♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 20 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๑๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    21 ธ.ค. 57





梅花

เหมยฮวากลีบที่ 19

“...ท่านจะบอกอะไรข้ากันแน่”

 

            แสงแดดยามเช้าบ่งบอกเวลารุ่งสางพร้อมทั้งเสียงเหล่านกน้อยที่ร้องเจื้อยแจ้วราวกับระฆังบอกเวลา คนบอบบางที่นอนหลับปุ๋ยเพราะเหนื่อยอ่อนค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นหลังจากความรู้สึกอ่อนเพลีย ความอุ่นร้อนชัดเจนในสัมผัส ปั๋วเสวียนรู้สึกว่าร่างกายส่วนบนของตนนั้นอบอุ่นอย่างแปลกๆ กระพริบตาปริบๆ เพื่อมองดูหาสาเหตุ

“เฮือก...” เบิกตาโพลงเพราะความตกใจกับสิ่งที่เห็นพลางส่งแขนวางลงบนที่ว่างของเตียงแล้วยีนตัวเองขึ้น

“อะ อุ๋ย...” หลับตาหยีเมื่อขยับตัวแล้วรู้สึกเจ็บแสบไปทั่วสะโพกจนต้องทิ้งน้ำหนักลงที่เดิมอีกครั้ง...บนอกอุ่นๆ ของคนเป็นสามี...

“เจ็บจัง...” ส่งมือเรียวลูบป้อยๆ บีบบ้างคล้ายกับการนวดผ่อนคลายบนสะโพกงามงอนของตนเอง พลางนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ทำให้ตนเองเจ็บถึงขนาดก็อดที่จะรู้สึกเขินอายไม่ได้ ใบหน้าเนียนขึ้นสีจนแทบจะเป็นมะเขือเทศ หวนนึกถึงสัมผัสเร่าร้อนที่ได้รับแต่กลับอ่อนโยนจนรู้สึกขอบคุณผู้เป็นสามี

 

หากชานเลี่ยจะทำรุนแรงหรือก็มีสิทธิ์

แต่กลับปลอบประโลมดูแลอย่างดีจนปั๋วเสวียนรู้สึกซึ้งน้ำใจ

 

“บ้าจริง...ทำไมข้าถึงยิ้มล่ะ!” บ่นกับตัวเองคนเดียวเบาๆ พยายามกัดริมฝีปากกลั้นยิ้มที่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงแย้มยิ้มออกมา สุดท้ายเมื่อหาคำตอบไม่ได้ก็ปล่อยตัวนอนบนกายเปลือยเปล่าของคนที่โอบกอดตนเองอยู่ ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับไม่รู้สึกตัว

“ขอบคุณท่านมากที่อ่อนโยนกับข้า...” เอ่ยออกไปตามความรู้สึกแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน แต่ก็เพราะว่าหากคนตรงหน้าตื่นขึ้นมาปั๋วเสวียนก็คงไม่กล้าพูดอยู่ดี

 

“เหมียว...”

 

เสียงร้องของสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่นั่งมองอยู่นานดังขึ้นเรียกร้องความสนใจจากคนตัวเล็กที่ตื่นแล้วเป็นอย่างดี ปั๋วเสวียนค่อยๆ ขยับตัวจับท่อนแขนยาวที่โอบรอบเอวตนเองไว้ออกเพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายตื่นเสียก่อน พยายามขยับตัวหันหน้าไปทางต้นเสียงอย่างช้าๆ เพราะรู้สึกเจ็บสะโพกไปหมดจนแทบอยากจะร้องไห้

“เมี้ยว...” แมวน้อยสีขาวขนปุยวิ่งเหยาะๆ เข้าหาคนบนเตียง ตั้งท่าโก่งตัวก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งบนตักคนน่ารักอย่างออดอ้อน ปั๋วเสวียนแย้วยิ้มให้ความขี้อ้อนนั่นก็จะหุบยิ้มลงเมื่อเห็นผ้าพันแผลสีขาวพันพาดตัวเจ้าเหมียวตัวน้อย

“เจ็บมากหรือเปล่าเหมยหลง...” เอ่ยถามด้วยแววตาเศร้าสร้อย แม้ตนจะไม่ได้เป็นคนทำผิดแต่ก็อดสงสารเจ้าสัตว์ตัวน้อยที่ไม่รู้เรื่องแต่ต้องมาโดนลูกหลง

“ข้าขอโทษนะ เพราะข้าแท้ๆ เลย...” แนบแก้มลงกับผ้าพันแผลขาวสะอาดพลางลูบขนนุ่มนิ่มเจ้าตัวน้อยเป็นการปลอบประโลม ในขณะที่ปั๋วเสวียนกำลังรู้สึกผิดอยู่นั่น ใครเล่าจะรู้ความในใจของเจ้าแมวน้อยแสนร้ายกาจตัวนี้

 

ท่านปั๋วเสวียน! ท่านปั๋วเสวียน! กอดข้าทั้งๆ ที่เปลือยเปล่าเช่นนี้ ข้ายอมเจ็บ! ข้ายอมเจ็บ!’

