♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 12 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๑๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    20 พ.ย. 57




梅花

เหมยฮวากลีบที่ 12

“ข้ามีความลับจะบอกให้เจ้ารู้...”

 

            หลังจากวันที่เสียจุมพิตแรกให้กับคนที่ตนไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไรนัก วันต่อมาปั๋วเสวียนก็ต้องพบกับความผิดหวังในใจเมื่อคาดคิดว่าองค์ชายใจร้ายจะมาพบตน แต่กลับกลายเป็นองค์ชายใหญ่ของวังหลวงที่ยืนยิ้มรออยู่หน้าตำหนัก

 

            ...พี่อี้ฝานเป็นคนมาแทน...

 

            ผิดหวังก็เพราะคิดไว้ว่าคนใจร้ายที่ขโมยจูบแรกคนตนไปจะมาเอ่ยปากขอโทษด้วยตนเองไม่ใช่แค่เพียงในจดหมายเท่านั้น แต่พอคิดว่าตนเองนั้นก็เป็นชายชาตรีเช่นกัน จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องเรียกร้องใดๆ เฉกเช่นหญิงสาว

            ใช้เวลาเรียนรู้แค่ไม่กี่อาทิตย์ก็สิ้นสุดการเรียนลง คุณชายสกุลเปี้ยนออกมานั่งเล่นตรงศาลาริมน้ำเช่นทุกวันเพื่อรอคอยเวลานัดหมายที่ฮ่องเต้ได้สั่งการเอาไว้...วันนี้จะเป็นวันที่ฮ่องเต้ทรงเลือกคู่ครองให้กับตน...

            “คุณชายเปี้ยนขอรับ ได้เวลาไปที่ท้องพระโรงแล้วขอรับ” ปั๋วเสวียนพยักหน้าเล็กน้อยให้กับนายทหารคนหนึ่งที่เข้ามากล่าวเตือนก่อนจะลุกขึ้นเดินตามนายทหารผู้นั้นไป

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “สวัสดีปั๋วเสวียน” เสียงทรงอำนาจของผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเอ่ยทักทายเด็กหนุ่มตัวน้อยที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าตามกฏมณเฑียรบาลอยู่กลางห้องโถง สองฝั่งซ้ายขวาขนาบข้างด้วยเหล่าขุนนางชั้นสูงและข้างพระที่นั่งองค์จักรพรรดิ์รายล้อมไปด้วยเหล่าองค์ชาย

           

          ...ข้าไม่เคยรู้สึกกดดันเท่านี้มาก่อนเลย...

 

            พูดคุยกันสักพัก ถามไถ่ถึงความเป็นอยู่และการร่ำเรียนเพื่อความผ่อนคลาย ไม่นานองค์จักรพรรดิ์ก็กระแอมไอสองสามครั้งแล้วเอ่ยเข้าเรื่อง

            “เอาล่ะ อย่างที่รู้ดีว่าวันนี้ข้าจะประกาศคู่ครองของเจ้า และจะจัดงานอภิเษกต้อนรับพระชายาเข้าวังในเร็ววัน ข้าล่ะดีใจเหลือเกินที่จะได้เกี่ยวดองกับครอบครัวของขุนนางคนสนิทของข้า” ตรัสอย่างคนอารมณ์ดแล้วหันไปแย้มยิ้มให้กับขุนนางสกุลเปี้ยนที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

            “บุตชายของเจ้าเป็นดั่งเพชรเม็ดงาม ข้าโชคดียิ่งนักที่จะมีลูกสะใภ้ที่เพรียบพร้อม”

            “มิกล้า...พระองค์ตรัสเกินไปแล้วพะย่ะค่ะ” ขุนนางเปี้ยนเอ่ยตอบด้วยความถ่อมตน กษัติร์ยผู้ทรงอำนาจหัวเราะร่าแล้วจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างอ็นดู

            “ถึงเจ้าจะหาว่าข้าพูดชมบุตรของเจ้าเกินไป แต่ทุกคนก็ล้วนประจักษ์ดี ว่าความสามารถ สติปัญญารวมไปถึงรูปลักษณ์ที่งดงามราวกับหวังเจาจิน* แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นนี้ เจ้าเห็นด้วยหรือไม่ลูกพ่อ” ผายมือทั้งสองฝั่งให้แก่โอรสของตน เหล่าองค์ชายต่างยกยิ้มบางเบาให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้าตามลักษณะของชนชั้นสูงที่ไม่กระโตกกระตากมากนัก

 

          ในแววตาพวกเขาดูไม่กระหายหิวข้าเสียเท่าไร

          เรื่องหลับนอนข้าคงมิต้องกังวล...

 

            คิดในใจอย่างโล่งอกที่การแต่งงานในวังหลวงคงไม่แย่อย่างที่คิด แต่ฉับพลันคนตัวเล็กก็นึกขึ้นได้ว่าเหล่าองค์ชายตรงหน้านี้มีเพียงองค์ชายอี้ฝานเท่านั้นที่ตนรู้จัก...องค์ชายนิสัยเสียคนนั้นหายไปไหนกัน?

            “เอาล่ะ...ใจจริงข้าหมายมั่นไว้ ว่าจะให้เจ้าแต่งงานกับอี้ฝานเพราะเป็นองค์ชายองค์โตที่สุดในวังแล้ว...” คำพูดของคนตรงหน้าทำเอาปั๋วเสวียนถึงกับผงะ...เพราะตนไม่ได้คิดกับอี้ฝานมากไปกว่าพี่น้องเลย หนำซ้ำพี่อี้ฝานของตนก็มีคนรักอย่างจื่อเทาอยู่แล้ว หากแต่งงานกับตนคงมิวายเกิดเรื่องเป็นแน่

            “...แต่อี้ฝานกลับปฏิเสธจนทะเลาะกับข้าไปเสียหลายรอบเชียวเพราะอ้างว่ายังอยากทำงานช่วยข้าอยู่ ยังไม่อยากปลีกตัวปลีกใจคิดที่จะมีใคร หากแต่งกับเจ้าแล้วคงมิวายทิ้งขว้างให้เจ้าเหงาใจอยู่ในตำหนักเป็นแน่...”

 

            นั่นเพราะว่าพี่อี้ฝานมีจื่อเทาแล้วต่างหาก!

            ปั๋วเสวียนลอบมองอี้ฝานเล็กน้อยก็เห็นว่าพี่อี้ฝานอมยิ้มแล้วก็แอบหัวเราะอยู่เล็กน้อย

 

            “โบราณว่าคนเป็นพี่ย่อมต้องออกเรือนก่อน เมื่อองค์ชายหนึ่งไปบวช องค์ชายสองไม่ยอมแต่ง ก็ต้องเป็นองค์ชายสามถูกหรือไม่?...”

