♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 10 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    30 ต.ค. 57







梅花

เหมยฮวากลีบที่ 10

“ว่าที่พระชายาก่อเรื่องอีกแล้ว...”

 

            “เจ้าทำดีมากลู่หานที่รัก!” คำพูดแสดงอาการดีใจเอ่ยออกมาจากปากเพื่อนสนิทที่ยืนเต้นแร้งเต้นกาอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่ลู่หานเสี่ยงไปตะล่อมถามทหารหน้าวังหลวงถึงที่อยู่ของว่าที่พระชายา

 

            ความจริงรึก็ไม่อยากจะช่วยนักหรอก แต่ประโยคที่ว่า ถ้าไม่ได้คำตอบเจ้าก็ไม่ต้องมายุ่งกับข้าอีก!’ ทำเอาลู่หานกระวนกระวายพยายามสุดใจเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ ความจริงประโยคนั้นทิ่มแทงอกลู่หานอยู่ลึกๆ แต่ถ้าเลือกอดทนกับไม่เจอเซฮุน ลู่หานก็ขอยอมเจ็บปวดต่อไปเสียยังดีกว่า

 

            “ข้าบอกแล้วว่าความสวยองเจ้าน่ะมีประโยชน์!” ไม่วายแสดงความคิดภายในออกออกมา อยากจะดีใจที่ถูกคนที่ตนแอบรักเอ่ยปากชมแต่ก็ดีใจไปก็ไม่ได้ทำให้ลู่หานมีความสุขเลย

 

            ...ข้าจะสวยไปใยในเมื่อคนที่ข้ารักไม่เคยมองมา...

 

            “เอาล่ะ ตำหนักของพี่ปั๋วเสวียนทหารจะไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไรนักเพราะความสำคัญยังไม่มากพอ เพราะฉะนั้นถือเป็นโชคดีของข้าที่น่าจะแอเข้าไปพบพี่ปั๋วเสวียนได้”

            “...”

            “ทีนี้หน้าที่ของเจ้าก็คือเฝ้าอยู่ตรงนี้อย่าไปไหน รอข้าออกมาเท่านั้นพอ”

            “อะ...อะไรนะ!?” ลู่หานแทบลมจับหลังจากได้ยินคำพูดของซื่อชุน...ใช่สิ พอหมดประโยชน์แล้วตัวเขาจะมีค่าอะไร...อดคิดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ว่าคนที่สำคัญที่สุดของซื่อชุนก็คงมีแต่พี่ปั๋วเสวียนเท่านั้นมิมีผู้ใดแทนที่ได้

            “เจ้าจะทิ้งข้าไว้อย่างนี้เหรอ?”

            “ก็เจ้าทำอะไรไม่ได้นี่ วรยุทธ์เจ้าก็ไม่เป็น เข้าไปเสียก็ขัดอารมณ์ข้ากบพี่ปั๋วเสวียนเปล่าๆ”

            “...” ลู่หานเม้มปากแน่น ไม่ตอบโต้ใดๆ แต่กอดอกหันหลังให้ซื่อชุนทันที น้ำตาแทบจะรินไหลออกมาด้วยความน้อยใจ ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากคนด้านหลัง

            “ลู่หานหันหน้ามานี่”

            “...”

            “ลู่หานข้าบอกว่าให้หันมา!” เมื่อพูดดีๆ ด้วยแล้วไม่เชื่อฟังคนโตกว่าก็ใช้น้ำเสียงดุดันใส่จนลู่หานต้องหันมาอย่างจำใจ

            “เจ้าโกรธข้า?”

            “ข้าคงดีใจหรอกกระมัง! เจ้าบื่อ!” ถลึงตาใส่เพราะรู้สึกโกรธจริงๆ จนเก็บไว้ในใจไม่อยู่ ซื่อชุนยืดตัวถอนหายใจอีกครั้งก่อนตัดสินใจหันหลังย่อตัวลง

            “เกาะดีๆ ล่ะ”

            “หืม?”

            “ขี่หลังข้าสิ ข้าจะพาปีนข้ามกำแพง”

            “ทะ ทำไม?”

            “เอ๊ะ! ก็เจ้าไม่เป็นวรยุทธ์ ปีนกำแพงก็ไม่เป็นแล้วจะข้ามไปได้อย่างไรถ้าไม่ให้ข้าแบกเจ้าปีน เร็วๆ เลยก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจไม่สนใจหน้าตาบูดเบี้ยวของเจ้า!” ถึงจะไม่ใช่คำพูดแสนหวนนักแต่ลู่หานก็อดใจเต้นแรงไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่ลู่หานจะขี่หลังกอดคอของซื่อชุนตั้งแต่รู้จักกันมา

            “ข้าไม่หนักใช่ไหม?” พูดอย่างดีใจเมื่อโถมตัวลงใส่คงที่ตั้งท่ารอ ขาเรียวถูกแขนแกร่งของซื่อชุนจับไว้ และมือเล็กก็โอบรอบคอคนแบกไว้แน่น ลู่หานเอียงหน้าถามด้วยความใสซื่อโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าลมหายใจอุ่นๆ ของตนปะทะเข้ากับผิวหน้าคนหล่อเหลาได้ใกล้เพียงใด

 

            ...ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...

