[Fic SNSD] ...The Miracle... [TaeNy, YulSic]

ตอนที่ 65 : ▶The Miracle || Special Part : พร้อมหน้าพร้อมตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 มี.ค. 61

The Miracle || Special Part : พร้อมหน้าพร้อมตา
    Author : Forget Me Not

 

 

 

 

พร้อมหน้าพร้อมตา

 

 

            แสงแดดอ่อนในยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องเพื่อปลุกบุคคลที่ยังคงหลับไหลให้ตื่นจากห้วงนิทรา ทว่าร่างบางกลับพลิกตัวหนีก่อนจะซุกใบหน้าลงที่หน้าอกของหญิงสาวอีกคนเหมือนไม่อยากรับรู้เรื่องราวใดๆ ของวันใหม่ที่กำลังจะผ่านเข้ามา เมื่อเห็นภาพของคนขี้เซาในอ้อมแขน แทยอนก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา ก่อนจะกางปีกใหญ่บังแสงแดดให้และกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด คนในอ้อมกอดก็ดูเหมือนจะพอใจมากทีเดียวถึงได้คลี่รอยยิ้มออกมาทั้งที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่อย่างนั้น

 

 

            “ตื่นได้แล้วแม่ตัวยุ่ง” เสียงกระซิบนั้นทำให้ทิฟฟานี่มุ่นคิ้วอย่างแปลกใจ ทำไมอยู่ๆ แทยอนถึงได้เรียกเธอแบบนั้น มันเป็นสรรพนามที่ทิฟฟานี่ไม่ได้ยินคนรักของเธอใช้เรียกเธอมานานแล้ว “คนอะไรขี้เซาจริงๆ”

 

 

            “ที่เมื่อคืนข้าไม่ได้นอนทั้งคืนก็เป็นเพราะเจ้านั่นแหละ” ทิฟฟานี่พูดเสียงงัวเงีย ไม่รู้เหมือนกันว่าแทยอนไปคึกอะไรมา เธอเพิ่งจะได้นอนก็ตอนเช้ามืดนี้เอง

 

 

            “โอเค ข้าผิดเองก็ได้ งั้นข้าขอไถ่โทษแล้วกัน” คนถูกใส่ความยิ้มร้ายแล้วก้มลงจรดปลายจมูกลงบนแก้มนวลของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ ไล่ลงมาที่ซอกคอ เนินอก หน้าท้อง และ...

 

 

            “นี่หรอคือวิธีไถ่โทษของเจ้า มีแต่ข้าจะเพิ่มโทษให้อีกล่ะสิไม่ว่า” ทิฟฟานี่หัวเราะพร้อมกับประคองใบหน้าของแทยอนที่กำลังจะโน้มต่ำลงไปยังหว่างขาของเธอด้วยสองมือ “ไม่เอาน่าแทยอน”

 

 

            “ใจร้ายจัง” แทยอนบ่นอุบอิบ “ข้าไปหาชายาใหม่ก็ได้”

 

 

            ทิฟฟานี่เลิกคิ้วขึ้นพลางส่งสายตาท้าทายแบบกวนๆ ไปหาคนรัก “ถ้าคิดว่าจะมีคนอื่นที่รักเจ้าจากใจจริงมากกว่าข้าก็เชิญเลย”

 

 

            “ประโยคบอกรักพร้อมกับเอ่ยไล่ด้วยนี่มันหมายความว่ายังไงกัน หือ” คนขี้หื่นโน้มใบหน้าก้มลงเกือบประชิดริมฝีปากของคนรัก ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทิฟฟานี่จึงยกแขนขึ้นคล้องคอแทยอนแล้วกระซิบข้างหูเบาๆ

 

 

            “ก็แล้วแต่เจ้าจะคิด” ทันทีที่พูดจบทิฟฟานี่ก็เป็นฝ่ายปิดการสนทนาด้วยจุมพิตนุ่มนวลชวนให้หลงใหล ที่แม้แต่แทยอนเองก็ไม่อาจต้านทานได้ ไม่บ่อยนักหรอกที่เจ้าหล่อนจะเป็นฝ่ายรุกเธอก่อนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นน้ำขึ้นต้องรีบตัก มีโอกาสแล้วต้องรีบคว้าเอาไว้เดี๋ยวนั้นเลย