 

อีกหนึ่งบุรุษที่เริ่มมีสติหลังจากได้ยินเสียงสัตว์เลี้ยงประจำตัว อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณหรือความหึงหวงที่มีมากเกินไปจึงทำให้ชานเลี่ยรู้สึกถึงภัยอันตรายอยู่ลึกๆ ปรือตาขึ้นมาเสียงเล็กน่าฟังของภรรยาตนเอง แรกนั้นเห็นแผ่นหลังนวลเนียนชวนวาบหวามที่โผล่พ้นผ้าแพรสีแดงเพลิงทำเอาคนมองต้องหลับตาสูดหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์

“เมี้ยว...” เสียงเจ้าแมวตัวแสบดังขึ้นอีกครั้งเป็นดั่งสัญญาณเตือนว่าตนเองควรจะลุกขึ้นได้แล้ว ทันทีที่ลืมตาขึ้นเต็มตื่นองค์ชายห้าผู้เย่อหยิ่งก็แทบจะตาถลนเมื่อเห็นว่าแมวดื้อนั้นกำลังใช้จมูกฟุดฟิดอยู่แถวใบหน้าเนียน

 

หนอย! เจ้าแมวลามก!

 

“เหมยหลง!” เผลอแผดเสียงออกไปด้วยความหึงหวงจนทำให้ทั้งคนและแมวสะดุ้งไปพร้อมกัน ปั๋วเสวียนหันมองคนตวาดอย่างไม่เข้าใจ

“เอ่อ...หากเจ้าจะเล่นกับเหมยหลงก็ควรจะสวมเสื้อผ้าเสียก่อน ข้าไม่อยากให้แมวข้าใจแตก...” ไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาอ้างแต่ปากที่มาก่อนใจก็เอ่ยไปเสียแล้ว

“อุ๋ย!” ก้มมองดูสภาพตนเองแล้วก็หน้าเห่อร้อนทันที มือเรียวเล็กรีบวางเจ้าแมวอ้วนลงข้างเตียงแล้วดึงผ้าแพรเนื้อดีขึ้นปิดกายตนทั้งหน้าและหลังอย่างรวดเร็ว เหมยหลงที่เห็นดังนั้นแล้วก็ร้องหง่าวๆ ประท้วงทันที หากมันพูดได้ก็คงจะเป็นประโยคที่ว่า...

 

ไม่นะ! เปลือยเช่นนั้นน่ะดีแล้ว!’

 

อุ้งเท้าน้อยๆ เตรียมแตะลงบนผ้าแพรเพื่อดึงออกแต่ก็ไม่ทันเนื่องจากถูกมือหนาของเจ้านายที่แท้จริงอุ้มขึ้นเสียก่อน

“เมี้ยว!” ร้องขัดอย่างดื้อรั้นจนคนฟังคิ้วกระตุก หากจะบอกว่าเขาหวงเหมยฮวาน้อยนี้มากแม้กระทั่งกับแมวรักนั้นก็ยอม...เพราะเขารู้ดีว่าแจ้วแมวน้อยตัวนี้นิสัยเป็นเช่นไร! ไม่รอช้าคนขี้หวงที่จับเหมยหลงเอาไว้ในมือก็ลงจากเตียงเดินไปยังหน้าประตูตำหนักแล้วจับเจ้าแมวน้อยแสนดื้อโยนออกไปเบาๆ แล้วรีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว...แต่ก็ไม่วายแอบยักคิ้วกวนให้กับเจ้าแมวจอมพยศนั่นไปหนึ่งทีล่ะนะ...

ยืนส่ายหน้าอยู่ตรงประตูอย่างเหนื่อยใจกับความดื้อของสัตว์เลี้ยงตัวป่วนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวหันกลับมาหาพระชายาตัวน้อยแต่ก็ต้องเลิกคิ้วงงเมื่อเห็นคนน่ารักนั่งตาโตนิ่งงันอยู่บนเตียง...สบตากันได้ไม่นานคนตัวเล็กก็ก้มหน้าหลับตาพลางยกมือเรียวสวยขึ้นปิดตาแน่น

“คนบ้า! ท่านลุกเดินทั้งๆ ที่ยังไม่ใส่อะไรเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!” ตวาดออกไปทั้งที่ใจก็เต้นแรง แม้เมื่อคืนจะร่วมรักกันแล้วแต่ปั๋วเสวียนก็ไม่ได้จ้องมองร่างกายของคนเป็นสามีเสียเท่าไร

 

...ใครจะไปกล้ามองของคนอื่นกัน! ข้าโตมากับลู่หานจะอาบน้ำยังไม่แก้ผ้าหมดเลยนะ!...

