♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 5 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    25 ก.ย. 57

 


梅花

เหมยฮวากลีบที่ 5

“ตะ แต่...แต่ทำแบบนี้มันจะไม่งาม”

 

            “ว๊าว! นี่ห้องของข้าจริงๆ น่ะหรือ?” เสียงเล็กร้องดีใจเมื่อได้เห็นบรรยากาศภายในห้องนอน การจัดแต่งตามความปราณีตของชาววังถูกใจนายน้อยสกุลเปี้ยนเป็นอย่างมาก คนตัวเล็กวิ่งโร่ไปยังบานหน้าต่างที่ตั้งตรงกับสวนหย่อมภายนอกพอดิบพอดีแล้วสูดอากาสหายใจเข้าเฮือกใหญ่

            “คนในวังอยู่สุขสบายเช่นนี้เองหรือ?” พูดอย่างไม่ต้องการคำตอบเท่าไรนึกเพราะตอนนี้ขันธีรูปงามผู้ใจดีที่ช่วยถือของให้ยังเดินตามมาไม่ถึง

 

            ก็แหงล่ะ ของหนักขนาดนั้นคงจะเดินลำบากไม่เบา

            ความจริงก็อยากออกปากขอร้องให้ช่วยถือ แต่คำว่า ชายแกร่ง มันก็ค้ำคอ

 

            “เตียงนุ๊มนุ่ม!” กล่าวหลังจากที่นั่งปุ๊ลงบนเตียงเนื้อดี หนำซ้ำยังแอบขย่มตัวขึ้นลงเหมือนเด็กน้อยอยู่สี่ห้าที

            “จะให้ข้าวางของของท่านไว้ที่ใด?” ผู้มาใหม่เอ่ยถามจนคนเผลอไผลไปกับบรยากาศต้องสะดุ้งโหยง ปั๋วเสวียนลุกขึ้นยือย่างเก้ๆ กังๆ เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเห็นท่าทางตลกๆ ของตนรึเปล่าพร้อมกระแอมไอสองสามครั้ง

            “อะแฮ่ม...ก็...ก็วางไว้ตรงนั้นแหละเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง ขอบใจท่านมาก” คนตัวสูงแอบกลั้นขำอยู่ในใจเนื่องจากตนแอบเห็นท่าทีไร้เดียงสามาตั้งแต่แรกแล้ว แต่คนตัวเล็กกลับเลือกท่จะแสดงท่าทีตรงกันข้ามเวลาอยู่กับเขาหรือคนอื่น

 

          ...เด็กหนุ่มวันนี้ ก็ยังคงวางมาดเช่นวันวาน...

 

          จี้ดๆ

 

            “เฮ้ย!” หูทั้งสองแทบกระดิกเมื่อได้ยินเสียงอันไม่พึงประสงค์ คุณชายน้อยตัวแข็งทื่อเพราะจำเสียงนี้ได้ดี สัตว์ที่เขาเกลียดแสนเกลียด

            “ท่านเป็นอะไร?” ขวมดคิ้วถามเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าแน่นิ่งไปพร้อมเหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดขึ้นมาประปราย

            “ดะ ได้ยินเสียงอะไรหรือไม่?” พูดเบาราวกับกระซิบจนองค์ชายห้าในคราบขันธีหนุ่มต้องเดินเข้าไปใกล้ๆ

            “ท่านว่าอะไรนะ?” เอียงตัวก้มลงให้หูตรงกับปากเพื่อที่จะได้ฟังคำพูดที่คุณหนูตัวแสบต้องการจะสื่อสาร หากแต่ยังไม่ทันได้ฟัง คนพูดก็กรีดร้องเสียงดันพร้อมวิ่งไปรอบห้อง กระโดดเหยงๆ อย่างลืมมาด

            “ว๊ากกกกก” ชานเลี่ยยกมือปิดหูโดยพลันเพราะเสียงกรีดร้องนั้นเข้าหูของตนเต็มๆ ชายหนุ่มรีบหันมองตามคนตัวเล็กที่ดูแตกตื่นกับอะไรบางอย่างจนเขาเองก็ตกใจจนงุนงงไปหมด

            “ท่านเป็นอะ...”

            “หนู! หนู! หนูมันไต่ขาข้า! อ๊ากกกก” สะบัดขาจนตัวสั่นโยนจนสิ่งที่กำลังไต่ขาเจ้าของคำพูดนั้นกระเด็นออก นายน้อยสกุลเปี้ยนไม่หยุดความกลัวเพียงเท่านั้นแต่กลับวิ่งขึ้นเตียงกอดเสาตัวสั่นงกๆ

            “ช่วยข้าที!” หลับตาปี๋เอ่ยปากขอร้องอย่างลืมตัว คนมองได้แต่มองค้างเพราะอีกฝ่ายน่ารักเกินทน องค์ชายห้าแทบอยากเสียสละเอาตัวเข้าไปกอดปลอบหากแต่เขาเองก็เป็นจอมเย่อหยิ่งเช่นกัน

            “ท่านจะให้ข้าช่วยเช่นไร ในเมื่อท่านเองก็ขึ้นไปกอดเสาเป็นลูกลิงอยู่เช่นนั้น” และก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมให้คนฟังขุ่นเคืองใจเล่น

            “ข้าไม่ใช่ลูกลิง!” แทบถลาตัวลงไปสู้กันให้รู้แล้วรู้รอดที่โดนหยามเกียรติ แต่เมื่อปลายเท้าแตะลงพื้นความเสียววาบก็เล่นเข้ามาในอกจนต้องชักเท้ากลับแล้วโน้มกอดเสาเตียงไว้เช่นเดิม

            “อย่าขำนะ! เจ้าไม่มีสิ่งที่กลัวในชีวิตหรือไงกัน!” คำพูดของปั๋วเสวียนดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่กลับเสียดแทงใจคนฟังได้เป็นอย่างดี

 

          เจ้าไม่มีสิ่งที่กลัวในชีวิตหรือไงกัน!’

