[Fic SNSD] ...The Miracle... [TaeNy, YulSic]

ตอนที่ 63 : ▶The Miracle || Chapter 59 : แสงสว่าง VS ความมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ก.ย. 60

The Miracle || Chapter 59 : แสงสว่าง VS ความมืด
    Author : Forget Me Not

 

 

 

 

แสงสว่าง VS ความมืด

 

 

ท้องฟ้าเหนือดินแดนปีศาจทะมึนครึ้มไปด้วยเมฆหมอกที่บดบังแสงอาทิตย์ไม่ให้สาดส่องลงมาราวกับตกอยู่ในห้วงรัตติกาล เหล่าคณะเดินทางที่เหลือต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากทูร์รินปีศาจร้ายลูกสมุนของเดวิลอสกันอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมๆ กับที่พลังสีทมิฬขนาดใหญ่ถูกส่งพุ่งมายังพวกเธอไม่หยุด

 

 

“บ้าจริง! พวกมันตามมาไม่หยุดเลย ไปกินช้างกระทืบโลงกันมาจากไหนเนี่ย” ยุนอาร้องออกมาปนเสียงหอบ ไม่มีเวลาให้ตั้งตัวตั้งสติเลยให้ตายเถอะ

 

 

“อีกไม่นานพวกปีศาจต้องยกโขยงมากันหมดแน่ๆ เลยค่ะ ถึงคราวนั้นล่ะก็...” ซอฮยอนกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เห็นทีพวกเราคงได้เละกลายเป็นโจ๊กกันแน่

 

 

“เอายังไงกันดี” ยูริคิดหาทางออกไม่ได้สักที เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่าไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เธอต้องปกป้องเจสสิก้ากับทิฟฟานี่ให้ถึงที่สุด ถึงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตของเธอก็ตาม แต่ทั้งสองคนต้องปลอดภัย

 

 

“ทางนี้พวกข้าจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง เจ้าพาสิก้ากับฟานี่หนีไป” ซันนี่ตัดสินใจเองเสร็จสรรพ ไม่ทันได้ให้ใครพูดอะไรเจ้าตัวก็ลงมือร่ายเวทลวงตาทันที

 

 

“ไม่ได้นะซันนี่ ซันนี่!” ทิฟฟานี่ร้องเรียกซันนี่พร้อมกับทุบบาร์เรียร์ใสที่พุ่งขึ้นมากั้นกลางระหว่างพวกเรา ไม่นานนักภาพของซันนี่ ยุนอา และซอฮยอนก็หายไป เหลือไว้เพียงภาพลวงตาที่เป็นป่าทึบเพียงเท่านั้น

 

 

ยูริจึงพาเจสสิก้ากับทิฟฟานี่ไปอีกทาง โชคดีที่ทางนี้ไม่ค่อยมีพวกปีศาจชุกชุมเท่าใดนัก ทั้งสามคนจึงหลบหนีพวกปีศาจกันได้อย่างสะดวก แต่เมื่อวิ่งหนีมาได้สักพักใหญ่ๆ ทิฟฟานี่ก็ค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง

 

 

“เจ้าเป็นอะไรไปหรือเปล่าฟานี่” ยูริถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าทิฟฟานี่หยุดเดินไปเสียดื้อๆ

 

 

“ข้าแค่คิดว่าเราควรกลับไปช่วยพวกนั้น” ทิฟฟานี่ก้มใบหน้าลงเนื่องจากรู้สึกผิดกับพวกเพื่อนๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเธอสับสนไปหมด เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่าเธอไม่ควรจะหนีเอาตัวรอดแบบนี้ เธอควรจะกลับไปช่วยพวกนั้น พวกเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไม่ใช่หรอ

 

 

“มันไม่ปลอดภัยฟานี่ พี่จะพาเจ้าไปอาณาจักรภูตหิมะเสด็จตาจะคุ้มครองเจ้าเอง อีกอย่างกำแพงน้ำแข็งที่กั้นระหว่างดินแดนจะต้องปกป้องเจ้าได้แน่ ที่นั่นจะปลอดภัยสำหรับเจ้า” เจสสิก้าบอก

 

 

“เปล่าประโยชน์...” ทิฟฟานี่ก้มลงมองดาบแห่งแสงในมือของตัวเองก่อนเงยหน้าสบตาพี่สาวฝาแฝด

 

 

“ถ้าหากข้าไม่กำจัดพวกปีศาจซะตั้งแต่ตอนนี้ ต่อให้เราหนีไปไกลสุดหล้าฟ้าเขียวสักแค่ไหน ยังไงสักวันพวกมันก็ต้องตามล่าหาตัวพวกเราจนเจออยู่ดี ไม่มีที่ให้พวกเราหนีได้อีกต่อไปแล้วสิก้า มีเพียงทางเดียวคือเราต้องเผชิญหน้ากับมัน”

 

 

“ฟานี่” เจสสิก้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา

 

 

“ข้าเป็นความหวังของทุกคนบนโลกนี้ เพราะฉะนั้นข้าจะหนีไปในขณะที่ทุกคนกำลังลำบากได้ยังไง ข้าต้องกลับไปที่นั่นเพื่อช่วยทุกคน”

 

 

“สงครามควรสิ้นสุดลงสักที” ทิฟฟานี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลรินออกมา

 

 

ได้ยินแบบนั้นเจสสิก้าก็ยื่นมือไปกุมมือของน้องสาวไว้ด้วยความเห็นใจ ส่วนยูริเองก็รู้สึกสะเทือนใจไม่ต่างกัน เพราะมันหมายความว่าทิฟฟานี่ได้ตัดสินใจเรื่องแทยอนอย่างเด็ดขาดแล้ว

 

 

“พี่รู้ว่ามันยากสำหรับเจ้า แต่เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ” สิ้นเสียงถ้อยคำปลอบประโลมนั้น ทิฟฟานี่ก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของพี่สาวแล้วปล่อยโฮออกมาทันที

 

 

ในยามนี้เธอทั้งอ่อนแอทั้งเปราะบางเหลือเกินทิฟฟานี่รู้ตัวดี ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีใครบังคับหรือเอ่ยปากเรื่องระหว่างเธอกับแทยอนทั้งนั้น ทุกคนต่างเคารพในการตัดสินใจของเธอ และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเธอตลอดมาไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม ต่อให้เธอจะเจอกับเรื่องราวร้ายๆ แค่ไหน เมื่อหันมองกลับไปก็จะพบเพื่อนๆ ทุกคนคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ ทุกคนดีกับเธอขนาดนี้ แล้วเธอล่ะ เธอจะกล้าเห็นแก่ตัวกับเพื่อนๆ ของเธอได้ยังไงกัน

 

 

... แต่การที่เธอเลือกทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วใช่มั้ย แล้วทำไมมันถึงได้เจ็บปวดเหลือเกิน ...

 

 

“ข้าขอร้องไห้อยู่อย่างนี้สักพักจะได้มั้ย” ทิฟฟานี่ซุกหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลลงบนไหล่ของพี่สาวจนแฉะชื้นไปหมด แต่เจสสิก้าก็ไม่ว่าอะไร ทั้งยังกอดตอบและปลอบประโลมน้องสาวอย่างอ่อนโยน

 

 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” เจสสิก้าเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือไม่ต่างจากน้องสาว

 

 

เมื่อไหร่กันที่ทวยเทพจะเห็นใจพวกเราสักที หรือท่านจะลืมไปเสียแล้วว่าพวกเราก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง มีความรู้สึก มีจิตใจ รักเป็น เจ็บปวดเป็นเหมือนกัน

 

 

“เจ้าควรจะลงนรกไปแล้ว!” ทูร์รินปีศาจลูกสมุนของเดวิลอสต่างหันมาทางซันนี่ด้วยความประหลาดใจ แต่เด็กสาวทำเพียงเหยียดรอยยิ้มเหมือนไม่รู้สึกยี่หระอะไรกับคำพูดนั้น

 

 

“พวกเจ้าคงจะผิดหวังกันมากสินะ” ซันนี่แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ท่าทางสงบเสงี่ยมเย็นใจผิดสถานการณ์ แต่แฝงไปด้วยไอพลังแปลกๆ ทำให้ยุนอากับซอฮยอนรู้สึกเกรงๆ กับพี่สาวตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก

 

 

“พี่ซันนี่จะน่ากลัวเกินไปแล้ว” ยุนอากระซิบกับซอฮยอนเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

 

 

“ไม่ผิดหวังเท่าไหร่หรอก” หนึ่งในพวกมันตอบพร้อมส่งเสียงหัวเราะในลำคอ “เพราะอีกไม่นานพวกเจ้าก็จะได้ไปลงนรกสมใจข้าแล้ว!”

