♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 21 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๒๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    25 ธ.ค. 57







梅花

เหมยฮวากลีบที่ 20

“เจ้าเป็นอะไรไป”

 

            เช้าอากาศแจ่มใสพร้อมด้วยไออุ่นจากอ้อมกอดหนาดั่งเช่นเมื่อวาน...เช้านี้พระชายาตัวน้อยยังคงตื่นขึ้นมาบนแป่นอกของพระสวามีเช่นเคย...ทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็ชิงหลับก่อนเพราะรู้สึกไม่อยากเจอหน้าคนใจร้ายที่คิดจะมีสนมหลังจากเพิ่งแต่งงานกับตนไป แต่เหตุใดตื่นเช้ามาจึงได้ขึ้นมานอนเกยบนอกเขาอีกแล้วล่ะ...แม้ความเห่อร้อนเพราะเขินอายจะมีอยู่มาก แต่ความน้อยเนื้อต่ำใจก็มีมากเช่นกัน

 

            แต่งงานกันไม่ทันไรจะมีเมียใหม่

เบื่อข้าเร็วเช่นนี้เลยหรือ?

 

“คนใจร้ายก็คือคนใจร้าย อ่อนโยนต่อข้าเพียงไม่เท่าไรเท่านั้นแหละ” ริมฝีปากได้รูปเอ่ยขึ้นอย่างกระเง้ากระงอดก่อนจะผุดลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ทิ้งให้คนที่ตนคิดว่าใจร้ายนอนหลับอยู่อย่างนั้น เมื่ออาบน้ำเสร็จปั๋วเสวียนจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้คนเป็นสามีบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะรีบออกไปเดินเล่นในสวนเพียงเพราะไม่อยากเจอหน้ากัน

 

ทิ้งให้คนถูกป้ายความผิดตื่นมาด้วยความงุนงงเพราะข้างกายว่างเปล่า ไม่มีคนตัวเล็กนุ่มนิ่มอย่างเช่นวันวานและยิ่งทำให้คนคิดมากนั้นคิดมากขึ้นไปอีกโดยไม่รู้ตัว

 

“เจ้าไม่ชอบคนอย่างข้าจนไม่อยากอยู่ปรนนิบัติข้าในยามเช้าเชียวหรือ...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“ข้ายังไม่ทันได้คุยกับพี่เจ้าเลย ตื่นมาปั๋วเสวียนก็หายไปจากเตียงแล้ว พอข้าถามเจี่ยเจียนางก็บอกว่าพี่เจ้าอยากอยู่คนเดียว!” บ่นออกมาอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับความรู้สึกหงุดหงิดในใจ อยากจะปรับความเข้าใจให้เร็วที่สุดเพราะอยากจะหวานชื่นตามใจตนเองบ้าง

“พี่ปั๋วเสวียนก็อย่างนี้ เวลาที่โกรธหรือว่าน้อยใจใครก็มักจะไม่ยอมเห็นหน้า...องค์ชายทรงทำอะไรผิดไปหรือไม่พะยะค่ะ”

“ข้าเปล่า! เจ้าก็เห็นอยู่ว่าคนต่อว่าข้าก่อนน่ะคือใคร”

“เอ่อ...” ก้มหน้าลงขบคิดอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน เมื่อองค์ชายตรงหน้ายืนยันแล้วว่าไม่ได้ทำสิ่งใดเลยแต่ก็ถูกพี่ชายตัวเล็กแง่งอนใส่ ยังไม่ทันได้หยอดคำหวานคือสิ่งใดก็ถูกปิดโอกาสเสียแล้ว...

“ลู่หาน...ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วถึงจะได้ใจพี่เจ้ามา ข้ายอมลดทิฐิขอคุยกับเจ้าเพื่อเอาใจปั๋วเสวียนแล้วนะ แต่ข้าก็ทนไม่ไหวเช่นกัน...”

“ทะ ทนไม่ไหวเรื่องใดกันหรือพะยะค่ะ”

“เฮ้อ! ข้าหลงรักปั๋วเสวียนมาเป็นสิบปี ยามที่ข้าได้เป็นเจ้าของอย่างถูกต้อง แต่ข้ากลับ...ข้ากลับแสดงความรักที่มีในใจของข้าออกมาไม่ได้ ข้าอยากกอด อยากหอม อยากจุมพิตข้าก็ทำไม่ได้!” พูดความในใจออกมาเสียจนหมด เด็กหนุ่มหน้าหวานไม่ต่างจากพี่ชายตนถึงกับตกใจกระพริบตาปริบๆ เพราะไม่คิดว่าองค์ชายผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าจะพูดออกมาเช่นนี้

“อะ องค์ชาย...”

“เอ่อ...ข้าขอโทษนะลู่หาน เมื่อครู่นี้ข้าลืมตัวไป...” เมื่อได้ระบายความอัดอั้นในใจออกไปแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นน่าอายเพียงไหน

“เอาอย่างนี้ไหมพะยะค่ะ หากทรงง้อพี่ปั๋วเสวียนด้วยวิธีการพูดคุยไม่ได้ ก็ลองใช้วิธีอื่นดู...”

