[SJ] FICTION {WonHyuk,KyuMin,KiHae,HanChul,KangTeuk,YeRyeo}

ตอนที่ 40 : Story 20 : How to become you lover? {HanChul} End!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ก.พ. 58

 


SF: How to become you lover? {HanChul}

           

อย่าสนใจชื่อเรื่องก็ได้นะ มันคิดไม่ออก ถถถถ How to become you lover?  

            วันนี้วันที่3เดือน2 มิ้นไม่รู้ว่าเขานับเป็นวันฮันซอลป่าวอ่ะ แต่มิ้นนับไปแล้ว
           มีโอพีวีให้ด้วย จิ้ม!

 




 

 

 

 

 

            แดดอ่อนๆในยามเช้าของวันเปิดเทอมวันแรกของนักเรียนมัธยมปลายแบบนี้ กลับทำให้ทุกคนที่ต่างตั้งใจมาเจอกับเพื่อนของตัวเองหลังจากห่างหายกันไปนาน อารมณ์ดีขึ้น จนเสียงคุยดังขึ้นตลอดทางเดินเข้าโรงเรียนซองนัม โรงเรียนเอกชนสำหรับมัธยมปลายแห่งใหญ่ใจกลางกรุงโซลก็ต้อนรับนักเรียนจำนวนไม่น้อยเลยสำหรับเทอมนี้

 

.

....

...............

 

ตึก ตึก ตึก

 

            เสียงย่ำเท้าเบาๆบนทางเดินด้านหลังที่ไม่ค่อยมีนักเรียนมากนักดังขึ้น ใบหน้าที่ตื่นเต้นกับสวนหย่อมที่ขนาบข้างทางเดินยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่จะหยุดยืนในจุดที่ร่มที่สุดอย่างอารมณ์ดี

 

“โอย โชคดีชะมัดเลยคิม ฮีชอล ที่มาอยู่โรงเรียนแบบนี้ได้เนี่ย เย้”

 

            เสียงหวานพูดออกมาค่อนข้างดังเพราะแถวนี้ก็ไม่มีใครด้วยซ้ำ มือเล็กสองข้างชูขึ้นไปด้านบนเท่าที่แขนเรียวนั่นจะยื่นได้ ใบหน้าหวานภายใต้กรอบแว่นใหญ่และทรงผมยุ่งๆอย่างไร้การจัดทรงก็มองตามมือที่ชูขึ้นไปบนท้องฟ้าสีสวย จนได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อรู้สึกสบายใจ เพราะจริงๆแล้วคิม ฮีชอลเนี่ย เครียดเรื่องโรงเรียนใหม่มาตั้งแต่เช้าแล้ว เพราะรู้ว่าต้องย้ายกลางเทอมแบบนี้ แต่ก็นะสอบได้มาแบบนี้พ่อแม่ก็ดีใจจนยอมให้มาจากที่บ้านต่างจังหวัดเลยนะสิ...

 

.

...

 

“อ้าว!

 

คนตัวเล็กที่กำลังยืนมองท้องฟ้าด้วยท่าทางเด็กๆอยู่ สะดุ้งสุดตัวไปกับเสียงทุ้มที่ทักดังๆจากด้านหลัง จนได้แต่เก็บมือให้เข้าที่ก่อนที่จะรีบหันไปมองตามเสียง

 

กึก!

 

            ดวงตาหวานภายใต้แว่นสายตาที่ดูเฉิ่มเฉยโตขึ้นอย่างตกใจ แก้มใสขึ้นสีระเรื่ออย่างเขินอายเมื่อเห็นหน้าคนที่ทัก ใบหน้าหล่อเข้มติดดุของคนทักส่งยิ้มมาให้จนรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นอย่างแรงของตัวเอง

 

..เอาไงดีฮีชอล...เง้อ ใช่ๆ ทักกลับไงก่อนอื่นต้องยื่นมือแล้วยิ้มให้สินะ เอาวะ!...

 

หนึ่ง..

 

สอง..

 

สั่ม!

 

“อะเอ่อ...”

