♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 8 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    9 ต.ค. 57




梅花

เหมยฮวากลีบที่ 8

 

            ...ปวดไปหมดเลย...

 

            มือน้อยๆ ที่ใครๆ ต่างก็ชมนักชมหนาว่าเรียวงามยิ่งกว่าสตรีเพศ บัดนี้ได้เต็มไปด้วยคราบดินและรอยแดงจากการเสียดสีของด้ามไม้กับฝ่ามือ

 

            ใช่แล้ว...

            ปั๋วเสวียนถูกทำโทษอีกแล้ว...

 

            วิ่งหนีความอับอายที่ถูกดูหมิ่นต่อหน้าผู้คนกลับมาร้องไห้ที่ตำหนักของตนไม่นานเท่าไรนัก ก็มีเด็กหนุ่มหน้าหวานที่เป็นหนึ่งในผู้สืบเชื้อสายกับตนมาแจ้งข่าว

 

          ...ท่านซั่งอี๋บอกว่าอาจจะดูใจร้ายไปหน่อย แต่อย่างไรการที่ท่านวิ่งออกมาแบบนี้ถือเป็นการโดดเรียน เพราะฉะนั้นท่านต้องไปขุดหน้าดินที่แปลงผักหลังครัว

 

            ปั๋วเสวียนแทบจะชกอกตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด เขารู้ดีว่าการวางตัวไม่เหมาะสมนั้นมันผิด แต่ก็ต้องเข้าใจสิว่ามันไม่ได้มีอะไรเสื่อมเสียเลยเสียนิด ปั๋วเสวียนไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตนจะต้องมาก้มหน้าก้มตาทำสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฝึกของตนเลยสักนิด

 

            ...แต่เอาเถอะ เพียงแค่นิดถึงบิดาอันเป็นที่รักเขาก็มีกำลังใจขึ้นอีกเป็นกอง...

 

            “ท่านพ่อเคยบอกว่าข้าโตมาจะเป็นบุรุษที่เก่งและหาญกล้า เป็นคนฉลาดและเข้มแข็ง ถือซะว่าข้ามาลองประสบการณ์ทำงานแบบนี้ก็แล้วกัน” พูดให้กำลังใจตนเองแล้วก้มหน้าก้มตาขุดดินต่อไป แต่เพราะคนตัวเล็กขุดมาตั้งแต่เช้าแล้ว มือไม้เริ่มพองไปหมดเพราะคนไม่เคยจับต้องงานกรรมกรจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องสวมถุงมือ

 

            “อูย...” ปล่อยด้ามไม้ลงแล้วยกมือขึ้นมาเป่า แก้มกลมอมลมจนแก้มตุ่ยแล้วพ่นลมใส่มือหวังให้มือของตนหายแสบร้อนเสียที ผู้มาใหม่ยืนยิ้มอยู่ด้านหน้าเพราะใบหน้าหวานนั้นน่ารักเกินไป

            “ท่านปั๋วเสวียน...” ใบหน้าใสเงยขึ้นมองคนที่เรียกชื่อตน บุรุษตรงหน้าหล่อเหลาเอาการยิ่งนัก ร่างกายกำยำ มีส่วนสูงที่น่าอิจฉา...ปั๋วเสวียนคงได้แค่อกเขาเองกระมัง...

            “ท่านเป็นใครหรือขอรับ...” ดูจากการแต่งกายแล้วก็น่าจะเป็นผู้ดีอยู่ไม่น้อย ผิวพรรณก็ขาวสะอาด มองแล้วแลดูมีภูมิฐานทีเดียว

            “ข้าชื่ออี้ฝาน เป็นข้ารับใช้ในวังนี่ล่ะ เห็นเจ้าทำงานคนเดียว หากไม่รังเกียจข้าขอช่วยได้หรือไม่” โป้ปดคำโตใส่คนใสซื่อ อี้ฝานเพียงแค่อยากช่วยด้วยใจ ไถ่โทษที่น้องชายของตนได้ทำเอาไว้ แต่จะให้แต่งกายเป็นองค์ชายเต็มยศมาช่วยงานก็กระไรอยู่

            “เอ่อ...ข้าเกรงใจ มิเป็นไรหรอกขอรับพี่อี้ฝาน” เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายคงอายุมากกว่าตนเป็นแน่ ริมฝีปากอิ่มจึงได้เอ่ยออกไป

           

            ก็คิดแล้วว่าต้องไม่ให้ช่วย...

            โป้ปดอีกหน่อยก็คงมิเป็นไรหรอก...

 

            “นี่เป็นงานของข้าเอง แต่ท่านถูกลงโทษให้มาทำแทนข้า แค่นี้ข้าก็สบายจะแย่ ให้ข้าได้ทำนิดๆ หน่อยๆ จะเป็นไรไป”

            “คือว่า...”

