♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 34 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๒๗ {จบ}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    24 เม.ย. 60


 

梅花

เหมยฮวากลีบที่ 27

“ท่านจะไปไหน...จะไปไหนองค์ชาย...”

 

เคยตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบหรือไม่?

.

.

.

ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายตัวเล็กผิวขาวแก้มกลมก็รู้สึกหลงรักเข้าเสียแล้ว แต่ที่ทำเป็นวิ่งหนีหรือเมินเฉยนั้นก็เพียงเพราะกลัวใจตนเองอยู่ แต่หลังจากเหตุการณ์ในที่ทำได้แค่ยืนดูเด็กชายตัวเล็กว่ายน้ำไม่เป็นจมหายไปต่อหน้าต่อตาก็คอยโทษตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นฝ่ายผิดที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

นึกโทษตัวเองมาเป็นสิบปีแต่แล้วโชคชะตาก็พาให้กลับมาพบกัน มิอาจคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญได้เมื่อฟ้าสวรรค์ส่งคนน่ารักให้มาอยู่ชิดใกล้และได้อยู่ด้วยกัน ยามถูกกอดในอ้อมอกนั้นช่างอบอุ่นไปทั่วร่าง ยามได้หอมแก้มนุ่มนั้นช่างชื่นใจ

หากแต่ถ้าฟ้าสวรรค์ส่งคนตัวเล็กมาให้ได้รักแล้วก็คงส่งปั๋วเสวียนมาให้ช้ำเช่นกัน ได้กอด ได้จูบ ได้ชิดใกล้หากแต่มิได้ครอบครอง เรือนกายหอมหวานที่น่าหวงแหนกลับถูกใครอีกคนช่วงชิงไป มิหนำซ้ำยังมีพยานรักร่วมกันให้เจ็บใจเล่นอีก

 

ฟ้าสวรรค์ช่างใจร้าย!

หมุนชะตามาให้พบแต่มิได้ให้รักเหมยหลงเจ็บไปหมดแล้ว!!!

 

“ไงเจ้าแมวหงอย” เสียงทุ้มของคนสนิทศัตรูหัวใจของเหมยหลงเอ่ยขึ้นอย่างหยอกล้อพร้อมลูบแมวสีขาวขนปุยขี้เซาในอ้อมกอดหลังจากร่วมแสดงความยินดีกับการมีพยานรักของเพื่อนซี้และพระชายาคนสวย แอบเห็นเจ้าแมวอ้วนหูลู่หางตกนั่งหงอยอยู่ในศาลาริมบึงก็อดไม่ได้ที่จะผละตัวออกมา

“เมี๊ยว~” เหมยหลงทำเพียงแค่ส่งเสียงร้องตอบกลับให้หนึ่งครั้งก่อนจะเบือนหน้ากลมๆ ไปอีกทาง

 

กำลังเศร้าอยู่ เหมยหลงไม่มีเวลามาเสวนากับท่านจงเหรินหรอก!

 

“นี่เจ้าแมวอ้วน...ทำหงอยไปได้ พระชายาเป็นแม่คนแล้วเจ้าควรจะดีใจนะที่ชานเลี่ยกับปั๋วเสวียนน่ะกลายเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เสียที”

“...”

“นี่ๆ มีลูกกันแบบนี้ก็แสดงว่าได้ร่วมรักกันสินะ ข้าล่ะอยากจะรู้จังเลยว่าไปดีกันตอนไหน ก็เห็นชอบทะเลาะกันเสียข้านึกว่าไม่รอด”

“...”

“อ่าๆ...ได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ยังไม่ทันเดือนเลยก็ท้องแล้ว แสดงว่าก็ต้องร่วมรักกันก่อนหน้านี้สินะ เอ...พระชายาตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์อย่างนั้นหรือ ถ้าคำนวณเวลาแล้วก็คงเป็นช่วงวันไหวพระจันทร์เป็นแน่! คืนนั้นพระชายาต้องดื่มสมุนไพรยาดีจากฮ่องเต้เป็นแน่ เป็นไงล่ะ! เจ้าว่าชานเลี่ยก็เก่งไม่ใช่เล่นเลยใช่หรือไม่เหมยหลง?”

!!!

“ฮ้า...คืนนั้นชานเลี่ยกับพระชายาคง...”

“แง่วววว!!!” เสียงร้องคำรามเล็กแหลมจากแมวแสนรู้ดังขึ้นทั้งๆ ที่จงเหรินยังแกล้งเหมยหลงไม่จบ เหมยหลงขู่ฟ่อๆ จ้องหน้าจงเหรินอย่างเหลืออดแต่คนถูกจ้องกลับยิ้มร่าอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวใดๆ

“ตลกจังเจ้าแมวอ้วน”

 

“ขื่อ...”

“เป็นแมวก็อยู่ส่วนแมวสิ เจ้าจะมารักกับพระชายาปั๋วเสวียนได้อย่างไรถ้าเป็นเหมยหลินล่ะว่าไปอย่าง ดูเจ้าสิทำตัวเกินแมวเสียจริง” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นขยี้หัวขนสีขาวบนหัวของเจ้าแมวแก่แดดอย่างหมั่นเขี้ยว เหมยหลงมองตาขวางอย่างหงุดหงิดแล้วนั่งลงตามเดิมอย่างเหนื่อยใจ

 

ก็ใครมันจะไปรู้ว่าจะเกิดมาเป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงกันเล่า! หากได้เกิดเป็นมนุษย์เหมยหลงสาบานว่าจะทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงพระชายาเป็นแน่!

 

“เลิกเศร้าได้แล้วเจ้าแมวสติไม่ดี เหมยหลงยังไม่มีคู่นะ สนใจไหม?” ว่าแล้วก็จับเจ้าเหมียวในมือที่หน้าตาเหมือนเจ้าแมวจอมพยศไม่มีผิดเพี้ยนยื่นเข้าไปใกล้ๆ จนจมูกกลมๆ ของแมวน้อยเพศเมียชนเข้ากับจมูกกลมๆ ของเหมยหลงเช่นกัน

“ฮ่าๆๆๆ!” แล้วก็ขำเสียงดังลั่นเมื่อแมวหยิ่งอย่างเหมยหลงตกใจเสียจนพลัดตกจากม้านั่งในศาลาลงไปกองกับพื้นแล้วเจ้าตาเขม็ง

“เมี้ยว~” แมวน้อยเพศเมียส่งเสียงร้องคล้ายกับว่ากำลังต่อว่าจงเหรินเช่นกันที่ทำแบบนี้ แต่มนุษย์อย่างจงเหรินหรือจะสนเมื่อแมวทุกตัวบนโลกพูดไม่ได้ จงเหรินก็จะมองข้ามแววตาตำหนิจากแมวน้อยพวกนี้แล้วกัน

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“องค์ชาย...มะ ไม่ต้องก็ได้...”

