♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 23 : 梅花 ❀ กลีบพิเศษ II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    31 ธ.ค. 57



梅花

เหมยฮวากลีบพิเศษ II


 

 

          จิ๊บจิ๊บ...จิ๊บจิ๊บ...

 

เสียงนกตัวกระจ้อยที่โผบินมาเกาะบนกิ่งไม้บริเวณด้านนอกของตำหนักบุตรชายเพียงของเดียวของสกุลเปี้ยน บรรยากาศยามเช้าเย็นสบายเสียจนเป็นใครก็อยากจะนอนต่อ แต่กับไม่ใช่คุณหนูในจวนนี้

“อื้อ...” ริมฝีปากเล็กส่งเสียงอื้ออึงในลำคอบิดตัวไปซ้ายทีขวาทีก่อนจะค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากที่นอน...คุณหนูตัวน้อยที่ตื่นเช้าเป็นกิจวัตร...

“งือ...” ปลายนิ้วเรียวสวยขยี้ดวงตาเรียวรีของตนเบาๆ ตามปกติของคนเพิ่งตื่นนอน หากมองดูดวงอาทิตย์ที่ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้าดีนักก็คงจะบอกได้ว่านี่เป็นเวลาที่เช้ามาก เช้าเกินกว่าที่คุณหนูจวนอื่นหรือแม้แต่ข้ารับใช้ของตนจะตื่นนอน

“ฮื้อ! คุณจดหมาย!” ร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อนึกถึงสิ่งที่ทำให้ป๋ายเซียนตื่นนอนแต่เช้าตรู่ทุกเมื่อเชื่อวันเช่นนี้...เป็นเพราะ...

 

จดหมายไร้นามแท้จริงของผู้ส่ง

มักถูกวางทับด้วยดอกเหมยดอกงามบริเวรหน้าต่าง

 

ไม่ว่าจดหมายนั้นจะมีจุดประสงค์อันใดป๋ายเซียนเองก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนักเว้นเสียแต่ผู้ส่งเท่านั้นแหละที่ป๋ายเซียนอยากทราบ...ได้รับจดหมายนี้มาตั้งแต่ตอนแปดขวบหลังจากเจอคนใจดีเข้ามาช่วยเหลือตนได้ประมาณสักอาทิตย์หนึ่งก็มีจดหมายลายมือไก่เขี่ยที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ ของเด็กเล็กไว้หน้าซอง

 

อย่าให้ใครอ่านนะ ป๋ายเซียน

 

ต้องขอบคุณคนส่งที่เขียนเพียงแค่คำง่ายๆ มาเท่านั้นมิเช่นนั้นเด็กน้อยวัยแปดขวบเมื่อวันวานก็คงนำจดหมายใจความหวานซึ้งนึกไปให้แม่นมอ่านเป็นแน่...เนื้อความในจดหมายที่ดูธรรมดาเมื่อตอนเด็ก แต่เมื่อนึกถึงมันอีกคราในวัยสิบห้าปีเช่นนี้ก็ทำให้หน้าแดงได้ทีเดียว

 

สวัสดี ป๋ายเซียน ข้า เป็น คน ช่วย เจ้า จาก ปีศาจ ... โต ขึ้น ข้า จะ ดูแล เจ้า นะ...รัก...

 

ใครจะไปรู้ว่าโตขึ้นแล้วจะเข้าใจคำว่า รักมากขึ้น ตอนนั้นหรือก็เข้าใจแค่ว่ารักแบบที่ป๋ายเซียนรักแม่นม แต่เมื่อโตขึ้นใจดวงน้อยก็อดคิดที่จะเข้าข้างตนเองมิได้เลยว่าคำว่า รักที่อีกฝ่ายมอบให้นั้นต้องมีความหมายในเชิงชู้สาวเป็นแน่

 

ก็นะ...เล่นเขียนจดหมายมาวางไว้ที่หน้าต่างทุกเช้ามา 7 ปีแล้วนี่นา...

 

หากไม่คิดเป็นอื่นจะมาส่งจดหมายหยอดจนพวงแก้มใสแดงระเรื่อได้อย่างไรทุกวัน...คุณหนูตัวน้อยที่ไม่เคยได้ออกจากจวนไปไหน ไม่เคยได้พบผู้คนภายนอกจึงตกหลุมรักคนในจดหมายได้อย่างง่ายได้ ตอนแรกก็รู้สึกดีที่มีเพื่อนคุย แต่ยิ่งนานวันเข้าก็กลับรู้สึกมากไปกว่านั้นจนไม่อาจห้ามใจไว้ได้

“วันนี้จะหยอดอะไรข้าอีกกัน” กัดริมฝีปากแดงธรรมชาติกลั้นเขินก่อนจะหยิบจดหมายและดอกเหมยดอกน้อยขึ้นมาดอมดมสูดความหอมเสียจนเต็มปอดก่อนจะพลิกตัวกลับไปนั่งอ่านจดหมายที่เตียงนอน

ถึงป๋ายเซียนน้อยของข้า...คิก...” ...แค่หน้าซองจดหมายก็หวานเสียจนเลี่ยน...