            “เอาล่ะ ไม่ต้องคิดเยอะ รีบลงมือทำเถอะ เดี๋ยวเที่ยงแล้วยังไม่เสร็จ ท่านจะอดมื้อเที่ยงนะ” ไม่สนใจท่าทีเกรงอกเกรงใจของนายน้อยสกุลเปี้ยนสักนิด อี้ฝานเดินไปหยิบจอบแล้วลงมือขุดหน้าดินทันที ปั๋วเสวียนเม้มปากเล็กน้อยก่อนตัดสินใจก้มหน้าทำงานส่วนของตนเองต่อไป หากแต่ทำได้ไม่เท่าไรก็ต้องร้องโอยทำจอบร่วงลงมือไปอีก

            “มือของท่านปริแตกหมดแล้วคงไม่ดีแน่ เหตุใดจึงไม่สวมถุงมือเล่า” หลังจากได้ยินเสียงโอดโอยของคนด้านหลัง อ้ฝานก็ปรี่เข้าไปดูเด็กน้อยที่แสนบอบบางทันที เขาเองก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่า มือน้อยๆ คู่นี้ไม่มีเครื่องป้องกันใดๆ เลย

            “ถุงมือ?...ตะ ต้องใส่ถุงมือด้วยหรือขอรับ?” ถามออกไปด้วยใบหน้าที่ดูมึนงงไม่น้อย อี้ฝานถึงกับต้องก่นด่าน้องชายตนเองในใจ

 

            เจ้ามันบ้าแท้ๆ เลยชานเลี่ย

            คุณหนูแบบนี้จะไปรู้การรู้งานชาวบ้านแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

 

            “เฮ้อ...เอาเถอะ ท่านไปล้างมือแล้วนั่งพักก่อน ให้หายเจ็บแสบแล้วก็ค่อยทำส่วนอื่นที่เล็กๆ น้อยๆ ไปแล้วกัน” เมื่อเห็นว่ามือขาวนุ่มท่าจะไม่ไหวแล้วหากให้ทำต่อไปก็คงด้านหมดสวยกันพอดี อี้ฝานจึงบอกแกมบังคับให้คุณชายตัวน้อยนั่งพักซะ

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

 

            “อะไรนะ!

            “เป็นเช่นที่กราบทูลพะยะค่ะองค์ชาย...” คิ้วเข้มขมวดหากันอย่างรวดเร็วเมื่อทราบข่าวจากข้ารับใช้ในวังหลวง ทหารยามผู้ถูกสั่งให้เฝ้าดูความปลอดภัยคุณชายสกุลเปี้ยนกล่าวทูลเหตุการณ์ที่ได้เห็นหลังจากที่เฝ้ามองอยู่นาน จนองครักษ์ส่วนตัวขององค์ชายใหญ่ต้องมาขอให้เขาออกมา

            “พี่อี้ฝานจะไปหาปั๋วเสวียนได้อย่างไร ใครบอกพี่ข้ากัน?”

            “กระหม่อมก็มิทราบ หากแต่คิดว่าองค์ชายอาจจะแค่เดินเล่นแล้วบังเอิญเจอคุณชายเปี้ยนที่ถูกทำโทษแล้วมีเมตตาอยากช่วยเพียงเท่านั้นพะยะค่ะ”

            “แล้ว...ปั๋วเสวียนเป็นอย่างไรบ้างหรือเปล่า” แอบถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใจจริงก็คงเป็นห่วงคนตัวเล็กนั่นไม่ใช่น้อยสินะ...ทหารหนุ่มคิดเพียงในใจ มิได้เอ่ยปากออกมาเพราะเกรงว่าจะหัวหลุดเสียก่อน

            “ก็พอตัวพะยะค่ะ คุณชายมิได้สวมถุงมือป้องกันก็เลยมือพองจนแทบจับไม้จอบต่อไปไม่ไหว...”

            “อย่างนั้นหรือ...” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หากแต่ในใจกลับกระวนกระวายคิดถึงยารักษาที่พอจะมีอยู่ในตำหนักของตน...

 

          เหตุใดจึงไม่สวมถุงมือกัน

          มือสวยๆ เช่นนั้นหากปริแตกคงแย่

          คงเจ็บน่าดูเลยสินะเหมยฮวาน้อย

           

            ทั้งที่เป็นกังวลอยู่ไม่น้อย แต่ทิฐิและความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกเมินจากเรื่องดอกเหมยเมื่อเช้าจึงทำให้องค์ชายหนุ่มยังคงวางมาดเช่นเดิม

 

            “ก็ดีแล้วหนิ หัดทำงานทำการเสียบ้างจะได้รู้จักโตและทำงานหนักงานเบาให้เป็นเสียที” กล่าวแค่นั้นแล้วบอกให้ข้ารับใช้ออกไป ทันทีที่ไม่มีใครอยู่ในตำหนักตนเอง ชานเลี่ยก็ปรี่เข้าไปรื้อตู้ยาหายาสมานแผลชั้นดีทันที

            “ข้าขำตายตรงนี้จะเป็นไรหรือไม่...” ชะงักมือหนาที่กำลังควานหายารักษาแผลลงไปชั่วขณะ

 

          ...ลืมเสียสนิท ว่าองครักษ์ฝีปากกล้าก็อยู่ในห้องด้วย...