“วิธีใดหรือ?” เลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ เจ้ากวางน้อยลู่หานยกยิ้มด้วยแววตานึกสนุกพร้อมบอกให้องค์ชายตรงหน้านำสมุดจดที่จดสิ่งที่ปั๋วเสวียนชอบหรือไม่ชอบเมื่อวานขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มคิดวางแผนถึงการง้อโดยมีนักเรียนจำเป็นนั่งอยู่ไม่ห่าง จากนั้นก็พูดคุยเรื่องราวน่ารักของพระชายาตัวน้อยจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงยามเย็นเหมือนเมื่อวาน

“เจ้าเล่าเรื่องของปั๋วเสวียนมาให้ข้าฟังเยอะแล้ว แล้วเจ้าล่ะ...ไหนลองเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังบ้างสิ” เอ่ยถามอย่างนึกเอ็นดูเด็กหนุ่มตรงหน้า ไม่ใช่แค่เพียงเรียกตัวมาใช้งานอย่างเดียว แต่ชานเลี่ยก็อยากจะผูกไมตรีกับเด็กหนุ่มคนนี้เช่นกัน

“เอ่อ...เรื่องของข้ามิได้มีอันใดน่าสนใจเท่าเรื่องของพี่ปั๋วเสวียนหรอกพะยะค่ะ”

“ไม่สิ เรื่องของเจ้าน่าสนใจเป็นแน่ ข้าก็ต้องอยากรู้เรื่องราวของว่าที่พี่สะใภ้ข้าเช่นกัน”

“เอ๋? พี่สะใภ้อะไรหรือพะยะค่ะ”

“อ้าว...ท่านที่ปรึกษาส่วนพระองค์มิได้บอกเจ้าหรอกหรือว่าเสด็จพ่อข้าถูกใจเจ้ามาก อยากจะให้เจ้ามาเป็นพระชายาของพี่อี้ฝาน”

“หา! มะ ไม่เลยพะยะค่ะ ท่านลุงไม่เห็นบอกอันใดข้าเลย...” ร้องเสียงหลงเพราะตกใจกับสิ่งที่อีกคนบอก ลู่หานหน้าซีดทันทีที่ได้ยิน

“เป็นอะไรไปหน้าซีดเชียว...แต่งงานกับองค์รัชทายาทไม่ดีอย่างนั้นหรือ”

“คะ คือ...คือหม่อมฉันมีคนที่รักอยู่แล้วพะยะค่ะ ขอร้ององค์ชาย ได้โปรดช่วยเปลี่ยนใจฮ่องเต้ด้วยเถอะพะยะค่ะ” เด็กน้อยรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้แล้วคุกเข่าก้มหัวลงแนบพื้นทันทีเพื่อขอร้องให้องค์ชายตรงหน้าช่วยเหลือตน

“เจ้ามีคนรักอยู่แล้วหรอกหรือ...” เอ่ยยถามอย่างประหลาดใจพลาดลุกขึ้นจับเด็กน้อยบอบบางตรงหน้าให้ลุกขึ้น

“คือ...คือหม่อมฉันรักเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหม่อมฉันก็ไม่อาจเปลี่ยนใจ” เงยหน้าขึ้นมองคนโตกว่าด้วยแววตาที่เจ็บปวด หากต้องไปแต่งงานเข้าวังทำให้ไม่ได้เจอหน้าซื่อชุนแล้วล่ะก็ ลู่หานจะขอยอมรักซื่อชุนข้างเดียวเช่นนี้ไปจนตายเสียดีกว่า

“อ่า...ผู้นั้นคือใครกันเล่าที่ได้ใจเจ้าไป”

“...” ลู่หานก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกไป เพราะรู้ว่าคนตรงหน้านี้คงไม่ชอบคนที่ตนรักนัก อีกทั้งก็ยังน่าอับอายอีกด้วยที่ต้องมาแอบรักคนที่รักพี่ชายของตน

“เจ้าบอกข้าเถอะ ข้าเองก็เป็นเหมือนพี่ชายของเจ้าแล้วนะ เจ้าช่วยข้าเรื่องปั๋วเสวียน ข้าก็จะช่วยเจ้าเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน” จบประโยคจากบุรุษสูงศุกดิ์ เด็กหนุ่มตาหวานก็เงยหน้าขึ้นพร้อมหยาดน้ำใสที่คลอดเต็มดวงตา...ชายตรงหน้าทั้งอบอุ่นและใจดี น่าเสียดายที่ปั๋วเสวียนของตนกลับไม่รักเขา พอคิดแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้ เหตุใดพี่ปั๋วเสวียนถึงมีแต่คนรุมรัก ทั้งองค์ชายและซื่อชุนต่างก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่ปั๋วเสวียน

 

แล้วลู่หานล่ะ...ลู่หานได้อะไร...

ได้แต่คอยช่วยเหลือคนที่รักพี่ชายตน

ทำความดีแทบตายแต่โชคชะตากลับกลั่นแกล้งอย่างนั้นหรือ?

 

“ลู่หานเจ้าร้องไห้...” ร่างเล็กได้สติยกมือขึ้นซับน้ำตาตนพร้อมสารภาพความในใจออกไป

“หม่อมฉันรักซื่อชุนพะยะค่ะ”

“ซื่อชุน?”

“พะยะค่ะ”

“แต่ซื่อชุนรักปั๋วเสวียน...”

