♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 22 : 梅花 ❀ กลีบพิเศษ I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    27 ธ.ค. 57


 

梅花

เหมยฮวากลีบพิเศษ I

 

ปัก! ปัก! ปัก! ปัก!

 

เสียงสันดาปไม้เนื้อดีกระทบกันดังไปทั่วลานกว้าง เด็กชายตัวน้อยแก้มยุ้ยวัย 11 ปีฟาดฟันดาบที่ถูกเหลามาเป็นอย่างดีกับผู้เป็นพ่อ เด็กน้อยผิวขาวตากลมเพ่งมองการเคลื่อนไหวของคนโตกว่าด้วยแววตาที่แน่วแน่ ฟาดฟันปลายดาบสุดแรงเกิดแม้จะไม่ทำให้ผู้รับนั้นสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

 

ก็นะ...เชื้อพ่อมันแรง!

 

“เจ้าเด็กอ้วนมีแรงแค่นี้เองหรือ?” พูดจากหยอกล้ออย่างที่เคยทำเพื่อเป็นการกระตุ้นเรี่ยวแรงจากเด็กชายตรงหน้า คนได้ยินแม้นไม่โกรธแต่ก็อดฮึดสู้ไม่ได้

 

บอกว่าอ้วนไม่โกรธเท่าหาว่าแรงน้อยหรอกนะ!

 

“ย๊ากกกก!” ร้องลั่นจวนอย่างกับถูกโจมตี แต่เปล่าเลย...เด็กน้อยเพียงแค่เปล่งเสียงเรียกพละกำลังของตนเองขึ้นมาก่อนจะสับขาวิ่งเข้าหาศัตรูตัวใหญ่ กวังแกว่งปลายดาบตามท่าทางที่เคยร่ำเรียนมาจากคนตรงหน้า แอบเหนื่อยหอบเล็กๆ เพราะว่ารูปร่างไม่อำนวยต่อการต่อสู้ที่ต้องใช้ความเร็วนัก ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากปากคนเป็นพ่อแล้วก็หน้ามุ่ยทันที

“ตายเป็นตาย ย๊ากกกก” ส่งเสียงร้องสุดลำคออีกครั้งแล้ววิ่งจู่โจมผู้เป็นพ่อทันที ดวงตากลมที่ติดจะเรียวสวยเพราะได้มาจากมารดานั้นหลี่ลงอย่างมาดมั่น มือป้อมๆ กำด้ามดาบจนเหงื่อไหลซึมไปหมด เป้าหมายที่เพ่งเล็งไว้คือเขาจะต้องฟันเจ้าหนอนน้อยของผู้เป็นพ่อให้ได้ เพราะจะฟันคอก็ยังสูงไม่ถึง เพราะฉะนั้นจุดยุทธศาสตร์นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุด! แต่ทว่า...เด็กหนุ่มเลือดร้อนยังไม่ทันได้เข้าถึงเป้าหมายดีก็กลับต้องประสบเหตุบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก

 

ดั่งภาพช้าในความฝันที่ทุกอย่างค่อยๆ เคลื่อนไหว...ร่างทั้งร่างลอยหวืออยู่กลางอากาศ ดาบไม้ด้ามโปรดลอยขึ้นสู่ฟ้าเพราะเม็ดเหงื่อในอุ้มมือทำให้ไม่สามารถรักษามันเอาไว้ได้ ปากเล็กอ้ากว้างเบิกตาโพลงร้องเสียงหลงอย่างหยุดไม่อยู่...เพียงไม่นาน...ร่างทั้งร่างก็ร่วงลงสู่พื้นด้วยแรงโน้มถ่วงโลก

 

ก้นกลมๆ กระแทกพื้นดัง ปั๊ก!’

และปากเล็กๆ ก็ส่งเสียงร้องดัง โอ๊ยยยยย

พร้อมกับดาบเล่มน้อยที่ร่วงตามลงมาใส่หัวคนเจ็บดัง โป๊ก!’

 

“เจ๊บบบบบบบบบ! โวยวายร้องออกมาอย่างเจ็บปวด มือข้างหนึ่งลูบหัวและอีกข้างลูบก้นหวังบรรเทาความเจ็บปวด ผู้เป็นพ่อที่ตอนแรกตกใจไม่น้อยก็ค่อยๆ เปลี่ยนท่าทีเป็นย่อตัวลงนั่งแล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดเสียง

“ท่านพ่อ! ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้วท่านพ่อยังหัวเราะเยาะข้าอีก” เด็กน้อยจ้องหน้าบิดาเขม็งจนหูกางๆ นั้นแดงไปด้วยความโกรธเคือง

“เจ้าก็ล้มเพราะลื่นเปลือกกล้วยที่เจ้ากินแล้วทิ้งไว้อย่างไรล่ะ หากเป็นในศึกสงครามเมื่อยอดแม่ทัพทำงานไม่เรียบร้อย สิ่งนั้นก็จะย้อนกลับมาทำให้แม่ทัพพลาดพลั้งได้...” กล่าวสอนลูกรักที่ตั้งมั่นว่าอยากจะเป็นแม่ทัพเช่นบิดาให้เข้าใจ เด็กน้อยตาคมพยักหน้าเข้าใจแล้วพยุงตัวลุกขึ้นกลั้นเสียงเจ็บปวดกายเอาไว้

“ขอรับ ข้าจะไม่กินแล้วทิ้งเรี่ยราดแบบนี้อีกแล้วขอรับ...”

