❀ OS - SCHOOL BAEK {chanbaek} 。

ตอนที่ 3 : lesson one ❀ School BAEK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 มิ.ย. 57

คนเกาหลีเขาซีเรียสนะ



Lesson One

 

          “ย๊า! พวกนายหยุดนะ! 

          “ฮ่าๆๆ เวลาจื่อเทาโกรธแล้วหน้าเขียวปี๋เลยว่ะ โคตรเหมือนที่พี่แบคฮยอนพูด”

          “ดูสิ เขียวจนม่วงแล้ว ฮ่าๆๆ”

          “อ๊ากกกก จิงอิน เซฮุนฉันบอกให้หยุดแซวไง!

          “แกล้งนายมันสนุกดีรู้ตัวไหม ฮ่าๆ”

 

            คิมจุนมยอนพี่ใหญ่ของวงมองหน้าพวกแก๊งมักเน่ไลน์ของวงแล้วได้แต่ส่ายหน้าเอือม เด็กพวกนี้อยู่ด้วยกันเมื่อไรเป็นต้องส่งเสียงดังรบกวนพี่ๆ คนอื่นในหอจนต้องหนีเข้าห้องไปหมด ถ้าไม่เซฮุนกับจื่อเทาแกล้งจงอิน ก็ต้องเป็นจงอินเซฮุนแกล้งจื่อเทา บางครั้งก็จื่อเทาจงอินแกล้งเซฮุน หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ตามประสาเด็กกำลังโต

 

          แกร๊ก~

 

            “โอ๊ะ พี่แบคฮยอนกลับมาแล้ว พี่ครับดูหน้าจื่อเทสิ เขียวจนม่วงจนดำเลย ฮ่าๆ” มักเน่ของวงผู้ร่างเริงวิ่งเข้าไปใส่แพคฮยอนทันทีที่เจ้าของชื่อเผิดประตูเข้ามา

 

            แต่แปลก...

            บยอนแบคฮยอนแค่ยกยิ้มให้บางๆ แล้วเอี้ยวตัวเดินหนีเข้าห้องไป

           

          ตึก ตึก ตึก ปัง!

 

            “โอ๊ะโอ...” เซฮุนหันมองพี่ชายตัวเล็กแล้วได้แต่หันมามองกับกลุ่มมักเน่ไลน์ของตนเองอย่างแหยๆ...ใครจะไปรู้วะว่าเขาจะหงุดหงิดอยู่ ;^;

 

          แกร๊ก~

 

            พี่ชายตัวสูงเสียงหล่ออีกคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้าห้องตามมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ปาร์คชานยอลเองอีกคนที่เดินดุ่มๆ ไปยังประตูห้องนอนโดยไม่สนใจใคร

 

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

 

            “แบคฮยอนเปิดประตู”

 

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

 

            “แบคฮยอนฉันบอกให้เปิดประตู”

 

            โอเซฮุนวิ่งกลับไปยังโซฟารวมตัวกับพวกจื่อเทาและจงอินทันที มักเน่ไลน์ตัวป่วนก็ได้แต่ส่งสายตาขอร้องให้พี่ใหญ่อย่างคิมจุนมยอนทำอะไรสักอย่าง ลีดเดอร์ของวงก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ เพราะรูปการณ์แบบนี้...คิมจุนมยอนขอฟันเฟิร์มเลยว่า ท ะ เ ล า ะ กั น อี ก แ ล้ ว แ ห ง ม ๆ !

 

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

 

            “แบคฮยอนขอร้องล่ะมีเหตุผลหน่อยได้ไหม?”

 

            และก็กลับมาที่อิหรอบเดิม...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก...

 

            “มีปัญหาอะไรกันหืม?” คิมจุนมยอนหน่วยกล้าตายคนดียว ณ ตอนนี้เลือกที่จะเดินเข้าไปถามแรพเปอร์ตัวสูงของวง คนถูกถามถอนหายใจนิดหน่อยแล้วขอร้องให้พี่ใหญ่ช่วยเคลียร์ให้ที

 

            “แบคฮยอนนี่พี่จุนมยอนนะ เปิดประตูให้พี่หน่อย”

            “...”

            “แบคฮยอน...”

            “มะ ไม่เปิดได้ไหมครับ” เสียงอ่อยๆ จากคนภายในห้องทำให้คิมจุนมยอนต้องยกยิ้มอย่างโล่งใจ ไว่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน จะโกรธกันหรืองอนใครแบคฮยอนก็ยังเกรงใจคิมจุนมยอนอยู่เสมอ

            “พี่ให้ชานยอลออกไปอยู่หอเอ็มแล้วแปปนึง เปิดประตูให้พี่หน่อย...”