 

“ไงไอ้คัง วันนี้มาเร็วได้นะมึง เออๆ ไปเล่นบาสกัน พวกไอ้วอนรออยู่วะ”

 

            เสียงทุ้มที่พูดออกมาดังๆกับการเดินเข้าไปทักทายคนตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา ทำให้ฮีชอลได้แต่หยุดมือที่กำลังยกขึ้นนิดๆอย่างรวดเร็ว ตาหวานภายใต้แว่นสายตาอันโตหลุบต่ำอย่างทำอะไรไม่ถูกเพราะได้ทำอะไรแปลกๆออกไป ก่อนที่ขาเรียวจะรีบเดินออกจากตรงนั้นด้วยความอายจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

 

.

....

 

“โอย ฮีชอล นายทำบ้าอะไรเนี่ย ขายหน้าสุดเลย ...แต่เขาหล่อมากเลยอ่ะ งื้อ.....บ้า!” เสียงใสของฮีชอลบ่นทะเลาะกับตัวเองเบาๆในห้องเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมปลายปี3 ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาขยี้ผมยาวประมาณไหล่ ที่ยุ่งอยู่แล้วให้ยุ่งเข้าไปใหญ่อย่างจัดการกับตัวเองไม่ค่อยได้

 

“นาย นาย...ตรงนี้ว่างหรือเปล่า” เสียงหวานที่ไม่ต่างจากฮีชอลดังขึ้น ก่อนที่ใบหน้าหวานดูใจดี กับดวงตาสวยๆและลักยิ้มเล็กๆจะถูกส่งมาทักทายเหมือนกับต้องการจะผูกมิตรกับเขา

 

“ไม่หรอก นั่งเลยๆ เรา คิม ฮีชอลนะ นายล่ะ...”

 

“เราปาร์ค จองซู เรียกอีทึกแล้วกันเนอะ....นายนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาใช่เปล่า เราเป็นหัวหน้าห้องมาตั้งแต่ม.ต้นเลยนะ” อีทึกพูดอย่างภูมิใจก่อนที่รอยยิ้มสวยๆจะส่งให้กับเพื่อนใหม่อย่างใจดี จนฮีชอลได้แต่ยิ้มตอบกลับไป   

 

.

...

.......

............

 

“ฮีชอล ไปกินข้าวเที่ยงกัน เร็วๆ” อีทึกเร่งอย่างไม่จริงจังมากเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ก่อนที่คนตัวเล็กสองคนจะเดินออกไปด้วยกันด้วยสภาพที่อีทึกก็สวยน่ารักในแบบนางฟ้าของเพื่อนๆและฮีชอลที่ดูยังไงก็มืดมนสุดๆจนคนทั่วไปมองตามอย่างสงสัย ว่าสองคนนี้สนิทกันได้ยังไง

 

.

.....

.........

 

“อ๊ะ! คนนั้น” ฮีชอลพูดขึ้นเบาๆเมื่อเดินผ่านสนามบาสขนาดใหญ่ที่มีคนที่เจอเมื่อเช้ากำลังเล่นบาสอยู่กับกลุ่มใหญ่ๆ โดยรอบๆสนามก็เต็มไปด้วยคนมากมายที่มาดูการเล่นเยอะจนเหมือนกับมีการแข่งขันเลยล่ะ

 

“ใครเหรอ..อ่อ นั่นนะกลุ่มนักบาสโรงเรียนเรา แต่พวกคยู ซีอวนนี่กรี๊ดได้อย่างเดียวนะ เขามีเจ้าของกันหมดแล้ว ส่วนไอ้คนตัวใหญ่ๆนั่นนิสัยกวนจะตายไม่ต้องไปสนใจหรอกตาบ้าคังอินนะ อีกคนที่ใส่เสื้อยืดเล่นก็ฮันคยอง ดังสุดๆเพราะไม่ค่อยสนใจใครเลยนะสิ” อีทึกเล่าทุกเรื่องอย่างนึกสนุกเพราะนึกว่าเพื่อนสงสัยถึงคนกลุ่มใหญ่ๆกลุ่มนั้น โดยไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วตาของฮีชอลมันหยุดอยู่ที่คนตัวสูงในเสื้อยืดตั้งแต่ต้นจนไม่ได้สนใจฟังคนอื่นแล้วด้วยซ้ำ...

