[SJ] FICTION {WonHyuk,KyuMin,KiHae,HanChul,KangTeuk,YeRyeo}

ตอนที่ 38 : Story 19 : Forget Me {HanChul} End!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ม.ค. 58



 

SF: Forget Me {HanChul}

            ทีแรกอยากให้มันเศร้า แบบร้องไห้ๆ แง้ แต่มันเศร้าไม่ออกแล้วอ่ะ โดนก่อกวนเยอะจากเมท ฮือออออ แต่เอามาแปะให้นะๆ^^

           






 

 

 

정신 차려 바보야 정신 차려 제발
다시 한번 말하지만 나는 이제 니가 정말 싫어
그러니 제발 돌아가 제발 저리가
니가 싫어 니가 정말 싫어

 

ตั้งสติให้ดี ยัยโง่ ฟังฉัน ได้โปรด

ฉันจะบอกอีกครั้ง ฉันน่ะ ตอนนี้โคตรเกลียดเธอเลย

เพราะฉะนั้น ได้โปรด กลับไปซะที ขอร้องเถอะ ไปไกลๆ

ฉันเกลียดเธอ โคตรเกลียดเลย

 

 

กลางสวนสาธารณะแถบชานเมืองขนาดใหญ่ รูปร่างบอบบางของใครคนหนึ่งกลับยังคงมองทุกอย่างผ่านเลนส์กล้องที่เขามักจะนำติดตัวไปทุกที่ รอยยิ้มสวยยกยิ้มให้รูปที่ถ่ายได้ด้วยความพอใจจนไม่ได้ทันสังเกต ใครอีกคนที่เดินมาทางเดียวกัน

 

ตุบ!

 

“อ่ะ ขอโทษครับ ขอโทษที่ผมไม่ทันระวังนะครับ”

 

            เสียงหวานใสเอ่ยขอโทษออกไปก่อนจะรีบก้มขอโทษคนที่เขาเผลอถอยหลังชนอย่างรวดเร็ว ...ทำไมน้า คิม ฮีชอล นี่มัวแต่ถ่ายรูปจนไม่มองอีกแล้วนะ... ความคิดที่คนตรงหน้าได้แต่เคาะหัวตัวเองเบาๆอย่างเตือนสติที่ชอบทำตัวแบบนี้ของตัวเอง

 

 

“เอ่อ คุณครับ คุณ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มที่เอ่ยทักขึ้นรีบทำให้คนที่บ่นตัวเองรีบเงยหน้าขึ้นมามอง

 

กึก!

 

            ดวงตาคมของเจ้าของเสียงทุ้มเหม่อมองคนตรงหน้าอย่างชื่นชม ใบหน้าสวยหวาน รูปร่างที่น่าทะนุถนอม อีกทั้งดวงตาคู่สวยที่แสดงความจริงใจออกมา ทำให้เขาฮันคยองคนนี้แทบไม่อยากจะถอนสายตาไปไหนเลย

 

“แหะๆ ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ พอดีผมมัวแต่ถ่ายรูปพวกนี้เพลินไปนะ”  ฮีชอลตอบกลับเสียงอ่อย เมื่อรู้สึกว่าแววตาคนหน้าหล่อตรงหน้าเหมือนจะหัวเราะเขาอยู่เลยล่ะ

 

“ครับๆ...อืม...คุณชอบถ่ายรูปเหรอ” ฮันคยองถามกลับไปเมื่อสังเกตเห็นกล้องตัวเล็กที่อยู่ในมือเรียว ใบหน้าคมคายส่งยิ้มออกไปอย่างชื่นชม...คนอะไรนะ ทั้งซุ่มซ่าม ทั้ง....น่ารัก...

 

“ใช่ครับ ผมนะถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ผมคิดตลอดเลยนะว่าพวกรูปนะมันจะเก็บเรื่องราวของคนเราได้ตลอดเลย....คุณลองหารูปเก่าๆดิสิ มันจะทำให้คุณคิดถึงตอนนั้นเลยล่ะ...”