 

            จู่ๆ หัวใจของซื่อชุนก็เกิดอาการเต้นผิดจังหวะ..เขาไม่เคยรู้เลยว่าน้ำหนักของลู่หานจะเบา ผิวกายจะเนียนนุ่มแล้วส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่นนี้ แม้จะไม่ดึงดูดเท่าพี่ปั๋วเสวียนยอดรักของตนแต่ก็ทำเอาซื่อชุนถึงกับหวั่นไหวไปชั่วขณะ

 

            “หนักมากเลยต่างหาก...” พยายามควบคุมสติแล้วหันไปพูดหยอกลู่หานแก้อาการแปลกๆ ในใจ หากแต่นั่นกลับทำให้ลู่หานต้องเงียบลงพร้อมกับพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เพราะซื่อชุนดันหันหน้ามาพูดหยอก ใบหน้าทั้งสองเฉียดกันแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น

            “ฮึ่ม...ข้าจะปีนแล้ว เกาะข้าไว้ดีๆ” ซื่อชุนตั้งสติแล้วหันหน้ากลับมาก่อนจะกระชับคนบนแผ่นหลังให้เรียบร้อยแล้วเริ่มปีนกำแพงขึ้นไป

 

          ...ใจหนอใจทำไมเต้นแรงไม่หยุดเสียที...

 

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            “ยอมรับ ไม่ยอมรับ ยอมรับ ไม่ยอมรับ...ยอม...รับ...เฮ้ออออ” เสียงของความเหนื่อยหน่ายใจกับใบหน้าหงอๆ แสดงถึงความรู้สึกภายในของเจ้าของตำหนักเป็นอย่างดี ปั๋วเสวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วปล่อยให้ดอกเหมยแสนงามในมือเล็กร่วงหล่นลงพื้นไป

 

            ดอกที่สิบแล้วที่ถูกนำมาเด็ดเสี่ยงทาย

            จะดอกไหนก็จบลงที่ ยอมรับ

            หมายถึงให้ ยอมรับ ชะตาชีวิตของตนเอง...

 

            “เสียแรงที่ขื่อชอบดอกไม้อย่างเจ้ามากๆ แต่เหตุใดเพลานี้กลับแสดงผลเสี่ยงทายเป็นให้ข้าทำใจยอมรับเสียล่ะ ไม่เข้าข้างกันเสียเลย” คว้าดอกเหมยดอกใหม่มาถือเอาไว้แล้วจดจ้องต่อว่าดอกไมในมือราวกับเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ตนต้องมานั่งเด็ดกลีบดอกไม้เช่นนี้

            “เฮ้อ...อย่างน้อยข้าก็ได้แต่งกับเชื้อพระวงศ์ ไมใช่คุณชายบ้านไหนก็ไม่รู้” พยายามหาข้อดีเตรียมใจไว้หากต้องแต่งงานเข้าพระราชวัง สิ่งที่กลัวที่สุดในการเป็นผู้สืบเชื้อสายคือการหลับนอนกัผู้เป็นสามี ลำพังแค่เห็นสายตาของบรรดาลูกชายคนในหมู่บ้านที่ชอบเกี้ยวพาราสีตนนั้นก็แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

 

            ก็คนพวกนั้นดูกระหายหิวในร่างกายตนเป็นอย่างมาก

            หากต้องตกเป็นเมียใครสักคนคงมิวายถูกรังแกร่างกายทั้งวันทั้งคืนเป็นแน่

 

            “เชื้อพระวงศ์คงมีแต่งานจนไม่มีเวลามาย่ำยีร่างกายข้าเสียเท่าไรหรอกนอกจากวันแต่งงาน” ถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่สามารถนับได้ ปั๋วเสวียนฟุบหน้าลงกับโต๊ะกลมอย่างถอดใจ

 

          ฟ้าคงลิขิตไว้แล้ว...ชะตาชีวิตข้าคงเป็นได้แค่ผู้สืบเชื้อสาย...

 

          “พี่ปั๋วเสวียน...” เสียแว่วๆ ดังออกมาจากทางนอกประตูตำหนัก ปั๋วเสวียนเงยหน้าขึ้นอย่างเร็วรีแล้วตั้งใจฟังเสียงเรียกอีกครั้ง

            “พี่ปั๋วเสวียนขอรับ...” ชัดแล้ว! นั่นมันเสียงของน้องชายข้างบ้านจอมดื้อดึงนี่เอง ปั๋วเสวียนจับชายผ้าชุดของตนแล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูรับอีกคนเข้ามา

            “ซื่อชุน! เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร...” ถามออกไปด้วยความสงสัยระคนตกใจ คนเป็นน้องไม่ตอบหากแต่รีบดันตัวเองเข้ามาในห้องแล้วลากปั๋วเสวียนเข้ามาด้านใน

            “ลู่หานก็มาด้วยอย่างนั้นหรือ?” ชะเง้อหน้ามองหาน้องชายอีกคนแต่งก็ถูกซื่อชุนจับใบหน้าเล็กเอาไว้

            “ลู่หานอยากนั่งชมบรรยกาศด้านนอก พี่มิต้องสนใจนักหรอก” ...โป้ปด! ลู่หานอยากจะตะโกนดังๆ เมื่อได้ยินประโยคที่ซื่อชุนกุขึ้นมาเอง ตั้งใจไล่ให้เขาอยู่ด้านนอกเพื่อไม่ให้ไปขัดจังหวะเสียมากกว่า...แต่ถึงอย่างไรลู่หานก็รู้สึกดีที่ถูกกันให้อยู่ด้านนอก

 

            ...อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นซื่อชุนแสดงวามรักต่อผู้อื่นล่ะนะ...

 

            “พี่ปั๋วเสวียน ผู้แทนพระองค์จากวังหลวงนำสาสน์มาบอกว่าพี่จะแต่งเข้าวังเป็นเรื่องจริงงั้นหรือ?”