            “ดีมาก”

“ท่านพ่อขอรับ ข้าอยากจะเป็นนักรบแบบท่านพ่อ ข้าจะเป็นแม่ทัพใหญ่อย่างท่านพ่อให้ได้เลย” ผู้เป็นพ่อฟังแล้วก็ชื่นใจลูบหัวเด็กน้อยอย่างรักใคร่และเอ็นดู

“ข้าอยากจะเก่งแบบท่านพ่อ ข้าจะปกป้องทุกคนในบ้านยามที่ท่านพ่อแก่ตัวขอรับ!

“ฮ่าๆ เจ้าต้องเก่งกาญกว่าพ่อเป็นแน่ วันพรุ่งนี้พ่อจะพาเจ้าไปฝึกที่จวนสหายคนสนิทที่เปิดโรงฝึกอยู่ โรงฝึกนี้ไม่รับลูกศิษย์ง่ายๆ เชียวนะ...ชานเลี่ย

“ว๊าว! ขอบคุณท่านพ่อมากขอรับ” เด็กน้อยยิ้มรับอย่างดีอกดีใจพร้อมกับใจเต้นร่าแทบจะอดทนรอวันพรุ่งไม่ไหวเชียว...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

ติง...ติ๊ง...ติ่ง...ติ่ง...ติง...ติ๊ง...ติง...

 

เสียงบรรเลงเพลงพิณอย่างง่ายถูกดีดโดยมือป้อมของเด็กน้อยตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน คุณหนูตัวเล็กของจวนค่อยๆ ดีดนิ้วไล่ตามสายที่ท่านอาจารย์คนสวยเล่นให้ดูเมื่อครู่ แม้จะเป็นเพียงเพลงพิณสำหรับเด็กแต่คุณหนูตัวน้อยก็ทำออกมาได้ดีจนน่าชื่นชม

“เก่งมากเจ้าค่ะคุณหนู” หญิงสาวผู้เป็นอาจารย์ปรบมือชมเด็กน้อยน่ารักจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเป็นเด็กขี้อายมาแต่ไหนแต่ไร

“ท่านอาจารย์ ข้ายังเล่นได้แค่เล็กน้อยเองขอรับ” กัดริมฝีปากก้มหน้าลงจนคนมองนึกเอ็นดู หญิงสาวส่งมือเรียวลูบแก้มขาวอย่างเบามือ

“ฝึกอีกหน่อยก็ใกล้จะเกินเด็กวัยเดียวกันแล้วเจ้าค่ะ เด็กแถวบ้านข้าแปดขวบแล้วยังวิ่งซนอยู่เลย” นางพูดตามความรู้สึกที่มี คุณหนูตัวเล็กของตระกูลที่นางมารับจ้างสอนพิณให้นั้น มีกริยาเรียบร้อยไม่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปที่เอาแต่เล่นซนหรือไม่ก็ฝึกเรียนดาบ แต่เพราะแว่วว่าคุณหนูผู้นี้คลอดก่อนกำหนดจึงมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงประกอบกับมีโรคประจำตัวประหลาดจึงทำให้ไม่สามารถออกไปพบปะผู้คนได้

“เพราะข้าวิ่งเล่นไม่ได้” เด็กน้อยตอบเสียงแผ่ว แววตาประกายความเหงาอยู่ไม่น้อย หญิงสาวพอรู้ตัวว่าเผลอพูดจาไม่ดีออกไปจึงทำได้แต่เปลี่ยนเรื่องคุยหวังให้ลืมเรื่องเศร้า

“คุณหนูมาลองเล่นเพลงพิณเพลงใหม่ต่อดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าจะค่อยๆ สอนจากง่ายๆ ไปยันเพลงยากๆ นะเจ้าคะ”

“ขอรับ”

“โตขึ้นคุณหนูจะต้องเล่นเพลงพิณได้เก่งที่สุดเลยเจ้าค่ะหากขยันฝึกเช่นนี้”

“ขอรับ...ข้าอยากเล่นเพลงพิณให้เก่งเหมือนท่านแม่”

“คุณหนูจะเล่นเก่งเหมือนท่านหญิงแน่เจ้าค่ะ ตั้งใจฝึกนะเจ้าคะ คุณหนูป๋ายเซียน...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

