Colorblind { KRIS x SUHO ft. EXO }

ตอนที่ 5 : ● colorblind ● chapter ③ สิ่งที่เห็นกับความจริงที่เป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มิ.ย. 57



 月.23th of 6月 2014 : chapter3
 



 

เพนท์เฮ้าส์ขนาดสองชั้นบนคอนโดหรูย่านชานเมือง ดูโอ่โถงและกว้างขวางเกินไปสำหรับคนอย่าง..คิมจุนมยอน

 

ร่างเล็กเดินเข้ามาด้านในโดยใช้มือสัมผัสไปตามผนังของห้อง เขายังจำข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างได้เป็นอย่างดีว่ามันถูกจัดวางไว้ตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะบนโซฟาสีเทาตุ่นที่มีตุ๊กตาหมีตัวยักษ์นั่งกินที่ไปกว่าครึ่ง จุนมยอนจำได้ว่ามันทำท่าเหมือนกำลังดูทีวีตรงหน้า เขาจึงจุดยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งแล้วโถมกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เกือบเท่าตัวเองเอาไว้แน่น กลิ่นหอมจางๆบนตัวของมันเรียกความทรงจำบางอย่างให้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าความทรงจำสามารถถูกกระตุ้นโดยต่อมรับกลิ่นได้จริงอย่างที่นักวิจัยว่าเอาไว้ จุนมยอนไม่ได้ตั้งใจพิสูจน์หลักการนั้น แต่เขาสามารถมองเห็นภาพความหลังเป็นฉากๆจากกลิ่นเหล่านั้นได้จริง และไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกความทรงจำนั้นทำร้ายเข้าให้แล้ว จุนมยอนยังคงยินดีโอบกอดมันไว้กับตัว เหมือนที่กำลังร่ำไห้กอดตุ๊กตาหมีเอาไว้ โดยที่มันช่วยอะไรเขาไม่ได้แม้แต่การปลอบโยน แต่อย่างน้อยที่สุด..มันก็ช่วยเป็นที่พักกายให้เจ้านายหลับไหลผ่านคืนวันอันโหดร้ายไปได้อีกวัน

 

เช้าวันรุ่งขึ้นที่ควรดำเนินไปเหมือนเช่นเคย หากแต่เมื่อจุนมยอนเปิดประตูห้องออกไปตอนเจ็ดโมงกว่า ร่างสูงใหญ่ตรงหน้ากลับทำให้ชีวิตประจำวันของเขาเปลี่ยนไป


 

“อ๊ะ..เอ่อ…” หากจุนมยอนจะเงยหน้าขึ้นมองสักนิด ก็คงจะเห็นสีหน้าเก้อที่อีกฝ่ายไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรดี คริสยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าห้องร่วมสิบนาทีได้แล้ว เขากำลังสับสน มึนงงว่าทำไมถึงได้เอาโจ๊กมาฝากเพื่อนข้างบ้านผู้พิการ แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าเอาอาหารเช้ามาให้หรือจะเดินกลับห้องตัวเองดี จุนมยอนก็เปิดประตูออกมาเสียก่อน โชคดีที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น ไม่อย่างนั้นคริสคงรู้สึกเสียหน้ามากกว่านี้แน่

 

“คุณ...คริสหรอครับ?” จุนมยอนจำกลิ่นอาฟเตอร์เชฟจางๆนี่ได้ มันมักอบอวลอยู่รอบตัวคริสเสมอ

 

“พอดี..คือ...จงแด....” คริสไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องทำตัวมีพิรุธขนาดนี้ด้วย หรือเพราะเขากำลังสับสน ในเมื่อตอนแรกตั้งแง่สงสัยอีกฝ่ายเสียมากมาย แถมยังพูดจาไม่ดีใส่อีกด้วย แล้วอยู่ดีดีจะมาทำตัวอยากสนิทสนมแบบนี้..บอกตรงๆว่าคริสเองรู้สึกเสียหน้ายังไงชอบกล

 

“กลิ่นหอมจัง” ชามโจ๊กอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กพอดี ไม่แปลกที่จุนมยอนจะรู้สึกถึงกลิ่นกรุ่นหอมของมัน

 

“เอ้อ..พอดีจงแดทำมาเยอะเกินน่ะ ผมเลยตักมาเผื่อคุณด้วย คุณคงทำอะไรทานไม่ได้ใช่ไหมล่ะ” จุนมยอนเงยหน้าขึ้นเพียงนิด แต่สายตาที่ทอดมายังคงไร้แวว นั่นทำให้คริสรู้สึกขัดใจเสมอที่ต้องมองดวงตาว่างเปล่าคู่นั้น

 

“คุณคริส!” เสียงจงแดแผดขึ้นทางด้านหลัง ดูจากสีหน้าก็รู้ว่ากำลังกังวลอย่างหนัก คริสมุ่ยหน้าใส่ ไม่เข้าใจว่าทำไมจงแดต้องมีปัญหากับการที่เขามาทำความรู้จักเพื่อนบ้านขนาดนี้ด้วย

 

