Mail to Hell ถึงคุณยมบาล (Yaoi)

ตอนที่ 4 : [ 02 ] บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและดวงวิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 เม.ย. 57

 
 
02.
บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและดวงวิญญาณ

 

 

From:   Kawin Chairoj <+66x xxx xxxx>

To:        Hell <+4499555 xxx xxxx>

20/10/xx

01:48 PM.

 

คุณฤทธิ์ถามผมว่าผมตายยังไง ผมตอบไปว่าผมจำไม่ได้

ผมโดนด่าซะยับ (ด่ากลับไม่ทัน)

ก็บอกว่าจำได้แต่ชื่อมัน ไอ้เด็กนี่หาเรื่องผมแน่ๆ

 

 

From:   Kawin Chairoj <+66x xxx xxxx>

To:         Hell <+4499555 xxx xxxx>

20/10/xx

01:55 PM.

 

ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ไอ้เขี้ยวฟ้องมั่ว

อย่าเชื่อมันนะครับ

 

 

From:   Kawin Chairoj <+66x xxx xxxx>

To:         Hell <+4499555 xxx xxxx>

20/10/xx

01:59 PM.

 

คุณฤทธิ์แย่งมือถือผมไปเล่นครับ

กวิน.

 

 

“ถึงท่านยมบาล

ผมเกลียดไอ้เด็กเปรตนั่น ผมเกลียดมัน ผมเกลียดมัน ผมเกลียดมัน เอาผมกลับไปลงนรกแทนเหอะ”

ถ้าส่งรายงานแบบนี้ไปได้ก็ดีสิฟะ

 

 

“ถึงคุณยมบาล

ผมเกลียดไอ้ผีนั่น เอามันกลับนรกไปสักทีเถอะครับ เอามันกลับไปเดี๋ยวนี้เลย”

ไม่ต้องถามนะว่าได้เขียนส่งไปจริงหรือเปล่า ผมกดส่งไปแล้ว

 

 

ถ้าพฤทธิ์ต้องปวดหัวที่จู่ๆ ก็เห็นวิญญาณมากมายเต็มไปหมด กวินเองก็ปวดหัวไม่แพ้กันนั่นแหละ

ชายหนุ่มเพิ่งรู้จริงๆ ว่าเป็นวิญญาณก็ปวดหัวได้ ให้ตายเถอะ เขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมาผูกติดกับไอ้เด็กเปรตพรรค์นี้ มองหน้าแล้วดูยังไงก็เด็กใจแตกชัดๆ ที่มันออกไปแข่งรถตอนเย็นๆ นี่ธรรมดามาก ยังแปลกใจอยู่เลยที่ได้ยินคนในครอบครัวคุยกันว่าพฤทธิ์ไปแข่งแค่เฉพาะตอนปิดเทอมเท่านั้น

แล้วเปิดเทอมมันทำอะไรวะ ยกพวกตีกันหรือไง

กวินเห็นภาพซ้อนตัวเองสมัยมัธยมปลายอย่างบอกไม่ถูก แต่เขาก็จำได้ว่าตัวเองตอนนั้นดูใจแตกน้อยกว่านี้นะ... อย่างน้อยๆ ทรงผมเขาก็ไม่ได้ทรมานใจพ่อ ไม่ได้เจาะ ไม่ได้สัก แค่มีเรื่องชกต่อยบ้าง... นิดหน่อย...

ไหนพ่อเคยบอกว่าไอ้เด็กนี่น่ารัก พ่อใช้อะไรมอง เล็บก้อยหรือไง

 

อยู่ร่วมกันมาได้หนึ่งสัปดาห์ กวินคิดว่าเขารู้จักพฤทธิ์ยาวนานพอๆ กับหนึ่งเดือน

 

ส่วนหนึ่งเพราะเห็นหน้ากันตลอดเวลา 24/7 ของแท้ และพฤทธิ์เองก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเกรงใจเขา เวลาไปเจอคนอื่น ไอ้เด็กนี่ก็ทำตัวได้แนบเนียนอยู่ ตีเบลอไปราวกับเขาไม่มีตัวตน เห็นแล้วมันน่าเข้าไปแกล้งชวนคุยบ่อยๆ ให้หลุดเก๊กเหลือเกิน หนอย เสือกทำหูทวนลมใส่เขา มันน่าบ้องกะโหลกไปสักทีจริงๆ (เหมือนจะเคยบ้องไปแล้วทีหนึ่งด้วยมั้ง แต่เจ้าตัวก็ต่อยกลับมา แถมยังแถใส่คนอื่นต่อไปว่าบิดขี้เกียจอีกแน่ะ ไอ้เด็กตอแหล)