 

ด้านชานเลี่ยเองก็อึ้งกับสภาพของตนเองไม่น้อย เพราะความหึงหวงไม่เข้าท่าจึงทำให้ตนเผลอตัวเช่นนี้ แต่หากเป็นแต่ก่อน...ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ชานเลี่ยก็คงรีบแต่งกายไปแล้ว แต่กับตอนนี้...ตอนที่ตนมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวเหมยฮวาน้อยแล้ว...ก็คงไม่ต้องอายให้มากนักหรอก

“เจ้าเขินข้าหรือ...” ลอบถามเสียงเรียบแต่ใบหน้านั้นยิ้มแย้มอย่างหุบไม่อยู่ เพราะเหมยฮวาตัวน้อยเอาแต่ก้มหน้าปิดตาอยู่อย่างนั้นจนไม่เห็นอะไรเลย

“เจ้าหวั่นไหวกับข้าบ้างหรือเปล่า...” อยากลองถามดูเผื่ออีกฝ่ายจะมีใจให้จะได้ไม่ต้องทำตามแผนขององค์ชายสองอีก แต่ก็ดันลืมนึกไปว่าหากรีบร้อนนักก็มักจะไม่ได้ผลที่สวยงาม

“ใครจะไปหวั่นไหวกับคนอย่างท่านกัน! เพราะคนเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงโดยง่ายในระยะเวลาสั้นๆ คนตัวเล็กที่ยังติดนิสัยปากไวพูดแก้เขินนั้นจึงไม่ทันได้ระวังคำพูด...ชานเลี่ยยืนนิ่งกับคำตอบที่ได้รับ แม้จะบอกใจตนเองว่าปั๋วเสวียนก็พูดเพราะเขิน แต่ก็อดคิดมากไม่ได้เช่นกัน

“ตามประเพณีแล้วเจ้าต้องอาบน้ำแต่งตัวให้ข้า แต่หากเจ้ายังเจ็บอยู่ก็ไว้วันอื่นแล้วกัน...ข้าอาบน้ำเสร็จจะเรียกนางกำนัลมาแต่งตัวให้เจ้า” พูดเพียงเท่านั้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นหลังจากที่คิดว่าอีกฝ่ายคงหายไปแล้ว ไม่นานปากเรียวสวยก็เบะออกยกกำปั้นน้อยๆ ขึ้นทุบศรีษะตนเองเบาๆ หลายครั้ง

“ฮื่อ! ปากข้านะ! เหตุใดจึงพูดไม่คิดอีกแล้ว!” ทำโทษตัวเองกลายๆ เพราะว่าเผลอทำนิสัยไม่ดีดั่งที่เคยเป็นใส่คนที่ควรจะทำดีด้วย คนตัวเล็กนึกเอ่ยขอโทษในใจอย่างรู้สึกผิด ในขณะเดียวกันคนคิดมากนั้นก็คร่ำเครียดไม่ต่างกัน

 

“ใครจะไปหวั่นไหวกับคนอย่างท่านกัน!

“ใครจะไปหวั่นไหวกับคนอย่างท่านกัน!

“ใครจะไปหวั่นไหวกับคนอย่างท่านกัน!

 

“แล้วข้าต้องเป็นคนอย่างไรหรือ...เจ้าถึงจะหวั่นไหวเสียที...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            ตกบ่ายพระชายาตัวน้อยที่นั่งรอพระสวามีของตนกลับมาก็นั่งหน้าละห้อยอยู่หน้าตำหนักเพราะตั้งแต่เช้าที่ชานเลี่ยออกจากห้องน้ำ ผู้เป็นสามีก็แต่งกายก่อนจะรีบออกไปนอกตำหนักจนคนตัวเล็กไม่ทันได้กล่าวขอโทษ

 

อยากจะขอโทษที่พลั้งเผลอพูดจาทำร้ายน้ำใจออกไป

แค่อยากจะขอให้เข้าใจว่ากำลังปรับตัวให้เป็นภรรยาน่ารักอยู่เช่นกัน...

 

“อ๊ะ ท่านจงเหริน!” ริมฝีปากเล็กรีบเอ่ยเรียกบุรุษผิวคล้ำรูปงามคมเข้มที่กำลังเดินหน้ามุ่ยผ่านหน้าตนจนคนถูกเรียกต้องหยุดชะงักลง

“ท่านจงเหริน...” เอ่ยเรียกอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนได้เรียกชายหนุ่มตรงหน้าจริงๆ องครักษ์หนุ่มเลิกคิ้วสงสัยก่อนจะสาวเท้าเข้าหาคนเรียกอย่างไม่เร่งรีบนัก

“ว่าอย่างไรหรือพระชายา”

“เอ่อ...ท่านจงเหรินมิได้อยู่กับองค์ชายหรอกหรือ...”

