Colorblind { KRIS x SUHO ft. EXO }

ตอนที่ 4 : ● colorblind ● chapter ② ติดใจ-สงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 มิ.ย. 57



 木.19th of 6月 2014 : chapter2
 



 

“ผมบอกแล้วว่าเขาไม่สร้างปัญหาให้หรอก”

 

จงแดทำปากขมุบขมิบตอนถูกคริสโวยวายใส่ว่าทำไมไม่บอกเรื่องที่มนุษย์ลึกลับข้างห้องเป็นคนพิการ เขาแค่ไม่อยากให้คริสไปยุ่งวุ่นวายเหมือนที่เคยทำกับเพื่อนบ้านคนก่อนหน้านี้ ลำพังปัญหาเจ้าตัวเองก็ลำบากจะแย่แล้ว ขืนมีคริสเข้าไปยุ่งด้วยอีก...ชีวิตคุณเพื่อนบ้านคงยุ่งเหยิงน่าดู

 

“บอกกันซะตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง!”

 

ไม่บอกหมดทุกเรื่องก็ผิดอีก...

 

“สรุปว่าคุณจุนมยอนไม่ต้องย้ายไปไหนแล้วใช่ไหมครับ”

 

“หมอนั่นชื่อจุนมยอนหรอ” คริสชักสีหน้าใส่ ทั้งที่เมื่อเช้าเจอหน้ากันแท้ๆแต่เจ้าตัวไม่ยักจะทักทายแถมยังไม่แนะนำตัวเองให้รู้อีก

 

“นายแน่ใจนะว่าเขาตาบอดจริงๆ” จงแดอยากจะเอามีดที่กำลังปาดเนยลงบนแผ่นขนมปังปักลงบนอกคนถามจริงๆ แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น เขาอือออตอบกลับคริสไปพลางยื่นขนมปังชิ้นนั้นให้อีกฝ่ายรับไปจัดการ ได้ยินเสียงคริสบ่นอะไรสักอย่างซึ่งเขาก็ทำหูทวนลมเดินไปที่ตู้เย็นหยิบผลไม้มาเตรียมปั่นให้ทั้งตัวเองและคนขี้บ่นดื่ม

 

 

คริสแค่ไม่อยากเชื่อว่าคนชื่อจุนมยอนคนนั้นจะตาบอด คนที่เดินเหินเหมือนคนปกติอย่างนั้นเนี่ยนะจะตาบอดมองไม่เห็นอะไร ให้จงแดมีแฟนให้ได้ก่อนเถอะเขาถึงจะเชื่อ อีกอย่าง..วันนั้นยังจ้องเขาตาไม่กระพริบอยู่เลย หรือเจ้าตัวจะอ้างว่าตาบอดเพื่อให้เขาสบายใจว่ายังไงก็มองไม่เห็นอยู่แล้วจะได้ปล่อยให้อยู่ต่อได้ ….หัวหมอชะมัด

แทนที่พอรู้ความจริงแล้วคริสจะปล่อยคนข้างห้องไป แต่เปล่าเลย..เขายิ่งคอยจับตาดูจุนมยอนมากกว่าเดิมเสียอีก ผู้ชายข้างห้องคนนี้มักจะออกไปไหนสักที่ตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะพวกเขามักสวนกันตรงหน้าลิฟท์ทุกวัน คริสออกไปทำงานแต่เช้าส่วนจุนมยอนเพิ่งจะกลับเข้ามา เช้าขนาดนี้ไม่รู้ว่าออกไปไหน โชคดีไปที่จงแดอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นคริสคงจะตามซักจนได้คำตอบไปแล้ว เดี๋ยวนี้เวลาอยู่พร้อมหน้ากันสามคนจงแดมักจะพูดกรอกหูว่า ‘อย่าไปยุ่งกับเขาเลยครับ..อย่าไปยุ่งเลย’ นี่คิดว่าคริสจะจับจุนมยอนมาต้มยำทำแกงหรือไง เขาก็แค่สงสัย..ไม่รู้สิ ก็แววตาแรกที่เคยได้สบกันมันบอกยากมากว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้มองเขาอยู่จริงๆ


 

นายแบบหนุ่มยืนพิงผนังลิฟท์อย่างคนหมดแรง ใครว่างานในวงการแสนสบาย คริสขอท้าให้คนพูดแบบนั้นมาลองอยู่หน้ากล้องทั้งวันทั้งคืนแบบเขาดู ร่างกายเมื่อยล้าจากการโพสท่าไม่พอ ยังปวดหัวปวดตาจากแสงแฟลชและการคิดท่าโพสอีกด้วย...คนหล่อเพลีย