          หากจะมี...ก็คงเป็นกลัวเจ้าจะไม่รอดเมื่อสิบปีก่อน...

 

          “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าจะให้ข้าช่วยอะไร”

            “ถามได้ เจ้าก็แค่ไล่มันออกไปที!

            “แต่ตอนนี้ข้าหาหนูตัวที่ท่านเตะออกไปไม่เจอแล้ว”

            “งะ งั้นเหรอ?”

            “มันคงถูกเตะกระเด็นออกนอกห้องไปเพราะแรงของท่านแล้ว” พูดแล้วกลั้นขำแทบตายเมื่อนึกถึงตอนที่คนน่ารักวิ่งกระโดดเหยงๆ ยกขาสะบัด ช่างเป็นภาพที่น่าจดจำเสียจริงๆ

            “ถะ ถ้าเช่นนั้นข้าจะได้ลงจากเตียง” ปั๋วเสวียนตอบรับอย่างหวาดหวั่นก่อนจะทำใจหย่อนเท้าลงไป

 

          จี๊ดๆ!

 

            “ว๊ากกกก” กรี๊ดร้องพร้อมกระโดดกลับอย่างสุดตัวเมื่อยังไม่ทันที่ปลายเท้าจะสัมผัสพื้นไม้ของห้อง เจ้าหนูตัวดีที่ทำบุรุษเพศอย่างปั๋วเสวียนมาดหลุดกลับวิ่งออกมาจากปลายเตียงอีกครั้ง

            “ไหนเจ้าบอกมันไปแล้ว! เจ้าหลอกข้า ฮือ...” แม้จะไม่มีน้ำตาสักหยดแต่น้ำเสียงและคำพูดกลับแสดงออกไปแล้วว่าในใจนั้นร่ำไห้เพียงใด ปั๋วเสวียนตัวสั่นราวกับคนโดนของเพราะสิ่งที่เจ้าตัวกลัวมากที่สุดก็คือหนูตัวเล็กๆ ที่น่าขยะแขยง

            “ข้าขอโทษ แต่ตอนแรกข้าหามันไม่เจอจริงๆ” น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวหวังให้อีกฝ่ายใจเย็นลง แม้จะน่ารักน่าขำเพียงไร แต่อาการหวาดกลัวมากมายเช่นนั้นกลับทำให้ดวงใจของเขาเป็นห่วง

 

            อยากจะกอดปลอบ ลูบผมสลวยให้หายกลัว

            แต่เขาเองก็คงไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะทำเช่นนั้น

 

            “ข้าจะทำอย่างไรดี” เสียงเล็กกล่าวอย่างสั่นๆ จนคนฟังสงสารจับใจ แม้จะแอบตลกในตอนแรก หากแต่อาการกลัวไม่ต่างกับลูกหมาตัวน้อยที่กลัวจนหูลู่หูตกก็ทำให้ผู้ที่เห็นสงสารเป็นอย่างมาก

            “แต่นี่กำลังจะถึงเวลาเข้าฝึกแล้ว หากท่านยังอยู่ตรงนี้ข้าเกรงว่าท่านจะถูกตำหนิ”

            “ตำหนิก็ตำหนิสิ! ไม่เห็นหรือไงว่าข้าขวัญผวามากแค่ไหน!” ตวาดลั่นเพราะความกลัวมักผลักดันให้คนเราทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งการกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงไม่น่าฟังเช่นนี้ ปั๋วเสวียนก็ทำได้เช่นกัน

            “แต่กฏ...”

            “ช่างกฏไปสิ! ข้ามิได้อยากจะเป็นผู้สืบเชื้อสายอยู่แล้ว ใครจะไปอยากแต่งงานเป็นภรรยาผู้อื่นกันเล่า!” ประกาศกร้าวออกไปอย่างลืมมารยาท องค์ชายผู้สูงศักดิ์รู้สึกมีน้ำโหที่นายน้อยทำตัวไม่น่ารักเช่นนี้

            “ข้าจะพูดอีกครั้ง ท่านต้องไปฝึก...”

            “หูหนวกงั้นหรือ! ข้าบอกว่าไม่ไป! ข้ากลัวหนู! ข้าไม่กล้าแม้แต่จะนอนห้องนี้อีกแล้ว!” ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยน้ำเสียงแห่งโทสะ คิ้วคมบนใบหน้าหล่อเหลาขมวดเข้าหากันเมื่อคุณหนูตัวแสบเริ่มดื้อ

            “ท่านพูดจาไม่...”

