ๆ”

(NOTE* อาเบะ ชินโซ นายกรัฐมนตรีคนที่เก้าสิบและคนปัจจุบันของประเทศญี่ปุ่น)

 

 

โอ นี่คือการยิงมุกแบบผู้มีความรู้สินะ -O-

 

 

ฉันมองหน้าอิชิอิคุงที่ยังหัวเราะไม่เลิกก่อนจะหัวเราะตามไปด้วยราวกับเป็นโรคติดต่อ เราสองคนเดินหัวเราะไปด้วยกันเรื่อยๆ จนกระทั่งลืมไปเลยว่าเมื่อกี้กำลังจะเลือกร้านอาหารกันอยู่

 

 

แล้วก็ลืมไปเลย...ว่ามือของเราก็ยังจับมือกันและกันอยู่อย่างนั้นไม่มีใครปล่อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

***************************************

 

 

 

 

 

 

ร้านอาหารญี่ปุ่น K

 

 

ลงท้ายก็จบที่ร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ >O<

 

 

เป็นเพราะเดินเท่าไหร่ก็ตัดสินใจไม่ได้สักที ฉันก็เลยถามอิชิอิคุงแบบไม่ให้ตั้งตัวว่าของกินที่เขาชอบที่สุดคืออะไร และคำตอบก็คือคัตสึด้ง ฉันก็เลยพาเข้าร้านข้าวที่บังเอิญอยู่ตรงนั้นพอดี เป็นการตัดปัญหาระดับชาติของวันนี้ไป :D

 

 

คาวาคามิซังจะสั่งอะไรดีครับ”

 

 

อืมมมม ฉันเอาข้าวหน้าปลาแซลมอนค่ะ”

 

 

งั้นก็ข้าวหน้าปลาแซลมอนกับคัตสึด้งครับ ขอบคุณครับ”

 

 

เขาหันไปบอกพนักงานเสิร์ฟที่ทวนซ้ำอีกครั้งก่อนจะรับออเดอร์ไป ฉันรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะเพิ่งเคยมาดินเนอร์กับเขาเป็นครั้งแรกเลยอ่ะ >///< ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงกับผู้ชายที่มาดินเนอร์กันสองต่อสองจะเป็นแฟนกัน ถ้าเป็นแค่เพื่อนก็จะไม่มาดินเนอร์ แต่จะกินข้าวเที่ยงแทน ถ้างั้นคนอื่นจะมองว่าฉันกับอิชิอิคุงเป็นคู่รักไฮสคูลที่มาเดตกันหลังเลิกเรียนรึเปล่านะ >O< #โหมดมโน

 

 

หลังจากคุยกันเรื่องเปื่อยไร้สาระไปสักพักอาหารของเราก็มาถึงจนได้ ขัดจังหวะมโนของฉันซะจริง แต่ก็ดีเหมือนกัน หิวแล้ว >O<

 

 

อิทาดาคิมัส~ (ทานล่ะนะครับ / ค่ะ)” เราพูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะฉีกตะเกียบออกแล้วเริ่มลงมือ ตอนนั้นเองที่ฉันแอบเหล่คัตสึด้งของเขาแล้วก็เผลออุทานสิ่งที่คิดออกมาดังๆ

 

 

ว้าว น่ากินจังเลยค่ะ O_o”

 

 

อิชิอิคุงขำสีหน้าตื่นเต้นของฉันที่ทำตาโตมองดูคัตสึด้งหน้าตาน่ากินของเขาก่อนจะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

 

 

ลองทานมั้ยครับ” ถามนะ แต่ไม่รอคำตอบหรอก อิชิอิคุงกลับด้านตะเกียบก่อนจะคีบหมูทอดชิ้นหนึ่งออกมาใส่ในจานแยกให้ฉัน “โดโซะ ^-^ (เชิญครับ)”

 

 

โอย แม้แต่ท่าคีบหมูก็ยังดูดี T_T ฉันมองชิ้นหมูทอดในจานอย่างชื่นชม ก่อนจะนึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้อีกอย่าง

 

 

ฉันซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ใต้ใบหน้าสุขุมของตัวเองก่อนจะถามออกไปอย่างใสซื่อ “ทำไมคนญี่ปุ่นถึงต้องกลับด้านตะเกียบก่อนคีบอาหารให้คนอื่นทานคะ”

 

 

เอ๊ะ...? เอ่อ...” อิชิอิคุงถึงกับสตันท์ไปเพราะคำถามของฉัน “เอ่อ...”

