♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 17 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๑๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    8 ธ.ค. 57




梅花

เหมยฮวากลีบที่ 17

“แล้วสิ่งที่เจ้าทำกับข้า...ไม่ใช่การหยามเกียรติข้าเช่นกันหรอกหรือ...”

 

“ไม่...ฮือ...องค์ชายอย่าทำข้า...อย่าทำข้า...ฮึก...องค์ชาย...” คนตัวเล็กเบี่ยงหน้าหลีกหนีสัมผัสร้อนแรงที่อีกฝ่ายมอบให้ ฝ่ามือเรียวพยายามอย่างหนักในการดันแผ่นอกกว้างให้ถอยออก

 

แต่นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว

กายบอบบางใต้เนื้อผ้ายังโผล่พ้นให้ประจักษ์มากขึ้นอีก...

 

ปลายจมูกคมซุกไซร้ลำคอขาวอย่างลุ่มหลงพร้อมกับฝ่ามือหนาที่เปลื้องอาภรณ์ชั้นดีนั้นจนหลุดออกหมด...เผยผิวขาวราวน้ำนมที่ถูกดูแลอย่างดีให้เห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้น ไม่รอช้าคนที่ถูกกลิ่มหอมหวานแสนยั่วยวนครอบงำก็ไล่ปลายจมูกเปลี่ยนจากคอเรียวระหงส์ต่ำลงมายังแผ่นอกบาง

 

“ฮึก...ไม่นะ...” คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกจากสัมผัสวาบหวามก่อนจะเอ่ยปากอ้อนวอนขอร้องอีกฝ่ายอีกครั้งเพราะไม่มีทางอื่น...แต่ปั๋วเสวียนก็เชื่อ...เชื่อว่าองค์ชายผู้สูงศักดิ์ตรงหน้านี้จะต้องไม่ทำร้ายตนเองอย่างแน่นอน

“องค์ชาย...องค์ชายโปรดฟังข้า...ฮึก...” เอ่ยปากอ้อนวอนพร้อมกับเกร็งตัวขึ้นเนื่องจากอีกฝ่ายยังไม่หยุดกระทำใดๆ

“ฮือ...ข้ายอมแล้ว...ข้ายอมท่านแล้ว...ฮึก ข้าจะไม่หนี ไม่ดื้อ อื้อ!” ออกแรงดันอีกฝ่ายอีกครั้งเมื่อคนอารมณ์ร้ายฟอนฟัดร่างขาวบางจนเจ็บช้ำไปหมด

“องค์ชายได้โปรด...ฮึก...ได้โปรดอย่าได้หยามเกียรติกันด้วยวิธีนี้เลย ฮือ...” ยกมือสวยขึ้นปิดหน้าแล้วร่ำไห้ออกมาอย่างทนไม่ไหวเมื่อเห็นสภาพของตนตอนนี้ที่ไม่ว่าจะขัดขืนสุดแรงแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่สะทกสะท้าน นอกเหนือจากเรื่องพละกำลังที่ตอกย้ำว่าตนไม่มีมากดั่งชายทั่วไปแล้ว การถูกข่มเหงอย่างผิดจารีตนั้นก็ตอกย้ำให้เจ็บปวดใจอีกเช่นกัน

 

เป็นบุรุษเช่นกัน...

เหตุใดแม้แต่จะปกป้องตนเอง...

ข้าก็ยังมิสามารถทำได้...น่าสมเพชยิ่งนัก

 

“หึ...หยามเกียรติอย่างนั้นหรือ” ชานเลี่ยผละใบหน้าคมออกมาจากผิวเนื้อเนียนละเอียดแล้วจ้องมองด้วยแววตาคุกกรุ่นที่ยังไม่จางหายดีนักแต่ภายใต้แววตาแข็งกร้าวนั้นซ่อนความรู้สึกเสียใจอยู่ ใครเล่าจะรู้

“ฮึก...ข้าขอร้อง...แค่เกิดมามีร่างกายบอบบางฝึก ปรือวรยุทธ์เพียงใดก็ไม่เก่งกาจ เท่านี้ข้าก็สมเพชตนเองอยู่แล้ว ฮึก...ข้ายังต้องมากลายเป็นผู้สืบเชื้อสายซึ่งต้องตกเป็นรองผู้อื่น...ท่านไม่คิดถึงจิตใจข้าบ้างหรือ...”

“...”

“ข้าผิดเอง ข้าขอโทษ...ฮึก...แต่ได้โปรดองค์ชาย....ได้โปรด...”

“...”

“ได้โปรดอภัยละเว้นโทษในคืนนี้ เพื่อให้ข้าเก็บความบริสุทธิ์ไว้เป็นสิ่งเดียวในความภูมิใจที่ข้าจะมีให้ท่านในคืนอภิเษกได้หรือไม่ ฮึก...” พูดจบว่าที่พระชายาตัวน้อยก็ร้องไห้ตัวโยนอีกครั้งจนอีกคนอ่อนใจ...เป็นดั่งคำจงเหรินที่ว่า หากเหมยฮวาน้อยร้องไห้ออดอ้อนก็คงลืมความโกรธไปจนหมด

“เจ้าบอกว่าที่ข้ากำลังทำนั้นเป็นสิ่งที่หยามเกียรติเจ้า...”

“...”