            “โอ๊ย! ข้าบอกข้าไม่ไป ข้าจะทำทุกอย่างให้ถูกตัดสิทธิ์! ข้าเกลียด ข้าเกลียดวังหลวง ข้าไม่อยากอยู่วังหลวงแล้ว ข้าเก่งกาจถึงเพียงนี้แต่กลับจับข้ามาเป็นผู้สืบเชื้อสาย ถ้าชายชุดดำนั่นไม่ปรากฏตัวข้าก็คงไม่แพ้การประลองแล้วก็ไม่ต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้หรอก!

            “!!!

            “ข้าจะขอให้เจ้าบ้านั่นต้องแต่งงานกับเจ้าสาวที่ไม่เต็มใจ! ต้องเจ็บปวดเพราะภรรยาไม่รัก! ต้องปวดหัวกับภรรยาทุกวัน ข้าเกลี...”

            “ปั๋วเสวียน!” เสียงทุ้มตวาดลั่นจนคนตัวเล็กที่กำลังจะสติแตกถึงกับตกใจกลัวเม้มปากแน่นมองอีกฝ่าย ชานเลี่ยที่ใจคุกกรุ่นกับคำพูดที่พูดไม่คิดของคุณชายตัวน้อยถึงกับต้องนับเลขในใจ

 

            เจ้าสาวที่ไม่เต็มใจ...

            เจ็บปวดเพราะภรรยาไม่รัก...

 

            ทั้งๆ ที่ตนเองสู้เขาไม่ได้แท้ๆ แต่กลับไม่ยอมรับแล้วกล่าวโทษผู้อื่น พอไม่ชนะก็โกรธแค้นจนต้องพูดจาร้ายกาจเช่นนี้เชียวหรือ? เด็กน้อยคนนี้ชักจะเป็นเด็กน้อยเกินไปเสียแล้ว กาลเวลาเปลี่ยนผันกลับไม่ทำให้เด็กน้อยผู้แสนเย่อหยิ่งลดความทะนงได้เลย

 

          ก็ดี จอมพยศแบบนี้เขาชอบนัก...

          ข้าจะปราบให้เจ้าอยู่ภายใต้อาณัติข้าไม่กล้าไปไหนเลยเชียว!

 

            “อ๊ะ! เจ้าจะทำอะไร!” ร้องเสียงหลงเมื่อกายบอบบางถูกอีกฝ่ายเดินดุ่มๆ เข้ามารวบรัดโอบกอดขึ้นแนบอก คนไม่เคยต้องมือชายใดถึงขั้นใกล้ชิดเช่นนี้ถึงกับหน้าขึ้นสีหัวใจเต้นถี่รัว

            “ปล่อยข้านะ! เจ้าอุ้มข้าทำไม!” โวยวายทุบอกแล้วดีดดิ้นหวังให้หลุดออกจากพันธนาการที่ชวนใจเต้นเช่นนี้โดยพลัน หากแต่อีกฝ่ายกลับมืแน่นเสียยิ่งกว่าอะไรดี

            “ในเมื่อท่านไม่ยอมลงจากเตียงข้าก็จะอุ้มท่านไปยังห้องฝึก” กล่าวด้วยวาจาหนักแน่นกับสีหน้าที่เริ่มรำคาญใจกับความดื้อรั้นจนคนในอ้อมแขนไม่กล้าต่อกลอนก้มหน้าหลบสายตาดุดัน

            “ตะ แต่...แต่ทำแบบนี้มันจะไม่งาม” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ เพราะสายตาของขันธีรูปงามที่จ้องมองตนนั้นน่ากลัวเกินกว่าที่ปั๋วเสวียนจะกล้าสู้

            “หรือจะให้ข้าปล่อยท่านลงเดินดีเล่า? ทำเช่นนั้นข้าก็ไม่อาจยืนยันให้ได้ว่าเจ้าหนูตัวเมื่อครู่จะโผล่ออกมาไต่ตัวท่านอีก” เมื่อพูดถึงหนูที่แสนน่าเกลียดขึ้นมา ปั๋วเสวียนก็ตัวสั่นแล้วโอบกอดรอบคอชายหนุ่มจนลืมสำรวม

            “มะ ไม่เอา! เจ้าอุ้มข้าไปเถอะ ข้ายอมแล้ว” กล่าวด้วยเสียงที่ฟังดูอ่อนลงแม้ในใจจะขลาดอายที่ต้องหลุดมาดความเป็นชายชาตรีไม่มีเหลือ หากแต่ความกลัวก็ดันวิ่งแล่นขึ้นสมองจนต้องยอมอับอาย ถ้าให้เลือกอับอายกับให้หนูไต่ขา ปั๋วเสวียนคงเลือกอย่างแรกโดยไม่รีรอเชียวล่ะ!

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “ปล่อยข้าลงได้แล้ว” บอกคนอุ้มที่อุ้มตนมาตั้งแต่ตำหนักที่พักมายังหอฝึกสอน ตลอดทางปั๋วเสวียนไม่แม้แต่จะมองสิ่งใดเลยเพราะไม่รู้ว่าคนอุ้มจะรั้นอุ้มตนมาตลอดทางเช่นนี้

 

            ก็แค่คิดว่าจะอุ้มออกมานอกตำหนัก

            แต่เหตุไฉนเลยถึงไม่ยอมปล่อยจนถึงหอฝึกเช่นนี้เล่า!