“...เมื่อวานเจ้าคงจะอายุครบสิบห้าปีแล้วแต่ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่โตไปจากเดิมเท่าไร...อะไรกัน ข้าตัวสูงขึ้นมากเลยนะ” อ่านแล้วก็บ่นไปตามประสาของคุณหนูอารมณ์ดี

“...คืนงานวันเกิดของเจ้า แม้พ่อของเจ้าจะจัดงานให้เพียงแค่ในจวนและไม่ขวนคนนอกเลย...แต่ชุดใหม่สีโอรสที่เจ้าใส่ก็สวยดีนะ...ตายจริง...นี่ท่านเห็นข้าด้วยอย่างนั้นหรือ...” ผินหน้ามองไปยังชุดใหม่ที่อีกฝ่ายกล่าวถึงในจดหมาย ชุดที่ใส่ฉลองวันเกิดเมื่อคืน...จู่ๆ ก็อยากใส่เสียทุกวันเพียงเพราะเขาชมว่าสวย...

“ผ่านมาเจ็ดปีแล้วที่เราคุยกัน เจ็ดปีที่ข้าเฝ้ามองเจ้าอยู่ภายนอก เจ้าเติบโตขึ้น งดงามขึ้น และสูงขึ้น...เมื่อเทียบจากสายตาแล้วเจ้าคงจะตัวเท่าอกของข้าแล้วนะ...”

 

เท่าอกอย่างนั้นหรือ?

ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากได้กอดเขาผู้นี้จะเหมาะสมเพียงไร

 

“เอ๋?...ขะ ข้าคิดอะไรเนี่ย! งืออออ” ส่ายหน้ารัวหลังจากได้สติ ป๋ายเซียนหน้าแดงระเรื่อขึ้นไปจากเดิมเพียงเพราะเผลอคิดสิ่งที่น่าอาย...แต่มันก็น่าลองดูมิใช่หรือ?...

“เอาเปรียบชะมัด เหตุใดเขาถึงได้เห็นข้าอยู่เพียงฝ่ายเดียวกันนะ” บ่นอุบอิบเช่นทุกวันแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก คนตัวเล็กลุกขึ้นไปยังโต๊ะหนังสือแล้วจัดการเขียนจดหมายตอบกลับอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อนำจดหมายไปวางไว้ที่หน้าต่าง

แต่พริบตาเดียวที่หันหลังให้บานหน้าต่างเพื่อเขียนจดหมายตอบกลับ ขอบบานหน้าต่างที่เคยว่างกลับกลายเป็นมีกล่องไม้สีน้ำตาลเข้มวางอยู่ ป๋ายเซียนหยิบขึ้นมาอย่างสงสัยก่อนจะเปิดออกดู

 

...ปิ่นปักผมปลายดอกเหมยทำด้วยทองคำขาวบริสุทธิ์...

 

คนได้รับของขวัญกลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก เพียงแค่คิดว่าอีกฝ่ายต้องอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากห้องตนเป็นแน่ถึงได้แอบนำของขวัญมาวางให้ได้แบบนี้...อยากเจอหน้าเขาใจแทบขาด...

“จะทำตัวลึกลับไปถึงไหนกันนะ” บ่นอุบเพียงเล็กน้อยแล้ววางจดหมายที่เขียนตอบไว้ที่หน้าต่างก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวปะแป้งเสียจนตัวหอมน่าฟัด

“คุณหนูตื่นเช้าอีกแล้วนะเจ้าคะ”

“ข้าก็ตื่นเช้าทุกวันนี่นาพี่เสี่ยวผิง” แย้มยิ้มให้สาวใช้ส่วนตัวอย่างอารมณ์ดีพลางเบี่ยงสายตาไปยังบานหน้าต่างก็พบว่าจดหมายหายไปแล้ว...ก็คงแอบมารับจดหมายไปอีกตามเคย

“วันนี้คุณหนูป๋ายเซียนดูจะอารมณ์ดีมากเลยนะเจ้าคะ มีอะไรดีๆ อย่างนั้นหรือ?” สาวใช้คนสวยถามขึ้นอย่างสงสัย เดินตามผู้เป็นนายไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อสางผมให้อย่างเช่นทุกวัน

“แน่นอน ข้าได้ปิ่นปักผมเป็นของขวัญวันเกิด” ยิ้มร่าจนคนมองอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้เลย เสี่ยวผิงรับปิ่นงามมาเพ่งมองแล้วตั้งคำถาม

“งามมากเลยเจ้าค่ะ ใครให้มาหรือเจ้าคะ?”