“มากินโจ๊กด้วยกันสิจงแด” ...ไม่เว้นแม้แต่คนที่คริสไม่ได้เอ่ยชื่อ จุนมยอนเอียงคอทำหน้าสงสัยให้คนพูดเหมือนที่จงแดเองก็กำลังงงอยู่ คริสไม่ได้ใส่ใจแถมยังกวักมือเรียกผู้จัดการจากหน้าห้องของตัวเองให้เดินเข้ามาหา แล้วหันกลับมาบอกคนตรงหน้าด้วยว่า “ทานข้าวเช้าด้วยกันนะครับ”


 

นั่นเป็นประโยคเอาแต่ใจที่ดูมีมารยาทที่สุดเท่าที่จงแดเคยได้ยินมาแล้ว ตัวเขาเองไม่อยากเข้าไปรบกวนคุณเพื่อนบ้านหรอก เคยบอกแล้วว่าลำพังปัญหาของคุณเพื่อนบ้านก็หนักหนาพออยู่แล้ว แต่จะไม่ตามเข้ามาด้วยก็ไม่ได้ เพราะเขาต้องคอยคุมความประพฤติของคริสไม่ให้ทำตัวแย่ใส่คุณเพื่อนบ้าน ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเรื่องที่คุณเพื่อนบ้านเป็นอยู่เสียอีก


 

“หืม..ห้องคุณนี่เป็นระเบียบ เรียบร้อย แล้วก็สะอาดกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย” นั่นไง..จงแดคิดผิดเสียที่ไหน คริสก็แค่อยากรู้ว่าคุณเพื่อนบ้านใช้ชีวิตยังไงก็เท่านั้นเอง เขาล่ะอยากตบปากตัวเองที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับจุนมยอนได้จริงๆ อะไรคือการต่างคนต่างอยู่..ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน นี่พวกเขากำลังละเมิดสัญญาปากเปล่าด้วยตัวเองต่างหาก!

 

“แม่บ้านของที่นี่ทำงานดีจะตายไปครับคุณคริส ห้องคุณเองก็สะอาดนี่ครับ” คริสหันมาตีหน้ายักษ์ใส่จงแด คิดว่าเขาไม่รู้หรือไงว่าใครๆก็จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด เขาก็แค่อยากแหย่เพื่อนบ้านตัวเล็กนี่เท่านั้นเอง พอเห็นคริสมีท่าทีไม่พอใจ จงแดเลยหนีเข้าครัวไปอุ่นโจ๊กให้ทั้งคู่ โดยไม่ลืมขออนุญาตจากเจ้าของห้องก่อน

แน่นอน...เขามีมารยาทมากกว่าพ่อนายแบบเยอะ

 

“เดี๋ยวผมช่วยครับ”

 

“ไม่เป็นไรครับคุณจุนมยอน เดี๋ยวผมจัดการเอง” จงแดส่งยิ้มให้ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็นก็ตาม

 

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น….” จุนมยอนหันมาหาคริส ทำเอาคนตัวสูงตกใจเพราะงงว่าทำไมจุนมยอนถึงได้รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น แถมยังเอ่ยปากชวนเขาไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารด้วยกันอีกด้วย คริสลอบสังเกตจุนมยอนไม่วางตา ทั้งท่าทางการเดิน แววตาแน่นิ่ง หรือแม้แต่มือเล็กที่สัมผัสของทุกอย่างไปตามทาง


 

อา..คนมองไม่เห็นเขาอยู่บ้านกันแบบนี้เองสินะ


 

“ห้องใหญ่ขนาดนี้...คุณอยู่คนเดียวเองหรอ” ทันทีที่ลงนั่งบนฝั่งตรงข้ามกับเจ้าของห้อง คริสก็ถามขึ้นมาไม่ทันให้ได้ตั้งตัว สีหน้าจุนมยอนเลยหมองลงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงกดยิ้มให้อีกฝ่ายอยู่

 

“ครับ” คริสนั่งท้าวคางพลางขมวดคิ้วใส่คนตรงหน้า ถ้าจุนมยอนเห็นคงหมั่นไส้ทีท่านี้น่าดู

 

“มันไม่ใหญ่ไปสำหรับคุณหรือไง” จงแดได้ยินแล้วแทบอยากจะยกหม้อโจ๊กร้อนๆมาราดใส่คนพูดเสียจริง ทำไมคริสถึงได้ชอบพูดจาทำร้ายคนอื่นไม่เว้นแม้แต่คนที่ไม่สนิทกันด้วยนะ

 

“พอดีว่า...ตอนซื้อผมไม่ได้คิดว่าจะต้องอยู่คนเดียว…” จุนมยอนปิดท้ายด้วยรอยยิ้มเศร้า ถึงอย่างนั้นความสงสัยก็มีมากเกินกว่าจะคิดได้ว่านี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนเพิ่งรู้จักกันไม่ควรถามเลย

 