 

 

            ทันทีที่คิดได้อย่างนั้นแทยอนก็ใช้มือเปลื้องชุดสวยให้หลุดร่นออกจากไหล่มนอย่างช้าๆ พร้อมกับเปลี่ยนให้ตัวเองกลายมาเป็นฝ่ายรุกอีกครั้ง

 

 

            แต่แล้วทั้งสองคนก็ต้องทำทุกอย่างให้กลับเข้าสู่ความปกติอีกครั้ง เมื่อเด็กหญิงผมทองคนหนึ่งวิ่งแจ้นเข้ามาในห้องของทั้งคู่ ก่อนจะขัดจังหวะด้วยการกระโดดโลดเต้นบนเตียงนอนแสนนุ่มอย่างสนุกสนาน

 

 

            เธอกับทิฟฟานี่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้วเชียว!

 

 

            “เช้าแล้วๆ เสด็จแม่ตื่นบรรทมได้แล้วเพคะ วันนี้เราจะไปมาเดน เราจะไปหาเสด็จป้าเจสสิก้ากัน อ๊า” เด็กน้อยร้องขึ้นขณะที่ตัวเองกำลังหงายหลังลงบนเตียง เนื่องจากแทยอนเป็นผู้ดึงแขนเจ้าเด็กน้อยตัวแสบให้ลงมานอนด้วยกัน ก่อนจะก้มหน้าลงฟัดแก้มยุ้ยๆ ของลูกสาวด้วยความหมั่นเขี้ยว หรือไม่ก็คงกำลังลงโทษที่ลูกสาวกล้าบังอาจเข้ามาขัดขวางช่วงเวลาส่วนตัวของเราสองคน และเด็กน้อยเองก็ดูเหมือนจะชอบใจถึงเอาแต่ยิ้มตาหยีไม่หยุด ทิฟฟานี่มองภาพแห่งความอบอุ่นนั้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างมีความสุข

 

 

            “จะหนีไปไหนเจ้าหญิงเวนดี้ตัวแสบ แม่ได้ข่าวว่าเจ้าทำพวกนางพี่เลี้ยงหัวปั่นไม่เว้นแต่ละวัน มาเลยเจ้าลิงน้อย มาให้แม่ลงโทษซะดีๆ” เด็กน้อยพยายามดิ้นหนีสุดฤทธิ์ แต่ด้วยความเป็นเด็ก สุดท้ายเจ้าหญิงตัวน้อยจึงถูกจับล็อกตัวให้ผู้เป็นแม่ได้แกล้งจั๊กจี้จนหัวเราะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล

 

 

            “พอได้แล้วแทยอน เดี๋ยวลูกหายใจไม่ทันกันพอดี” ทิฟฟานี่เอ่ยปรามเมื่อเห็นแทยอนสนุกมากไป

 

 

            แทยอนจึงยอมปล่อยตัวเจ้าหญิงน้อยให้กลับเข้าสู่อ้อมอกของทิฟฟานี่แต่โดยดี แล้วดูเข้าสิ พอเห็นว่าทิฟฟานี่ให้ท้ายเข้าหน่อยเลยหันหน้ามาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เธออีก มันน่าโดนจัดชุดใหญ่อีกชุดจริงๆ กำลังจะลงโทษเจ้าตัวเล็กรอบสอง แต่แล้วก็มีเสียงฝีเท้าน้อยๆ บวกกับเสียงหอบแฮกๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องมาก่อน

 

 

            เมื่อหันไปมองแทยอนก็พบกับเด็กหญิงผมทองอีกคน เจ้าหญิงไอรีน ลูกสาวฝาแฝดคนโตของเธอกับทิฟฟานี่ ที่บุคลิกและนิสัยต่างจาก เจ้าหญิงเวนดี้ แฝดผู้น้องกันลิบลับ เวนดี้เป็นเด็กสดใสร่าเริงเหมือนเด็กทั่วๆ ไป แต่ทั้งดื้อทั้งซนยิ่งกว่าลิง สอนอะไรก็ไม่เคยฟัง แถมยังพูดเก่ง ถึงขั้นที่ว่าพูดจนลิงหลับก็ยังไม่หยุดพูด ไม่เหมือนกับไอรีนที่เป็นเด็กเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย แต่ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก อีกทั้งการพูดการจาและความคิดยังดูเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าที่เด็กอายุเพียงสี่ขวบจะคิดได้