 

 

ท่าทางเหมือนพยายามคิดหาคำตอบอย่างสุดความสามารถของเขาทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู เพราะคนญี่ปุ่นเป็นคนขี้เกรงใจแล้วก็เต็มไปด้วยกฏระเบียบมากมาย แม้กระท่ังบนโต๊ะอาหารก็มีเป็นร้อยข้อแล้ว เขาคงจะทำมาด้วยความเคยชินจนไม่รู้ว่าทำไปทำไมแล้วล่ะ

 

 

อีกนิดละกัน :P “ช่วงแรกๆ ที่มาฉันก็มีปัญหามากเลยล่ะค่ะ เพราะที่ไทยไม่ได้มีพิธีรีตองมากขนาดนี้”

 

 

นั่นสินะครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

 

 

คุณพ่อเคยบอกว่า ที่ห้ามใช้ตะเกียบของตัวเองตักอาหารจากจานกลางหรือตักให้คนอื่น เป็นเพราะคนญี่ปุ่นถือเรื่องความสะอาดมากใช่มั้ยคะ”

 

 

ก็ส่วนนึงนะครับ แต่คิดว่าน่าจะเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายมากกว่า เพราะตะเกียบที่ใช้แล้วมันอาจจะโดนปากหรือน้ำลายของเราไปแล้ว...”

 

 

ถ้างั้นเวลาคนญี่ปุ่นจูบกันจะทำไงล่ะคะ ไม่ถือเหรอ?”

 

 

คำถามของฉันทำให้อิชิอิคุงถึงกับสำลักน้ำชาแล้วก็ไอค่อกแค่ก ฉันยื่นทิชชู่ให้เขาด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะหัวเราะเสียงใส “ขอโทษนะคะ ฉันแหย่เล่นน่ะค่ะ”

 

 

...ถ้าเป็นแฟน ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”

 

 

คะ?”

 

 

เรื่องจูบ เป็นเรื่องของคนที่เป็นแฟนกันใช่มั้ยล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ถือ...”

 

 

อิชิอิคุงพยายามจะอธิบายด้วยคำพูดตะกุกตะกักและใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นนมเย็นเวอร์ชั่นเข้มข้นมาก และเพราะเขามาทำหน้าแดงต่อหน้ากันแบบนั้น...ฉันก็เลยเขินกับคำถามของตัวเองซะอย่างนั้น จู่ๆ คำว่าจูบและคำว่าเป็นแฟนกันมันก็ลอยเข้ามาในหัว... ทำให้สายตาของฉันล่องลอยไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากสีชมพูเรื่อของอิชิอิคุงโดยไม่ได้ตั้งใจ...

 

 

ริมฝีปากที่ดูอ่อนนุ่มแบบนั้น... ตอนจูบจะให้ความรู้สึกแบบไหนกันนะ

 

 

ว้ายยยย นี่ฉันคิดอะไรเนี่ย น่าอายชะมัด ไร้ความเป็นกุลสตรีโดยสิ้นเชิง (เคยมีด้วยหรือ?) ฉันโบกไม้โบกมือไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปก่อนจะหยุดชะงักเมื่อมีคำถามอีกคำถามหน่ึงลอยขึ้นมา...

 

 

เขาเคยมีแฟนมาก่อนรึเปล่านะ...?

 

 

บ้าจริงเลยโนโซมิ เขาจะไม่มีได้ไงกัน เพอร์เฟกแมนขนาดนี้...ใครที่ไหนจะปล่อยให้หลุดมือมาตั้งสิบเจ็ดสิบแปดปีได้ ไม่มีทางหรอก

 

 

ถ้างั้นเวลาอยู่กับแฟนเขาก็เป็นแบบนี้รึเปล่านะ หรือว่าจะมีอีกด้านหนึ่งของอิชิอิคุงที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มีทางได้เห็น...?