พฤทธิ์ดูจะไม่มีความสุขเท่าไรที่นอนกลิ้งอยู่ในห้องแล้วมีเขานั่งสบตาอยู่ ช่วงสองสามวันหลังเลยแวะมาที่อู่ซ่อมรถขนาดค่อนข้างใหญ่ใกล้ๆ บ้านบ่อยๆ ชื่อว่าอู่ปลายรบ (ชื่อโคตรเท่ ได้ยินว่าเป็นชื่อเจ้าของ) เด็กนั่นท่าทางสนิทกับลูกชายเจ้าของไม่น้อย ได้ยินว่าเป็นแฟนกับน้องสาวฝาแฝดมันด้วย

“เฮียปราชญ์ สีดำอยู่ไหนวะ”

เด็กมหาวิทยาลัยผมทรงโมฮ็อคคนหนึ่งโยนกระป๋องสีกลับมาให้ จริงๆ หน้าใต้แว่นสีชานั่นก็ดีใช่ย่อย ถ้าทำผมธรรมดาคงโดนลากไปเป็นเดือนมหาวิทยาลัยได้สบายๆ ให้เดาก็คงหนีตำแหน่งมาด้วยผมทรงนี้นี่แหละ

“ทำไมเดี๋ยวนี้มาอู่บ่อยจัง” ปราชญ์ถาม พฤทธิ์ยักไหล่ทีหนึ่ง

“อยู่บ้านแล้วมันขนลุกว่ะเฮีย บ้านผมของแรง”

แถมให้ด้วยการเหล่วิญญาณข้างกายแวบหนึ่ง กวินเลิกคิ้ว แค่นเสียงเหอะในลำคอเบาๆ แล้วลอยหนีไปอีกทาง ปล่อยให้เด็กนั่นวุ่นวายกับการเขย่ากระป๋องสีดังกลุกๆ แล้วพ่นลงไปบนชิ้นส่วนรถตัวเอง

เส้นลากง่ายๆ เหมือนพ่นมั่วๆ แต่จริงๆ ก็สวยดีเหมือนกัน เป็นลายสีดำคาดทับลงไปบนสีแดงที่มีอยู่เดิมแล้ว

 

“เออ ฤทธิ์ ช่วยไรพี่อย่าง” เสียงตะโกนมาจากลูกชายเจ้าของอู่

“ครับ?”

“ไล่คนสูบบุหรี่ให้หน่อย ให้ไปสูบข้างนอกก็ได้ กลิ่นมันจะติดรถลูกค้า”

“แล้วไม่ทำเองวะ” เด็กหนุ่มถามกลับอย่างไม่จริงจังนัก เขากวาดมองสีพ่นแวบหนึ่งคล้ายจะเช็กงาน ก่อนจะปาดเหงื่อออกจากหน้าผากหลังตากแดดอยู่นานแล้วค่อยเดินไปทางกลุ่มวัยรุ่นที่ยืนรออยู่แถวนั้น

“หาญ มึงหยุดสูบบุหรี่เดี๋ยวนี้เลย กูบอกกี่รอบแล้วว่าอย่ามาสูบให้เห็น!

กวินเลิกคิ้วอีกครั้งหนึ่ง พฤทธิ์ด่าอะไรออกมายาวเป็นหางว่าว อีกฝ่ายคงเป็นเพื่อนสนิทพอสมควรเพราะไอ้คนห้ามมันยกมือตบกบาลอีกฝ่ายได้หน้าตาเฉย แถมยังยึดบุหรี่มาทั้งซองอีกต่างหาก

จริงๆ ปากเขาก็ว่างมานานแล้วเหมือนกัน

“คุณฤทธิ์ อย่าเพิ่งทิ้งนะ”

คนถูกห้ามชะงักไปนิดหนึ่ง เหล่มองร่างโปร่งแสงข้างๆ อย่างไม่ค่อยพอใจนัก ขมุบขมิบปากเป็นเชิงว่า “จะเอาไปทำอะไร”

“เซ่นให้ผมหน่อย แล้วจะเอาไปทิ้งไหนก็ไป”