เมื่อลิฟท์มาถึงชั้นที่หมาย คริสก้าวขาออกมาอย่างรวดเร็วเพราะอยากทิ้งตัวลงนอนเต็มที จงแดไม่ได้ตามขึ้นมาพร้อมกัน รายนั้นขอแวะร้านสะดวกซื้อข้างคอนโด เห็นว่าจะไปซื้อพวกเครื่องดื่มชูกำลังมาตุนไว้ แล้วก็ของง่ายๆมาทำอาหารเช้าสำหรับพรุ่งนี้ มีจงแดนี่ก็ดีเหมือนกัน..สารพัดประโยชน์กว่าที่คิด ในตอนที่คริสกำลังคิดว่าจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มเพื่อคลายความเมื่อยล้ามาทั้งวัน พลันหางตาก็มองเห็นร่างของเพื่อนบ้านยืนเก้ๆกังๆอยู่กลางโถงทางเดิน ก่อนจะนั่งลงไปหยิบของที่ตกอยู่บนพื้น คริสขมวดคิ้ว แทบไม่เชื่อสาตาตัวเอง เขาถึงกับยกมือขึ้นมาขยี้ตาแล้วเพ่งมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง ก็ยังคงเห็นจุนมยอนพยายามปัดป่ายมือลงบนพื้นเพื่อหาของชิ้นอื่นที่ยังอยู่บนนั้น ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้แล้วตามลงไปนั่งเก็บของที่ตกอยู่ด้านหลังเจ้าตัว

 

Rivotril

ยาอะไร…

 

คริสไม่ทันได้อ่านข้อความบนฉลากดี อีกคนก็หันหลังมาหาเสียก่อน จุนมยอนคงรู้ถึงการมาถึงของเขาได้จากเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงดึงมือเล็กที่กำลังเอื้อมมาให้รับซองยากลับไป


 

“ข..ขอบคุณครับ” จุนมยอนรีบใส่ยาลงไปรวมกันในถุง ก่อนจะลุกขึ้นโค้งศีรษะขอบคุณคนที่เข้ามาช่วย คริสอดที่จะขำขึ้นมาไม่ได้ เมื่อทิศทางการขอบคุณของจุนมยอนไม่ใช่ทางที่เขายืนอยู่เลยด้วยซ้ำ

 

“ฮัลโหล..ผมอยู่ทางนี้ครับคุณเพื่อนบ้าน” ทันทีที่ได้ยินเสียง จุนมยอนเลยรีบหันตัวมาอีกทางทันที ร่างบางยิ้มเขินทั้งอายและขายหน้ายังไงก็ไม่รู้ที่แสดงท่าทางแบบนั้นออกไป แต่ถ้าเขามองเห็นคริสกำลังโบกมือยิ้มทะเล้นมาให้ล่ะก็...จุนมยอนคงได้มีน้ำโหแทนแน่

 

“นี่..คุณเพื่อนบ้าน คุณป่วยอยู่ไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงไปไหนมาไหนกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ล่ะครับ”


 

จุนมยอนชักสีหน้าตอนได้ยินคำว่า ‘ป่วย’ ก่อนจะระบายยิ้มบางเมื่อคิดได้ว่าคริสเลี่ยงใช้คำว่า ‘พิการ’ ที่จะสามารถทำร้ายจิตใจเขาได้มากกว่า แต่เมื่อต้องมาคิดหาคำตอบของคำถามนั้นแล้ว จุนมยอนทำได้แค่เพียงหุบยิ้มลง..เอาแต่เม้มปากแน่น ปล่อยให้คริสได้แต่สงสัยในตัวของเขาหลายอย่าง คนที่ตามองไม่เห็นแต่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตามลำพัง แล้วยังชอบออกไปไหนมาไหนตัวคนเดียวอีกด้วย คริสสงสัยว่าจุนมยอนทำได้ยังไง  แถมเมื่อครู่ยังก้มเก็บของได้อย่างกับตาเห็น นี่เขาตาฟาดไปเองหรือจุนมยอนแค่บังเอิญก้มลงเก็บของได้พอดีกันนะ


 

“คุณเพิ่งเลิกงานหรอครับ”


 

คริสกรอกตา ทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่องแบบนี้ยิ่งมีพิรุธเข้าไปใหญ่ เขาเลยยื่นมือออกไปโบกตรงหน้าคนตาไม่ดีอีกที...จุนมยอนยังคงทอดสายตาแน่นิ่งอยู่ที่จุดเดิม ซึ่งไม่ใช่มือหรือหน้าของเขาแต่อย่างใด