 

 

เจ้าของจูบแรกของอิชิอิคุงเป็นใครกันนะ หรือว่าจะเป็นยูเมะจังแฟนโคเฮ...

 

 

...เป็นอะไรรึเปล่าครับ ทำไมถึงเงียบไปเลย อาหารไม่อร่อยเหรอ?”

 

 

อร่อยค่ะ”

 

 

แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะครับ”

 

 

เพราะฉันหึงผู้หญิงในอดีตของคุณค่ะ

 

 

ตอบไปแบบนั้นเขาคงตกใจจนหงายหลังตึงแน่ๆ เพราะงั้นไม่พูดไปดีกว่าเนอะ

 

 

...หรือว่า...คิดถึงใครอยู่เหรอครับ?”

 

 

ตึง!

 

 

คำถามของอิชิอิคุงทำให้ฉันนี่แหละที่ตกใจจนหงายเงิบเอง ฉันกะพริบตารัวเร็วมองหน้าเขาที่ยกมือขึ้นเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างไม่ยอมสบตาฉัน คิดหาคำตอบไม่เจอจนกระทั่งเขาถามขยายความขึ้นมาอีก

 

 

...แล้วคนไทยล่ะครับ?”

 

 

คะ...?” ฉันพึมพำถามซ้ำกลับไปเพราะสมองช็อตกะทันหัน...และอิชิอิคุงก็ลากสายตากลับมาสบตาฉันจนได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่เขย่าหัวใจฉันอย่างแรงเหมือนกำลังเสี่ยงเซียมซี...

 

 

คนไทย...ถือรึเปล่า?”

 

 

โอ้...หรือว่านี่คือการแก้แค้นฉันที่ยิงคำถามตอบยากใส่เขาก่อนกันนะ...?

 

 

ฉันถึงกับอึ้งไปเลยเพราะไม่รู้ว่าที่เขาถามนั้นหมายถึงอะไร หมายถึงการคีบอาหารให้กัน หรือว่า...

 

 

...ฉันไม่ถือค่ะ”

 

 

...”

 

 

ถ้าเป็นคนที่ฉันชอบ...ฉันไม่ถือค่ะ”

 

 

เหรอครับ...” น้ำเสียงแผ่วเบา... สายตาที่เสหลบตาแล้วมองไปทางอื่น... ความเงียบที่เกิดขึ้นกะทันหัน แต่กลับทำให้จังหวะหัวใจถูกเร่งขึ้นแบบนอนสต็อป... ความรู้สึกว่างโหวงในใจราวกับอวัยวะภายในถูกขโมยหายไปหมด... ใบหน้าที่ร้อนจัดจนกลายเป็นสีแดง...

 

 

เขาเป็นเหมือนกันหรือเปล่านะ... กำลังเขินเหมือนกันอยู่รึเปล่า...?

 

 

 

 

 

 

 

***************************************






 

9.26PM

 

 

อร่อยมากเลยค่ะ!”

 

 

นั่นสิครับ ผมก็เพ่ิงรู้ว่ามีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่แถวโรงเรียนด้วย”

 

 

ปกติทานอาหารที่ไหนเหรอคะ หรือว่ากลับไปทานที่บ้าน?”

 

 

ที่บ้านผมทานอาหารพร้อมกันตอนหกโมงเย็นครับ เพราะว่าผมกลับดึก...ก็เลยต้องหาอะไรกินแถวนั้น” อิชิอิคุงตอบพร้อมกับเดินนำฉันเข้าไปในขบวนรถไฟที่ก็ยังแน่นอยู่ถึงจะมืดแล้วก็ตาม จากนั้นเขาก็ดึงมือฉันให้ไปยืนอยู่ตรงที่ว่างข้างประตูก่อนจะใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังมนุษย์ให้ฉันยืนสบายๆ ไม่ต้องโดนเบียด “มายืนตรงนี้นะครับ”

 

 

อาริกาโตะ ^-^” ฉันยิ้มให้อิชิอิคุงที่ไม่ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มกลับมาให้เท่านั้น แต่แค่รอยยิ้มของเขาก็ทำให้หัวใจฉันพองโตเปนปลาปักเป้าได้แล้ว >///<

 

 

คาวาคามิซังล่ะครับ กลับดึกแบบนี้ตอนเย็นปกติทานอะไร?”