            “...” คนตัวเล็กไม่ตอบแต่เงยหน้ามองคนเหล่าองค์ชายที่เหลือซึ่งก็ไม่อาจทราบได้ว่าคนใดที่เป็นองค์ชายสาม

            “เดิมทีข้าก็คิดจะให้เจ้าแต่งกับองค์ชายสามนั่นแหละ เจ้าสนใจหรือไม่?”

            “เอ่อ...” จะบอกว่าไม่สนใจองค์ใดเลยก็มิได้ใช่หรือไม่? ปั๋วเสวียนลอบถามในใจแต่มิได้เอ่ยออกไป

            “แต่ข้าคิดว่าองค์ชายสามช่วงนี้ต้องออกไปชายแดนเพื่อตรวจตราแทนข้าคงอีกนานกว่าจะได้แต่ง ดังนั้นก็เลื่อนเป็นองค์ชายสี่...แต่รายนี้บอกกับข้าเองว่าแอบหมายปองหญิงสาวลูกขุนนางท่านหนึ่งเอาไว้แล้ว ดังนั้นก็เหลือที่องค์ชายองค์โปรดของข้าล่ะนะ...”

            “...”

            “...องค์ชายห้า...”

            “!” ปั๋วเสวียนเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินคำพูดไม่น่าฟัง ใบหน้าหวานแอบส่ายหน้าริกๆ ภาวนาขอให้ฮ่องเต้เลื่อนองค์ชายไปอีกคน แต่ก็ดูเหมือนว่าโคร้ายยังไม่หมดไปจากชีวิตของตนและดูท่าทางจะเป็นโชคร้ายระยะยาวเสียด้วย

            “ข้ายังไม่ได้ถามความสมัครใจจากลูกชายคนี้หรอก เพราะสองสามวันมานี้ดูท่าจะวุ่นวายกับอะไรสักอย่างจนไม่ยอมมาพบข้า แต่อี้ฝานบอกข้าว่าพวกเจ้าก็ดูจะชอบพอกันอยู่ใช่หรือไม่?”

            “หา!” ปั๋วเสวียนเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานผินหน้าอย่างช้าๆ ไปทางคนที่ฮ่องเต้เอ่ยอ้าง

 

          พี่อี้ฝานส่งยิ้มแห้งๆ มาให้พร้อมกับหลบสายตา

          ข้าอยากแหกอกพี่อี้ฝานซะเดี๋ยวนี้เลย! ชอบพอกันเสียเมื่อไร!

 

            “หรือเจ้าไม่พอใจชานเลี่ย เจ้าจะเลือกเองก็ได้นะ องค์ชายหก องค์ชายเจ็ด และองค์ชายแปดยังว่างอยู่ กำลังรอแต่งงานอยู่เช่นกัน” ปั๋วเสวียนเม้มปากอย่างช่างใจ ใจหนึ่งก็ไม่อยากแต่งกับชานเลี่ยเพราะตนน่ะเกลียดคนๆ นี้มากกว่าสิ่งใด แต่อีกใจรึก็ไม่กล้าแต่งกับคนอื่นเช่นกัน

            “เอ่อ เสด็จพ่อ...ลูกคิดว่าทรงตรัสให้แน่ชัดโดยองค์เองเถอะพะยะค่ะ ปั๋วเสวียนยังเด็กและเป็นผู้สืบเชื้อสาย ดังนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นอิสรตรีแล้ว ดังนั้นจะให้เลือกองค์ชายเองนั้นลูกก็คิดว่าคงจะมิควรนะพะยะค่ะ”

            “โอ้...ใช่สินะ...” องค์ราชาพยักหน้าแล้วคิดตามที่องค์ชายใหญ่แห่งวังหลวงได้พูดออกมา

            “พ่อเองก็เลือกไม่ถูกเช่นกัน ชานเลี่ยไม่อยู่ให้ถามความสมัครใจเสียด้วย ถ้าอย่างนั้นมีใครพร้อมที่จะแต่งงานกับปั๋วเสวียนหรือไม่?” เอ่ยถามองค์ชายอีกสามคนที่เหลือ

            “ลูกสามคนมิได้ขัดข้องแต่อย่างใด แต่ในเมื่อพี่อี้ฝานบอกว่าทั้งสองชอบพอกัน ดังนั้นพี่ชานเลี่ยก็คงจะเหมาะสมที่สุด ลูกคิดว่าพี่ชานเลี่ยก็คงมิได้มีปัญหาอันใด ขอเสด็จพ่อโปรดไตร่ตรองด้วยพะยะค่ะ” องค์ชายหกกล่าวอย่างนอบโน้มพร้อมด้วยเหตุผลรับรอง องค์ราชาพยักหน้าอีกสองสามครั้งแล้วเอ่ยวาจาหนักแน่นเพื่อเป็นการยืนยันความคิดของตน

          “ตกลง! ข้าจะให้ปั๋วเสวียนจากสกุลเปี้ยนแต่งงานกับองค์ชายห้า!

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “ชานเลี่ย!!!” เสียงตะโกนร้องเรียกดังมาแต่ไกลจากนอกตำหนักไม่อาจทำให้องค์ชายห้าที่กำลังนั่งเศร้าทำใจอยู่กับเจ้าแมวสุดรัก

            “ฮ่องเต้ประกาศแล้วว่าเหมยฮวาของเจ้าจะแต่งกับผู้ใด!

            “...”

            “เฮ้ย! เจ้าสนใจข้าหน่อยสิ” จงเหรินขมวดคิ้วยืนมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งบ้าใบ้อยู่หลายชั่วยาม ความจริงแล้วก็ไม่ได้อยากจะขายเพื่อนนักหรอกนะ...แต่หลังจากที่ส่งจดหมายให้ปั๋วเสวียนแล้ว เพื่อนรักของเขาก็หน้าบางไม่กล้าพบหน้าดวงใจของตนอีกเลย

            ที่ไม่ยอมไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในวันนี้ก็เพราะว่าใจน่ะคิดเอาไว้ว่า คนที่จะได้แต่งกับเหมยฮวาน้อยคงเป็นองค์ชายสอง ก็เลยทำเป็นยุ่งวุ่นวายไมขอเข้าเฝ้ารับรู้ความจริงที่บาดหัวใจ แม้ว่าจะแอบวางแผนไปเป่าหูพ่อของตนเองเอาไว้ว่าเหมยฮวาน้อยน่ะเก่งอย่างนั้น ดีอย่างนี้เพื่อให้ถูกคัดเลืกเป็นผู้สืบเชื้อสายชั้นสูง แต่ก็มิกล้าพอที่จะไปขอดวงใจมาเป็นของตน

 