“ได้อย่างไร เจ้ากำลังท้องกำลังไส้นะ”

“แต่ข้า...”

“ภรรยาที่ดีต้องเชื่อฟังสามีสิถึงจะถูก เจ้ากล้าขัดข้าหรือปั๋วเสวียน”

“ข้า...”

“หากเถียงอีกคำเดียวข้าจะไม่ทำแค่อาบน้ำให้เจ้านะปั๋วเสวียน”

!!!” ประโยคสนทนาถูกหยุดลงเพียงเท่านั้นพร้อมกับพระชายาตัวน้อยที่ตอนนี้กัดริมฝีปากฉับก้มหน้าก้มตาซ่อนริ้วแดงหลังจากได้ยินประโยคเมื่อครู่

 

พอรู้ว่าท้องก็ดูแลเสียจนปั๋วเสวียนทำอะไรไม่ถูกแล้วนะ!

 

“ถ้าเจ้าว่านอนสอนง่ายล่ะก็น่ารักกว่าเวลาเจ้าพยศเยอะเลยรู้หรือไม่”

“ข้าไม่ได้พยศนะ!” ดวงตาเรียวตวัดค้อนใส่คนพูดจาไม่เข้าหูทันทีทั้งๆ ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในอ้อมแขนของอีกคนอยู่...เรื่องของเรื่องก็คือ พอรู้ว่าปั๋วเสวียนท้องชานเลี่ยนั้นก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งกอดทั้งหอมแสดงความดีใจแล้วก็ปรนนิบัติปั๋วเสวียนอย่างดีจนคนรับนั้นตั้งตัวไม่ถูกเลยทีเดียว หนักสุดในตอนนี้ก็คือคนเอาแต่ใจร้องจะอาบน้ำให้ปั๋วเสวียนนี่สิ! พอไม่ให้ก็ขู่ท่าเดียวเลยคนอะไร!

“ไม่พยศก็ดื้อ”

“ไม่ได้ดื้อนะ!

“ดื้อ”

“ไม่! ข้าไม่ได้ดื้อนะคนบะ...อื้อ!” ยังเถียงไม่ทันจบประโยคก็ถูกคนเอาแต่ใจชอบใช้กำลังบังคับจุมพิตปิดปากโดยไม่ทันตั้งตัว พอเขาผละออกยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรก็ถูกโถมเข้ามาอีกครั้งจนคนสูงกว่าพอใจ

“พอรู้ว่าเจ้าท้อง เจ้าก็ดูยั่วยวนใจข้ามากขึ้นไปโดยปริยายเลยนะพระชายา”

“อ๊ะ!” ยังตะลึงกับคำพูดพระสวามีไม่หายก็ถูกช้อนตัวขึ้นในอ้อมแขนจนรีบคว้าคออีกฝ่ายแทบไม่ทัน ปั๋วเสวียนแทบกรี๊ดเมื่อพอขาแตะพื้นก็ถูกปลดเสื้อผ้าออกจนหมด กายบางสั่นสะท้านเมื่อเขาอาบน้ำถูตัวให้อย่างใจเย็นในขณะที่ปั๋วเสวียนทั้งเขินทั้งอายที่ต้องมาเปลืองผ้าแบบนี้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาให้อีกฝ่ายอาบน้ำให้จนเสร็จ

“เหตุใดเจ้าจึงบึ้งตึงนัก มิดีใจหรือที่มีลูกกับข้า” ชานเลี่ยขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจหลังจากที่สวมเสื้อผ้าให้พระชายาของตนเสร็จ แต่ทว่าใบหน้าหวานก็ยังคงแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“มีชีวิตน้อยๆ เกิดขึ้นมาข้าก็ต้องดีใจสิ”

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงบึ้งตึง? หรือว่าแพ้ท้องแล้วเกลียดข้าหรือ” เอ่ยถามแบบขำๆ แต่ไหนเลยจะรู้ว่าคำตอบที่ได้จะบีบหัวใจเช่นนี้

“...ไม่ท้องข้าก็เกลียด...” ถึงจะรู้ว่าแท้จริงแล้วพระชายาน่ะปากแข็งมากเพียงไหน คืนไหว้พระจันทร์ก็หลุดปากบอกรักตนมาแล้ว แต่การที่พระชายาเอาแต่พูดจาทำร้ายน้ำใจตนเช่นนี้บ่อยๆ บางครั้งก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน

"อย่างนั้นหรือ...หากข้าตายไปเจ้าคงจะดีใจสินะ?” ชานเลี่ยเผยหน้าเศร้าพูดเสียงอ่อน ก้มลงมอบจุมพิตบางเบาเข้าที่แก้มเนียนใสแล้วทิ้งร่างลงนอนบนเตียงอย่างเชื่องช้า

“เจ้าก็ทนข้าอีกหน่อยแล้วกัน อีกไม่นานหรอกเจ้าก็จะไม่ต้องทนเห็นหน้าข้าอีกแล้ว”

“มะ หมายความว่าอย่างไร?” ปั๋วเสวียนใจหายวาบเมื่อได้ยินคำพูดตัดพ้อนั้น ใจดวงน้อยแอบสั่นระริกอยากตบปากตนเองเหลือเกินที่เผลอพูดจาตรงกันข้ามกับหัวใจอีกแล้ว

“นอนเถอะ ข้าจะไม่กวนใจเจ้าแล้ว” พูดเพียงแค่นั้นแล้วชิงหลับตาลงเหมือนคราวก่อนอีกครั้ง แต่ครานี้ดูเหมือนพระสวามีจะดูไม่สบอารมณ์มากกว่าครั้งก่อนเป็นเท่าตัว ปั๋วเสวียนเม้มริมฝีปากแน่น อยากจะเรียกเขาให้ลุกขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่องแต่ก็มิกล้ามากพอ

“ข้ามิได้อยากพูดเช่นนั้นเลยนะ ให้เวลาข้าหน่อยสิองค์ชาย...” แอบพูดเสียงแผ่วเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว กายบางเอนตัวลงนอนข้างกายหนาพวงแก้มใสแนบลงบนอกอุ่นอย่างถือวิสาสะตามด้วยฝ่ามือน้อยๆ ที่แอบโอบกอดเอวหนาอย่างแผ่วเบา

“ขอเวลาข้าอีกหน่อย...ข้าจะบอกรักท่านเองนะองค์ชาย...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“พระชายาตื่นได้แล้วเพคะ”

“อื้ม...” คนถูกปลุกครางในลำคอก่อนจะส่งปลายนิ้วเรียวขึ้นขยี้ดวงตากลมให้ตื่นนอน

“อ้าว...พี่เจี่ยเจีย...”