“อ้าว แล้วตอนซื้อคุณคิดจะมาอยู่กับใครล่ะ” คริสว่าจะแซวต่อว่าซื้อไว้อยู่กับแฟนหรือไง ก็พอดีกับที่จงแดรีบปรี่เข้ามาวางอาหารเช้าตรงหน้าทุกคน

 

“รีบทานตอนร้อนๆเลยครับ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย” ขัดจังหวะ...ถ้าจงแดไม่ทำแบบนี้ไม่มีทางที่จะปิดปากคนพูดมากอย่างคริสได้แน่ ถึงคริสจะรู้ว่าจงแดกำลังปิดทางเขาอยู่ แต่ก็โอเค..เห็นอีกฝ่ายทำหน้าลำบากใจแล้วก็ไม่อยากซักไซ้เหมือนกัน

 

“คุณจุนมยอนครับ..ผมขอโทษนะครับที่มารบกวนแต่เช้าเลย” จงแดพูดพร้อมเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างคริส

 

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณสำหรับโจ๊กนะครับ”


 

คริสขมวดคิ้วมุ่น คนตาบอดนี่ตักข้าวเข้าปากได้ง่ายขนาดนี้เลยหรอเนี่ย หรือเพราะเรากินข้าวกันอยู่ทุกวันก็เลยเกิดความเคยชิน


 

“อะ..โอ๊ย...ร..ร้อนๆ” ร่างสูงโวยวายขอทิชชู่ใหญ่

 

“คุณคริส! ทำไมกินเลอะเทอะแบบนี้ล่ะครับ!” จงแดว่าเข้าให้ ไม่เข้าใจว่าทำไมโจ๊กถึงได้เลอะเต็มปากพ่อนายแบบได้ แล้วนี่โดนลวกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเกิดหน้าเป็นแผลขึ้นมาเดี๋ยวได้กระทบกับงานถ่ายแบบอีก

 

“ม..ไม่เป็นไร ขอน้ำหน่อย”

 

“เดี๋ยวผมหาน้ำแข็งมาปะคบให้ดีกว่า คุณจุนมยอนพอจะมีคูลแพ็คบ้างไหมครับ” เจ้าของห้องทำเพียงแค่พนักหน้าให้แล้วบอกว่าอยู่ในตู้เย็น

 

“ไม่ต้อง..แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอกน่า” จงแดไม่รอช้า จับใบหน้าของคริสขึ้นมาสำรวจดู มันยังโอเคอยู่ มีแค่รอยแดงเล็กๆที่คาง เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก


 

คริสได้ข้อสรุปกับตัวเองแล้วว่า มันไม่ง่ายเลยที่จะหลับตาแล้วเอาโจ๊กร้อนๆเข้าปาก  หรือเขาจะลองไปฝึกเพิ่มดี เผื่อจะเกิดความเคยชินจนส่งอาหารเข้าปากได้แม่นยำอย่างคนตามองไม่เห็นดี


 

 

“...ใช้งานหนักเกินไปหรือไงจงแด คริสถึงได้หลับทั้งที่มีแอปเปิ้ลคาปากอยู่แบบนั้นน่ะ” จงแดถอนหายใจยาวใส่ช่างแต่งหน้าที่เดินมากระซิบกระซาบใส่เขา เธอจะเดินมาเติมแป้งกับเพิ่มอายไลเนอร์ให้ก็ไม่กล้าเข้าไปปลุก กลัวจะถูกพ่อนายแบบวีนแตกเหมือนครั้งที่แล้วที่ไปขัดจังหวะการคุยโทรศัพท์เข้าให้ จงแดต้องรีบเอามือปิดปากเธอไว้แล้วกระซิบตอบกลับไปว่าคริสไม่ได้หลับ แต่กำลัง....กำลังฝึกอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อเธอได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่

 

“เอ่อ ขอโทษครับ คุณจงแดเชิญทางนี้หน่อยครับ” จงแดจำได้ว่าเขาคือผู้ช่วยตากล้องจึงรีบลุกขึ้นเดินตามออกไปคุยด้านนอก

 

“ว่าอะไรนะครับ! อยู่ดีดีจะมาแคนเซิลกะทันหันแบบนี้ได้ยังไง”

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ทางผู้ใหญ่สั่งมา เอาเป็นว่าตามนี้นะครับ”

 

“ที่คุยกันไว้คือคริสถ่ายทุกชุดในคอลเลคชั่นนี้ไม่ใช่หรือไงครับ แล้วนี่ก็เป็นชุดเด่นด้วย อยู่ดีดีจะมาบอกยกเลิกง่ายๆได้ยังไงกัน..ผมจะไปคุยเอง”

 

“คุณจงแด..” เจ้าของชื่อถูกรั้งแขนเอาไว้ตอนที่กำลังจะเดินกลับเข้าสตูดิโอ

 