            ออกศึกรบชานเลี่ยไม่เคยหวั่น แต่ศึกรักนั้นคงมิกล้า

            ชานเลี่ยน่ะหน้าบางเกินกว่าจะกล้าทำบอกความในใจของตนให้ใครรับรู้ พูดแล้วก็อยากจะหัวเราะ

 

            “เจ้าไม่อยากรู้หรอกเหรอว่าเหมยฮวารักแรกของเจ้านั้นจะต้องทอดกายเปลือยเปล่าเป็นขององค์ชายองค์ใด~

            “เจ้า!” นับเป็นอีกครั้งที่ชานเลี่ยถูกยั่วยุอารมณ์จากองครักษ์จอมกวน จงเหรินยกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเลิกคิ้วอย่างกวนอารมณ์

            “ข้าไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของปั๋วเสวียน อีกอย่างข้าไม่มีรักแรก” เอ่ยปฏิเสธเสียงแข็งอย่างเรียบเฉยแม้ในใจจะเดือดพล่าน

            “งั้นหรือ? เจ้ามิอยากรู้งั้นรึว่าคุณชายแสนน่ารักคนนั้นจะตกเป็นเมียขององค์ชายองค์ใด น่าเสียดายเสียจริงที่คนสวยๆ เช่นนั้นจะต้องแต่งงานกับองค์ชายนิสัยแย่มากๆ...”

            “พี่อี้ฝานเป็นคนดี!” ชานเลี่ยเถียงทันควันเมื่อเพื่อนสนิทตัวดีเริ่มใส่ร้ายพี่ชายของตน

            “หืม? ข้าบอกเหรอว่าปั๋วเสวียนแต่งงานกับองค์ชายสอง?”

            “!?”

            “องค์ชายสองตอบปฏิเสธเพราะยังไม่คิดเรื่องคู่ครอง ปั๋วเสวียนจึงต้องแต่งงานกับองค์ชายอีกคนที่ดูไม่เหมาะกันเลย หนำซ้ำองค์ชายคนนั้นก็ดูท่าจะไม่สนใจปั๋วเสวยนด้วย แต่งงานไปคงไม่ต่างกับเป็นแค่ธาตุอากาศในวังนั่นแหละ”

            “ใครกัน? พี่สาม? หรือพี่สี่?”

            “ไหนเจ้าว่าไม่สนเรื่องของปั๋วเสวียน?” จงเหรินแสร้งหันหลังเดินหนีไปอีกทาง แต่คนปากแข็งที่ไม่ยอมรับกลับเอ่ยเรียกทักเอาไว้

            “เดี๋ยว!

            “...”

            “ข้า...ข้าอยากรู้ก็ได้...” จงเหรินกลั้นหัวเราะจนตัวแทบสั่นเมื่อเพื่อนจอมดื้อนั้นยอมปริปากออกมา

            “ข้าอยากรู้ก็เพราะจะได้รู้ว่าข้าจะมีพี่สะใภ้หรือน้องสะใภ้ก็เท่านั้น” ท้ายสุดก็มิวายมีข้ออ้าง...จงเหรินหันกลับมามองหน้าเพื่อนสนิทของตแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ

            “องค์ชายสองปฏิเสธเพราะไม่คิดเรื่องคู่ครอง องค์ชายสามก็บ้างานจนไม่มีเวลามาแต่งงาน องค์ชายสี่ก็มีคนที่หมายปองอยู่แล้ว และองค์ชายหก องค์ชายเจ็ด องค์ชายแปดต่างก็ยังเกรงใจอยู่เพราะตามหลักแล้วควรให้เกียรติ์คนเป็นพี่แต่งงานก่อน...”

            “...”

            “ดังนั้นคนที่เหลือก็คือ...”

            “...”

            “...เจ้า...” องค์ชายห้านิ่งเงียบไปกับสิ่งที่ได้ยิน ใจนึกอยากจะลองเอาศรีษะโขกกำแพงดูว่าฝันไปหรือไม่กับคำบอกเล่าของสหายรัก

            “ได้ยินหรือไม่ชานเลี่ย...”

            “...”

            “ฮ่องเต้ทรงตรัสแล้วว่าปั๋วเสวียน...เป็น...ของ...เจ้า!!!” เน้นย้ำน้ำเสียงด้วยความหนักแน่นให้อีกฝ่ายได้ยินชัดๆ พร้อมกับตบไหล่หนาเห็นการเรียกสติ

            “...”

            “...”

            “...”

            “เจ้ายิ้ม! วู้ววววว” จงเหรินระเบิดหัวเราะออกมายกใหญ่หลังจากที่จ้องหน้าเพื่อนรักของตนอยู่นาน จนในที่สุดมุมปากซ้ายของเพื่อนรักก็กระตุกขึ้นอย่างปิดไม่มิดพร้อมวินาทีต่อมาที่ตนได้เอ่ยปากล้อเลียนชานเลี่ยก็หันหลังให้พร้อมยกห้ามไม่ให้ตนแซวอีก

            “เจ้ายิ้ม! เจ้ายิ้ม! เจ้ายิ้ม!

            “ข้ามิได้ยิ้ม!” ตอบเสียงดังกลบเกลื่อนความรู้สึกแม้ว่าตอนนี้ใบหน้าของตนที่หันหลบองครักษ์อยู่นั้นจะฉีกยิ้มจนหุบไม่ได้ ชานเลี่ยนึกโทษร่างกายตนเองเบาๆ ว่าหัวใจสูบเหตุใดจึงฉีดเลือดได้ดีที่สุดในวันนี้เสียได้...

            “วู้วววว เจ้ายิ้มชานเลี่ย! ปิดข้าไม่มิดหรอก เจ้าก็เห็นเจ้านายเจ้ายิ้มใช่หรือไม่เหมยหลง!” จงเหรินเอี้ยวตัวชะเง้อคอเพื่อถามเจ้าเหมียวอ้วนที่นั่งมองหน้าเจ้านายของมันอยู่

           

            เมี้ยว~’ แมวน้อยแสนฉลาดร้องตอบโต้อีกฝ่ายทันทีที่ได้ยินคำถาม แถมยังจ้องหน้าเขาตาแป๋วไม่หันมองสิ่งอื่น เอาล่ะทั้งเพื่อนทั้งสัตว์เลี้ยงต่างก็หยอกล้อให้ข้าอายจนได้สินะ! ชานเลี่ยบ่นในใจอย่างไม่ถือสา เพราะความจริงแล้วก็ไม่เคยปิดบังสิ่งใดจากจิงเหรินหรือเหมยหลงได้เลย

            “ดีใจก็ยอมรับเสียเถอะ เจ้ายังไม่ชินอีกหรือที่มิเคยปิดบังเรื่องใดจากข้าได้เลย...”