“เช้าแล้วเพคะ วันนี้หม่อมฉันมาถวายการดูแลพระองค์แทนองค์ชายห้าเพคะ”

“เอ๋?” แสดงสีหน้างุนงงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคนที่ควรจะอยู่ข้างกายบนเตียง แต่ก็พบกับความว่างเปล่าเมื่อคนที่นอนให้ซบอกเมื่อคืนนั้นไม่อยู่แล้ว

“องค์ชายไปไหนกัน?”

“เห็นว่าต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อคุยราชกิจสำคัญเพคะ เอ่อ...แลดูองค์ชายจะคร่ำเครียดมากด้วยเพคะแล้วก็ดูอารมณ์ไม่ดีเลย ไม่ทราบว่าเมื่อคืนพระชายามีปากเสียงกับองค์ชายหรือไม่เพคะ”

“เอ่อ...คือว่า...”

“โธ่...พระชายา...มีลูกด้วยกันแล้วนะเพคะ หากไม่รีบบอกรักตอนนี้เกรงว่าอาจจะไม่ได้บอกอีก...อุบ!” สาวใช้คนสนิทแทบจะตบปากตัวเองแล้วเชียวที่เผลอพูดเรื่องสำคัญออกไป แต่นั่นก็ทำให้พระชายาอยากรู้ยิ่งเข้าไปอีก

“หมายความว่าอย่างไรพี่เจี่ยเจีย เหตุใดข้าจึงจะไม่ได้บอกอีก”

“มะ ไม่มีอะไรเพคะพระชายา...” หญิงสาวมีสีหน้าซีดเผือกเสียจนปั๋วเสวียนใจคอไม่ดี...หากไม่มีอะไรแล้วเหตุใดพี่เจี่ยเจียต้องดูมีพิรุธเช่นนี้กันเล่า!

“ทรงอาบน้ำผลัดผ้าเถอะเพคะ ประเดี๋ยวต้องเสวยอาหารให้ตรงเวลาเพื่อพระโอรสหรือพระธิดาในครรภ์พระองค์จะได้แข็งแรงนะเพคะ”

“แต่พี่เจี่ยเจียทำให้ข้ากังวล...”

“ไม่มีอะไรน่ากังวลไปกว่าพระชายาไม่ดูแลสุขภาพแล้วเพคะ...ได้โปรด...” เมื่อเห็นสีหน้าอ้อนวอนแกมบังคับจากนางกำนัลคนสนิทแล้วปั๋วเสวียนจึงทำได้แต่ถอนหายใจแล้วทำตามที่นางบอกแม้ในใจจะรู้สึกไม่ดีเลยสักนิดเดียว...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“ป่านนี้พระชายากับองค์ชายห้ายังไม่สารภาพรักต่อกันอีกหรือพี่อี้ฟาน” เสียงแหบพร่าของว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดใจ

“ไม่ได้เรื่องเลย น้องชายท่านก็มัวแต่เล่นตัวอยู่นั่น หากสารภาพรักไปก่อนก็จบแล้ว ปั๋วเสวียนไม่ได้เป็นเด็กดื้ออะไรขนาดนั้นนี่!” คนฟังหลุดขำเล็กๆ ก่อนจะเป่ายาสมุนไพรอย่างดีให้บรรเทาความร้อนเพื่อป้อนคนป่วยที่กำลังหงุดหงิด

“ดื้อน้อยเสียที่ไหนกันเล่า...หากสารภาพรักออกไปตรงๆ ขี้คร้านจะเขินอายเสียใจไม่กล้ามองหน้า...ปั๋วเสวียนน่ะถือตนว่าเป็นบุรุษแท้ที่คู่ควรกับอิสตรีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร วิธีที่จะทำให้ปั๋วเสวียนยอมรับรักจากชานเลี่ยแล้วก็ยอมรับใจตนเองน่ะก็มีแค่ทำให้พูดออกมาเองอย่างเดียวเท่านั้น”

“โธ่...ถ้าอย่างนั้นก็บอกให้น้องชายท่านเฉาตายไปก่อนได้เลย ข้าวางเงินเดิมพันไว้เลยว่าปั๋วเสวียนไม่ยอมบอกรักก่อนแน่!

“เรื่องของชานเลี่ยกับปั๋วเสวียนน่ะเจ้าวางใจเสียเถอะ แล้วนอนคว่ำให้ข้าทายาให้เจ้าดีๆ เสียเด็กดื้อ” อี้ฟานส่ายหน้ากับท่าทางจริงจังเกินเหตุของว่าที่พระชายาตนแล้วหยิบถ้วยยาสำหรับทาแผลขึ้นมา แต่ก็ต้องฉงนเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นคนรักถอยกรูไปชิดผนังห้อง

“เป็นอะไรไปจื่อเทา”

“ข้าไม่ทา!” จื่อเทาส่ายหน้ารัวๆ ราวกับลูกหมาเวลาสะบัดขน

“หืม? เจ้าเป็นอะไร...หากไม่ทายาแล้วแผลเจ้าจะหายไหม”

“กะ ก็ให้มันหายเองสิท่านพี่!

“เอ๊ะ! เหตุใดเจ้าต้องขึ้นเสียงใส่พี่ด้วยเล่า?” เมื่อจื่อเทาเริ่มดื้อและมีท่าทีพยศ คนอย่างอี้ฟานหรือจะยอม เขาล่ะไม่ชอบนักพวกเด็กดื้อ โดยเฉพาะหากจื่อเทามาดื้อใส่เขาล่ะก็จะจับมาจีก้นเสียให้เข็ด

“กะ ก็ข้าบอกว่าไม่ต้องทา เดี๋ยวแผลมันก็หายเอง”

“รอให้หายเองมันจะช้านะ แล้วก็อาจจะติดเชื้อได้ด้วย”

“แต่ข้า...”