 

            “ขะ ขอบใจ” เมื่อเท้าแตะพื้นปั๋วเสวียนก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณแม้ในใจอยากต่อว่าแทบตายว่าอุ้มมาทำไมไกลถึงเพียงนี้ แล้วคนอื่นที่มองเห็นเล่า? คงได้คิดว่าปั๋วเสวียนเป็นบุรุษเพศที่อ่อนแอยิ่งนัก

 

            สองเท้าเล็กก้าวไปยังห้องโถงที่ฝึกสอนวิชา ซั่งอี๋* มีอายุกำลังเข้มงวดกับบรรดาเหล่าผู้สืบเชื้อสายที่มาจากบุรุษเพศ คงต้องฝึกหนักและฝึกนานกว่าสตรีเพศเลยทีเดียวเชียว

            “มาสายสมควรได้รับโทษ” ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าไปยังภายใน เสียงทรงอำนาจของหญิงชราผู้เป็นครูฝึกกล่าวขึ้นจนผู้คนในหอฝึกต้องหันมามองคนมาสายเป็นตาเดียว

            “ขะ ข้าขอโทษขอรับ พอดีมีปัญหา...”

            “มาสายก็คือมาสาย ต่อให้มีข้ออ้าง เจ้าก็ยังคงมาสาย”

            “ไม่ใช่ข้ออ้างนะ ข้ามีเหตุผล” คิ้วเล็กขมวดเป็นปมเมื่อหญิงชราตรงหน้าดูไม่ฟังเหตุผลของตนเลย หนำซ้ำยังเอาแต่ทำหน้ายักษ์ขมูขีใส่จนปั๋วเสวียนแทบไม่อยากมองหน้า

            “เหตุผลอันใดของคนมาสาย ล้วนแต่เป็นข้ออ้าง”

            “เอ๊ะ! ก็ข้าบอกว่าข้ามีเหตุผล ข้าเจอ...”

            “บังอาจ!” ซั่งอี๋ผู้เหี้ยมโหดตวาดลั่นเมื่อผู้สืบเชื้อสายคนนี้กำลังต่อล้อต่อเถียงจนนางโมโห

            “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคุณชายจากสกุลใด เป็นผู้ดีมากแค่ไหน แต่หากเจ้าเข้ามาในวังหลวงเพื่อเรียนรู้การเป็นผู้สืบเชื้อสาย เจ้าก็ต้องเป็นศิษย์ของข้า! ศิษย์ต่อล้อต่อเถียงกับผู้เป็นอาจารย์ได้งั้นหรือ!

            “!!!

            “ข้าไม่รู้ว่าพ่อแม่เจ้าสอนเจ้ามาเช่นไร แต่เมื่อเจ้าอยู่ที่นี่ ทุกคนล้วนต้องเคารพกฏกติกา!

            “แต่ข้า...” ปั๋วเสวียนเข้าใจดีในคำพูดของหญิงชรา หากแต่ตนก็เพียงแค่ต้องการจะอธิบายถึงเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น มิได้มีเจตนาจะก้าวร้าวใดๆ เลย

            “หุบปาก!” ปั๋วเสวียนสะดุ้งเฮือกหลับตาปี๋เมื่อคนเป็นอาจารย์เงื้อมไม้เรียวเตรียมฟาด ใจดวงน้อยหวาดหวั่นคิดว่าคงจะโดนตีเข้าแล้ว

 

            แล้วทำไมถึงเงื้อมไม้นานจัง?

 

            ตาเรียวรีที่หยีไว้ค่อยๆ ปรือตาขึ้น พบว่าขันธีหนุ่มที่อุ้มตนมากำลังกระซิบอยู่กับซั่งอี๋แสนดุ หญิงชราดูมีท่าทีอ่อนลงมากขึ้นและท้ายที่สุด นางก็ทำแค่ส่งสายตาตำหนิมาให้ก่อนจะเอ่ยให้เข้าไปเริ่มฝึก

            “ครั้งนี้ข้าจะปล่อยผ่านเพราะเป็นเพียงครั้งแรก แต่ครั้งหน้าข้าจะโบยเจ้าให้เนื้อเขียวเลยคอยดู เอาล่ะ เข้าไปเรียนรู้กับคนอื่นได้แล้ว”

            “ขอบคุณมากขอรับ!” ปั๋วเสวียนส่งยิ้มหวานให้อาจารย์อย่างดีใจ แล้วรีบวิ่งเข้าไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ซั่งอี๋สูงวัยมองแล้วก็ต้องส่ายหน้า

            “เป็นผู้สืบเชื้อสายวิ่งได้ที่ไหนกัน มิได้มีความสำรวมเลย”

            “คนนี้คงต้องเหนื่อยท่านหน่อย พยศมากทีเดียวเลยขอรับ”

            “องค์ชายทรงเล่นอะไรอยู่หรือเพคะ หากหม่อมฉันมิใช่นางกำนัลที่ใกล้ชิดพระองค์คงนึกว่าเป็นขันธีหนุ่มรูปงามไปแล้ว”

            “...”