 

“...ดึกแล้ว ผมขอตัวเข้าห้องก่อนนะครับ”


 

รู้ด้วยนะว่าดึกแล้ว ..ใช้คุณสิริบอกเวลาให้ฟังหรือไง


 

“เดี๋ยวก่อนสิครับ..คุณจุนมยอน” ชายหนุ่มก้าวยาวเพียงไม่กี่ก้าวก็สามารถยื่นแขนไปดันประตูไม่ให้เปิดออกอย่างใจเจ้าของห้องได้อีกครั้ง จุนมยอนทาบฝ่ามือลงบนบานประตูเป็นหลักยึดก่อนจะค่อยๆหันหน้ามายังต้นเสียง คริสไม่ชอบท่าทีแบบนี้เอาซะเลย การที่อีกฝ่ายไม่มองหน้าเขาเวลาพูดคุยกัน มันทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่สนใจกันสักเท่าไร

 

“ผมก็แค่เป็นห่วง กลัวว่าคนป่วยอย่างคุณจะเป็นอันตรายเวลาที่ไปไหนมาไหนคนเดียว” จุนมยอนยังคงนิ่งฟังเขาในท่าเดิม

 

“เว้นแต่ว่า….คุณไม่ได้ป่วยจริงๆ” คริสก้มตัวลงมาพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเบาหวิวข้างหู จุนมยอนหดตัวลงด้วยความตกใจ แต่คนตัวเล็กกว่าก็สร้างความตกใจให้อีกฝ่ายได้เช่นเดียวกัน คริสผงะเมื่อเห็นมือเล็กยกขึ้นมาอยู่ตรงหน้า พอเขายืดตัวขึ้นมือของจุนมยอนจึงวางทาบลงที่อกแทน ก่อนที่จะไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยจนหยุดลงที่ปลายคางของเขา

 

“คุณสูงขนาดนี้เลยเหรอครับ” คริสกระแอมเบาๆตอนที่จุนมยอนลดมือลงไปแล้ว

 

“เห็นคุณจงแดบอกว่าคุณเป็นนายแบบ ทั้งที่เป็นคนมีชื่อเสียงแท้ๆ..แต่ผมไม่รู้เลย ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ” คริสกระแอมอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของอีกฝ่าย

 

“ก็คุณมองไม่เห็นนี่ ไม่แปลกหรอกที่จะไม่รู้จักน่ะ”


 

จุนมยอนยิ้ม…


 

“ทีหลังก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวกลางดึกแบบนี้สิ..มันอันตราย คุณเองก็ไม่ได้ปกติเหมือนคนทั่วไปสักหน่อย” เขาเบี่ยงตัวออกมาจากหน้าประตูแล้วกอดอกมองอีกฝ่ายที่ยังคงระบายยิ้มบางมาให้

 

“..เข้าห้องไปได้แล้ว”


 

คริสไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเพราะอะไร บางทีเขาอาจจะคิดไปเองก็ได้ที่ก่อนจุนมยอนจะหันหลังกลับเข้าห้องไปพร้อมเสียงบอกราตรีสวัสดิ์นั้น….เขาได้สบตากันชั่วอึดใจ

 

.

.


 

“อ้าว...ยังไม่นอนอีกหรอครับคุณคริส” เจ้าของชื่อยังคงไม่ละสายตาไปจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือ จงแดที่เพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อเห็นแล้วก็ยิ่งแปลกใจ ปกติหลังจากโหมงานหนักติดกันมาหลายวัน คริสมักจะหมดสภาพหลับคาเตียงแทบจะทุกที บางทีเห็นเรื่องมากขนาดนี้..ถ้าวันไหนเหนื่อยสายตัวแทบขาดก็นอนมันได้ทั้งที่ยังมีเมคอัพติดหน้าอยู่นั่นแหละ แต่พอตื่นมามีแรงได้ก็ลุกขึ้นมาด่าจงแดเสียยกใหญ่ ที่ไม่ยอมปลุกมาล้างเครื่องสำอางออกก่อน ลำบากให้ต้องพาไปทำทรีทเมนท์เพราะกลัวสิวบุกหน้าอีก โชคดีที่วันนี้งานเสร็จเร็วกว่าทุกวัน คริสถึงได้ยังพอมีพลังไม่สลบคาเตียงไปเสียก่อน

 