 

“ฉันว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่านะอีทึก ฉันหิวแล้วล่ะ” ฮีชอลรีบทำท่าหิวกลบเกลื่อนอาการสนใจจนออกนอกหน้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว..

 

...

..........

...................

...........................

 

“ชอบคนทำอาหารเป็น..อืม สู้ๆฮีชอล” ฮีชอลที่นั่งอ่านนิตยสารของโรงเรียนฉบับที่ตัวเองไปหามาดีแล้วว่าเป็นเรื่องของ หาน ฮันคยอง คนเดียวกับที่ตัวเองหลงรักอยู่ก็รีบซื้อมันกลับมานั่งอ่านในห้องพักที่ย้ายจากต่างจังหวัดมาพักอยู่ ตาเรียวสวยไล่อ่านบทสัมภาษณ์พิเศษของคนในทีมบาสโดยข้ามคนอื่นมาทั้งหมด จนมาหยุดที่สเปคของฮันคยอง

 

...ข้อแรก ทำอาหารเป็น...

 

            คนเฉิ่มทวนคำพูดในใจก่อนที่จะดันแว่นสายตามาในระดับปกติอย่างเพิ่มความมั่นใจ มือเรียวโยนผักและเนื้อลงในกระทะอย่างรวดเร็ว ท่าทางเก้ๆกังๆจนน่าตลกจนถ้าทำให้ใครที่เห็นก็คงหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้

 

“ว้าก!!!

 

            ฮีชอลร้องลั่นอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆกระทะใบเล็กก็ติดไฟขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนมือเรียวรีบโยนมันออกไปทางก็อกน้ำที่เปิดเตรียมเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

...ว่าแล้วไง ก็ทำกี่ครั้งก็เป็นแบบนี้มันทุกครั้งเลย...

 

“เฮ้อ ไม่ได้เรื่องเลยนะ” มือเรียวยกขึ้นมาขยี้ผมตัวเองแรงๆอย่างหงุดหงิดในความงี่เง่าของตัวเอง ก่อนที่ร่างเล็กจะทิ้งย้ำหนักตัวลงบนโซฟาด้านหลังอย่างเบื่อหน่าย

 

...ลองเป็นแบบนี้ แห้วมันทุกรอบแน่ๆ ต้องลองทำอะไรสักอย่าง...

 

...ข้อสอง หน้าตาน่ารัก....

“โว้ย! ในคนหน้าตาแย่ๆ ผมหน้าตาดีนะ” เสียงหวานตะโกนลั่นห้องพักของตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้ทันทีที่อ่านตัวเลือกที่สองของตัวเองจบ ก่อนที่ใบหน้าหวานจะซุกลงไปกับโซฟาตัวนุ่มอย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อดี...

 

.

...

.........

................

 

 

.

....

.........

 

“มายังนะ” เสียงใสของฮีชอลพูดเบาๆภายในสวนหย่อมเล็กข้างตึกเรียน วันนี้ทรงผมที่ไม่ได้จัดทรงของฮีชอลได้รับการตัดแต่งให้เข้ากับใบหน้าหวานจนคนเฉิ่มเฉยเริ่มน่ารักต่างจากวันแรกขึ้นมามาก ตาเรียวภายใต้แว่นหนาจะมองไปรอบๆอย่างรอคอย

 

...ก็เขารู้มาว่า ฮันคยองนะชอบมานอนเล่นแถวนี้นะสิ นี่ก็ไม่ใช่วันแรกนะ เขาค่อยๆตามฮันคยองมาเป็นเดือนแล้ว ทั้งห้องสมุด ทั้งสนามบาส แต่ไม่กล้าคุยสักที...

 

“มาแล้ว!