“หันก้นมาจื่อเทา!” เมื่อเด็กน้อยในโอวาทเริ่มดื้อดึงจนทนไม่ไหว องค์รัชทายาทผู้ไม่เคยมีใครขัดใจเว้นเสียแต่คนตรงหน้าเท่านั้นก็เริ่มหงุดหงิด

“ไม่เอานะ มันแสบ!

“ถ้าเช่นนั้นพี่จะทำเบาๆ”

!!!

 

...บ้าจริง! แล้วเหตุใดข้าจะต้องมาเขินกับคำพูดเมื่อครู่ของพี่อี้ฟานด้วยเล่า!...

 

จื่อเทาเม้มปากแน่นแล้วแอบต่อว่าตนเองในใจ ความจริงแล้วที่ไม่อยากให้เขาทายาที่แผลให้ก็เพราะว่าเขินอายนี่แหละ! ถึงจะชิงสุกก่อนห่ามเคยมีสัมพันธ์รักกันมาหลายหนแล้ว แต่ครานี้ต้องมานอนเปิดก้นให้เขาลูบก้นทาแผลให้เนี่ยนะ?

 

ไม่! มี! ทาง!

 

“ปั๋วเสวียนตั้งครรภ์แล้ว เจ้าควรจะรีบๆ หายแล้วก็ไปอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับปั๋วเสวียน”

“ข้ารู้แล้ว! แล้วข้ารับใช้ที่คอยทาแผลข้าหายไปไหนล่ะ เหตุใดท่านพี่ต้องมาทาแผลให้ข้าเอง”

“ข้าไล่ไปเอง วันนี้ข้าจะทาแผลให้เจ้าเอง” ว่าแล้วก็กระตุกนิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์...ก็นะ อี้ฟานรู้แล้วล่ะว่าเหตุใดจื่อเทาถึงได้ดื้อดึงนัก...คงไม่พ้นว่าเขินอายเขาเป็นแน่...

“ท่านพี่แกล้งข้าอย่างนั้นหรือ!” จื่อเทาโวยลั่นเมื่อเห็นคนตรงหน้ากระตุกยิ้มร้าย เรื่องเจ้าเล่ห์ขอให้บอก องค์ชายสองน่ะมิเป็นรองใคร!

“หันก้นมามะ พี่จะทาแผลให้เจ้าเอง”

“ท่านพี่! ข้าป่วยอยู่นะยังจะมาทำตัวเจ้าเล่ห์อีก!”  จื่อเทาร้องเสียงหลงทันทีเมื่ออี้ฟานขยับกายลุกขึ้นมานั่งบนเตียงพร้อมทำมือขยำๆ ทำเอาตนรู้สึกหวาดกลัว

 

นี่ข้าจะแต่งงานกับบุรุษเจ้าเล่ห์ที่น่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

 

จื่อเทาได้เพียงแต่สบถในใจพลางลอบคิดว่าพระชายาปั๋วเสวียนจะต้องรับมือกับองค์ชายห้าเช่นตนด้วยหรือไม่...รายนั้นน่ะหลอกง่าย แกล้งง่ายก็เพราะว่าไม่ค่อยได้เผชิญโลกภายนอกอันมาจากการที่ถูกเลี้ยงดูดั่งไข่ในหินมากเกินไป...แค่คิดก็ชักจะสงสารเสียแล้ว...คงจะเป็นดั่งลูกแมวตัวน้อยที่อยู่ภายในอำนาจราชสีห์สินะ!

“อ๊ายยย!” จื่อเทาเผลอหลุดร้องออกมาเสียงหลงเสียจนไม่เหลือคราบบุรุษเพศที่แท้จริง เมื่อองค์รัชทายาทตัวร้ายกระโจนเข้าใส่จนตนนั้นหงายหลัง ก้นช้ำๆ ก็ถูกกดทับลงบนที่น้อยจนต้องร้องลั่น แต่คนแกล้งกับหัวเราะลั่นที่ว่าที่พระชายาของตนนั้นน้ำตาคลอแต่พยายามกลั้นเอาไว้

“ท่านมันคนบ้า! นี่แหนะ!” จื่อเทาทุบเข้าที่หัวไหล่คนนิสัยไม่ดีแต่ทว่านอกจากคนโดนตีจะไม่สะทกสะท้านแล้วฝ่ายที่เจ็บก็ยังดันเป็นจื่อเทาเสียเอง

“โอ๊ย! ท่านมันคนหรือหินกันแน่! นอกจากข้าจะถูกโบยจนก้นช้ำแล้วมือข้ายังปวดราวกับกระดูกข้ากำลังจะหัก!” จื่อเทาหน้างอตวัดดวงตาเรียวจ้องเขม็งไปยังคนขี้แกล้งที่กำลังกุมท้องหัวเราะตนอยู่ กำลังจะอ้าปากต่อว่าเขาอีกครั้งแต่ก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน

“ข้าไม่ได้เล่นกับเจ้าเช่นนี้นานแล้วนะ...”

!!!

“...ตั้งแต่ที่เจ้ารับรู้ว่าข้าต้องแต่งงานกับผู้สูงศักดิ์เท่านั้นเจ้าก็ดูเหมือนมีอะไรภายในใจตลอด”

“ข้า...”

“แต่วันนี้...เราทั้งสองไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีกแล้ว ความรักของข้าและเจ้าจะไม่เกิดขึ้นในยามค่ำคืนโดยต้องหลบซ่อนจากสายตาผู้คนอีก...การขึ้นเป็นชายาของข้าและแม่ของแผ่นดินในอนาคตอาจเป็นสิ่งที่ยากและหนักหนาสำหรับเจ้า...”

“...”

“แต่ขอเพียงเจ้ายังยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างข้า...ข้าก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเจ้า เราจะเหนื่อยไปด้วยกัน จะฝ่าฝันอุปสรรคและชนะใจผู้คนให้ได้ ให้คนเหล่านั้นได้เห็นถึงความสามารถและความดีของเจ้า...แล้วสักวัน...”

“พี่อี้ฟาน...”

“...พวกเขาจะรักเจ้าในฐานะแม่ของแผ่นดิน...เฉกเช่นที่ข้ารักเจ้าในฐานะแม่ของลูกข้า...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

ดวงจันทร์คืนนี้ช่างแลดูเป็นคืนที่แสนเศร้า...ทั้งๆ ที่ฉายแสงสีนวลในยามค่ำคืนดั่งเช่นทุกวัน แต่ทว่าในวันนี้ปั๋วเสวียนกลับรู้สึกแปลกๆ ในใจวูบโหวงและพาลเศร้าหมองอย่างหาสาเหตุมิได้...อาจเป็นเพราะกังวลถึงคำพูดแปลกๆ ของพระสวามีและนางกำนัลคนสนิทก็เป็นได้

 

...แอด...