“ทำอะไรอยู่ครับ” จงแดสงสัย อะไรที่เบนความสนใจให้คริสผู้อ่อนแรงยังไม่ยอมไปพักผ่อนได้อีก หลังจากนำของที่ซื้อมาไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ครัวแล้ว เขาจึงกลับมาชะโงกหน้าดูจากทางด้านหลังของโซฟาที่คริสนั่งอยู่

 

“นี่มันยาอะไรหรอครับ” ผู้จัดการหนุ่มสงสัยจนต้องชะโงกหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม นี่มันแปลกยิ่งกว่าเดิมอีกนะ ปกติคริสเป็นอะไรไปเป็นต้องรอบอกเขาให้พาไปตรวจหรือไม่ก็ไล่ลงไปซื้อยาตลอด

 

“นั่นสิ..นี่มันยาอะไรกัน”

 

“อ้าว” คริสทำเพียงแค่ยักไหล่ใส่อีกคน ก่อนจะกดลิงก์เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่อจงแดเห็นว่าเขาไม่ได้ป่วยเลยเดินกลับเข้าครัวไปลำเลียงเอาของเก็บใส่ตู้เย็น

 

“ริโวทริลใช้รักษาอาการป่วยในผู้ป่วยโรคลมชัก…”


 

หืม..นอกจากหมอนั่นจะตาบอดแล้วยังเป็นโรคลมชักด้วยเหรอเนี่ย


 

“ริโวทริล...เป็นยานอนหลับไม่ใช่หรอครับ” คริสหันขวับไปทางต้นเสียง เห็นจงแดกำลังวางเครื่องดื่มชูกำลังไว้ในตู้เย็น

 

“นายว่าอะไรนะ!?” เสียงที่แผดขึ้นมาทำเอาตกใจจนเกือบทำกระป๋องเครื่องดื่มหลุดมือ จงแดมองคริสหน้าซีด นี่พูดอะไรผิดหรือไง ทำไมคริสถึงได้ดุขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

“ก..ก็คุณคริสพูดถึงยาริโวทริลอยู่ไม่ใช่หรอครับ ผมเคยเห็นม๊ากินตอนที่เครียดจัดจนนอนไม่หลับ”

 

“ยานอนหลับ!” จงแดพยักหน้าถี่

 

“คุณคริสนอนไม่หลับหรอครับ” ถึงว่าทำไมป่านนี้ยังไม่ยอมเข้าห้องไปนอนอีก

 

“นายบอกว่าคุณน้ากินยานี่ตอนเครียดจนนอนไม่หลับ?” คนถูกถามพยักหน้ารัวอีกครั้ง

 

“คุณคริสเครียดหรอครับ ไม่สบายเป็นอะไรตรงไหนบอกผมได้นะ เดี๋ยวผมไปซื้อยาให้ หรือให้ผมโทรบอกพี่หมอดี” ไม่พูดเปล่า จงแดหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมรายงานคนเป็นหมอเรียบร้อยแต่กลับถูกคริสเบือนหน้าหนี

 

“คุณคริส!!” จงแดร้อนใจ กลัวว่านายแบบหนุ่มจะเป็นอะไรไปแล้วจะทำให้เสียงาน เขาเลยถลาตัวกะว่าจะมาเช็คอาการเสียหน่อย แต่คริสกลับยกมือขึ้นห้ามแล้วบอกว่าไม่ต้องยุ่ง


 

คริสไม่เข้าใจ… คนที่ตามืดบอดแบบนั้นจะนอนไม่หลับได้ยังไง ในเมื่อตามองไม่เห็น ก็เหมือนหลับตาตลอดเวลาอยู่แล้วนี่นา มันก็น่าจะหลับง่ายกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ ไหนจะเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันอีก จุนมยอนใช้ชีวิตอยู่คนเดียวโดยที่มองไม่เห็นอะไรเลยได้ยังไง

น่าแปลกที่พอคริสตั้งคำถามกับตัวเองว่าจุนมยอนใช้ชีวิตยังไง เช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ลุกขึ้นมาแต่เช้าเพียงเพื่อจะออกไปทำงานพร้อมคนข้างห้อง คริสกะเวลาผิดไป จริงๆก็ไม่รู้หรอกว่าจุนมยอนจะเข้าจะออกเวลาไหน รู้แต่ว่าไม่เกินเก้าโมงเช้าอีกฝ่ายจะกลับเข้าห้องเสมอ ตอนนี้เจ็ดโมงกว่าแล้ว แต่คริสยังอิดออดรีรออยู่หน้าลิฟท์ ทำเป็นลืมหยิบโน่นหยิบนี่ เดินเข้าเดินออกห้องอยู่หลายรอบ จงแดเบื่อที่จะรอลิฟท์จนต้องคอยเข้าไปกดปุ่มโฮลด์เพื่อให้มันเปิดรอพ่อนายแบบมากเรื่องเอาไว้ซะเลย


 

“ไม่ต้องลืมอะไรแล้วนะครับ นี่เลทมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วนะครับคุณคริส!” ทันทีที่ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าลิฟท์พลางชำเลืองมองห้องฝั่งตรงข้าม จงแดก็เข้ามาคว้าแขนเขาให้เข้าลิฟท์ได้แล้ว

 

“เช้าๆแบบนี้รถไม่ติดหรอกน่า” คริสเอาอะไรมาเถียง นี่มันชั่วโมงเร่งด่วนเลยต่างหาก!