“อ๋อชานเลี่ย...เอ๊ย องค์ชายห้าล่ะก็ข้าไม่ได้อยู่ด้วยหรอกพะยะค่ะพระชายา” ใบหน้าหวานหลุดหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าองครักษ์คนสนิทเผลอตัวเรียกชื่อเชื้อพระวงศ์เพราะความสนิทสนมอีกแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกท่านจงเหริน หากอยู่กับข้าท่านจะเรียกองค์ชายว่าอย่างไรก็ตามสะดวกเถอะ”

“ฮะๆ พะยะค่ะ”

“ว่าแต่...องค์ชายไปไหนหรือ” เห็นคนตัวเล็กมีสีหน้าเป็นกังวลจนคนขี้แกล้งนึกสนุก...หากว่าจงเหรินชอบยั่วให้ชานเลี่ยหึงปั๋วเสวียนแล้วก็คงต้องแกล้งปั๋วเสวียนให้รู้จักหึงหวงชานเลี่ยบ้างถึงจะยุติธรรมสินะ

“เอ่อ...คือ...” แสร้งทำหน้ากระอักกระอ่วนแลดูกำลังลำบากใจจนปั๋วเสวียนสงสัย

“มีอะไรหรือท่านจิงเหริน...”

“คือว่า...ข้าพูดไปแล้ว...พระชายาก็อย่าคิดมากเลยนะ...”

“เอ๋?” ทำหน้างงกว่าเดิมจนคนมองนึกสนุกในใจ

“คือว่า...น้องชายร่วมสายเลือดของท่านน่ะ...”

“น้องชาย...ลู่หานหรือ...”

“อ่า...ใช่แล้ว...ลู่หานน่ะงดงามไม่น้อยไปกว่าท่านเลยนะ”

“ละ แล้ว...แล้วเกี่ยวอะไรกับที่ข้าถามถึงองค์ชายกันล่ะท่านจงเหริน...” ปั๋วเสวียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายมัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ ในการตอบคำถาม ซ้ำยังตอบไม่ตรงคำถามอีก

“ก็...ท่านก็รู้ใช่ไหมว่าเชื้อพระวงศ์น่ะ ต่อให้มีพระชายาอยู่แล้วก็ยังมีพระสนมได้...”

“...” ถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินคำว่า พระสนม ...ไม่ว่าจะชายหรือหญิง หากมีคู่ครองต่างก็อยากเป็นเพียงหนึ่งเดียวไม่ใช่ที่หนึ่งแต่อย่างใด...

“...ลู่หานก็สวยขนาดนั้น...”

“...ท่านจะบอกอะไรข้ากันแน่”

“...คือชานเลี่ยรับสั่งให้เรียกหาลู่หานมาเสียตั้งแต่เช้าแล้วล่ะพะยะค่ะ...” จู่ๆ ความรู้สึกเหมือนถูกอึดอัดในใจก็ก่อตัวขึ้นจนปั๋วเสวียนไม่รู้สาเหตุ พระสนมงั้นเหรอ...

“ตะ แต่ข้ากับองค์ชายเพิ่งแต่งงานกัน คงไม่คิด...”

“ก็นั่นน่ะสิพะยะค่ะ เพิ่งแต่งงานเข้าหอกันแท้ๆ แทนที่จะอยู่หวานชื่นกันสองต่อสอง แต่ชานเลี่ยกลับเรียกตัวน้องชายคนสวยของท่านมาแทน ไม่คิดว่ามันแปลกๆ หรือพะยะค่ะ?” ทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจังประกอบคำพูดหลอกล่อให้พระชายาตัวน้อยใจเสีย แอบเห็นใบหน้าหวานทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ก็นึกขบขันอยู่ในใจ

 

น่ารักไปหมดทุกท่าทีเลยน้า...พระชายาของชานเลี่ยเนี่ย...

 

“พระชายาอย่าเครียดไปเลย ข้าก็แค่คาดเดาไปก่อน...พระชายาอยากพบชานเลี่ยล่ะก็ไปหาได้ที่ศาลาริมน้ำตรงท้ายวังนู่นแหนะ...”

“จะ จริงเหรอ...” น้ำเสียงคล้ายเด็กน้อยกำลังดีใจทำเอาจงเหรินแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ บางทีคนปากแข็งก็อาจจะไม่ได้มีเพียงแค่เพื่อนสนิทของตนก็เป็นได้...