            “...อื้อ...” ไม่อยากตอบรับเต็มปากเต็มคำเท่าไร จึงส่งเสียงในลำคอแล้วพยักหน้าเป็นคำตอบ

            “โถ่! แล้วอย่างนี้ข้าจะอยู่ได้อย่างไรกัน!” ซื่อชุนร้องออกมาด้วยความเจ็บใจหลังจากได้รับฟังความจริงจากปากคนที่ตนรัก

            “ซื่อชุน...”

            “ข้าอยากแต่งงานกับพี่ใจแทบขาด แต่พี่กลับถูกฮ่องเต้เลือกให้เป็นพระชายาขององค์ชาย แบบนี้ฮ่องเต้จงใจแกล้งข้าชัดๆ!

            “นี่! เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน ระวังเถิดหัวจะหลุดออกจากบ่า!” เอ็ดน้องชายตัวดีพร้อมกับหยิกเนื้อแขนเป็นการสั่งสอน

            “ก็ข้าพูดเรื่องจริง ข้าอยากแต่งงานกับท่านตั้งแต่ข้าจำความได้...”

            “เจ้าโตแล้วนะซื่อชุน...เจ้าน่าจะเข้าใจดีว่าข้าไม่เคยมองเจ้าเป็นอื่นเลยนอกจากน้องชายที่ข้ารัก...”

            “พี่ปั๋วเสวียน...”

            “ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจที่ข้าไม่รับรักเจ้าแล้วยังต้องแต่งงานกับชายอื่น...แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้...ชีวิตของเจ้ามิได้มีข้าแค่คนเดียว...”

            “แต่หากไม่ได้แต่งงานกับท่านข้าก็คงมิคิดจะแต่งกับใครอีก...” คำพูดที่เอ่ยออกมาจากใจของซื่อชุน แม้จะไม่ดังมากแต่ก็เด่นชัดในโสตประสาทของคนด้านนอก ลู่หานผละตัวออกจากหน้าประตูตำหนักแล้วเดินให้ห่างจากระยะที่ได้ยินเสียงทันที

            “ซื่อชุน...เจ้ายังเด็กและชีวิตเจ้าก็ยังเลือกคู่ครองได้อีกเยอะ เจ้าไม่ควรมาจมปรักที่ข้า...”

            “ข้าห่างจากท่านแค่ปีเดียว!

            “แต่ที่ข้าต้องแต่งงานโดยเลือกคู่ครองไม่ได้ก็เพราะฮ่องเต้เป็นคนกำหนด ไม่เหมือนเจ้าที่มีอิสระ...”

            “ไม่รู้ล่ะ หากข้าไม่ได้แต่งกับท่าน สตรีนางใดข้าก็...”

            “หากเจ้าไม่มีเหตุผลข้าก็จะไม่คุยกับเจ้าอีก” ปั๋วเสวียนเอ่ยเสียงเรียบแล้วทอดสายตาตำหนิคนเป็นน้องอย่างจริงจังจนซื่อชุนก็ปิดปากเงียบในทันที

 

            ...เพราะกลัวว่าพี่ปั๋วเสวียนจะโกรธตน...

 

            ไม่ทันจะได้พูดคุยถามไถ่ดังใจหมายเท่าไรนัก ฟ้านั้นก็ยังคงกลั่นแกล้งซื่อชุดไม่ให้ได้ใกล้ชิดกับคนที่ตนรักเท่าไรนัก...

            “องค์ชายห้าเสด็จ...” เสียงทหารยามจากด้านนอกประตูตำหนักประตูใหญ่ดังขึ้น ปั๋วเสวียนเบิกตากว้างแล้วสบตากับซื่อชุนอย่างร้อนรน

            “เจ้าต้องหนี!

            “ไม่...ข้าจะ...”

            “ข้าขอร้องล่ะซื่อชุน หากเจ้ายังรักข้าได้โปรดอย่าทำให้ข้าต้องลำบาก!” ส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องให้อีกฝ่ายเข้าใจแล้วหนีไปซะ สุดท้ายซื่อชุนก็พยักหน้าอย่างจำใจแล้วรีบปีนออกทางหน้าต่างด้านหลังตำหนัก มองซื่อชุนที่หลบหนีไปจนพ้นสายตาแล้วหันหลังกลับเตรียมรับมือกับคนใจร้ายที่จู่ๆ ก็เข้าพบตนในยามวิกาล

            “โอ๊ย!!!” หันกลับมาได้ไม่ทันไรก็ถูกร่างน้อยๆ ของน้องชายอีกคนที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยความกลัว ชนเข้ากับตนอย่างจังจนล้มพับไปทั้งคู่

 

          ตายจริง! ลืมเสียสนิทว่าคนที่แอบเข้ามามิได้มีแค่ซื่อชุนคนเดียว!

 

            “พี่ปั๋วเสวียน...” ลู่หานลุกึ้นนั่งแล้วจับมือเรียวขอพี่ชายตัวเล็กึ้นมาเขย่าอย่างไม่มีสติ

            “ข้า จะทำอย่างไรดี...” เสียงสั่นๆ ของผู้พูดบ่งบอกถึงความกลัวของลู่หานได้เป็นอย่างดี ปั๋วเสวียนนึกอยาจะเขกหัวซื่อชุนยิ่งนักที่ดันพาลู่หานมาแต่ไม่พาลู่หานกลับ

            “พี่...พี่...”