พฤทธิ์เคาะรองเท้าคอนเวิร์สสีชมพูคาดดำแสบตาของตัวเองเข้ากับพื้นปูนเบาๆ โยนซองบุหรี่นั่นลงพื้นแล้วขยี้เละคาเท้า หันกลับไปมองธาตุอากาศข้างตัวอย่างท้าทาย

“เดี๋ยวนี้โหดร้ายขึ้นนะ สสส.จ้างเอ็งมารึยังไง หยุดสูบก็ได้ว้า” หาญ เด็กหนุ่มที่โดนยึดของหันไปเกาท้ายทอยแกรกๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรคล้ายจะชินซะแล้วกับการโดนห้ามอะไรแบบนี้ ในขณะที่กวินกลับมองคนโหดร้ายตาขวาง

พฤทธิ์ยักคิ้วให้เขาหน้าตาย มุมปากกระตุกขึ้นนิดหนึ่งอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปวุ่นวายกับมอเตอร์ไซค์ของตัวเองต่อ

กวินสบถ

เขาล่ะเกลียดไอ้เด็กนี่ชะมัด ให้ธรณีสูบเหอะ!

 

 

“เขี้ยว แกสูบบุหรี่เหรอวะ”

พฤทธิ์ถามขึ้นมาคืนนั้น วิญญาณหนุ่มเหล่มองตาขวางเหมือนเดิม ท่าทางไม่สบอารมณ์

“เออ ทำไม”

เขาตอบเสียงกระชาก ไม่คิดว่าความอยากบุหรี่ตอนเป็นวิญญาณมันจะน่าหงุดหงิดได้ขนาดนี้ อย่างว่า ผีก็เป็นแค่ร่างวิญญาณของมนุษย์ กิเลสอะไรยังมีอยู่ครบถ้วนเต็มร้อย ถึงกระเพาะอาหารจะไม่ทำงานแล้ว แต่บุหรี่มันใช่อาหารซะที่ไหน

แล้วจู่ๆ เด็กนั่นก็หัวเราะ กวินเพิ่งรู้เหมือนกันว่าเวลาพฤทธิ์หัวเราะจะเห็นเขี้ยวที่มุมปากสองข้างชัดเจน แล้วมันก็ควักอะไรขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ยกมือขึ้นประนมจดหน้าผาก ขมุบขมิบบทสวดสั้นๆ ก่อนที่บุหรี่มวนหนึ่งกับไฟแช็คจะปรากฏขึ้นมาในมือ โปร่งแสงเช่นเดียวกับร่างของกวิน

“เดี๋ยวแกลงแดงแล้วฉันจะแย่” พฤทธิ์อธิบายง่ายๆ โบกมือไปมา “จำกัดให้สามวันต่อหนึ่งมวนนะโว้ย ฉันเกลียดกลิ่นบุหรี่ เดี๋ยวขโมยเพื่อนมาเซ่นให้”

กวินมองมวนบุหรี่ในมืออย่างค่อนข้างแปลกใจ ไม่คิดว่าพฤทธิ์จะจำบทสวดเซ่นไหว้ส่งของมาให้เขาได้ ไอ้เด็กนี่หัวไวแฮะ เคยบอกไปแค่ครั้งสองครั้งเองแท้ๆ

แถมยัง...

“คุณไม่สูบหรือ” วิญญาณหนุ่มถามพลางจุดไฟแช็ค มันออกมาเป็นเปลวสีเทาๆ อมฟ้าจางๆ “หน้าไม่ให้เลยนะ”

“ไม่ชอบแล้วมันหนักหัวแกเรอะ” คนถูกถามแยกเขี้ยววับ “นี่ฉันคาดหวังมากเลยนะว่าพออยู่กับวิญญาณแล้วกลิ่นมันจะเบาลง”

ผีหนุ่มอัดควันบุหรี่เข้าปอด ไม่เหมือนกับตอนเป็นคนนักหรอก รสชาติน้อยลงกว่าครึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย คิดแล้วก็เหยียดยิ้มนิด พ่นควันพิษใส่หน้าคนผูกพันธะอย่างจงใจที่สุด

พฤทธิ์สำลักโขลก น้ำตาแทบไหล

“ไอ้บ้า! กลิ่นไม่ลดเลยนี่หว่า!