            “ข้ามิได้อยากปิดบังเจ้าเพียงแต่...”

            “เพียงแต่คนที่เกิดมามีความรักครั้งเดียวและเป็นรักข้างเดียวเช่นเจ้านั้นคงเหนียมอายใช่หรือไม่?”            “...”

            “เอาล่ะ ในฐานะที่ข้านั้นเป็นบุรุษเนื้อหอมเอามากๆ เวลาข้าไปเที่ยวนอกวัง ดังนั้นข้าจะสอนวิธีเกี้ยวสาวให้เจ้าเอง อย่างน้อยๆ การแต่งงานก็ควรเกิดจากความรัก ระหว่างรอให้มีพิธีมงคลเจ้าก็ใช้โอกาสนี้ส้างความสัมพันธ์อันดีกับเมียในอนาคตเจ้าซะ...”

            “อย่างนั้นหรือ?”

            “หรือเจ้าจะเข้าหอกับปั๋วเสวียนเลยโดยที่มิได้ผุกมิตรกันเล่า! หากเป็นนางโลมล่ะก็ยังต้องพูดคุยทำความรู้จักกันก่อนที่จะสุขสม แล้วเจ้าจะร่วมรักกับเมียเจ้าโดยมิสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก่อนเลยหรืออย่างไร?”

            “ข้า...ข้าไม่...”

            “เฮ้อ...เจ้าอย่าโกหกใจตัวเองอีกเลย เจ้ากล้าสาบานหรือไม่ว่าเจ้าไม่เคยคิดเกินเลยกับเหมยฮวาน้อย?” จงเหรินเลิกคิ้วถามอย่างเอาเรื่อง ทำเอาคนถูกถามต้องหลุบตามองต่ำเพราะไม่ใช่วิสัยของชานเลี่ยเสียเลยที่จะมานั่งพูดเรื่องแบบนี้

            “นั่นแหละ! จะแต่งงานกันก็ต้องผูกมิตรกันไว้...” ว่าแล้วก็บังอาจยกแขนหนาของตนพาดคอองค์ชายรูปงามที่สูงกว่าตนเพียงเล็กน้อยให้เดินมานั่งฟังวิธีสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อภริยาในอนาคตของตน

            “เจ้าจะกล้าหลับนอนกับปั๋วเสวียนหรือหากเจ้ากับเจ้มิได้พูดคุยกับนางเลยนับตั้งแต่วันนั้น เอาล่ะเจ้าต้องหมั่นไปแจกรอยยิ้ม แจกความรัก เกี้ยวพาราสีให้ปั๋วเสวียนใจเต้นแรง เริ่มรู้สึกชอบพอเจ้าบ้าง อย่างแรกที่เจ้าต้องทำคือปรับตัวเสียใหม่ เจ้าต้องเลิกทำตัวใจร้ายเสียที ถ้าเจ้าไม่อยากให้!@#$%^&*()...”

 

            เอาล่ะ...เห็นทีจงเหรินคงจะสอนวิธีขโมยใจสาวให้เพื่อนรักของตนอีกนานทีเดียว...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀XX%❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “ลู่หาน~” เสียงคุ้นเคยร้องเรียกจากด้านนอกจวนของขุนนางเปี้ยนดังขึ้นพร้อมกับผู้ส่งสาส์นจากในวังแจ้งเรื่องเสร็จ หนุ่มน้อยหน้ามนวิ่งพรวดพราดเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ซื่อชุนตกใจเล็กน้อยที่เห็นเหล่าผู้รับใช้ฮ่องเต้อยู่ภายในห้องรับแขกของจวน

            “วันนี้คนในวังหลวงมาแจ้งข่าวร้ายอะไรอีกหรือ?” เอ่ยถามทันทีที่เหลือเพียงแต่คนสกุลเปี้ยนในห้องโถง พ่อของลู่หานส่งสายตาดุซื่อชุนเล็กน้อยที่พูดจาไม่น่าฟังทำให้เด็กป่วนต้องรีบก้มหัวยกมือขอโทษ

            “ขอโทษขอรับท่านลุง ข้าปากไม่ดีเอง...ว่าแต่ท่านลุงเปี้ยนบอกข้าได้หรือไม่ว่าคนในวังมาที่นี้เพราะเหตุใด” คำถามจากซื่อชุนสร้างความกังวลให้ลู่หานเป็นอย่างมาก เด็กน้อยส่งสายตาอ้อนวอนขอผู้เป็นลุงอย่าเพิ่งบอกความจริงให้แก่ซื่อชุนเลย เพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องยุ่งๆ ขึ้นอีก

            “แค่มาแจ้งความเป็นอยู่ของปั๋วเสวียนน่ะ” ลู่หานถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ท่านลุงของตนให้ความร่วมมือแต่โดยดี ซื่อชุนพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเขย่าแขนผู้อาวุโสตรงหน้าเหมือนเด็กเล็กๆ

            “ท่านลุงๆ แล้วพี่ปั๋วเสวียนเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ข้าคิดถึงพี่ปั๋วเสวียนจนแทบแย่”

            “ฮ่าๆ เจ้านี่ก็รักลูกชายข้าไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะ...”

            “ขอรับ! ข้ารักเดียวใจเดียว รักพี่ปั๋วเสวียนมากขึ้นทุกวันด้วย” ซื่อชุนพยักหน้ารัวเร็ว ฉีกยิ้มกว้าง แลดูกระตือรือร้นเอามากๆ หวังซื้อใจท่านลุงจนลู่หานรู้สึกหมั่นไส้ในใจ

            “แม้ว่าลูกชายข้ากำลังจะเป็นเมียคนอื่น โอ้ ดีจริงๆ เลย...” แต่คำตอบกลับของผู้ใหญ่ตรงหน้าทำเอาซื่อชุนถึงกับสะอึก

            “โถ...ท่านลุง...เหตุใดจึงพูดเช่นนี้ล่ะขอรับ ข้ารู้สึกเหมือนถูกด่าเลย”

            “เปล่า ลุงแค่อยากให้เจ้าเข้าใจ...รักคู่ครองคนอื่นมันไม่ดีนะรู้...”

            “ข้ารู้แล้วน่า” ซื่อชุนชิงตัดบทก่อนอย่างเสียมารยาท แต่คนเป็นลุงเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร

            “เจ้าน่าจะมองดูคนอื่นบ้าง อาจจะเป็นหญิงสาวจากบ้านอื่นๆ หรือเหล่าผู้สืบเชื้อสายในปีหน้า”

            “ไม่มีใครงามเท่าพี่ปั๋วเสวียนแล้วท่านลุง”

            “ลู่หานสวยกว่าลูกข้าอีกเจ้าเด็กดื้อ”

            “ในสายตาข้านั้นพี่ปั๋วเสวียนงามที่สุดและมิมีผู้ใดเทียม!