“แล้วสิ่งที่เจ้าทำกับข้า...ไม่ใช่การหยามเกียรติข้าเช่นกันหรอกหรือ...” ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อพบว่าตนเองไม่สามารถทนฝืนขืนใจเหมยฮวาน้อยได้อีกต่อไป...น้ำตาหนึ่งหยดเทียบได้กับน้ำกรดที่ละลายให้ใจบุรุษสายเลือดมังกรอ่อนลง

“ทั้งๆ ที่ข้าเปลี่ยนตัวเองเพื่อเจ้าแล้วแท้ๆ...แต่สิ่งที่เจ้าทำกลับทำให้ข้ารู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นสูญเปล่า...” ทั้งๆ ที่ชานเลี่ยสั่งถอนกำลังสายสืบเพราะมั่นใจต่อปั๋วเสวียนแล้วว่าจะไม่ทำสิ่งใดผิดอีก แต่ก็ดันเกิดเรื่องขึ้นจนได้ หน่วยตาคมทอดมองคนใต้ร่างอย่างเหนื่อยอ่อน

 

...หากคนไม่รัก ไม่ว่าทำอย่างไรก็คือไม่รัก...

 

ริมฝีปากบางสวยเผยอขึ้นราวกับต้องการเอื้อนเอ่ย แต่คนที่เหนื่อยทั้งกายและใจกับห้ามเอาไว้ ทิ้งตัวนอนลงข้างกายบางโดยไม่ลืมที่จะน้ำผ้าห่มผืนหนามาคลุมห่มเรือนร่างสวยที่เปลือยเปล่าอยู่อย่างแผ่วเบา

“นอนเสียเถิดข้าไม่ล่วงเกินเจ้ามากไปกว่านี้แล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะให้จงเหรินหาชุดใหม่มาให้ใส่แทนชุดเดิมที่ข้าฉีกขาด...” พูดเพียงเท่านั้นก่อนจะปิดเปลือกตาลงเพราะไม่อยากรับรู้สิ่งใดอีก ทั้งน้อยใจ เสียใจ โกรธ และหึงหวงแต่ก็ลืมไปว่าตนยังไม่มีสิทธ์ตราบใดที่ยังไม่ได้หัวใจของอีกคนมาครอง

 

ปั๋วเสวียนกลั้นสะอื้นแล้วหันมองคนข้างกายที่ดูเหมือนจะเข้านิทราไปเสียแล้วพลางตัดพ้อในใจ...มีแต่ท่านเพียงผู้เดียวหรือที่เปลี่ยน? หากข้าไม่เปลี่ยนไปเช่นนั้นแล้วข้าจะตกเป็นรองท่านทุกอย่างเสียอย่างนี้หรือ...เถียงอีกฝ่ายในใจก่อนจะยกมือเช็ดเกร็ดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนแพขนตา

 

ที่อ้อนวอนขอชีวิตซื่อชุน...ทำเพียงแค่เพราะเป็นห่วงน้อง

ที่ไม่บอกเหตุผลที่แท้จริงว่าถูกฉุดมา...ก็เพราะอยากปกป้องน้อง

ที่ไม่อธิบายให้ชัดเจนนั่นเพราะรู้ดีว่า คราใดที่คนเราโกรธต่อให้มีเหตุผลแค่ไหนก็มิอาจฟัง

 

คุณชายตัวน้อยจากตระกูลเปี้ยนไม่รู้หรอกว่าอาการ ยอมที่มีให้ต่ออีกฝ่ายนั้นจะเรียกว่าอะไร ทั้งๆ หากเป็นเมื่อก่อน...ก่อนที่องค์ชายห้าจะมาทำดีด้วย ปั๋วเสวียนคงจะต้องหาทางหนีด้วยตนเองแล้วเป็นแน่ หนำซ้ำก็จะไม่มีวันญาติดีกับคนที่จะต้องมาเป็นสามีของตนเสียหรอก

 

แต่หลังจากที่ได้ยินประโยคตัดพ้อจากองค์ชายตรงหน้าแล้วกลับรู้สึกอยากเถียงใจจะขาดว่าตนเองนั้นไม่ได้ตั้งใจหนีเพียงเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียใจ...แต่ซื่อชุนหรือก็สำคัญ โทษฉุดว่าที่พระชายานั้นหนักหนากว่าตั้งใจหลบหนีมาด้วยกันเสียอีก ปั๋วเสวียนแค่ขอเวลาให้คนตรงหน้าใจเย็นลง แล้วตนจะบอกทุกอย่างอีกครั้ง

 

มือเรียวยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัวต้องการที่จะสัมผัสผิวแก้มของคนที่ยังไม่หายป่วยดี แต่ยังไม่ทันได้แตะต้องใดๆ มือหนาที่ไวกว่าก็คว้าจับข้อมือเล็กเอาไว้ได้

“หากเจ้าไม่ยอมนอนดีๆ เห็นทีข้าคงต้องรวบรัดเข้าหอกับเจ้าในค่ำคืนนี้เสียแล้ว” พูดขู่อีกฝ่ายจนคนฟังสะดุ้งตกใจหลับตาแน่นเพราะกลัวว่าจะถูกทำอย่างที่พูด เพียงไม่นานความรู้สึกอบอุ่นก็ทาบทับโอบล้อมไว้ทั้งร่างกาย

 

...เพราะองค์ชายรูปงามที่นอนข้างกายตวัดแขนโอบกอดร่างเขาไว้ทั้งร่าง...