“ในฐานะที่เราร่วมงานกันมานาน คุณก็รู้นี่ว่าวงการนี้เป็นยังไง วงการนี้มันหมุนไปตามกระแส..อย่าลืมสิครับคุณจงแด” กระแสคริสอ่อนแรงลง..ทำไมเขาจะไม่รู้ แม้จะเป็นนายแบบดังแต่สมัยนี้ก็มีดาวรุ่งเข้าวงการไม่ได้ขาด ยิ่งคริสเรื่องมากเท่าไร ก็ไม่มีใครอยากร่วมงานมากเท่านั้น ถึงจะมีชื่อเสียงแต่ถ้าจ้างแล้วได้ไม่คุ้มเสียก็สู้ไปลองเอาเด็กใหม่มาปั้นไม่ดีกว่าหรือไง

 

“งานนี้เจ้าของแบรนด์สั่งมาเองโดยตรง พวกผมคงช่วยอะไรไม่ได้ ยากหน่อยนะครับช่วงนี้กระแสเด็กอื่นกำลังมาแรง ลองให้คริสไปจับงานแสดงดูสิ เผื่อจะได้มีงานโฆษณาติดต่อมาเพิ่มด้วย” จงแดยิ้มแห้งตอนถูกอีกฝ่ายตบบ่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนอย่างคริสถูกแย่งงาน ช่วงนี้มีเด็กใหม่กระแสแรงอยู่หลายคน ไม่แปลกที่ห้องเสื้อจะเลือกพวกคลื่นลูกใหม่ไฟแรงมากกว่าหน้าเก่าๆที่มีปัญหาเยอะอย่างคริส แต่เล่นมาถอดกันกลางงานแบบนี้ก็เหมือนหักหน้ากันชัดๆ

 


 

“หรือฉันควรจะออกจากวงการดี” จงแดแทบหักพวงมาลัยเสยฟุตบาทตอนได้ยินคริสโพล่งขึ้นมา

 

“คุณคริสอย่าคิดมากสิครับ ช่วงนี้เราก็ทิ้งงานที่เกาหลีไปก่อน แล้วไปรับงานนอกอย่างที่เคยทำไงครับ” คริสกรอกตา คนที่คิดมากน่ะไม่ใช่เขาหรอก แต่เป็นผู้จัดการต่างหาก  ทุกปัญหาที่เคยเจอก็ผ่านมาได้ด้วยดีตลอดเพราะมีจงแดคอยจัดการให้  ตอนนี้ปัญหาก็ไม่ได้แย่เท่าไร แค่ถูกถอดงานโฆษณาไม่กี่ตัว กับเลื่อนการถ่ายแบบไปอีกไม่กี่แบรนด์ คริสว่ามันก็ดีนะ มันทำให้เขาว่างพอจะหายใจหายคอทำอย่างอื่นได้บ้าง

 

“ช่วงนี้คุณคริสก็ช่วยทำตัวดีดีหน่อยนะครับ เราอาจจะเรียกงานคืนมาได้จากการเดินแฟชั่นโชว์สัปดาห์หน้า” คริสไม่ตอบ มีก็แต่เสียงถอนหายใจยาวของจงแด

 

 

คริสเบื่อวงการนี้แล้ว...เรียกว่าถึงจุดอิ่มตัวก็อาจจะถูก เขาเริ่มเข้าวงการตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก แล้วก็วางมือไปเพื่อเรียนต่อ พอเข้าวัยรุ่นก็มาจับงานถ่ายแบบอีกรอบจากคำชักชวนของผู้เป็นน้าที่อยากจะขยายบริษัทโมเดลลิ่งจากจีนมาเปิดสาขาที่ประเทศเกาหลี ไม่มีใครคิดว่าอยู่ดีดีความนิยมของคริสจะพุ่งพรวดขนาดนั้น อาจเป็นความโชคดีตรงที่เขาเป็นลูกครึ่งก็ได้ หน้าตาถึงได้มีความเป็นเอกลักษณ์ จนตอนนั้นใครๆก็ต่างแห่แหนเข้ามาเสนองานให้จนล้นมือ ผิดกับตอนนี้ที่เริ่มทยอยกันมาขอยกเลิกงาน

 

“จงแด..โทรแคนเซิลงานทั้งหมดของวันพรุ่งนี้ให้ที” คริสพูดทันทีที่กลับมาถึงห้อง

 

“ว..ว่าอะไรนะครับคุณคริส!” คนเป็นผู้จัดการเดินตามมาหน้าตาตื่น ยิ่งเห็นคริสทำเป็นไม่สนใจ เดินเข้าห้องนอนไปหน้าตาเฉย จงแดยิ่งร้อนรน

 

“อย่าให้ต้องพูดซ้ำซาก” คริสยังคงเมินเฉย ชายหนุ่มผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ แต่จงแดก็ยังตามไปยืนรออยู่ที่หน้าประตู

 

“แต่ว่า..จะไปทำอย่างนั้นได้ยังไงครับ ช่วงนี้คุณคริสยิ่ง….” เขาลำบากใจที่จะพูดว่างานของคริสเริ่มน้อยลง จงแดรู้ว่าทุกอย่างมันไม่แน่นอน ก่อนหน้านี้ยังโหมงานหนักไม่ได้พักอยู่เลย ช่วงนี้มีน้อยก็ดี เจ้าตัวจะได้พักผ่อน แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะเดี๋ยวนี้การแข่งขันในวงการสูงเหลือเกิน ต่อให้มีความโด่งดังเป็นเครื่องการีนตีก็ใช่ว่าจะสู้คนอื่นได้เสมอไป