“แค่พี่เสี่ยวผิงปักมันให้ข้าก็พอ” หลีกเลี่ยงคำตอบโดยใช้วาจาไม่ทำร้ายน้ำใจกันนัก ไม่นานปิ่นปักผมที่ได้มาใหม่ก็ถูกปักประดับอยู่บนศรีษะทุยของคุณหนูสกุลเปี้ยนจนได้

“อีกสามปีคุณหนูก็จะสิบแปดแล้ว ข้าก็จะเรียกคุณหนูว่าคุณหนูไม่ได้อีกแล้ว...”

“ทำไมล่ะ ข้าเป็นคุณหนูของพี่เสี่ยวผิงเสมอนะ” จู่ๆ สาวใช้ที่ดูแลตนซึ่งรับช่วงต่อมาจากแม่นมเมื่อหลายปีก่อนก็เอ่ยด้วยแววตาเศร้าสร้อยจนป๋ายเซียนใจหาย พลิกตัวหันกลับแล้วกุมมือพี่สาวคนสวยเอาไว้แน่น

“ก็...พอคุณหนูสิบแปดก็แสดงว่าโตแล้ว ข้าคงอยู่รับใช้คุณหนูไม่ได้อีกแล้ว...”

“ไม่ ข้ายังไม่อยากโต...” จับมือสาวใช้แนบแก้มนุ่มพร้อมอ้อนตาแป๋ว ป๋ายเซียนเป็นเด็กที่น่ารักและต้องการคนข้างกาย เพราะไม่เคยมีเพื่อนที่ไหนจึงทำให้รักและหวงแหนสาวใช้ผู้นี้มาก

“แม่นมก็จากข้าไปคนหนึ่งแล้ว พี่เสี่ยวผิงจะไปไหน...” เบะปากคล้ายเด็กน้อยกำลังจะร้องไห้

“โธ่เอ๋ย...พี่เสี่ยวผิงไม่ได้ไปไหนหรก คุณหนูสิที่จะไปจากพี่เสี่ยวผิง...พออายุครบสิบแปดคุณหนูก็จะได้ชื่อว่าเป็นคุณชายแล้ว และหากเป็นคุณชายที่โตเป็นหนุ่มแล้วก็ต้องเตรียมหาแม่ศรีเรือนนี่เจ้าคะ คุณหนูป๋ายเซียนมีสาวงามที่ไหนในใจหรือเปล่าเอ่ย”

“มะ ไม่มี!” ส่ายหน้าเป็นพัลวันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอายุสิบแปดคนในเมืองก็ต้องมีค่ครองกันหมด...แต่จะให้ป๋ายเซียนแต่งงานกับคุณหนูบ้านอื่นอย่างนั้นหรือ? เป็นภาระเขาเสียมากกว่า

“ข้าร่างกายอ่อนแอแบบนี้ จะมีคุณหนูจวนใดอยากได้ข้าเป็นสามีกันล่ะพี่เสี่ยวผิง”

“เอ...ถ้าอย่างนั้นคุณหนูก็ไปเป็นภริยาแทนสิเจ้าคะ ผู้ชายบอบบางแบบคุณหนูพี่เสี่ยวผิงเห็นมาเยอะแล้วว่ากลายเป็นเมียเสียส่วนใหญ่” พูดไม่พูดเปล่า เสี่ยงผิงจับปลายคางคุณหนูตัวเล็กของตนขึ้น พลิกซ้ายที ขวาที เพื่อชื่นชมความงาม

“งื้อ พี่เสี่ยวผิงพูดอะไรก็ไม่รู้” ก้มหน้าหลบเพราะรู้สึกเขินอายกับคำว่า เมียอย่างบอกไม่ถูก

“คุณหนูมีคุณชายคนใดไว้ในใจรึเปล่าเอ่ย” คนขี้แกล้งยังคงแกล้งไม่ยอมถอย เด็กน้อยขี้อายในวันวานโตขึ้นมาก็ยังคงขี้อายเช่นเดิม

“งื้ออออ พี่เสี่ยวผิง! ข้าไม่มีคุณชายในดวงใจเสียหน่อย...” ...เพราะไม่รู้ว่าเขาผู้นั้นเป็นคุณชายหรือเป็นผู้ใดกันแน่ต่างหาก

“ใช่เจ้าของปิ่นปักผมอันนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?” เบิกตากว้างเมื่อถูกจับใจ ป๋ายเซียนยกมือขึ้นปิดแก้มที่เห่อร้อนอย่างห้ามไม่อยู่พลางโวยวายเสียงดังลั่นแก้เขิน

“อะไร! อะไร! พี่เสี่ยวผิงชอบพูดมั่ว! ข้าไม่คุยด้วยแล้ว ข้าจะไปเก็บดอกเหมยในสวนมาทำน้ำปรุงเสียดีกว่า!” พูดดังนั้นก็วิ่งหนีออกมาทันที ทำเอาสาวใช้ขี้แกล้งต้องหัวเราะร่วนอย่างชอบใจกับท่าทีขี้อายเหล่านั้น

 

จะว่าไปคุณหนูก็อยู่แต่ในจวนนายท่าน...