            “เอาเถอะ หม่อมฉันจะไม่คาดคั้น หากแต่พระองค์ต้องดูแลคุณหนูคนนั้นเองแล้วล่ะ หม่อมฉันมิบังอาจจะก้าวก่ายคนของพระองค์หรอกเพคะ” นางกำนัลผู้อยู่มานานนมกล่าวอย่างนอบน้อม ถึงจะไม่รู้ว่าเหตุผลขององค์ชายห้าคืออะไร แต่นางก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าหนุ่มน้อยคนนั้นมีอิทธิพลต่อองค์ชายเพียงใด

            “ปั๋วเสวียนไม่ใช่คนของข้า...”

 

          และนางก็รู้ด้วยว่า องค์ชายสุดที่รักของนางปากแข็งเสียยิ่งกว่าอะไร ส่งเสียงหัวเราะในลำคอตามแบบฉบับของผู้ดีแล้วกล่าวถ้อยคำที่คิดอยู่ภายในใจ

 

            “หากแต่ไม่ช้าก็เร็ว เดี๋ยวก็เป็นของพระองค์อยู่ดี”

 

 

❀❀❀❀❀❀❀❀20%❀❀❀❀❀❀

 

            การฝึกเป็นไปอย่างเข้มงวด นายน้อยสกุลเปี้ยนขมักเขม้นอยู่กับการเดิน นั่ง คำนับ และพิธีการอื่นๆ อีกมากมาย ปั๋วเสวียนเพิ่งรู้ว่าบุรุษอื่นในหอฝึกนี้มีรูปร่างอ้อนแอ้นและหน้าตาสะสวยกว่าสตรียิ่งนัก

           

            เห็นแบบนี้แล้วก็คงมีแต่ข้าที่รูปงามสมชายชาตรีที่สุด

 

            คุณชายตัวน้อยคิดเองภายในใจ คนร่วมชะตากรรมส่วนใหญ่ปฏิบัติตนได้ดีราวกับเกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนี้ แต่ปั๋วเสวียนเล่า? ชายแท้ที่แสนกล้าหาญ เกิดมาเป็นบุรุษเพศที่หยาบกร้านเช่นนี้หรือจะทำท่าทางอ่อนช้อยได้? ก็บอกแล้วว่าปั๋วเสวียนน่ะบุรุษกล้า จะมาทำตัวนุ่มนิ่มก็คงจะยาก

 

            หากแต่คนกล้าไม่รับรู้ถึงสายตาคนอื่นที่มองมา ปั๋วเสวียนมีท่าทีที่เหมาะเจาะ ไม่นุ่มนิ่มจนดูเหมือนปรุงแต่ง แต่การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติอย่างยิ่งยวด จะมีผิดบ้างก็แค่ลืมข้อกำหนดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง

            “อ๊ะ!” ร้องเสียงหลงเมื่อในขณะที่กำลังก้าวเดินอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีลมอุ่นๆ เป่ารดที่ต้นคอพร้อมกับฝ่ามือหนาที่ลูบไล้แผ่นหลังตนอย่างบางเบา

            “ท่านห่อไหล่เกินไป เชิดไหล่อีกนิด” ลมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่หลังท้ายทอยซึ่งเป็นจุดอ่อนของตนจนขนลุกซู่ ปั๋วเสวียนแทบอยากจะหันไปปล่อยหมัดใส่ขันธีตัวสูง หากแต่สายตาของซั่งอี๋คนเดิมกำลังจ้องจับตามองเขาอยู่...เป็นอันว่าการโต้ตอบถูกพับเก็บไปในทันที

            “ยกไหล่ให้สง่ากว่านี้ ไหล่ท่านลู่ตกเกินไป” ความใกล้ชิดเกิดขึ้นอีกครั้งขณะคนตัวเล็กเคลื่อนย้ายมาฝึกท่านั่ง เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นเฉียดใบหูจนดวงตาเรียวรีเบิกกว้างเพราะตกใจ คุณชายหน้าหวานพยายามคุมลมหายใจของตนไม่ให้ติดขัดและประหม่าเกินไป คิดในใจว่าคงเป็นหน้าที่ของขันธีรูปงามผู้นี้เท่านั้น

            “การคำนับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะในวันสมรสพวกเจ้าจะต้องคำนับหลายต่อหลายครั้ง ข้าสอนพวกเจ้าหลายรอบแล้ว ต่อไปนี้ใครทำผิดข้าจะตี” สิ้นสุดคำพูดของนางกำนัลชั้นสูง ทุกคนต่างมีสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะเป็นที่รู้ๆ กันว่าซั่งอี๋คนนี้พูดจริงทำจริงเสมอ เพราะขณะที่กำลังฝึกสอนก็มีคนถูกตีไปหลายคนแล้ว

 

            ปั๋วเสวียนก้มลงคำนับอย่างเงอะงะเพราะตนไม่ถนัดกับเรื่องแบบนี้เลย ใจดวงน้อยพยายามปลอบใจว่ากำลังซ้อมเป็นเจ้าบ่าวให้หญิงสาวในเมืองอยู่จึงมีกำลังใจขึ้นทันตา