“นั่นเพราะเซ้นส์คุณแรงมั้ง ถ้าไม่มีเซ้นส์ไม่น่าได้กลิ่นนะ” กวินหัวเราะเบาๆ คาบมวนนิโคตินไว้ในปาก “เอาวะ เห็นแก่คุณ ผมสูบให้น้อยลงก็ได้”

“สาธุ ขอให้เจริญๆ ได้ไปผุดไปเกิดในเร็ววันครับ” พฤทธิ์ยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว กะประชดกันเห็นๆ “ผีอะไรวะ กิเลสโคตรสูง”

กวินยักไหล่ มองกลุ่มควันที่จางกว่าควันปกติม้วนตัวขึ้นไปบนอากาศ ดึงเอาความทรงจำส่วนที่ไม่ได้สูญหายไปกลับคืนมา...


 

“เขี้ยว บอกกี่รอบแล้วว่าหยุดสูบสักที อยากมะเร็งแดกเหรอวะ!

“ยังกับว่าพ่อไม่เคยสูบ”

“เขี้ยว แกไม่ต้องมาต่อปากต่อคำ”

“ถ้าพ่อเคยสูบ ทำไมผมจะสูบไม่ได้วะ”


 

ควันบุหรี่ที่เขาพ่นใส่หน้าพฤทธิ์ เหมือนกับวันนั้นที่เขาพ่นใส่พ่อแท้ๆ ของตัวเองแล้วออกจากบ้านมา

กวินลอยหลบไปอีกมุมหนึ่งของห้อง รู้ว่ามันคงไม่ทำให้กลิ่นเบาบางลงสักเท่าไร แต่สีหน้าพฤทธิ์ดูดีขึ้นนิดหน่อยและเลิกยกแขนขึ้นอุดจมูกแล้ว

มะเร็งที่คงทำอะไรวิญญาณเขาไม่ได้ไหลลงไปในปอด ปอดที่ไม่ได้ทำงานอีกต่อไป


 

“ทำให้ได้อย่างลูกคุณพัสกรบ้างสิ เห็นคุณพิพัชไหม เขาทำงานทำการได้ดิบได้ดีจะตาย”

“เหรอ”

“อย่างคุณพฤทธิ์ก็เป็นเด็กดี คะแนนเรียนเขาก็สูง”

“แล้วพ่อเอาผมไปเทียบกับพวกลูกคุณหนูทำไมวะ”

“เขี้ยว!

“ถ้าไอ้พวกคุณหนูที่พ่อเคยเลี้ยงมันดีขนาดนั้น ทำไมไม่เลี้ยงผมให้ดียังงั้นบ้างวะ”

“อ้าว ไอ้ลูกเนรคุณ นี่มึงว่ากูใช่มั้ย!


 

กวินหยิบบุหรี่ออกจากปาก ขยำเอาไว้ในมือจนมันดับไป

นึกออกแล้ว เหตุผลที่พักหลังๆ ปากเขาว่างเหลือเกิน ว่างจนเกินไป ก็ว่าทำไมรู้สึกแปลกๆ เหมือนโหยๆ ตลอดเวลาแต่ว่าไม่สาหัส ทั้งๆ ที่คนสูบจัดอย่างเขาไม่น่าจะทนได้จนถึงหนึ่งอาทิตย์แบบนี้

ความทรงจำที่หายไปส่วนหนึ่งวนเวียนกลับเข้ามาในหัวสมอง จริงสินะ เขาเลิกบุหรี่แล้ว เลิกไปตั้งแต่พ่อเสีย เลิกไปจนถึงวันนั้นที่ลมหายใจเขาดับไปตลอดกาล...

“คุณฤทธิ์...”

“หือ” เสียงตอบกลับมาทั้งๆ ที่ยังไม่หัน “อะไรอีกวะ จะสูบก็สูบไปเงียบๆ สูบเสร็จค่อยพูด”

“เผด็จการจังนะคุณเนี่ย” กวินกลอกตา เหลือบมองซากบุหรี่ในมือที่ค่อยๆ เลือนหายไปช้าๆ “คุณจำกัดบุหรี่ผมหน่อยก็ดี ผมว่าผมจะเลิกแล้ว”

พฤทธิ์หันขวับ กะพริบตาอย่างแปลกใจ

“อะไรของแกวะ จู่ๆ จะเลิกก็เลิก”

กวินไม่ตอบอะไร

“เออ จะว่าไป ถ้าแกจุดไฟแช็คนั่นมันจะร้อนถึงฉันมั้ยวะ” เด็กหนุ่มตัดบทตัวเองหน้าตาเฉย เดินกลับเข้ามาใกล้แล้วพยักเพยิดเป็นเชิงให้หยิบไฟแช็คที่เพิ่งเซ่นให้เมื่อครู่ขึ้นมา “จุดดิ๊ ฉันติดใจมาตั้งแต่เมื่อกี้ละ”