แล้ว...แล้วคุณหนูของเสี่ยวผิงมีความรักได้อย่างไรล่ะ!?

 

โอ้คุณพระ! หากมีคนลักลอบแอบเข้ามาโปรยสเน่ห์คุณหนูจริงๆ ล่ะก็เสี่ยวผิงตายแน่!

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

น่ารัก...

มองมุมไหนก็น่ารัก...

ยิ่งเวลาริมฝีปากบางแย้มยิ้มความน่ารักช่างกัดกินหัวใจ!

 

โอย...หัวใจของลูกแม่ทัพคนกล้าอย่างชานเลี่ยรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายเพราะความน่ารักมันอัดแน่นไปหมด! นี่ขนาดแค่แอบมองอยู่ห่างๆ นะเนี่ย!...คล้ายๆ ว่าจะเป็นไอ้โรคจิตแอบมองคนอื่น แต่ใครสนล่ะ? ลูกชายนายทัพใหญ่ไม่สนใจอยู่แล้วขอเพียงได้มองเห็นความน่ารักตรงหน้าเป็นพอ!

 

อ๋อ...ป๋ายเซียนที่ปักปิ่นปักผมที่ชานเลี่ยสั่งทำเป็นพิเศษกำลังเดินฮัมเพลงไปทั่วสวนดอกไม้ในจวนของตนเองอยู่ล่ะ! ท่าทางน่ารักน่าชังยามที่คนหน้ารักเม้มริมฝีปากแน่นเวลาตั้งหน้าตั้งตาเด็ดดอกไม้นั้นทำให้นายทัพผู้เก่งกล้าต้องใจสั่น

 

...บุรุษกล้าและใจแกร่งดุจหินผา แต่กลับอ่อนยวบยามเจอเจ้าของดวงใจ...

 

ป๋ายเซียนตัวเล็ก ผิวขาวละเอียดและมีเรือนร่างบอบบาง แก้มขาวที่คาดว่าถูกบีบก็คงจะนุ่มนิ่มไม่น้อยขึ้นสีแดงจัดเพราะต้องแดดยามเช้า คนตัวเล็กตั้งหน้าตั้งตาเก็บดอกเหมยอยู่นานสองนานจนได้มามากมายเต็มตระกร้า ท้ายสุดก็ตัดสินใจเดินไปนั่งพักในศาลาริมน้ำที่ตนชอบออกมานั่งเล่นพิณบ่อยๆ

“ข้าคงตากแดดนานเกินไปรู้สึกเหนื่อยและหายใจไม่สะดวกเลย...” ปาดเหงื่อที่ไหลตามไรหน้าผากขาวพลางอ้าปากหอบหายใจเข้าลึกๆ

 

...ก็เป็นเสียอย่างนี้และจะไปดูแลใครได้...

 

ต่อว่าตนเองด้วยความน้อยอกน้อยใจอยู่ไม่น้อย ก็ใครล่ะจะไปชอบเมื่อเกิดมาเป็นชายแต่ดันไม่ใช่คนที่ปกป้องใครได้ กลับกันคือกลายเป็นฝ่ายถูกปกป้องเสียแทน นั่งพักอยู่ครู่ใหญ่จนหายเหนื่อยแน่แล้วคุณหนูตัวน้อยก็ลุกขึ้นเตรียมกลับไปยังห้องของตน

 

พลั่ก!

 

ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน สิ่งที่รอพบเจออยู่หลังจากที่หันหน้ามาก็ทำเอาหัวใจเต้นสั่นระรัวราวกลับมีคนนับร้อยรัวกลองอยู่ในอก ฝ่ายมือเรียวไร้เรี่ยวแรงจนทำตระกร้าดอกเหมยตกลงพื้นและกระจายเต็มไปหมด เดือดร้อนไปถึงคนที่แอบมองอยู่ต้องรีบชะเง้อคอมองอย่างร้อนใจ

 

เหตุใดป๋ายเซียนจึงได้ตัวสั่นและมีท่าทีแปลกๆ...? คิดหาคำตอบได้ไม่นานก็ต้องตกใจเมื่อกายบางของคนน่ารักล้มลงกับพื้นไปเสียแล้ว ใจนึงหรือก็อยากจะวิ่งเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นแต่อีกใจหรือก็กลัวว่าจะความจะแตกหรือเปล่าว่าคนส่งจดหมายหานั้นคือตน

 

...แต่เมื่อมือน้อยๆ เริ่มยกขึ้นขยี้ตาเพราะว่าร้องไห้ คนที่แอบดูอยู่ก็ทนไม่ไหว...