“ฮึก...ใช่พะยะค่ะ...ถึงหม่อมฉันจะต้องเจ็บปวดเพราะรักคนที่เขาไม่มีทางรักหม่อมฉัน แต่หากจะให้แยกจากไปแต่งงานในวังหลวงหม่อมฉันคงทำใจไม่ได้ แม้นไม่ได้ถูกรักตอบหรือทำสิ่งใดไปเขาก็ไม่เห็นค่า แต่หม่อมฉันก็จะขออยู่ดูแลซื่อชุนเช่นนี้ตลอดไปพะยะค่ะ”

“เฮ้อ...ข้าเข้าใจแล้ว...เจ้าเลิกร้องไห้เสียเถอะเดี๋ยวข้าจะไปคุยกับเสด็จพ่อให้”

“ขะ ขอบ...ขอบพระทัยพะยะค่ะองค์ชาย...” ลู่หานกลั้นสะอื้นพลางเช็ดน้ำตาป้อยๆ แอบตกใจอยู่เหมือนกันที่ดันร้องไห้ออกมา แต่อาจเป็นเพราะไม่เคยได้ระบายความในใจอย่างนี้มาก่อนจึงทำให้อดร้องออกมาไม่ได้

 

ชานเลี่ยได้แต่มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร

ไม่เคยรู้เลยว่าเด็กที่ช่วยเหลือเรื่องความรักจะมีปมในใจเช่นนี้

 

มือหนาลูบหัวเด็กน้อยขี้แยเพื่อเป็นการปลอบ องค์ชายอย่างตนนั้นเกิดมาไม่เคยต้องปลอบใคร จึงทำได้เพียงแค่ลูบหัวแล้วค่อยๆ กอดปลอบในฐานะพี่เขยเท่านั้น แต่ใครจะรู้...คนที่เห็นเหตุการณ์อาจจะไม่รับรู้ถึงเจตนาที่แท้จริงก็เป็นได้...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“องค์ชายห้าเรียกน้องชายพระชายาเข้าวังมาอีกแล้วล่ะ”

“ข้าเห็นแล้ว! น้องชายพระชายานี่งดงามไม่ต่างกับพระชายาเลยนะ”

“แล้วเหตุใดองค์ชายกับพระชายาจึงไม่อยู่ด้วยกันทั้งๆ ที่เพิ่งเข้าหอกันล่ะ ข้าล่ะไม่เข้าใจเลย”

“หรือว่าองค์ชายจะหาพระสนมแล้ว?”

“บ้าจริง เพิ่งแต่งงานเองนะ หม้อข้าวยังไม่ทันดำ องค์ชายของเราจะหาหม้อใหม่แล้วหรือ”

“แต่ว่าพระชายาของเราออกจะน่ารัก เหตุใดจึงมัดใจองค์ชายไม่อยู่ล่ะ”

“หรือว่าไม่ถูกกัน?”

“แต่อย่างว่า...เชื้อพระวงศ์น้อยคนนักที่จะมีเมียเดียว”

 

เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของนางกำนัลเฝ้าหน้าตำหนักในทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสเมื่อมองเห็นผู้เป็นนายนั่งพูดคุยกับเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักอย่างสนิทสนม โดยหารู้ไม่ว่าทุกถ้อยคำที่ได้พูดออกมานั้น พระชายาตัวน้อยที่ถูกกล่าวอยู่ในบทสนทนาได้ยินจนหมดสิ้น

“เจ้าก็พูดเบาๆ หน่อยสิ หากพระชายาได้ยินล่ะก็ต้องเสียใจแน่เลย”

“ข้าได้ยินแล้วล่ะ ไม่เห็นมีอะไรจะต้องเสียใจเลย”

“อุ๊ย!!” นางกำนัลทั้งสองสะดุ้งสุดตัวก่อนจะค่อยๆ หันมองด้านข้างที่มีเจ้าของเสียงพูดอยู่

“พระ พระชายา...”

“พวกเจ้ามีงานอะไรก็ไปทำเถอะ ข้ากลับมาแล้ว ไม่ต้องเฝ้าตำหนักแล้ว”

“เอ่อ...”

“ข้าไม่โกรธพวกเจ้าหรอกนะ แล้วข้าก็ไม่เสียใจด้วย องค์ชายจะอยากมีอนุกี่คนก็ช่างเขาเถอะ” ถึงจะพูดไปอย่างนั้น แต่ปั๋วเสวียนก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอกไม่ได้ พระชายาตัวน้อยไม่รู้หรอกว่าถ้อยคำที่พูดออกมาน่ะ ทั้งประชดแล้วก็หึงหวง...

มองตามนางกัลสาวสองคนที่รีบพากันวิ่งหายไปโดยเร็วเพราะกลัวจะถูกทำโทษที่พูดถึงเรื่องส่วนตัวของเชื้อพระวงศ์ คล้อยหลังสาวใช้ทั้งสองไปแล้วแก้วตาหวานก็หันกลับมามองยังเบื้องหน้าที่ศาลาริมน้ำที่อยู่ไกลพอตัว...ไกล...จนไม่อาจได้ยินถ้อยคำสนทนาของคนสองคนอีกแล้ว

“เอ๋...ทำไมลู่หานต้องคุกเข่าให้องค์ชายห้าด้วยล่ะ...” เพราะไม่รู้ ไม่ได้ยิน และไม่เห็นอย่างเต็มตา ปั๋วเสวียนมองเห็นเพียงแค่แผ่นหลังกว้างที่ประคองน้องชายร่วมสายเลือดให้ลุกขึ้นเท่านั้น ชะเง้อมองด้วยใจลุ้นระลึกอยู่นานก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีโอบกอดน้องชายตนเองเสียอย่างนั้น

 

...หรือที่ท่านจงเหรินกับนางกำนัลพวกนั้นพูดจะจริง...