 

 

            “เสด็จแม่กำลังบรรทมอยู่นะเวนดี้” เสียงเล็กเอ่ยเตือน แต่เจ้าของชื่อผุดลุกขึ้นตอบโต้ทันควัน

 

 

            “เสด็จแม่ทรงตื่นบรรทมตั้งนานแล้วต่างหาก พี่ไอรีนอ่ะมั่วนิ่ม” ริมฝีปากจิ้มลิ้มของเจ้าหญิงไอรีนเม้มลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวหานั้น แทยอนจึงส่งยิ้มให้ลูกสาวคนโตอย่างอ่อนโยนก่อนกวักมือเรียกให้เข้ามาในห้อง

 

 

            “ไอรีนของแม่ทำไมตื่นเช้าจังลูก” แทยอนอุ้มเจ้าหญิงไอรีนขึ้นมานั่งลงบนตักตัวเองแล้วหอมฟอดลงที่แก้มน้อยๆ นั้นเบาๆ แต่เจ้าหญิงน้อยได้แต่ตอบในใจว่าตนไม่ได้ตื่นเช้า แต่ว่าไม่ได้นอนทั้งคืนเลยต่างหาก เนื่องจากต้องอยู่ฟังน้องสาวฝาแฝดเล่าเรื่องราวการไปมาเดนเมื่อครั้งกระโน้นให้ฟังตั้งแต่หัวค่ำจนถึงเช้าตรู่ เวนดี้ดูตื่นเต้นกับการจะไปเยี่ยมเยียนมาเดนในครั้งนี้จริงๆ

 

 

            “ไอรีนมาหาแม่มา” ทิฟฟานี่ที่มีเวนดี้นั่งกอดเอวเป็นลูกลิงจ๋ออยู่ข้างซ้ายเรียกลูกสาวคนโตให้เข้ามาหา ก่อนจะโอบกอดร่างเล็กด้วยมืออีกข้างพร้อมก้มลงหอมแก้มอย่างรักใคร่ดั่งเช่นทุกๆ วันที่เคยทำ

 

 

            “ไม่เอาๆ เสด็จแม่ต้องหอมแก้มลูกอีก ลูกไม่ยอมนะเพคะ” อยู่ๆ เจ้าหญิงเวนดี้ก็งอแงประท้วงขึ้นมาเสียงดังเหมือนทุกครั้งที่ไม่ได้ดั่งใจ เพราะเห็นว่าเสด็จแม่ทั้งสองได้ถูกพี่สาวเบี่ยงเบนความสนใจจากตนไปแล้ว

 

 

            “อะไรกันลูกคนนี้” ทิฟฟานี่ส่งเสียงดุแต่สุดท้ายก็ยอมโน้มหัวเจ้าตัวแสบมาพรมจูบลงกระหม่อมและแก้มอย่างที่เจ้าตัวต้องการ “พอใจหรือยัง หือ”

 

 

            เจ้าหญิงเวนดี้เลยยิ้มกริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเหตุให้แทยอนเอื้อมมือไปขยี้ผมลูกสาวคนเล็กจนฟูฟ่องเป็นยองใยอย่างนึกหมั่นไส้

 

 

            “เจ้ามันเด็กขี้อิจฉา แม่รู้นะว่านอกจากเจ้าจะทำแสบสันใส่นางพี่เลี้ยงแล้ว เจ้ายังคอยแกล้งพี่เจ้าสารพัด” แทยอนแกล้งทำเป็นเข้มใส่ลูกสาวคนเล็ก แต่เจ้าตัวแสบกลับลอยหน้าลอยตาทำไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนไอรีนก็ทำเพียงนั่งนิ่งๆ ไม่มีการฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น

 

              

            .