            “ขะ ข้ากลัว...ข้าจะถูกประหารหรือไม่” น้ำใสๆ ร่วงผลอยลงมาจากดวงตาหวานเชื่อม ปั๋วเสวียนพยายามนึกหาทางออกให้ทันก่อนที่คนใจร้ายจะมาถึง ครั้นจะให้ลู่หานปีนหน้าต่างออกจากวังทางด้านหลังตำหนักของตนเหมือนกับซื่อชุนก็ทำไม่ได้ เพราะลู่หานไม่เป็นวรยุทธ์ใดๆ เลย

            “ซ่อน! เจ้าเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้าของข้าก่อน!” ปั๋วเสวียนพยุงตัวลุกขึ้นเตรียมพาคนเป็นน้องไปหลบ หากแต่ยังไม่ได้ทำการอะไร ปลายเท้าของอริตัวดีก็ก้าวเข้ามาในตำหนักของตนเสียแล้ว

            องค์ชายห้าผงะไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตุเห็นใครบางคนยืนหลบอยู่ด้านหลังคุณชายตัวน้อย หัวคิ้วเข้มบนใหน้าหล่อเหลาขมวดเข้าหากันก่อนจะค่อยๆ พูดออกมาอย่างระงับอารมณ์ในใจของตน

            “ว่าที่พระชายาก่อเรื่องอีกแล้ว...”

            “...”
            “เจ้าซ่อนใครไว้ที่ด้านหลัง
!” ตวาดลั่นตำหนักจนคงตัวเล็กใจกล้าต้องสะดุ้งผวาอย่างอดมิได้

            “คะ คือ...”

            “ครั้งก่อนที่เรามีปากเสียงกันก็เพราะว่าเจ้าทำตัวไม่เหมาะสมกับชายอื่น แต่มาคราวนี้เจ้ากลับพาชายู้เข้ามาสมสู่ถึงตหนักองตนเชียวหรือ!” แม้จะพยายามควบคุมความโกรธเอาไว้ หากเพียงแต่คิดว่าปั๋วเสวียนคงจะรักเด็กหนุ่มซื่อชุนมากจนถึงกับอดใจไม่ไหวนัดพบกัน ไฟในอกก็สุมจนควบคุมตนเองไม่อยู่

            “ไม่ใช่นะ!

            “แล้วเจ้าพาชายอื่นเข้ามาในวังได้อย่างไรกันอยากหัวหลุดมากใช่หรือไม่!

            “ลู่หานไม่ใช่ชายชู้ของข้านะ!” ตวาดออกไปอย่างไม่ยอมความเช่นกัน ปั๋วเสวียนจ้องเขม็งที่ใบหน้าคมคายขององค์ชายใจร้ายอย่างไม่ลดละ

            “ลู่หานสวยถึงเพียงนี้จะเป็นชู้ของข้าได้อย่างไร!” เบี่ยงตัวหลบให้ลู่หานที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่ด้านหลังได้เป็นที่ประจักษ์กับคนด้านหน้า

            “ลู่หานเป็นลูกชายของอาข้าเอง สายเลือดเดียวกันแบบนี้สมสู่กันได้อย่างนั้นเหรอ? ลู่หานก็เพียงแต่อดคิดถึงแล้วเป็นห่วงพี่ชายไม่ได้ก็เลยจำต้องแอบเข้าวังมา” พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ปั๋วเสวียนนึกอยากขอบคุณที่คนที่อยู่ข้างตนคือลู่หานไม่ใช่ซื่อชุน

            “...” ชานเลี่ยเงียบลงไปพักหนึ่งเพราะถูกองครักษ์ส่วนพระองค์กระซิบอะไรบางอย่างก่อนผละจากไปอย่างเร่งรีบ

            “ญาติพี่น้องลักลอบเข้าวังมาหา โทษคงไม่ถึงตายใช่หรือไม่?” ลองหยั่งเชิงถามดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ องค์ชายหนุ่มตวัดสายตาคมจ้องมองใบหน้าหวานของลู่หานอย่างพิจารณา

            “ลู่หานแอบเข้ามาในวังคงเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้ถึงกฏระเบียบในรั้วในวัง ครั้งนี้ข้าจะปล่อยผ่านทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น...” ได้ยินดังนั้นปั๋วเสวียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ประโยคถัดมาก็ทำเอาใจดวงน้อยกระตุกเช่นกัน

            “แต่กับเจ้า...เจ้ารู้กฏข้อบังคับดีจึงต้องถูกลงโทษแทนน้องชายของเจ้า”

            “หนะ ไหนบอกว่าท่านจะปล่อยผ่าน!?” ปั๋วเสวียนใจหายวาบทันทีเมื่อฟังจบ ใบหน้าหวานหม่นลงเล็กน้อยอย่างปิดไม่อยู่เพราะกลัวบทลงโทษณ์จากอีกฝ่าย

            “ข้าปล่อยน้องเจ้า...”

            “...”
            “...แต่มิได้ปล่อยเจ้า”

            “!!!” แทบอยากจะฉีกอกคนตรงหน้าเหลือเกิน แต่ฐานะอันสูงศักดิ์ของคู่กรณีก็สูงส่งเกินไปจนตนไม่กล้าเสี่ยงเอาศรีษะเข้าไปแลกและอีกอย่างคือรู้กาลเทศะดีว่าต่อให้อีกฝ่ายไม่มีเหตุผลแค่ไหน แต่เมื่อคนตรงหน้ามีเลือดเนื้อเชื้อกษัตริย์ไหลเวียนอยู่ คนเป็นเพียงไพร่ฟ้าธรรมดาไฉนเลยจะกล้าขัดคำสั่ง...

            “คราวนี้จะให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าเช่นไรดี อาบน้ำหมู พรวนดิน หรือแบกปุ๋ย?” องค์ชายรูปงามถามคนตัวเล็กพลางสาวเท้าก้าวเข้ามาประชิด จนนายน้อยแห่งสกุลเปี้ยนต้องก้มหน้าหลบสายตาที่ทำให้ใจเต้นรัว

 

            ใจเต้นรัวก็เพราะว่าโมโหเท่านั้นแหละ!...