 

ระหว่างที่เจ้าตัวกำลังยืนเซ็งทำหน้ามุ่ยเพราะอุตส่าห์รีรอให้เจอเพื่อนข้างห้องแต่ดันไม่เจอแล้วยังมาถูกจงแดบ่นใส่อีก ไม่พอ..ผู้จัดการตัวดียังเอาแต่บ่นจนลืมกดลิฟท์ชั้นที่จะลง ดีที่มีคนชั้นบนไม่กี่ชั้นกดลิฟท์ทิ้งไว้ ทำเอาคริสหัวเสียนักเข้าไปใหญ่เมื่อไม่มีใครเข้าลิฟท์มาทั้งที่กดเรียกแท้ๆ เขาระบายอารมณ์ด้วยการกดปุ่มปิดรัวๆ ก่อนจะกอดอกทิ้งตัวลงกับผนังด้านในสุดของลิฟท์ เช่นเดียวกันกับจงแดที่ยืนตัวหลีบหลบมุมอยู่ข้างในเพราะกลัวใจพ่อนายแบบเหลือเกิน

เมื่อลิฟท์เลื่อนลงมาด้านล่างไม่ทันไรประตูก็เปิดอีกครั้ง คริสระบายลมหายใจหนักในตอนที่กำลังจะเอื้อมมือไปกดปิดอีกรอบ แต่แล้วก็มีร่างหนึ่งค่อยๆก้าวเข้ามาด้านใน คริสรีบจับต้นแขนจงแดไว้ตอนที่สังเกตเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเอ่ยปากทัก

คิมจุนมยอนก้าวเข้ามายืนหน้าแผงปุ่มกด ประตูปิดลงก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสลงบนปุ่มนูนใต้เลขชั้น คริสลอบมองนิ้วอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ เขาไม่เคยสนใจปุ่มนูนแสดงอักษรเบรลล์นั่นเลย จนกระทั่งเห็นจุนมยอนลูบไล้มันอย่างตั้งอกตั้งใจ นายแบบหนุ่มมารู้สึกตัวอีกทีตอนถูกจงแดสะกิดแล้วพยักเพยิดหน้าไปทางเพื่อนบ้าน คริสยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเพื่อบอกให้จงแดเงียบเอาไว้ ไม่ทันไรร่างเล็กตรงหน้าก็ค่อยๆหันมา กระตุ้นจังหวะหัวใจของชายหนุ่มให้ถี่ขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ กลายเป็นเขาเองที่รู้สึกผิดกับการทำตัวลับๆล่อๆเพียงแค่ต้องการสังเกตการกระทำของจุนมยอนก็เท่านั้น


 

‘ชั้นห้าค่ะ...ประตูกำลังเปิดค่ะ’


 

สิ้นเสียงจากตัวลิฟท์ จุนมยอนได้เอื้อมมือไปวางบนประตูและค่อยๆก้าวออกไปเมื่อลิฟท์เปิดออก ทิ้งความสงสัยให้ผู้ชายสองคนที่เหลือว่าทำไมจึงมาหยุดลงที่ชั้นนี้ คริสเอามือไปกดปุ่มเปิดค้างไว้แล้วชะโงกหน้าออกไปดู ไม่เว้นแม้แต่จงแดที่ตามออกไปยื่นหน้าออกจากตัวลิฟท์เช่นกัน

คิมจุนมยอนก้าวเดินช้าๆออกไปทางขวา ตำแหน่งเดียวกันกับห้องของตัวเองแต่เป็นคนละชั้น เขาไม่ทันจะเดินถึงหน้าห้องดี..ประตูบานนั้นก็เปิดออกเสียก่อน ทำเอาทั้งคริสและจงแดเกือบดึงตัวกลับเข้ามาในลิฟท์แทบจะไม่ทัน ทั้งสองคนมองหน้ากันชั่วครู่แล้วต่างก็ค่อยๆกลับไปชะโงกหน้าที่ประตูลิฟท์อีกครั้ง ทันเห็นเพียงแค่แผ่นหลังของจุนมยอนที่หายเข้าห้องนั้นไป