            .

            .



            “ลูกเห็นกำแพงเมืองแล้ว ลูกเห็นแล้ว นั่นกำแพงพระราชวังมาเดนใช่มั้ยเพคะ” เสียงของเจ้าหญิงเวนดี้เจื้อยแจ้วดังทั่วขบวนเสด็จตั้งแต่หน้ากำแพงเมืองคาร์นยันหน้ากำแพงพระราชวังมาเดนอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

 

 

            ในขณะที่เจ้าหญิงไอรีนทำเพียงมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เพื่อมองความเป็นไปของบ้านเมืองและบรรดาประชาชนที่มารับเสด็จเป็นทางยาวตลอดกำแพงเมืองอย่างเงียบๆ แล้วทันใดนั้นเองเจ้าหญิงพระองค์น้อยก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ถัดจากกลุ่มคนที่เฝ้ารับเสด็จไป ที่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่นั่น เธอเห็นผู้ใหญ่คนนึงกำลังรังแกเด็กอยู่

 

 

            “เสด็จแม่ลูกขอลงไปข้างล่างเพคะ” แทยอนและทิฟฟานี่ฉงนใจกับคำขอของลูกสาวคนโต

 

 

            “อะไรกันนี่พี่ไอรีน” เวนดี้กอดอกบ่นอุบอิบ แต่ไอรีนก็ยังคงยืนกรานที่จะลงไปตามเดิม

 

 

            “นะเพคะ”

 

 

            ในที่สุดขบวนเสด็จก็หยุดกึกพร้อมกับเจ้าหญิงไอรีนที่ก้าวลงรถม้าตามด้วยบรรดาพระพี่เลี้ยงและทหารองครักษ์มากมาย เหล่าประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จจึงแหวกทางให้เจ้าหญิงน้อยเสด็จไปด้านหลัง พร้อมกับมองตามไปอย่างแปลกใจกับการกระทำของเจ้าหญิงน้อย ที่เหมือนกับว่ากำลังเจรจาอะไรบางอย่างอยู่ จนกระทั่งทุกอย่างจบลงด้วยดีเจ้าหญิงไอรีนก็เสด็จกลับไปที่รถม้าดังเดิม ขบวนเสด็จจึงดำเนินต่อไปตามท้องถนนจนเคลื่อนเข้าสู่ประตูวัง

 

 

            “พี่ไอรีนน่ะทำให้เราช้ากันหมด” เวนดี้โบ้ยความผิดให้พี่สาวฝาแฝดโดยไม่ถามถึงต้นสายปลายเหตุ

 

 

            “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าลูก” ทิฟฟานี่ถามพร้อมกับลูบผมลูกสาวอย่างรักใคร่ แทยอนเองก็สงสัยเช่นกัน

 

 

            แต่ไม่ทันที่เจ้าหญิงองค์น้อยจะได้เอ่ยปากบอกไป รถม้าก็หยุดลงที่หน้าปราสาทใหญ่ ประตูรถม้าเปิดออกเผยให้เห็นราชินีเจสสิก้าแห่งอาณาจักรมาเดนที่ยืนรอต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากอาณาจักรคาร์นด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้มเบิกบาน พร้อมกับท่านองครักษ์ยูริ และบรรดาทหารและนางข้าหลวงมากมายที่รายล้อมอยู่รอบบริเวณ

 

 

            “เสด็จป้า” เจ้าหญิงเวนดี้ย่อกายถวายความเคารพพระภคินีฝาแฝดของพระมารดาแล้ววิ่งเข้าสวมกอดทันใด

 

 

            “ว่ายังไงเวนดี้หลานรักของป้า” เจสสิก้าอุ้มหลานสาวตัวน้อยขึ้นมาหอมแก้มยุ้ยทั้งสองข้างเสียงดังฟอด

 

 

            “ทรงพระเกษมสำราญดีใช่มั้ยเพคะ” เด็กน้อยยิ้มแป้น “เสด็จป้าคงไม่ทรงทราบว่าหลานเฝ้านับวันรอที่จะได้มามาเดนทุกเมื่อเชื่อวันเลย”

 

 