 

 

สิ้นเสียงกลุ่มพลังมืดดำก็พุ่งตรงเข้าหาทั้งสามคนทันที แต่โชคดีที่ซันนี่สามารถสร้างบาร์เรียร์ไฟสีแดงโรจน์ห่อหุ้มพลังพวกนั้นไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะบังคับส่งมันกลับไปหาพวกปีศาจตามเดิม

 

 

“ไฟธรรมดาๆ ทำอะไรปีศาจชั้นสูงอย่างพวกข้าไม่ได้หรอก”

 

 

“แล้วถ้าเป็นไฟที่เกิดจากผู้ครอบครองกริชแห่งเปลวไฟล่ะ พวกเจ้าจะว่ายังไง”

 

 

“ไม่มีทางซะหรอก พวกภูตไฟมันสูญพันธุ์จากโลกนี้ไปหมดแล้ว” พวกมันหัวเราะลั่น ก่อนที่สองในห้าจะถูกเปลวเพลิงเผาผลาญจนร่างนั้นมอดไหม้ไม่เหลือแม้แต่ผุยผง สร้างความงุนงงปนโกรธเคืองให้กับพวกมันที่เหลือเป็นยิ่งนัก

 

 

“คงไม่มั้ง” ซันนี่ยกยิ้มพร้อมกับก้าวไปข้างหน้าอย่างท้าทาย นิ้วเรียวดีดดังเปาะจนปรากฏลูกไฟสองลูกเหนือมือขวาที่กำลังหมุนวนไปมา

 

 

“หน็อยแก!” พวกมันที่เหลือหันมาจ้องอาฆาตแค้นทันที

 

 

“ฆ่าพวกมันให้หมด!” หนึ่งในพวกมันประกาศเสียงดังก้อง ทำให้ทั้งสามคนเตรียมรับการจู่โจมที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาทีข้างหน้าทันที

 

 

“แล้วพวกเจ้าจะเสียใจ” ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสวยของซันนี่แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง ก่อนตั้งรับพลังชั่วร้ายที่พวกมันก่อขึ้นมา

 

 

เสียงปะทะกันของพลังดังกึกก้องไปทั่วป่า สายพลังสีแดง ฟ้า และน้ำตาลพุ่งฉวัดเฉวียนสกัดกั้นพลังทมิฬที่แผ่กระจายรอบบริเวณไปหมด ไม่นานนักป่าที่เคยปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบมากมายก็เตียนราบเป็นวงกว้างไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้างรุนแรงของทั้งสองฝ่าย

 

 

พลังแห่งอัญมณีแห่งสายน้ำโจมตีรุนแรงกวาดต้อนพวกทูร์รินให้หมุนวนอยู่ในลูกบอลน้ำขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศไปมา ราวกับจะให้พวกมันสำลักน้ำตายอยู่ในนั้น แต่เพราะซอฮยอนยังควบคุมพลังได้ไม่ค่อยดี ลูกบอลน้ำจึงแตกลงมาทำให้พวกปีศาจที่อยู่ภายในออกมาเป็นอิสระอีกครั้ง

 

 

พลังสีน้ำตาลของแหวนแห่งขุนเขาจึงพุ่งเข้าอัดร่างของพวกมัน จนปีศาจเสื้อคลุมค่อยๆ กลายเป็นหินตกลงมายังพื้นดิน ยุนอาถึงได้คลายพลังให้พวกมันกลับมาเป็นแบบเดิม เพื่อให้ซันนี่ได้ใช้พลังของภูตไฟสังหารพวกมันซะ

 

 

กริชแห่งเปลวไฟวาววับ ผมแดงเพลิงของซันนี่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นไฟสีแดงเจิดจ้า ก่อนจะลามไปทั่วร่างแล้วทวีความสว่างโชติช่วงท่ามกลางเมฆหมอกแห่งความมืด แส้พลังสีเพลิงถูกตวัดออกจากมือบางพุ่งเข้ารัดร่างปีศาจร้ายทั้งสาม จนพวกมันส่งเสียงหวีดร้องลั่นทรมาน ทันใดนั้นประกายไฟจากแส้เพลิงก็ลุกวาบเป็นกองไฟขนาดมหึมาโหมแผดเผาร่างพวกมันเป็นตอตะโกก่อนสลายหายไป

 

 

เหลือเพียงแต่กลุ่มควันที่ปรากฏให้เห็นภาพของผู้มาใหม่ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เบื้องหลังควันที่ค่อยๆ จางลง ซันนี่หรี่ตาเพ่งมองพร้อมสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดขึ้นมาถนัดตา

 

 

“เดวิลอส...” เสียงนั้นแผ่วเบาพอๆ กับเสียงหายใจ แต่ยุนอากับซอฮยอนอ้าปากค้างทันที

 

 

“เจ้านี่มันหนังเหนียวจริงๆ” เดวิลอสเว้นจังหวะปรบมืออย่างรู้สึกทึ่งในตัวของเด็กสาวตรงหน้า ก่อนจะเหลือบมองไปเห็นอาวุธที่เด็กสาวถือไว้ในมือ

 

 

“ดูสิว่าข้าเจออะไร นั่นมันกริชแห่งเปลวไฟ โอ้ มิน่าล่ะ เจ้าถึงไม่ตายที่ใต้ก้นปล่องภูเขาไฟสันหลังมังกรนั่น ที่แท้เจ้าก็เป็นลูกหลานเหลนโหลนของราชาภูตไฟนี่เอง” ฉับพลันรอยยิ้มร่าเริงราวกับคนบ้าก็เลือนหายไปจากใบหน้าของเดวิลอส เหลือเพียงร่องรอยความโหดเหี้ยมที่แม้แต่ซันนี่ยังอดที่จะหวั่นเกรงไม่ได้

 

 

“ข้าน่าจะฆ่าเจ้าให้ตายซะตั้งแต่เจ้ายังเป็นเด็ก!”

 

 

“กลัวว่าตัวเองจะสู้ไม่ได้หรือยังไง ถึงต้องรีบชิงฆ่าทุกคนตั้งแต่ยังเป็นเด็กกันหมด แกนี่มันเป็นจ้าวปีศาจที่น่าอเนจอนาถเป็นที่สุด!” ยุนอาตะโกนออกมาด้วยความเหลืออด ตั้งแต่พี่เจ้าหญิงฝาแฝดละ แล้วยังมาพี่ซันนี่อีก เดวิลอสนี่ยังไงมีปมหลังฝังใจอะไรกับเด็กมากมายหรือไงกัน

 

 

“ปากดีนักนะ นางภูต!”

 

 

พลังทมิฬพุ่งออกจากฝ่ามือเดวิลอสลอยเข้ากระทบกับกำแพงหินที่ยุนอาสร้างขึ้นมาอย่างจังจนแตกกระจายยับเยิน ซอฮยอนที่ตั้งสติได้รวดเร็วที่สุดจึงรีบสร้างกำแพงน้ำกั้นเอาไว้อีกชั้นได้ทันท่วงที

 

 

“จะไปยั่วโมโหมันทำไมล่ะคะ” ซอฮยอนแจกตาขวางให้ยุนอาไม่หยุด คนๆ นี้จะเล่นจะทำอะไรไม่เคยดูเวลาเลย ปรึกษากันบ้างก็ได้

 

 

“ก็มันอดไม่ได้นี่ มีอย่างที่ไหนผู้ใหญ่รังแกเด็ก แล้วอีกอย่างข้าก็ไม่ใช่นางภูตด้วย แต่ข้าคือยุนอา เจ้าหญิงรัชทายาทลำดับที่สี่สิบเก้าแห่งอาณาจักรภูตภูเขาต่างหากเล่า” ยุนอาชี้แจง

 

 

“จะเป็นใครก็ช่าง แต่วันนี้นี่แหละที่จะเป็นวันตายของพวกเจ้า!”

 

 

พลังทะมึนทะลุกำแพงน้ำของซอฮยอนตรงเข้าบีบคอเด็กสาวทั้งสามคนอย่างฉับพลันทันใด ไอสังหารร้ายกาจทวีความรุนแรงโดยที่ทั้งสามคนไม่สามารถต้านทานได้ จนในวินาทีที่ทั้งสามคนกำลังจะหมดลมหายใจ ยุนอาก็ใช้พลังเฮือกสุดท้ายของตัวเองแยกแผ่นดินที่เดวิลอสกำลังยืนอยู่ออกเป็นสองฝั่ง ผืนแผ่นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่นทำให้เดวิลอสไม่อาจรวบรวมสมาธิได้อีกต่อไป ซันนี่ ซอฮยอน และยุนอาจึงเป็นอิสระในที่สุด

 

 

“ฤทธิ์เยอะไม่เบา แต่ว่าพวกเจ้าต่อกรผิดคนแล้ว!” เดวิลอสกระตุกรอยยิ้มเหี้ยมก่อนจะระเบิดพลังรุนแรงออกมา ทำให้ผู้ครอบครองสมบัติแห่งภูตทั้งสามถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เพราะไอพลังสีดำยังคงกระจายอยู่รอบด้าน ทำให้ทั้งสามคนรู้สึกอึดอัดเหมือนสมองจะระเบิดและไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวไปไหนได้

 

 

จนกระทั่งเดวิลอสถือดาบใหญ่ย่างเท้าเข้ามาใกล้ยุนอาที่นอนนิ่งอยู่ใกล้ที่สุด เขามองดูเจ้าหญิงภูตผู้อวดเก่งสิ้นฤทธิ์ด้วยความรู้สึกสมเพช

 

 

ใบหน้ากล้ำกลืนความเจ็บปวด เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากจมูกเลอะเต็มใบหน้า ทว่าดวงตาสีน้ำตาลยังคงแข็งกร้าวต่อต้านเขาเหมือนไม่กลัวตาย ช่างน่าขันเสียอะไรอย่างนี้

 

 

“พวกภูตผู้หยิ่งทะนง” เดวิลอสพูดเสียงนุ่ม และใช้เท้าใหญ่เหยียบลงแนบหัวของเจ้าหญิงภูตภูเขาโดยไม่รู้สึกแยแสต่ออะไรทั้งสิ้น

 

 

“อวดเก่ง” ซอฮยอนและซันนี่ที่นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นดินไม่ห่างได้แต่มองภาพนั้นด้วยความเจ็บแค้นใจ

 

 