 

“คุณเพื่อนบ้านของนายมาที่นี่ทำไมเนี่ย” จงแดขมวดคิ้วกลับไปแทนคำตอบ ก็มาด้วยกันแล้วยังแอบดูอยู่พร้อมกันอีก ถ้าคริสไม่รู้แล้วจงแดจะไปรู้ได้ยังไง ตอนแรกเขาก็เป็นห่วงนะ กลัวว่าจุนมยอนอาจจะกดผิดชั้นก็ได้ แต่พอเห็นว่าเจ้าของห้องนั้นดูจะต้อนรับการมาของจุนมยอนเป็นอย่างดี จงแดก็ไม่ได้ใส่ใจ เว้นแต่คริสนี่แหละที่ยังติดใจสงสัยอะไรมากมายก็ไม่รู้


 

คืนนั้นจงแดไม่ได้กลับมานอนที่ห้องคริส เพราะวันรุ่งขึ้นมีงานช่วงบ่าย จงแดจึงแยกตัวกลับเข้าบริษัทเพื่อช่วยผู้เป็นแม่สะสางงานและขอกลับไปพักผ่อนที่บ้านของตัวเองบ้าง คริสน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ดีเสียอีกที่ไม่มีผู้ปกครอง..เอ้ย..ผู้จัดการมาคอยคุมความประพฤติ อันที่จริงจงแดไม่จำเป็นต้องมาเฝ้าเขาหรอก เพียงเพราะที่นี่ค่อนข้างไกลจากบ้านของจงแด ยิ่งช่วงไหนมีงานเลิกดึกแล้ววันรุ่งขึ้นยังต้องออกแต่เช้า จงแดก็ยอมค้างที่นี่ให้คริสโขกสับเพื่อแลกกับการไม่ต้องอดหลับอดนอนจะดีกว่า

เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นคืนประกาศอิสรภาพอีกคืนหนึ่งที่คริสสามารถทำอะไรตามใจชอบได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เขาติดต่อใครให้มาร่วมฉลองการเป็นอิสระในคืนนี้ไม่ได้เลย ช่วงนี้แต่ละคนต่างมีงานล้นมือด้วยกันทั้งนั้น บางคนก็บินไปทำงานต่างประเทศ บางคนก็ติดคนอื่นอยู่ พอติดต่อใครไม่ได้มากเข้าคริสก็เบื่อแล้วโยนมือถือทิ้งลงบนโซฟา อยู่ตัวคนเดียวก็สนุกได้ไม่เห็นต้องง้อใคร เขาเดินเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อฮู้ดสีดำตัวเก่งกับหมวกอีกใบ ตอนนี้เพิ่งจะสามทุ่ม แต่ละแวกนี้กลับเงียบกว่าที่คิด คริสเดินสบายๆผ่านหน้าคอนโดไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น นึกขำตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ออกไปผับสังสรรค์กับคนคุ้นเคยในนั้น แทนที่จะมานั่งซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้ออยู่แบบนี้ คงเพราะนานแล้วที่ไม่ได้มานั่งทอดหุ่ยได้อย่างสบายใจและไม่มีสายตาใครมาจับจ้องให้อึดอัด
 

คริสหันไปมองชายสูงวัยที่เฝ้าร้านอยู่คนเดียว แกไม่มีท่าที่ว่าจะจำเขาได้เลยสักนิดเดียว ถึงแม้จะมีโปสเตอร์โฆษณาขนมเวเฟอร์ที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์ติดอยู่ตรงประตูก็ตาม หากเป็นเวลาอื่นคริสคงรำคาญใจที่ไม่มีใครจำตนได้ แต่ในเวลานี้มันกลับทำให้เขาสงบใจไปกับความเรียบง่ายอันห่างไกลจากชีวิตจริงของเขาเหลือเกิน การทำงานที่ต้องพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตาและไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขากลายเป็นเพียงสินค้าตัวหนึ่งบนหน้าหนังสือ บนรันเวย์ หรือแม้แต่บนหน้าจอทีวี มันไม่ได้แย่นักหรอก เพราะเขาเลือกเดินทางนี้เอง แต่เวลาคนเราโหมทำอะไรมากเข้าก็มักอยากจะกลับไปหามุมสงบเพื่อเติมพลังชีวิตให้กับตัวเอง อย่างตอนนี้ที่เขาเลือกนั่งซดของที่มีปริมาณมากกว่าสี่ร้อยแคลอรี่..ทำร้ายตัวเองชัดๆ แต่รู้สึกดีพิกล