 

            แกร๊ก~

 

          “ไหนทะเลาะอะไรกันมาคุยกับพี่หน่อยซิ...”

            “คือ...”

            “จะให้พี่เข้าไปคุยในห้องหรือจะไปนั่งคุยที่ห้องโถงดี ดูเซฮุนสิขวัญหนีดีฝ่อเพราะเราหมดแล้วนะแบคฮยอน” แบคฮยอนเอี้ยวตัวไปมองเด็กน้อยที่พี่จุนมยอนเอ่ยบอกแล้วก็ส่งยิ้มแหยๆ ไปให้เมื่อเห็นว่าเซฮุนเองก็ยิ้มแหยๆ อยู่ตรงกลางระหว่างจงอินกับจื่อเทาเหมือนกัน

            “เล่าที่ห้องโถงก็ได้ครับ ความจริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก”

 

 

 

 

 

            “ไหวไหมแบคฮยอน”

            “อื้ม” ผมส่งเสียงตอบรับคนข้างกายไปอย่างเหนื่อยอ่อน หลายวันมานี้อากาศที่เกาหลีค่อนข้างแปรปรวน มันเป็นช่วงหน้าหนาวที่วิปริตเพราะตอนเช้ากลับมีแดดออกซึ่งอากาศร้อนมาก ร่างกายของผมแม้ว่าจะเป็นผู้ชายก็ตาม แต่เพราะการฝึกซ้อมอย่างหนักของผมทำให้ผมปวยง่าย เพราะซ้อมตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ข้าวกลางวันก็กินมากไม่ได้เดี๋ยวจุก ข้าวเย็นก็ถูกงดเพราะผมะต้องไดเอท มันเลยเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้คนที่ขี้หนาวเป็นทุนเดิมอย่างผมมีอาการตัวร้อนรุมๆ รู้สึกเพลียแล้วก็ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงแบบนี้

            “รอแปปนึงนะ” ชานยอลที่เดินกลับหอพร้อมกันกับผมบอกให้ผมยืนรอเขาที่เดิมแล้วเขาก็วิ่งไปยังหน้าร้านมินิมาร์ท กดเครื่องชงโกโก้ร้อนอัตโนมัติแล้วรีบวิ่งกลับมา

            “อะ...” เขายื่นมันมาให้ผมใขณะที่พิษไข้กำลังรุมเร้าทำให้ผมมองหน้าเขาอย่างมึนๆ อะไรน่ะ? หมายถึงว่าเขาซื้อมาให้ผมใช่ไหม?

            “ดื่มซะมันกำลังร้อนๆ มันน่าจะพอช่วยบรรเทาความหนาวจากอากาศเย็นๆ แบบนี้ได้บ้าง” ชานยอลยื่นแก้วโกโก้ร้อนมาให้ผม แล้วผมก็ยื่นมือไปรับอย่างงงๆ อ่า...การป่วยมันทำให้ประสาทการรับรู้ของผมทำงานช้าชะมัด

            “ดื่มสิ หรือจะให้ป้อน?”

            “หื้ม?”

            “ไม่ป้อนธรรมดาหรอกนะจะบอกให้ จะป้อนไปเก็บค่าป้อนไปด้วย”

            “ยังไง?” อยากจะตบปากตัวเองแรงๆ หนึ่งที ดูสิขนาดสมองการประมวลผลของผมยังเบลอๆ ปากก็ยังคงไวและตอบรับเขาไปอย่างรวดเร็ว ปาร์คชานยอลหัวเราะหึๆ แล้วไม่พูดอะไร เพียงแค่โน้มตัวลงมาจนใบหน้าเราใกล้กันมากๆ ห่างกันแค่เพียงแก้วโกโก้ร้อนที่ผมถือไว้

 

            แล้วชานยอลก็แลบลิ้นเลียปาก...

            ผมรู้สึกหน้าร้อนขึ้นทันทีแล้วก็เข้าใจความหมายของเขาแล้วด้วย

 

            คงจะต้องใช้ปากป้อนอย่างนั้นสินะคนลามก!

 

            “เข้าใจแล้ว...” ผมรีบบอกเขาว่าผมเข้าใจความหมายของเขาแล้ว แล้วก็รีบยกโกโก้ขึ้นเป่าบรรเทาความร้อนแล้วค่อยๆ ดื่ม ขอบคุณที่ผมยังมีสติรู้ตัวว่าควรจะเป่ามันก่อนยกดื่มให้น้ำร้อนลวกปาก...