 

คิดเพียงเท่านี้ก็รู้สึกปวดหนึบที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ปั๋วเสวียนไม่อาจทนมองภาพบาดตาบาดใจเช่นนี้ได้ พยายามไม่คิดโกรธเคืองลู่หานที่จะมากลายป็นพระสนมแต่อดก็น้อยใจไม่ได้เช่นกัน เพราะตนเป็นถึงพระชายาแท้ๆ แต่ไม่เคยถูกโอบกอดอย่างอ่อนโยนเช่นนั้นเลย...แต่งงานเพราะหน้าที่มีหรือจะสู้แต่งงานเพราะรัก

“องค์ชายคงจะชอบลู่หานมากสินะ...ฮึก...” จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เพียงแค่คิดว่าสามีเพียงหนึ่งเดียวจะเป็นของคนอื่นเช่นกันใจดวงน้อยก็ไม่อาจรับได้

“ข้ามันไม่น่ารักเหมือนกับผู้สืบเชื้อสายคนอื่นหนิ ฮึก...เขาก็แค่เข้าหอกับข้าแล้วก็หมดหน้าที่...” กล่าวด้วยวาจาน้อยอกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด คนน่ารักหันหลังกลับเข้าในตำหนักทันทีเพราะไม่อยากเห็นอะไรที่มากไปกว่านี้

“เมี้ยว...” เจ้าเหมียวตัวน้อยที่นั่งรอคอยเจ้านายของตนมาอยู่บนเตียงร้องเหมียวๆ ทันทีที่เห็นคนน่ารักเข้ามา แต่ก็ต้องกระดิกหูเอียงคองงเช่นกันเมื่อเห็นว่าคนน่ารักนั้นร้องไห้งอแงราวกับเด็กไร้เดียงสา

“ฮึก...เหมยหลง...” ย่อตัวลงกอดเจ้าแมวแสนรู้ที่วิ่งลงจากเตียงมาหาตนพร้อมกับเปล่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจนน่าสงสาร

“เหมียว...” เจ้าแมวน้อยที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุใดๆ ก็ทำได้เพียงแค่ยกอุ้งเท้าเล็กขึ้นแตะๆ บนแก้มนุ่มที่เปียกปอนไปด้วยน้ำตา

“คงมีแต่เจ้าที่เป็นห่วงข้า...” พูดกับแมวน้อยในอ้อมแขนที่เป็นเหมือนที่ระบายที่ไว้ใจได้ที่สุดแล้วในตอนนี้ ปั๋วเสวียนกอดเจ้าแมวน้อยจนจมลงไปกับอกพลางนึกถึงสาเหตุที่ตนต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้เช่นนี้

 

ที่ร้องไห้อ่อนแอเช่นนี้เป็นเพราะสิ่งใดกัน...

ก็ควรจะดีใจมิใช่หรือที่ถูกเขาเอาเปรียบเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วจะไม่ยุ่งกันอีก...

แต่ทำไม...พอคิดว่าเขาจะไม่มาหา ไม่พูด ไม่คุยแล้วหัวใจกับรู้สึกไม่ยินดี...

เจ็บที่หัวใจยามรับรู้ว่าเขาไม่ได้รักตนอย่างเห็นได้ชัด...

 

แล้วที่เป็นเช่นนี้นั้นเพราะอะไร...ถ้าไม่ใช่...

 

“เพราะ...ฮึก...เพราะข้า...ข้ารักเขาใช่หรือไม่...ข้ารักคนใจร้ายเข้าแล้วใช่หรือไม่เหมยหลง...ฮึก...”

“...”

“ฮึก...ทำไมข้าต้องเสียใจขนาดนี้ด้วยเพียงเพราะรู้ว่าเขาไม่รัก...ถ้าไม่ใช่เพราะข้ารักเขาแล้วข้าจะร้องไห้ทำไม!...ฮือ...” ก้มหน้าซุกเจ้าแมวขนปุยในอ้อมอกทันทีที่พูดจบ กายบางสั่นไหวราวกับจะแตกหักอยู่รอมร่อ เจ้าแมวจอมแก่นแสนซนที่มักคิดลามกอยู่ตลอดเวลาก็ได้แต่ส่งเสียงร้องเหมียวๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้อีกฝ่าย

“ข้าเจ็บจังเลยเหมยหลง...เจ็บที่หัวใจมากๆ เลย” จ้องมองเจ้าแมวตัวน้อยด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตาก่อนจะหลับตาลงให้เจ้าแมวแสนรู้แตะอุ้งเท้าลงเข็ดน้ำตาให้

“ข้าหลงรักคนใจร้ายไปได้อย่างไรกัน...เพียงแค่เขาเปลี่ยนไป เทียวไปเทียวมาหาข้าทุกวันก่อนแต่งงานก็ทำให้ข้าใจเต้นแรงถึงพียงนี้เชียวหรือ...”

“...”

“หากไม่รักกันตอนเข้าหอก็ไม่ควรมาอ่อนโยนกับข้าให้ข้ารู้สึกรักเช่นนี้สิ ฮึก...คนใจร้าย...ท่านมันคนใจร้าย...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            หลังจากพูดคุยกับองค์ราชาของแผ่นดินเสร็จสิ้นด้วยคำตอบที่ดีแล้ว องค์ชายแห่งวังหลวงนั้นก็รีบจัดแจงสั่งนางในให้ทำอาหารตามรายชื่ออาหารที่คนตัวเล็กชอบทาน...เขาหวังว่าจะได้ทานอาหารค่ำด้วยกันกับพระชายาที่ตนรักแล้วค่อยๆ สร้างความประทับใจให้อีกฝ่าย