 

“ทีพวกนั้นยังแคนเซิลฉันได้เลย ทำไมฉันจะเป็นคนแคนเซิลเองบ้างไม่ได้” จงแดอยากจะเอาหัวโขกประตูตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ตรรกะนี้เอาไปใช้ตอนที่คริสกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงใหม่ๆน่ะไม่มีปัญหาหรอก ต่อให้เรื่องมากแค่ไหนก็ยังมีคนตามง้ออยู่ แต่ตอนนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว..คริสไม่รู้หรือไง

 

“แต่คุณคริสครับ…”

 

“งั้นก็ไม่ต้องแคนเซิล แล้วคอยดูว่าพรุ่งนี้ฉันจะทำงานยังไงก็แล้วกัน” คริสเดินออกมาบอกตอนที่ทั้งตัวเหลือเพียงผ้าขนหนูคาดเอวเพียงผืนเดียว ชายหนุ่มเลิกคิ้วให้ผู้จัดการที่กำบัฝอ้าปากหวอ ไม่ใช่เพราะเห็นร่างกายเปลี่อยเปล่าของตนหรอกนะ แต่เป็นเพราะคาดการณ์ถึงสิ่งที่เขาจะทำในวันพรุ่งนี้ได้ต่างหาก คริสปิดประตูห้องน้ำลงเพราะจงแดคงได้คำตอบแล้วว่าควรจะทำยังไง

 

ยกเลิกก็ยกเลิก.. ดีกว่าปล่อยให้ไปทำเรื่องยุ่งวุ่นวายจนทำให้งานลดลงไปอีก

 

คริสออกมาจากห้องน้ำในกางเกงสีเทากับเสื้อยืดสีดำสนิท ลองตะโกนเรียกจงแดก็ได้รับแต่ความเงียบกลับมา สรุปได้ว่าวันพรุ่งนี้เขาว่างงานไปอีกหนึ่งวัน

ชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ที่เหลืออยู่แพ็คเดียวออกมาวางบนโต๊ะกลางห้อง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนจะกดรีโมทเปิดทีวีไล่ช่องไปเรื่อย จนมาหยุดยังช่องที่มักจะฉายภาพการเดินแฟชั่นโชว์อยู่เสมอ คริสดูอยู่ได้พักเดียวก็ลุกขึ้นหยิบกระป๋องเบียร์ติดมือกลับเข้าห้องนอนไปยังระเบียงด้านหลัง นั่นไม่ใช่พื้นที่สงบที่สุดของบ้าน เขายังคงได้ยินเสียงรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนด้านล่าง ทั้งยังมีเสียงแว่วของอะไรบางอย่างมาจากที่ไกลๆ วิวยามค่ำคืนทำให้เขาเพลินกับการมองแสงไฟทอประกายระยิบระยับอยู่ไม่น้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้านบนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแสงไฟเหล่านั้นช่างเหมือนกับประกายของแสงดาวเหลือเกิน แต่ท้องฟ้าค่ำคืนนี้ไม่ค่อยปลอดโปร่งนัก ไม่ค่อยมีดวงดาวปรากฎให้เห็นบนผืนฟ้าสีดำสนิทสักเท่าไร จริงๆเขาเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคืนที่เห็นดาวเต็มฟ้านั่นมันตั้งแต่เมื่อไร เพราะไม่เคยมีเวลาว่างพอมามองท้องฟ้าแบบนี้เลย เขารู้ว่าอาชีพนี้ให้อะไรแก่เขามากมายเหลือเกิน แต่ชื่อเสียงและเงินทองเหล่านั้นก็ได้พรากบางอย่างไปจากเขาด้วย ..มันพรากตัวตนที่แท้จริงของเขาไปตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่วงการ

 

คริสยกเบียร์ขึ้นดื่ม หางตาของเขาจึงเหลือบไปเห็นระเบียงข้างห้องที่ยื่นออกมาทำให้คิดถึงผู้อาศัยอยู่ในนั้น คิดถึงงั้นหรอ.. คริสขำอยู่คนเดียวเมื่อคำนี้ผุดขึ้นมา มันหน่อมแน้มเกินไปที่จะเรียกการนึกถึงว่าเป็นความคิดถึง จะว่าไปเขาไม่ได้เจอเพื่อนข้างบ้านคนนี้มานานเท่าไรกันนะ อาทิตย์ได้แล้วมั้ง...หรือว่าสองอาทิตย์ ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ระเบียงข้างห้องพลางเดาไปเรื่อยว่าอีกคนจะทำอะไรอยู่ เขาหัวเราะกับตัวเองอีกครั้ง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าดึกป่านนี้อีกฝ่ายคงทำอะไรไม่ได้นอกจากหลับไปแล้วแน่


 

"เฮ้ย!" คริสแผดเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาบางอย่างจากระเบียงข้างห้อง

 