 

            “ข้ามิได้ทำผิด เหตุใดจึงต้องถูกลงโทษ”

            “แต่ญาติผู้นี้ของเจ้าทำผิดกฏ เพราะฉะนั้นเจ้าต้องเลือกว่าจะถูกทำโทษแทนหรือว่าให้ญาติเจ้าถูกลงโทษ”

            “พี่ปั๋วเสวียน...” ลู่หานจับแขนคนเป็นพี่ไว้แน่นพลางส่งสายตาอย่างรู้สึกผิด...หากลู่หานห้ามซื่อชุนไว้แต่แรกก็คงไม่ต้องเกิดเรื่องแบบนี้...

            “ข้า...”

            “มีเหตุผลอันใดที่เจ้าจะไปสั่งลงโทษคุณชายเปี้ยนเขางั้นหรือ?” เสียงทุ้มกังวาลดูน่าเกรงขามของผู้มาใหม่ดังขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนในตำหนักได้เป็นอย่างดี ปั๋วเสวียนเผลอยิ้มอย่างดีใจเมื่อจำได้ว่าเสียงนี้เป็นของใคร

            “พี่อี้ฝาน!” ร้องเรียกอย่างดีใจแล้วแลบลิ้นใส่องค์ชายจอมดุหนึ่งทีก่อนจะจับมือของลู่หานให้วิ่งตามไปหาองค์ชายใหญ่แห่งวังหลวง

            “ว่าอย่างไรเจ้าตัวน้อย...” เอ่ยวาจาฟังดูอบอุ่นพร้อมลูบศรีษะทุยอย่างทะนุถนอม

            “น้องชายท่านน่ะใจร้าย เขาจะสั่งลงโทษข้า!” แอบกระซิบให้คนใจดีได้ยิน ครั้นจะพูดเสียงดังเลยก็มิกล้า เกรงว่าจะเกิดปัญหาเอา ถึงแม้ใจจะพยายามห้ามกิริยาเอาไว้ว่าให้สำรวมเพราะยังรักหัวของตนอยู่ แต่ก็อดไม่ได้เลยที่จะเผลอเป็นตัวของตัวเอง

            “ฮะๆ อย่างนั้นหรือ มิต้องกลัวไป พี่จะจัดการให้เจ้าเอง”

            “...” ชานเลี่ยมองการกระทำที่ไม่อาจได้ยินบทสนทนาของคนตัวเล็กและพี่ชายของตนแล้วขมวดคิ้วทันที...สนิทกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?...

 

          ทีกับข้าล่ะทำเป็นรังเกียจ...

 

            “เรื่องบทลงโทษขอให้ละไว้...”

            “แต่ว่าที่พระชายาทำผิดกฏ”

            “ผิดตรงไหน ข้ามิเห็นว่าการที่ญาติของตนเข้ามาพบจะเป็นเรื่องผิดใหญ่หลวง”

            “ลู่หานลักลอบเข้าวัง มีความผิดฐาน...”

            “แต่ก็มิได้ก่อเหตุร้ายมิใช่หรือ? อย่าเข้มงวดไปหน่อยเลยชานเลี่ย...”

            “ตำหนักของว่าที่พระชายามิควรมีชายอื่นที่มิใช่พระสวามีเข้าพบยามวิกาล!

            “งั้นพี่ก็มีโทษเช่นกันถูกหรือไม่?...รวมทั้งเจ้า”

            “!” ชานเลี่ยจ้องตาเขม็งใส่พี่ชายของตนที่ดูเข้าข้างปั๋วเสวียนเหลือเกิน...หรือที่จงเหรินพูดนั้นจะถูก?

            “ข้าแค่เข้ามาตรวจตราตำหนักว่าที่พระชายาดูเท่านั้น เพราะปั๋วเสวียนเคยมีกิริยาไม่สำรวมต่อชายอื่น” ชานเลี่ยตอบหน้าตาย พยายามหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้างเป็นเหตุผลถึงการมาเยือนตำหนักเหมยฮวาน้อยเช่นนี้...ความจริงแล้วก็แค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าคนขี้แยอารมณ์ดีขึ้นแล้วก็เท่านั้น...

            “ท่าน!” ปั๋วเสวียนชี้หน้าคนปากร้ายที่บังอาจมาเอาเรื่องเดิมที่ไม่น่าจดจำมาพูดอีก อี้ฝานมองใบหน้าหวานสลับกับใบหน้าคมของน้องชายตนเองแล้วก็ส่ายหน้า

 

          ชาตินี้จะได้รักกันดีหรือไม่?

          ชานเลี่ยหนอชานเลี่ย หาเหตุผลมาอ้างให้ดีกว่านี้มิได้หรือไร...

 

            “พี่รู้ว่าเจ้าคงไม่อยากให้พี่พูดมากใช่หรือไม่? เจ้ารู้ดีว่าพี่จะพูดเช่นไรใช่หรือไม่?”