ข้าฝากตัวลูกข้าด้วยนะท่านเปี้ยน สิ้นสุดคำพูดของผู้เป็นบิดาเจ้าของโรงฝึกผู้เป็นที่ปรึกษาของกองทัพอย่างนายท่านเปี้ยนก็ยิ้มรับพาเด็กน้อยเข้าโรงฝึกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะให้ชานเลี่ยได้ลองแสดงฝีมือออกมาเพื่อวัดระดับ เด็กน้อยวาดลวดลายเต็มที่ตามที่ได้ฝึกมากับบิดาตั้งแต่จำความได้ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากนายท่านสกุลเปี้ยนเป็นอย่างดี

“เอ้อ...เจ้านี่หน่วยก้านดีนะ ยังเด็กยังเล็กแท้ๆ แต่ทักษะดีจริงๆ”

“ขอบพระคุณขอรับ เพราะท่านพ่อของข้าฝึกให้ข้าทุกวันขอรับ”

“แล้วข้ากับพ่อเจ้า เจ้าว่าใครเก่งกว่ากันล่ะหือ...ชานเลี่ย”

“ท่านพ่อเคยบอกว่าผู้ที่สอนคนให้เป็นคนเก่งได้ย่อมเป็นผู้ที่มีความสามารถหาใครเทียมขอรับ” เด็กน้อยไม่ตอบตรงคำถามนัก แต่กลับใช้วาจามีเล่ห์ยกนายท่านสกุลเปี้ยนที่บิดาสอนมาเอาใจ

“เอ้อ! เจ้านี่ช่างพูดช่างจา สมกับเป็นลูกชายนายทหารผู้หลักแหลมจริงๆ ดี! ข้าจะสอนเจ้าเป็นการส่วนตัวจนเก่งยิ่งกว่าพ่อของเจ้าอีก ฮ่าๆ” สิ้นเสียงหัวเราะด้วยความชอบใจเจ้าของโรงฝึกก็เริ่มฝึกสอนเด็กชายตรงหน้าทันที ชานเลี่ยตั้งใจฝึกเป็นอย่างมาก ฝึกได้อยู่เดือนหนึ่งก็เริ่มใกล้ชิดกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ถูกส่งมาฝึกด้วยและได้รับความไว้วางใจให้สามารถเดินเล่นได้เกือบทั่วจวนที่ปรึกษากองทัพ

แว่วเสียงเพลงพิณอย่างง่ายที่ฟังดูแล้วช่างไพเราะเหลือเกิน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กชายวัย 11 ปีส่งผลให้ชานเลี่ยสาวเท้าน้อยๆ ของตนไปยังต้นตอของเสียงจนพานพบกับศาลาริมน้ำที่อยู่ด้านหลังจากพงหญ้าใหญ่ที่อยู่ในสวนดอกไม้ของจวนสกุลเปี้ยน

“เอ๋...มีคนเล่นพิณอยู่ในศาลา...” พึมพำออกมาเบาๆ เมื่อมองลอดผ่านจากพุ่มไม้เป็นเงาคน ลูกชายแม่ทัพใหญ่อยากพบเห็นคนที่บรรเลงเพลงพิณจึงพยายามแหวกพุ่มไม้แทรกตัวเข้าไปฉับพลันที่แทรกตัวเข้ามาได้ก็ต้องอ้าปากหวอเมื่อเห็นว่าหลังพุ่มไม้ที่แทรกมานั้นคือดินริมบึงที่อ่อนยวบยาบจึงทำได้เพียงแค่ยืนอยู่ที่เดิมแล้วคว้าเอาก้านใบไม้แถวนั้นเป็นที่ยึดไว้

“อันตรายเป็นบ้า...” สบถเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหาคนที่นั่งอยู่ในศาลาแล้วก็ต้องอ้าปากกว้างอีกครั้งเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่เล่นเพลงพิณชัดๆ

 

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งเล่นพิณเพียงคนเดียวในชุดสีชมพูหวานขับกับผิวขาวราวน้ำนมเป็นอย่างดี แก้มกลมขึ้นสีเลือดฝาดเพราะอากาศที่ค่อนข้างร้อนในยามบ่ายเช่นนี้ มือเล็กดีดพิณไล่ตามความจำที่อาจารย์ได้สอนไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อไล่สายพิณผิด

 

ตกใจที่เล่นผิดจนเผลอยกนิ้วขึ้นกัดเอาไว้...

เล่นเอาใจข้าเต้นแรงเป็นบ้า!