 

ฮีชอลพูดเบาๆก่อนที่จะทำเป็นนั่งฟังเพลงอย่างไม่สนใจคนที่เดินเข้ามานั่งลงไม่ไกลแม้แต่น้อย ตาหวานแอบมองคนที่นอนลงบนพื้นหญ้านุ่มอย่างสนใจ ก่อนจะกลับมาสนใจตัวเองเพราะความคิดที่จะเข้าไปชวนคุยเริ่มตีกับอาการไม่กล้าในตัวเอง

 

...ก็เขาอยากเข้าไปทักนี่น่า อยากมองใกล้ๆก็ยังดี แต่ เง้อ.. กลัวอ่ะ....

 

“หึหึ”

 

            เสียงหัวเราะเบาๆที่ดังขึ้นทำให้ฮีชอลรีบหันไปมองคนที่นอนอยู่ แต่ก็เห็นแค่ดวงตาที่ยังคงหลับสนิทอยู่แบบนั้น

 

...อ่า สงสัยจะหูฝาดแหะ ช่างมันเถอะ...

 

            ฮีชอลปัดไร่ความสงสัยออกจากความคิด ตาหวานแอบมองอีกคนที่นอนอยู่เป็นครั้งคราว ตอนไหนที่ใบหน้าหล่อหันมาก็รีบหลบสายตาไปทางอื่นอย่างตกใจ ก่อนที่จะหันกลับไปมองใหม่เมื่อเห็นว่าอีกคนยังหลับตาลงเหมือนเดิม

 

...แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจนเสียงเตือนเข้าเรียนดังขึ้นนะแหละ ไม่มีอะไรคืบหน้าสักนิดเดียว...

 

.

...

.......

................

 

“เจอแล้ว!” เสียงดีใจเบาๆของฮีชอลดังขึ้นในห้องสมุดใหญ่ ก่อนที่จะรีบพาตังเองไปนั่งในมุมที่มองเห็นฮันคยองอย่างชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาดูตั้งใจอย่างเต็มที่กับการหาข้อมูลที่อาจารย์สั่งงาน จนฮีชอลแทบอยากจะเข้าไปช่วยทำแทนเลยล่ะ

 

“เอาวะ ลองทักสักรอบแล้วกัน”

 

            เสียงหวานให้กำลังใจตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะก้าวตามอีกคนไปทางชั้นหนังสือที่คนฮันคยองกำลังเดินไปหานหนังสือเล่มใหม่อยู่

 

.

...

 

“เล่มนี้หรือปล่าครับ”

 

ฮีชอลถามขึ้นอย่างใจดี ก่อนที่ใบหน้าหวานภายใต้แว่นสายตาอันใหญ่จะส่งรอยยิ้มหวานๆไปผูกมิตรกับคนที่ยืมมองอยู่ข้างๆ มือเรียวเอื้อมไปชั้นหนังสือบนสุดอย่างพยายามจะหยิบให้คนที่มองอยู่

 

...ถึงซิ เร็วๆ ถ้าหยิบได้นะ ฮันคยองต้องหันมายิ้มขอบคุณแน่เลย โอย แค่คิดก็ฟินแล้ว...

 

 

“เอ่อ..ใช่..” เสียงทุ้มของฮันคยองตอบกลับก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบชั้นหนังสือที่ไม่ได้สูงมากมายหนัก

 

            แต่เหมือนฮันคยองจะทำตามความคิดของตัวเองไม่ได้ เพราะมือเรียวเล็กที่แย่งตัดหน้าไป ขาเรียวๆก็เขย่งขึ้นสูงให้ถึงหนังสือเล่มนั้นจนฮันคยองได้แต่นึกห่วงอยู่ในใจกับคนที่ไม่ได้มองความสูงตัวเองตรงหน้า...และแล้ว..

 

ปึก ปึก พรึ่บ!

 

            อาจจะเพราะมือเล็กที่หยิบหนังสือไว้มันไม่มั่นคงเท่าไหร่ เลยทำให้เกิดเสียงหนังสือจากชั้นบนหลายเล่มร่วงลงมาพร้อมๆกัน จนฮีชอลได้แต่ก้มตัวหลบตามความเคยชิน ดวงตาเรียวเล็กปิดลงอย่างตกใจ รู้ตัวครั้งสุดท้ายก็รู้สึกเหมือนแขนใหญ่ๆของใครสักคนที่กอดเขาเอาไว้นะแหละ แล้วทุกอย่างก็ดับวูบทันที....