 

            “ทำเป็นไม่สนใจต่อหน้าคนอื่น หนำซ้ำยังหวงจนเลือดขึ้นหน้า ปากก็ว่าร้ายเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ดูสิ ผีตนใดกันเล่าควานหาหยุกยาจนมือแทบพันกัน ข้าล่ะอยากจะขำจนสำลักตาย...”

            “ก็รีบตายอย่างที่พูดเสียสิ” พยายามทำเป็นไม่สนใจคำแซวของเพื่อนสนิทปากมอมที่ชอบพูดแทงใจเขามาแต่ไหนแต่ไร แม้จะวางท่าข่มอีกฝ่ายแต่จงเหรินก็ยังเดินมาทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่จนชานเลี่ยต้องผละออกเมื่อได้ยาแล้ว เดินชนไหล่อีกฝ่ายเพื่อหลีกหนี

            “โอ๊ยเจ็บจังเลย ข้าเจ็บ!” ร้องเสียงดังลั่นผิดวิสัยองครักษ์ผู้หาญกล้า ชานเลี่ยรีบหันไปดูเพราะคิดว่าตนอาจจะรุนแรงกับสหายเกินไป

            “ข้าเจ็บจัง..เหมยฮวาน้อยของข้าแย้มบานส่งกลิ่นหอมจนมีแต่คนจ้องจะเด็ดมาดอมดม นี่ก็คงจะมีคนเตรียมเด็ดเสียแล้วสิ ข้าเจ็บจังเลย~” เอ่ยเสียงล้อเลียนจนชานเลี่ยต้องพ่นลำหายใจอย่างรำคาญ

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

            “หมายความว่าพี่ชายของเจ้าดูท่าทางจะสนใจเหมยฮวาอยู่ไม่ใช่น้อย...ไม่แน่...”

            “เจ้าเอาอะไรมาพูด เจ้าเป็นเพียงสหายของข้าเท่านั้นอย่าได้ลามปามไปล่วงเกินพี่ชายของข้า”

            “กระหม่อมผิดไปแล้วองค์ชาย...แต่องค์ชายสองก็ทรงดูจะชอบพอเด็กน้อยของเจ้าอยู่มากโข ข้ามิได้โป้ปดหรือล่วงเกินพี่เจ้า” แม้ต้นประโยคจะยังคงน้ำเสียงล้อเล่นอยู่ หากแต่ท้ายประโยคจงเหรินกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ฟังดูก็รู้ว่าจริงจังมากแค่ไหน

            “เหลวไหล พี่อี้ฝานไม่เคยมีทีท่าว่าจะสนใจผู้ใดมาตั้งแต่ข้าจำความ...”

            “แต่ตอนนี้จะเริ่มสนก็ไม่ผิดนี่...เหมยฮวาของเจ้างามเพียงใดก็น่าจะรู้...”

            “...”

          “มิเช่นนั้นพี่เจ้าคงไม่โอ๋จนจับมือถือแขนดูแผลอย่างใกล้ชิดกับเหมยฮวาน้อยขนาดนั้นหรอก...”

            “!” เสียงเงียบลงเพียงไม่กี่อึดใจ คนใจเก่งก็เอ่ยปากขึ้นมาก่อน

            “ข้าจะไปดูคนผิดว่าทำตามบทลงโทษที่ให้ไปหรือเปล่า! พูดเพียงเท่านี้ก็สาวเท้าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว จงเหรินมองตามไปจนสุดสายตาก่อนจะนั่งลงกับโต๊ะแล้วรินชาขึ้นดื่ม

 

          ตลกหน้าตาเสียจริง!

 

            คิดได้เช่นนั้นก็หลุดขำออกมาลั่นห้อง ใครจะไปคิดว่าแสร้งทำหน้าตาจริงจังเข้าหน่อย องค์ชายงี่เง่าโกหกใจตัวเองก็ขึงขังออกไปทันที จงเหรินหัวเราะอยู่นานเพราะไม่เคยเห็นเพื่อนของตนจะหึงหวงใครมากเท่านี้มาก่อน อาจเป็นเพราะชานเลี่ยมองแต่ดอกเหมยแห้งเหี่ยวดอกเดิมมาสิบกว่าปีจึงไม่คิดจะมีผู้ใดเลย

 

            แต่จงเหรินจะรู้หรือไม่ว่า...