“เหมียว...” เจ้าแมวสีขาวขนปุยน่ากอดไม่ต่างจากเหมยหลงเท่าไรนักส่งเสียงร้องในอ้อมแขนแกร่งของผู้เป็นองค์ชาย ส่งผลให้คนที่ภายนอกดูแข็งกระด้างแต่ภายในกลับอบอุ่นเช่นชานเลี่ยอดที่จะส่งปลายนิ้วหยอกล้อกับเจ้าแมวน้อยไม่ได้เลย

“ขี้อ้อนนักนะเจ้าแมว...หากปั๋วเสวียนพอเจ้า ข้าจะเป็นคนให้ปั๋วเสวียนตั้งชื่อเจ้าเอง” ยกยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับสัตว์เลี้ยงน่ารักเพศเมียที่ตั้งใจหามาให้เป็นเพื่อนเล่นกับพระชายาตนแล้วก็เป็นคู่รักให้กับเจ้าแมวจอมพยศของตนเสียด้วย

“ข้าหวังว่าปั๋วเสวียนจะชอบเจ้า” สูดหายใจเข้าเรียกความกล้าให้เต็มอก ชานเลี่ยทำตามแผนที่ลู่หานวางไว้ให้หวังเพียงซื้อใจคนตัวเล็กเท่านั้น เปิดประตูตำหนักให้นางกำนัลยกสำรับเข้ามาวางพลางมองหาเจ้าของตำหนักอีกคนผู้กุมหัวใจของตนไว้ทั้งสิ้น ไม่นานนักคนตัวเล็กที่มีกลิ่นหอมพิเศษติดตัวก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดเข้านอนสีหวาน

“ปั๋วเสวียน...” เอ่ยเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าปั๋วเสวียนเอาแต่ยืนนิ่งเบี่ยงหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าตน...แม้จะใจเสียเล็กน้อยแต่ก็ทำใจกล้า

“มีอะไร” ตอบเสียงห้วนเพราะความน้อยใจอัดแน่นจนกลายเป็นแง่งอนปนโกรธเคือง

“เจี่ยเจียบอกว่าเจ้ายังไม่ทานสิ่งใดมาตั้งแต่เที่ยง ข้าก็เลย...”

“ข้าไม่หิว” ...ให้นางกำนัลทำแต่ของโปรดของเจ้า...คำพูดเหล่านั้นกลืนลงคอทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดขัดขึ้นมาก่อน

“แต่เจ้ายัง...”

“ข้าไม่หิวก็คือไม่หิว เชิญองค์ชายเสวยเพียงคนเดียวเถอะพะยะค่ะ” คำราชาศัพท์ถูกพูดออกมาทั้งๆ ที่เคยได้รับอนุญาตแล้วว่าไม่ต้องใช้ก็ได้ แต่คนที่อยู่ในอารมณ์น้อยใจนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างห้ามตัวไม่อยู่

“เจ้าเป็นอะไรไป” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าน้ำเสียงที่เคยหวานหูเริ่มจะแข็งกระด้างขึ้นเรื่อยๆ จนตนนึกแปลกใจ...หรือจะเกลียดข้าจนไม่อยากเข้าใกล้กันนะ...

“ข้าเปล่า” ตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปยังเตียงนอน แต่ยังไม่ทันถึงที่หมายดีนักต้นแขนเรียวก็ถูกจับไว้ด้วยมือของใครอีกคน

“เอ่อ...ข้ามีแมวตัวใหม่มาให้เจ้า อยากให้เจ้ามีเพื่อนเล่น...”

“ข้าไม่อยากได้”

 

...ไม่อยากได้ความอ่อนโยนจอมปลอมของท่านอีก หากไม่รักก็ไม่ต้องมาทำดีกับข้านักเลยองค์ชาย...

 

“เจ้าเป็นอะไรของเจ้าน่ะปั๋วเสวียน เหตุใดเจ้าจึงบึ้งตึงใส่ข้าแล้วทำตัวไม่น่ารักเช่นนี้”

“ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมารักข้าเสียสิ!” เพราะคำพูดแทงใจดำของอีกฝ่ายทำให้ปั๋วเสวียนรู้สึกอยากร้องไห้อีกครั้ง รู้ดีว่าเขาไม่รัก แต่ก็ไม่อยากฟังจากปากเช่นนี้เหมือนกัน

“เจ้า!

“หากข้าไม่น่ารักเหมือนกับผู้สืบเชื้อสายคนอื่นแล้วท่านจะมาแต่งงานกับข้าทำไม! ข้าเป็นเพียงคุณหนูแสนดื้อที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแล้วท่านจะรับข้าเป็นเมียทำไม!

“เจ้าพูดอะไรข้าไม่...”

“หากข้าเป็นเมียที่ดีไม่ได้ท่านก็แต่งงานใหม่หาพระสนมที่ถูกใจท่านเสียสิ!

“ปั๋วเสวียน!

!!!” เสียงทุ้มตวาดลั่นจนคนฟังตกใจ ปั๋วเสวียนทำใจกล้าจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างหาเรื่อง ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ความรักหรือก็ไม่ได้มา แล้วเหตุใดจะต้องยอมให้เขารังแกความรู้สึกเหมือนกับของเล่นเช่นนี้ล่ะ

“แมวตัวนี้น่ารักดี แต่ข้ารักเดียวใจเดียว ข้ามีเหมยหลงอยู่แล้วข้าไม่ต้องการแบ่งหัวใจให้ใคร!

“...”