 

เสียงประตูห้องเลื่อนเปิดออกในยามวิกาลตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ของเจ้าของห้องอีกคนกำลังเดินเข้ามา เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่บ่งบอกได้ดีว่าอีกฝ่ายดูเหน็ดเหนื่อยเพียงใด ตรงเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายโดยใช้เวลาไม่นานก่อนจะพบว่าพระชายาตัวน้อยตอนนี้กำลังลุกขึ้นนั่งรอคอยตนอยู่

“ยัง...ไม่นอนอีกหรือพระชายา...”

“อืม...”

“เจ้าควรจะนอนได้แล้ว คนท้องมิควรจะนอนดึกประเดี๋ยวจะเสียสุขภาพ” ตอบเพียงเท่านั้นก็ตั้งท่าเตรียมล้มลงนอน คนตัวเล็กมองการกระทำนั้นอย่างนิ่งอึ้ง...เพราะพระสวามีดูกลับกลายเป็นคนเย็นชาดั่งคราที่รู้จักกันใหม่ๆ อีกแล้ว

“ทะ ท่าน...ขะ ข้ามีเรื่องอยากจะถาม...”

“หืม?...ว่ามาสิ...”

“ท่าน...ที่ว่า...ที่ว่าอีกไม่นานข้าก็จะไม่ต้องทนเห็นหน้าท่านอีกนั่นหมายความว่าอย่างไร...”

“...” พระชายาตัวน้อยเม้มปากแน่นเมื่อดูเหมือนว่าจะไร้ซึ่งคำตอบจากปากคนตรงหน้า หน่วยตาคมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาเรียวราวกับต้องการสื่อบางอย่าง มันทั้งเศร้าสร้อยและดูอ้อนวอน...

“องค์ชาย...”

“นั่นคือสิ่งที่เจ้าต้องการมิใช่หรือพระชายา เจ้าพร่ำบอกเสมอว่าเกลียดข้านักหนา เจ้าตัวน้อยในท้องเจ้านั้นก็เกิดจากการร่วมรักที่เจ้าจำยอมให้เกิดเพียงเพราะประเพณีเท่านั้น”

“ข้า...”

“และหากเจ้าไม่เต็มใจที่จะต้องอยู่กับชายที่ไม่ได้รักเช่นข้าแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าก็คงมิฝืนเจ้าอีก” พูดจบก็ล้มตัวลงนอนลงทันที คนฟังถึงกับเบิกตาโพลงด้วยใจที่วูบโหวงและตื่นตระหนก สิ่งใดคือการที่ปั๋วเสวียนจะไม่ต้องทนฝืนอีก!?

“อะ องค์ชาย! ท่านหมายถึงอะไร! องค์ชายลุกขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ!” ร่างเล็กตัวสั่นไปหมด พยายามเขย่าคนข้างกายให้ลุกขึ้นมาอธิบายให้ตนเข้าใจ แต่กระนั้นแล้วคนแสร้งหลับก็ทำเพียงแค่พลิกตัวหันหลังให้พร้อมพูดถ้อยคำบาดใจปั๋วเสวียนอีก

“พรุ่งนี้ข้าจะต้องออกเดินทางแต่เช้า...นอนเสียปั๋วเสวียน...”

“ท่านจะไปไหน...จะไปไหนองค์ชาย...” เสียงหวานเริ่มสั่นในหัวก็คิดไปตีความไปต่างๆ นาๆ

“...”

“องค์ชาย...ได้โปรด...ข้าใจไม่ดีเลย...ฮึก...” และแล้วริมฝีปากบางสีแดงสดก็เริ่มเบะออกพร้อมๆ กับหยดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากดวงตาใส...ปั๋วเสวียนยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเช็ดน้ำตาส่วนอีกข้างก็ยังคงส่งแรงเขย่าพระสวามีอยู่เช่นเคย

 

...ปั๋วเสวียนก็แค่กลัวและไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดเช่นนี้...

 

ก่อนหน้านี้องค์ชายห้าก็ทรงงานหนักกลับตำหนักค่ำมืดอย่างที่เห็น ไปลอบถามจงเหรินมาก็ได้ความว่าช่วงนี้ศัตรูรุกรานตามเขตชายแดนอยู่บ่อยครั้งองค์ชายจึงต้องคอยอ่านฎีกาและช่วยพระบิดาวางแผนกำจัดอย่างเคร่งเครียดขออย่าให้เป็นอย่างที่ปั๋วเสวียนคิดเลย...

“พระชายา...เหตุใดจึงได้...”

“ฮึก...ข้าอึดอัด เหตุใดท่านจึงมิพูดกับข้า ฮือ...ท่านจะไปไหน องค์ชาย...ท่านจะไปไหน” ร่างเล็กร้องไห้ราวกับเด็กน้อยจนคนมองทนไม่ไหว ทั้งสงสารและเป็นห่วงจึงได้รวบกอดกายบอบบางที่สั่นสะท้านราวกับลูกนกตัวน้อยๆ ไว้ในอ้อมกอด

“ตอบข้ามาสิ ฮึก...ท่านจะไปไหนกัน...” ปั๋วเสวียนสะอื้นไห้จนชานเลี่ยเกือบจะใจอ่อน แต่ทว่าการทำการใหญ่นั้นมิควรที่จะใจอ่อน เขายังมิสามารถบอกถึงเหตุจำเป็นได้ในเวลานี้

“พระชายา...เจ้าร้องไห้ทำไมกัน ข้าคือคนที่เจ้าเกลียด...เจ้าควรจะดีใจมิใช่หรือที่ข้าจะห่างจากเจ้า”

“ฮือ...”

“นอนเสียเถอะ” เอนกายลงนอนอีกครั้งโดยไม่ลืมที่จะคว้าคนตัวเล็กไว้แนบกายด้วย ปั๋วเสวียนยังร้องไห้ตัวสั่นไม่เลิกจนคนปลอบเหนื่อยใจ มอบจุมพิตอันแสนอ่อนโยนและบางเบาประทับบนหน้าผากขาวนวลอย่างทะนุถนอม

“นอนเสียเถิด พรุ่งนี้ข้าต้องเดินทางแต่เช้า...”

“ท่านจะไปไหน...ฮึก...เรายังคุยกันไม่...”

“ชู่ว...นอนได้แล้วพระชายา...พรุ่งนี้เจ้าจะไม่ได้เห็นหน้าข้า...คนที่เจ้าเกลียด...”