 

.

...

............

.................

 

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ..ขอบคุณครับ”

 

            เสียงทุ้มที่ฮีชอลชอบใจตั้งแต่ครั้งแรกดังขึ้นเบาๆเหมือนอยู่ในที่ไกลๆ จนคนที่เริ่มรู้ตัวว่านอนอยู่บนเตียงยิ่งซุกกับหมอนใบใหญ่มากขึ้น เมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองยังวนเวียนอยู่ในความฝัน

 

...ไม่อยากตื่นเลยอ่ะ...มันฝันดีตรงที่ได้ยินเสียงฮันคยองนี่แหละ...

 

.

...

 

“ทำไมไม่ระวังตัวนะ” เสียงทุ้มแบบเดิมบ่นดังขึ้นใกล้ตัวจนฮีชอลค่อยๆลืมตาขึ้นมา เมื่อรู้สึกว่าฝันมันแปลกๆเหมือนอีกคนจะโกรธแหะ

 

“ตื่นแล้วเหรอ...รู้ไหมว่าหลับไปกี่ชั่วโมง....แล้วหยิบไม่ถึงทำไมไม่ให้ฉันหยิบ ทำไมชอบทำตัวให้ห่วงห๊ะ!

 

            ทันทีที่ตาหวานลืมขึ้น ทั้งๆที่ยังมองไม่เห็นคนตรงหน้าเพราะหาแว่นสายตาไม่เจอแท้ๆ แต่เสียงทุ้มที่บ่นไม่หยุดนั่นฮีชอลก็จำได้ดีว่าเป็นของใคร จนได้แต่ก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว

 

“เอ่อ...”

 

 

“อยากก้มหน้าหนีฮีชอล....นายมัน เฮ้อ....เอาแว่นไปใส่ซะ อย่ามาทำตาแบบนั้น” คนที่เงยหน้ามามองคนขี้บ่นรีบรับแว่นสายตาอันใหญ่มาใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มจ๋อยลงเมื่อเห็นหน้าของคนตรงหน้าชัดๆ

 

...ก็ งื้อ! ฮันคยองกำลังโกรธสุดๆเลยนิ...

 

“อย่างเงียบฮีชอล นายทำไมชอบทำให้เป็นห่วงนะ เห็นนายทีไรต้องคอยห่วงตลอด” คนที่ยังคงโมโหก็พูดเรื่อยๆจนไม่ทันสังเกตว่าคนที่นั่งอยู่บนเตียง ก้มหน้ามองแต่มือที่กำแน่นอยู่บนตักมานานแล้ว ไหล่เล็กสั่นเบาๆเมื่อรู้สึกกลัวที่อีกคนยังคงว่าไม่หยุด

 

“กะ...ก็ชอบนายนิ ถ้ารำคาญก็ขอโทษ” เสียงหวานที่แผ่วเบาพูดออกมาจนฮันคยองรู้ตัวว่าเผลอโมโหมากไป ร่างสูงรีบนั่งลงตรงหน้าคนที่นั่งตัวสั่นเบาๆอยู่บนเตียงคนป่วย ก่อนที่จะโอบเอาคนตัวเล็กนั่นเข้ามากอดปลอบอย่างอ่อนโยน

 

“อึก...ก็..ก็รู้ว่านาย..ฮือ...คงไม่ชอบฉัน..”

 

“แต่ในคนหน้าแย่ๆ...ฉันก็หน้าตาดีนะ..ฮือ...”

 

“เวลาฉันยิ้ม....มันก็..อึก...โอเคนะ....”

 

“แถมในคนสวยๆ....ฉันก็....ฉันก็..”

 

“ไม่รู้แล้วอ่า....ฮือ”

 

            เสียงหวานพูดไปร้องไห้ไปเหมือนเด็กตัวเล็กๆ จนสุดท้ายก็ปล่อยโฮออกมาเมื่อดันหาเหตุผลมาเพิ่มไม่ได้ ใบหน้าหวานซบลงกับอกกว้างของอีกคนจนน้ำตาไหลเปียกเป็นวงกว้าง...