"จุนมยอน!...นี่มายืนทำบ้าอะไรมืดๆแบบนี้เนี่ย เฮ้อ...ตกใจหมด" ร่างสูงยืนกุมหน้าอกตัวเองหลังใจหายใจคว่ำกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าจนแทบยืนไม่อยู่ มีเพียงไม่กี่เรื่องที่คริสกลัว...และสิ่งลี้ลับก็อยู่ในอันดับต้นๆที่คริสกลัวเชียวล่ะ

 

"ข...ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าไฟไม่ติด" คริสหันมองไฟห้องตัวเองแล้วหันกลับไปหาคนข้างห้อง ตั้งข้อสงสัยไปก่อนว่าไฟของจุนมยอนคงจะเสีย

 

"ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอนอีก" ร่างสูงถามก่อนจะยกเบียร์ขึ้นเดิม

 

"เอาหน่อยมั้ย" เขายกของในมือไปทางข้างห้อง จุนมยอนปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าให้

 

"ผมมาดูวิว"

 

"ดูวิว?...หะหะ" คริสขำ..ขำดังเสียด้วยนะ ก่อนจะเดินไปท้าวแขนกับระเบียงตรงหน้าพลางมองวิวไปรอบๆ แล้วถึงหันไปหาคนข้างห้องที่ยืนเกาะระเบียงอยู่เหมือนกัน

 

"นายเนี่ยนะ..มายืนดูวิว" คนตาบอดเนี่ยนะจะมาดูวิว คริสล่ะอยากหัวเราะให้ฟันหลุด ต้องขอบคุณหลอดไฟห้องตัวเองที่พอจะสว่างไปถึงห้องด้านข้างได้ เขาจึงพอมองเห็นสีหน้าของจุนมยอนตอนที่กำลังยืนหลับตาเชิดหน้ารับลมที่กำลังโชยมาอย่างแผ่วเบา

 

"วิวสวยดีนะครับ" คริสสะดุ้งตอนที่อีกคนลืมตาขึ้นแล้วหันมามองเขาพอดี

 

"พูดอย่างกับตัวเองมองเห็นอย่างนั้นแหละ" เขากระดกเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง


 

ในตอนที่ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างเขากับคนข้างห้อง คริสลังเลที่จะหันไปหาเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังคงมองตนอยู่หรือเปล่า ทั้งที่รู้ว่าจุนมยอนมองไม่เห็น แต่ความรู้สึกนั้นก็ยังสลัดไม่ออก เขาจึงได้แต่ยกเบียร์ขึ้นซดจนหมดกระป๋อง ถึงได้กล้าหันไปมองคนข้างห้องได้สำเร็จ ผู้ชายข้างห้องเลิกหันมาหาเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ คริสรู้แต่ว่าตอนนี้เป็นเขาเองที่กำลังจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา เขามองเห็นคนตาบอดปิดเปลือกตาสนิท คริสไม่เข้าใจ ทำไมคนที่ตามองไม่เห็นอยู่แล้วยังต้องหลับตาอีก และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นก็คือมุมปากที่กำลังยกยิ้มอยู่ คริสไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้จุนมยอนมีความสุขนักหนา

ความสงสัยนั้นมาพร้อมกับการกระทำเดียวกัน คริสหลับตาลง ปล่อยกาย ปล่อยใจ รับลมที่โชยมาปะทะใบหน้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอบางอย่างที่พัดผ่านไป มันไม่ใช่ไอเสียจากรถยนต์ที่วิ่งอยู่ด้านล่างทั้งยังไม่มีกลิ่นหอมอีกด้วย แต่กลับทำให้รู้สึกสดชื่นและปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยมาก่อน ประกอบกับเสียงลมพัดหวิวและเสียงของอะไรอีกก็ไม่รู้ที่คริสบอกไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วไม่ได้ทำให้รำคาญแต่อย่างใด กับเพลิดเพลินในการจินตนาการถึงสิ่งที่ได้ยินอีกต่างหาก


 

"มองไม่เห็นอยู่แล้ว ทำไมยังต้องหลับตาอีกล่ะ" จุนมยอนลืมตาขึ้นทันที เขาหันมาทางคริสที่ยังคงยืนหลับตาอยู่

 

"วิวที่คุณเห็น..ต่างกันไหมครับ" คริสค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา แสงไฟตรงหน้าพรากความสงบไปจากใจเขาทันที เขาหันมาหาต้นเสียง มองเห็นดวงตาใสฉายมาทางนี้ แต่เขาตอบไม่ได้ว่าเราประสานสายตากันอยู่หรือเปล่า

 

"ตัวคุณคงตอบได้ง่ายกว่าว่า..วิวตอนลืมตาหรือตอนหลับตา..สวยกว่ากัน" จุนมยอนหันกลับไปมองวิวด้านนอกระเบียงอีกครั้ง

 

"คนเรามักจะเลือกมองแต่สิ่งที่สวยงามอยู่เสมอ..ไม่ใช่หรือไงครับ"


 

คริสเห็น...เห็นสิ่งสวยงามจากรอยยิ้มของจุนมยอนที่ส่งมาให้ก่อนจะกลับเข้าห้องไป  หากแต่เป็นความสวยงามที่ติดตาติดใจเขาเหลือเกิน เพราะรอยยิ้มสวยบนใบหน้าเศร้านั้นส่งมาที่เขาได้พอดิบพอดีอย่างกับตาเห็น จุนมยอนเป็นคนแปลกที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นคนพิการทางสายตาเพียงคนเดียวที่คริสรู้จัก แต่เป็นคนสอนให้เขารับรู้และสัมผัสสิ่งต่างๆโดยไม่ใช้แค่ ‘ดวงตา’ เพียงอย่างเดียว...