“ไม่...ไม่เอา...ฮึก...อย่าไป...” คนตัวเล็กร้องไห้ในอ้อมกอดนั้นอย่างน่าสงสาร หากแต่ปากหรือก็หนักเกินไปที่จะพุดออกไปว่าเหตุใดจึงไม่อยากให้เขาไป...เพราะดูท่าแล้วอีกฝ่ายก็คงไม่ได้มีใจให้ตนสักนิดถึงได้ยอมจากไปอย่างง่ายดาย แต่ด้วยคนท้องที่ต้องการการพักผ่อนมากกว่าคนปกติรวมทั้งยังมีอาการอ่อนเพลียจากการแพ้ท้องด้วยจึงผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายท่ามกลางสายตาตัดพ้ออย่างสุดใจของพระสวามีข้างกาย...

 

เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมพูดออกมากันนะ...ปั๋วเสวียน...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“องค์ชายเพคะ ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วเพคะ” เสียงหญิงสาวอันแสนคุ้นเคยดังเข้ามาในโสตประสาทของคนที่กำลังหลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อน ปั๋วเสวียนขยี้ตาหลบแสงแดดที่แทรกเข้ามาเล็กน้อยก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นพระสวามีในชุดเกราะเต็มยศ

 

...ไม่นะ! ทรงสวมชุดเกราะเช่นนี้...

 

“องค์ชาย!” ปั๋วเสวียนสะด้งลุกขึ้นสุดตัวก่อนจะคว้าท่อนแขนคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเอาไว้

“ท่าน ฮึก...จะไปไหน...” จู่ๆ น้ำตาก็รินไหลออกมาอีกระรอกเพราะกลัวคำตอบจากภาพที่เห็นตรงหน้า แทบไม่อยากคิดคำตอบเพราะไม่อยากให้สิ่งที่คิดนั้นจะเป็นจริง

“พระชายา...”

“ข้า...ฮึก...ข้าไม่ให้ท่านไป...” ร่างเล็กบอกเสียงสั่น ดวงตายังคงจับจ้องไปยังบุรุษตรงหน้าอย่างไม่วางตา

“ข้า...”

“ข้ากำลังท้องลูกของท่านอยู่นะ! ข้าขอใช้สิทธิ์ ฮึก...ไม่สิ...ข้าขอสั่งไม่ให้ท่านไปไหนทั้งนั้น!” ปั๋วเสวียนซบลงบนแขนแกรงพร้อมร้องไห้ออกมาอย่างมิอายผู้ใด กายบางสั่นคลอนไปทั้งตัวจนแทบใจหาย

“ข้าต้องไปทำตามหน้าที่...ข้าไม่สามารถปฏิเสธได้ด้วยหน้าที่ของเชื้อสายกษัตริย์” ว่าพลางค่อยๆ ปลดมือเรียวที่กอดแน่นอยู่บนแขนของตนอย่างเบามือ ปั๋วเสวียนเงยหน้ามองอย่างตัดพ้อแล้วส่ายหน้าอย่างเจ็บปวด

“ข้าท้องอยู่นะ...ท่าน ฮึก...ท่านจะให้ข้าอยู่คนเดียวอย่างนั้นหรือ...ท่านเป็นพ่อก็ต้องอยู่กับลูกกับเมียสิ!” ปั๋วเสวียนตลาดลั่นจนแม้แต่ทหารยามด้านหน้าตำหนักก็พากันสะดุ้งโหยงและมองหน้ากันอย่างเลิกลัก

“ปั๋วเสวียน...ข้ารู้ว่าเจ้าแต่งงานกับข้าก็ด้วยความไม่เต็มใจ และเจ้าก็ฝืนทนที่จะอยู่เคียงข้างข้ามาโดยตลอด...หากข้าไปรบ...การศึกคงใช้เวลานานแต่ก็ไม่มากนัก...และหาก...”

“ฮึก...”

“...หากภายในสามเดือนข้ามิกลับมา...ข้าขอเสด็จพ่อไว้แล้วว่าเจ้าจะมีสิทธิ์เลือกที่จะอยู่ในวังหรือกลับจวนสกุลเปี้ยนก็แล้วแต่เจ้า...”

“มะ ไม่นะ...” ราวกับใจสลายเมื่อได้ยินคำพูดนั้นออกจากปากพระสวามี ปั๋วเสวียนส่ายหน้าพยายามจะไขว่คว้าท่อนแขนแกร่งอีกครั้งหลังจากถูกผู้เป็นสามีดึงกลับไป ร่างสูงยิ้มให้แต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่แสนเศร้าใจนักก่อนจะหันหลังเตรียมจากไป ปั๋วเสวียนร้องไห้ราวกับจะขาดใจพร้อมกับก้าวขาลงจากเตียงแต่กลับรีบร้อนจนพลาดล้มคะมำจนพระสวามีรวมไปถึงบ่าวไพร่ละแวกนั้นต้องรีบวิ่งเข้ามาช่วย

“ปั๋วเสวียนเจ้าเจ็บ...”

“ข้ารักท่านอย่าไปจากข้าเลยนะ! ราวกับเป็นประโยคประกาศิตที่หยุดทุกสิ่งอย่างมิให้เคลื่อนไหวแม้กระทั่งองครักษ์หนุ่มอย่างจงเหรินกับองค์ชายสองและองค์ชายสี่ซึ่งแต่งกายเต็มยศไม่แพ้กันที่กำลังเดินเข้ามาเรียกชานเลี่ยให้รีบเดินทางก็ต้องชะงักเท้าไว้

“ฮึก...ข้าแต่งงานด้วยความไม่เต็มใจก็จริง....แต่ตอนนี้ท่านคือคนที่ข้ารักสุดหัวใจ รักเท่ากับท่านพ่อ ท่านแม่และเจ้าตัวน้อยในท้องของข้าเลยนะ...”
            “พระชายา...”

“ที่ผ่านมาข้าอาจจะไม่กล้าบอกรวมทั้งยังปากแข็งพูดจาทำร้ายน้ำใจท่าน...ฮึก...แต่วันนี้ข้าจะสารภาพความจริงว่าข้าเองก็มีใจให้ท่านมานานแล้ว แล้วท่าน...ฮึก...”

“...”