            “...” ชานเลี่ยสบสายตาที่ดูจริงจังของพี่ชายอย่างยอมแพ้ พี่อี้ฝานเป็นคนฉลาดหลักแหลม มีเหตุผลและเก่งเรื่องโต้วาจา ดังนั้นน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ชานเลี่ยพนักหน้ายอมรับโดยง่ายเพราะไม่อยากถูกพูดต้อนจนมุมต่อหน้าเด็กดื้อ

            “ข้าจะถือว่าเรื่องคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะไปส่งลู่หานเอง” ชานเลี่ยละตัวเดินนำออกไปโดยเร็วจนลู่หานต้องรีบโค้งคำนับองค์ชายใหญ่แล้วหอมแก้มปั๋วเสวียนหนึ่งฟอดแทนการจากลา

            “เจ้าทำท่าเช่นนั้นคิดว่าชานเลี่ยจะเห็นหรือไม่เจ้าตัวน้อย” อี้ฝานกลั้วหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางของว่าที่พระชายาตัวแสบ

 

          เมื่อครู่...ปั๋วเสวียนทำปากขมุบขมิบน่ารักน่าชังพร้อมกับยกมือยกแขนทำท่าชกอากาศลับหลังน้องชายของตนอยู่หลายที

 

            “ก็เพราะไม่เห็นน่ะสิข้าถึงได้ทำ!” ปั๋วเสวียนตวัดสายตาใส่อี้ฝานที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่าหัวเสีย ความจริงเขาไม่ได้รักตัวกลัวตายเท่าไรหรอก ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างคุณชายสกุลเปี้ยนน่ะไม่เกรงกลัวผู้ใดอยู่แล้ว ก็แค่ไม่อยากให้เสียชื่อบิดาของตนเท่านั้นเอง เกรงว่าหากชกหน้าองค์ชายห้าไปแล้วจะเดือดร้อนไปถึงบิดาของตน...

 

          จริงๆ นะ ปั๋วเสวียนไม่ได้กลัวชานเลี่ยจริงๆ นะ!

 

            “ไปนอนได้แล้วเจ้าตัวน้อย อยู่วังได้ไม่เท่าไรก็สร้างเรื่องหลายเรื่องเชียว”

            “โถ่พี่อี้ฝาน...ก็ใครใช้ให้น้องชายท่านจ้องจับผิดข้าล่ะ?”

            “...”

            “เขาซื่อบื้อจะตายท่านรู้ไหม เขาหาว่าข้าเป็นชู้กับลู่หาน ตลกสิ้นดี!

            “ปั๋วเสวียน...”

            “ขอรับ?”

            “พี่รู้ว่าลู่หานมิใช่เป้าหมายของคำพูดนั้น...”

            “เอ่อ...”

            “พี่ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ทุกครั้งนะปั๋วเสวียน หากคราวหน้าชานเลี่ยจับซื่อชุนได้คาหนังคาเขา ครานั้นต่อให้มีพี่สิบคนก็มิอาจช่วยเจ้าได้...เข้าใจหรือไม่...”

            “ท่านรู้...” ปั๋วเสวียนเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้ากังวลเพราะไม่คิดว่าจะถูกจับได้

            “สายข่าวในวังหลงมีอยู่ทั่วทุกสารทิศ ซื่อชุนยังเด็กเขามิรู้หรอกว่ากว่าจะมาถึงเจ้านั้นผ่านสายขององค์ชายห้าไปกี่คน...”

            “สะ สายขององค์ชายห้า?”

            “ก็เหมือนกับที่พี่ตามมาที่ตำหนักของเจ้า...”

            “...”

            “สายของพี่ก็ไปรายงานพี่เช่นกัน”

            “!

           

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

            ถึงตอนแรกจะดื้อดึงไม่ยอมจากมา แต่เมื่อได้ก้าวเท้าวิ่งแล้วซื่อชุนก็วิ่งไม่หยุด ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง รู้เพียงแต่ว่าหลังจากที่กระโดดข้ามกำแพงมาแล้วก็ตั้งวิ่งต่อไปยังเส้นทางที่ลักลอบเข้ามา

            “อั่ก!” เพราะมัวแต่จดจ่อกับทางออกมากเกินไปจนไม่ระวังภัย จู่ๆ ก็มีใครสักคนกระโดดมาขวางทางข้างหน้าจนซื่อชุนวิ่งชนเข้าอย่างจัง

 

            ...คนถูกชนเพียงแค่เซไปสองสามก้าว แต่คนสิหงายหลังหมดท่าเชียว...

 

            “ตายล่ะ!” สบถออกมาด้วยความตกใจเมื่อรู้ถึงคราวซวยที่ถูกคนจับได้ ทรงตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งหนีไปอีกทางหากแต่ก็ถูกวงแขนของบุคคลไม่ทราบชื่อโอบรัดเอาไว้

            “เฮ้ย!” กำลังจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่แสงสีเงินก็สะท้อนวามวับเข้ามาในม่านตาพร้อมกับความเย็นยะเยือกของสิ่งของปลายแหลมจ่อที่คอ

            “อยะ อย่าฆ่าข้าเลยพี่ชาย ได้โปรดคุยกันดีๆ เสียก่อน...” พยายามทำใจดีสู้เสือเข้าไว้เมื่อถูกคนวรยุทธ์สูงกว่าสะกัดจุดจนขยับเขยื้อนไม่ได้

            “เจ้าเข้ามาในวังเพื่อสิ่งใด” เสียงแหบห้าวดังขึ้นอยู่หลังใบหูจนซื่อชุนขนลุกซู่

 

          ...เสียงของชายผู้นี้ฟังดูน่ากลัวจับใจ...

          แต่เอ...เสียงช่างคุ้นหูยิ่งนัก

 

            “ขะ ข้าเพียงแต่เข้ามาหาพี่ชายที่ข้ารัก ขะ กำลังจะเป็นว่าที่พระ...”

            “ชายใดก็ตามที่มิใช่พระสวามี หากลักลอบเข้าตำหนักพระชายามีโทษประหาร...”

            “!