“คิดว่าตัวเองเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงศักดิ์กว่าใครอื่น”

 

 

“แต่ไม่ว่าจะสูงศักดิ์สักเพียงใดทุกชีวิตก็ต้องก้มหัวยอมศิโรราบให้แก่ข้า! จ้าวปีศาจเดวิลอสคนนี้!” เดวิลอสตะโกนเสียงดังกึกก้อง

 

 

“ไม่มีทาง...” ยุนอาฝืนพูดออกมา “แม้แต่ตัวแกเองยังไม่รู้ หรือรู้อยู่แล้วแต่แกล้งโง่”

 

 

เดวิลอสส่งเสียงหัวเราะเหี้ยมในลำคอ เท้าที่เหยียบลงบนหัวของเด็กสาวกดน้ำหนักลงให้มากขึ้นไปอีก

 

 

“เมื่อจ้าวปีศาจไร้ซึ่งความปรานี เหล่าอริไพรีจะกลับมา” ยุนอาพูดออกมาด้วยความเคืองโกรธ “มันเป็นคำทำนายวันตายของแก ปีศาจชั่วช้าอย่างแกคงไม่มีทางกลับตัวกลับใจได้แน่ แกไม่ได้ตายดีแน่เดวิลอส”

 

 

จ้าวปีศาจเดวิลอสเหยียดยิ้มหยันก้มลงมองเจ้าหญิงภูตปากเก่งพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

 

 

“ช่างน่าสมเพชในความกล้าบ้าบิ่นแต่ผิดที่ผิดเวลาของเจ้าเสียเหลือเกิน เจ้าหญิงภูตน้อยเอ๋ย มาดูกันเถอะว่าใครกันแน่ที่จะไม่ได้ตายดี!”

 

 

ดาบใหญ่ถูกง้างขึ้นหมายจะบั่นคอยุนอา ทว่ามันกลับถูกแช่แข็งชะงักค้างอยู่กลางอากาศด้วยพลังของใครบางคน เดวิลอสหันไปยังกลุ่มคนที่มาใหม่ทันที

 

 

“เจ้าหญิงเจสสิก้า!” ซันนี่อุทานออกมา

 

 

เจ้าหญิงน้ำแข็งผู้ทรงอำนาจกำมือแน่นอย่างข่มอารมณ์ ดวงตาสีน้ำตาลคมกริบปราดมองไปยังจ้าวปีศาจร้ายด้วยความโกรธ ลมเย็นเริ่มพัดโชยเข้ามาพลันอาการบาดเจ็บของทุกคนก็เริ่มทุเลา ก่อนที่สายลมจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุหิมะที่ปีศาจหน้าไหนก็ไม่อาจต้านทานความหนาวเหน็บทรมานนี้ได้ทั้งนั้น

 

 

“อยู่ให้ห่างจากเพื่อนของข้า!” เจ้าหญิงเจสสิก้าประกาศกร้าว แต่เดวิลอสกลับคลี่รอยยิ้มเหมือนนึกสนุกบางอย่างแล้วส่งเสียงจิ๊ปากอย่างน่ารำคาญหูออกมา

 

 

“โอ้ เจ้าหญิงเจสสิก้า หลานรักของข้า” เดวิลอสยังคงกดเท้าขยี้ลงบนหัวของยุนอา จนพี่สาวร่วมสาบานอย่างยูริทนดูไม่ไหว

 

 

“หน็อย ไอ้ปีศาจสารเลว!” ยูริที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันแทบถลาไปหาเดวิลอสถ้าหากทิฟฟานี่ไม่รั้งไว้ก่อน

 

 

“ไม่นะยูริ” ทิฟฟานี่ร้องห้าม

 

 

“แล้วดูนั่น เจ้าหญิงทิฟฟานี่ หลานสาวฝาแฝดที่หายสาบสูญไปนานแสนนานของข้าอีกคน นี่มันวันรวมญาติหรือยังไง” เขาหัวเราะเหมือนคนเสียสติแต่ยังคงไว้ซึ่งแววตาแห่งความเหี้ยมโหด

 

 

“ราชวงศ์มาเดนจะไม่มีวันจารึกชื่อคนชั่วช้าอย่างเจ้าไว้ในประวัติศาสตร์! ปล่อยเพื่อนข้าได้แล้ว!” แท่งน้ำแข็งนับร้อยแท่งพุ่งจ่อรอบกายจ้าวปีศาจคล้ายข่มขู่ แต่เขากลับไม่รู้สึกอนาทรร้อนใจเลยสักนิด ซ้ำยังหัวเราะเสียงเยียบเย็นจนทุกคนที่ได้ยินต่างพากันขนลุกเกรียว

 

 

“ได้สิ เจสสิก้าหลานรัก ข้าจะปล่อยตัวเพื่อนของเจ้าก็ได้” เท้าของเดวิลอสค่อยๆ ยกห่างออกจากหัวของยุนอา ก่อนจะก้าวถอยหลังไปทีละนิด จนกระทั่งถึงระยะห่างพอสมควรซอฮยอนก็รีบวิ่งเข้าไปพยุงยุนอาขึ้นมา แต่เจสสิก้าก็ยังคงจ้องมองจ้าวปีศาจร้ายอย่างไม่ไว้วางใจ ไม่รู้ว่าคราวนี้เขาจะมาไม้ไหนกันแน่

 

 

“ยังพอเดินไหวใช่มั้ยคะ ยุนอา”

 

 

“ไหว ข้ายังไหวอยู่” ยุนอาตอบพร้อมรอยยิ้ม แต่แล้วดวงตากลมโตของซอฮยอนกลับเบิกกว้างขึ้น

 

 

“ยุนอา ระวัง!” ซอฮยอนผลักยุนอาไปรวมกับทุกคนอย่างรวดเร็ว

 

 

แท่งน้ำแข็งที่จ่อรอบตัวเดวิลอสสลายไปพร้อมเสียงระเบิดตูมของพลังสีดำขนาดใหญ่ที่ตรงดิ่งใกล้เข้ามาหาทุกคน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แม้แต่เจ้าหญิงเจสสิก้าที่จับตาดูเดวิลอสอยู่ตลอดเวลาก็ยังช้าไป

 

 

แต่ทันใดนั้นบาร์เรียร์น้ำก็ถูกสร้างขึ้นปกป้องคุ้มครองทุกคนภายในเสี้ยววินาที ทว่ามันกลับไม่ได้สร้างคุ้มกันเจ้าของพลังแต่อย่างใด ร่างของซอฮยอนจึงถูกพลังกระแทกกระเด็นจนหมดสติท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนที่อยู่หลังบาร์เรียร์น้ำที่กำลังเลือนหายไป

 

 

ไม่มีเสียงร้องไห้ฟูมฟายใดๆ ออกมาจากใครทั้งนั้น ทุกคนยังอยู่ในอาการช็อกค้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่ไม่หาย

 

 

“ซอฮยอน!” ทุกคนร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันทันทีที่บาร์เรียร์สีฟ้าแตกสลายกลายเป็นละอองน้ำ ยุนอาวิ่งอย่างทุลักทุเลเข้าไปประคองร่างหมดสติของซอฮยอนเอาไว้ในอ้อมแขนของตัวเองทันที

 

 

“ไม่ๆๆ ตื่นขึ้นมาคุยก่อนซอฮยอน” ยุนอาตบหน้าเรียกสติเจ้าหล่อนเบาๆ ดวงตากลมโตจึงค่อยๆ ปรือขึ้นมาอย่างอ่อนล้าพร้อมกับเลือดสีแดงที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากมุมปาก

 

 

“เจ้าลืมสร้างบาร์เรียร์คุ้มกันตัวเองด้วยหรือไง ซอฮยอน” เจ้าหล่อนส่ายหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม

 

 

“ข้าจงใจค่ะ” ซอฮยอนตอบเสียงเบา

 

 

“ทำไม ความจริงเจ้าไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้นี่” ไม่ว่ายังไงยุนอาก็ไม่เข้าใจเหตุผลของการกระทำนั้นเลย

 

 

“พลังนั่นเข้ามาใกล้เกินไป ถ้าข้าสร้างบาร์เรียร์คุ้มกันข้าด้วยมันจะแตกทันที แล้วพวกเราจะตายกันหมด” ซอฮยอนกำมือยุนอาแน่น

 

 

“ข้าเลยต้องใช้ตัวเองเบี่ยงเบนทิศทางของพลัง...” ยุนอามองเลือดสีแดงไหลออกมาจากมุมปากของซอฮยอนไม่หยุด น้ำตาแห่งความเสียใจของยุนอาจึงค่อยๆ รินไหลออกมาเพราะรู้สึกผิดที่ไม่อาจช่วยเหลือเจ้าหล่อนได้เลย

 

 

“โธ่ ซอฮยอน” ยุนอาหลับตาลงปล่อยให้น้ำตารินไหลอาบแก้มช้าๆ

 

 

“...” ซอฮยอนได้แต่ส่งรอยยิ้มบางๆ ให้ยุนอา

 

 

“เจ้าจะไปขี่ม้าเพกาซัสกับข้าอีกใช่มั้ย” ยุนอาพยายามปรับโทนเสียงให้ดูร่าเริงและกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา แต่เธอกลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเสียงที่ออกมาจึงเป็นเสียงสะอื้นไห้และน้ำตาก็ยิ่งไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ “ข้าไม่ลืมสัญญาหรอกนะ”

 

 

“...”