 

เด็กน้อยชานเลี่ยสบถในใจพลางมองตามทุกอิริยาบถของเด็กสาวตัวน้อย ดูก็รู้ว่าคงถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีประกอบกับร่างกายที่ดูบอบบางเช่นนั้นไม่บอกก็รู้ว่าคงอายุน้อยกว่าตนเองแน่นอน ชะเง้อมองจนแขนที่จับก้านไม้ไว้ตึงเพียงเพราะอยากมองเห็นหน้าเด็กน้อยคนนั้นชัดๆ แต่โชคดันไม่เข้าข้างเพราะดินอ่อนๆ ริมบึงนั้นลื่นเกินไปจนคนแอบมองลื่นตกลงไปในที่สุด

“ว๊ากกกกก”

 

ตู้มมมมมมมม! สายน้ำสาดกระเซ็นขึ้นไปรอบบริเวณที่มีคนแอบมองอยู่ก่อนหน้าเรียกเสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยขี้โรคที่นั่งเล่นพิณอยู่ในศาลาสะดุ้งร้องสุดตัวคว้าเสาของศาลาเอาไว้ เสียงราวกับระเบิดลงเมื่อครู่เงียบไปพักใหญ่เพราะคนใต้น้ำถูกรากพันเอาไว้ คุณหนูตัวน้อยค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาไปยังต้นเสียงอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไม่นานคนใต้น้ำที่ดิ้นหลุดออกจากรากบัวก็ดีดตัวขึ้นโผล่พ้นน้ำออกมา

“อ๊ากกกกก” ตะโกนสุดเสียงเพราะเกือบขาดใจตายในใต้น้ำ

“งะ...ง๊าาาาาา กลัว! ข้ากลัววววว!” คุณหนูสกุลเปี้ยนกรีดร้องออกด้วยความตกใจ ลุกขึ้นจับชายผ้าที่ยาวกรอมเท้าขึ้นแล้ววิ่งหนีสิ่งที่พบเห็นในบึงอย่างเร็วที่สุด

 

...ปีศาจตัวเขียวสลับดำมีลูกตาเป็นดอกบัวบานสองดอกโผล่ที่พ้นน้ำพร้อมกับเสียงคำรามดังลั่นชวนเสียขวัญ...

 

ใครจะรู้เล่าว่าเป็นบุตรชายนายทหารใหญ่ที่ถูกบรรดาใบบัวและดอกบัวบนพื้นผิวบึงปกคลุมไปทั่วพร้อมกับผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงจนดูเหมือนตัวประหลาด ทำเอาคนที่ไม่เคยพบเจอผู้ใดอย่างป๋ายเซียนต้องร้องไห้งอแงวิ่งกลับเข้าจวนตัวเองทันที

“ฮือ...แม่นมมมมม ข้ากลัวปีศาจ แม่นมมมมม” หลับหูหลับตาวิ่งหนีจนล้มลุกคุกคลานอยู่หลายรอบจนถึงอ้อมอกแม่นมแสนรักในที่สุด โดยหารู้ไม่ว่าทิ้งคนอยากรู้อยากเห็นให้หันหลังกลับมามองคนตัวเล็กที่วิ่งหนีไปไกลแล้วอย่างงงๆ

“ว๊า...คนสวยหายไปแล้ว ข้ายังไม่ทันได้ทำความรู้จักเลย...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

หลังจากวันที่พลักตกน้ำไปก่อนจะได้เห็นใบหน้าหวานชานเลี่ยก็ไม่พบเจอเด็กน้อยน่ารักคนนั้นอีกเลย ครั้นจะไปถามท่านอาจารย์หรือก็กลัวจะถูกตำหนิที่แอบแทรกตัวเข้าไปในที่ลับ สันนิษฐานว่าคนตัวเล็กคนกลัวตัวเองไปแล้วกระมังจึงไม่ยอมออกมาเล่นพิณอีก

ซึ่งก็คิดถูก! เพราะป๋ายเซียนร้องห่มร้องไห้อยู่นานสองนานเพราะขวัญเสียที่เห็นปีศาจในบึงบัว ไม่ยอมออกจากห้องนอนหลายวันเพียงเพราะกลัวจะถูกปีศาจในบึงจับตัวไป เดือดร้อนคนเป็นแม่นมที่ต้องกล่อมคนตัวเล็กอยู่หลายวันเชียวกว่าจะยอมออกมาเล่นพิณอีก

“ฮือ...อย่า...อย่าเข้ามานะปีศาจ...” เสียงเล็กแหลมของเด็กน้อยที่ยังไม่โตดังขึ้นมาในโสตประสาท  ลูกชายนายทหารใหญ่ที่เดินผ่านพุ่มไม้ที่เคยแทรกตัวเข้าไปถึงกับหยุดนิ่ง ตั้งสมาธิเพ่งฟังดูให้แน่ใจว่าใช่เสียงร้องไห้ของใครหรือไม่

“ฮือ...ช่วย ฮึก...ช่วยด้วย...” เสียงสั่นๆ เพราะความกลัวดังขึ้นมาอีกครั้งตอกย้ำความแน่ใจ ได้ยินดังนั้นสายเลือดบุรุษผู้หาญกล้ามิอาจอยู่เฉย แทรกตัวเข้าไปในพุ่มไม้อีกครั้งอย่างระมัดระวังไม่ให้ซุ่มซ่ามพลัดตกไปอีกเหมือนคราวก่อน

ครานี้จึงได้เห็นเด็กน้อยชุดสีเหลืองอ่อนที่นั่งกอดเข่าอยู่กับพื้นในศาลา ยกมือน้อยๆ ขึ้นปิดดวงตาร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสาร เห็นครู่เดียวก็รู้แล้วว่าเป็นเด็กน้อยเล่นพิณเมื่อวันวาน...ขาสั้นๆ วิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับมองหาสิ่งที่เด็กน้อยผู้นี้กลัว

“ข้ามาช่วยเจ้า ไม่ต้องกลัวนะ...”