 

“อืม น่าสนใจนะครับ แต่ว่าผมฮันคยองนะ คุณ...”

 

“โอ๊ะ! คิม ฮีชอลครับ มัธยมปลายปี3 ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

 

            รอยยิ้มจริงใจจากคนหน้าสวยถูกส่งให้ฮันคยอง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกตลกที่ว่า เขาสองคนคุยกันมาตั้งนานแต่กลับเพิ่งจะถามชื่อกัน แถมฮีชอลเองยังเผลอพูดไปซะเยอะเลย ก็จะทำไงได้ล่ะ นานๆจะเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกันสักที...เลยเผลอไปนิดหน่อย....

 

“งั้น เราไปนนั่งคุยกันตรงนั้นดีไหม ลืมบอกไปเรารุ่นเดียวกันคุณเรียกผมว่าฮันก็พอนะ”

 

            เสียงทุ้มพูดชวนออกมา และก็เป็นฮันคยองเองที่อมยิ้มออกมาน้อยๆตอนที่ใบหน้าหวานๆนั้นพยักหน้าตกลง..

 

....อ่า...จะว่ายังไงดีล่ะ เขาว่าการทำแบบนี้ คือเขากำลังเริ่มจีบคนตรงหน้าได้งี่เง่าแบบสุดๆเลยล่ะ แบบนี้ต้องไปหาซื้อกล้องแบบนั้นมาสักตัวไหมเนี่ย หึหึ....

 

.

...

......

..........

....................

 

“ฮัน ฉันมาแล้วรอนานไหม” เสียงหวานตะโกนมาตั้งแต่ไกลเพราะเขาเลยเวลานัดมานานแล้ว ..ก็หลังจากวันนั้นเขากับฮันคยองก็นัดเจอกันแทบจะทุกวันที่ว่างเลยนะ นี่ก็น่าจะสัก อืม..เดือนนึงแล้วมั้ง...

 

“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้นะ ผมเพิ่งมาเอง” ฮันคยองพูดอย่างใจดี ก่อนที่จะค่อยๆดึงคนตรงหน้าให้นั่งลงมาข้างเขา

 

“แต่ตอนนี้เรามาถ่ายรูปกันเถอะนะๆ ซินอยากมีรูปคู่กับฮันบ้างอ่ะ เนอะๆ” เสียงหวานอ้อนๆและการเรียกแทนตัวอย่างน่ารักทำให้คนตาดุอย่างฮันคยองยิ้มเอ็นดูได้ไม่ยาก ...ก็ใครให้ซินตอนอ้อน น่ารักเหมือนลูกแมวขนาดนี้ล่ะ...

 

ฟอด!

 

แชะ!

 

            เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น พร้อมๆกับเสียงตอนที่จมูกโด่งของฮันคยองกดลงไปเอาเปรียบแก้มแดงๆของคนตัวเล็กแรงๆ

 

“ฮะฮัน บ้า..”

 

“ร้อนเหรอ หืม..หน้าแดงเลยนะ”

 

“ไม่คุยด้วยแล้ว ตาบ้า!

 

            เสียงหวานโวยวายกลับดังลั่น ก่อนที่เสียงหัวเราะดังๆของฮันคยองจะดังสลับกับเสียงหวานๆของอีกคนแทบจะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ภาพคนสองคนที่หยอกล้อกันกลางสวนสาธารณะทำให้คนที่เดินผ่านไปมา อดไม่ได้เลยที่จะยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู

 

...แต่มีใครเคยบอกใช่ไหม ว่าเวลาดีๆ มักผ่านไปเร็ว...

 

.

....

..........

...................