“อาฮะ พระชายาลองไปหาชานเลี่ยที่นั่นดูเถอะพะยะค่ะ...แต่ก็ไม่แน่ใจว่าทั้งสองจะกำลังหวานชื่นกันอยู่รึเปล่าน้า เพราะชานเลี่ยก็ไล่ข้าออกมาเหมือนกัน...” ประโยคหลังแกล้งพูดลอยๆ เปล่งเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยินแม้ใจจริงก็ตั้งใจจะกลั่นแกล้งอยู่

“หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนนะพระชายา” โค้งให้อย่างมีมารยาทก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ที่ปั๋วเสวียนไม่มีทางได้เห็น ทิ้งให้คนตัวน้อยที่กำลังคิดมากยืนทำหน้าไม่สบายใจอยู่นานสองนาน

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

ใบหน้าหวานกำลังแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีหลังจากได้ฟังคำถามแสนน่ารักถูกเอ่ยออกมาโดยองค์ชายหน้าดุที่ลู่หานจำได้ว่า คราก่อนที่ถูกจับได้ในห้องของพี่ปั๋วเสวียนนั้นคนตรงหน้าน่ากลัวแค่ไหน ยิ่งวันที่ถูกปลายดาบแหลมคมนั้นจ่อที่คอก็ทำเอาลู่หานกลัวแทบตาย พอมาวันนี้ถูกทหารในวังมาเรียกตัวแต่เช้าใจรึก็นึกว่าจะถูกเรียกมาประหารเสียแล้ว

 

มีสิ่งใดที่พี่ชายของเจ้าชอบและไม่ชอบบ้างหรือ...

 

นี่คือคำถามแรกที่ถูกเอ่ยมาแทนการทักทาย แม้จะตกใจกับคำถามไปบ้างแต่ก็ทำให้ลู่หานรู้สึกดีใจจนหุบยิ้มไม่อยู่เมื่อรับรู้ว่าคนวางมาดตรงหน้านั้นใส่ใจพี่ชายตัวเล็กของตนมากแค่ไหน

 

ข้าควรทำตัวแบบไหน ปั๋วเสวียนถึงจะชอบ

 

แม้จะหลบสายตาตอนถามแต่ใบหน้าขึ้นสีขององค์ชายรูปงามตรงหน้าก็ทำเอาลู่หานรู้สึกสุขใจ...ท่านลุงพูดถูก...พี่ปั๋วเสวียนโชคดีแล้วที่ได้แต่งเข้าวังกับองค์ชายผู้นี้...ลู่หานหัวเราะออกมาระรอกใหญ่หลังจากที่ฟังองค์ชายห้าเล่าเรื่องยามเช้าที่เป็นต้นเหตุที่ตนถูกเรียกตัวมา พูดคุยเล่าเรื่องสิ่งที่ปั๋วเสวียนชอบและไม่ชอบอยู่นาน ก็ถูกชวนให้ทานอาหารยามเที่ยงด้วยกันเพราะดูท่าแล้วคงจะคุยด้วยอีกยาว

“หากข้าจะเชิญเจ้ามาพูดคุยกับข้าอีกจะได้หรือไม่ลู่หาน”

“ได้อยู่แล้วพะยะค่ะ ขอเพียงเพื่อให้องค์ชายและพี่ปั๋วเสวียนได้รักกัน ข้าจะเอาใจช่วยนะพะยะค่ะ”

“เฮ้อ...พี่ชายของเจ้าน่ะดื้อนัก ข้าปรึกษาจงเหรินก็แล้ว พี่อี้ฝานก็แล้ว พี่ชายเจ้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นไหวสักนิด แม้จะดูโอนอ่อนลงก็เถอะ แต่ก็ยังคงปากแข็งพูดจาทำร้ายจิตใจข้าอยู่เหมือนเคย จนข้าร้อนใจทนไม่ไหวต้องเรียกเจ้ามาปรึกษา”

“หากพี่ปั๋วเสวียนรู้ว่าท่านร้อนรนเพียงเพราะพี่ปั๋วเสวียนเป็นต้นเหตุเช่นนี้ พี่ปั๋วเสวียนจะต้องดีใจมากแน่พะยะค่ะ”

“ไม่ได้นะ เจ้าอย่าบอกปั๋วเสวียนเด็ดขาด...ข้าอยากทำให้ปั๋วเสวียนรักข้าด้วยการกระทำของข้าเอง...” เปล่งออกมาด้วยวาจาหนักแน่นทำเอาลู่หานอดยิ้มตามด้วยความยินดีไม่ได้เลย...

 

...น่าอิจฉาพี่ปั๋วเสวียนเสียจริง...