            “มือของท่านตอนยกต้องสูงกว่านี้” เป็นอีกครั้งรอบที่ล้านแล้วกระมัง...ขันธีหนุ่มจอมวุ่นวายยังคงวนเวียนแตะนั่นจับนี่เขาไปเสียทุกครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มเดินมาจับมือเรียวยกให้สูงขึ้นตามระดับที่ควรจะเป็น แต่เพราะทั้งสองอยู่ในระยะใกล้ซึ่งกันและกัน เมื่อปั๋วเสวียนเงยหน้าก็ถึงกับต้องผละตัวออก

 

            ปึ้ก!~ หงายหลังล้มลงจนอีกคนใจหายตามไปด้วย

 

            “มะ มือข้า...” เอ่ยเสียงสั่นพร้อมกับใบหน้าเริ่มขึ้นสี และเพราะคุณชายเปี้ยนทำท่าทางท่แตกต่างจากผู้อื่นจึงเป็นที่สังเกตุได้ง่าย นางกำนัลแสนโหดถามไถ่อย่างเป็นห่วงแต่คนฟังกลับกลัวจับจิต

            “มีอะไรงั้นหรือคุณชายสกุลเปี้ยน? หรือข้ายังตีท่านไม่พอถึงได้ทำท่าผิดอีก”

            “ปละ เปล่าขอรับ! ข้าเพียงแต่ก้มผิดจังหวะเลยเสียหลักล้ม” ปั๋วเสวียนรีบตั้งตัวใหม่อีกครั้งพร้อมกับรีบตอบคำถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูหวานถูกฟันกระต่ายคู่ของตนกัดฉับเพราะความประหม่า

 

          ใครจะไปกล้าพูดว่าตอนที่ถูกขันธีบ้านั่นจับมือ มือของข้าเฉียดสัมผัสกับของสงวนของเขากันเล่า!

           

            “ท่านมีปัญหาหรือไม่”

            “ไม่! ข้าไม่มี”  รีบตอบกลับแล้วก้มหน้าลงตั้งใจคำนับอีกครั้ง ปั๋วเสวียนนึกอยากจะรัวหมัดใส่คนโง่งมที่ถามมาได้ว่ามีปัญหาหรือไม่? มีสิ! มีแน่! เพียงแต่จะพูดออกไปก็กระดากอายจนอยากเอาหัวจุ่มพื้นดินเลยเชียว!

            “อื้อ!” ครางฮือในลำคอเมื่อระหว่างการปฏิบัติท่าจิบน้ำชาถูกปลายนิ้วหนาของอีกคนสัมผัสที่ใบหน้าหวานไล้มายังคางเรียวแล้วดันให้เงยหน้าขึ้นจนสายตาของคนทั้งสองสบตากัน

 

          เพียงตาจ้องตาภายในก็เต้นถี่รัว...

          ปั๋วเสวียนไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน...

          หน่วยตาคมจ้องมานัยน์ตาหวานฉ่ำอย่างไม่ลดละ...

          ขันธีหนุ่มรูปงามคนนี้เป็นใครกัน? พบเพียงวันเดียวกลับจับเนื้อตัวเขาไปหลายจุดแล้ว...

 

            “อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอดังขึ้นขัดให้ท้งสองผละออกจากกันเสียที นายน้อยแทบทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกผู้คนจ้องมาอย่างไม่วางตา

            “ท่านควรอดใจให้มากกว่านี้นะองค์ชาย” กระซิบให้ได้ยินเพียงสองคนทั้น หญิงชราส่ายหน้าอย่างตำหนิแต่ไม่จริงจังนัก องค์ชายของนางโตเป็นหนุ่มก็คงถึงวัยที่อยากจะมีคู่ครอง คงไม่แปลกเท่าไรที่จะเผลอไผลไปบ้าง

            “ข้า...ข้าไม่ได้จะทำอะไร ข้าเพียงแต่จะเชยคางให้ปั๋วเสวียนเงยหน้าในระดับที่...”

            “สายตาของท่านแสดงออกมาเพียงใดต้องให้ข้าบรรยายหรือไม่?” ยังไมทันที่บุรุษผู้สูงศักดิ์จะอธิบายอะไร หญิงชราผู้มากประสบการณ์ก็เอ่ยขัดขึ้นจนคนปากแข็งต้องเงียบลง

           

            เจตนาเพียงแค่ให้ปั๋วเสวียนเงยหน้าขึ้นเท่านั้น

            แต่สิ่งที่นอกเหนือเจตนาเขาเองก็มิอาจต้านทานได้จริง...

 

            “เอาล่ะต่อไปจะเป็นการถวายบังคม สำคัญและจริงจังมาก เพราะหากมีใครโชคดีอาจจะได้เป็นผู้สืบเชื้อสายชั้นสูงซึ่งต้องแต่งเข้าวัง คงจะต้องถวายบังคมกันหลายรอบทีเดียวเชียว” ปั๋วเสวียนตังใจฟังซั่งอี๋พูดอย่างใจจดใจจ่อ เขาพยามทำตามหลายต่อหลายรอบอย่างตั้งใจ

 

            นี่ไม่ได้ตั้งใจเรียนเพราะอยากเป็นผู้สืบเชื้อสายหรอกนะ

            แต่ตั้งใจทำเพื่อจะได้ไม่โดนขันธีโรตจิตนั่นล่วงเกินอีกต่างหาก!