 

“คุณฮันคยอง ผมจะมาเตือนว่าคุณ เหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียวนะ”

 

            เสียงเข้มดังขึ้นทันทีที่ ฮันคยองก้าวเข้ามาในเขตของบ้านตัวเอง รูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามที่ฮันคยองไม่เคยนึกกลัวปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

 

“คุณคิดว่าผมจะกลัวเหรอ..” ฮันคยองพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่จะเดินผ่านร่างๆนั้นเข้าบ้านไป

 

“คุณอาจจะไม่กลัว...แต่คุณไม่มีทางยื้อทุกอย่างได้ไปมากกว่านี้แล้ว คุณรู้ดี ทั้งหมดคุณรู้ แล้วผมจะมาใหม่เมื่อถึงเวลา” เสียงเข้มที่หายไปพร้อมกับรูปร่างสูงใหญ่ กลับทำให้ฮันคยองโมโหขึ้นอย่าช่วยไม่ได้

 

“ผมจะทำยังไงดีนะ..ซิน” มือใหญ่ลูบเบาๆไปตามรูปของเจ้าของใบหน้าแสนสวยที่เขาเคยแอบถ่ายมันเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว ดวงตาคมวูบไหวอย่างเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าทุกอย่าง ยื้ออะไรไม่ได้อีกแล้ว

 

“ผมขอโทษนะ แต่มันจะดีสำหรับคุณ เชื่อผมนะ” เสียงทุ้มที่อ่อนแรงพูดอย่างรู้สึกผิด ก่อนความร้อนรอบๆดวงตาจะทำให้ฮันคยองรีบหลับตาลงอย่างเจ็บปวด...

 

...ผมรักคุณนะ...

 

.

...

.......

...............

..............................

 

กริ๊งก่อง กริ๊งก่อง!

 

“ฮัน ฮันอยู่ไหม นี่ซินเองนะ”

 

            เสียงเรียกที่ประตูหน้าบ้านกับเสียงหวานที่เรียกดังๆ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าสวยจะยืนกุมมืออย่างกังวลใจ ดวงตาสวยมองทางด้านในบ้านอย่างร้อนรนเพราะห่วงใครอีกคนที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นอาทิตย์

 

...ก็ฮันนะสิ หายไปอาทิตย์นึงแล้วนะ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย เปิดเร็วๆสิ...

 

“มีอะไร” น้ำเสียงห้วนๆดังออกมาพร้อมกับประตูตรงหน้าที่เปิดออกทำให้คนที่ยืนรอยิ้มกว้างอย่างดีใจ

 

“ทำไมพูดไม่ดีเลย ไม่น่ารักเลยนะ” ฮีชอลพูดแซวอย่างน่ารัก ก่อนที่จะรีบส่งยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างแสนซน

 

“เหอะ น่ารำคาญ จะมาแค่นี้ใช่ไหม ฉันไปนอนต่อล่ะ”

 

หมับ!

 

“เดี๋ยวสิ ฮันเป็นอะไร นี่ๆวันนี้ซินเอารูปที่เราถ่ายกันรอบที่แล้ว...”

 

พรึ่บ!

 

            รูปถ่ายหลายใบถูกปัดออกจากมือบางทั้งที่ฮีชอลยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ

 

“ทำไมนายทำแบบนี้ห๊ะ!” เสียงหวานดังขึ้นอย่างโกรธจัด ก่อนที่จะจ้องคนตรงหน้าอย่างผิดหวัง

 

“ก็นาย มันน่ารำคาญ เบื่อ จะไปไหนก็ไป เราต่างคนต่างอยู่เถอะ”


"ฮัน นายเป็นอะไร.."


"ทำไม ผมเป็นแบบนี้แหละ รู้แล้วก็ไปซะ...ลาก่อน"

 

ปัง!