ภายในร้านสะดวกซื้อเปิดเพลงร่วมสมัยคลอไปเบาๆ คริสนั่งฮัมเพลงไปพลางกระดกเบียร์ไปพลาง ขืนจงแดรู้จำนวนแคลอรี่ที่กินอยู่กลางดึกนี่มีหวังหูแฉะอีกแน่ ถึงคริสจะชอบวางอำนาจใส่ผู้จัดการส่วนตัวก็จริงแต่จงแดก็ไม่กลัวที่จะจู้จี้จุกกับเขาในเรื่องที่เกี่ยวกับงานด้วยเช่นกัน คริสทอดสายตาออกไปยังอีกฟากฝั่งของถนน แสงริบรี่กระจายไปทั่วสวนสาธารณะมองดูคล้ายดาวบนฟ้าอยู่ไม่น้อย จะว่าไปตั้งแต่ย้ายที่อยู่มาเขาเองก็ยังไม่เคยออกไปดูดาวตรงระเบียงเลย สงสัยต้องซื้อเบียร์ไปตุนไว้ชมดาวบนห้องต่อเสียแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินลุกไปหยิบเบียร์แล้วกลับห้อง กลับมีบางอย่างเรียกความสนใจให้ออกจากร้านไปทั้งที่ยังไม่ทันได้ซื้อเบียร์ด้วยซ้ำ


 

คิมจุนมยอนเพิ่งจะเดินผ่านไป..


 

คริสตัดสินใจเดินตามไปช้าๆ ระมัดระวังในทุกก้าวเพราะกลัวอีกคนจะได้ยินเสียงฝีเท้า ดึกป่านนี้จุนมยอนเพิ่งจะกลับห้อง ทำตัวไม่เหมือนคนตาบอดเลยสักนิด แบบนี้จะไม่ให้เขาติดใจสงสัยได้ยังไง

ร่างเล็กลากเท้าไปตามทางเดินที่มีพื้นผิวสัมผัสเป็นรอยนูนขึ้นมา เป็นช่องทางเท้าสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น ทั้งที่คริสสายตาดี แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเดินไปตามทางเดียวกันกับคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้า แถมยังเผลอปิดตาลงเพื่อลองให้พื้นนูนเหล่านั้นนำทางแทนการใช้ตามองอีกด้วย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันยากแค่ไหน คริสแทบจะไม่ได้ก้าวเดินไปไหน สองแขนเริ่มยกขึ้นเคว้งกลางอากาศด้วยกลัวว่าตัวเองจะเดินชนกับอะไรข้างหน้าเข้า เอาเข้าจริงเขาไม่เห็นว่าทางพิเศษนี้จะช่วยอะไรคนมองไม่เห็นตรงไหนเลย สุดท้ายก็ต้องลืมตาขึ้นมองทางอยู่ดี แล้วดูจุนมยอนสิ เดินนำหน้าลิ่วๆเข้าคอนโดไปแล้ว
 

คริสได้แต่ปล่อยคนตัวเล็กไป เขาก้มลงมองเส้นทางพิเศษตรงหน้าก่อนจะหลับตาลงแล้วลองเดินดูใหม่อีกครั้ง แต่ผลก็ยังเป็นเหมือนเดิม นั่นคือมันยากเกินไปสำหรับคนตาดีอย่างเขา



 

แล้วสำหรับคนตาไม่ดีอย่างจุนมยอน ...มันจะยากขนาดไหนกัน

 





 木.19th of 6月 2014 : talk





ใช้พลังหมดแล้วค่ะ..เจอกันหลังสอบ (6 ก.ค.) นะT T

ผ่านไปแล้วสองตอนแบบสั้นๆ ถ้าอ่านแล้วเบื่อกันก็ติได้เลยนะคะ เราพร้อมปรับปรุงเสมอ
ตอนนี้ข้อเสนออีกมุมหนึ่งของพี่คริสหน่อย จริงๆแล้วแกก็มีมุมน่ารักค่ะ ;)

 