“ฮือ...ข้ากลัว...” เด็กหญิงชุดเหลืองอ่อนยังคงแจ้งความรู้สึกในจิตใจ

“ไหนล่ะสิ่งที่เจ้ากลัว” พลิกตัวหันมามองหาสิ่งที่ทำให้เด็กน้อยผู้นี้ร้องไห้แต่ก็ต้องเอ่ยถามอย่างฉงนเพราะไม่เห็นมีสิ่งใดเป็นสัตว์ร้ายหรือปีศาจอย่างที่อีกฝ่ายว่าจะเห็นอยู่ก็เพียงแต่...

“นั่นไง...” มือเล็กชี้ตรงไปยังด้านหน้าพร้อมกับขดตัวกลมก้มหน้าชิดเข่า ชานเลี่ยไล่สายตาตามที่อีกฝ่ายชี้ไปอย่างช้าๆ ก็พบเห็นเพียงอย่างเดียว คลาดกันกับคุณหนูขี้กลัวที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาหาปีศาจน่าเกลียดน่ากลัวเผยใบหน้าน่ารักราวกับเด็กหญิง

“อื้อ! กลัว!” ร้องลั่นเมื่อเห็นเจ้าปีศาจสองขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาตน คุณหนูป๋ายเซียนพลิกตัวกอดเสาไม้ของศาลาไว้แน่นจนชานเลี่ยแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เด็กน้อยตรงหน้ากลัวคือสิ่งใด

“เจ้ากลัวมันอย่างนั้นหรือ...”

“ฮือ...ข้ากลัว...ปีศาจมีขน...” ริมฝีปากน้อยเอ่ยออกมาไขข้อข้องใจของคนโตกว่า เมื่อรู้ชัดแล้วว่าคนน่ารักกลัวสิ่งใดคนที่อยากสร้างความประทับใจแก่เด็กสาวน่ารักผู้นี้ก็พยักหน้ารับ

“ได้! ข้าจะฆ่ามันเอง!” เอ่ยบอกไปพร้อมกับชักดาบไม้ที่บังเอิญหยิบมาด้วย ตั้งท่าเตรียมฟันลงบนตัวของปีศาจดังกล่าวแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อคนด้านหลังห้ามเอาไว้

“อย่านะ!

“เอ๋...”

“เพียงแค่ไล่มันไปก็พอขอรับ...แม่นมบอกว่าปีศาจพวกนี้เพียงแค่ไล่ไปก็พอแล้ว”

“ทำไมล่ะ?”

“...เพราะปีศาจก็มีชีวิตขอรับ...” สิ้นคำตอบของเด็กน้อยก็ทำให้บุตรชายท่านแม่ทัพนึกขึ้นได้

 

จริงสิ...ก็ปีศาจที่เด็กน้อยผู้นี้ว่าน่ะตัวเล็กนิดเดียว...เพียงแค่ไล่ไปก็พอกระมัง

 

“ชิ่ว...ชิ่วๆ...” ชานเลี่ยย่อตัวลงกับพื้นยกมือขึ้นปัดกลางอากาศเป็นท่าไล่ปีศาจตนนี้ไป แต่ยังไม่ทันไรเสียงร้องของหญิงสาวผู้เป็นแม่นมก็ดังมาแต่ไกลก่อนจะช้อนตัวเด็กน้อยที่กอดเสาเอาไว้แน่นขึ้นแนบอก

“โอ๋ๆ...คุณหนูของแม่...แม่นมอยู่นี้แล้วนะเจ้าคะ...” ตบหลังไล่ความกลัวออกไปจากคุณหนูตัวเล็กของนางอย่างแผ่วเบา

“ตายจริงแล้วเจ้าเป็นใคร” นางเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งไล่ปีศาจของคุณหนูอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น

“เอ่อ...ข้าเป็น...”

“ช่างเถอะ เจ้าคงจะเป็นลูกศิษย์ของนายท่าน ที่แห่งนี้ห้ามเข้ามาวิ่งเล่นนะรู้ไหม นี่คือที่พักของคุณหนูป๋ายเซียนบุตรของนายท่าน...”

“ชื่อ...ชื่อป๋ายเซียนหรือ” ...เพราะจัง...