“ท่านยังจะทิ้งคนที่รักท่านพร้อมกับลูกในท้องได้ลงคอเลยหรือ...ข้าไม่ให้ท่านไปนะองค์ชาย ฮือ...” ปั๋วเสวียนกอดคนตรงหน้าแน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป ท่ามกลางความตระหนกตกใจของหลายคงมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผลิยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

“เอ่อ...ก็แหม่...ก็แค่ไปงานเลี้ยงต้อนรับบรรดาเหล่าทหารที่เพิ่งรบชนะศึกจากทางใต้เองนะพระชายา...เหตุใดจึงมิให้น้องชายข้าไปเสียล่ะ...ตอนค่ำๆ ก็กลับแล้วนะ...” องค์ชายสี่ยกมือขึ้นเกาแก้มพลางถามอย่างไม่เข้าใจ ก็แค่จะไปงานเลี้ยงชนะศึกเลยต้องแต่งกายเต็มยศเพื่อให้เกียรติว่าที่ผู้นำทัพคนใหม่เท่านั้นเอง แต่เหตุใดพระชายาถึงได้ดูหวงองค์ชายห้านักเล่า...

“ฮึก!...วะ ว่าไงนะ!” พระชายาสะอึกก่อนจะผละกายออกจากคนในอ้อมกอดแรงๆ อย่างตกตะลึงเผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แย้มยิ้มส่งมาให้อย่างมีชัยชนะ

“ในที่สุดเจ้าก็พูดมันออกมาเสียทีนะ...คำว่า รักน่ะ...”

“ทะ ท่าน ท่าน ท่าน!...ท่านหลอกข้าหรือ!” ปั๋วเสวียนตวาดดังลั่นพร้อมชี้นิ้วไปยังหน้าของพระสวามีพร้อมกับพวกแก้มที่ซับสีแดงระเรื่อจนลามไปถึงหู

“ข้าเปล่าสักนิด”

“ท่านบอกว่าท่านจะไปรบ!

“ข้าแค่บอกว่า ถ้าหาก ต่างหากล่ะ ก็แค่พูดเผื่อไว้ ไม่ได้บอกว่าข้า กำลังจะ ไปรบนี่นา” ตอบหน้าตายจนปั๋วเสวียนตัวสั่น ทั้งเขินอายแล้วก็อับอายที่พูดความในใจออกมาเสียจนคนรอบข้างได้ยินกันหมด

“ท่าน!

“เจ้าน่ะปากหนักเสียเหลือเกินปั๋วเสวียน หากข้าไม่ทำเช่นนี้เจ้าจะบอกความในใจเสียเมื่อไรกัน”

“ก็…!” ได้แต่เม้มปากแน่นเพราะไม่รู้เช่นกันว่าหากไม่ใช่สถานการณ์ที่แสนกดดันเช่นนี้ตนเองจะสารภาพความในใจออกไปเมื่อไร แต่ก็นะ! การบอกรักท่ามกลางผู้คนมากมายขนาดนี้มันก็เกินไป ปั๋วเสวียนอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว!

“ข้าจะบอกรักเจ้าก่อนก็กลัวเจ้าเขินเสียจนไม่ยอมพูดกับข้า แล้วเจ้าก็ต้องเล่นตัวไม่ยอมบอกความจริงกับข้าเป็นแน่ ข้าจึงต้องใช้วิธีนี้ล่ะนะ ได้โปรดอย่าโกรธข้าเลย ในเมื่อเราสองต่างก็ใจตรงกันเช่นนี้ เหตุใดจึงต้องมาตั้งแง่โกรธกันอีกจริงหรือไม่”

“แต่วิธีอื่นก็มีอีกตั้งเยอะตั้งแยะ ท่านทำแบบนี้ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!” พระชายาเถียงเสียงแข็งพลางจ้องตาเขม็งเสียจนบ่าวไพร่ขนลุกซู่ไปหมด

“เอาไว้ที่หน้าตามเดิมนี่แหละ หากเจ้าย้ายใบหน้าน่ารักของเจ้าไปไว้ที่ก้นข้าคงไม่ยอมหอมก้นเจ้าหรอกนะ”

“ทะ ท่าน!” เบิกตากว้างกับคำพูดแสนน่าเกลียดก่อนจะต้องตาโตขึ้นไปอีกเมื่อริมฝีปากหนาแทรกลิ้นร้อนประกบจูบเข้ามาโดยมิทันตั้งตัว ปั๋วเสวียนนั่งนิ่งตัวแข็งเมื่อถูกล่วงเกินต่อหน้าผู้คนนับสิบ องค์ชายห้าทำเพียงแย่ยกมือเป็นเชิงไล่ทุกคนให้ออกไปโดยยังคงฉกชิงความหอมหวานจากโพรงปากพระชายาไม่หยุดหย่อน

“อื้อ!” เมื่อได้สติคนตัวเล็กก็ผละตัวออกอย่างแรงด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ องค์ชายห้าก้มลงหอมพวงแก้มยุ้ยนั้นอย่างเอ็นดูก่อนจะรวบเข้ามากอดด้วยความรัก

“ข้ารักเจ้าตั้งแต่วันแรกที่พบกันแล้ว...ขอบคุณฟ้าสวรรค์ที่ส่งเจ้ามาเป็นพระชายาของข้า...ข้ารักเจ้านะปั๋วเสวียน...” เสียงตึกตักของใจสองใจประสานเป็นเสียงเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ ใบหน้าเนียนอมชมพูเงยหน้าขึ้นรับจุมพิตแสนหวานอีกรอบด้วยใจที่เปี่ยมสุข

 

...การจุมพิตด้วยความรักที่รับรู้ทั้งสองฝ่ายนั้นช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน...

 

 

 

ว่าแต่...ทั้งสองจะรู้หรือไม่ว่าความสุขที่แสนน่าอิจฉานั้นจะส่งผลให้หัวใจดวงเล็กๆ บางดวงแตกสลายอย่างไม่น่าเชื่อ เหมยหลงนอนหมอบกับพื้นด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอย่างอยู่หน้าตำหนักโดยไม่สนใจเสียงหัวเราะขบขันของท่านจงเหรินหรือองค์ชายทั้งสอง

 

หัวใจของเหมยหลงแตกละเอียดสิ้นดี! เขารักกัน เขารักกันโว๊ยยยยย!