★ คอมเมนท์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เก๊าด้วยนะ ★
 

ありがとう

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #78 โชคเข้าข้าง (@allabout-eve) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 21:02
    พี่เค้าเริ่มน่ารักแล้วค่ะ น่ารักตอนพยายามเลียนแบบคนตาบอดอ่ะะ มันยากใช่มั้ย เพราะฉะนั้นห้ามแกล้งนะ ถถถถถถถถถถถถถ
    #78
    0
  2. #73 TaynMalik (@tayn-malik) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 20:56
    พี่คริสแกน่ารักดีนะ อิอิ
    ตอนแรกกลัวว่าคุณคนข้างห้องจะมาสอดแนม แล้วนี่อะไร..ตัวเองนั่นแหละ ตามสอดเรื่องของเค้าเองง่ะ เอ่อ..แล้วพี่จุนนี่ ทำตัวน่าสงสัยนาาา หรือตาจะไม่บอด?
    #73
    0
  3. #54 *HoShi* (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 11:03
    พี่คริสเด็กขี้สงสัย 5555 ดูเป็นคนติ๊งต๊องอ่ะ

    พี่จุนลึกลับมากเลย

    จงแดก็น่าสงสารเช่นเคย 555
    #54
    0
  4. #49 goy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 05:39
    ทำตัวลึกลับเชียวจุนมยอน มีเรื่องอะไรถึงต้องใช้ยานอนหลับขนาดนั้น
    #49
    0
  5. #45 so so (@flog) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 16:15
    จุนมยอนอ่า ทำไมดูลึกลับจัง จนเราอยากรุงรังตามพี่คริสแล้วน่ะ
    ว่าแต่ตาบอดจิงป่าวเนี่ย แล้วไปทำไรชั้นห้า ห๊ะ สงสัยๆๆ
    #45
    0
  6. #44 theblaxpsychosis. (@benpsycho) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 15:49
    พี่จุนไปหาใคร ทำไมทำตัวลึกลับบบ?
    #44
    0
  7. #42 เอม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 00:07
    พพี่จุนลึกลับมากกกกกกก
    #42
    0
  8. #39 kh4723 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 00:15
    พี่จุนทำตัวลึกลับนะ 55555

    พี่คริสก็ขี้สงสัยอ่ะ 555555
    #39
    0
  9. #38 DarThailand (@darthailand) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 22:22
    จุนนี่ทำตัวน่าค้นหาจริงๆ เลย

    #38
    0
  10. #36 ForFine (@forfine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 15:09
    ทำไมจุนดูมีอะไรปิดบัง ตกลงตาบอดไหม??? แล้วจุนไปทำไรชั้นห้า พี่คริสนี่ก็อยากรู้เรื่องเขาจังนะ หึหึ
    #36
    0
  11. #33 fanfanmyunmyun (@joommmthnn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 11:25
    พี่คริสดูรุงรังมาก แกจะสงสัยอะไรหนักหนาเนี่ย 55555 เหมือนโดนสปอยล์มาตลอดแต่จริงๆแล้วเป็นคนน่ารัก เราขออยู่ทีมพี่คริสนะคะ เพราะสงสัยเรื่องจุนมยอนเหมือนกันง่าาา
    #33
    0
  12. #31 Taepearlz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 11:09
    ทำไมน้องจุนดูลึกลับ



    ตอนนี้อยากรู้ว่าน้งจุนตาบอดจริงๆป่าว



    เริ่มสงสัยเหมือนพี่คริสแล้วค่ะ 55
    #31
    0
  13. #30 K i m L e e (@madamkimlee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 10:54
    จุนมยอนนั่นแหละที่น่าสงสัย ทั้งลึกลับและซับซ้อน ตกลงบอดจริงใช่มั้ย แล้วนี่ทำงานอะไร มีเข้าห้องเพื่อนร่วมคอนโดด้วยอ่ะ พร่คริสลองโคฟเป็นชาวพันทิปดูนะ เผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง ลองดูๆ 555 แล้วจะติดใจ
    #30
    0
  14. #28 Takane Airi (@mokame) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 06:10
    ลึกลับจังง
    #28
    0
  15. #27 PARIINK (@pariink) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 02:33
    ความอยากรู้ของพี่คริสน่ารักนะ เป็นความอยากรู้

    สงสัย ติดใจที่น่าเอ็นดู ทำตัวสมเป็นนายแบบดังมั้ย

    ตอบเลยไม่ !!! ฮ่าาา ดูเด็กน้อย เเต่ชอบบบบ เเต่จุนมยอน

    ลึกลับมากจริงๆเขาอยากรู้เเลเวจุนมยอนเป็นอะไรกันเเน่ๆๆ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ~ กอดดดดด
    #27
    0
  16. #26 Pat (@pp-225) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 01:53
    น้องจุนทำงาน หรือเรียนอะไรอยู่่
    หรือเปล่าคะ ? สงสัย
    #26
    0
  17. #25 jee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 00:30
    น้องจุนลึกลับจังเลยอ่ะ
    #25
    0