“เจ้าออกไปได้แล้ว ขอบใจมากที่ช่วยคุณหนูของข้าแต่อย่าแอบเข้ามาอีกบ่อยๆ ล่ะ หากนายท่านรู้เจ้าจะถูกโบยนะ นี่เป็นเขตหวงห้าม...” แม่นมของคุณหนูน้อยสกุลเปี้ยนเอ่ยขึ้นก่อนหันหลังให้กับเด็กชายตัวอวบ คุณหนูตัวเล็กถูกกอดแนบอกจนไม่สามารถมองเห็นผู้ช่วยเหลือตนเองได้

ทิ้งให้คนใจกล้ามองตามตาละห้อยไปจนสุดสายตาก่อนจะหันกลับมามองปีศาจน้อยที่ส่งเสียงร้องอยู่ตรงหน้า แม้จะอดงงงวยไม่ได้ว่าเหตุใดเจ้าตัวนี้ถึงได้ถูกเรียกว่าเป็นปีศาจแต่เมื่อใช้นิ้วมือคลอเคลียตัวของมันดูแล้วก็หัวเราะออกมา

“ไง...เจ้าปีศาจลูกเจี๊ยบ...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

หลังจากวันนั้นชานเลี่ยก็ทำได้เพียงแค่แอบสงสัยอยู่ภายในใจ จะถามท่านอาจารย์เปี้ยนหรือก็คงไม่ดี เพราะหากถูกจับได้ว่าเข้าไปในบริเวณที่หวงห้ามอย่างที่แม่นมผู้นั้นบอกคงได้ถูกท่านอาจารย์โบยหลังลายเป็นแน่ จึงได้แต่รอเวลาที่จะกลับไปยังจวนของท่านพ่ออีกครั้งในช่วงวันหยุดยาว

“โอ้...ว่าอย่างไรชานเลี่ย ไปฝึกมาห้าเดือนแล้วเก่งขึ้นบ้างหรือไม่”

“ท่านอาจารย์บอกข้าว่าจะสอนให้ข้าเก่งกว่าท่านพ่อ” ยักคิ้วให้หนึ่งทีเป็นการยียวนบิดาของตนเอง ท่านแม่ทัพใหญ่ถึงกับหัวเราะร่วนยีหัวเจ้าเด็กฝีปากกล้าระคนเอ็นดู

“แก่แดดเกินกว่าเด็กสิบเอ็ดขวบอีกนะ”

“เพราะว่าข้าได้ท่านพ่อมาหมดเลย”

“ฮ่า! ข้าจะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ยหืม”

“ดีใจสิขอรับ ก็ข้ารูปงามเหมือนท่านและเก่งเหมือนท่านไม่มีผิดเพี้ยน!” ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งส่งเสียงหัวเราะเข้าไปใหญ่เมื่อลูกชายของตนช่างเจรจายิ่งนัก

“พ่อลูกคู่นี้ล่ะก็...หลงตัวเองกันไปใหญ่...” ฮูหยินตระกูลพู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำหยอกล้อเมื่อเห็นสองพ่อลูกเอาแต่ชมกันไปมา พูดคุยกันอยู่สักพักใหญ่ก็ได้เวลาทานอาหารเย็นขจองครอบครัวเด็กชายตัวน้อยไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามถึงเด็กสาวที่อยู่ในใจของตนแม้จะเคยเห็นเพียงแค่เสี้ยวด้านหนึ่งของใบหน้า

“ท่านพ่อขอรับ...ท่านอาจารย์มีบุตรสาวด้วยหรือครับ”

“หืม...ก็ต้องมีอยู่แล้วสิเพียงแต่ไม่ใช่บุตรสาวเท่านั้นเอง”

“เอ๋?”

“อาจารย์เปี้ยนของเจ้านะมีเพียงบุตรชายเท่านั้น”

“หา! แล้ว...แล้วคนที่ชื่อป๋ายเซียนล่ะขอรับ?” ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อคิดว่าอาจถูกแม่นมผู้นั้นหลอกว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกท่านอาจารย์

“อ่า...รู้สึกว่าน่าจะเป็นชื่อของบุตรอาจารย์เจ้านะ พ่อเคยไปเยี่ยมรับขวัญเด็กน้อยผู้นี้เมื่อตอนแบเบาะ ตอนนั้นเจ้าเองก็เพิ่งสามขวบพ่อก็เลยไม่พาไปพ่อจำชื่อไม่ได้หรอกนะ แต่จำได้ว่าชื่อเหมือนฮูหยินสกุลเปี้ยนที่ชื่อเหมยเซียน...ก็น่าจะชื่อป๋ายเซียนตามที่เจ้าบอก”

“ตะ...แต่ที่ข้าเห็นเป็นเด็กผู้หญิงนี่ขอรับ...”

“หืม?  เจ้าไปเห็นที่ไหน ใครบอกเจ้า...เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอแล้วก็เป็นโรคประหลาดทำให้ไม่ได้ออกไปไหนจากจวนเลยแล้วเจ้าไปพบได้อย่างไร”

 

นั่นสิ...

ไม่มีใครพูดเลยว่าเด็กคนนั้นเป็นผู้หญิง...