 

บ้าจริง!

หัวใจเอ๋ยเหตุใดจึงเต้นแรงทั้งๆ ที่ยังอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดอยู่เลย!

 

ครานี้จะเป็นเพราะโกรธจริงๆ น่ะหรือ? แต่ความรู้สึกในตอนนี้ไม่มีความโกรธเกลียดเลยแม้แต่น้อย...ด่าทอตัวเองในใจอยู่นานจนท้ายสุดก็ได้ยินเสียงลมหายใจของคนที่กอดตนไว้ในอ้อมอกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ จึงเดาได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะหลับสนิทไปเสียแล้ว...ดวงตาเรียวรีช้อนมองใบหน้าหล่อเหลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดความในใจออกมา

 

“...เวลาท่านโกรธมันน่ากลัวเสียจนข้าไม่กล้าพูดสิ่งใดเลยจริงๆ นะ...” พูดทิ้งท้ายเป็นประโยคสุดท้ายของค่ำคืนก่อนที่จะเบียดกายซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นโดยไม่รู้ว่าเหตุใดจึงทำเช่นนี้ก่อนจะผล็อยหลับไป

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้กัน...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับความจุกแน่นในอกจนอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา ดวงตาหวานเชื่อมที่ใครๆ ต่างก็หลงใหลทอดมองคนป่วยที่นอนคว่ำหน้าหายใจแผ่วเบา กายบอบบางไม่ต่างจากคนเป็นพี่ทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง ค่อยๆ แตะมือเรียวสวยนั้นลงไปยังบาดแผลฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยสีแดงสดของเลือด

 

            ไม่ถูกโทษประหาร

แต่ถูกโบยเสียตั้งเป็นร้อยที...ไม่ตายก็นับว่าเป็นบุญแล้ว

 

คนถูกแตะสะดุ้งตัวทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่หลังจากที่มือเรียวสวยนั้นแตะลงไป คนมองปาดน้ำตาของความสงสารออกแล้วหันไปหยิบถาดยาสำหรับล้างแผลเพื่อทำความสะอาดแผลให้อย่างเช่นทุกวัน...ก็นับเป็นวันที่สามแล้วที่ซื่อชุนสลบไปหลังจากถูกลงโทษ คาดว่าคงอ่อนเพลียจากบาดแผลอยู่มากจึงได้สลบไป

 

“ข้าไม่อยากเห็นเจ้าดื้อดึงจนเจ็บปวดอีกเลย...ซื่อชุน” เช็ดน้ำตาที่ไหลรินลงอีกครั้งก่อนจะเริ่มลงมือทำความสะอาดแผล หากแต่ลงมือล้างแผลได้ไม่นานคนป่วยก็ค่อยๆ ขยับกายเมื่อเริ่มรู้สึกตัว แต่ขยับได้เพียงเล็กน้อยก็ส่งเสียงร้องโอดครวญอย่างเจ็บป่วย

“อย่าเพิ่งขยับเลยนะซื่อขุน เจ้ามีแผลเต็มหลังและแผลเจ้ายังไม่หายดีเลย...” ลู่หานวางอุปกรณ์ทำแผลลงแล้วจับไหล่ซื่อชุนเอาไว้ไม่ให้ขยับ

“อึก...ข้า...ข้าเจ็บไปหมดเลยลู่หาน...” ซื่อชุนร้องครางออกมาพร้อมทั้งน้ำตาของความเจ็บปวด ความทรงจำก่อนที่จะถูกโบยจนสลบไป ซื่อชุนมองเห็นผู้เป็นบิดาและมารดาร้องไห้แทบขาดใจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากลานทำโทษ

 

...การกระทำที่ไม่คิดหน้าคิดหลังส่งผลให้คนที่รักซื่อชุนอย่างสุดใจต้องเจ็บปวดถึงเพียงนี้...

 

“ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“เอ่อ...ท่านป้าเป็นลมไปหลังจากที่เห็นเจ้าสลบตอนถูกโบย...”

“...”

“แล้วก็ล้มป่วยเมื่อเห็นบาดแผลของเจ้าและเพราะเจ้าไม่ฟื้นเสียทีท่านป้าก็เลยทรุดหนัก ตอนนี้ท่านลุงกำลังดูแลท่านป้าอยู่...”

“...ข้าหลับไปหลายวันเชียวหรือ...”

“สามวัน”

“สามวัน...หึ พรุ่งนี้คงจะเป็นวันแต่งงานของพี่ปั๋วเสวียนสินะ”

“ซื่อชุนนี่ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะ...”

“พี่ปั๋วเสวียนถูกลงโทษหรือเปล่า พี่ปั๋วเสวียนสบายดีใช่หรือไม่...” ถามถึงเจ้าของหัวใจตนเองด้วยความเป็นห่วง ตอนถูกองค์ชายสองไต่สวนนั้นตนก็ได้สารภาพออกไปจนหมดสิ้นแล้วว่าเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดเพื่อขอให้องค์ชายตรงหน้าไม่ลงโทษใดๆ กับดวงใจตน

 

และอีกอย่างที่ซื่อชุนได้รู้ก็คือ...