 

วงการนี้สอนเขาอยู่เสมอว่า 'สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป'

บ่อยครั้งความจริงที่เป็นกับสิ่งที่เห็นก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน.. คริสหลงลืมมันไปได้อย่างไร

 





 月.23th of 6月 2014 : talk





ตอนที่แล้วบอกว่าเจอกันหลังสอบคือไรคะ!!

ครั้งนี้เอาจริงแล้วค่ะ จบตอนนี้แล้วเจอกันหลังสอบนะคะ ขอไปทำเพื่อชีวิตก่อน ฮึบ!
ตอนนี้เลยมาสั้นๆ(อีกแล้ว) เรื่องนี้ไม่น่าจะยาวค่ะ ปมน้อย คู่น้อย มะมีไรเบย

และเราขอยืมคำคุณซากุระกิมจิหน่อยนะคะ "จะแต่งจนจบแม้จะไม่มีคนอ่าน" ๕๕๕..

ช่วงนี้เค้าพีคเรื่องนี้มากอะค่ะ แต่งแล้วมันส์มือ อยากให้ทุกคนรู้ปมพี่จุนไวไว

ถึงจะไม่ค่อยมีคนอ่าน ไม่ค่อยมีคอมเมนท์ เราก็จะแต่งจนจบ ฮึบ!

 

★ คอมเมนท์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เก๊าด้วยนะ ★
 

ありがとう

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #82 Kr.JinseonHo (@Thekimjioun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 02:22
    ไรท์...ไหนว่าตะแต่งจนจบ 555 มาแต่งต่อเถอะค่ะ มีคนรออ่านอยู่แล้ว มันสนุกมาก เนื้อเรื่องน่าติดตาม อยากรูัอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับพี่จุนเยอะเลยยย
    #82
    0
  2. #81 Chenxiumin (@Chenxiumin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 07:45
    อยากอ่านต่อ
    #81
    0
  3. #80 apapplee (@apapplee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 23:42
    ง้อววว.. ไหนว่าจะแต่งให้จบงายย เค้ารออยู่นะๆ
    #80
    0
  4. #79 โชคเข้าข้าง (@allabout-eve) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 21:12
    พี่จุนน่าสงสารอ่ะะ โดนแฟนทิ้งแน่เลย มาต่อนะคะะ อยากรู้แหล่ววว
    #79
    0
  5. #74 TaynMalik (@tayn-malik) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 21:15
    พี่จุนดูเหมือนจะมัปมที่ เฮ้อ~~~ พี่คริสเป็นตัวสร้างสีสันชั้นยอกเลยยยย 55555
    #74
    0
  6. #70 thunderbolt (@vipimm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 17:59
    อยากรู้ปมของจุนมยอนเร็วๆ เหมือนจุนมยอนคงไม่ได้ทุกข์เรื่องตาบอด แต่ทุกข์เพราะความทรงจำที่มาพร้อมกันกับมันมากกว่า พอนึกภาพพี่จุนยิ้มแบะๆเศร้าๆแล้วจะร้องไห้ยังไงไม่รู้ววววววTvT เฮียก็ดูร้ายแบบกึ่งจะไม่ร้าย(?) เป็นพวกฟอร์มจัดแค่นั้นนั่นแหละ แต่จริงๆมุ้งมิ้งก็บอกกกกกกกก มีแอบทำตามเค้า แหมมมมมม่ แต่ขอโวยวาย เฮียทำจงแดลำบากตลอด หนูต้องอดทนนะลูกกกกกกกกกกก ฮรืออออออออ #โวยวายด้วยความเป็นเมนจงแดสุดฤทธิ์ 55555555555555555
    #70
    0
  7. #68 evevee (@natthanyakorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 21:36
    สู้ๆๆๆๆมาอัพพพพ
    #68
    0
  8. #67 mukari (@mikikaru) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 02:35
    สู้ๆนะคะ
    #67
    0
  9. #66 xxxkkwa (@tangfakkwa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 22:32
    เห็นพี่คริสพยายามลองหลับตาทำนู่นทำนี่แล้วน่ารักดีค่ะ ดูเป็นคนขี้สงสัยดี 55555
    พี่จุนมยอนดูมีปมอีกแล้ววว รอไรเตอร์มาอัพค่า
    #66
    0
  10. #65 *HoShi* (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 14:30
    ถ้าจะขี้สงสัยอะไรขนาดนี้นะ แนะนำว่าย้ายไปอยู่ห้องเดียวกันเลยดีมั๊ยคะ 5555
    #65
    0
  11. #64 แด้ดำ กะ อ้วนแจ (@jrren) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 00:19
    จุนจุนของแม่น่าสงสารจัง
    #64
    0
  12. #63 namiesname (@namiesname) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 23:38
    ทำไมถึงรู้สึกว่าจะหลงรักคริสตอนที่ทำอะไรไม่รู้ตัวเพื่อจุนมยอนกันนะ งื้ออออ มีไปเลียนแบบเค้าด้วยน่ะ ทำเอาจงแดปวดหัวอีกแล้ว 555 