            “วันนี้ดูท่าทางคนจะเยอะนะ แบคฮยอนจะขึ้นรถไฟใต้ดินไหวรึเปล่า”

            “ไม่รู้สิ...” ผมตอบเสียงอู้อี้เพราะว่ายังคงไม่ละแก้วโกโก้ออกไปไหน...ก็ชานยอลยังไม่ถอยหน้าออกไปเลยนี่นา...

            “ถ้าคนมันเบียดก็เบียดมาที่ตัวฉันรู้รึเปล่า อย่าไปเบียดใครฉันหวง”

            “ระ รู้แล้วน่า” ผมตอบอ้อมแอ้มเพราะรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ กับคำว่าหวงของชานยอล มันไม่ใช่คำที่เขาพูดบ่อยนักหรอก แต่ผมก็มักจะได้ยินเขาพูดข้างๆ หูผมเป็นประจำ...

            “ไปกันเถอะ” ชานยอลยกแขนพาดไหล่ของผม รวบมันไว้ข้างตัว แอบหมั่นไส้นิดๆ ที่เขาทำตัวแมนกว่า ผมก็แมนนะ เสียแค่ว่าผมตัวเล็กกว่าเขาแค่นั้นเอง

 

          ติ้ด ติ้ด ติ้ด~

 

            เสียงสัญญาณเตือนก่อนปิดประตูของรถไฟใต้ดินดังขึ้น ผมกับชานยอลถูกเบียดจนมาอยู่แถวๆ ที่นั่งของบุคคลพิเศษที่คนธรรมดาอย่างพวกผมไม่มีสิทธิ์นั่ง วันนี้คนเยอะมากจริงๆ อย่างที่ชานยอลคาดการณ์เอาไว้ และเพราะคนแน่นมาก อากาศในการหายใจของผมก็ดูเหมือนจะโดนแย่งไป ผมรู้สึกมึนหัวมากขึ้นกว่าเดิม แอบเซชนอกแกร่งของชานยอลไปหลายครั้ง

 

            “นายโอเครึเปล่า?” ชานยอลจับไล่ของผมทั้งสองข้าง ก้มหน้าลงสอบถามอาการ

            “หน้านายซีดมากนะ” เขาเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มของผมอย่างแผ่วเบา ใบหน้าของชานยอลแสดงออกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ผมฝืนยิ้มให้เขาเพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วง รถไฟใต้ดินหยุดเคลื่อนไหวที่สถานีหนึ่ง ผู้คนทยอยออกจากรถไฟฟ้าไปบางส่วน ผมถอยตัวออกจากชานยอลแล้วสูดอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่ก่อนที่คนจากด้านนอกจะทยอยแออัดเข้ามาในรถมากขึ้นกว่าเดิม

 

            ผมรู้สึกปวดหนึบที่ขมับ

            ผู้คนเบียดเสียดกันแน่นจนผมหายใจไม่ออก

            กลิ่นน้ำหอมสุดฉุนจากคนอื่นๆ ปะปนกันจนผมแทบจะอาเจียน

            เพียงครู่เดียวสิ่งที่ผมมองเห็นก็กลายเป็นสีดำไปหมด แล้วผมก็วูบไป

 

            “แบคฮยอน แบคฮยอน!” ชานยอลเขย่าตัวเบาแล้วออกเสียงเรียกอยู่ข้างๆ หู คงเป็นเพราะผมวูบแล้วล้มตัวไปใส่เขาล่ะมั้ง ชานยอลประคองตัวผมผลักลงบนที่นั่งที่ว่างอยู่ เขาใช้มือโบกพัดผ่านหน้าผมไปมาจนผมเริ่มได้สติ

 

            ชานยอลจับผมนั่งงั้นเหรอ?

            ถึงจะอยากนั่งแต่มันก็นั่งไม่ได้เนี่ยสิ!