บุรุษที่ถามเรื่องสอบคัดเลือกกับจับตนในคืนที่บุกวังหลวงครั้งแรกนั้น คือคนเดียวกับที่ประมือกับตนในโรงเตี๊ยมและเป็นถึงองครักษ์ขององค์ชายที่กำลังจะแต่งงานกับดวงใจตน

 

“สบายดี...ซื่อชุนได้โปรด...เจ้าต้องปล่อยวาง...”

“คิดว่าข้าถูกโบยเจียนตายเช่นนี้ข้าจะทำสิ่งใดได้อีก? ข้ารู้ว่าข้ามันชั่วช้าแต่ก็ไม่มากพอที่จะทนเห็นพ่อแม่ทรมานเพราะลูกไม่รักดีเช่นข้าอีก...”

“ซื่อชุน...”

“..แม้ในใจของข้าจะยังคงอยากได้พี่ปั๋วเสวียนมาครอบครอง แต่เสียงร้องไห้ของท่านแม่และสีหน้าผิดหวังของท่านพ่อก็เตือนสติข้าอยู่เสมอ...”

“...”

“...ข้าคงทำพวกท่านผิดหวังมาก...”

“แต่เจ้ายังคงทำให้พวกท่านภูมิใจได้อยู่...”

“หึ...ข้าลักพาตัวพี่ปั๋วเสวียนออกจากวังมา ทำให้พี่ปั๋วเสวียนเดือดร้อนไปด้วย ข้าจะมีหน้าไปบ้านเจ้าได้อีกหรือ ข้าไม่กล้ามองหน้าแม้แต่ท่านพ่อกับท่าแม่ด้วยซ้ำ...”

“ไม่มีใครโกรธเจ้าหรอกนะ...ทุกคนเข้าใจเจ้าดี เจ้าทำผิดแต่พี่ปั๋วเสวียนก็ไม่โกรธ ซ้ำยังเป็นห่วงจนแอบนำยาชั้นดีฝากท่านลุงข้ามาเพื่อให้นำมาให้เจ้า...พี่ปั๋วเสวียนยังบอกอีกว่า หากหายดีแล้วก็รีบๆ กลับมาเป็นเด็กดีดังเดิมเร็วๆ...”

“...”

“ครอบครัวข้าทุกคนอภัยให้เจ้า ขอเพียงเจ้ากลับตัวเสียใหม่...อีกอย่างสอบคัดเลือกในปีหน้าเจ้ายังพอมีหวังที่จะทำให้พ่อแม่เจ้าภูมิใจนะ...”

“ฮึก...ทั้งๆ ที่ข้าทำผิดถึงเพียงนี้ แต่ทุกคนกลับให้อภัยข้า ข้าละอายใจเหลือเกินลู่หาน” คนป่วยร่ำไห้ออกมาอย่างหนักจนลู่หานต้องกุมมือหนาเอาไว้อย่างให้กำลังใจเพราะคงกอดไม่ได้เนื่องจากบาดแผลบนแผ่นหลัง

“ไม่เป็นไรนะซื่อชุน...ไม่เป็นไร...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “พระชายาเพคะได้เวลาเสวยอาหารเที่ยงแล้วนะเพคะ”

“...”

“พระชายา...” นางกำนัลคนสนิทเอ่ยปากเรียกผู้เป็นนายอีกครั้ง ตั้งแต่ถูกพาตัวกลับเข้าวังมาเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ดูจะซึมลงไปอย่างเห็นได้ชัด

“พระชายายังไม่เลิกคิดมากอีกหรือเพคะ วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันอภิเษกแล้วนะเพคะ...”

“...”

“พระชายา...”

“...ตั้งแต่กลับวังมา...องค์ชายห้าก็ไม่มาหาข้าอีกเลย เขาคงจะเกลียดข้าเสียแล้ว...”

“โถพระชายา องค์ชายห้าไม่ทรงใจร้ายเช่นนั้นหรอกเพคะ”

“ข้ากลัว...”

“กลัวอันใดหรือเพคะ”

“ข้ากลัวองค์ชายห้า...ตอนองค์ชายโกรธน่ะน่ากลัวเสียจนข้าต้องร้องไห้ พอตื่นมาก็ไม่เอ่ยปากพูดจาใดๆ เลย พอกลับวังก็เงียบหาย...ถ้า...ถ้าหากองค์ชายเกลียดข้ามากๆ ข้าคงไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าองค์ชายอีก...”

“พระชายาอย่าทรงคิดมากไปเลย ท่านจงเหรินก็มาบอกข่าวแล้วไม่ใช่หรือเพคะว่าองค์ชายทรงทราบเรื่องทั้งหมดแล้วว่าพระองค์ถูกลักพาตัวมิได้เต็มใจ องค์ชายคงจะงานยุ่งมากหรือไม่ก็ตื่นเต้นอยู่ เอาอย่างนี้ดีไหมเพคะ หากกลัวว่าองค์ชายห้าจะโกรธ ในวันพรุ่งนี้ก็ทำตัวน่ารักๆ ให้องค์ชายห้าใจอ่อน มาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันพรุ่งนี้ดีหรือไม่เพคะ”

“ฮื้อ! นั่นแหละก็เป็นสิ่งที่ข้ากลัว...”

“เอ๋?”