 

 

ซอฮยอนไม่ตอบ เจ้าหล่อนทำเพียงส่งรอยยิ้มจางๆ ให้ ก่อนจะเอื้อมมือถอดกำไลสีฟ้าออกมาจากข้อมือของตัวเองแล้วยื่นให้เธอเอาไปถือไว้ อัญมณีแห่งสายน้ำส่องแสงสีฟ้าริบหรี่ หรือนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกให้เธอทำใจเสียที

 

 

“เก็บไว้ เจ้าจะได้ดูมันตอนที่เจ้าคิดถึงข้า” เสียงของซอฮยอนขาดหายไปเป็นช่วงๆ “หรือเจ้าจะมอบให้คนที่เจ้ารักสุดหัวใจก็ได้ มันจะปกป้องคนๆ นั้น”

 

 

ยุนอาส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา “ถ้างั้นข้าจะเอามันให้เจ้า มันจะได้ปกป้องเจ้าไม่ให้ไปไหนจากข้า”

 

 

ซอฮยอนทำได้เพียงยิ้มรับกับคำสารภาพรักของยุนอา แต่เธอคงซาบซึ้งกับมันได้อีกไม่นาน เวลาของเธอใกล้จะหมดลงแล้ว

 

 

“ซอฮยอนข้ามีอะไรสนุกๆ ที่อยากทำกับเจ้าเยอะแยะเต็มไปหมด ข้าจะพาเจ้าเที่ยวไปทั่วอาณาจักรภูตภูเขา เจ้าจะได้เห็นสัตว์แปลกๆ เจ้าจะได้กินผลไม้อร่อยๆ เราจะอยู่ด้วยกันที่นั่นอย่างมีความสุข”

 

 

“...” มีเพียงรอยยิ้มเปื้อนคราบเลือดบนใบหน้าของซอฮยอน

 

 

“ข้าสัญญาข้าจะไม่กวนประสาทเจ้าอีก ข้าจะดูแลเจ้าเอง ขออย่างเดียวเจ้าอย่าทิ้งข้าไปไหนเลยนะ นะซอฮยอนนะ”

 

 

“ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไปไหนยุนอา”

 

 

“ข้าจะอยู่กับเจ้า...” ซอฮยอนพยายามยกมือขึ้นชี้ไปที่หน้าอกข้างซ้ายของยุนอา

 

 

“ในนี้...”

 

 

มือบางร่วงผล็อยลงอย่างช้าๆ พร้อมกับยุนอาที่ซุกหน้าลงร้องไห้กับร่างของซอฮยอนด้วยความเศร้าโศกเสียใจ

 

 

“อย่าเสียใจกันไปเลย เพราะอีกไม่นานพวกเจ้าก็จะได้ตายตกตามนางกันไปทุกคน” เดวิลอสตะเบ็งเสียงหัวเราะลั่นเหมือนกับว่าชีวิตมนุษย์ไร้ค่าและการฆ่าคนตายเป็นเรื่องน่าสนุก ทำให้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดของเจ้าหญิงเจสสิก้าขาดผึงทันที เธอรู้สึกเหมือนมีใครเอาไฟมาสุมตัวเธอให้ร้อนรุ่มไปหมด และเธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าจะเป็นถึงจ้าวปีศาจผู้เหี้ยมโหดสักเพียงใดก็ตาม

 

 

“เจ้ามันชั่วช้าจริงๆ เดวิลอส ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ไม่มีวันเข้าใจคำว่ามิตรภาพและความรักของมนุษย์ เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะปีศาจอย่างเจ้ามันไร้หัวใจยังไงล่ะ แม้แต่คำว่าบาปบุญคุณโทษพวกเจ้าก็ไม่เคยสำนึกได้ พวกเจ้ามันมีแต่ความเกลียดชัง น่ารังเกียจ ปีศาจอย่างเจ้ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดี จงคอยดู ข้าเจสสิก้าคนนี้จะทำให้เจ้ารู้เองว่า การตายที่ไร้ค่าอย่างแท้จริงมันเป็นยังไง!”

 

 

ลมหนาวพัดวูบโชยมาอีกระลอกหากแต่คราวนี้กลับโหมรุนแรงกว่าเก่า จนคนที่อยู่ด้านนอกมองเห็นเพียงแต่พายุหิมะสีขาวล้อมรอบบริเวณที่เดวิลอสและเจสสิก้ายืนอยู่ ทั้งสองประจันหน้ากันดั่งศัตรูคู่อาฆาตที่จองล้างจองผลาญกันมาเนิ่นนานและต่างก็ไม่มีใครยอมใคร

 

 

“มาตายซะเถอะเจ้าหญิงน้อย” เดวิลอสแสยะยิ้มก่อนเอ่ยเสียงเยียบเย็น

 

 

“ข้าไม่ใช่เจ้าหญิงน้อย... ข้าคือราชินีเจสสิก้าแห่งอาณาจักรมาเดน!”

 

 

“งั้นก็ตายเสียเถอะองค์ราชินี!”

 

 

ออร่าฟรอสท์ปรากฏขึ้นในมือของเจสสิก้าพร้อมกับพายุหิมะที่แปรเปลี่ยนไปเป็นกำแพงน้ำแข็งขวางกั้นพลังชั่วร้ายที่ลอยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เสียงอึกทึกดังสนั่นไปทั่วทั้งแผ่นดิน แล้วพลังของทั้งสองก็แตกสลายหายไป แต่นั่นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

 

 

ท้องฟ้าสลัวแห่งดินแดนทิศตะวันตกแปรเปลี่ยนไปเป็นสีแดงฉานราวกับมีใครเอาโลหิตไปสาดไว้ บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบ หมอกควันจากการปะทะพลังกันเมื่อครู่เริ่มจางหายไปทีละนิด เบื้องหลังหมอกควันสีจางมีรอยยิ้มเหยียดจากจ้าวปีศาจผู้นึกสนุกและพอใจในคู่ต่อสู้ที่มีพลังสูสีกันอย่างเจ้าหญิงเจสสิก้า

 

 

“เก่งไม่เบา แต่ข้าไม่ออมมือให้เจ้าหรอกนะเจสสิก้า” จ้าวปีศาจยิ้มหยัน

 

 

“ก็ไม่ได้ขอสักหน่อย” เจสสิก้าสวนกลับทันควัน

 

 

พลังทะมึนที่เป็นดั่งเพชฌฆาตก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แต่เจ้าหญิงเจสสิก้าก็เร็วพอที่จะส่งแส้หิมะสีขาวไปบีบรัดมันไว้ ทันใดนั้นร่างของเธอก็กระตุกฮวบเนื่องจากพลังทะมึนใหญ่นั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นแส้ลามเลียมารัดข้อมือเธอไว้ในบัดดล แต่เมื่อออร่าฟรอสท์ตัดฉับลงแส้พลังนั้นก็หายไปทันที และพอเธอเงยหน้าขึ้นมาเดวิลอสก็หายไปเช่นกัน

 

 

“เจ้ากำลังจะทำให้น้องสาวกำพร้าพี่...” เสียงเยียบเย็นของเดวิลอสดังอยู่ด้านหลัง พร้อมกับดาบใหญ่ที่จ่อมายังลำคอของเธออย่างมีชัย

 

 

แต่ทว่า...

 

 

“วันนี้ไม่ใช่วันตายของข้า!”

 

 

สิ้นเสียงพลังสีขาวมากมายมหาศาลก็ปะทุออกจากร่างของเจสสิก้าผลักเดวิลอสกระเด็นไปไกล ดวงตาสีแดงฉานของเดวิลอสเบิกโพลงด้วยความตกใจอย่างสุดขีด เมื่อเห็นว่าดาบใหญ่ของตนถูกความเย็นกัดกินจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เช่นเดียวกับมือ แขน จนกระทั่งเกล็ดหิมะได้ลามไปทั่วร่างของเดวิลอสจนขยับตัวไม่ได้ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นอย่างทรมาน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงจ้องมองมาอย่างอาฆาตพยาบาทพร้อมกับพลังสีดำที่กำลังก่อตัวขึ้นในมือ

 

 

“ตายซะเถอะ!” เดวิลอสตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาลอย่างถึงขีดสุด

 

 

            พายุหิมะที่กำลังพัดอยู่รอบบริเวณหยุดลงอย่างฉับพลันทันใด ภาพการต่อสู้เบื้องหน้าฉายชัดขึ้นในดวงตาของทุกคนราวกับเป็นพยาน พลังสีขาวมากมายพุ่งผ่านตัวเจสสิก้าที่ยืนนิ่งมองพลังสีดำที่กำลังเคลื่อนใกล้มาหาตัวเองด้วยอาการสงบ ไร้ซึ่งความกลัวตายใดๆ

 

 

            “เจ้านั่นแหละที่ต้องตาย!”

 

 

            เจสสิก้าประกาศก้องพร้อมกับตวัดออร่าฟรอสท์ชี้สั่งพลังสีขาวให้วิ่งผ่านกลุ่มก้อนพลังสีดำจนสลายไป ก่อนจะพุ่งทะลุร่างจ้าวปีศาจเดวิลอสที่ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนให้กลายเป็นน้ำแข็ง จนกระทั่งเริ่มปริแตกและระเบิดออกในที่สุด แรงระเบิดซัดทุกคนที่อยู่ในรัศมีการต่อสู้กระเด็นไปคนละทิศละทาง

 

 

จ้าวปีศาจเดวิลอสตายแล้ว

 

 

แต่เสียงร้องลั่นทรมานแสนสาหัสยังคงแว่วอยู่ในโสตประสาทของทุกคน

 

 

ความเงียบกริบเข้าปกคลุมได้ไม่นาน เสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดก็ดังขึ้นอีกครั้ง ไอสังหารสีดำแผ่กระจายครอบคลุมรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว ปีกสีดำแผ่ขยายใหญ่ สองเท้าก้าวย่างเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมายังเจสสิก้าด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด

 

 

... เจ้าหญิงแห่งความมืด ...