 

“ฮือ...อย่า...อย่าเข้ามา ข้ากลัว...” เด็กน้อยขี้แยร้องไห้ไม่ต่างจากเมื่อเจ็ดปีก่อนสักนิด ป๋ายเซียนร้องไห้ไป เช็ดน้ำตาไปจนแลดูน่าสงสารจับใจ บุตรชายนายทหารใหญ่วิ่งเข้ามาขวางตรงกลางระหว่างคุณหนูป๋ายเซียนและสิ่งที่คนตัวเล็กกลัว

 

อ่า...เจอกันอีกแล้วนะ เจ้าปีศาจขนสีเหลืองตัวกระจ้อย...

 

เหตุการณ์เหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อน แตกต่างก็คงเป็นอายุของตนที่จากสิบเอ็ดขวบก็กลายมาเป็นสิบแปดปี...สิ่งที่ป๋ายเซียนกลัวมันก็แค่ลูกเจี๊ยบตัวเล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของชานเลี่ยเท่านั้น แต่มันกลับเป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวภายในจินตนาการของคนตัวเล็ก

“ไป!” ดึงดาบออกจากฝักแล้วชี้ไปยังเจ้าปีศาจตัวเหลืองพร้อมตวาดเสียงดังเพื่อให้มันตกใจ และหนีไปไหนที่สุด...น้ำเสียงทุ้มแตกหนุ่มของคนตัวสูงเรียกความสนใจจากคนตัวเล็กไว้ได้ทั้งหมด ดวงตาเรียวที่หลับแน่นเมื่อครู่ก็ค่อยๆ เปิดขึ้นและช้อนสายตามองไปยังเจ้าของเสียง

 

แม้เห็นแค่แผ่นหลังกว้างก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคือใคร

ความตื่นเต้นแล่นเข้าสู่หัวใจดวงน้อยขับไล่ความตื่นกลัวเมื่อครู่จนหมดสิ้น

 

“ท่าน...ท่านคือคนที่ช่วยข้าไว้เมื่อเจ็ดปีก่อน...”

!!!

“...และท่านคือคนที่มอบปิ่นปักผมให้แก่ข้า...” ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อพูดจบ มือเรียวข้างหนึ่งบีบข้อมือบางที่กำลังกำเนื้อผ้าตรงอกของตนอยู่ ป๋ายเซียนค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นเพื่อรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“ใช่หรือไม่ขอรับ...” ถามย้ำอีกครั้งเพื่อเร่งคำตอบ ในที่สุดคนตรงหน้าก็ครางในลำคอเพื่อเป็นการตอบรับ ป๋ายเซียนฉีกยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้พบกับคนที่ตนแอบมีใจให้ผ่านตัวอักษรในจดหมายเข้าแล้ว แต่ยังไม่ทันที่ขาเรียวจะก้าวเข้าหาคนตรงหน้าก็ต้องหยุดเสียก่อน

“อย่าเข้ามา!

“ทะ ทำไม...” กระพริบตาปริบๆ แล้วทอดมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ คุณหนูตัวน้อยยอมทำตามคำสั่งอีกฝ่ายเพราะกลัวเสียงตวาดของเขาเหลือเกิน

 

อะไรกัน...เหตุใดจึงดุข้า...

ท่านใจร้ายไม่เหมือนกับในจดหมายเลย

 

“หลับตาลงเสียป๋ายเซียน...” คนตัวเล็กเลิกคิ้วงงก่อนจะทำตามอย่างว่าง่าย

“ข้าหลับตาแล้วท่านผู้ช่วยเหลือข้า” อมยิ้มกับชื่อที่อีกฝ่ายเรียกให้ นั่นเป็นเพราะเขาเองก็ไม่เคยบอกชื่อจริงให้อีกฝ่ายรู้

“ข้าอยากเห็นหน้าของท่าน...หะ ให้ข้าได้มองสักครั้งได้หรือไม่ขอรับ...”

“เจ้าจะอยากรู้...” ย้อนถามกลับพลางสาวเท้าเข้าใกล้อีกคน ขายาวส่งตัวเองไปยืนซ้อนด้านหลังคนตัวเล็กแล้วยื่นริมฝีปากเข้าใกล้ใบหูของคุณหนุตัวน้อยก่อนพูดต่อให้จบประโยค

“...ไปทำไมกัน”

“ฮื่อ!” ป๋ายเซียนย่นคอทันทีที่ลมหายใจของอีกฝ่ายพ่นรดบริเวณใบหูและต้นคอ คนน่ารักยกมือขึ้นลูบท้ายทอยอย่างเขินอายเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายชักจะเข้าใกล้ตนมากเกินไปแล้ว