“...พอแต่งงานก็ต้องเข้าหอ...ข้า...ข้ากลัวตอนเข้าหอ...เดิมทีข้าก็กลัวมากอยู่แล้ว ยิ่งองค์ชายเพิ่งจะโกรธข้าไปเสียด้วย ข้าก็ยิ่งกลัวไปอีกว่าข้าจะกล้าทำตามประเพณีตอนเข้าหอได้หรือ...”

“ก็เพียงแค่ถอดเสื้อผ้าให้พระสวามีเองเพคะ องค์ชายก็ต้องยอมให้พระองค์ถอดให้อยู่แล้วเพราะองค์ชายเองก็ต้องถอดเสื้อผ้าให้พระชายาเช่นกัน เวลาเข้าหอน่ะ ก็คงไม่คิดถึงเรื่องไม่ดีหรอกเพคะ มีแต่จะคิดถึงเรื่องดีๆ ในค่ำคืนแสนหวานกันทั้งนั้น”

“ก็ข้ากลัวองค์ชายจะทำหน้ายักษ์ใส่ข้าจนข้าไม่กล้าเข้าใกล้แล้วองค์ชายจะยิ่งทวีความโกรธขึ้นอีกนี่นา...”

“โถ่เอ๋ย พระชายาก็ทรงคิดมากไป เอาเป็นว่าวันนี้มาขัดสีฉวีวันให้ตัวหอมเนื้อผ่องกันดีกว่าเพคะ หากองค์ชายห้าเห็นพระชายาเนื้อนวลน่ากิน พอได้กินแล้วก็คงจะอารมณ์ดีแล้วก็ทรงรักพระชายาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเลยดีไหมเพคะ”

“จะ เจี่ยเจียพูดอะไรน่ะ!” พอฟังประโยคจากอีกคนแล้วริ้วแดงก็ปรากฏขึ้นบนแก้มเนียนขาวทันที ปั๋วเสวียนเสหน้ามองไปทางอื่นเพราะเขินอายกับประโยคชวนคิดของเจี่ยเจีย ทั้งที่ในใจกำลังกระวนกระวายกลัวองค์ชายห้าอยู่แท้ๆ แต่เพียงแค่คิดถึงตอนถวายตัวจริงๆ แล้วก็อดจะใจเต้นแรงไม่ได้ ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวในคราเดียวกัน

 

...ท่านจะหายโกรธข้าหรือยังนะ...องค์ชาย...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            เสียงดนตรีงานมงคลและเสียงอวยพรดังขึ้นอย่างแซ่ซ้อง คนในหมู่บ้านทุกคนต่างออกมาเต้นรำอย่างอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงโรงน้ำชาของสกุลเปี้ยนที่แจกอาหารให้กับชาวบ้านด้วยความยินดี บรรยากาศไม่ได้ต่างจากในวังหลวงมากนัก เหล่าข้าราชบริพารและขุนนางเล็กใหญ่พร้อมด้วยนางกำนัลทั้งหลายต่างก็พากันดื่มอวยพรให้กับคนในสกุลเปี้ยนที่วันนี้มีท่านที่ปรึกษาส่วนพระองค์พร้อมด้วยน้องชายกับน้องสะใภ้และหลานหน้าหวานเข้ามาร่วมงานในวังด้วย

“ใกล้เวลาออกไปทำพิธีอภิเษกแล้วเพคะพระชายา” เจี่ยเจียและเหล่านางกำนัลคนอื่นๆ ที่มาห้อมล้อมแต่งตัวให้เจ้าสาวของงานมองผลงานของตนเองแล้วก็พากันยิ้มตาเยิ้ม

“วันนี้พระชายาสวยมากเพคะ แม้นจะเป็นบุรุษเพศแต่ก็มีความงามเหนือกว่าสตรี เหมาะสมแล้วที่ได้เป็นผู้สืบเชื้อสาย องค์ชายห้าจะต้องตกตะลึงและหลงพระองค์มากแน่ๆ เพคะ!

“เจี่ยเจีย ข้ากลัวจังเลย” พระชายาตัวน้อยตื่นเต้นจนมือสั่นชื้นเหงื่อ กัดริมฝีปากอวบอิ่มของตนอย่างประหม่า อีกไม่กี่นาทีก็จะต้องออกไปทำพิธีเคารพพ่อแม่ เคารพฟ้าดินตามธรรมเนียมแล้ว

“ใจเย็นๆ เพคะพระชายา ทุกอย่างจะต้องออกมาดีแน่นอนเพคะ” นางกำนัลคนสนิทส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางบีบมือเรียวเป็นเชิงให้กำลังใจ ไม่นางนักนางกำนัลจากตำหนักขององค์ชายห้าก็เข้ามาเชิญให้พระชายาไปยังลานพิธี

 

ปั๋วเสวียนมีอาการเกร็งและตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย เดินเคียงข้างองค์ชายผู้สูงศักดิ์แล้วรู้สึกประหม่าเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหายโกรธแล้วหรือยัง หนำซ้ำปั๋วเสวียนยังไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายด้วย จวบจนทำพิธีตามประเพณีในช่วงเช้าเสร็จสิ้นลง

“ปั๋วเสวียน...” น้ำเสียงอ่อนโยนจากผู้เป็นบิดาเอ่ยกับบุตรชายเพียงคนเดียวของตน

“ขอรับท่านพ่อ...”

“เจ้าอย่าได้คิดน้อยใจในโชคชะตาไปเสียเลยนะลูกรัก พ่อเชื่อว่าสิ่งที่ฟ้าสวรรค์ลิขิตนั้นเป็นการดีเสมอ...”