            “เฮ้อ เจ้าเด็กคนนี้นี่...ลูกข้าอยู่ในวังไปแล้วแต่เจ้าก็ยังมาทุกวัน ในจวนข้าก็เหลือแต่ลู่หาน เจ้าก็แต่งกับลู่หานไปสิจะได้ขอพ่อเจ้าให้ย้ายเข้ามาในจวนข้าเลย”

            “ไม่! ลู่หานสวยแค่ไหนแต่ใจข้าก็มีแต่พี่...”

            “ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า แต่ที่รู้ๆ คือลูกชายข้าเป็นเมียเจ้าไม่ได้แน่ๆ” พูดเช่นนั้นแล้วหันหลังเดินหนีไปพักผ่อน เมื่อไม่มีใครอยู่ให้ซื่อชุนได้สร้างเรื่องป่วนแล้วเด็กหนุ่มก็ยิ้มร่าวิ่งเข้าไปจับมือของลู่หานอย่างกระตือรือร้น

            “ไปจับกระต่ายป่าเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิลู่หาน” คำเอ่ยชวนทำให้ลู่หานพรูลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะสาวเท้าก้าวตามคนเดินนำที่จับมือถือแขนของตนแล้วดึงให้เดินตามอย่างถือวิสาสะ ทั้งๆ ที่ตนควรจะโกรธที่ถูกปฏิเสธจากคนที่แอบรักตรงหน้าแท้ๆ แต่เพียงแค่ซื่อชุนพูดเสียงอ่อน จับมือตนอย่างแผ่วเบาก็ทำให้ใจอ่อนยวบยอมทำตามไปเสียทุกอย่างแล้ว

 

            ...ให้มันได้อย่างนี้สิ ลู่หานคนโง่...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀ ❀❀❀❀❀❀❀❀

 

คล้อยบ่ายหลังจากทราบถึงว่าที่คู่ครองของตนแล้ว นายน้อยแห่งสกุลเปี้ยนที่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับบิดาของตนหลังออกจากท้องพระโรงก็นั่งเหม่ออยู่ตรงศาลาริมน้ำที่ตนมักจะมานั่งเล่นบ่อยครั้ง

 

“เฮ้อ...ข้าอยากคุยกับท่านพ่อจัง” พูดออกมาอย่างเหม่อลอยโดยที่นางกำนัลรับใช้ที่เฝ้าว่าที่พระชายาอยู่ด้านนอกริมศาลาต้องตั้งคำถามขึ้นในใจด้วยความสงสัย

 

มีใครบ้างที่ไม่อยากแต่งงานเข้าวังหลวง

มีใครบ้างที่ทุกข์ใจหลังจากรู้ว่าตนเองกำลังจะแต่งงานกับองค์ชาย

 

องค์ชายห้ารูปโฉมงดงาม สติปัญญาเป็นเลิศ สุขุม รอบคอบ ซ้ำยังเป็นองค์ชายองค์โปรดของฮ่องเต้ที่ใครๆ ก็รู้ดี หากใครได้แต่งงานด้วยนั้นถือว่าน่าอิจฉาที่สุด แต่เหตุใด...ว่าที่พระชายาองค์นี้ถึงได้มีท่าทางหนักอกหนักใจเช่นนี้เล่า...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

หลังจากฟังจงเหรินพล่ามอยู่นาน องค์ชายห้าก็เลือกที่จะรับฟังแค่บางอย่างเท่านั้น เพราะหากให้ทำตามวิธีของจงเหรินทั้งหมดนั้นก็คงฝืนต่อนิสัยตนเองเกินไป แต่อย่างแรกที่ชานเลี่ยต้องทำตอนนี้ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้ปั๋วเสวียนหายโกรธเรื่องขโมยจุมพิตอันหอมหวานจากความนุ่มน้อยๆ ตรงกลีบปากบาง

“ทักทาย กล่าวขอโทษ และเริ่มต้นใหม่...”

“...”

“ทักทาย กล่าวขอโทษ และเริ่มต้นใหม่...”

“...”

“ทักทาย กล่าวขอโทษ และเริ่มต้นใหม่...”

“เจ้าเอาแต่ท่องอยู่ได้ ดูสิเหยี่ยวจะโฉบลงไปกินพ่อนกตัวน้อยของเจ้าอยู่แล้ว!” องครักษ์หนุ่มกล่าวอย่างหัวเสียเมื่อชานเลี่ยเอาแต่ยืนท่องประโยคเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตรงสะพานทางเชื่อมของตำหนักตนเองและตำหนักของว่าที่พระชายานานเกือบชั่วยาม จนท้ายที่สุดยังไม่ทันจะทำใจได้พี่ชายสุดที่รักของตนก็ดันเดินมาจากทางเชื่อมอีกฝั่งชิงตัดหน้าเข้าพบว่าที่คนรักของตนเสียอย่างนั้น

 

...ชานเลี่ยหนอชานเลี่ย บุรุษผู้หาญกล้าใยต้องมาขลาดเขลาเพียงเพราะเด็กน้อยคนเดียว...

 

“พี่อี้ฝานนี่...”

“ใช่ ป่านนี้พี่ชายเจ้าคงเร่งทำคะแนนอยู่แล้วกระมัง...”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นพี่อี้ฝานจะปฏิเสธเสด็จทำไมหากคิดจะรักกันปั๋วเสวียน”

“ข้าไม่รู้...”

“....”

“แต่ที่รู้ๆ คือบุรุษหนึ่งผู้อ่อนโยน หล่อเหลา ช่างเอาใจย่อมถือไพ่และได้ใจมากกว่าบุรุษปากหนักเช่นเจ้า แม้นองค์ชายสองจะมิได้คิดอกุศลต่อว่าที่พระชายา แต่ไหนเลยใครเล่าจะรู้ใจคน เหมยฮวาน้อยของเจ้าอาจจะประทับใจคนแสนดีอย่างองค์ชายอี้ฝานแล้วเผลอมอบใจให้แก่เขาแทนที่จะเป็นเจ้าก็ได้”

!

“เจ้าก็อาจจะได้แค่ตัวแต่มิอาจได้หัวใจของ...”