    กำลังรอปมของจุนมยอนให้ถูกคลายอยู่นะ รออย่างใจจดจ่อ ไฟติ้งนะครัชช!!!
    #63
    0
  13. #62 Pat (@pp-225) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 23:18
    ทานอาหารเช้าด้วยกันก็เป็นการเริ่มต้นทีดี
    อาชีพอยู่ในช่วงขาลงแบบนี้ ก็ยิ่งมีเวลาทำความรู้จัก
    คุณข้างห้องได้มากกว่าเดิมด้วยสิ ทีนี้ล่ะ...อิอิ..
    #62
    0
  14. #61 Taepearlz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 23:03
    พี่คริสกำลังจะตกหลุมรักจุนแล้วสินะ



    เขินมากจริงๆ >
    #61
    0
  15. #60 so so (@flog) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 21:52
    พี่คริส น่าเอ็นดูจัง 555 ดูเหมือนเด็กซนๆขี้สงสัย ถามโน้นนี้
    ถึงจะปากร้ายไปก็เถอะ (เครียดแทนจงแด) ส่วนพี่จุน พี่มีอะไรในใจป่าว
    ระบายกับคนข้างห้องก็ได้น่ะ เค้ากำลังเลียนแบบพี่อยุ 5555
    #60
    0
  16. #59 Faiyim (@wevivzaza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 21:38
    พี่คริส เริ่มสนใจพี่จุนแล้วอ่ะดอ่ อิอิ

    ตกลงพี่จุนเป็นไรแน่อ่ะ อยากรู้ปมเร็วๆค่ะไรท์ ><
    #59
    0
  17. #58 theblaxpsychosis. (@benpsycho) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 21:20
    พี่คริสอยากรู้จักพี่จุนมากกว่านี้ก็บอก ไม่ต้องทำมาเป็นเอาของไปให้ก็ได้ 555555555555555
    พี่คริสชอบถามคำถามทำร้ายจิตใจพี่จุนมากเลย อะไรจะะอยากรู้เรื่องของพี่จุนขนาดน้านนนน
    ตลกตอนพี่คริสฝึกหลับตากินแอปเปิ้ล 5555555555555 ว่างงานแล้วคงมาป่วนพี่จุนเพิ่มอีกล่ะสิ 
    #58
    0
  18. #57 Kh4723 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 21:10
    พี่คริส5555555555

    เป็นคนที่แบบว่า....ขี้สงสัยไปไหนคะ? 555555
    #57
    0
  19. #56 PARIINK (@pariink) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 18:49
    ชอบนิสัยการพาตัวเองเข้าไปหาจุนมยอนของพี่คริสเหลือเกิน
    ฮ่าาา เต็มไปด้วยความอยากรู้ สงสัย นะคะพี่คริสสสส คือน่าเอ็นดู
    คนอ่านก็อยากรู้ปมจุนมยอนไวไวเหมือนกันน~ แล้วนี่พรุ่งนี้หยุดงาน
    คุณคริสจะไปกวนคุณข้างห้องอะไรอีกรึป่าวคะ~~~
    #56
    0
  20. #55 PARIINK (@pariink) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 18:46
    ชอบนิสัยพาตัวเองเขาไปหาจุนมยอนของพี่คริส

    อย่างจริงจังงงง~ ฮ่าาา ด้วยความอยากรู้สงสัยที่มี

    มากนะคะพี่คริส~~ คนอ่านก็อยากรู้ปมของจุนมยอน

    ไวไวเหมือนกันนนน 



    #55
    0
  21. #51 DarThailand (@darthailand) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 09:39
    จุนมยอนจะเป็นคนที่มาเปลี่ยน อพค. ใช่ไหม
    ความอ่อนโยนของจุนทำให้นายเริ่มหลงรักแล้วใช่ไหมล่ะ 
    ว่าแต่ที่จริงแล้วจุนจะมาอยู่กับใครเหรอ?
    #51
    0
  22. #50 K i m L e e (@madamkimlee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 06:04
    พี่คริสเห็นสัจธรรมอะไรคะจากการยืนรับลมครั้งนี้ แล้วนี่ไม่ต้องไปทำงานแล้วนะ ว่างแล้ว ว่างพอจะกวนหัวใจคุณข้างห้องได้หรือยัง 5555

    นี่คงมีอะไรทำแล้วสินะ ...

    #50
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(