            “ขนาดนั้นเชียว” ท่านองครักษ์เอ่ยถามเหมือนไม่เชื่อ เจ้าหญิงเวนดี้จึงพยักหน้าตอบอย่างน่ารักน่าชัง

 

 

            “แต่เอ... หมู่นี้เจ้ากินเก่งไปหรือเปล่า นี่ป้าจะอุ้มเจ้าไม่ไหวแล้วนะ” ราชินีแทยอนและราชินีทิฟฟานี่ที่ตามมาทีหลังเลยหัวเราะออกมา

 

 

            “เห็นแย่งไอรีนกินตลอด ไม่อ้วนก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว” ทิฟฟานี่แซวลูกสาวคนเล็ก เจ้าหญิงเวนดี้เลยกอดพระศอเสด็จป้าแล้วซุกหน้าลงออดอ้อนทันที

 

 

            “อันที่จริงเสด็จแม่ทิฟฟานี่ไม่ยอมให้หลานกินขนมมาหลายวันแล้ว หลานก็เลยหวังมาพึ่งพระเมตตาจากเสด็จป้า...” เจ้าหญิงเวนดี้ช่างเจรจา แต่จำเลยผู้ตกเป็นเหยื่อเอียงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

 

 

            นี่เธอกลายเป็นคนผิดไปแล้ว?

 

 

            “น้อยๆ หน่อยเลยเจ้าตัวแสบ ถึงจะสั่งงดขนมก็เถอะแม่ยังเห็นเจ้าไปแย่งขนมพี่ไอรีนเค้ากินอยู่ทุกวัน เชื่อเลย”

 

 

            “แต่ท่านอาจารย์บอกว่าลูกอยู่ในวัยกำลังกินกำลังโต” ทิฟฟานี่ส่ายหน้าอย่างระอา ในขณะที่คนอื่นๆ พากันหัวเราะกับความไร้เดียงสาของเด็กน้อย

 

 

            “แล้วนั่นไอรีน” เจ้าหญิงไอรีนย่อกายถวายความเคารพแด่พี่สาวของผู้เป็นมารดาอย่างงดงามจนเจสสิก้าอดชื่นชมผ่านสายตาไม่ได้ ราชินีแห่งมาเดนจึงย่อกายลงลูบไล้ใบหน้างดงามของหลานสาวคนโตอย่างรักใคร่เอ็นดู

 

 

            “หลานคนนี้ยิ่งโตยิ่งเหมือนเจ้าไม่มีผิดเลยแทยอน”

 

 

            แทยอนยิ้มรับกับคำพูดนั้นของเจสสิก้า ตั้งใจทำเองกับมือจะให้ไม่เหมือนได้ยังไง

 

 

            “แต่พอมองมุมนี้แล้วก็คล้ายฟานี่เหมือนกันนะ” ยูริพูดเสริมขึ้นมาอีกคน โดยเฉพาะดวงตาหวานสีน้ำตาลคู่สวยคู่นั้นที่เหมือนอย่างกับถอดพิมพ์เดียวกันมาเลย “ฉายแววสวยตั้งแต่เด็กเลยนะเนี่ย”

 

 

            “แล้วหลานล่ะเพคะเสด็จป้า หลานเหมือนใครหรอเพคะ” เจ้าหญิงเวนดี้ถามอย่างกระตือรือร้นอยากมีส่วนร่วมด้วย

 

 

            “เหมือนลิง!” แทยอนขัดคอขึ้นมาก่อน เสียงหัวเราะของพวกผู้ใหญ่เลยดังขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าหญิงน้อยเลยทำแก้มป่องหันหน้าหนีเสด็จแม่แทยอนอย่างงอนๆ

 

 

            “ดูสิๆ ยิ่งทำงอนแก้มป่องยิ่งเหมือนลิงเข้าไปใหญ่ ใครมีกระจกบ้างข้าขอเอามาส่องให้ลูกข้าดูหน้าตัวเองหน่อย” พวกนางข้าหลวงเลยอดขำขึ้นมาไม่ได้

 

 