 

อีกด้านหนึ่งของสวนหย่อมหลังวังหลวงที่หากจากศาลาริมน้ำมากพอตัวจนทำให้ผู้ที่กำลังคุยกันอยู่อย่างออกรสนั้นมองไม่เห็น คนตัวเล็กยืนมองดูพระสวามีของตนที่ดูเหมือนจะสนใจในตัวลู่หานอยู่มากก็รู้สึกใจหาย

“เพิ่งแต่งงานกับข้าเองนะ...จะมีพระสนมแล้วงั้นหรือ...” ทั้งๆ ที่ควรจะรู้สึกดีใจหากอีกคนมีคนอื่นจะได้ไม่มายุ่งวุ่นวายกับตนเอง แต่แล้วปั๋วเสวียนก็ไม่รู้เช่นกันว่าความรู้สึกวูบโหวงภายในใจคืออะไร

“บ้าน่า...ข้าจะเสียใจไปทำไมในเมื่อข้าไม่ได้แต่งงานเพราะรักเสียหน่อย...” พยายามปลอบใจตนเองแต่แล้วก็โกหกตนเองไม่ได้เพราะรู้สึกน้อยใจจริงๆ นั่นแหละ

 

ทั้งๆ ที่ตั้งใจทำตัวเป็นภรรยาที่น่ารักแล้วแท้ๆ

อดทนกับข้าหน่อยไม่ได้หรืออย่างไรกัน

หากท่านอยากจะมีพระสนมข้าจะไปว่าอะไรท่านได้ล่ะ!

 

...แม้ว่าเมื่อคืนท่านจะอ่อนโยนเพียงไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะอ่อนโยนต่อข้าเพียงคนเดียวนี่นา...

 

“เฮ้อ...” ถอนหายใจพลางส่ายหน้ากับความคิดน้อยอกน้อยใจของตนเองทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ ในเมื่อตัวเองก็เป็นฝ่ายตั้งตัวเป็นศัตรูก่อนแท้ๆ...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“เสด็จพ่อเรียกข้ามามีพระประสงค์อันใดต้องการรับสั่งข้าหรือพะยะค่ะ” เสียงทุ้มทรงอำนาจไม่ต่างจากเจ้าของแผ่นดินดังขึ้นเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ฟังเป็นอย่างดี

“พ่อไม่มีหรอกลูกรัก...เพียงแต่จะเรียกมาพูดคุยเรื่อยเปื่อยตามประสาพ่อลูกเท่านั้นเอง” ได้ยินดังนั้นคนตัวสูงก็หัวเราะเช่นกัน

“เสด็จพ่อคิดถึงลูกหรือพะยะค่ะ ลูกแค่หายไปว่าราชการต่างเมืองไม่กี่วันเอง...”

“ก็ไม่ทันได้มาร่วมงานแต่งของชานเลี่ยนี่นะ...”

“อ่า...ชานเลี่ยกับปั๋วเสวียนแต่งงานเมื่อวาน ลูกเองก็เพิ่งกลับวังเมื่อเช้านี้ ยังไม่มีโอกาสได้ไปแสดงความยินดีกับน้องเลยพะยะค่ะ”

“พ่อว่าพ่อเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ด้วย คุณหนูปั๋วเสวียนจากสกุลเปี้ยนนี่งดงามเหมาะสมกับเจ้าชานเลี่ยจริงๆ ฮะๆ” เห็นบิดาหัวเราะอย่างมีความสุขก็อดจะยิ้มตามไม่ได้...ก็นานแล้วที่ไม่ได้เห็นแววตาเปี่ยมสุขบนใบหน้าของบิดาตน เพราะองค์ราชามีแต่ทรงงานจนเคร่งเครียดอยู่ทุกวัน

“เฮ้อ...พ่อเองก็แก่แล้วล่ะนะ อยากจะอุ้มหลายใจจะ...”

“ลูกคิดว่าชานเลี่ยอาจจะมีหลานให้เสด็จพ่อเร็วๆ นี้เป็นแน่พะยะค่ะ”

“อื้ม...พ่อก็ว่าเช่นนั้น แต่ได้ยินมาว่าพระชายาน่ะแสบใช่ย่อย เห็นว่าหนีออกจากวังด้วยนี่นะ”

“เสด็จพ่อ!” คนมีความผิดฐานช่วยกันปกปิดถึงกับสะดุ้งตกใจ

“พวกเจ้านี่นะ...”

“ลูกผิดไปแล้ว ขอเสด็จพ่อโปรดไต่สวนก่อนลงอาญาพระชายาด้วยพะยะค่ะ!” รีบหยัดกายลุกขึ้นยืนก่อนจะคุกเข่าลงอ้อนวอนผู้เป็นพ่อ

“ฮ่า! เจ้าคิดว่าข้าต้องไต่สวนอันใดอีกในเมื่อเจ้าลงโทษเด็กหนุ่มนามซื่อชุนนั่นไปแล้ว...หากข้าจะลงโทษพระชายานั้นก็คงไม่ปล่อยให้ได้แต่งงานกับองค์ชายห้าหรอกนะ”

“สะ เสด็จพ่อทรงรู้...”