“หึ...เก็บเอาไว้ให้อนุท่านสิ...” เชิดหน้าขึ้นแต่ไม่ยอมสบตาคนใจร้าย ความหึงหวงเข้าครอบงำจนเหมยฮวาน้อยแสนหวานแปรเปลี่ยนจนชานเลี่ยหนักใจ...ขบคิดว่าปั๋วเสวียนไม่ได้รักและไม่ยอมเปิดใจให้ตนเสียอย่างนั้น

 

เหตุใดฟ้าจึงกลั่นแกล้ง...จับเนื้อคู่ให้พานพบกันแต่กลับไม่ทำให้รักราบลื่น...

 

“ปั๋วเสวียนฟังข้า...” ปล่อยแมวน้อยอ้วนกลมลงกับพื้นให้เป็นอิสระ เจ้าตัวจ้อยไม่อยู่รอเป็นสักขีพยานความเข้าใจผิดของทั้งสองฝ่ายเพราะกลัวจนตัวสั่น เจ้าแมวตัวน้อยที่ไม่ทันผูกสัมพันธ์กับใครจึงวิ่งไปหลบอยู่ในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

“ข้าไม่ฟัง ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างท่านด้วย” สะบัดแขนให้หลุดจากมือหนาที่จับไล่บางของตนบังคับไม่ให้ไปไหน แต่แรงน้อยนิดหรือจะสู้คนโตกว่าได้

“คนอย่างข้ามันเป็นอย่างไร เหตุใดเจ้าถึงไม่คุยด้วย!” เมื่อพูดดีแล้วกลับไม่ได้รับสิ่งดีตอบ สายเลือดมังกรที่ไม่เคยยอมใครก็วิ่งพล่านจนเผลอลืมไปว่าคนตรงหน้าคือคนที่ตนต้องทะนุถนอมอย่างมากที่สุด...

“คนอย่างท่านก็คือคนอย่างท่าน!

!?

“สายเลือดมังกร...อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นท่านจะมีอนุกี่คนหรือจะแต่งพระสนมในวันรุ่งข้าก็ไม่ว่า!

!!!” คำตอบที่ได้รับกลับสร้างความโกรธเคืองให้กับคนฟังเป็นอย่างมาก ชานเลี่ยเสียใจที่ถูกมองข้ามความรู้สึกที่ตนมีให้นั้นไม่เท่ากับความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกคนที่ตนรักอย่างสุดหัวใจดูถูกเช่นนี้

“ได้...เจ้าพูดเช่นนี้ข้าก็จะทำตาม...”

!!!...ท่านจะทำอะไร...” ราวกับได้สติเมื่อถ้อยคำประชดประชันนั้นดูเหมือนจะมีผล ปั๋วเสวียนส่ายหน้าช้าๆ อ้อนวอนในใจขออย่าให้องค์ชายบ้าบิ่นแต่งพระสนมวันพรุ่งนี้ตามที่ตนได้ลั่นวาจาไว้เลย...แต่ความหมายของชานเลี่ยนั้นกลับไม่ใช่สิ่งที่ปั๋วเสวียนคาดคิด

“อื้อ!” ร้องเสียงหลงแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดนอกจากเสียงอื้ออึงในลำคอ เพราะริมฝีปากหวานฉ่ำที่ดันพูดจาไม่น่ารักจนอีกคนโกรธจัดนั้นถูกครอบครองเอาไว้เรียบร้อย มือเรียวทุบตีพลางดันอีกฝ่ายให้ถอยออกเพราะยังไม่ชินกับการถูกรุกล้ำ

“อื้อ...องค์...อะ...องค์ชาย...อื้อ!” เบี่ยงหน้าหลบอย่างไรก็ถูกคนใจร้ายตามมาปล้ำจูบจนสำเร็จ ไม่นานกายบอบบางก็ดิ้นจนล้มลงกับตียงนอนในที่สุด...และดูเหมือนจะเข้าทางคนชำนาญเกมรักไม่น้อยเพราะฝ่ามือหนาไม่รอช้ากระตุกปมผ้ารัดเอวของเหมยฮวาน้อยจนหลุดลุ่ย

“เจ้าบอกเองว่าสายเลือดมังกรอยากได้อะไรก็ต้องได้ ถ้าเช่นนั้นข้าอยากจะกอดคนเป็นเมียให้ชื่นใจเสียหน่อยก็คงไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

“มะ ไม่เอานะองค์ชาย! อื้อ!” เบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกโด่งที่ซุกไซ้อยู่ตรงซอกคอหอมทำเอาไรขนอ่อนของปั๋วเสวียนลุกไปหมด พยายามที่จะขัดขืนแต่ก็ไม่มีหนทางใดเลยที่จะรอด

 

...จะอ้างว่าขอให้บริสุทธิ์จนถึงวันแต่งงานเหมือนคราวก่อนก็มิได้เสียแล้ว...

 

“อ๊ะ! องค์ชาย...” อยากจะขัดขืนสุดใจอย่างเช่นคราวก่อนที่เกือบจกถูกขืนใจแต่เหตุใดครานี้กลับรู้สึกอ่อนแรงไปหมดยามที่ถูกกายเร่าร้อนของผู้เป็นสามีสัมผัส...รู้สึกโหยหาและต้องการอย่างบอกไม่ถูก เกือบจะกล่าวโทษตัวเองเสียแล้วว่าเป็นคนลามกที่อยากถูกเขาสัมผัสแต่ก็กลับหาเหตุผลอื่นได้ทันเพราะไม่อยากคิดจริงๆ ว่าตนนั้นจะมีความต้องการที่น่าเกลียด

 

...คงเป็นเพราะองค์ชายห้าเก่งเกินไปจึงทำให้ข้าเคลิบเคลิ้มแม้กำลังโกรธอยู่เป็นแน่!...