            “เสด็จป้าเสด็จแม่ทรงแกล้งหลาน” พอไม่ได้ดั่งใจอะไรเจ้าหญิงเวนดี้ก็ฟ้องใหญ่ “หลานจะอยู่กับเสด็จป้าที่มาเดน หลานจะไม่กลับคาร์นอีกต่อไปแล้ว เสด็จป้ายังไม่มีลูก ให้หลานเป็นลูกของเสด็จป้าไปก่อนก็ได้”

 

 

            ราชินีเจสสิก้าได้แต่หัวเราะกับคำตัดพ้อของหลานสาวตัวน้อย

 

 

            “โอ๋ๆ หายงอนแม่นะเวนดี้ เจ้าไม่อยู่คาร์นแม่คงเหงาแย่เลย มานี่มาเสด็จป้าอุ้มเจ้าไม่ไหวแล้ว” แทยอนง้อโดยการเข้าไปอุ้มลูกสาวคนเล็กกับเจสสิก้าก่อนเอ่ยแซว “โอ๊ะ ตัวหนักขนาดนี้ นี่ไม่ใช่ลูกลิงแล้วนี่นา นี่มันลูกหมูชัดๆ” แทยอนยังไม่เลิกแกล้ง เจ้าลูกสาวตัวแสบเลยโยเยใหญ่ ทิฟฟานี่เลยต้องเป็นฝ่ายมาอุ้มเวนดี้แทน ก่อนที่เจสสิก้าจะเอ่ยเชื้อเชิญทุกคน

 

 

            “เข้าปราสาทกันเถอะ เดินทางกันมาตั้งไกล เด็กๆ คงเหนื่อยคงหิวแย่แล้ว พี่ให้คนเตรียมห้องรับรองเดิมไว้ให้เจ้า ขาดเหลืออะไรก็บอกนางข้าหลวงได้เลยนะฟานี่...”

 

 

            เสียงพูดคุยของคนทั้งหมดค่อยๆ หายไปในปราสาท เหลือเพียงเจ้าหญิงไอรีนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่เหนือบันไดหน้าปราสาทไม่ไปไหน ดวงตาสีน้ำตาลใสแป๋วของเด็กน้อยกำลังฉายชัดถึงความกังวลบางอย่าง

 

 

            “ไอรีนของแม่ ไม่เข้าปราสาทหรอลูก” ทิฟฟานี่ออกมาตามลูกสาวฝาแฝดคนโต “เป็นอะไรหรือเปล่าลูก แม่เห็นเจ้านิ่งไปตั้งแต่ตอนที่กลับขึ้นมาที่รถม้าแล้ว กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่หรอคนเก่ง บอกแม่ได้มั้ย”

 

 

            เด็กน้อยของเธอไม่ตอบ แต่กลับตั้งคำถามขึ้นมาแทน “เสด็จแม่ ถ้าลูกโตขึ้นลูกจะไม่กลายเป็นปีศาจโหดร้ายใช่มั้ยเพคะ”

 

 

            “ไอรีนจะเป็นปีศาจได้ยังไงล่ะลูก” ทิฟฟานี่หัวเราะออกมาพลางทรุดตัวคุกเข่าลงหน้าเจ้าหญิงน้อยของเธอพร้อมกับลูบหัวลูกสาวอย่างเบามือ “เราคุยกันหลายครั้งแล้วนะว่าเจ้าหญิงฝาแฝดน้อยของแม่ทั้งสองคนเป็นมนุษย์ไม่ใช่ปีศาจ”

 

 

            “แต่เสด็จแม่แทยอนเป็นปีศาจ แสดงว่าเลือดในกายอีกเสี้ยวของลูกก็เป็นปีศาจ...” พูดมาถึงตรงนี้เจ้าหญิงไอรีนก็หลุบตาลงต่ำ เด็กน้อยพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

 

 

            เจ้าหญิงต้องเข้มแข็ง ไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ประชาชนรับรู้ เจ้าหญิงต้องแข็งแกร่งและเป็นที่พึ่งให้กับเหล่าประชาชน

 

 