 

            ประตูบานใหญ่ตรงหน้าปิดลงพร้อมๆกับ ร่างเล็กของฮีชอลที่ค่อยๆทรุดลงกับพื้น น้ำตามากมายไหลออกมาในแบบที่เจ้าตัวแทบจะไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ

 

“ฮัน...นายมันแย่ที่สุด...ฉันเกลียดนาย”

 

            เสียงหวานสั่นเครือตะโกนออกมาสุดเสียง ก่อนที่จะก้มเก็บรูปถ่ายใบเล็กทั้งหมดขึ้นมา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงไปบนรูปแทบทุกใบที่เก็บ โดยที่มือเล็กของฮีชอลก็พยามยามเช็ดมันออกทุกครั้งที่เห็น

 

...ให้ตายเถอะ ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากให้มันหายไปเพราะน้ำตาของเขาหรอกนะ ถึงรูปพวกนี้อีกคนจะไม่อยากได้ แต่เขาจะเก็บมันไว้เอง จะเก็บไว้...


 

“บ้าจริง นายมัน..ฮือ....ฉันรักนายไปแล้วด้วยซ้ำ”


 

            ฮีชอลพูดออกมาอย่างเจ็บปวด ขาเรียวเล็กพาร่างกายที่อ่อนแรงเดินไปตามถนนเส้นเล็กที่ดูร่มรื่นเสมอมา แต่วันนี้ ตอนนี้ มันกลับดูเหงาอย่างน่ากลัว


.
...
 

“นั่นมันโต๊ะประจำของเราแท้ๆนะ”

 

            ร่างเล็กทรุดลงไปกับพื้นถนนเมื่อเห็นที่นั่งที่ว่างเปล่า ทั้งๆที่ในรูปใบล่าสุดมันยังเป็นที่ๆคนใจร้ายคนนั้นขโมยหอมแก้มเขาด้วยซ้ำ

 

“คนใจร้าย” ฮีชอลพูดขึ้นเบาๆ ก่อนที่เสียงพูดจะค่อยแปลเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ที่หนักขึ้นราวกับว่า คนที่นั่งร้องไห้อยู่ กำลังจะขาดใจอยู่ตรงนั้น ร่างเล็กยังคงคิดถึงความผิดพลาดของตัวเองว่ามันเริ่มที่ตรงไหน พูดมากไป เอาแต่ใจเกินไป หรือผิดตั้งแต่เริ่มรู้จักผู้ชายคนนี้....

 

.

....

.........

...............

 

            ในเวลาช่วงดึก ภายในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบเหงามาตั้งแต่เจ้าของบ้านออกปากไล่ใครอีกคนออกไป เขาทำทุกอย่างดีที่สุดแล้วจริงๆ เพราะ...มันผิดตั้งแต่เขาเริ่มรักกับมนุษย์แล้วด้วยซ้ำ

 

“ผมพร้อมแล้ว” ฮันคยองพูดขึ้นเบาๆ เพราะรู้ว่ายังไงอีกคนก็คงรับรู้

 

“ครับ ผมมารับคุณตามกำหนดเวลา ตอนนี้หน้าที่ของคุณหมดแล้ว คุณจำเป็นต้องกลับขึ้นไปหาท่านจอมเทพ แล้วคุณก็คงจะไม่ได้กลับมาอีกเลย”

 

เสียงเข้มเรียบนิ่งของคนๆเดิมที่เคยมาพูดเตือนดังขึ้น พร้อมๆกับการปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีแสงสีขาวอ่อนๆโอบล้อมทั้งสองคนเอาไว้ มันสวยงามทว่าใบหน้าของคนใต้แสงนั้นกลับเจ็บปวดจนน่าใจหาย

 

“ซิน..”

 

“มีความสุขมากๆนะ...”

 

“เริ่มต้นใหม่นะ....”

 

“ลืมผมนะ..”


"ลาก่อน..."