“ขอรับ...”

“ตอนนี้ก็เป็นถึงพระชายาแล้วสิ ตำแหน่งใหญ่กว่านายทหารชั้นผู้น้อยที่เจ้าเคยบอกว่าหากสอบได้ก็จะไม่เสียใจเสียอีกนะลูกรัก ดีกว่าเป็นไหนๆ” ปั๋วเสวียนหัวเราะจนตาหยีเมื่อถูกคนเป็นพ่อเอ่ยหยอกล้อกับตำแหน่งของตนก่อนจะหยุดลงเมื่อมือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาสอดใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเพื่อสัมผัสเข้าที่แก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน

“ความจริงแล้วก่อนที่แม่ของเจ้าจะจากไปเคยบอกเอาไว้ว่าอยากให้เจ้าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในเมือง...”

“...”

 “ตอนนั้นพ่อก็คิดว่าแม่ของเจ้านั้นแปลกคน ทั้งๆ ที่มีบุตรชายแท้ๆ แต่นางกลับเห็นความงามของเจ้าตั้งแต่ยังเล็ก พ่อไม่เคยบอกเจ้าเพราะรู้ว่าเจ้าไม่ได้อยากเป็นผู้สืบเชื้อสาย”

 “ท่านพ่อ...”

“...แต่ว่าวันนี้เจ้านั้นเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในเมืองตามที่แม่ของเจ้าพูดไว้จริงๆ แม้ผ้าคลุมก็ไม่อาจบดบังความงามของเจ้าได้ แม่เจ้าคงมีความสุขกว่าใครบนสวรรค์...อย่าน้อยใจโชคชะตาเลยนะปั๋วเสวียน”

“ขอรับท่านพ่อ...” พระชายาตัวน้อยกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถเพราะไม่อยากให้งานมงคลมีน้ำตา พลางยิ้มรับกับคำพูดของผู้เป็นบิดาด้วยความยินดี

 

...อย่างน้อยท่านแม่ก็คงมีความสุขบนสวรรค์...

 

“พี่ปั๋วเสวียน...” ลู่หานเดินเข้าหาเพื่อขอคุยกับเจ้าสาวของงานเป็นคนสุดท้ายก่อนจะถึงเวลาให้เจ้าสาวเข้าไปพักผ่อนเตรียมตัวเข้าพิธีก่อนเข้าหอในคืนนี้

“ซื่อชุนเป็นอย่างไรบ้าง” คนเป็นพี่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“เพิ่งฟื้นเมื่อวาน แล้วก็ยังเจ็บแผลอยู่ขอรับ คงจะต้องนอนคว่ำหน้าไปอีกหลายวัน ซื่อชุนฝากมาขอโทษท่านพี่ด้วยแล้วก็ขออวยพรให้ท่านโชคดี...” ปั๋วเสวียนพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะถูกนางกำนัลเชิญให้เข้าไปประทับที่ตำหนักรอเวลางานเลี้ยงในช่วงเย็น

“องค์ชายมองพระชายาตลอดเลยเพคะ!” เจี่ยเจียแอบกระซิบผู้เป็นนายอย่างหยอกล้อเมื่อเห็นองค์ชายแห่งวังหลวงจ้องมองใบหน้าหวานผ่านผ้าคลุมชั้นดีทุกครั้งที่มีโอกาส

“ยะ ยังโกรธข้าอยู่อีกหรือ?”

“หาไม่เพคะพระชายา แต่เป็นแววตาอบอุ่นที่มองพระองค์อย่างรักใคร่เป็นแน่เพคะหม่อมฉันเอาหัวเป็นประกัน!

“จะ จะรักข้าได้เช่นไร ในเมื่อองค์ชายห้าก็ไม่เคยแสดงท่าทีเหล่านั้นเลย เจ้ามั่วแล้วเจี่ยเจีย” พระชายาตัวน้อยเอ่ยขึ้นแล้วเดินเข้าตำหนักของตนทันทีจนนางกำนัลคนสนิทถึงกับยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ

“ไม่เคยแสดงท่าทีหรือ?...องค์ชายห้าชัดเจนจะตาย เหตุใดพระชายาของข้าดูไม่ออกกันล่ะเนี่ย” นางส่ายหัวให้กับความไร้เดียงสาจนเกินไปของปั๋วเสวียนก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปปรนนิบัติให้พระชายาของนางหายเมื่อยล้าจากพิธีการในช่วงเช้าเพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีต่อในช่วงเย็น

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            เสียงคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานดังลั่นไปทั่วตำหนักขององค์ชายห้าที่กำลังจะมีพระชายามาอยู่ร่วมด้วยตั้งแต่ค่ำคืนนี้เป็นต้นไป เหล่าองค์ชายทั้งหลายในวังหลวงแห่แหนกันเข้ามาเอ่ยวาจาหยอกล้อเจ้าสาวแสนสวยนี่นั่งอยู่บนเตียงตามประเพณี* จนเจ้าสาวอย่างปั๋วเสวียนนั้นอดไม่ได้ที่จะขลาดเขินอย่างช่วยไม่ได้

 

          “เจ้าสวยมากขนาดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวยังบังไม่อยู่เลยนะเนี่ย”