 

 

“แทยอน...”

 

 

เจสสิก้าสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อเห็นแทยอนถือดาบแบล็คสตอร์มเข้ามาใกล้ทุกขณะ เรี่ยวแรงที่เคยมี อีกทั้งพลังมากมายมหาศาลเมื่อครู่ก็เหมือนถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เธอได้แต่ตะเกียกตะกายพยายามจะลุกขึ้นหนีไปแต่ก็ทำไม่ได้ จนกระทั่งเงาดำของแทยอนพาดผ่านเหนือตัว เธอถึงได้หยุดดิ้นรนหาทางหนี

 

 

“ไม่นะแทยอน!” ยูริตะโกนร้องลั่น

 

 

เจสสิก้าก้มหน้าลงยอมยอมรับความตายจากมัจจุราชที่กำลังจะประทานให้ในไม่ช้า เงาดาบแบล็คสตอร์มที่กำลังถูกเงื้อฉายชัดขึ้นเหนือพื้นดิน ก่อนที่เสียงกระทบกันของเหล็กจะดังกังวานขึ้น

 

 

เคร้ง! แสงสีทองอร่ามสว่างไสวดั่งรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ปรากฏพร้อมกับทิฟฟานี่ที่มาช่วยชีวิตเจสสิก้าไว้ได้ทันเวลา

 

 

ดวงตาคู่สวยของทิฟฟานี่สบลึกเข้าไปในดวงตาสีแดงว่างเปล่า ราวกับจะสื่อความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่มีให้ออกไปจนหมดสิ้น แต่แทยอนกลับทำเพียงจ้องมองมาอย่างอาฆาตแค้น พร้อมกับไอพลังสีดำที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

 

            “แทยอน... ได้โปรดฟังข้าสักนิด ข้าทิฟฟานี่ คนรักของเจ้าไง เจ้าจำข้าไม่ได้แล้วหรอ” ทิฟฟานี่พยายามเตือนสติแทยอน

 

 

เธอได้แต่หวัง หวังว่ามันจะมีปาฏิหาริย์ที่แทยอนจะกลับมาเป็นแทยอนคนเดิมอีกครั้งหนึ่ง เธอไม่อยากทำร้ายแทยอน ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องจมอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต

 

 

แทยอนเป็นคนแรกที่เธอรู้จักนับตั้งแต่เธอหลงมายังโลกใบนี้ ถึงแม้ว่าในตอนแรกแทยอนจะทำเป็นเย็นชากับเธอ แต่ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ท่วมท้นอยู่ภายในใจของแทยอนก็ทำให้เธอตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น แทยอนได้มาเติมเต็มในส่วนที่ขาดไปของเธอ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ และเป็นคนสำคัญที่เธอไม่อยากเสียไป

 

 

“ได้โปรดเถอะแทยอน”

 

 

แต่แล้วดาบแห่งแสงกลับถูกแบล็คสตอร์มตวัดวูบอย่างแรงจนเกือบหลุดจากมือ ตามมาด้วยการฟาดฟันใส่ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่ให้ทิฟฟานี่ได้ตั้งตัว

 

 

เจสสิก้าและคณะเดินทางที่เหลือจึงวิ่งเข้ามาช่วยทิฟฟานี่อีกแรง แต่วงเวทอาณาเขตสีดำของแทยอนถูกกางห้ามไม่ให้ใครเข้ามาช่วยเหลือขึ้นมาก่อน ทำให้ทิฟฟานี่ต้องรับมือกับแทยอนเพียงลำพัง

 

 

เสียงปะทะของดาบสะเทือนเลือนลั่น แบล็คสตอร์มดาบแห่งความมืดไล่ต้อนดาบแห่งแสงรวดเร็วรุนแรงไร้ซึ่งความปรานี ไอสังหารรุนแรงยังคงแผ่ซ่านจนเลือดกำเดาสีแดงสดไหลซึมออกจากจมูกของทิฟฟานี่ทีละนิดๆ เสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งแรงปะทะจากแบล็คสตอร์มยังมากมหาศาลแต่ทิฟฟานี่ก็ยังไม่ถอย ฉับพลันร่างบางก็ต้องหมุนตัวหลบแบล็คสตอร์มที่พุ่งฉวบเข้ามาฉิวเฉียด

 

 

แคว่ก! ผ้าคลุมไหล่สีขาวของทิฟฟานี่ขาดวิ่น ทว่าแทยอนกลับไม่สนใจด้วยซ้ำ สองเท้าย่ำลงบนผ้าคลุมที่ขาดก่อนจะกลับมารุกไล่ฟาดฟันทิฟฟานี่ดังเดิม

 

 

“แทยอนเจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆ หรอ”

 

 

ทิฟฟานี่ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพสะบักสะบอมยังคงพร่ำร้องเรียกสติแทยอนให้กลับคืนมาตลอดเวลา แต่แทยอนหาได้ฟังไม่ ปลายดาบแบล็คสตอร์มยังคงพุ่งเล็งมายังกึ่งกลางใจของทิฟฟานี่ไม่หยุด หากแต่เจ้าหล่อนกลับใช้ดาบเพียงป้องกันตัวเท่านั้น

 

 

“ใครก็ได้หยุดการต่อสู้นั้นที ใครก็ได้” เจสสิก้ามือเย็นเฉียบหัวใจเต้นรัวไปด้วยความกลัวขณะมองการต่อสู้น่าหวาดหวั่นระหว่างน้องสาวฝาแฝดกับแทยอน

 

 

คนหนึ่งเดิมพันการต่อสู้ด้วยชีวิต...

 

 

ส่วนอีกคนเดิมพันการต่อสู้ด้วยหัวใจ...

 

 

ถ้าเป็นเช่นนี้อีกต่อไปทิฟฟานี่คงต้องเพลี่ยงพล้ำถูกแทยอนสังหารในไม่ช้าแน่ เจสสิก้าสั่นสะท้านด้วยความกลัวไปทั้งตัว เธอไม่มีกะจิตกะใจมองดูภาพการต่อสู้ตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว มือบางยกขึ้นกุมใบหน้าปิดน้ำตาที่รินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยูริที่อยู่ข้างๆ กันจึงดึงเจ้าหล่อนเข้าไปกอดปลอบแนบอกไว้ไม่ห่าง

 

 

‘มีแค่สองคนนั้นเท่านั้นที่จะเป็นผู้หยุดการต่อสู้ครั้งนี้ได้’ ยูริคิด

 

 

เคร้ง!!! เสียงดาบทั้งสองเล่มกระทบกันดังก้อง หัวใจทุกคนหล่นวูบทันทีที่เห็นว่าดาบแห่งแสงถูกผู้ครอบครองมันยกขึ้นมากั้นดาบแบล็คสตอร์มที่อยู่ห่างจากคอตัวเองไม่ถึงคืบเกือบไม่ทัน ทิฟฟานี่พยายามดันแบล็คสตอร์มให้ออกห่างจากลำคอของตัวเองสุดแรง และในเสี้ยววินาทีนั้นแทยอนก็ชักดาบกลับอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ทิฟฟานี่เสียหลักเซไปทางด้านซ้าย ก่อนจะล้มลงกับพื้นพร้อมกับดาบแห่งแสงที่กระเด็นหลุดลอยออกไปจากมือ

 

 

“ไม่นะ!” เจสสิก้าหวีดร้องลั่นกับภาพที่เห็น ดาบแห่งแสงปักลงบนพื้นอยู่ห่างจากน้องสาวของเธอพอสมควร และต่อให้ทิฟฟานี่จะวิ่งไปหยิบมันขึ้นมาตอนนี้ ก็คงไม่ทันเสียแล้ว

 

 

ดาบแห่งความมืดเป็นผู้พิชิตดาบแห่งแสงสว่างในที่สุด แบล็คสตอร์มถูกตวัดยื่นมาจ่อลำคอระหงราวกับจะประกาศความพ่ายแพ้ของศัตรูทันที ทิฟฟานี่ได้แต่นั่งนิ่งสบลึกเข้าไปในดวงตาที่เปลี่ยนไปของแทยอน ใบหน้าเรียบนิ่งราวรูปสลัก ไร้ซึ่งแววตาอบอุ่นอ่อนโยนที่เคยมองมายังเธอเช่นทุกครั้ง

 

 

“แทยอน...” ดวงตาคู่สวยสั่นระริก หยาดน้ำตาใสค่อยๆ ไหลรินลงอาบสองพวงแก้มข้างยามเรียกชื่อนั้นออกมา

 

 

ดวงตาสีแดงดั่งโลหิตของแทยอนว่างเปล่า ไม่ได้รู้สึกอะไรต่อเสียงเพรียกหานั้นอีกต่อไปแล้ว มือข้างที่ถือแบล็คสตอร์มกระชับแน่น ก่อนง้างขึ้นเตรียมสังหารเหยื่อตรงหน้าในไม่ช้า

 

 

ทิฟฟานี่หลับตาลงเตรียมรับความตายจากมัจจุราชด้วยอาการสงบ น้ำตายังคงรินไหลด้วยความเสียใจ แทยอนไม่รีรอลงดาบในทันที แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ดาบนั้นกำลังจะตวัดไปยังคอของเจ้าหล่อนมันกลับหยุดกึกราวกับมีคนมาดึงเอาไว้