“ลืมตาได้ แต่อย่าหันมองข้า...” ป๋ายเซียนทำตามอย่างว่าง่าย ดวงตาเรียวรีกระพริบถี่ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาอย่างปกติ

“ข้า...ข้าอยากเห็นหน้าคนช่วยชีวิตข้าไว้”

“แค่อยากเห็นเองหรือ?” เอ่ยหยอกเย้าทั้งๆ ที่ยังไม่ละใบหน้าใบไหน เล่นเอาคนขี้อายอย่างป๋ายเซียนต้องกัดปากก้มหน้างุด และจิกเนื้อผ้าของตนแน่นขึ้นไปอีกเพราะความเขินอาย

 

...จะบอกเขาได้จริงๆ น่ะหรือว่าแอบชอบเขา...

 

“ก็...ก็แต่อยากเห็นหน้าท่านมิได้หรือ..”

“ถ้าเห็นแล้วเจ้าจะทำอย่างไร?”

“เอ่อ...เห็นแล้วก็คือเห็น...” ตอบไปตามจริงเพราะไม่รู้ว่าเห็นหน้าเขาแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อ

“ถ้าแค่เห็นล่ะก็ไม่ต้องหรอกนะ”

“ต้องสิ! ข้าอยากเห็นท่านจริงๆ นะ ได้โปรดเถอะ...” ชานเลี่ยหัวเราะเบาๆ ในลำคอกับท่าทางดื้อรั้นอยากจะเห็นใบหน้าของตนที่แสนน่ารักนั้น คนโตกว่านึกขึ้นได้ว่าป๋ายเซียนหกล้มอย่างจังคงจะเป็นแผลแน่นอนจึงได้ถือวิสาละอุ้มคนตัวเล็กขึ้นนั่งบนม้านั่งด้านหน้าศาลา

“อ๊ะ!” ร้องตกใจเมื่อจู่ๆ ก็ถูกอุ้มขึ้นแนบอก เกือบเผลอลืมตาเสียแล้วแต่ก็กลัวผิดคำพูดแล้วอีกฝ่ายจะโกรธจึงได้ห้ามตนเองทัน

“เจ้าหกล้มคงจะเป็นแผล ข้าจะทำแผลให้เจ้า” วางคนตัวเล็กลงแล้วเดินไปยังรีบบึงที่แต่ก่อนเคยเต็มไปด้วยดอกบัวแต่ตอนนี้กลับโล่งและใสสะอาดจนสามารถใช้น้ำล้างแผลได้ คนโตกว่าใช้ผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวมาแต่ไม่เคยได้ใช้จุ่มน้ำแล้วบิดหมาดๆ

“ฮื่อ!” เปล่งเสียงในลำคออย่างตกใจพร้อมกับมือเรียวที่ตวัดลงจับชายผ้าที่ถูกอีกฝ่ายถกขึ้นมาไม่บอกไม่กล่าว

“ท่านจะทำอะไร!” ถามโดยไม่กล้าลืมตาพลางใช้สองมือที่ว่างพยายามดันชายผ้าของชุดตนเองลงเพื่อปกปิดเรียวขาสวย

“เจ้าหัวเข่าถลอก ข้าจะพันแผลให้”

“ตะ แต่...”

“หากไม่รีบทำเดี๋ยวจะเป็นบาดทะยักต้องตัดขาทิ้งนะ” แกล้งขู่จนอีกฝ่ายกลัวพยักหน้าหงึกๆ ยอมให้ทำแผลแต่โดยดี ชานเลี่ยเลิกชายผ้าขึ้นไว้เหนือเข่าคนตัวเล็ก เผยให้เห็นผิวขาวใสใต้ร่มผ้าที่เพิ่งจะเคยเห็น

 

...ไม่มีขนจริงๆ ด้วย...

 

คิดอยู่ในใจเมื่อตามเรียวขาที่ควรจะมีไรขนขึ้นเหมือนชายหนุ่มทั่วไปกลับโล่งเตียน หนำซ้ำยังเนียนนุ่มไม่ต่างกับอิสตรีที่เคยผ่านมือตนมาอีก

“งื้อ...อายจัง” หลุดปากพูอย่างลืมตัวเมื่อถูกมือหนาจับเข้าที่ท่อนขาของตัวเอง มือเล็กรีบยกขึ้นปิดปากเพราะอายที่เผลอพดออกไปเรียกเสียงหัวเราะทุ้มๆ ที่แสนมีอิทธิพลกับใจตนเองมากเหลือเกิน...

“เสร็จแล้วล่ะ” เป่าลมดั่งร่ายมนตร์ลงบนบาดแผลเล็กแล้วจับชายผ้าให้ลงมาคลุมเหมือนเดิม

“ข้าจะอุ้มเจ้าไปส่งใกล้ๆ จวน เมื่อถึงแล้วให้เจ้าหลับตานับหนึ่งถึงสิบค่อยลืมตา...”