            “และตัวพระชายาเองี่ลักลอบพบชายอื่นก็อาจถูกเสียบหัวประจานเช่นกัน”

            “ข้าจะมิทำแล้ว อย่าทำอะไรพี่ปั๋วเสวียนนะ!” เผลอร้องห้ามออกมาเพราะกลัวว่าคนที่ตนรักจะถูกหางเลขจากการกระทำสิ้นคิดของตน จนคนที่อยู่ด้านหลังถึงกับหลุดหัวเราะถึงความแน่วแน่ในรักของซื่อชุน

            “พี่ชาย...ข้ายอมรับผิดที่ทำเช่นนี้ ขอเพียงพี่ชายปล่อยข้าไป ชาตินี้ข้าจะมิลืมบุญคุณ”

            “เหลวไหล!” เสียงดุดันตวาดลั่นจนคนฟังใจฝ่อ ซื่อชุนร้องหาพ่อแม่ในใจนึกถึงคุณความดีที่ตนได้ทำ ขอพรเพื่อให้ตนรอดวันนี้ไป

 

          แต่..แต่ซื่อชุนแทบไม่เคยทำความดีใดๆ เลยนอกเสียจากรักพี่ปั๋วเสวียนด้วยใจมั่น...อย่างนี้ก็ไม่รอดน่ะสิ!?

 

            “บุญคุณเอาไปทำอะไรได้ เจ้าคิดว่ามือปราบอย่างข้าควรรับไว้งั้นหรือ”

            “งั้นข้าจะยอมทำตามที่ท่านขอทุกอย่าง ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย หากท่านบอกว่าบุญคุณไม่มีค่า ชีวิตของข้าก็เช่นกัน อย่างเสียงแรงล้างเลือดข้าที่ปลายมีดท่านเลยพี่ชาย ปล่อยข้าไปเสียเถิด” คนฟังกลั้นขำแทบตายกับประโยคที่ได้ยิน เห็นซื่อชุนเป็นคนใจร้อนไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นนี้ แต่พอถึงคราวจนตรอกกลับมีวาจาแพรวพราวเสียจริง

            “ทำทุกอย่างนั้นหรือ?” ซื่อชุนเม้มปากเน้นพลางตอบรับโดยเร็วเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจไม่รับข้อเสนอเสียก่อน หากแต่ในหัวก็พยายามนึกคิดว่าเสียงที่ได้ยินนั้นช่างคุ้นเป็นอย่างมาก เหมือนเคยได้ยินแต่ก็นึกไม่ออกว่าได้ยินจากที่ใด

          “สมัครเป็นผู้สืบเชื้อสายเสียสิ” คำตอบที่ได้รับทำเอาซื่อชุนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ บ้าไปแล้วหรือไง? ใครกันจะไปลงสมัครตำแหน่งเช่นนั้นกัน เขาอยากมีเมียมิได้อยากเป็นเมียใคร!

            “หากไม่ตอบรับก็เตรียมตัวตาย” ไม่พูดเปล่าแต่ปลายแหลมของมีดพกก็เริ่มกดแน่นขึ้นที่คอขาวของซื่อชุนจนแทบสำลัก

            “ว่าอย่างไรไอ้น้องชาย...” เอ่ยถามพลางผ่อนแรงกดลงเพื่อให้อีกฝ่ายได้หอบหายใจก่อนตอบ

            “ได้!” ตอบอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าอีกฝ่ายคงพูดจริง หากไม่รับปากก็คงจบชีวิตทั้งทียังไม่ได้ครอบครองพี่ปั๋วเสวียนเลยน่ะสิ!

 

            ก็แค่ตอบรับมันจะไปยากอะไร

            ตอบไปก็ใช่ว่าจะโป้ปดมิได้...

 

            “ดี...ข้าจะปล่อยเจ้าไป แล้วอย่าริอาจลักลอบเข้าวังอีก มิเช่นนั้นต่อให้เจ้ายกคำอ้อนวอนมาร้อยประโยค ข้าก็จะฆ่าเสียตั้งแต่ประโยคแรก!” เปล่งวาจาหักแน่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะคลายจุดให้เด็กหนุ่มตรงหน้า พริบตาดียวเท่านั้น ยังไม่ทันที่ซื่อชุนจะได้ตั้งตัวดีนัก บุคคลลึกลับผู้นั้นก็หายวับไปกับสายลม

            “แฮ่กๆ...” ยกมือกำรอบคอเพราะรู้สึกเจ็บแสบไปหมด พลางนึกทวนถึงน้ำเสียงที่แสนคุ้นหู เขาแน่ใจว่าเคยได้ยินเสียงของคนผู้นี้มาก่อน คิดไปคิดมาไม่ทันไรใบหน้าของใครบางคนก็แทรกขึ้นมากะทันหัน

           

            สมัครเป็นผู้สืบเชื้อสายเสียสิ…’

            .

            .

            .

            ‘...เจ้าจะลงสอบคัดเลือกในปีหน้าหรือไม่...

            ใช่แล้ว! เจ้าของเสียงคุ้นหูต้องเป็นบุรุษผู้เดียวกับที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งก่อนเป็นแน่! จำไม่ผิดแน่มีผู้เดียวเท่านั้นที่ถามคำถามประหลาดกับคนแปลกหน้า! บุรุษไม่ทราบชื่อผู้นั้นเป็นผู้ใดกัน!