            “มีคนบอกว่าปีศาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดศึกสงคราม เสด็จแม่แทยอนเองก็สังหารชีวิตมนุษย์บริสุทธิ์ไปมากมาย อีกหน่อยลูกก็จะกลายเป็นปีศาจมาสังหารพวกเค้าอีกครั้งหนึ่ง พวกเค้าบอกเช่นนั้น แต่ลูกไม่อยากเป็นแบบนั้นเลยเสด็จแม่”

 

 

            ทิฟฟานี่คว้าตัวลูกสาวมากอดทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เธอและแทยอนไม่เคยปิดบังเรื่องราวในอดีตกับลูกสาวทั้งสองคนเลยสักครั้ง แต่เด็กน้อยทั้งสองก็ยังไม่วายไปได้ยินเรื่องไม่เป็นเรื่องจากผู้ใหญ่นิสัยไม่ดีอยู่ดี เธอรู้ว่าไอรีนไม่ได้รังเกียจเลือดปีศาจอีกเสี้ยวในกายของตน แต่เด็กน้อยกำลังกลัว กลัวว่าวันหนึ่งหากตัวเองกลายเป็นปีศาจแล้วจะสูญเสียซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

 

 

            “แต่เอ พอมาคิดดูดีๆ แล้ว นอกจากเจ้าจะมีเชื้อสายมนุษย์ เชื้อสายปีศาจ เจ้ายังมีเชื้อสายแห่งราชาภูตหิมะด้วยนะ ลูกกับน้องเวนดี้ถือว่าเป็นตัวแทนของทั้งสามเผ่าพันธุ์เลยก็ว่าได้” ทิฟฟานี่พยายามเปลี่ยนเรื่องไม่ให้ลูกสาวคิดมาก แต่เจ้าหญิงไอรีนก็ยังคงมีสีหน้าจริงจัง

 

 

            “เสด็จแม่ยังไม่ตอบคำถามของลูกเลย”

 

 

            “เรื่องบางเรื่องเจ้าก็ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ” ราชินีทิฟฟานี่หยุดพูดไปชั่วครู่ “เอาอย่างนี้แล้วกันนะลูก มนุษย์น่ะมีทั้งคนดีคนชั่วผสมปนกันไป ปีศาจเองก็เหมือนกัน เราเลือกที่จะเป็นปีศาจดีหรือปีศาจชั่วได้ และอีกอย่างการที่เราจะเป็นยังไงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของคนอื่นที่บอกว่าพอเราโตขึ้นเราจะเป็นอย่างโน้นหรืออีกหน่อยเราจะกลายเป็นแบบนี้ ถ้าใจเจ้าคิดดีทำดีเจ้าก็จะเป็นคนดี เห็นไหมเราเลือกทางเดินของเราเองได้”

 

 

            “แล้วถ้าสมมุติว่าวันนึงลูกกลายเป็นปีศาจขึ้นมาล่ะเพคะ” เจ้าหญิงไอรีนยังคงเป็นกังวล

 

 

            “เจ้าก็จะเป็นปีศาจผู้ทรงคุณธรรมและเก่งกาจเหมือนเสด็จแม่แทยอนของเจ้าไง” ทิฟฟานี่ยีหัวลูกสาวเล่นเจ้าหญิงไอรีนถึงค่อยๆ คลี่รอยยิ้มออกมา “ไม่ว่าเจ้าทั้งสองจะเป็นภูต เป็นมนุษย์ หรือว่าเป็นปีศาจ ยังไงพวกเจ้าก็จะเป็นลูกสาวที่แม่รักที่สุดตลอดไป” ทิฟฟานี่อุ้มลูกสาวคนโตขึ้นมาฝังจมูกหอมแก้มอย่างอ่อนโยน

 

 

            “ป่ะ เข้าปราสาทกันลูก เสด็จป้าเจสสิก้าให้คนเตรียมขนมนมเนยอร่อยๆ ไว้ให้พวกเจ้าตั้งมากมาย ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้าเวนดี้ตัวแสบจะแย่งกินหมดไปแล้วหรือยัง ลูกคงไม่อยากกินแห้วแทนขนมหรอกใช่มั้ย” เจ้าหญิงไอรีนหัวเราะกับคำเปรียบเปรยของผู้เป็นแม่ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างน่ารัก

 

 

            “งั้นเราเข้าไปข้างในกัน”

 

            .