 

 

เมื่อเห็นว่าแทยอนไม่ยอมลงดาบสักทีทิฟฟานี่จึงลืมตาขึ้นมาช้าๆ แต่ภาพที่ได้เห็นนั้นกลับทำให้เธอนิ่งอึ้งไปหลายวินาที

 

 

แทยอนกำลังยื้อยุดฉุดแขนตัวเองให้ดาบออกห่างจากลำคอของเธออย่างยากลำบากโดยที่เธอเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เหมือนแทยอนกำลังสับสน ดวงตาสีแดงแปรเปลี่ยนเป็นสีนิลก่อนจะกลับมาเป็นสีแดงและสีนิลอีกครั้ง แล้วในที่สุดดาบแบล็คสตอร์มก็ถูกเหวี่ยงออกไปไกลด้วยน้ำมือของเจ้าของมัน

 

 

เกิดอะไรขึ้นกับแทยอนกันแน่... ทิฟฟานี่สบลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของแทยอน แล้วทันใดนั้นแทยอนก็ยิ้มอย่างระโหยโรยแรงออกมาบางๆ

 

 

“หยิบดาบแห่งแสงขึ้นมา” แทยอนบอกทิฟฟานี่ที่ยังคงงุนงง “เร็วเข้าฟานี่ เวลาไม่คอยท่าแล้ว”

 

 

“แทยอน เจ้ากลับมาแล้ว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาหาข้า” ทิฟฟานี่ผุดลุกขึ้นจะเข้าไปหาคนรัก แต่แทยอนกลับถอยห่างทันทีเมื่อเจ้าหล่อนเข้ามาใกล้ ซึ่งเธอไม่อาจเข้าใจได้เลย

 

 

“เจ้าฟังนะฟานี่ ปีศาจในร่างข้ากำลังกัดกินจิตใต้สำนึกของข้าไปทีละนิด และถ้ามันครอบครองจิตใจของข้าทั้งหมดเมื่อไหร่ ข้าจะกลับกลายเป็นปีศาจอีกครั้ง เจ้าเข้าใจที่ข้าบอกไปใช่มั้ยฟานี่” แทยอนพยายามอธิบายอย่างยากลำบาก และทิฟฟานี่เองก็ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่แทยอนต้องการจะบอกดีอยู่แล้ว

 

 

“ข้าจะคงอยู่แบบนี้ได้อีกไม่นาน”

 

 

“...” ทิฟฟานี่พยายามกลั้นน้ำตาแต่ก็ไม่สามารถทำได้

 

 

“เพราะฉะนั้นได้โปรดทำตามที่ข้าบอก”

 

 

“มันต้องมีหนทางอื่นสิ”

 

 

แทยอนส่ายหน้าแทนคำตอบ น้ำตาแห่งความโศกเศร้าของทิฟฟานี่ยังคงพรั่งพรูไม่หาย เธอเข้าใจที่แทยอนพูดทุกประการ ดาบแห่งแสงอยู่ไม่ไกล แต่การจะเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมานั้นไม่ง่ายเลย มันต้องมีหนทางอื่นสิที่จะทำให้แทยอนกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

 

ดูท่าแล้วทิฟฟานี่คงไม่มีทางทำตามที่เธอบอก แทยอนจึงเดินทุลักทุเลไปหยิบดาบแห่งแสงขึ้นมายื่นให้ทิฟฟานี่เอาไปถือแต่โดยดี แม้ว่ามันจะทำให้มือของเธอปวดแสบปวดร้อนจนเป็นแผลพุพองมากเพียงใดก็ตาม

 

 

“อย่าลังเลอีกเลย ข้าเลือกแล้วฟานี่ สงครามต้องยุติ ปีศาจต้องถูกกำจัดไปตลอดกาล...” แทยอนพูดออกมาอย่างยากลำบาก และคนฟังอย่างทิฟฟานี่ก็เจ็บปวดใจไม่ต่างกัน

 

 

“ได้โปรด สังหารข้าเถอะนะ”

 

 

“ไม่!” ทิฟฟานี่ส่ายหน้าไปมา “ข้าทำร้ายเจ้าไม่ลงหรอกแทยอน”

 

 

“เจ้าต้องทำทิฟฟานี่ เพราะถ้าหากข้ากลายเป็นปีศาจอีกครั้ง เจ้าจะไม่มีโอกาสแบบนี้เป็นครั้งที่สอง”

 

 

พลันมือข้างที่ถือดาบแห่งแสงของทิฟฟานี่ก็กระตุกตั้งขึ้น ปลายดาบหันจ่อไปยังทิศทางที่แทยอนยืนอยู่โดยที่เธอไม่สามารถควบคุมได้เลย ทิฟฟานี่จึงใช้มืออีกข้างห้ามไม่ให้ดาบแห่งแสงถูกดึงไปตามแรงที่แทยอนสั่ง แต่มันกลับไม่ได้ผล

 

 

“แทยอน เจ้าจะทำอะไรน่ะ” แทยอนส่งยิ้มจางๆ เป็นคำตอบแก่ทิฟฟานี่

 

 

“ไม่! ไม่นะแทยอน!! ไม่!!!!!”

 

 

ดาบแห่งแสงพุ่งสวบเข้าไปกึ่งกลางหน้าอกของแทยอนจนของเหลวสีดำทะลักไหลออกมา พร้อมๆ กับวินาทีที่ทิฟฟานี่ดึงกระชากดาบแห่งแสงออกจากร่างนั้น แต่ก็ไม่ทันการ ร่างของแทยอนที่ค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นทำให้ทิฟฟานี่ตกตะลึงไปชั่วขณะ

 

 

“แทยอน...” มือบางสั่นระริก จนดาบแห่งแสงหลุดมือตกลงข้างกาย

 

 

ท้องฟ้ามืดมัวค่อยๆ กระจ่างใส อาณาจักรวอร์ซอว์ ไม่ใช่อาณาจักรแห่งความมืดอีกต่อไป แม้แต่กองทัพปีศาจมโหฬารที่กำลังบุกเข้าโจมตีก็สูญสลายหายไปพร้อมกับอำนาจแห่งมนต์ดำ แสงสีทองเรืองรองของดวงตะวันในยามรุ่งอรุณฉายชัดขึ้นเหนือฟากฟ้า พร้อมเสียงโห่ร้องยินดีกู่ก้องทั่วอาณาจักร

 

 

ชัยชนะของมวลมนุษย์

 

 

ที่แลกมาด้วยการเสียสละ ความรัก และหัวใจของใครคนหนึ่ง

 

 

ทันทีที่สติคืนกลับมา ทิฟฟานี่ก็รีบวิ่งไปประคองร่างของแทยอนทั้งน้ำตาทันที “แทยอน ทำไมกัน ทำไมเจ้าต้องทำแบบนี้ ทำไม...”

 

 

เจ้าของชื่อปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก น้ำตาของหญิงสาวที่เธอรักสุดหัวใจและเคยให้สัญญาว่าจะไม่ทำเจ้าหล่อนร้องไห้อีกกำลังร่วงพรูตกกระทบบนหน้าของเธอราวกับเม็ดฝน

 

 

“ขอ.. โทษ” เลือดสีดำกระอักล้นเต็มปากของแทยอน “ขอโทษ... ที่ทำให้เจ้าเสียใจอีก”

 

 

หลังจากที่วงเวทสีดำแตกสลายหายไปทุกคนก็วิ่งเข้ามาหาทิฟฟานี่ทันที

 

 

“ฟานี่!” เจสสิก้าร้องเรียกน้องสาว

 

 

“พี่สิก้า พี่ต้องช่วยแทยอน พี่ช่วยแทยอนทีนะ ข้าขอร้อง” ทิฟฟานี่ร้องขอสิ่งที่เป็นไปไม่ได้กับพี่สาวฝาแฝด และเจสสิก้าเองก็ลำบากใจเหลือเกินที่จะพูดความจริงออกไป

 

 

“อย่า ถ้าทำอย่างนั้น.. สิก้า... จะตายแทนข้า” แทยอนบอกกับทิฟฟานี่ที่กำลังสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ไม่ว่าจะแทยอนหรือพี่สาวของเธอ เธอไม่ต้องการสูญเสียใครไปทั้งนั้น สวรรค์ช่างใจร้ายกับเธอเหลือเกิน

 

 

เสียงภูเขาไฟที่กำลังปะทุดังขึ้นสลับกับเสียงร้องไห้ของทิฟฟานี่ พื้นดินเหนืออาณาจักรแห่งความมืดกำลังสั่นสะเทือนเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะล่มสลายไปตามการสูญสิ้นของอำนาจมนต์ดำ

 

 

“ข้าฝาก... เจ้า ดูแล.. ฟานี่.. แทนข้าที” แทยอนหันไปหาเจสสิก้าที่น้ำตาเริ่มไหลลงมาอีกครั้ง

 

 

“ช่วยเติมเต็ม... ครอบครัว.. ที่ฟานี่ไม่มี...”

 

 

“เป็นพี่สาว... ที่ดี” ลมหายใจของแทยอนเริ่มขาดช่วง

 

 

“เจ้าไม่ต้องบอกข้าก็ทำอยู่แล้วแทยอน เจ้าไม่ต้องห่วงนะ ข้ากับยูลจะดูแลฟานี่เอง” แทยอนยิ้มรับคำตอบของเจสสิก้าอย่างโรยแรง

 

 

“อย่าจากข้าไปไหนเลยนะ” ทิฟฟานี่เช็ดคราบเลือดออกจากใบหน้าของคนรักอย่างเบามือ “อย่าทิ้งข้าไปไหน ถ้าไม่มีเจ้าข้าจะอยู่ยังไง”

 

 

“...”