 

“แล้วฉันบอกแล้วเหรอว่าไม่ชอบนาย....พูดตอนไหนเล่า” เสียงทุ้มเจือแววเอ็นดูพูดขึ้นเบาๆทำให้ฮีชอลผละออกมามองอีกคนอย่างตกใจ ใบหน้าหวานตื่นตกใจในแบบที่ฮันคยองคิดว่ามันน่ารักสุดๆเลยละ

 

“ก็..ก็...” ฮีชอลพูดอย่างตกใจกับการจู่โจมของคนตรงหน้า

 

...เออใช่ อยู่ดีๆฮันคยองรู้จักชื่อเราได้ไง ทำไมไม่เอะใจตั้งแต่แรกเนี่ย ว่ามันแปลก...

 

“ชอบตาสวยๆในแว่นตาอันใหญ่ตั้งแต่วันที่เผลอทักไปแล้วตอนเปิดเทอมโน่นเลย ดีแค่ไหนแล้วที่วันนั้นคังอินอยู่เลยทำเป็นคุยกับคังอินแทน แล้วก็เจอบ่อยอีกไม่ว่าจะที่ไหน  แล้วไอ้วันที่เจอที่สวนอีก โอ๊ย กว่าจะกลั้นขำได้ยากเลย ก็เล่นมองมาขนาดนั้น ยิ่งวันนี้นะน่าตีมากๆทำไมไม่ระวังตัวเลย”

 

            ฮันคยองพูดยาวเหยียดเหมือนบอกความรู้สึกทั้งหมด ก่อนที่จะมองคนที่อ้าปากค้างอย่างตกใจตรงหน้าแทน

 

“เอ่อ...”

 

“เฮ้อ เสียงฟอร์มชะมัดนายมาชิงบอกก่อนเนี่ย เพราะฉะนั้น...นายต้อง...”

 

“ยอมคบกับฉันแล้วล่ะ คิม ฮีชอล”

 

            สิ้นสุดคำของเป็นแฟนที่ไร้ความโรแมนติกนั่น ใบหน้าหวานภายใต้แว่นก็พยักหน้าตกลงเร็วๆอย่างน่ารัก ก่อนที่ฮันคยองจะส่งยิ้มอบอุ่นกลับไป อ้อมกอดแข็งแรงรวบเอาคนตัวเล็กไปกอดอีกรอบ ก่อนจะก้มมากระซิบคำพูดแสนขี้หวงอย่างเอาแต่ใจ...

 

“แล้วไม่ต้องทำตัวให้น่ารักเพิ่มแล้วนะ...แค่นี้ก็หวงจะแย่แล้ว”

 

 

End!

 

Talk: ลง 03/02/15

            ฮีชอลขคนเฉิ่ม ถถถถถ ประเด็นคือไปเจอรูปนั้นมาแล้วแบบ ต้องให้ฮีชอลเฉิ่มให้ได้! เป็นยังไงก็บอกกันไว้มั่งเนอะ

            ส่วนเรื่องคนที่ได้สติ๊กเกอ์จะทยอยส่งให้นะ เราไม่ลืมแน่ๆ

            สุดท้ายรักทุกเม้น ทุกวิว ทุกโหวต ทุกแฟนคลับ รักรีดเดอร์ทุกคน รักเอสเจทุกคนด้วย

สุดท้ายๆ ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะๆ^^

รักร้ายนายหน้าหวาน SJ

บทเรียนรัก ซุปเปอร์สตาร์ตัวร้าย{WonHyuk}

และที่ลืมไม่ได้            

HappyHanChulDay^ ^







SQWEEZ 

292 ความคิดเห็น

  1. #201 lovenevermild (@loveside) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:32
    แหมชอบเขาก็ไม่ยอมบอก  รู้จักชื่อฮีชอลได้ไงอ่ะ   แต่สุดท้ายรักกันก็ดีแล้ว
    #201
    0
  2. #197 YENIM (@daniale) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:54
    เขินอ่ะ เขินมากกกกน่าร้ากก
    #197
    0