 

คิดเพียงในใจเมื่อรู้ว่าตนเข้าใจผิดมาตลอดตั้งแต่เห็นหน้า แอบเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ใช่เด็กผู้หญิง แต่ก็ไม่เป็นไรในเมื่อเมืองที่ตนอยู่ผู้สืบเชื้อสายเป็นเพศใดก็ได้!

“ข้า...ข้าเคยพลัดหลงเข้าไปเจอน่ะขอรับ...ว่าแต่คุณหนูป๋ายเซียนเป็นโรคประหลาดอะไรหรือขอรับ”

“ถ้าจำไม่ผิดก็...กลัวสัตว์มีขน...”

“กลัวสัตว์มีขน?” ทวนคำตอบอย่างแปลกใจ เพราะคนปกติที่ไหนจะกลัวสัตว์เพียงแค่มันมีขน

“ก็เห็นว่าเกิดมาไม่มีขนเลยบนร่างกายยกเว้นเส้นผม...แล้วก็เพราะว่าร่างกายไม่แข็งแรงที่คลอดก่อนกำหนด ตอนที่อายุได้สามขวบกว่าๆ พ่อจำได้ว่าป๋ายเซียนล้มป่วยจนเกือบไม่รอดเพราะถูกแมวรุมฟัด”

!!!

“เจ้าแมวพวกนั้นก็แค่เล่นด้วยน่ะ ขบกัดเบาๆ แต่เพราะผิวเนื้ออ่อนนั้นเจ็บปวดง่ายก็เลยตัวช้ำร้องไห้จ้า ขนแมวก็ร่วงเข้าปากเข้าจมูกไปหมดจนกลัวทุกอย่างที่มีขนน่ะสิ...”

“อ่า...คงเพราะยังเล็กแล้วถูกรุมแบบนั้นก็คงคิดว่ามันเป็นพวกที่ดุร้ายสินะขอรับ”

“อืม...แล้วเจ้าสนใจเรื่องของหนูป๋ายเซียนทำไม”

“...” ถึงกับตอบไม่ได้เพราะชานเลี่ยเองก็ไม่เคยสงสัยในความอยากรู้ของตน

“ว่าไงไอ้หนุ่ม...ชอบลูกชายสกุลเปี้ยนเข้าแล้วสิ”

“ไม่ใช่สักหน่อย!” ตอบผู้เป็นพ่อด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะถูกล้อเลียนจนทั้งพ่อและแม่ต้องขบขันเพราะหูกางๆ ของลูกชายตัวน้อยแดงอีกแล้ว

“ข้า...ข้าแค่รู้สึกอยากปกป้องป๋ายเซียนก็เท่านั้นเองขอรับ...”

“ฮ่า! เจ้ายังเด็กนัก...โตขึ้นเจ้าจะเข้าใจความรู้สึกของเจ้าเอง ไม่แน่...วันหน้าเจ้าอาจจะเปลี่ยนใจ...”

“หรือไม่ก็มั่นคงกว่าเดิม” เด็กน้อยตอบด้วยแววตาจริงจังจนผู้เป็นพ่อยกยิ้ม

“ถ้าเช่นนั้นก็จงตั้งใจเรียนเสีย หากเจ้าสู้รบเก่งเจ้าก็จะปกป้องบ้านเมืองและพ่อแม่พี่น้องของเจ้ารวมไปถึงคุณหนูตัวน้อยผู้นั้นได้นะ...”

“ขอรับ!” ชานเลี่ยรับปากอย่างหนักแน่นพลางกับคิดในใจอยู่ตลอดเวลา...รอก่อนนะป๋ายเซียนตัวน้อย...หากข้าเก่งกาจเมื่อไรข้าจะปกป้องเจ้าเอง!

 

ตอนต่อไปเจอกัน 28 ธ.ค.ค่า ♥

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

โอ้โหยมาอัพดึกอีกแล้วเนาะ 555555555 ขออภัยที่มาซะดึกเลย เมอรี่คริสมาสต์นะคะ นี่เป็น SF พี่ชานคนกล้ากับน้องป๋ายขี้กลัวค่ะ ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาหลักของเหมยฮวาแต่อย่างใด SF มี 3 ตอนจบ อย่างที่บอกมันคือ SF ฉลองวันคริสมาสต์ – ปีใหม่ เพราะฉะนั้นจะอัพ 3 ครั้งคือ 25 28 31 ตามนี้ค่า

เราชอบ SF เรื่องนี้มากเลยนะ เพราะน้องป๋ายเค้าน่ารักมาก ไม่ดื้อไม่ซึนเหมือนน้องเหมยฮวาแน่นอนค่ะ 555555 เอ็นดูน้องกันเยอะๆ น้า
 

สกรีมได้ที่ #คุณหนูป๋าย เจ้าค่า 

 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2769 pim pimmi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 21:53
    น่ารักกกป
    #2,769
    0
  2. #2645 Beebee ja (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 19:42
    งือออออออ น่ารักทั้งสองคนเลยอะ >//////<
    #2,645
    0
  3. #2631 YeolYoda (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 09:45
    ตั้ลล้ากกกเนื้อคู่
    #2,631
    0
  4. #2578 joylnr (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 20:52
    น้องป๋ายเซียนน่ารักกกกกกกกก