“เมื่อข้าลืมตาก็จะเห็นหน้าท่านใช่หรือไม่?”

“ข้าจะกลับต่างหาก ฮะๆ”

“ใจร้าย ข้าขอเห็นหน้าท่านไม่ได้จริงๆ หรือ...”

“...”

“หรือว่าท่านมีอะไรปิดบังกัน...หรือว่าท่านขี้เหร่?”

“ใช่...ข้าขี้เหร่ หน้าตาหน้าเกลียดน่ากลัว...” แกล้งหยอกอีกฝ่ายอย่างนึกสนุกอย่างไม่คิดอะไร หากแต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ตนหลงรักคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก

“...ข้าไม่ได้ชอบท่านเพียงเพราะหน้าตาเสียหน่อย ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าคงไม่เสียเวลาตอบจดหมายท่านมาหลายปีหรอก...”

“เจ้าพูดแบบนี้แสดงว่าชอบข้าอย่างนั้นหรือ?”

“อะ เอ๋? ขะ ข้าพูดหรือ? เปล่านะ ข้าเปล่าสักหน่อย!” ตอบปฏิเสธพัลวันเพราะปากไม่รักดีดันเผลอพูดเรื่องหน้าออายออกไปอีกเสียแล้ว...

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไม่ชอบข้า?”

“มะ ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ไม่ชอบ...”

“สรุปชอบหรือไม่ชอบกัน?”

“ข้า...ข้า...” เผลอยกนิ้วเรียวขึ้นมาขบกัดยามประหม่าอีกครั้ง จะตอบว่าชอบก็คงจะหน้าทนเกินไปหน่อย ใครจะไปกล้าบอกชอบคนที่ไม่เคยเห็นหน้า แต่จะให้โกหกว่าไม่ชอบหรือก็คงไม่ได้เพราะป๋ายเซียนไม่อยากโกหกใจตนเอง

“เอาเถอะป๋ายเซียน...” ชานเลี่ยยกยิ้มที่แสนอบอุ่นเมื่อรู้แน่แล้วว่าอีกฝ่ายก็มีใจให้

“...”

“รอข้าหน่อยนะ...ขอเวลาให้ข้าได้พิสูจน์ตนเองเพื่อเจ้า...”

“เพื่อข้าหรือ?”

“ใช่...แล้วเจ้าจะได้เห็นหน้าตาของข้าเมื่อข้าเพียบพร้อมควรคู่กับเจ้า...”
“จะ จริงเหรอ...” ถามออกมาเสียงสั่นอย่างขลาดอายไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ก็ประโยคเมื่อครู่น่ะ...เหมือนกับอีกฝ่ายก็มีใจให้ตนเลยนี่นา...

 

“ข้าขอเวลาสามปี ข้าสัญญาว่าจะทำให้สำเร็จ”

“อื้อ...ข้าจะรอ...” ตอบรับออกไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่ามีเหตุผลอะไรที่ป๋ายเซียนจะต้องมาสัญญากับคนผู้นี้ด้วย แต่จดหมายนับร้อยฉบับตลอดเวลาที่ได้คุยกันผ่านตัวอักษรถึงเจ็ดปีเต็มก็คงตอบได้เป็นอย่างดี

 

หรือบางที...

คุณหนูตัวน้อยก็อาจจะมีใจให้เขามาเสียตั้งแต่วันอัศวินตัวจ้อยมาช่วยตนแล้วกระมัง...

 

 

ตอนสุดท้ายเจอกัน 1 ม.ค. ค่า

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

            ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่มาไม่ทันตามที่สัญญาไว้ว่าจะลงตอน 2 วันที่ 28 คือแบบว่าเค้าเที่ยวแน่นมาก 3 วันเลย ขอโทษจริงๆ ค่ะ อนุญาตให้ด่าได้เลย 55555555 ตอนจบก็ขอเลื่อนเป็นวันที่ 1 นะคะ เพราะว่า 31 คงไม่ทันแน่ๆ 555555555 เพราะตอนจบต้องใช้พลังในการเขียนเยอะมากกกก ขอเวลาหน่อยนะคะ กระซิกๆ ;^;

 

ฝากเอ็นดูคุณหนูป๋ายด้วยน้า #คุณหนูป๋าย 

 

 

อ้อ! รีดเดอร์ที่น่ารักอย่าลืมแวะไปทำแบบสอบถามรวมเล่มเหมยฮวานะคะ จุ๊บๆ >> Click <<