 

“อะ...อือ...อื้อ...พี่ชานเลี่ย...” และสุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่ร้องครางเสียงหวานจนเหล่านางกำนัลที่เฝ้าอยู่รอบนอกตำหนักในต้องแก้มแดงกันเป็นแถบเพียงเพราะได้ยินเสียงร่วมรักของเจ้าบ่าวเจ้าสาวหมาดๆ ที่ดังเล็ดลอดออกมาอย่างสุขสม สองนางกำนัลที่บังเอิญพูดจาไม่เข้าหูพระชายาตัวน้อยเมื่อยามบ่ายถึงกับมองหน้ากันเลิกลักพลางส่งคำพูดทางสายตากันอยู่สองคน

 

หรือองค์ชายกำลังง้อพระชายาอยู่กันนะแน่ๆ เลย!’

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“อือ...” เบือนหน้าหนีสำผัสชื้นแฉะที่คล้ายกับว่าจะเป็นลิ้นเล็กๆ ของเจ้าแมวตัวโปรด ปั๋วเสวียนเบี่ยงตัวหนีแล้วก็ร้องโอดโอยออกมาเมื่อรู้สึกปวดหนึบที่บั้นท้าย

“อูย...” เบ้หน้าร้องออกมาอย่างห้ามไม่ไหว เปลือกตาบางกระพริบถี่ๆ รับแสงแดดยามเช้าอย่างงัวเงีย พระชายาตัวน้อยหันมองคนที่ควรจะอยู่ข้างกายแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า

 

ก็ดี...หากพบหน้ากันตอนนี้ปั๋วเสวียนก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน...

 

ก็เพราะเมื่อคืนนี้แม้จะถูกเรียกว่าการขืนใจแต่ก็กลับเรียกว่าขืนใจได้ไม่เต็มปาก เพราะใครจะรู้ว่าคนที่คนด่าทอในใจว่าเป็นคนใจร้ายไม่มีหัวใจนั้นจะอ่อนโยนจนอุ่นวาบที่หัวใจอีกแล้ว...

 

คนบ้า! เหตุใดจึงรุนแรงกับข้าด้วยการขืนใจข้า!

แต่ท่านก็กลับซื้อใจข้าหลังจากที่ท่านเปลื้องผ้าข้าจนหมด!

 

ใคร...ใครใช้ให้ท่านจูบซับน้ำตาของข้าแล้วทำรักอย่างทะนุถนอมจนใบหน้าข้าเห่อร้อนไปหมด!

 

โถ...นี่ยังไม่รวมที่ปั๋วเสวียนเผลอใจเต้นแรงกับสัมผัสอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนขององค์ชายห้าอีกด้วยนะคนตัวเล็กล่ะยากจะตีตัวเองให้ตายไปเลย มีอย่างที่ไหนบอกว่าเกลียดเขาแล้วที่เขาไม่รัก แต่พอเขาทำดีด้วยหน่อยก็กลับยอมจำนนต่อเขาไปเสียทุกเรื่อง ปั๋วเสวียนคนใจง่าย!

“โธ่เอ๊ย...ข้าควรจะขัดขืนสุดใจขาดดิ้นสิ แต่เหตุใด...เหตุใดข้าจึงเรียกชื่อคนใจร้ายเสียงหวานแบบนั้นล่ะ! ข้าเอาความโกรธความเกลียดไปซ่อนไว้ที่ไหนหมด! ฮื้อออออ” ขยี้ผมนุ่มของตนอย่างหงุดหงิดใจ แม้จะต่อว่าจะพูดบ่นไปมากเท่าไร แต่ใจดวงน้อยก็รู้เหตุผลที่ใจง่ายของตนดีนักเชียว

 

...ก็เพราะ รัก อย่างไรละ...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

            เอ๊า! น้อยป๋ายไม่ซึนกับตัวเองแล้วนะคะ เขายอมรับแล้ว เขารู้ใจตัวเองแล้วว่ารักพี่เขาขนาดไหน...แต่หนูซื่อบื้อไม่ต่างจากองค์ชายเลยลูกกกก แข่งกันเข้าใจผิดตลอด ฟิคก็จะจบแล้วเอ็งจะรักกันตอนไหน 5555555555555 ขอโทษที่หายไปนานอีกแล้วนะคะ แต่ฟีลไม่มีจริงๆ ค่ะ กว่าจะมีอารมณืได้ล่ะก็นะ....

            มีเรื่องจะแจ้งว่า ในเดือนนี้เหมยฮวาจะไม่อัพกลีบที่ 21 จะอัพอีกทีปี 58 แต่ไม่ต้องห่วงไป หมาน้อยจะมีฟิค SF 3 ตอนน่ารักๆ ฉลองปีใหม่มาให้ทุกคนอ่านกันค่ะ เป็นคนชอบให้แบคน่ารักเพราะฉะนั้น SF ก็จะน่ารักตามไปด้วย ฮีๆ ยังไงก็ขอฝากติดตามกันด้วยนะคะ

 

ฝากทำแบบสอบถามเรื่องรวมเล่มด้วยนะคะ คนซื้อหรือไม่ซื้อก็แวะมาทำได้นะคะ

เพราะจะขอสุ่มลำดับที่ของคนที่ตอบแบบสอบถามเพื่อแจกของฝากเล็กๆ น้อยๆ จากเชียงใหม่ด้วยค่า