 

 

ปกติฉันอยู่คนเดียวค่ะ เพราะว่างานของแม่ต้องไปต่างจังหวัดและต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ถ้าไม่ง่วงมากก็จะทำอาหารไทยง่ายๆ กินค่ะ”

 

 

อาหารไทยเหรอครับ?”

 

 

ค่ะ ^-^ ถึงจะดูไม่น่าเชื่อ แต่เห็นอย่างน้ีฉันก็ทำอาหารเก่งนะคะ สมัยเด็กๆ คุณยายสอนให้ค่ะ แต่จะเน้นอาหารทางภาคใต้มากกว่านะ >_<”

 

 

จริงเหรอครับ ผมจำได้ว่าอาหารใต้ของไทยเผ็ดมากเลย”

 

 

ค่ะ แต่ยิ่งเผ็ดยิ่งอร่อยนะคะ” ฉันพูดก่อนจะหัวเราะเมื่อนึกภาพอิชิอิคุงพยายามกินเผ็ดจนหน้าแดงขึ้นมา

 

 

...กำลังนึกภาพผมกินของเผ็ดๆ อยู่เหรอครับ”

 

 

โอ๊ะ อ่านใจฉันออกเหรอคะ”

 

 

ตอนนั้นผมแทบจะนั่งร้องไห้เลยล่ะครับ เพราะว่าคุณแม่ครัวทำแบบเผ็ดสุดๆ ให้”

 

 

ถ้างั้นฉันจะทำแบบลดความเผ็ดให้ดีมั้ยคะ ^-^” ฉันถามกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดในชีวิต ก่อนจะยิ้มหวานให้อิชิอิคุงที่สตันท์จนหาเสียงตัวเองมาตอบฉันไม่เจอไปแล้ว จากนั้นสามวินาทีต่อมาใบหน้าหล่อขาวใสของเขาถึงค่อยเปลี่ยนเป็นสีนมเย็น... แหม ปฏิกิริยาช้าจริงน้า แถมยังไม่ตอบด้วยแน่ะ T.,T แต่ว่าฉันก็มั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองจริงๆ นะถึงได้เสนอไปแบบนั้น...

 

 

ลงท้ายอิชิอิคุงก็ไม่ได้ตอบฉันจนกระทั่งถึงสถานีชิบุยะที่เราต้องเปลี่ยนขบวนพอดี ฉันเดินไปที่ชานชาลาของสายเด็นเอ็นโทชิก่อนจะหันไปหาอิชิอิคุงที่เดินตามหลังมา “จากนี้ฉันกลับเองได้ค่ะ เพราะบ้านฉันอยู่ใกล้สถานี ^-^”

 

 

แล้วถ้าคุณเดินเลยบ้านอีกจะทำไงล่ะครับ”

 

 

แหม... คนอะไรจะเดินเลยบ้านตัวเองทุกวันคะ T^T”

 

 

ฮ่าๆ” อิชิอิคุงหัวเราะเสียงใสออกมาก่อนจะมองหน้าฉันด้วยสีหน้าเหมือนเด็กๆ “เพราะคุณน่ะชอบเหม่อลอยอยู่บ่อยๆ น่ะสิครับ บางทีก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่ได้มองสิ่งรอบตัวเลย มันก็น่าเป็นห่วงนะครับ”

 

 

แล้วรู้ได้ไงคะว่าฉันชอบคิดอะไรเรื่อยเปื่อย -O-”

 

 

ก็คุณแสดงออกทางสีหน้าหมดเลยน่ะสิ เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็ทำหน้าบึ้ง บางทีก็หัวเราะอยู่กับตัวเอง แล้วเวลาใช้ความคิดมากๆ...คุณก็ชอบกัดปากตัวเองแบบนี้...”