            ความคะนองของตนได้สร้างรอยร้าวขึ้นอีกจุดเสียแล้ว...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “เอ่อ...เจ้าตัวน้อย...” สรรพนามใหม่ที่ถูกอีกฝ่ายตั้งขึ้นให้ถูกเอ่ยออกมาเรียกคนตัวเล็กที่นั่งตาแป๋วรอเขาที่คุยกับนายทหารคนหนึ่งอยู่

 

            แย่เสียจริงที่องค์จักรพรรดิ์ดันรับสั่งให้ตนเข้าเฝ้าเพื่อปรึกษาหารือเรื่องงานกะทันหัน

            คงไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนคุยเล่นกับเด็กน้อยน่ารักคนนี้เสียแล้ว

 

            “พ่อของพี่เรียกกลับไปคุยธุระ คงอยู่คุยเล่นกับเจ้าตัวน้อยไม่ได้แล้วนะ”

            “ขอรับ” ยิ้มรับให้กับพี่ชายแสนดีที่ได้ทำความร้จักพูดคุยกันไป มือหนาส่งมาลูบศรีษะทุยอย่างแผ่วเบาด้วยควมเอ็นดู

            “งานก็เสร็จแล้ว เจ้าแค่เก็บของแล้วก็กลับไปพักผ่อนได้แล้วนะปั๋วเสวียน”

            “ขอรับ ข้าจะรีบกลับไปกินข้าวเลยล่ะ ท้องข้าร้องจนนึกว่ามันจะร้องเพลงให้ข้าฟังเสียงอีก” โบกมือส่งท้ายให้กับพี่ชายใจดีที่กำลังเดินจากไป ปั๋วเสวียนก้มลงเก็บอุปกรณ์ที่ตนและอี้ฝานใช้อย่างรวดเร็วเพราะเขายังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่กลางวัน

            “โอ๊ะ...” ตกใจจนข้าวของในมือหล่นร่วงลงไป นายทหารคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยวาจาที่เหมือนฉีกฝันของตนเองออก

          “มีคำสั่งให้คุณชายสกุลเปี้ยนแบกปุ๋ยสามสิบถุงไปไว้ในโถงเก็บของก่อนกลับตำหนัก” พูดแค่นั้นแล้วเดินจากไป แต่ใจคนฟังห่อเหี่ยวไปหมดเสียแล้ว

            “ฮืออออ ทำไมข้าต้องโชคร้ายเช่นนี้ด้วย!” ตะโกนเสียงดังปลดปล่อยความอัดอั้นในใจแล้วนั่งลงกับพื้นดินชันเข่าขึ้นกอดขาร้องไห้ไม่อายใครทั้งสิ้น

 

          ก็ข้าเจ็บ...ข้าเจ็บที่ใจ ใครเล่าจะมาเข้าใจ!

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            กว่าจะแบกปุ๋ยเสร็จก็ย่ำค่ำเสียแล้ว คุณชายตัวน้อยหอบเรี่ยวแรงที่มีไม่มากนักไปยังโรงครัวส่วนของผู้สืบเชื้อสายเพื่อขออาหารสำหรับวันนี้ของตน แต่ข่าวรายกลับไม่จบเพียงแค่ต้องแบกปุ๋ยสามสิบถุง ข่าวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ

         

          ขอโทษด้วยนะคะคุณชาย แต่มื้อไหนๆ ก็หมดแล้วล่ะ

 

          สุดท้ายแล้วก็ต้องจำใจเดินกลับมายังตำหนัก อาบน้ำอาบท่าหวังลมตัวลงนอนเสียจะได้ไม่หิว แต่หัวถึงหมอนไม่ทันไรกลิ่นหอมฉุยก็สั่งให้กายบางชันตัวลุกขึ้นวิ่งไปเปิดประตูที่หน้าเรือนของตนเองทันที

            “เจ้า!” หากแต่สิ่งที่พบเห็นกลับป็นสิ่งที่ไม่อยากเห็นที่สุด

 

          ...คนใจร้ายที่หยามใจเขาไว้เมื่อเช้า...

 

          “ข้ารู้ว่าท่านยังไม่ได้ทานอะไร...”

            “ข้าไม่กิน!

            “...”

            “กลับไปเดี๋ยวนี้ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า!” เพราะรู้ตัวหรอกว่าตนน่ะใจร้ายกับคนตัวเล็กๆ มากเพียงใด หลังจากฟังคำบอกเล่าจากซั่งสือแล้วเขาก็ใจอ่อนลงด้วยความเป็นห่วง

            “จะโกรธที่ข้าต่อว่าเจ้าก็ได้ หากแต่อาหารนี่ถ้าไม่กินก็เสียดายของ” เพราะปากหนักๆ จึงไม่อาจพูดความในใจได้ว่าเป็นห่วงอีกฝ่ายมากเพียงใดจึงทำได้แค่ยกเหตุผลอื่นมาอ้างเท่านั้น

            “ใครขอ? หากกลัวเสียดายนักเจ้าก็เอาไปให้แมวกินสิ!” ยิ่งเห็นหน้าคนใจร้าย ใบหน้าหวานก็เหมือนจะร้องไห้อยู่ทุกเมื่อ ในใจก็หวนนึกถึงถ้อยคำที่ขันธีผู้นี้ว่ากล่าว

            “ก็ดี...” ตอบรับคำพูดประชดประชนของคนดื้อแล้วเดินไปไปหน้าตำหนัก เทอาหารทีละถ้วยๆ ลงถังขยะจนหมดถาด

            “เจ้า! เจ้าทำบ้าอะไรน่ะ!