 

            “คุณชายเปี้ยน แอ่นตัวไปข้างหน้าหน่อย”

            “...” ปั๋วเสวียนแอ่นตัวตามอย่างตั้งใจ

            “คุณชายเปี้ยน แอ่นมากเกินไปแล้ว แอ่นพองามสิ”

            “...” ปั๋วเสวียนพยักหน้าแล้วแอ่นตัวกลับตามเดิม

            “คุณชายเปี้ยน ท่านต้องโก่งก้นมากขึ้นกว่านี้”

            “...” ปั๋วเสวียนขมวดคิ้วให้กับความยากแต่ก็แอ่นก้นตามคำสั่งแต่โดยดี

            “คุณชายเปี้ยน ท่านแอ่นเกินไปแล้ว!” นางกำนัลชั้นสูงถึงกับหลุดน้ำโหเพราะคุณชายตัวเล็กดูจะเงอะงะเกินไปเสียหน่อย ไม่มีความพอดี เดี๋ยวก็แอ่นมากไป แอ่นน้อยไปจนคนสั่งห่างๆ อย่างนางปวดหัวไปหมด

            “!!!” ตาเรียวรีเบิกกว้างทันทีเมื่อถูกล่วงเกินอีกครั้ง และไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกันที่บังอาจมาล่วงเกินร่างกายของเขา

 

            จะเป็นใครได้อีกนอกเสียจาก...

            ขันธีหนุ่มรูปงามหูกางหน้าคมคนนี้น่ะสิ!!!

 

            “จะ เจ้า...เจ้า..เจ้า...” เสียงเล็กสั่นพร้อมกับแก้มกลมที่ขึ้นสีแดงจัดจนหนาฟัด คนล่วงเกินที่เจตนาจะช่วยเหลือยังคงไม่รู้ตัวแล้วจัดท่าทางให้อีกฝ่ายต่อไป

            “ท่านเกร็งก้นเกินไปแล้ว ผ่อนคลายกว่านี้อีกหน่อย ทำแบบนี้จะปวดตัวแย่” จับๆ ตีๆ ดัดๆ ให้ก้นงามงอนโก่งโค้งตามที่ควรทำโดยหารู้ไม่ว่าคุณชายน้อยแสนบริสุทธิ์อย่างคุณหนูปั๋วเสวียนนั้นสติหลุดไปแล้ว

            “เอาล่ะ โก่งระดับนี้พอควรแล้ว” ว่าแล้วก็ผลตัวออกมาชื่นชมผลงานของตนอย่างไม่รู้เรื่อง แต่ปั๋วเสวียนที่แทบหยุดหายใจไปแล้วก็เอ่ยขึ้นอย่างคุมตัวเองไม่อยู่

            “เจ้า...เจ้า...เจ้าล่วงเกิน...ขะ ข้า...อ่อก!

            “ปั๋วเสวียน! ปั๋วเสวียน!” เสียงทุ้มตะโกนลั่นพร้อมใช้แขนแกร่งโอบรัดอีกคนที่จู่ๆ ก็เป็นลมล้มพับไปเฉยๆ หลังจากที่พูดจบ องค์ชายหนุ่มในคราบขันธีโอบอุ้มอีกฝ่ายขึ้นแนบอกด้วยท่าทีร้อนรน

            “วางใจเถอะ ท่านแค่พาคุณชายตัวน้อยไปพักผ่อนในห้อง อีกไม่นานเขาก็จะตื่น” นางกำนัลชั้นสูงยืนมององค์ชายห้าที่แสนลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูกไม่ไหวจึงได้เอ่ยพร้อมแตะมือเหี่ยวย่นลงบนไหล่กว้างเบาๆ เป็นเชิงเรียกสติ

            “ขอบใจท่านมาก” เอ่ยปากขอบคุณคนที่เตือนสติก่อนจะสาวเท้าวิ่งพาอีกคนไปพักผ่อนโดยเร็วไว้ แม้ในใจจะงุนงงไม่น้อยที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็หมดสติไป

 

            โถ่ถัง...องค์ชายห้าที่แสนเย่อหยิ่งเหตุใดจึงไม่รู้ตัวเลยเล่าว่าล่วงเกินหนุ่มน้อยผู้แสนบริสุทธิ์จนอีกฝ่ายแตกตื่นจนถึงขั้นควบคุมสติตนเองไม่อยู่แล้วแน่นิ่งไปเลย!

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

*ซั่งอี๋ คือชื่อตำแหน่งของหัวหน้ากองพระราชพิธี

มีหน้าที่จัดประกอบพิธีต่างๆภายในพระราชสำนัก

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

          {talk ครั้งที่ ๒} มาต่อให้ 100% เร็วไปเนาะ ตอนนี้สั้นนิดเดียวขอโทษนะคะ จริงๆ เนื้อหาในตอนนี้ทั้งตอนต้องอยู่ในกลีบที่ ๔ ค่ะ แต่ว่ากลีบที่ ๔ มันยาวเกินไปแล้วเลยยกมาต่อในกลีบ ๕ แทน รู้สึกว่ากลีบนี้ไม่ค่อยเต็มอิ่มเลยเนาะ กลีบหน้าหรอกน่ะที่องค์ชายเริ่มออกลายแล้ว เริ่มเยอะกับปั๋วเสวียนแล้วววว รอกันหน่อยน้า