 

 

เขาทำท่าเลียนแบบฉันให้ดู จากนั้นจึงหัวเราะแล้วยื่นมือมาแตะที่มุมปากฉัน “เพราะงั้นมุมปากคุณถึงได้เป็นสีแดงตลอดเวลาแบบนี้ไง”

 

 

...!!!”

 

 

อยากจะใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์ไปสักพันตัว แต่เพื่อความไม่เปลืองหน้ากระดาษจึงใส่ได้แค่สามตัว...

 

 

แต่การที่จู่ๆ อิชิอิคุงก็ยื่นมือมาสัมผัสริมฝีปากฉันโดยไม่เตือนก่อนล่วงหน้า...มันทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้นไปเลยจริงๆ นะ แทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมครามดังแข่งกับรถไฟที่กำลังจะมาถึง ตอนที่อิชิอิคุงดึงมือกลับไปเสยผมตัวเองแล้วทำทีเป็นหันไปมองรถไฟ...

 

 

เพื่อจะซ่อนใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงของตัวเอง... แต่ซ่อนไม่มิดหรอก เพราะใบหูที่โผล่พ้นเส้นผมสีน้ำตาลออกมาก็เป็นสีแดงด้วยเหมือนกัน

 

 

ถ้าอย่างนั้นก็...ขอความกรุณาไปส่งฉันที่บ้านด้วยนะคะ”

 

 

ได้ครับ รับรองว่าคราวนี้ไม่เลยแน่นอน” อิชิอิคุงพูดด้วยท่าทางขึงขังก่อนที่เราจะหันมาหัวเราะพร้อมกันแล้วค่อยเดินขึ้นรถไฟไปด้วยกัน “ส่วนของตอบแทนที่ผมไปส่ง...ขอเป็นอาหารไทยก็แล้วกัน”

 

 

คะ? ('O')”

 

 

ถึงจะเคยกินอาหารไทยแท้ๆ แค่ไม่กี่ครั้ง... แต่ก็จำได้ว่าอร่อยมาก” เขาพูดก่อนจะเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดมาอีกประโยคด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าเดิม ราวกับตั้งใจให้ฉันได้ยินแค่คนเดียวบนโลกนี้ “...สึกิเดส (ชอบครับ)”

 

 

นี่เขาจงใจใช่มั้ย จงใจแน่ๆ เลยใช่มั้ย...

 

 

...แล้วผมจะรอกินอาหารไทยฝีมือคาวาคามิซังนะครับ (' '///)”

 

 

 

 

 

 

 

[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 

 

 

 

 

 

เฉลยแล้วนะคะว่าชอบอะไร :P ไหนใครฟินยกมือขึ้น!

ต่อจากนี้ไปจงไปหัดทำอาหารไทยกันเยอะๆ นะคะ เอาไว้มัดใจอิชิอิคุง~

ขอบคุณทุกคนที่มาเมนต์เป็นกำลังใจให้เค้าค่ะ

หนังสือใกล้จะวางแผงแล้ว~ หวังว่าทุกคนจะรักอิชิอิคุงเหมือนที่รักโคเฮน้า~ ใครอยากจุ๊บอิชิอิคุงทิ้งเมนต์เป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยค่ะ >//////< จะได้มีแรงมาอัพ เพราะช่วงนี้ปั่นมาซารุคุงไม่ได้นอนเลย แถมต้องออกจากบ้านทุกวันด้วย เหนื่อยมาก แต่ถ้าได้เมนต์เยอะๆ เค้าจะพยายามมาอัพให้ทุกวันน้า~ #โหมดอ้อน อิอิ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #777 RawisaraHongsa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:38
    ไม่ไหวเเล้วววววววว
    ฟินมากฟินจิกหมอนจนจะขาดเป็นเสี่ยงๆ=,.=
    #777
    0
  2. #761 aomsin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 15:34
    อิชิอิ~

    แทบละลายยยยย >///<

    ฟินเว่อร์ๆ ค่ะ >.,<
    #761
    0
  3. #757 สตอร์สีส้ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 18:10
    อ่านมาแล้ว ยืมเพื่อนมาอ่ะนะ หนุกมากฟินด้วยอ่ะ
    #757
    0
  4. #754 <3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 00:51
    ฟินที่สุดด ไปซื้อมาแล้วอ่านจบแล้ว สนุกมากเลยย