            “ก็ท่านบอกให้ข้านำไปให้แมวกิน แต่ที่นี่ไม่มีแมวข้าก็ทิ้งสิ”

            “ทำไมเจ้า...”

            “จะให้แมวหรือไม่ให้แมวกินอาหารในถาดนี้ อย่างไรเสียก็คือท่านไม่กินมันอยู่ดี ข้าจะทิ้งจะขว้างเช่นไรก็เรื่องของข้า” เมื่อแรงมาก็แรงกลับ ไม่ว่าคุณหนูผู้นี้จะถูกตามใจแค่ไหนก็ตามจึงทำให้คำพูดคำจาช่างประชดประชันกันถึงเพียงนี้ แต่ชานเลี่ยเองก็ไม่แพ้กัน เมื่อเป็นถึงเชื้อสายชั้นสูงเขาก็ไม่จำเป็นต้องเอาอกเอาใจใครสักนิด หากคิดจะประชดละก็ เขาก็พร้อมจะสนอง

            “...” ปั๋วเสวียนหลับตาลงพยายามนับเลขในใจเพื่อให้ความคุกกรุ่นในใจดับมอดลง แต่เมื่อลืมตาขึ้นมองเห็นหน้าคนใจร้ายชัดๆ ภาพทุกอย่างก็อัดแน่นเข้ามาซ้อนกันไปหมดจนปวดหัวไปหมด ยามนึกถึงสัมผัสร้อนที่ถูกอีกฝ่ายแตะต้องเนื้อตัวหรือแม้กระทั่งคำพูดเฉือดเฉือนจิตใจจวบจนบทลงโทษที่แสนเหน็ดเหนื่อยก็ทำเอานัยน์ตาเรียวก็สั่นระริก

 

          เพี๊ยะ!~

         

            ไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งใดอีกเมื่อหลายสิ่งหลายอย่างถาโถมเข้ามา คนตัวเล็กแทบไม่มีสติสัมปชัญญะใดๆ ในการควบคุมนเอง รุ้เพียงแต่ว่าเจ็บเหมือนถูกใครบีบที่หัวใจ ฝ่ามือเรียวก็ทุบตีอกของคนสูงกว่าไปอีกนับไม่ถ้วน

            “ทำไมเจ้าต้องทำกับข้าเช่นนี้...!” แม้จะอยากปัดป้องการทุบตีเพียงใด แต่เมื่อกลีบปากเล็กเอ่ยออกมาเขาก็กลับหยุดนิ่งรับฟังอีกคน ยอมให้ร่างผอมบางนั้นทุบตีต่อไป

            “ข้าทำอันใดให้เจ้าโกรธเกลียดอย่างนั้นหรือ! ถึงได้มาทำให้ข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้...” ก้มหน้าก้มตาทุบตีไม่มองหน้าผู้ฟังสักนิด ปั๋วเสวียนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแรงที่ส่งไปไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บแม้แต่นิดเดียว

            “ข้า...ข้าเจ็บมากเลย!...”

            “...”

            “เจ็บที่หัวใจน่ะรู้ไหมข้าเจ็บ!” ขย้ำเนื้อผ้าอย่างดีบริเวณหน้าอกของขันธีหนุ่มแล้วขย้ำเขย่าอย่างโกรธเคือง มีเพียงแค่คนออกแรงเท่านั้นที่ตัวโยกคลอน...แต่เจ้าตัวไม่รู้

 

          ดีแล้วล่ะที่ไม่รู้ตัว

          หากรู้ตัวก็คงน้อยเนื้อต่ำใจพละกำลังตนเองที่ไม่อาจต่อกรกับใครได้

 

            “อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก! ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า!” ผลักไสคนใจร้ายให้ออกไป แต่กลายเป็นถูกโอบกอดด้วยท่อนแขนแกร่ง ครั้งที่สองแล้วที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา...แต่ครั้งนี้ปั๋วเสวียนไม่โอนอ่อนผ่อนตามเหมือนครั้งก่อน กำปั้นเล็กทุบอกกว้างและออกแรงดันยื้อตัวให้ออกห่าง ปากเรียวด่าทอต่างๆ นาๆ ที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวอีกเช่นกัน

 

            องค์ชายห้ากอดรัดคนตัวเล็กไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยแล้วจะหายไป ใจเขาเจ็บมากเพียงใดปั๋วเสวียนไม่มีทางรู้ รอมานับสิบปีอย่างทรมาณ แต่เมื่ออยู่ใกล้กันก็ต้องมีเรื่องขุ่นหมอง ไม่ว่าทำอะไรเขาก็ผิดไปเสียหมด และเมื่อคนตัวเล็กเล่นกลับเขาก็กลับโมโหจนไม่สนสิ่งใด

 

            อยากจะบอกเหลือเกินว่า ข อ โ ท ษ

            แต่ปากก็หนักเหมือนมีสมอเรือรบมาถ่วงไว้เสยอย่างนั้น

 

            “ข้า...ฮึก...”