คลิกทำแบบสอบถามเรื่องรวมเล่ม  #อริร้ายชานแบค

 

 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2932 notisez (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:23
    เข้าใจกันผิดเก๊งเก่งง
    #2,932
    0
  2. #2914 tenpeachyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:00
    จงเหรินร้ายสุดในเรื่องจบ5555555
    #2,914
    0
  3. #2831 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 11:39
    เพราะจงเหรินเลยถึงเป็นขนาดนี้ สงสารทั้งค๔
    #2,831
    0
  4. #2768 pim pimmi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 20:31
    จงเหรินแกมาเคลียเดี๋ยวนี้!
    #2,768
    0
  5. #2747 ParkMild (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 10:27
    จงเหรินแหละตัวดียุแยงตะแคงรั่วดีนัก
    #2,747
    0
  6. #2712 Clothia (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 15:12
    โอย ปั๋วเสวียน -///- องค์ชายห้าก็ง้อซะรุนแรงเชียว
    #2,712
    0
  7. #2704 เคแอล9091 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 12:07
    ทั้งคู่เลยยยย
    #2,704
    0
  8. #2666 Beebee ja (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 12:13
    เมื่อไหร่จะเลิกซึนแล้วยอมรับกันดีๆเล่า ประชดกันอยู่นั่นล่ะ อิชั้นเพลียคะ555555
    #2,666
    0
  9. #2577 joylnr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 20:28
    ตอนแรกนี่ร้องไห้เลย สงสารพระชายาอ่ะ

    องค์ชายรีบบอกรักน้องสิ คิดมากกันทั้งคู่เลย
    #2,577
    0
  10. #2539 Jammie-Lee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 18:06
    แหนะๆๆ ง้อได้น่ารักเนอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,539
    0
  11. #2329 Yezo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 01:32
    คนปากแข็งกะคนซึนมาเจอกันนี้ลำบากกว่าที่คิด
    พี่ปาร์คอดทนหน่อยนะ

    #2,329
    0
  12. #1591 Hztp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 19:50
    อร๊ายยยยยยยยยยยย ไม่รักไม่ทำอย่างนี้นะคะ
    แบครู้ตัวไวเหมือนกันนี่นา  แบคหวงก็น่ากลัวเหมือนกันนะ
    #1,591
    0
  13. #1316 Yok'ky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 22:00
    เข้ายอมรับใจตัวเองแล้วนะ พี่ชานห้ามมีสนมเข้าใจไหม พระชายาประชดเฉยๆ ห้ามห้ามห้าม!!!!
    #1,316
    0
  14. #1309 bam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 16:24
    ปากแข็งทั้งคู่ แล้วยังเข้าใจผิดกันอีก

    องค์ชายอย่าประชดตามที่ป๋ายพูดนะ
    #1,309
    0
  15. #1301 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 21:36
    >/////////////////////////////<
    #1,301
    0
  16. #1269 Pii Ploywoii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 00:02
    องค์ชายง้อแบบนี้พระชายาจะรอดเร๊าะะะ 555
    #1,269
    0
  17. #1267 GROUPGRIVE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 23:26
    โอ๊ยยยยย น่ารักจังงววว องค์ชายห้าก็อธิบายสักสีสิว่าตัวเองรู้สึกยังไง ปั๋วเสียนก็ปากไวไป องค์ชานเข้าใจผิดหมดแล้ว
    #1,267
    0
  18. #1264 little.mermaid (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 18:51
    คิดกันไปคนละฝ่ายคนละอย่างเลยน้อ.. รักเขาก็บอกเขาซี่. ทำซึนทั้งคู่ป่านไหนจะรู้กันเนี่ย
    #1,264
    0
  19. #1263 Chakbann (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 16:41


    =///////////////////= เขินเอาะะ

    #1,263
    0
  20. #1262 Lalita Attaprachong (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 11:07
    องค์ชายก็ยังคงเปนองค์ชายผู้นุ่มนวล  อร๊ายยยยยย  เขิลๆๆๆ
    #1,262
    0
  21. #1261 Jomkwan94 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 09:17
    แหมๆเข้าตำราผัวเมียทะเลาะกันบ่อยๆแล้วลูกดก 5555 รักกันแต่ก็ยังเข้าใจผิดกันต่างคนต่างคิดว่าเค้าไม่รัก เพราะจงเหรินเลย
    #1,261
    0
  22. #1260 moon_beam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 09:08
    โอ๊ยยยยยยยยย พระชายานี่มโนเลิศจริงๆเพคพ ยอมมมมม
    #1,260
    0
  23. #1258 Pawhale (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 00:31
    สุดท้ายก็ใจอ่อนให้องค์ชาย >\\<
    #1,258
    0
  24. #1257 Tiipew (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 22:48
    เกิดอาการพ่อแง่แม่งอนกันอีกแล้ว....ร่างคนต่างคิดกันไปงี้แล้วเมื่อไหร่จะเข่าใจกันสักทีล่ะจ๊ะองค์ายห้ากับพระชายา....สู้ๆเค้าพยามกันนะจ๊ะ จุ๊บๆ ^3^
    #1,257
    0
  25. #1256 JokerJung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 22:11
    พอไรท์บอกว่าใกล้จบก็เริ่มคิดตามจริงๆ...มันจะไปเข้าใจ แล้วก็รักกันตอนไหนเนี่ยยยยย! ... ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน~ #โปรดร้องให้เป็นทำนองเพลง
    #1,256
    0