           

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

ใครยังไม่รู้ว่าคนที่ถามน้องฮุนคือใครนี่พลาดมาก มีหลายคนรู้หมดแล้วนะคะ 555555 มีหลายคนถามเข้ามาเรื่องนี้น้องฮุนคู่กับใคร...จะบอกยังไงดีล่ะ คือเอาเป็นว่าโฟกัสที่ชานแบคดีกว่าเนาะ

ขอโทษที่หายไปเป็นอาทิตย์เลยนะคะ พอดีว่าสอบวันนึงอีกวันนึงทำงานสลับไปไม่มีเวลาเหลือให้นั่งเค้นฟีลปั่นฟิคเลยค่ะ แต่ตอนนี้ว่างแล้วน้า จะพยายามไม่ให้ห่างไปนานๆ อย่างนี้อีกค่ะ

            กลีบหน้าองค์ชายห้าเขาจะเริ่มสอนน้องป๋ายแล้วนะ อยากรู้จังว่าคนหื่นเงียบแบบชานเลี่ยะทำอะไรน้องป๋ายบ้าง! ฮิ้ววววววว~

 

ขอบคุณทุกกำลังใจจากทุกคนมากๆ นะคะ เห็นแล้วมีแรงฮึดเสมอเลย  #อริร้ายชานแบค 

 

 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2917 _ncnp1211 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 15:53
    ไคฮุนแน่ๆเลยยย
    #2,917
    0
  2. #2906 tenpeachyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:25
    สรุปไคฮุนรึฮุนฮาน
    #2,906
    0
  3. #2889 jwsnpy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 13:49
    โอโหวววว ไคฮุน หรือ ฮุนฮานเนี้ย
    #2,889
    0
  4. #2878 cuttt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 10:52
    จงเหรินช้ะะะะะะ
    #2,878
    0
  5. #2821 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 18:24
    ตอนแรกนึกว่าจะมีฮุนฮาน แต่ไม่ใช่แฮะ
    ผิดจริงๆ ผิดมากด้วย คนใจร้ายที่หลงรักคนซน แต่คนซนไม่สนใจเลย
    #2,821
    0
  6. #2800 Narisara Ank (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 15:25
    จงอินหรือเปล่า ฮือ
    #2,800
    0
  7. #2758 pim pimmi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 17:03
    ใครรรรร
    #2,758
    0
  8. #2714 baekin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 09:47
    แต่นี้คิดต่างนะ คนที่มาบังคับให้ฮุนไปสมัครอาจจะเปน คยองซู55555555555
    #2,714
    0
  9. #2713 baekin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 09:44
    ไม่ยาก ถ้าไคฮุน พี่ลู่จะคู่เรา ถ้ามีคยองมาอีก เราก็จะคู่คยองอีก55555555555เราควบสองได้
    #2,713
    0
  10. #2621 YeolYoda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 07:52
    ไคฮุนรึเปล่า55555555
    #2,621
    0
  11. #2567 joylnr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 00:47
    ไคฮุนหรือฮุนฮาน

    แต่ชานแบคเมื่อไหร่แกจะดีกันนนน ทั้งๆที่มีใจให้กันแต่ไม่ยอมรับซะนี่ อีกคนก็ปากแข็งปากหนัก ระวังจะเสียคนที่รักไป
    #2,567
    0
  12. #2553 bellmaknae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 11:51
    ไคฮุนชะม้ายยยยย
    #2,553
    0
  13. #2529 Jammie-Lee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 00:32
    จงอิน????
    #2,529
    0
  14. #2495 thedreamer (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 20:38
    ฮุนฮานเถอะ พลีสสสสส
    #2,495
    0
  15. #2429 -{กวางลู่}- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 09:30
    นั่นใช่ท่านจงเหรินป่ะ?? ฮือๆๆแล้วลู่หานล่ะท่านน><
    #2,429
    0
  16. #2173 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:29
    สับสนกะน้องฮุนมากกกก ชีวิตช่างมีสีสันจริงๆ
    #2,173
    0
  17. #1903 ปงจี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:16
    ไอเราก็ลุ้นว่าเมื่อไหร่คยองซูจะออกมา แต่เจอฉากชนกันก็เริ่มติดปลงใจ แต่เห็นลู่หานชอบฮุน เลยว่าฮุนฮานแน่ๆ แต่เจอฉากนี้อีก คยองซูลูกแม่คงไม่ได้เกิดแล้วแหละ ฮอลลลล
    #1,903
    0
  18. #1851 cb.bammiiz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 14:19
    สงสารชานเลี่ยอ่ะ น้องป๋ายมองภาพพีาชานติดลบตลอดเลยยยยย. ป๋ายด่าชานนี่ จุกมากค่ะ สงสารพี่ชาน :'(
    #1,851
    0
  19. #1576 Hztp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 17:58
    ฮื่อออ ไคฮุนแน่เลย = [] =
    เชียร์ฮุนฮานไม่ได้หรอคะ  สงสารนางจริง ๆ T T
    #1,576
    0
  20. #1292 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 17:52
    ใครอ้ะ > <
    #1,292
    0
  21. #1259 เนเน่ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 02:25
    ฮุนฮานเถอะได้โปรด

    ทำใจไคฮุนไม่ได้อ่ะ เพราะเราเมนคยองซูอ่ะ

    พลีสสสสสสสส ~ ยังลุ้นอยู่นะ เพราะลู่อยู่ใกล้ฮุนกว่ารึเปล่า
    #1,259
    0
  22. #784 Pins_99 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 18:41
    อ้าว ไม่ใช่ฮุนฮานหรอ 555555
    #784
    0
  23. #733 ✦ RIGOLO ✦ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 17:37
    แล้วอย่างงี้ลู่หานจะคู่กับใครหนอ...
    #733
    0
  24. #577 Pawhale (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 13:21
    เกือบทำป๋ายซวยแล้วไหมล่ะน้องฮุน
    #577
    0
  25. #410 BACON_BAEK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 21:36
    ใครกันที่มาบอกให้ซื่อซุนสมัครเป็นผู้สืบเชื้อสาย
    #410
    0