            “...”

            “ข้าเกลียดเจ้า ฮึก...” เสียงสุดท้ายดังขึ้นก่อนหายไป แรงขัดขืนที่มีก็อ่อนลงจนร่างกายบอบบางอ่อนปวกเปียก ชานเลี่ยผละออกดูก็พบว่าเหมยฮวาน้อยหมดสติไปเสียแล้ว

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “ตัวร้อนมากเลยนะ”

            “อืม...คงเป็นพิษไข้น่ะ...คุณหนูเปี้ยนตัวบอบบางเช่นนี้ ให้ไปขุดดินตากแดดเสียเต็มวัน งานก็เหนื่อยข้าวปลาก็ไม่ตกถึงท้องแล้วไหนจะแบกปุ๋ยอีก...”

            “...”

            “ตัวนิดเดียวแท้ๆ แต่กลับถูกใช้งานราวกับทาส น้องชายท่านนี่เป็นคนหรือเปล่าน่ะ!?” ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห หวงจื่อเทาลูกชายคนงามของหอโคมเขียวชื่อดังถูกแอบพาตัวเข้าวังมาเพื่อรักษาไข้ให้คนป่วย ความจริงแล้วให้หมอหลวงมาดูอาการก็คงได้ แต่คนที่ถูกกล่าวหาว่าใจร้ายเนี่ยสิ คะยั้นคะยออ้อนวอนด้วยสายตาจนอี้ฝานใจอ่อนออกไปพาตัวจื่อเทามาให้

 

            หมอหลวงก็คงรักษาให้หายได้

            แต่จื่อเทาก็คงจะดูแลได้ดีกว่า

 

            “ถึงจะใจร้ายก็ไม่ได้ใจดำขนาดปล่อยคนป่วยไว้หรอกน่ะ ป่านนี้คงเดินวนไปวนมาในห้องจนจงเหรินปวดหัวแล้วเป็นแน่”

            “น้อยไปน่ะสิ ไม่รู้แหละ ท่านพี่ควรสั่งสอนองค์ชายห้าเสียบ้างนะ หากรักก็จงทะนุถนอมโอบใจให้ดี มิใช่สร้างแผลให้คนที่ตนรักแบบนี้”

            “ทะนุถนอมเจ้าอย่างที่พี่ทำกับเจ้าเมื่อคือหรือเปล่า?” ฉวยหอมแก้มนิ่มไปหนึ่งถึงจนคนถูกหอมต้องตาเขียวใส่โทษฐานที่หยอกล้อไม่รู้เวล่ำเวลา...แม้พวงแก้มเนียนของจื่อเทาจะขึ้นริ้วแดงเพราะความเขินอายก็เถอะ

           

            คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันหลังจากเริ่มได้สติ เสียงคนพูดคุยกันแม้จะเบามากจนแทบฟังไม่รู้เรื่องในโสตประสาทของปั๋วเสวียนก็ปลุกให้ตื่น

            “อืม...” ขยับกายเพียงเล็กน้อยด้วยความเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ไหนจะปวดหลังเพราะแบกปุ๋ยสามสิบถุงนั่นอีก

            “อ๊ะ...คุณหนูเปี้ยนฟื้นแล้ว!” จื่อเทาลุกขึ้นก้าวไปหาคนที่เพิ่งได้สติ ประคองไหล่บางให้ลุกขึ้นนั่งพิงกับเตียง

            “เป็นอย่างไรบ้าง?” ปัดปอยผมที่ปรกหน้าบดบังความงามของนายน้อยผู้นี้ออก ก่อนที่ปั๋วเสวียนจะทำหน้าตางุนงงส่งมาให้

            “ท่าน...ท่านเป็นใคร” เอ่ยถามเพราะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน จื่อเทายิ้มให้อย่างเป็นมิตรและเริ่มแนะนำตัว

            “ข้าชื่อจื่อเทา อายุเท่าเจ้า เป็น...” ...เป็นลูกชายของหอโคมเขียวชื่อดังในตัวเมือง ตั้งใจจะแนะนำตัวเช่นนั้นจริงๆ หากแต่เสียงทุ้มมีสเน่ห์ก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน

          “เป็นเมียข้า”

            “พี่อี้ฝาน!” อยากจะตีปากคนนิสัยเสียเสียจริง แต่ติดที่ว่าตีในวังใครรู้เข้าเขาคงหัวขาดไม่มีทางรอดแน่ๆ ปั๋วเสวียนได้ยินชื่อพี่ชายใจดีก็กวาดสายตามองหาเจ้าของชื่อทันที

 

            แต่เมื่อเห็นเจ้าตัวแล้วก็ต้องเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ

            เสื้อผ้าลายมังกรแบบนี้...เชื้อพระวงศ์ชัดๆ!