 

 

“ถ้าไม่มีเจ้า ข้าก็ไม่รู้ว่าข้าจะอยู่ไปเพื่ออะไร เจ้าต้องอยู่กับข้านะรู้มั้ย เจ้าห้ามตายเด็ดขาดนะแทยอน เจ้าห้ามตายเด็ดขาดนะได้ยินข้ามั้ย”

 

 

“ข้าเสียใจ... ที่ไม่อาจมีชีวิต อยู่ปกป้อง... ดูแลเจ้าได้ตลอดไป”

 

 

แทยอนยกมือขึ้นแนบใบหน้างดงามของทิฟฟานี่ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา แล้วเช็ดออกอย่างนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มอันแสนเศร้าที่กลั้นความเจ็บปวดอย่างสุดความพยายาม

 

 

            “ข้าไม่อยากเห็น... เจ้าเสียใจ แต่เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อผู้คนที่รักเจ้า... ทั้งสิก้า ยูริ เพื่อนๆ หรือแม้แต่ประชาชนของเจ้า”

 

 

“...” ทิฟฟานี่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด

 

 

“อย่าเสียใจ.. กับการเลือกของข้าเลยคนดี”

 

 

“...”

 

 

“ทุกอย่าง.. ที่ข้าทำไป.. ก็เพราะ...”

 

 

“...”

 

 

“ข้า รัก เจ้า” มือที่กำลังแนบใบหน้าของทิฟฟานี่ตกลง พร้อมกับดวงตาสีนิลปิดสนิทไปตลอดกาล

 

 

“แทยอน!!!” ทิฟฟานี่ใจสลายร้องไห้ฟูมฟายกอดร่างแทยอนไว้แน่น

 

 

“ไม่จริงใช่มั้ยสิก้า ไม่จริงใช่มั้ย บอกข้าทีแทยอนยังไม่ตายใช่มั้ย”

 

 

“ทิฟฟานี่...”

 

 

เจสสิก้าโผเข้ากอดปลอบน้องสาวฝาแฝดแล้วร้องไห้ออกมาด้วยกัน การที่เจสสิก้าทำเช่นนี้ก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนมากพอแล้ว ทำไมกัน ทำไมเรื่องร้ายๆ แบบนี้ต้องเกิดกับเธอด้วย ทำไมเธอต้องเกิดมาเพื่อสูญเสียคนที่เธอรักอยู่ร่ำไป ทำไมสวรรค์ช่างใจร้ายใจดำกับเธอเหลือเกิน

 

 

“เราแต่งงานกันแล้ว.. เพราะฉะนั้นเจ้าจะมาทิ้งให้ข้าอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้ไม่ได้นะแทยอน” ทิฟฟานี่สะอึกสะอื้นแทบขาดใจ

 

 

“เจ้าเป็นคนรักประสาอะไร ทำไมเจ้าถึงทำกับข้าแบบนี้...”

 

 

“รู้ใช่มั้ยว่าข้ารักเจ้า ข้ารัก รักเจ้าเพียงคนเดียว รักจนข้าคิดว่าแม้แต่ชีวิตข้าก็ยอมสละให้เจ้าได้”

 

 

“ถ้าเธอทำอย่างนั้นจริงๆ ไม่คิดหรือไงว่าฉันจะเสียใจแค่ไหน”

 

 

“แต่ข้าก็ไม่อาจทนเห็นคนที่ข้ารักจากไปต่อหน้าต่อตาได้เช่นกัน เหมือนกับตอนที่ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะจากข้าไปยังโลกของตัวเอง แค่คิดว่าต่อจากนี้จะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าแล้วหัวใจข้าก็แทบสลาย...”

 

 

“ฉันก็ไม่ได้ไปไหนแล้วไง จะอยู่ที่นี่คอยกวนใจเธออย่างนี้ไปตลอดเลย แต่เธอนั่นแหละแทยอนอย่าเพิ่งเบื่ออย่าเพิ่งหนีฉันไปไหนก่อนแล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันคิดบัญชีกับเธอแน่”

 

 

“ข้าสัญญาที่รัก มันจะไม่มีวันนั้นแน่นอน”

 

 

“ไหนเจ้าสัญญากับข้าแล้วไง ว่าจะไม่หนีข้าไปไหน เจ้าเป็นคนบอกเองว่ามันจะไม่มีวันนี้เกิดขึ้น”

 

 

“แล้วทำไม ทำไมกันแทยอน...” ทิฟฟานี่เฝ้าถามคำถามเดิมๆ ทั้งน้ำตา

 

 

เสียงคำรามอึกทึกของภูเขาไฟดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ควันไฟพวยพุ่งเหนือท้องนภา ทุกคนต่างพากันหันมองไปยังภูเขาไฟสันหลังมังกรโดยพร้อมเพรียงกัน มีเพียงทิฟฟานี่ที่ยังอาลัยอาวรณ์กับร่างไร้วิญญาณของแทยอน หมอกควันพุ่งขึ้นปกคลุมอาณาจักรวอร์ซอว์จนมืดมิดกลายเป็นอาณาจักรแห่งความมืดอีกครั้ง

 

 

ฉับพลันพื้นดินก็สั่นไหวสะท้านสะเทือน สิ่งก่อสร้างทั้งหมดถล่มพังทลายไม่เหลือชิ้นดี แผ่นดินแตกแยกเป็นทางยาว เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวก้องไปทั่วทุกดินแดนดั่งวันโลกาวินาศ และในที่สุดที่ปล่องยอดภูเขาไฟก็ระเบิดลั่นพร้อมของเหลวร้อนสีแดงที่ปะทุออกมา

 

 

อาณาจักรแห่งความมืดกำลังจะล่มสลายในไม่ช้า

 

 

“ภูเขาไฟระเบิดแล้ว เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว อาณาจักรแห่งความมืดกำลังจะล่มสลาย” ซันนี่บอกกับทุกคน ยูริได้แต่ปลอบยุนอาที่ยังคงช็อกไม่หายอยู่ไม่ห่าง

 

 

ส่วนทิฟฟานี่ยิ่งแล้วใหญ่ เจ้าหล่อนไม่ได้ยินดียินร้ายด้วยซ้ำ ยังคงเอาแต่กอดร่างแทยอนไว้แน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง

 

 

“ฟานี่...” เจสสิก้าร้องเรียกน้องสาว แต่ทิฟฟานี่ยังคงนิ่งเงียบ

 

 

“...” ทิฟฟานี่หลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ ในขณะที่เจสสิก้าใช้สองมือประคองใบหน้าน้องสาวฝาแฝดให้หันมาทางตน ก่อนจะลูบหัวปลอบประโลมอย่างเช่นทุกครั้งที่เคยทำ

 

 

“กลับบ้านเรากันเถอะนะ” ทิฟฟานี่มองหน้าเจสสิก้าอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะก้มลงมองใบหน้าของแทยอนในอ้อมกอดของตัวเอง ถึงเวลาแล้วสินะ

 

 

... เวลาที่เราต้องจากกันชั่วนิรันดร์ ...

 

 

            น้ำตาแห่งความโศกเศร้าหยดลงบนใบหน้าแทยอนหยดแล้วหยดเล่า มือบางค่อยๆ ช้อนร่างของแทยอนขึ้นมาจุมพิตลงบนริมฝีปากสีซีดของแทยอนเหมือนครั้งแรกพบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผละตัวออกมาพิศมองภาพคนรักของตนอยู่เนิ่นนานราวกับจะให้ภาพนั้นตราตรึงอยู่ในหัวใจตลอดไป

 

 

... เจ้าจะอยู่ในใจข้าเสมอ แทยอน ...

 

 

 

           

 

_____________________________________________________________________________________

[Forget Me Not]

 

ยังคงยืนยันคำเดิม อย่าเอาระเบิดมาปาใส่บ้านเค้านะคะ

จะเป็นอึแมว ไข่เน่า ผักเน่าก็ห้ามปามาค่ะ แง้งงงง

เพราะเค้าก็เสียใจที่แทยอนกับซอฮยอนตายเหมือนกัน T^T

ในที่สุดสงครามก็สิ้นสุดลง แต่มันก็แลกมาด้วยการเสียสละของผู้คนมากมาย

บางครั้งความรักก็ไม่ใช่การได้ครอบครองซึ่งกันและกัน

เพราะสงครามไม่เคยปรานีใคร แค่ได้เห็นคนที่เรารักปลอดภัยและมีชีวิตอยู่ต่อไปก็เพียงพอแล้ว

แล้วก็ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้าย บทสรุปของเรื่องราวหลังจากนี้ทั้งหมด

ทั้งเรื่องของคณะเดินทาง ความรักของยูลสิก ยุนอา แล้วก็ทิฟฟานี่ 

ทั้งหมดจะใช้ชีวิตหลังสงครามกันยังไงต่อไป

ฝากติดตามกันต่อจนจบด้วยนะคะ ฮรืออออออออออ

ปล. เกือบลืมยัยหนูเยริเลย


ที่พามาฝากเนื้อฝากตัวเพราะเดี๋ยวยัยหนูกับเดอะแก๊งจะมาโผล่เร็วๆนี้แหละค่ะ

แต่จะมาในรูปแบบไหนนั้นขออุบไว้ก่อน แต่บอกเลยว่ายัยหนูไม่ธรรมดาแน่ อิอิ

มีคนเดาว่าเป็นน้องสาวสิก้า? นางจะมีน้องสาวเยอะเกินไปแล้วนะเฮ้ย

ยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องนะคะ แต่วนๆเวียนๆอยู่ใกล้ๆแถวนี้แหละค่ะ