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

ฟิคจบ...จบแล้วนะคะ ฮื้ออออ จบห้วนไปไหมคะ? แต่หมาน้อยก็พยายามอย่างถึงที่สุดแย้วนะ ฮือออออ ฟิคเรื่องนี้ใช้เวลาเขียนทั้งหมด 8 เดือนเกือบ 9 เดือนเลยค่ะ ยังเหลือตอนพิเศษอีกเนาะ เค้าจะค่อยๆทยอยลงให้นะคะ ตอนนี้ขอแต่งตอนพิเศษต่อก่อนเนาะ 555555

ขอบคุณสำหรับทุกคำติ-ชมและกำลังใจจากรีดเดอร์ทุกคนมากๆ เลยนะคะ ถ้าไม่มีนักอ่านที่น่ารักฟิคเรื่องนี้ก็คงไม่ดำเนินมาถึงตอนจบได้แน่นอน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างเลย นอกเหนือจากการชอบเขียนฟิคแล้วก็คงเป็นการได้อ่านคอมเม้นท์หรือแท็กและการคุยกับรีดเดอร์ทุกคนนี่แหละค่ะที่ทำให้มีความสุขแล้วลืมเรื่องทุกข์ใจไปได้

ยังไงก็ขอโทษด้วยนะค้าที่ค้างตอนจบไว้นานมาก เนื่องจากงานเยอะจริงๆ ค่ะสาบาน Orz ตอนพิเศษระหว่างนี้จะลงสปอยด์ให้ก่อน ถ้าจัดส่งฟิคแล้วถึงจะอัพลงให้เต็มๆ นะคะ

 

ฝากเอ็นดูพระชายาในตอนจบนี้ด้วยนะคะ ปล.ฟิคยังจองได้อยู่นะ   #อริร้ายชานแบค 

 

 


S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2937 notisez (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 18:18
    วงวานแมว55555555555 หลอกให้เค้าพูดคำว่ารักกกกแล้วก็ฟินเองง
    #2,937
    0
  2. #2838 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 16:32
    5555 สงสารแมวน้อยนยย สงสารมากๆเลยอ่ะ
    #2,838
    0
  3. #2809 piriya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 14:45
    สนุกมากๆเลย ฮือออ ชอบ><
    #2,809
    0
  4. #2805 Exo_ppppp (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 08:36
    สงสารเหมิยหลงง
    #2,805
    0
  5. #2776 pim pimmi (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 07:55
    พูดซักทีนะ ><
    #2,776
    0
  6. #2742 GTonggCB (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 23:34
    มาอ่านรวดเดียว ประทับใจมากๆเลยค่ะ คู่นี้มีทั้งน่ารัก เศร้า แต่สุดท้ายก็มาใจตรงกันเนี่ยแหละ เชื้อของชานเลี่ยเเรงส์มั้วกก 55555 เรื่องนี้ควรสงสารเสี่ยวหลงที่สุดแล้ว55น่ารักมากค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้อ่าน นะคะ <3
    #2,742
    0
  7. #2729 Meannie Sirichon (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 17:53
    เกลียสสสสสสสสสสสสสชานเลี่ย5555555555555555555555
    #2,729
    0
  8. #2672 Beebee ja (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 14:26
    จะขำหรือสงสารดีอั้ยแมวแก่แดด 5555555555 
    กว่าจะบอกกันได้เล่นเอาคนอ่านลุ้นจนตัวโก่งเลย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 กันยายน 2558 / 14:27
    #2,672
    0
  9. #2589 Helena Kadian (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 20:17
    อ่านกี่ทีก็ขำเหมียงหลง 555555
    #2,589
    0
  10. #2587 joylnr (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 01:22
    งื้ออออออออออออ

    บอกรักกันแล้วววววววววว

    หวานมากกกกกกกกกกกกกกกก

    เรื่องนี้น่ารักมากเลย มีให้ลุ้นทุกตอน

    ปล.เหมยหลงแกเป็นแมวนะโว้ยยยย ไปรักกับเหมยหลินนะแมวน้อย
    #2,587
    0
  11. #2548 Jammie-Lee (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 02:40
    บอกรักสักที งื้อออออออ
    #2,548
    0
  12. #2494 CHdreaM (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 23:38
    เหมยหลง เท่าที่ชั้นทราบแกเป็นแมวไม่ใช่หรอ -*- องค์ชายห้านี่แผนเยอะดีเนอะ แล้วทำปั๋วเสวียนร้องไห้อีก 555 แต่จบแบบนี้น่ารักมากเลยอ่ะ ><
    #2,494
    0
  13. #2493 Yezo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 22:43
    จบแล้วอ่ะยังอยากอ่าอยู่เลยอิอิ
    มีเรื่องใหม่จะตามอ่านันะ
    #2,493
    0
  14. #2492 Chakbann (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 14:17
    ฟินที่สุดเลยยยยยยยย
    #2,492
    0
  15. #2491 เมียฮยอก..กิ๊กน้องแบค (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 23:15
    แหน่ะ องค์ชายห้าขี้หลอกอ้ะ เราก็เกือบจะหลงกลเลยนะ
    #2,491
    0
  16. #2490 aom2000 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 16:11
    รอตอนพิเศษค่าาาา
    #2,490
    0
  17. #2489 aom2000 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 16:10
    อ้ากกกก จบแล้วเหรอ '
    #2,489
    0
  18. #2488 minhogoon (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 13:13
    เหมยหลงนางสนใจมาอยู่กับแมวเตี้ยบ้านเราไหม?? 5555555 อยากเลี้ยงนางจุง
    #2,488
    0
  19. #2486 Manow' Cha (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 22:57
    55555 สงสารเหมยหลง
    #2,486
    0
  20. #2485 kkkk. ★ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:06
    สงสารนังแมวนี่เลย 5555
    #2,485
    0
  21. #2484 Vvzvi (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 20:48
    องค์ชานห้า เจ้าเล่ห์จนจบอะ
    #2,484
    0
  22. #2483 Lady_Beloved (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 19:34
    ถ ถ ถ ถ ถถถถถโถเหมยหลง ยังไม่ตัดใจอีกเหรอ? น่าสงสารจุงเบย 555++
    #2,483
    0
  23. #2482 ilikeadream (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 17:03
    นั่ลล้ากกกกกกกกกก ละมุนเว่อ
    #2,482
    0
  24. #2481 BACON_BAEK (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 16:31
    พระชายาปากแข็งก็ต้องเจอองค์ชายเล่นมุกเนี้ยแหละ เหมยหลงเจ้าช่างน่าสงสารนัก 55555
    #2,481
    0
  25. #2480 BACON_BAEK (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 16:31
    พระชายาปากแข็งก็ต้องเจอองค์ชายเล่นมุกเนี้ยแหละ เหมยหลงเจ้าช่างน่าสงสารนัก 55555
    #2,480
    0