“ไม่มีทาง!” องค์ชายผู้หยิ่งทะนงในตนเองเอ่ยขัดขึ้นด้วยอารมณ์คุกกรุ่น เขายอมให้เหมยฮวาน้อยเกลียดเขายังดีเสียกว่าให้ใจดวงน้อยนั้นเป็นของใคร องค์ชายสองรีบรุดเดินไปยังตำหนักของว่าที่คนรักของตนทันทีจนเหล่านางกำนัลน้อยใหญ่ถึงกับงุนงงกับท่าทีฉุนเฉียวขององค์ชายแสนสุขุมในวันนี้

“ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ยืนเฝ้าพระชายา?” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่ารอบศาลาริมน้ำไม่มีข้ารับใช้อยู่เลย แต่นางกำนัลเหล่านั้นก็ดูเหมือนเพิ่งเดินออกมา

“ว่าที่พระชายารับสั่งให้พวกหม่อมฉันหลบออกมาเพคะ”

“ได้อย่างไรกัน”

“องค์ชายสองตรัสว่าอยากมีเวลาคุยเรื่องส่วนตัวกับว่าที่พระชายาเพคะ” นางตอบกลับเพียงเท่านั้นก่อนชานเลี่ยจะโบกมือไล่ให้นางกำนัลเหล่านั้นออกไป

“เอ...องค์ชายหนุ่มรูปงามจะมีเรื่องส่วนตัวอะไรที่ต้องคุยกับว่าที่เมียของน้องตนเองสองต่อสองกันน้า~” หน่วยตาคมตวัดมองเพื่อนสนิทของตนอย่างทรงอำนาจ แต่ผลตอบรับก็เป็นอย่างเช่นทุกครั้ง...

“ปั๋วเสวียนอาจจะอยากสารภาพรักแล้วอ้อนวอนให้แต่งงานกับตนแทนที่...อ้าวเฮ้ยชานเลี่ย!” ตั้งใจจะยั่วยุให้เห็นท่าทีหึงหวงของเพื่อนรักปากแข็งที่ตนแสนขบขัน แต่ดูท่าจะยั่วแรงไปหน่อยคนข้างกายของตนถึงได้รีบเดินตัวปลิวมุ่งหน้าไปยังศาลาริมน้ำเสียอย่างนั้น

“เจ้ายังมีคดีติดตัวอยู่ อย่าเพิ่งวู่วามจนโดนคุณชายเขาตบหน้ามาให้ล่ะ เดี๋ยวจะพาลแย่ลงไปกว่าเดิมนะ” เอ่ยเตือนสติสหายจนชานเลี่ยนิ่งลงก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ สองเท้าย่างก้าวไปตามทางเดินพลางทำใจให้สงบ อยากจะแค่เข้าไปขัดไม่ให้สองคนนั้นได้ใกล้ชิดกันเพียงสองต่อสองเท่านั้น หากแต่ประโยคที่ได้ยินหลังจากก้าวเท้าเหยียบขั้นบันใดของศาลาก็ทำให้ความตั้งใจทุกอย่างพังลงไป...

“...เขาใจร้ายเกินไป หากข้าต้องแต่งงานกับองค์ชายห้า ข้าก็ขอยอมแต่งกับซื่อชุนเสียดีกว่า!

!!!” คนฟังถึงกับสติหลุดแทบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวไม่อยู่ องครักษ์หนุ่มที่แอบวิ่งตามมาเพราะไม่ไว้ใจองค์ชายสองแทบคว้าตัวเอาไว้ไม่ทัน จงเหรินส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามแล้วทำท่าสูดหายใจลึกๆ หวังให้เพื่อนผ่อนคลาย หากแต่ลมเจ้ากรรมกับไม่เห็นด้วยที่จะให้ชานเลี่ยนิ่งเฉย...

“อ๊ะ!” ปั๋วเสวียนร้องลั่นเมื่อลมพัดเอาเศษฝุ่นสกปรกปลิวเข้าตาจนเจ็บ มือเรียวยกขึ้นพร้อมขยี้เศษฝุ่นนั้นออกไป หากแต่คนไวกว่านั้นคือองค์ชายใหญ่ที่รวบมือบางเอาไว้

“พี่อี้ฝานข้าเจ็บ...” หลับตาปี๋ลืมตาไม่ได้ หนำซ้ำข้อมือบางยังถูกพันธนาการไว้ด้วยมือหนา ใบหน้าคมเข้มผินหน้ามาทางด้านผู้มาเยือนแล้วเล็กน้อยแล้วแอบยกยิ้มมุมปากอย่างที่ไม่มีใครได้เห็น

“หากเจ้าขยี้ ดวงตาของเจ้าจะอักเสบ”

“แต่ข้าเจ็บจนลืมตาไม่ขึ้นแล้วพี่อี้ฝานปล่อยมือข้าเถอะ” ออกแรงดิ้นขัดขืนพยายามจะเป็นอิสระจนร่างกายใกล้ชิดกับอีกฝ่ายไม่รู้ตัว

“เจ้าอยู่นิ่งๆ เสียเถอะ เดี๋ยวพี่จะเป่ามันออกให้” ปั๋วเสวียนนิ่งลงทันตาเห็นเพราะไม่อยากทรมาณกับความเจ็บปวดที่ดวงตา อี้ฝานโน้มหน้าเข้าใกล้ เสียเถอะ เดี๋ยวพี่จะเป่ามันออกให้” ปั๋วเสวียนนิ่งลงทันทีเห็นเพราะไม่อยากทรมาณกับความเจ็บปวดที่ดวงตา อี้ฝานโน้มหน้าเข้าใกล้หวังจะใช้ลมหายใจอุ่นๆ ปัดเป่าเศษฝุ่นนั้นออกไป แต่ยังไม่ทันโน้มได้ใกล้ชิดเท่าไรเสียงดุดันก็ดังขึ้นจนเด็กน้อยในอ้อมแขนสะดุ้งผละตนออกอย่างแรงแล้วยกมือเรียวขยี้ตาในที่สุด

“พระชายามิควรใกล้ชิดชายใด!

 

แป๊ะ! เสียงฝ่ามือกระทบหน้าผากดังลั่นศาลาริมน้ำแต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจเสียงนั้นนัก แน่นอน...เสียงนั้นมาจากจงเหรินที่ตีหน้าตัวเองไปหนึ่งทีเต็มๆ หลังได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิท ตนพร่ำสอนไปอยู่นานว่าอย่าพูดจาหาเรื่องหรือกล่าวโทษเหมยฮวาอีกแต่เหตุฉไหนเลยกลับเป็นเช่นนี้...

 

อี้ฝานหัวเราะในลำคอเมื่อได้เห็นท่าทีหวงของจากน้องชายตนเองสมใจก่อนจะชำเลืองมองร่างน้อยที่ขยี้ตาตนเองป้อยๆ อย่างน่าสงสาร

“ชายที่ท่านว่านั้นก็มีศักดิ์เป็นพี่ชายของท่าน เท่ากับเป็นญาติของข้า แล้วเหตุใดจึงห้ามใกล้กัน!” แม้นจะยังทรมาณกับดวงตาของตนอยู่ แต่ปากเล็กก็เอ่ยวาจาท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวเช่นเคย

“สายเลือดเดียวกันงั้นหรือ? หากมีเลือดเดียวกันก็พอจะเข้าใจ แต่เจ้าเกี่ยวดองกับพี่ชายของข้าในนามเท่านั้น”

“แล้วอย่างไร? เหตุใดข้าจะเข้าใกล้คนที่ข้าสนิทด้วยไม่ได้!