S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2780 pim pimmi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 13:04
    น่ารักกกกก
    #2,780
    0
  2. #2646 Beebee ja (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 20:01
    น่ารักกันเกินไปแล้ววววววววว เขินกับวิธีจีบกันมาก55555
    #2,646
    0
  3. #2641 อโนเอง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 12:21
    ง่าน่ารักจุง ป๋ายเซียนนนนน
    #2,641
    0
  4. #2579 joylnr (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 21:20
    ชานเลี่ยจีบได้น่ารักมากอ่ะ

    ป๋ายก็น่ารัก น่าแกล้งมากเลย555
    #2,579
    0
  5. #1594 Hztp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 20:05
    โดนหยอดทุกวันก็ต้องชอบสิ  เจ็ดปีเชียวนะ 
    #1,594
    0
  6. #1343 Pii Ploywoii (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 02:55
    งื้อ ออออ น่ารักมากๆๆ แบคฮยอนใสๆน่ารัก ถ้าเราเปนชานยอลก็จะแกล้งแบบนี้แหละ มันน่ารักกกกกกกกกก ชานยอลนี่ป๊อดเนาะ5555
    #1,343
    0
  7. #1341 Born 2B AngeL (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 15:04
    พี่ชานเลี่ยอย่ามาทำให้น้องรอเก้อนะ ไม่งั้นจะตีก้นเลย
    #1,341
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #1339 Byun Sania >< (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 14:24
    อยากมีคนมาส่งจดหมายให้ทุกเช้าบ้างจัง 55555555555
    #1,339
    0
  10. #1338 JokerJung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 20:36
    น่าร้ากกกกกกกกกก พี่ชานนี่พิรี้พิไรจัง เดี๋ยวปั๊ดขโมยหนูป๋ายมาดูแลเองซะเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,338
    0
  11. #1337 _LittleChanBaek_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 19:19
    กรี๊ดดด~ บับ~ ตัลลั๊คคค~ ชอบป๋ายยบ~
    #1,337
    0
  12. #1336 Chakbann (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 17:43
    =//////////////=
    #1,336
    0
  13. #1335 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 17:01
    โหยยยยย น่ารักง่อววววว >//////<
    #1,335
    0
  14. #1334 Vvzvi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 07:53
    พี่ชาน มาสัญญาแล้วรีบๆ ทำให้ได้ละ
    #1,334
    0
  15. #1333 Letanxoxo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 03:16
    ไรท์ สรุปน้องป๋ายอายุ 15 หรือ 18
    #1,333
    0
  16. #1332 Naive Smile** (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 19:58
    แอบหรี่ตาสักเล็กน้อยก็น่าจะดีนะคะหนูป๋าย
    #1,332
    0
  17. #1331 「 KAVATHIDIN 」 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 15:57
    ชานเลี่ยนราก็นะให้เห็นหน้าหน่อยไม่ได้ ป๋ายน่ารัก ป๋ายกลัวลูกเจี๊ยบบบบบ น่ารักน่าปกป้อง ฮั้ยยะ
    #1,331
    0
  18. #1330 Lady_Beloved (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 12:20
    ละมุนหวานเว่อร์ น่ารักอ่ะ!!!! น้องป๋ายน่ารักชวนใหืพี่ชานหวั่นไหวอยากลากเข้าห้องสุดๆ
    #1,330
    0
  19. #1329 Phoenix (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 11:47
    ทำไมชานเลี่ยต้องไม่ให้ป๋ายเห็นด้วยอะะ โถ่ เขินเหรอ
    #1,329
    0
  20. #1327 ♡bbh♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 10:19
    น่ารักมากเลยยย ชานเลี่ยแบบขอเวลาพิสูจน์ตัวเองด้วย คุณหนูป๋ายน่าทะนุถนอมมากๆ
    #1,327
    0
  21. #1325 darkfantasy9897 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 06:02
    ชานเลี่ยช่างมั่นคงต่อน้องเสียจริง แอบส่งจดหมายให้ทุกวัน แอบเฝ้ามองดูแทบทุกเวลา เป็นเวลาตั้ง 7 ปี ชานเลี่ยมีความอดทนมากจริงๆ อีก 3 ปี ของป๋ายเซียน = 2 วัน ของรีดเดอร์ มารอไปพร้อมๆ กันเถอะ 555555 ตอนเด็กก็น่ารัก ตอนนี้ก็พาฟิน ตอนหน้าจะขนาดไหนกัน
    #1,325
    0
  22. #1324 pumpika (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 00:59
    น่ารักกกก แอบมีใจให้ชานเลี่ยด้วย อิอิ
    #1,324
    0
  23. #1323 Pawhale (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 22:42
    รอคอย~
    #1,323
    0
  24. #1322 TTOoM (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 21:54
    ป้าด แอบหยอดกันมานานนมล่ะเนี่ย
    #1,322
    0
  25. #1321 tikzizikim (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 20:34
    ให้ความหวังกันมากๆเลยนะครัชชช   รออยู่เน้ออออ
    #1,321
    0