“อืม...พ่อของปั๋วเสวียนเป็นคนบอกข้าเอง...เรื่องมันแล้วไปแล้ว พระชายาเองก็มิได้เจตนาจะหลบหนีอย่างแท้จริง ข้าไม่ถือสาหรอก”

“...”

“เพียงแต่พ่อไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกเจ้าถึงไม่บอกพ่อ...”

“คือ...”

“คิดว่าพ่อจะสั่งประหารปั๋วเสวียนจริงๆ น่ะหรือ?”

“พะยะค่ะ...”

“เฮ้อ...พ่อมีเหตุผลพอนะอี้ฝาน...เอาเถอะ ลุกขึ้นมานั่งคุยเช่นเดิมเถอะนะ” ลุกขึ้นพยุงบุตรชายแสนรักให้นั่งลงข้างกายเช่นเดิมก่อนใบหน้าแสนใจดีของผู้เป็นพ่อนั้นจะหันมามองลูกชายด้วยแววตาจริงจัง

“พ่อเองก็อยากให้เจ้าแต่งงาน...เจ้าเป็นถึงองค์รัชทายาทต้องสืบทอดบัลลังก์ต่อจากคนแก่ใกล้ตายอย่างพ่อ...”

“เสด็จพ่ออย่าพูดเช่นนั้นเลยพะยะค่ะ เสด็จพ่อทรงแข็งแรงดี ยังอยู่กับลูกได้อีกนาน...”

“ไม่ว่าอย่างไรพ่อก็อยากให้เจ้าแต่งงาน...” น้ำเสียงจริงจังแกมบังคับเอ่ยขึ้นจนอี้ฝานไม่กล้าเถียง

“ลูกพี่ลูกน้องของปั๋วเสวียนที่ชื่อว่าลู่หานหน้าตางดงามไม่ต่างกัน ชาติตระกูลและการศึกษาก็ดีพร้อม หากเจ้าไม่ว่าอย่างไรพ่อก็อยากจะให้เจ้า...”

“อย่าเลยพะยะค่ะ!” รีบปฏิเสธออกมาทันควัน อี้ฝานส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจอย่างแรงเพราะตนนั้นก็รู้ดีว่าต้องมีวันนี้สักวัน

“ลู่หานยังเด็ก ชีวิตในวังไม่ใช่เรื่องง่าย ลูกคิดว่าไม่ควร...”

“แล้วเจ้าจะแต่งงานกับใครล่ะอี้ฝาน...ถ้าเช่นนั้นการสอบคัดเลือกในคราหน้าเจ้าต้องเลือกหนึ่งในบรรดาผู้สืบเชื้อสายชั้นสูงมาเป็นพระชายาแล้วล่ะนะ”

“แต่ลูกไม่อยากแต่งงานกับคนที่ลูกไม่ได้รัก...”

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็รีบหาคนรักเสียสิ...”

“แล้ว...แล้วถ้าหากลูกมีคนรัก...”

“คนผู้นั้นก็จะต้องสูงส่งเหมาะสมกับเจ้าและเหมาะที่จะถูกยกย่องสรรเสริญเป็นแม่ของแผ่นดินในภายภาคหน้าด้วย...” เพียงเท่านี้ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ...อี้ฝานได้แต่มองพื้นด้วยใจที่เจ็บปวด...เพียงเท่านี้ตนก็รู้แล้วว่าแผนชีวิตที่จะมีเพียงแต่จื่อเทานั้นเป็นไปได้ยาก...

“พ่อให้เวลาเจ้าก็แล้วกัน รีบหาคนที่เจ้ารักให้เจอ...พ่อไม่ได้อยากมีหลานตัวน้อยจากชานเลี่ยเพียงแค่คนเดียวหรอกนะ...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

            มาต่อแล้ววววววว จะบอกว่า...เหมือนจะจบแล้วอะ =[]= ในสมุดที่ร่างพล็อตไว้คืออีก 5 ตอนจบค่ะ...ตกใจเลย เห้ยมันจะจบได้ไงเนี่ย ทำไมรู้สึกว่ามันมาแค่ครึ่งเรื่องเอง! #มันก็ครึ่งเรื่องตั้งแต่ปั๋วเสวียนหนีแล้วเฮ้ย แป่ว...งงเลยยยย นี่มาลามิวท์นึกว่าเหลืออีกหลายตอนนะเนี่ย ลืมไปจริงๆ ว่าเขียนไว้มีแค่ 20 ตอนหน่อยๆ ฮ่อก...