“เจ้าควรสนิทกับชายอื่นที่มิใช่สามีของเจ้าอย่างนั้นเหรอ”

“แต่เรายังไม่ได้แต่งงานกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังไม่ถือว่าข้าทำผิดต่อสามี!

“ที่เรียนมาหาได้ซึมซับกฎมณเฑียรบาลเลยใช่หรือไม่”

“ข้ารู้! แต่ข้า...”

“พอเถอะ” อี้ฝานยกมือขึ้นห้ามทัพทันทีหลังจากที่เริ่มปวดหัวกับการขึ้นเสียงสูงของปั๋วเสวียนและการกดเสียงต่ำของชานเลี่ย

“อย่าหวงเลยน้องรัก พี่มิได้มีจุดประสงค์ใดนอกจากการผูกมิตรเป็นเพื่อนเล่นกับพระชายาตัวน้อยเท่านั้น หาได้คิดเกินเลยไม่

“แต่.."
            “ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าข้ายังต้องตรวจรายงานจากหัวเมืองต่างๆ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” คนที่เป็นดั่งน้ำมันชั้นดีที่เป็นคนทำให้ไฟลุกลามเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ แล้วเดินออกไปตามที่พูด จงเหรินถึงอ้าปากค้างกับการแสดงละครที่แนบเนียนขององค์ชายใหญ่

 

เห็นอยู่แท้ๆ ว่าจงใจลวนลามเมียน้องชายตัวเองอยู่หยกq

แต่เหตุใดจึงทำตัวปกติเสมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น

 

“นางกำนัลในตำหนักนี้อาจจะจงรักภักดีต่อเจ้า แต่นางกำนัลที่ตำหนักอื่นนั้นไม่! พวกนางอาจรายงานฮ่องเต้ให้เจ้ามีความผิดได้”

“...”

“เมื่อไรที่เรื่องการสนิทสนมอันเกินความจำเป็นของเจ้ากับพี่อี้ฝานสะพัดออกไป...” สาวเท้าเข้าใกล้จนคนตัวเล็กกว่าร่นถอยหลังหนีจนชิดติดเสาของศาลา

“โทษของวังหลวง...” ก้มหน้าลงให้ปากหนาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากใบหูของอีกฝ่าย

“เสียบหัวประจาน...คือโทษสถานเดียวของการคบชู้”

!!!

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

“กัด! กัดเลยเหมยหลง!

“เมี้ยว!

“โอ๊ย!ชักมือหลบสะบัดไปมาไล่ความเจ็บปวดพร้อมส่งสายตาคาดโทษให้กับเจ้าแมวตัวดีที่ตอนนี้แปรพรรคไปเข้าพวกกับเพื่อนสนิทของตน

 

ตั้งแต่ละตัวเดินกลับมายังตำหนักของตนเองจงเหรินก็บ่นไม่หยุดถึงการกระทำที่แสนโง่เขลาของตน พอกลับมานั่งในตำหนักจงเหรินก็เปิดปากเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าแมวอ้วนของตนฟังตั้งแต่ต้นจนจบและปิดท้ายด้วยการบอกให้เหมยหลงมากัดมือของตนเป็นการลงโทษ

“ไหนเจ้าบอกเหตุผลที่เจ้าพูดจาแบบนั้นใส่ปั๋วเสวียนมาอีกทีซิ?” ไม่พูดเปล่ากับใช้แขนข้างหนึ่งอุ้มเจ้าเหมียวตัวอ้วนกับอีกข้างหนึ่งที่ยกขึ้นท้าวสะเอวราวกับเป็นหญิงสาวคราวแม่ที่กำลังดุลูก

“ข้าเป็นห่วง...”

“ไอ้คำพูดเป็นห่วงของเจ้ามันเป็นบ่วงถ่วงความสัมพันธ์ของเจ้ากับเหมยฮวาน้อยนั่นรู้ไว้ซะ!

“...”

“แทนที่เจ้าจะตักเตือนพระชายาดีๆ อย่างอ่อนโยนแสดงท่าทีเป็นห่วงจะได้เรียกคะแนนจากปั๋วเสวียนได้ แต่เจ้ากลับใช้คำพูดห้วนๆ ที่เหมือนลอบกัดพระชายาเช่นนี้น่ะหรือที่เรียกว่าห่วง?”

“...”

            “หากเป็นเช่นนี้เจ้าก็เตรียมตัว...ได้แค่ตัวแต่ไม่ได้ใจของปั๋วเสวียน”

            “แล้วข้าต้องทำอย่างไร” คิ้มเข้มขมวดเข้าหากันแสดงให้เห็นถึงความกังวัลบนใบหน้า จงเหรินถอนหายใจหนักๆ พลางคิดว่า...สอนให้องค์ชายเป็นคนอ่อนโยนยากกว่าสู้รบในสนามรบเสียอีก

           

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

 

*หวังเจาจิน ชื่อจริงคือ หวังเฉียง เป็นหนึ่งในสี่หญิงงามแห่งแผ่นดินจีน

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

            หายไปหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ กับการกลับมาอัพส่วนที่เหลือที่ไม่ได้เข้มข้นเท่าไร...จะทำให้คนอ่านผิดหวังกันบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้สิ...ขอโทษนะคะ แต่เนื้อหามันเป็นแบบนี้จริงๆ ผิดที่หมาน้อยเองแหละที่ปั่นฟิคไม่ออกเสียงทีจนมันนานเกินไปกับเนื้อหาแค่นี้...

            กลับจากทริปเหนือวันที่ 17 นี้ค่ะ สัญญาว่าจะอัพกลีบ 13 ไม่เกินวันที่ 20 แน่นอนค่ะ ตอนหน้าก็มาดูกันนะคะว่าองค์ชายห้าจะทำยังไงต่อไป...