          “ข้าไม่น่าให้เสด็จพ่อตัดสินพระทัยเองเลย ข้าน่าจะเอ่ยปากรับเจ้าไว้”

“หากไม่ติดงานหลวงแล้วล่ะก็ ข้าไม่มีทางปฏิเสธเจ้าจนหลุดมือมาถึงองค์ชายห้าหรอกนะ”

“ชานเลี่ยเจ้าอย่ารุนแรงกับปั๋วเสวียนล่ะ พระชายาของเจ้าช่างบอบบางเหลือเกิน”

“เจ้าโตกว่าก็ค่อยๆ สอนน้องนะ ปั๋วเสวียนคงเขินอายไม่น้อย”

 

และอีกหลายคำพูดที่ชวนให้รู้สึกเห่อร้อน หากแต่กลับกันเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับองค์ชายที่ถูกกล่าวในบทสนทนานั้นกำลังยืนกอดอกคิ้วขมวดอยู่

 

...หรือจะยังโกรธข้าอยู่...

 

เพียงไม่นานเหล่าองค์ชายทั้งหลายเมื่อเอ่ยปากล้อตามขนบธรรเนียมเสร็จแล้วก็ขอตัวกลับไปเพื่อเป็นการไม่รบกวนเวลาของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว คุณชายน้องแห่งสกุลเปี้ยนที่ตอนนี้แต่งเข้าเป็นเชื้อพระวงศ์แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเมื่อเห็นว่าองค์ชายได้เดินเข้ามาหาตนแล้ว

 

มือหนาค่อยๆ ช้อนมือจับผ้าคลุมสีแดงเพลิงของเจ้าสาวให้เลิกขึ้นอย่างแผ่วเบา เผยใบหน้าหวานที่แต่งแต้มไปด้วยสีจากธรรมชาติ จากที่งามอยู่แล้วก็ยิ่งงามหาใครเทียม นัยน์ตาเรียวที่หลุบมองต่ำเพราะกลัวคนตรงหน้าค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของสามีตนเองจนเหมือนกับการอ้อนกลายๆ ให้หัวใจมังกรนั้นกระตุกเล่น

“องค์ชาย...” เรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่วเบา อยากจะเอ่ยถามว่ายังโกรธกันอยู่อีกหรือทั้งๆ ที่ทราบความจริงไปแล้ว เหตุใดจึงต้องทำหน้าหงุดหงิดเมื่อยามที่องค์ชายทั้งหลายเข้ามาอวยพร

 

แต่คนคิดหรือจะเข้าใจคนทำ...

องค์ชายห้าก็เพียงแต่ไม่ชอบใจที่พวกพี่ๆ น้องๆ พูดจาหยอกล้อพระชายาของตนก็เท่านั้น...

 

...เพราะชานเลี่ยอยากจะเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ทำให้เหมยฮวาน้อยขลาดเขินน่ะสิ...

 

ความเงียบเข้าปกคลุมในห้องนอนขององค์ชายทันทีเมื่อทั้งสองได้สบตากันตรงๆ แววตาฉ่ำน้ำนั้นดูคล้ายกับเจ้าหมาตัวน้อยแสนน่ารักที่กำลังมองเจ้านายอย่างอ่อนอ้อน ร่วมด้วยพวงแก้มใสที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงระเรื่อซึ่งไม่รู้ว่าแดงเพราะสีที่แต่งแต้มหรือเป็นสีที่เกิดขึ้นเพราะเขินอายกันแน่ ริมฝีปากอวบอิ่มนี่ก็ช่างน่ากินเสียเหลือเกิน หากไม่ติดว่าต้องทำตามแผนขององค์ชายสองที่สอนมาสำหรับคืนนี้ ชานเลี่ยคงรวบหัวรวบหางเหมยฮวาน้อยเพราะทนไม่ไหวไปเสียแล้ว

 

“เอาล่ะ...”

“...”

“พร้อมจะเป็นของข้าหรือยัง...พระชายา...”

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

*ในประเพณีการแต่งงานของชาวจีนสมัยก่อน ญาติของเจ้าบ่าวจะต้องเข้ามาหยอกล้อเจ้าสาว

ให้เขินอายอย่างเสียดังเพื่อถือเป็นการปัดเป่าความโชคร้ายและสิ่งร้ายๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตคู่ค่ะ

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

            เอ้า! เข้าหอแล้วหนิ...แอร๊ยยยยยยยยยย รู้สึกตื่นเต้นค่ะ หมาน้อยยังไม่ได้เริ่มเขียนเลย #เอ็นซีตอนนี้ยังไม่มีแต่ถ้ามีต้องเด็ดแน่ 555555555555 ล้อหลอกนะ พูดเล่นๆ เขียนฉากหลังม่านไม่ค่อยเก่งหรอกค่ะ ใครเป็นแฟนฟิคหมาน้อยมาหลายเรื่องก็น่าจะรู้ว่าธรรมดาๆ เท่านั้น แต่เชื่อเถอะว่าจะพยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยค่ะ