    ชอบยูจังที่สุดเลยย
    #754
    0
  5. #722 Jinko (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กันยายน 2557 / 13:29
    ฟินสุด ๆ สั่งแล้วรออ่านเต็ม ๆ

    แอบปันใจจากโคเฮแล้วนะ 555
    #722
    0
  6. #709 punchppnisa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 09:46
    T^T ที่สุดของที่สุดแห่งความฟินนนนน~
    #709
    0
  7. #705 waramat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 01:23
    ฟินนนนนนนนนนนนมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #705
    0
  8. #658 baboon12 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 03:36
    ฟินโลกแตกเลยค่าาาาาาา สู้ๆนะคะ พักผ่อนด้วยน้าาา เป็นกำลังใจให้พี่สาวนะคะ
    #658
    0
  9. #637 yumi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 21:20
    อัพเลยค่าาา นอนรออยู่น้าาา ฟินม้ากมากกก
    #637
    0
  10. #636 zee mw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 19:51
    อ๊ากกก กรี๊ดดดดดดดดด..>
    #636
    0
  11. #635 pprima49 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 19:02
    พี่อายคะ ฝากบอกอิชิอิคุงหน่อยว่า น่ารักเกินไปแล้วว ฟินนน นั่งกรี๊ดอยู่คนเดียวว
    #635
    0
  12. #634 violetter (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 18:55
    อิชิอิคุงบอกชอบโนโซมิทางอ้อมป่ะเนี่ย>0<ฟินมากๆเลยค่ะพี่อายเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #634
    0
  13. #633 -Ammy- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 17:14
    ฟินอ้ะค้ะชอบมากๆเรย
    #633
    0
  14. #631 mild120146 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 14:50
    >\\\\\\<
    #631
    0
  15. #629 tanaporn_mm45 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 14:30
    ขอยกมือเลยคะ แบบนั่งอ่านไปนั่งยิ้มไปคนเดียวเลยย ฟินมากกกกกเลยอะคะ ตอนเนี่ย >///<
    #629
    0
  16. #625 A.R.M.Y (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 10:54
    กรี๊ดดดดดดดดดด ฟินมากเลยค่าาาาาาา น่ารักอะไรอย่างนี้ T/////////////T
    #625
    0
  17. #624 kimberry007 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 10:48
    ขอสิงร่างโนโซมิแปปนึงก็ยังดี TT{}TT
    #624
    0
  18. #623 Akayami (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 10:32
    จะละลายแล้วค่าาาา
    #623
    0
  19. #622 love999snsd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 10:27
    คู่นี้เป็นคู่ที่มุ้งมิ้งมากค่ะ 5555
    #622
    0
  20. #621 0822205888 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 09:23
    บางทีก็ฟินไปนะ 5555555555555555555555555 กรี๊ดดด สึกิเดส >______< อยากจะจับอิชิอิคุงมาจูบรัวๆ 5555555555555555 
    #621
    0
  21. #620 morishima12 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 09:14
    อ้ากกกก ฟินนนนมากค่าา  >///<
    #620
    0
  22. #619 annypie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 08:50
    ยกมือๆๆๆ ฟินนนนน >__< อิชิอิคุงเริ่มรุกแล้วสินะ เตรียมหมอนไว้จิกรอตอนหน้านะคะ XD
    #619
    0
  23. #618 meme (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 08:48
    ฉันก็ชอบคุณค่าาาาาาาาาา อิชิอิคุง~~~~ สึกิเดสสสสส!!!!!!!!
    #618
    0
  24. #617 น้องเอมสุดสวยของพี่อาย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 08:21
    ซึกิเดส นี่ชอบอาหารหรือชอบคาวาคามิซัง5555555



    ปกสวยมากๆๆๆเลย อีก 3 วันก็จะออกแล้ว ><



    รออ่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #617
    0
  25. #614 chutkaew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 07:20
    ฟินออกนอกโลกไปแล้วววว > < อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ
    #614
    0