เนี่ยใบ้ให้สุดๆแล้วว่าให้ดูจากหน้าเฉี่ยวๆชื่อแล้วก็สีผม

แล้วก็มีสปอยล์ชื่อยัยหนูโผล่ไปในเรื่องจิ๊ดนึงแล้วด้วย 

ยังงงอยู่ว่าไม่มีใครเอะใจหรืออ่านข้ามกัน แต่มันอยู่ในฉากNCมีคนอ่านข้ามด้วยหรอ 5555

ฟิคเรื่องนี้เป็นแนวแฟนตาซีก็เลยมีปมปัญหาเต็มไปหมด

บางทีเค้าอาจเฉลยไม่เคลียร์หรือใครงงมีคำถามอะไร สามารถถามได้เลยนะคะ

เดี๋ยวตอนหน้าเค้าจะมาตอบให้หมดเลยค่ะ

เจอกันตอนหน้าค่ะ The Miracle || Chapter 60ชั่วนิจนิรันดร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

747 ความคิดเห็น

  1. #702 :: FarFar FooFoo :: (@harpsweety) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 11:48
    ไรท์เตอร์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! จะจบแบบนี้ไม่ได้นะ ปวดตับ ปวดพุงไปหมด โอ๊ย ว่าตอนคริสตัลหน่วงแล้วมาตอนนี้แบบโอ๊ย.............. เศร้าแรง
    แทยอนนี่การสูญเสียที่2ของฟานี่ แต่ของน้องซอนับมั้ยอ่ะ เพราะดูไม่ได้ผูกพันกันเท่าไหร่ หวังว่าตอนหน้าอิพี่จะฟื้น ไรท์มาต่อเร็วๆนะ T___T
    #702
    0
  2. #610 Kimyeon (@Kimyeon) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:12
    ฮืออออ~ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยยย แทยอนจะกลับมาอีกอยู่ใช่มั้ยยย แทยอนจะฝื้นคืนชีพมาหาฟานี่ ใช่มั้ย? คิดถึงคริสตัล ให้นางกลับมาไม่ได้หรอ ||| ตอนหน้าๆจะมีRVVใช่มั้ย แร้วเยริเป็นใคร มาแต่งต่อไวๆนะคะ ไรท์เตอร์ใจร้าย
    #610
    0
  3. #606 Sunsu (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:06
    หนูเยริเป็นลูกสิก้าแน่ค่ะ หัวท้องมาตอนnc แน่นอน แต่ไรท์เกิน3การสูญเสีย ใจสลายเลย TT

    ปานี่ของเค้า อยากกอดปลอบ แล้วชุปชีวิตให้ท้งน้องซอแล้วก็แทยอน และแล้วก็มาถึงตอนสุดท้าย เป็นฟิคที่รอคอยมากสนุกเค้าชอบ ขอบคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้เศร้าจริง ตอนอ่านแบบ อ้าววววว ไม่เอาแบบนี้สิไม่เอาาาาา TT
    #606
    0
  4. #605 kittinla (@kittinla) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:00
    แทยอนนนนน น่าสงสารอ่าา กลับมาได้มั้ย

    เศร้าจัง แทยอนแม้ขณะที่โดนพลังอำนาจมืดของปีศาจเข้าครอบงำ

    ก้อยังไม่สามารถทำร้ายฟานี่ได้ลง ความรักที่แทยอนมีให้ฟานี่สามารถเอาชนะจิตมืดของปีศาจได้

    แทยอนกับฟานี่ เค้ารักกันมากมายจริงๆๆ


    สงสารฟานี่มากอ่ะ จะอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขได้ยังไง

    รู้นะว่าการเสียสละเปนสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่คนดีแบบฟานี่ก้อไม่ควรทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตนะ

    อยากให้ทั้งแทยอนและซอฮยอนฟื้นคืนมาได้จัง ทั้งเศร้า ทั้งหน่วงง


    รอติดตามตอนต่อไปนะคะไรท์ ^^
    #605
    0
  5. #604 youngchun (@060144) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:26
    เสียใจอ่าาาาสงสาร ฟานี่กับยุน
    ถ้าไม่ผิด เยริ ลูกยูลสิกชัว55555
    #604
    0
  6. #603 ออทิสติก (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:30
    เค้าทำใจมิได้ ไรท์ พะทัยร้ายมากๆ ถึงตอนนี้แล้วจุกเลยอ่าาา อยากให้พี่แทกะชอ กลับมา แต่ก็เข้าใจT^T .ที่ว่าเรึ่องหลังสงครามจบนั้น จะมีเยริเข้ามาเค้าขอเดาเลย "ยูลสิก!!!"(มั้งนะ)แหะๆ
    #603
    0
  7. #602 paantaeny (@paan-taetae) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 20:50
    เศร้าเวามากกกก แทยอนกับน้องซอ...... คือไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะทำไมฟ้าดินปีศาจถึงทำร้ายแบบนี้ เดาว่าเยริเป็นลูกแทนี่ค่ะ ฮ่าาๆๆ
    #602
    1
    • #602-1 Forget Me Not (@mew-katchy) (จากตอนที่ 63)
      31 มกราคม 2560 / 21:17
      บุญมีแต่กรรมบัง.. ผิดคู่แล้วค่ะ55555555555555555555555555
      #602-1
  8. #601 Serenity-TY (@Ty-first) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 13:18
    บางทีอ่านมาถึงจุดดราม่า เค้าแทบจะทำใจอ่านต่อไม่ได้เลยอ่าไรท์ จุก! ยิ่งพี่แทตายแบบนั้นยิ่งแบบม่ายยยยยย!!!!!
    ยังไงเค้าจะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #601
    1
    • #601-1 Forget Me Not (@mew-katchy) (จากตอนที่ 63)
      31 มกราคม 2560 / 21:15
      สิบแต้มให้กริฟฟินดอร์ ขอบคุณที่กลั้นใจอ่านจนจบตอนนะคะ T^T
      #601-1
  9. #600 iamkam .19 (@iamkm19) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 09:05
    ทำไมมันเศร้าแบบนี้อ่าาาา ไรท์ทำเค้านำ้ตาไหลแต่เช้าเลย ธรรมดาของสงครามก็ต้องมีคนตายใช่มั้ย ต้องทำใจใช่ป่าว หมดสงครามแล้วจะได้มีความสุขกันแล้วนะ
    #600
    1
    • #600-1 Forget Me Not (@mew-katchy) (จากตอนที่ 63)
      31 มกราคม 2560 / 10:11
      โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคนดี *ส่งพี่ยูลไปกอด*
      #600-1
  10. #599 BOWSONE9 (@BOWSONE9) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 08:15
    อ้าวววมี nc ด้วยอ่ะ??? ยัยหนูต้องไม่ธรรมดาแน่ มีอะไรมาเซอร์ไพรซ์มั๊ยยัยหนู
    #599
    2
    • #599-1 Forget Me Not (@mew-katchy) (จากตอนที่ 63)
      31 มกราคม 2560 / 10:07
      มีค่ะมี มาแบบวับๆแวมๆ ตอนที่48ค่ะ หรือว่าลิ้งก์เสียเปิดอ่านกันไม่ได้ 555
      #599-1
    • #599-2 BOWSONE9 (@BOWSONE9) (จากตอนที่ 63)
      2 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:54
      เจอแล้วอ่ะ ไม่วับๆแวบๆมั้ง ยาวอยู่. รู้เรื่อง555555
      #599-2
  11. #598 nj_yulyulk (@zatan543) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 06:52
    มีความดราม่าแต่เช้า ฮรือออ น้องซอกับแทแท เจ็บปวดแทนฟานี่สุดแล้ว แทยอนกับซอทำดีที่สุดแล้ว สงครามสิ้นสุดสักที
    #598
    1
    • #598-1 Forget Me Not (@mew-katchy) (จากตอนที่ 63)
      31 มกราคม 2560 / 10:08
      ยืนไว้อาลัยให้พวกนางแป๊บ T^T
      #598-1
  12. #597 kittinla (@kittinla) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 14:36
    รออยู่อย่างใจจด ใจจ่อ เลยคะไรท์ ^^
    #597
    0
  13. #596 黄美英 (@pee_pratthana) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 21:45
    รอน้ะไรท์
    #596
    0
  14. #594 gerre _888 (@gerre_888) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:09
    คงไม่ใช่มั้ง ทั้งฟานี่ สิก้าคงไม่เป็นไร
    #594
    0
  15. #593 nj_yulyulk (@zatan543) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 22:02
    เยริ? น้องสาวสิก้า?
    #593
    0
  16. #592 ZTAE98 (@PICH_112) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 20:12
    จะรอเสมอ~
    #592
    0
  17. #591 iamkam .19 (@iamkm19) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 15:55
    ฮื่อๆๆๆเค้ารอได้นะ สู้ๆนะคะไรท์
    #591
    0
  18. #590 Ty-first (@Ty-first) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 10:22
    รอรอรอรอรอรอรอรอรอรอ ติดตามค่าาาาาา สู้ๆๆๆ
    #590
    0
  19. #589 BOWSONE9 (@BOWSONE9) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 10:14
    ยัยหนูก็มากับเค้าด้วยเว้ยยย
    นานแค่ไหนก็จะรอนะไรท์ สู้ๆนะ คิดถึงจัง ^___^
    #589
    0