{talk ครั้งที่ ๑} เอามาให้อ่านกันก่อนเท่าที่จะเขียนได้ พอดีวันนี้ไม่ว่างต้องไปบ้านพี่สาวไม่มีเวลานั่งปั่นขอโทษด้วยนะคะที่มาไม่ครบอีกแล้ว ;_; ไม่รู้หรอกว่านี่เรียกว่ากี่เปอร์เซ็นรู้แต่ว่ายังเขียนไม่จบตอนที่เขียนพล็อตย่อยไว้ในหนังสือซะอีก lol ยังไงจะรีกลับมานั่งเขียนให้ต่อนะคะ ช่วงนี้ฟีลกำลังมาเลย ชอบๆ มายเมนน่ารักน่าฟัดน่าเอามากระทำชำเรา #ห้ะ?

คำว่า ผู้สืบเชื้อสาย นี่มีแนวคิดมากจากฟิค กลร้ายพ่ายรัก ของพี่เจ้นนะคะ ใครอยากรู้ลองอ่านได้นะ เป็นพีเรียต คริสเทา ชานแบค ฮุนฮัน สนุกมากกกกกก

 

ฝากเอ็นดูฟิคเรื่องนี้ของหมาน้อยด้วยน้า#อริร้ายชานแบค  

 

 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2947 sskyblueeeeeeee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 08:20
    ยัยน้อง55555555
    #2,947
    0
  2. #2901 tenpeachyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:03
    ยัยน้องงงงงน่ารักมากก
    #2,901
    0
  3. #2884 jwsnpy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 08:13
    ขันทีคยหล่อจ้าาปั๋วเสวียนเป็นลมแล้วจ้า อดใจหน่อยองค์ชายยย
    #2,884
    0
  4. #2816 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 16:02
    ถึงขนาดเป็นลมเลย โถ่ๆๆๆ หนูน้อยยย
    #2,816
    0
  5. #2808 NT_TYLY24 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 17:02
    ขันทีต้องโดนตอนแล้วดิ 55555
    #2,808
    0
  6. #2753 pim pimmi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 12:42
    น่าเอ็นดู
    #2,753
    0
  7. #2738 blueberry kisses (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 00:22
    อดใจหน่อยยยชานเลี่ยยย
    #2,738
    0
  8. #2711 Clothia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 11:15
    ปั๋วเสวียนน่าร้ากอ้ะ
    #2,711
    0
  9. #2693 เคแอล9091 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 05:01
    ดูแลดีจังเลยค่ะ5555
    #2,693
    0
  10. #2652 Beebee ja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 00:39
    ทำไมขำแบคไม่หยุด ตกใจจนเป็นลมเลยหรอ 55555555
    #2,652
    0
  11. #2617 YeolYoda (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 23:17
    โอ้ยชอบอ่ะะะะ
    #2,617
    0
  12. #2550 2twinss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 03:02
    เขินมากขึ้นทุกทีแล้ววววววว
    #2,550
    0
  13. #2524 Jammie-Lee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 23:41
    เป็นลมเลยเหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,524
    0
  14. #2523 Jammie-Lee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 23:41
    เป็นลมเลยเหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,523
    0
  15. #2341 POLIPOPzz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 23:55
    เป็นขันธีจะมีของสงวนได้อย่างไรคะ5555 ไม่เนียนนะ
    #2,341
    0
  16. #2324 Yezo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 22:03
    โถถถถถถ พี่ปาร์คหวังดีแท้ๆๆ
    แต่น้องไร้เดียงสาไง 555555
    ู^o^ น่ารักดี
    #2,324
    0
  17. #1856 ยัยปีโป้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 00:48
    ถึงกับความดันขึ้น ล้มตึ้งไปล้าวววว 5555555 ปล. ป๋ายเอ้ยย ขันธีเขาไม่มี'ไอ่นั่น'กันหรอกนะตัวเทอ อิอิ
    #1,856
    0
  18. #1814 Amperio K. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 10:52
    แหม่ ปั๋วเสวียนคนแมน กลัวหนู555555
    #1,814
    0
  19. #1565 Hztp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 15:54
    ชายชาตรีที่ไหนเขาจะเคะได้ขนาดนี้
    ชายหนุ่มแตะต้องตัวนิดหน่อยก็เป็นลมละ 55
    #1,565
    0
  20. #1287 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 15:54
    โอ๊ยตายยย! ชายเลี่ยแต๊ะอั๋งปั๋วเสวียนไม่รู้ตัวเล้ยยยย
    5555555555555555555555555555
    #1,287
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #1051 Pii Ploywoii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 20:55
    ขันทีคนนี้หื่นชรุงงง
    #1,051
    0
  23. #777 Pins_99 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 18:36
    องค์ชายห้า..............
    #777
    0
  24. #726 ✦ RIGOLO ✦ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 17:32
    โอ้ย องค์ชายห้าผู้ชอบแต๊ะอั๋ง โถ่วววววว
    #726
    0
  25. #570 Pawhale (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 02:06
    ชานเลี่ยสวมรอยมาสอนเพราะกะเต๊ะอั๋งปั๋วเสวียนใช่มั้าาาาาาา
    #570
    0