 

            “ทะ ท่าน...” เหมือนว่าดอกเหมยของชานเลี่ยจะฉลาดไม่น้อย เพียงแค่เห็นการแต่งกายก็รับรู้ถึงฐานะของตน ไม่มีประโยชน์ที่อี้ฝานจะต้องโป้ปดต่อไป

            “เรียกข้าว่าพี่อี้ฝานเช่นเดิมเถอะ ข้าไม่อยากให้ฐานะของเราลดทอนความสัมพันธ์นะเจ้าตัวน้อย” ส่งยิ้มอบอุ่นให้คนบนเตียงแล้วเดินไปลูบผมนิ่ม

            “ขอโทษด้วยที่โกหกเจ้า แต่หากข้าไม่ทำเช่นนั้นเจ้าก็คงไม่ยอมให้พี่ช่วยเป็นแน่” ปั๋วเสวียนกระพริบตาปริบๆ คิดตามคำที่อีกฝ่ายบอก มันก็จริงอย่างที่ว่า หากรู้ว่าพี่ชายใจดีของตนเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงคงไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าตรงๆ และทำตัวสนิทสนมอย่างนี้แน่

            “ว่าแต่ทำไมพวกท่านถึงได้มาอยู่ในห้องข้ากัน?” ก็จำได้ว่าตนเองล้มตัวลงนอนตั้งแต่อาบน้ำเสร็จ แต่ตื่นขึ้นมาก็เจอพี่อี้ฝานและจื่อเทาในห้อง

            “เจ้าไม่สบายน่ะ จำอะไรได้บ้างไหม?” จื่อเทาถามอย่างเป็นห่วง

            “ก็...ข้าก็อาบน้ำแล้วก็นอนเลยนี่นา...แล้วพวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าป่วย”

            “เดาน่ะ” อี้ฝานชิงพูดก่อนที่จื่อเทาจะพูดความจริงออกไป ส่งสายตาขอร้องให้ดวงใจของตนใจเย็นลงก่อน จื่อเทาหน้าบึ้งตึงแล้วเอ่ยลาปั๋วเสวียนกลับไปทันที

            “จื่อเทาเป็นอะไร” เห็นเหมือนกันว่าจื่อเทาดูอารมณ์ไม่ดีขึ้นถนัดตา คนตัวเล็กจึงเอ่ยถามไปเพราะกลัวว่าตนจะทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ

            “แค่อยากถูกอ้อนน่ะ”

            “เห?”

            “เมื่อเจ้ามีความรักเจ้าก็จะเข้าใจ” ขยี้กลุ่มผมบนศรีษะเล็กอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนผละตัวออกไป

 

            อี้ฝานรู้ว่าจื่อเทาโมโหที่ไม่ยอมให้เล่าเรื่องจริงให้ปั๋วเสวียนฟัง ก็พอเดาได้อยู่ว่าปั๋วเสวียนคงป่วยเพราะพิษแดดจนไม่รู้สึกตัว ไม่รับรู้ว่าตนทำอะไรต่อหลังจากเอนหลังนอนไปแล้ว แต่ก็ดีมิใช่หรือ? สิ่งได้ที่ลดทอนได้ก็ลดทอนไป จะสร้างบาดแผลให้กันทำไมในเมื่อใจก็ต่างโหยหา...

 

            “อดทนหน่อยนะปั๋วเสวียน ภายภาคหน้าอาจมีเรื่องที่ต้องทำให้เจ้าลำบากขึ้นอีกเยอะ แต่เชื่อเถอะเจ้าเป็นคนเก่ง เมื่อเจ้าผ่านมันไปได้เจ้าจะเข้มแข็งขึ้นเอง” คำกล่าวลาไม่อาจทำให้ปั๋วเสวียนเข้าใจได้ แต่ปั๋วเสวียนก็ท่องประโยคนั้นอีกรอบป็นการทบทวนก่อนจะยิ้มรับและจะพยายามเข้าใจให้ได้

            “พอข้าหายไข้ ไปเรียนย้อนหลังอีกหน่อยแล้วก็ตามให้ทันเพื่อนเพียงไม่ถึงเดือนข้าก็จะพ้นแล้วล่ะ” รอยยิ้มสดใสฉายชัดในแววตาของอี้ฝานเป็นอย่างดี เขาอยากบอกเด็กน้อยเหลือเกินว่า...

 

          ...นี่มันแค่การเริ่มต้นเพียงเท่านั้นเองปั๋วเสวียน...