 

            อ่าวใครอยากได้ฟิคก็รีบเก็บเงินโดยด่วน คงจะเปิดจองช่วงมกราคมนะคะ ราคาก็อยากที่บอกไว้ในแชปก่อนหน้าเลยค่า ^^

 

 น้องป๋ายเข้าใจผิดใหญ่แล้ว อะไรกันนนน รักพี่เขาแล้วทำไมหนูไม่รู้ตัวสักที! #อริร้ายชานแบค

 

 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2931 notisez (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:10
    ปั่นเก่งมากคุณจงเหริน
    #2,931
    0
  2. #2913 tenpeachyy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:58
    สงสารอี้ เอ็นดูแมว
    #2,913
    0
  3. #2830 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 11:27
    ปากแข็ง ปากร้านพอกัน 5665
    #2,830
    0
  4. #2804 Exo_ppppp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:29
    สงสารเฮียฟาน
    #2,804
    0
  5. #2767 pim pimmi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 20:18
    อี้ฟานสู้นะ
    #2,767
    0
  6. #2703 เคแอล9091 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 11:21
    จงเหรินนี่ก็นะ 5555
    แต่ว่าอี้ฟานกับจือเทาดราม่าหนักไหมเนี่ย เฮ้อ
    #2,703
    0
  7. #2665 Beebee ja (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 11:53
    จงเหรินเอาอีกแล้วนะ 5555555 เดี๋ยวก็เข้าใจผิดกันไปอีกหรอกถถถถถ
    #2,665
    0
  8. #2630 YeolYoda (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 09:38
    จงเหรินนี่มันจงเหรินจริงๆ5555555
    #2,630
    0
  9. #2576 joylnr (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 16:43
    แบคคิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย งือออออสงสารน้องอ่ะ

    สงสารคริสกับเทาด้วย

    ชอบแมวเหมยหลงอ่ะ 55555ลามกเหมือนเจ้านาย
    #2,576
    0
  10. #2538 Jammie-Lee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 17:57
    มันไม่ใช่อย่างที่แบคคิดนะะะะะะะ
    #2,538
    0
  11. #2191 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:54
    จงเหรินตัวแสบ!!!!
    #2,191
    0
  12. #1589 Hztp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 19:40
    อาเทาน่าสงสารจัง T T
    #1,589
    0
  13. #1300 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 21:22
    โอ้ยตายย จงเหรินนะจงเหริน พูดให้ป๋ายคิดมาก -..-
    #1,300
    0
  14. #1232 Yok'ky (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 18:45
    จงเหรินนะจงเหริน ดูแกล้งพระชายาสิ น้อยใจหมดแล้วนั้น แสบจริงๆนะ องค์ชายอย่ายอมแพ้นร้าาา สู้ๆ พระชายาก็ปากแข็งไปงั้นเอง อดทนๆ องค์ชายอี้ฝาน งานเข้าแล้วสิ เอาใจช่วยนะ องค์ชายทั้งสอง
    #1,232
    0
  15. #1231 TaoHun'sWife (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 16:47
    คู่ชานแบคไปได้สวยยย -//- แต่......คู่ของพี่ฟานกับพี่เทาหละ ฮือออ (;^;) (;[];) ฮ่องเต้พูดดักซะขนาดนั้น ไม่นะะะะ ม่ายยย me//เอาหัวกระแทกแป้นแม่ม.
    #1,231
    0
  16. #1228 hi_bird (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 17:50
    สงสารอาเทาTT
    #1,228
    0
  17. #1227 hi_bird (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 17:50
    สงสารอาเทาTT
    #1,227
    0
  18. #1225 Pii Ploywoii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 00:28
    เอาให้พระชายาหึงโหดเลยยยย55
    #1,225
    0
  19. #1224 kisseu129 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 19:35
    แล้วอาเทาจะทำไงเนี่ย เสด็จพ่อพูดดักไว้ขนาดนั้น.......
    #1,224
    0
  20. #1223 Vvzvi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 18:59
    พี่ฟานจะทำยังงัยต่ออะ
    #1,223
    0
  21. #1220 byun_baek งุงิ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 15:41
    ฮรือออ ทำไมสงสารอี้ฝานง่าาาาาาา TToTT
    #1,220
    0
  22. #1218 BACON_BAEK (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 14:28
    จงเหรินช่างร้ายกาจนัก 5555555
    #1,218
    0
  23. #1217 Lalita Attaprachong (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 14:18
    ท่านจงเหรินนี่น๊าาาา 55555  
    พระชายาเลิกปากแข็งได้แล้วนะ
    #1,217
    0
  24. #1216 White Valentine (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 12:14
    พระชายาใจเย็นๆน๊าาา ชานเลี่ยมีพระชายาคนเดียวอยู่แล้ววว โอ๋ๆน๊าา
    #1,216
    0
  25. #1215 Jomkwan94 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 10:31
    พระชายาน้อยใจแล้ว T^T
    #1,215
    0