    ชานเลี่ยรักน้องตั้งแต่แรกเห็นเลยใช่มั้ยนี่ 555
    #2,578
    0
  5. #1592 Hztp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 19:57
    ป๋ายยยยยยยยย น่ารักเชียว 55
    #1,592
    0
  6. #1317 Yok'ky (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 22:20
    น่าร๊ากกกกกกก >\\\< เขินนนน อิจฉาป๋ายเซียนจัง งื้อออออ
    #1,317
    0
  7. #1311 Chakbann (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 19:58
    อร๊ายยยยยยย โฮกกกกกกกกก
    #1,311
    0
  8. #1310 pig197713 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 18:07
    พี่ชานกับน้องป๋ายนี่เนื้อคู่กัน..เจอกันพี่ชานนี่หลงในความน่ารักของน้องทั้งน่าทนุถนอมเหมือนผู้หญิงน่ารักมากๆเลย
    #1,310
    0
  9. #1306 bayun B (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 01:20
    น้องป๋ายน่ารักจัง>////<
    #1,306
    0
  10. #1305 Soawapark Yahom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 00:47
    โรแมนติกอ่าา พี่ชานแอบชอบมาก่อนที่ป๋ายจะตกน้ำอีก 555
    #1,305
    0
  11. #1304 tikzizikim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 23:33
    กลัวลูกเจี๊ยบน่ารักอ่าาา  ชายเลี่ยแต่เด็กเลยน้าาาา  
    #1,304
    0
  12. #1303 ChanisaraZ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 22:33
    น่ารักมากเลยยยย กลัวสัตว์มีขน 555555 รอติดตามนะคะ ชอบมากๆ
    #1,303
    0
  13. #1302 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 21:48
    น่ารักอ้ะ >////////<
    #1,302
    0
  14. #1282 ppparn_SunShine (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 13:41
    กลัวสัตว์มีขนนนนน 555555555555555555555555555555555555555
    #1,282
    0
  15. #1281 Jomkwan94 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 12:11
    น่ารักน้องกลัวลกเจี๊ยบ
    #1,281
    0
  16. #1280 bam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 11:29
    ภาพน่ารักมากเลยคะ

    คุณหนูป๋ายกับอาเลี่ยก็น่ารัก

    นี่ยังเด็กกันอยู่นะเนี่ย ถ้าโตไปจะเป็นไงนะ
    #1,280
    0
  17. #1279 Parkpum (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 09:38
    โอ้ยน่ารักอ่ะ น้องป๋ายน้อย
    #1,279
    0
  18. #1278 Vvzvi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 09:31
    ป๋าย ไม่ชอบของมีขนนะชานเลี่ย รู้ยัง อิอิ 
    #1,278
    0
  19. #1277 Phoenix (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 08:56
    โอ๊ยยย น่ารักกกก ชานเลี่ย ก้บป๋ายเซียนขี้กลัว น่าปกป้องสุดอะะะ
    #1,277
    0
  20. #1276 Suesue Sue (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 07:50
    กรี๊ดดด... ชานเลี่ยยยยหลงหนูป๋ายแล้ววววน่ารักมากกก กรุบกริบๆสุดดด
    #1,276
    0
  21. #1275 kithong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 06:01
    น่ารัก
    #1,275
    0
  22. #1274 kisseu129 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 02:36
    พะโถ่ น่ารักน่ารัดมากเลยป๋ายของป้า >_<
    #1,274
    0
  23. #1273 darkfantasy9897 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 02:16
    น่าร๊ากกกกกกก มากๆ เลย Sf ตอนนี้ น่ารักกันทั้งคู่เลย ชานเลี่ย ป๋ายเซียน ขอน่านับถือองค์ชายจริงๆ ที่มีรักมั่นคงให้กับน้อง สาบานแล้วว่าจะปกป้อง ก็ขอให้ทำให้ได้นะเพคะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 ธันวาคม 2557 / 02:23
    #1,273
    0
  24. #1272 Pii Ploywoii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 00:26
    รอๆๆ น่ารักมากๆเลย พล๊อตเรื่องน่ารัก ป๋ายเซี่ยนน่าถนุถนอมมากๆเลย นึกภาพเด็กน้อยโดนแมวฟัด หมั่นเขี้ยวๆ ร้ายมากไอ้เสือจะจีบลูกสาว(?)เขา //ที่ว่าเกิดมาแต่ผมไม่มีขนที่อื่น รวมคื้วด้วยใช่มั้ยคะคุณหนูป๋าย โลนเชียวว 555
    #1,272
    0
  25. #1271 pumpika (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 00:15
    น้องป๋ายน่ารักอีกแล้ว พี่ชานเลี่ยต้องมาปกป้องน้องให้ได้นะ
    #1,271
    0