            ใครอยากอยากอ่านฉากหลังม่านก็รอกลีบหน้าเนาะ...กลีบหน้าค่อยแปะเมล กลีบนี้ยังๆ ขอติดไว้ก่อนนะคะคนดี 555555 ขอเวลาหน่อยนะ จะสอบวันอังคารแล้วยังไม่แตะหนังสือเลยค่ะ ;^; ไว้เค้าเขียนหลังม่านเสร็จจะมาบอกที่กลีบหน้า ใครอยากได้ก็ค่อยแปะเมลเอาเพราะลืมรหัสบล็อกเก่าไปแล้ว ตั้งใจจะทำเว็บใหม่ค่ะ ถ้าเขียนเสร็จใครรอไม่ไหวหรืออยากเก็บเป็นไฟล์ pdf ก็แปะเมลเอา ใครรอได้อยากอ่านในเว็บก็รอหน่อยน้า

 

เห็นคห.ทุกคนแล้วตกใจ สบถคำหยาบกันเยอะเลย ใจเย็นๆ เนาะ 555555 #อริร้ายชานแบค 

 

 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2929 notisez (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 12:49
    พระชายาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกะตอนแรกเรยแม่ อ่อนหวานมากรู้ก55555555555 พ่กแกเลิกทำให้ประชาชนที่รออ่านเขินสักทีได้มะ!!!!!!
    #2,929
    0
  2. #2912 tenpeachyy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:54
    ทั้้ม้อึอุาแรุ ถามี กรี๊ดหยุดเขินมะได้
    #2,912
    0
  3. #2896 jwsnpy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 00:17
    เขินนนจะเข้าหอกันแล้วววว
    #2,896
    0
  4. #2828 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 11:07
    โอ้ยยยย เขิน เขาจะเป็นของกันและกันแล้ววววว
    #2,828
    0
  5. #2807 ybfh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 05:38
    เขินมากเขินจ๊นนน
    #2,807
    0
  6. #2765 pim pimmi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 19:46
    งื้อออออออ
    #2,765
    0
  7. #2701 เคแอล9091 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 08:41
    งื้อออแต่งงานกันแล้ววว
    #2,701
    0
  8. #2663 Beebee ja (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 11:10
    แต่งกันสักที เฮ้อ!! ต่อไปก็ขอให้มีแต่เรื่องดีๆนะ
    #2,663
    0
  9. #2639 อโนเอง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 00:58
    โอ้ยยยย น่ารักกกกก งื้ออออ
    #2,639
    0
  10. #2628 YeolYoda (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 09:19
    แอร้ยยยย เขิน
    #2,628
    0
  11. #2574 joylnr (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 15:58
    พระชายาน่าเอ็นดูจังเลยเพคะ

    งื้อออออออออออ องค์ชายหายโกรธน้องแล้วใช่ไหมอ่ะ

    โอยยยยยยยใจสั่น
    #2,574
    0
  12. #2536 Jammie-Lee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 17:41
    พร้อมแล้วเนอะแบคเนอะ งื้ออออออ
    #2,536
    0
  13. #2434 -{กวางลู่}- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 11:41
    เอาแล้วไงๆๆๆ หึหึ
    #2,434
    0
  14. #2189 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:15
    องค์ชายสองเทรนอะไรให้องค์ชายห้าบ้างเนี่ย เชี่ยวชาญจริงๆ
    #2,189
    0
  15. #1587 Hztp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 19:18
    จะเข้าหอแล้ววววววววววว > <'
    แอบคิดอยู่เหมือนกันนะ  ถ้าเกิดว่าแบครู้เรื่องเมื่อสิบปีก่อน
    จะรู้สึกยังไง
    #1,587
    0
  16. #1313 Helena Kadian (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 10:50
    กรีดร้อง อ้ายยยยยยย
    ชานรอเวลานี้มานานแล้วชะ แหมๆ .////.
    #1,313
    0
  17. #1298 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 19:51
    แอร๊ยยยยยยยย เข้าหอแล้ววว >//////<
    #1,298
    0
  18. #1033 stppl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 13:57
    ปั๋วเสวียนน่ารักอ่า>//<
    #1,033
    0
  19. #792 Pins_99 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 18:45
    แอร๊ยยยย ในที่สุด!
    #792
    0
  20. #743 ✦ RIGOLO ✦ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 17:46
    เขินแทนป๋ายได้มั้ย -///- ฮือออออ
    #743
    0
  21. #597 nat_niall (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2557 / 08:24
    เพิ่งเข้ามาอ่านแต่รู้สึกหนุดมากๆๆๆ
    #597
    0
  22. #596 BellJS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2557 / 05:57
    รอรวมเล่มนะคะ จะมีใช่ไหมมมมม~~~
    #596
    0
  23. #595 PEANDA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2557 / 00:11
    ซื่อฮุนคะ หล่อนรู้สึกตัวช้าไปหรือเปล่าคะ ว่าไงง หืม
    ปล.ในที่สุด.. วันนี้ก็มาถึง อุก๊ อุก๊ อุก๊ 
    ชายห้าไม่น่าถามเลยว่าเหมยฮวาพร้อมหรือไม่พร้อม เพราะไม่ว่ายังไง ติ่งเชื่อว่า คืนนี้ชายห้าไม่มีทางปล่อยป๋ายน้อยให้หลุดมือชิมิค้าาาาาาาา
    #595
    0
  24. #593 promiseK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2557 / 00:01
    หม่อมฉันอ่านไปถึงกะเขินไปเลยล่ะเพคะ ><
    #593
    0
  25. #587 BellJS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 23:07
    พระชายาดูอบอุ่นอ่ะคำนี้
    #587
    0