            .

            .

 

 

           

 

_____________________________________________________________________________________

[Forget Me Not]

 

เอาไปกรุบกริบๆก่อนแล้วกันเนอะ

สรุปว่าแทนี่มาแรงแซงคู่ยูลสิกแถมยังเบียดตกโค้งอีกต่างหาก 55555

แทยอนอยากมีลูกแฝดก็มีสมใจ ส่วนยูลสิกว่าไงคะ ไปทำกันอิท่าไหนล่ะนั่น ><

จะเห็นว่าแทนี่เป็นคู่ที่ไม่มีฉากเลิฟซีนไปมากกว่าการจูบกอดเล้าโลมกัน

เพราะเค้าอยากให้ทุกคนรู้ว่า ต่อให้ตัดเรื่องอย่างว่าไปไม่ว่ายังไงสองคนนี้ก็รักกันมากอยู่ดี

ตอนพิเศษนี้ก็เลยไม่ค่อยหวือหวาหรือมีอะไรมาก

แค่อยากให้ฟานี่มีโมเม้นครอบครัวน่ารักๆกับเค้าบ้าง

แต่ถ้ารีดเดอร์อ่านดีๆจะรู้ได้ว่าเค้าเริ่มทำการผูกปมปูไปเรื่องใหม่แล้ว 555

นิสัยไอรีนนี่ถอดแบบมาจากฟานี่หมดเลย เป็นแม่พระ~~

ส่วนเวนดี้นั้นได้ความแสบมาจากใครมิอาจทราบได้ หรือได้มาจากเดวิลอส?!!!

ยังไงก็ฝาก ฟิคGEMINI ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ   จิ้ม

ฝากติดตามด้วยน้า

 

 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

747 ความคิดเห็น

  1. #739 Moomin10 (@Jeeja10) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 12:53
    ตอนแรกนึกว่าซึลกิเป็นลูกของยูลสิก ที่ไหนได้ไม่ลูก 55555555
    #739
    0
  2. #624 คิม คิม (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:53
    แฮปปี้กันเลยนะ
    #624
    0
  3. #623 BOWSONE9 (@BOWSONE9) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:16
    ขุ่นพระโผล่มาอีกทีมีลูกแฝดเลยวุ๊ยแทนี่ ยูลสิกว่าไงตามทันไม๊ เมื่อไหร่ยัยนู๋จะมา รอยัยนู๋เลยนะเนี่ย
    พี่ยุนคนเดิมจะกลับมาแล้วจิงอ่ะไรท์ รออออ^_____<
    #623
    0
  4. #622 Little Bear_SS (@taeny_1913) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:45
    โคตรรักฟิคเรื่องนี้เลยอ่ะ อ่านแล้วตกหลุมรักเลย เฝ้ารอวันที่ไรท์จะอัพฟิคตลอด เป็นฟิคที่อ่านแล้วครบรสอ่ะ ได้ทุกรสชาติ อยากให้ไรท์รวมเล่มอ่า จะซื้อเก็บไว้สักสองเล่มเลย ชอบ^_^ เป็นฟิคแนวแฟนตาซีที่อ่านแล้วไม่งง มีความสร้างสรรค์ทุกตอนเลย ดราม่าทีก็เล่นเอาน้ำตาแทบหมดตัว55555 บทจะฮาก็ฮาจนท้องแข็ง บทจะอบอุ่นโรแมนติกก็เล่นเอาซะบิดตัวจิกหมอนกันเลยทีเดียว>_< อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ นี่นับวันรอเลย~ สู้ๆนะคะไรท์ เค้าเป็นกำลังใจห้ายยย~~ อยากให้มีรวมเล่มค่ะ^^ รักนะคะ++++^_^
    #622
    0
  5. #621 leekumi (@leekumi) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:12
    แล้ว เยริ ล่ะ ไม่มาเกิดเหรอไรท์
    #621
    0
  6. #619 Serenity-TY (@Ty-first) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
    โหยยยย ทำไมอบอุ่นแบบนี้คะ -///-
    #619
    0