 

            เสียงทุ้มที่มีแววสะอื้นของฮันคยองเงียบลง ดวงตาคมมีแววเจ็บปวดจนคนมองอยู่นึกสงสาร แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เทพธรรมดาแบบพวกตนไม่สามารถขัดคำสั่งของท่านจอมเทพที่บัญชามาได้จริงๆ แล้วฮันคยองก็ยื้อทุกอย่างมานานมากแล้ว งานของฮันคยองจบลงไปนานแล้ว งานสำรวจโลกมนุษย์ธรรมดาๆที่ทำให้หนึ่งคนและหนึ่งเทพ...เจ็บปวดไม่ต่างกัน..... และ...ทุกอย่างก็เงียบสงบ บรรยากาศรอบๆเงียบนิ่งจนไม่น่าเชื่อว่าเมื่อสักครู่มีคนสองคนคุยกันอยู่

 

(가지마) 행복해 (떠나지마)
나를 잊어줘 잊고 살아가줘 (나를 잊지마)
나는 (그래 나는) 괜찮아 (아프잖아)
걱정은 하지 말고 떠나가 (제발 제발 가지마)

 

ไปดีนะ (อย่าไปเลยนะ) ขอให้มีความสุข (อย่าจากฉันไป)

ลืมฉันไปซะ ลืมแล้วมีชีวิตอยู่ต่อไป (อย่าลืมฉัน)

ฉันน่ะ (ใช่แล้ว ฉันน่ะ) ไม่เป็นไร (เจ็บปวดไม่ใช่เหรอ)

ไม่ต้องห่วงฉัน ไปซะ (ได้โปรด อย่าไปจากฉัน)

 

 

100%

 

 

Talk: ลง 23/01/15

             ตอนนี้ต้องขอบคุณเพลง Lie ของ G O D จริงๆนะ ชอบเพลงเวอร์ชั่นนี้นะโฮยองสุดยอดมากต้นฉบับสุดยอด คยูก็เก่ง เก่งจริงๆ แต่พอเพลงเร็วยิ่งรู้สึกว่าโกหกสุดๆเพราะเนื้อพเลงไม่ได้มีความสุขเลยสักนิดเดียว

            เง้ออออ ไม่แปลกๆเนอะ อยากให้เศร้ามากๆ ตอนนั้นอยากแต่งมาก แต่ได้แค่นี้จริงๆ ดันโดนเรื่องในชีวิตทำให้อารมณ์แย่ๆหายไปจนเศร้าไม่ออก

            ส่วนเรื่องแจกสติ๊กเกอร์ จะรีบมาสรุปคนที่ๆได้ภายในวันสองวันนี่น้อ จะตอบทีละเม้นเลย^^

            สุดท้ายรักทุกเม้น ทุกวิว ทุกโหวต ทุกแฟนคลับ รักรีดเดอร์รักเอสเจสุดๆเลย^^

 




แอดเฟบจิ้มเจ้าชายน้อย^^


ขอบคุณภาพน่ารักๆจาก @pangpang0718


 
SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

292 ความคิดเห็น

  1. #196 `{ นางฟ้า ゙❤ } (@syp_vk) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 00:16
    เศร้า เศร้าเกินไปแล้วนะ
    ฮันต้องกลับมาดิ   ฮืออออ
    #196
    0
  2. #195 PumpkinViLLa (@pumpkinvilla) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 10:52
    ทำไมพี่ฮันทำแบบนี้ อย่างนี้คือพี่ฮีน่าสงสารสุด เพราะนางไม่รู้อะไรเลย
    เหมือนโดนหักหลัง ใจร้ายมาก ฮรือออ

    ชอบเพลง ทั้งเพราะและเศร้า ;__;
    #195
    0
  3. #194 Grace Ch (@gkdk) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 10:12
    สงสารเจ้อะ ป๋าน่าจะบอกความจริงงฝ อยู่ๆมาทิ้งกันแบบนี้ได้ยังไงอะ
    #194
    0
  4. #193 lovenevermild (@loveside) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 09:22
    สงสารฮีชอลจัง  ขอภาคต่อได้ไหมจ๊ะไรท์   มาแต่งต่อไวๆๆๆๆๆนะ
    #193
    0