“สงสัยเป็นเด็กเลยเว้ย”

“เออน่า กูยังเด็กครับ ยังไม่สิบแปดเลย”

กวินหยิบขึ้นมาจุดให้ลอง แต่เขารู้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่ามันไม่มีความร้อนใดๆ ออกมา พฤทธิ์ลองเอานิ้วเขี่ยๆ เปลวไฟสีเทาๆ นั่นแล้วก็เบ้หน้า บ่นอะไรพึมพำไปหมดว่าเย็นยังกับน้ำแข็ง

เด็กนี่อ่อนกว่าเขาอย่างน้อยก็ห้าปี... ไม่สิ ถ้านับปีเกิดจริงๆ น่าจะหกปีได้ เขาเองก็ไม่ชอบคุยกับเด็ก ยิ่งเด็กผู้ชายนี่ยิ่งไม่ไหวเลย มีแต่พวกแก่แดดกวนตีน เห็นแล้วนึกถึงตัวเองสมัยก่อนจนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

“คุณฤทธิ์...”

“อะไรอีก”

“เอ้อ” คนเรียกเว้นไปนิดหนึ่ง ยกมือขึ้นถูรอยบากบนสันจมูกเบาๆ “เปล่า ไม่มีอะไร”

“อย่าเรียกบ่อยนักได้มั้ย ฉันคุยกับผีฉันก็ขนลุกนะเว้ย!

“หนอย ขนลุก” กวินแยกเขี้ยว เอื้อมไปตะปบศีรษะอีกฝ่ายไว้แล้วจับโคลงสุดแรง “แต่ต่อปากต่อคำยันลูกบวชเลยนะ ตอนแรกๆ เห็นกรี๊ดจะเป็นจะตาย”

“เออะ ไม่ได้กรี๊ดโว้ย ไอ้บ้านี่เล่าซะเสียเลย!

กวินหัวเราะกลับแบบสะใจเป็นอย่างยิ่งทั้งๆ ที่ในใจผิดกันราวฟ้ากับเหว เขาฟังพ่อเล่าเรื่องบ้านอัศวพงศ์มาก็มาก ได้ยินมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ไม่เคยมาเห็นเองกับตา ภาพที่ฝังอยู่ในหัวเขาคือเด็กที่ถูกทะนุถนอมเป็นไข่ในหิน ไม่มีอะไรแผ้วพานได้ราวกับอาศัยอยู่กันคนละโลก

 

แต่พฤทธิ์ อัศวพงศ์ ที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้... ก็ไม่ได้แปลกไปกว่าวัยรุ่นธรรมดาตรงไหน

 

“ฤทธิ์ เปิดเทอมแล้วไปส่งกูด้วยนา”

เสียงตะโกนดังมาจากทางหน้าต่าง พฤทธิ์กระชากม่านเปิดออก เห็นเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันโบกมือไหวๆ มาจากหน้าต่างบ้านข้างๆ

“เอ็งเก่งไม่ใช่รึไง กะอีแค่ไปโรงเรียนก็ไปเองสิวะ”

“เอาน่า ก็เกาะรถมึงไปโรงเรียนมาตั้งแต่ประถมแล้ว ขอเกาะไปจนกว่าจะจบ ม.ปลาย นั่นแหละ ไม่เปลืองค่ารถดี”

“แต่มันเปลืองค่าน้ำมันรถกูว้อย!

ตอกหน้ากลับไปเหมือนจะด่า แต่เอาจริงๆ กวินเห็นแววขบขันในดวงตาคนพูดไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าอย่างนั้นไอ้คนข้างๆ บ้านนั่นคงเป็นเกรียงไกร -- เก่ง -- เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กๆ ของพฤทธิ์ เขาได้ยินคนในบ้านพูดถึงบ่อยๆ และจากท่าทางก็คงจะซี้กันมาจนถึงตอนนี้

กวินกวาดมองเจ้าของพันธะของเขาอีกครั้ง... เด็กนี่ไม่มีมาด มองแค่หน้าจะไม่มีวันรู้เลยว่าบ้านมีฐานะพอตัวเลยทีเดียว เสื้อผ้าหน้าผมอะไรกระเดียดไปทางอันธพาลท้ายซอยบ้านแตกมีปัญหามากกว่าจะเป็นเด็กที่โตมาในสภาพแวดล้อมดีๆ ซึ่งอันที่จริงก็จัดว่าดีกว่ามาตรฐานทั่วไปด้วยซ้ำ