           

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

เยสสสสสสสส! ปั่นมาให้ทันเที่ยงคืนพอดี อิ้อิ้ อยากจะบอกว่าไม่ใช่ฟิคดราม่าเลยนะคะ ชอบเขียนทะเล้นๆ มากๆ เลย แต่เขียนไปเขียนมาเหมือนจะดราม่า เหยยย วางพล็อตไว้ก็ไม่ดราม่านะ...เอาเถอะ มันก็คลุมเครือๆ แบบนี้ไปอีกนิดนึงล่ะ จะพยายามไม่ให้ดูดราม่านะคะ ไม่ชอบดราม่าเหมือนกัน 55555555

7 ต.ค.สอบวันแรกสนุกมากค่ะ น้ำตาคลอเบาๆ 555555 แต่ก็รีบกลับบ้านมาปั่นเหมยฮวาให้ตามสัญญาเนาะ อิ้อิ้

 

ขอบคุณทุกยอดวิว ยอดเฟบ ยอดเม้น ยอดโหวตและยอดแท็กค่ะ #อริร้ายชานแบค 

 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2904 tenpeachyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:17
    “ข้าอยากขำจนสำลักตาย”
    “ก็รีบตายตามที่พูดเสียสิ”
    555555555555555555555
    #2,904
    0
  2. #2887 jwsnpy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 12:36
    สงสารน้อง แต่น้องควรอ่อนข้อให้พี่เขามั้ง พี่เขาก็เลิกปากแข็งเสียทีเถอะ แค่พูดคำว่าขอโทษเนี้ยมันยากตรงไหนห๊ะ?
    #2,887
    0
  3. #2848 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 14:53
    สงสารน้อง 
    #2,848
    0
  4. #2819 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:39
    ใจร้ายจริงๆ ถ้าเหมยฮวาไม่รักจะสมน้ำหน้าให้
    #2,819
    0
  5. #2788 ohhginnie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:30
    พอๆกันทั้งสองคน เห้ออออ
    #2,788
    0
  6. #2756 pim pimmi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 16:28
    ปากแข็งเหลือเกินนนนน
    #2,756
    0
  7. #2748 blueberry kisses (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 12:18
    เชียร์ปั๋วเสวียนเต็มที่ องค์ชายห้าบ้าเหตุใดห่วงจึงไม่บอกห่วง เอาแต่ทำตัวแบบนี้ !!
    #กลับมาอ่านซ้ำขอแวะว่าองค์ชายห้าหน่อย 5555555555
    #2,748
    0
  8. #2744 ParkMild (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 18:51
    เบื่อปั๋วเสวียนความคิดเป็นเด็ก เอาแต่ใจจัง คิดติดลบไปหมด 
    #2,744
    0
  9. #2743 ติ๋มไม่ติ๋ม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 14:34
    ทั้งรักทั้งห่วงเขา สุดท้ายก็ทำร้ายเขา
    #2,743
    0
  10. #2721 Meannie Sirichon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 22:22
    เบื่อองค์ชายห้าเว้ยยยยยยยยยย
    #2,721
    0
  11. #2695 เคแอล9091 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 05:58
    เซ็งองค์ชายห้า
    #2,695
    0
  12. #2655 Beebee ja (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 01:43
    ประชดประชันกันเข้าไป เฮ้อ!!
    #2,655
    0
  13. #2620 YeolYoda (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 23:43
    คริสเทาแลดูนั่ลล้ากกกกก
    #2,620
    0
  14. #2565 joylnr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 18:28
    ก็พี่ชานมันปากแข็งอ่าาาาา
    #2,565
    0
  15. #2527 Jammie-Lee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 00:18
    แบคเป็นลมหลายรอบละนะ ถถถถถถถ
    #2,527
    0
  16. #2150 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:16
    ชานเลี่ยคนปากแข็ง -*-
    #2,150
    0
  17. #1816 Amperio K. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 10:57
    โถ ปั๋วเสวียน
    #1,816
    0
  18. #1570 Hztp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 16:31
    เป็นเมียข้า 5555555555
    ตายแล้ว ออกสื่อมากจริงๆ
    #1,570
    0
  19. #1290 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 16:57
    ปั๋วเสวียนผู้น่าสงสาร T^T
    #1,290
    0
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. #1100 White Valentine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 23:08
    องค์ชายพวกนี้ทำไมชอบโคเวอร์เป็นคนรับใช้กันจัง แหม่ อาชีพในฝันหรอจ๊ะ

    แต่อี้ฟานกับเทาคือแบบ ชอบอ่ะ น่ารักกกกกกกกกกกก
    #1,100
    0
  22. #782 Pins_99 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 18:39
    สงสารปนเอ็นดูแบค ^^
    #782
    0
  23. #729 ✦ RIGOLO ✦ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 17:35
    ชานเลี่ยใจร้ายยยยย 
    จื่อเทาก็น่ารัก อี้ฟานก็ใจดี 
    #729
    0
  24. #575 Pawhale (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 12:22
    ชายเลี่ยใจร้าย
    #575
    0
  25. #408 BACON_BAEK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 21:19
    พี่ชานคนใจร้าย
    #408
    0