นี่ครึ่งเรื่องแล้วมั้งเนี่ยเหยเรื่องยังไม่ถึงไหนเลย 55555555 แต่ในพล็อตคือตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไปก็เริ่มเข้มข้นแล้วล่ะ! #เอ็งเขียนมาสิบกว่าตอนนี่ยังไม่เข้าเรื่องเลยเหรอ? lol ในพล็อตจริงๆ คิดไว้ว่ามันจะเข้มข้นค่ะ แต่เขียนออกมาได้เข้มข้นรึเปล่านี่คงต้องรอดูกัน

 

ปล. ตั้งใจเขียนฟิคเรื่องนี้มาก แต่ก็ไม่อยากให้ทุกคนคาดหวังกับมันเพราะกลัวว่าจะทำให้หลายๆ คนผิดหวังเพราะหมาน้อยเองก็เขียนฟิคไม่เก่ง แต่จะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุดนะคะ

 

รู้ว่าอยากให้เขาเข้าหอกันแล้ว รอก่อนนะ...ฮี่ฮี่ฮี่... #อริร้ายชานแบค 
 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2926 notisez (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 11:40
    ปากเทอเนเว่อตรงกับใจ55555555
    #2,926
    0
  2. #2908 tenpeachyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:38
    ชอบเหมยหลงสั่งให้กัดก็กัด555555555
    #2,908
    0
  3. #2891 jwsnpy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 20:14
    องค์ชายห้าควรใจเย็น ถ้าองค์ชายยังทำเเบนี้เป็นแบบนี้เมื่อไหร่จะคว้าใจปั๋วเสวียนเล่า!!!
    #2,891
    0
  4. #2823 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 10:03
    ความนิ่งแบบนี้ ฮอลลลล ให้ตายเถอะชานเลี่ย
    #2,823
    0
  5. #2760 pim pimmi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 18:46
    ปากนี่น้าาาา
    #2,760
    0
  6. #2746 ParkMild (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 23:34
    จงเหรินนี่รู้ดีจริงนักนะ บ้างครั้งก็เหมือนให้พี่น้องทะเลาะกันเลย ชานเลี่ยนนี่ก็พูดไม่คิด ซื่อชุนนี่ก็นะมองบนเลย 5555555
    #2,746
    0
  7. #2745 ParkMild (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 23:34
    จงเหรินนี่รู้ดีจริงนักนะ บ้างครั้งก็เหมือนให้พี่น้องทะเลาะกันเลย ชานเลี่ยนนี่ก็พูดไม่คิด ซื่อชุนนี่ก็นะมองบนเลย 5555555
    #2,745
    0
  8. #2697 เคแอล9091 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 07:26
    องค์ชายห้านี่แบบ -_-
    #2,697
    0
  9. #2658 Beebee ja (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 03:25
    ชอบจงเหรินอะ คิคิ 
    เมื่อไหร่ปากจะตรงกับใจคะองค์ชาย นี่กุมขมับแล้วนะ5555555
    #2,658
    0
  10. #2623 YeolYoda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 08:26
    ทำไมเราชอบจงเหริน555555
    #2,623
    0
  11. #2569 joylnr (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 14:08
    อ๊ากกกกกกกกก แต่ละคน ทำไมไม่พูดกันดีๆเล่าาาา

    องค์ชายชานพูดกับน้องดีๆดิ
    #2,569
    0
  12. #2531 Jammie-Lee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 00:54
    ชานพูดดีๆ หน่อยยยยย ถถถถถถ
    #2,531
    0
  13. #2430 -{กวางลู่}- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 09:58
    ชานเลี่ยนี่มันชานเลี่ยจริงๆให้ตายเถอะ!!
    #2,430
    0
  14. #1580 Hztp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 18:29
    ปากร้ายอย่างนี้ไง  โถ่ แล้วแบคจะรู้สึกยังไง
    สงสารลู่หานด้วย เซฮุนปฎิเสธได้โหดร้ายมาก
    #1,580
    0
  15. #1294 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 18:35
    5555555
    ตายละองค์ชายห้า
    ปั๋วเสวียนจะยอมญาติดีด้วยมั้ยเนี่ย?
    #1,294
    0
  16. #786 Pins_99 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 18:42
    องค์ชาย....ง่อว
    #786
    0
  17. #736 ✦ RIGOLO ✦ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 17:40
    โอ้ยองค์ชายปากอ่ะปาก โถ่
    #736
    0
  18. #589 PEANDA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 23:29
    ไรท์ค้าา เกียรติ น่าจะเขียนอย่างนี้นะคะ ไม่มีการันต์ค่ะ

    แล้วก็ตรงฉากที่อี้ฟ่านจะเป่าผงให้เหมยฮวา เหมือนไรท์จะเผลอนะคะ มันซ้ำค่ะ

    ____



    องค์ชายห้าของเรานี่จะทำยังไงให้ป๋ายไม่เกลียดอะ คือกิริยานางแต่ละอย่างนี่แบบ รำๆๆๆๆมาก

    ถ้าเราเป็นป๋ายเราคงเกลียดนางมาก พูดจาส่อเสียดสุดๆ ปากไม่ตรงกับใจ หึงก็บอกหึง หวงก็บอกหวงเซ่

    ฝ่ายซื่อฮุนนี่ก็ยังดูไม่ออกจะ จะเป็นอุเคะหรือเซเมะ อาลู่ก็ด้วย TTTwwTTT แต่ตอนนี้คืออยากกับซื่อฮุนมาตีตูด

    พูดจาแต่ละอย่างคือโครตตตตตเด็กกกกก แบบนี้เคะไปซะเถอะแก ชอบทำให้ลู่หานชั้นเสียใจด้วย นิสัยไม่ดี!

    ฟิคสนุกมากกกกกกๆๆนะคะ ติดตามๆๆๆค่ะ

    #589
    0
  19. #579 Pawhale (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 14:06
    องค์ชายจะปากแข็งไปอีกนานแค่ไหนกัน
    #579
    0
  20. #412 BACON_BAEK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 22:08
    องค์ชายห้าก็ตลอดอ่ะ
    #412
    0
  21. #347 Lalita Attaprachong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 / 17:42
    แบบนี้เมื่อไหร่จะได้รักกันดีๆสักทีเนี๊ยยยย เฮ้ออออออ!! ปวดหัวๆๆ
    #347
    0
  22. #344 N_NUTCHER (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 08:02
    อยากจะบอกว่าปวดหัวแทนจงเหริน55555555555555
    #344
    0
  23. #343 TTOoM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 / 21:49
    อะไรกันเนี่ยชานเลี่ย เรื่องไม่ไปถึงไหนเลยเพราะท่านน่ะรู้มั้ย ข้าอยากอ่านตอนเข้าขอใจจะขาดรอนๆ คนบ้า!!!
    #343
    0
  24. #342 Yok'ky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 / 21:14
    ให้ตายเถอะ องค์ชาย ทำอะไรเนี่ย!!!! แล้วแบบนี้จะได้หัวใจปั๋วเสวียน มาได้ยังไง ปัดโถ่ถังกะมัง! เอาเป็นว่าสู้ๆนะองค์ชาย จะคอยเป็นกำลังใจให้ อย่ายอมแพ้นะ
    #342
    0