กวินบอกตัวเองมาตลอด ว่าเขาเกลียดคนนามสกุลอัศวพงศ์

“เฮ้ย ว่าแต่เปิดเทอมแล้วแกจะตามฉันไปที่โรงเรียนรึเปล่าวะเขี้ยว”

โดยเฉพาะรุ่นลูก

“บ๊ะ ก็บอกว่าอยู่ห่างไม่ได้ไง”

เขาไม่ชอบเด็กนี่ ไม่ชอบเลย

“แล้วทำไมแกต้องมาผูกพันธะกับฉันด้วยวะ กูไม่ได้อยากรู้จักมึงเล้ย!” เสียงบ่น แต่ว่าไม่ได้จริงจังอะไร แค่กลอกตาแล้วขยี้ผมทรงพิลึกของตัวเองแรงๆ หน้าตาเหมือนเด็กถูกขัดใจ “เอาเห้อะ อย่ามารบกวนตอนเรียนละกัน”

“เอาให้มันมีข่าวลือว่าคุณเป็นบ้า พูดคนเดียวไปเลยดีมั้ย”

“อย่านะโว้ย!!

กวินหัวเราะรับ ยังคงบอกกับตัวเองว่าเขาไม่ชอบไอ้เด็กพฤทธิ์นี่เลยสักนิด

 

ไม่ชอบเลยจริงๆ นะ

 

 




From Writer:

เสียงตอบรับเรื่องนี้ดีกว่าที่คิด ฟฟฟฟฟฟฟฟ //เข้าใจว่าทุกคนรอเรื่องนี้กันมานานสินะคะ //ดองไม่ได้แล้วสิเนี่ย //น้ำตาจิไหล
แต่คงไม่ได้มาอัพทุกวันหรอกนะคะ ขอโทษด้วยจริงๆ //นี่มาอัพเพราะเขียนที่สต๊อกไว้ต่อไม่ออกหรอก

อนึ่ง บุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ อย่าสูบกันนะคะ (ฮา)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #86 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 12:26
    ในที่สุด เจ้าชายกับเอียนก็จะได้ลงเอยกันแล้วสินะ กรี๊ดกร๊าดดดดด
    แต่ดันเป็นหนึ่งคนหนุ่งผี แล้วอย่างนี้จะเป็นยังไงต่อล่ะเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ
    สนุกมากๆค่ะ :)
    #86
    0
  2. #41 arolis tranzee (@sengoku) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 11:22
    แลดูซึนมากมายคุณเขี้ยว  ซึ่งมันทำให้เราจิ้น -.,-
    #41
    0
  3. #19 rin199742 (@rin199742) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 14:12
    แหมมมม~ไม่ชอบเล้ยยย~ อย่าให้เห็นมากลับคำนะคุณเขี้ยวววว
    #19
    0
  4. #18 llมวน้oE (@a_ray) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 10:25
    ค่ะ ไม่ได้ชอบ ไม่ชอบเล้ยยยย (ยิ้มกริ่ม)
    #18
    0
  5. #17 PinNyThePooH (@pin1851) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 02:14
    ฮรือออออออ น่ารักกกกก ;////;
    #17
    0
  6. #16 mesomeo2 (@mesomeo2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 18:12
    เรื่องราวของนายเขี้ยว(?) ช่างดราม่าจริงๆเลยนะ
    #16
    0
  7. #15 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 16:30
    อีกรอบ นิ้วก้อยเท้าพ่อนายก็เเม๊นเเม่นเลยเขี้ยว พูดมาเเต่ละอย่าง อย่าลืมกรองน้ำลายตัวเองทีหลังนะ ก๊ากกกกก//ผีถีบ
    เฮียปราชชชชชญ์ โฮกกกกกกก สุดหล่อ พ่อทูนหัววววววววว//ถลาไปหาความหล่อนั่น//เดี๋ยวไปหาหาญต่อเเล้วจบด้วยอิหนู โฮก พ่อเก่งครัช น่ารักครัช ทำอะไรก็น่ารัก ฟฟฟ *อารมณ์ติ่งเอฟซีมากๆ*
    //เเซะเสร็จก็ลอยไปปลอบตอนเขี้ยวดราม่า เเต่ช้าเเต่...*ตายคาที่*
    #15
    0