 

            “นั่งไปเถอะ” ชานยอลเอ่ยขอร้องแล้วกดไหล่ผมลงอยู่อย่างนั้น เรี่ยวแรงท่ปกติก็ไม่เคยจะสู้อีกฝ่ายได้อยู่แล้วพอมาป่วยด้วยก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผมกลายเป็นแค่ไอ้ง่อยที่ขัดชืนใครไม่ได้ทั้งนั้นแหละ

            “ชานยอลอย่าทำอย่างนี้!” ผมเริ่มดุใส่คนตัวสูงที่จับไหล่ผมแน่น กวาดสายตาไปมองรอบๆ ก็เห็นว่าผู้คนเริ่มมองมาที่ผม คนบางคนที่มากันเป็นคู่ก็หันไปซุบซิบใส่กัน ผมเม้มปากแน่นด้วยความเคืองโกรธ แต่พิษไข้ก็ทำให้ผมไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ผมก้มหน้าลงหลบสายตาที่ไม่อยากคาดเดาว่าคนมองนั้นจะคิดเช่นไร จะด่าทอ จะดูถูก หรือจะเหยียดหยาม ชานยอลเองก็เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่ปล่อยตัวผมไปไหน

 

          เพราะชานยอลบังคับให้ผมนั่งที่นั่งของคนท้อง คนชรา และคนพิการ

 

            เขาทำตัวเหมือนไม่ใช่คนเกาหลี ไม่รู้วัฒนธรรมใดๆ

            เหมือนว่าน้ำตาผมกำลังจะไหลเพราะผมโกรธแล้วก็อาย

            ชานยอลก็คงจะรับรู้...เขาถึงได้กอดผม

            ดึงตัวผมซุกเข้าที่เนื้อตัวอุ่นๆ ของตัวเอง ไม่ให้ผมอึดอัดกับสายตาพวกนั้น

 

          ติ้ด ติ้ด ติ้ด~

 

          ผมต้องนั่งทนอยู่ในสภาพนั้นไปอีกสามสถานี พอถึงสถานีที่พวกเราต้องลง ผมรีบเบียดตัวหนีออกไปจากรถไฟฟ้าใต้ดินขบวนนี้ให้เร็วที่สุด แม้ว่าจะยังมีอาการเวียนหัวอยู่บ้างแต่ผมก็รีบจ้ำอ้าวเดินหนีร่างสูงที่เร่งฝีเท้าตามมาเช่นกัน

 

            ไม่ต้องบอกก็งรู้ใช่ไหมปาร์คชานยอล...ว่าตอนนี้บยอนแบคฮยอนของนายโกรธอยู่

 

 

 

 

            “โถ่พี่ แค่นี้เอง” พอเล่าจบโอเซฮุนตัวจุ้นเจ้าเดิมก็โวยวายออกมาอย่างน่าตี พี่จุนมยอนบิดเอวเซฮุนปรามให้หยุด

            “แต่ชานยอลบังคับให้พี่นั่งที่นั่งคนท้อง คนชรา คนพิการเลยนะ พี่ไม่ได้ท้อง ไม่ได้แก่ ไม่ได้พิการสักหน่อย!

            “ก็พี่ป่วยเองนี่ ดีแค่ไหนแล้วที่พี่ชานยอลเขาช่วยไว้น่ะ”

            “แต่มันก็ไม่สมควรนั่งนี่!

            “แล้วจะยืนเป็นลมทับพี่ชานยอลหรือไงล่ะ น้ำหนักก็ไม่ใช่เบาๆ เลยนะพี่”

            “โอเซฮุน!” ผมลุกขึ้นหวังจะขย้ำคอเซฮุนด้วยความหงุดหงิดใจ แต่พี่จุนมยอนก็เป็นคนห้ามทัพไว้

            “เอาล่ะๆ พี่เข้าใจนายแล้วแบคฮยอน ถ้าเป็นพี่พี่ก็คงโกรธ มีอย่างที่ไหนจับให้นั่งที่นั่งที่คนปกติเขาไม่นั่งกันแบบนั้น” ผมพยักหน้ารัวอย่างดีใจเมื่อเห็นวาพี่จุนมยอนเข้าใจในตัวผม เพราะคนเกาหลีอย่างพวกเราเวลาใช้บริการรถสาธารณะ ต่อให้มีคนเยอะมากแค่ไหน ไม่มีที่ยืนมากแค่ไหนก็จะไม่มีทางนั่งที่นั่งที่มีไว้สำหรับคนท้อง คนชรา คนพิการเด็ดขาด เพราะเขาให้เกียรติทางสถานะภาพของบุคคล

            “แต่พี่ก็เข้าใจชานยอลเหมือนกันนะแบคฮยอน...”

            “...”

            “เพราะชานยอลรักแบคฮยอนมากแล้วก็เป็นห่วงมากเขาถึงได้เลือกที่จะให้นายนั่งนะ เกิดนายเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจริงๆ จะให้ชานยอลอุ้มนายไว้จนถึงหอรึไงล่ะจริงไหม?”

            “...” ผมหลบสายตาพี่จุนมยอนเพราะคิดได้ว่ามันก็จริงอย่างที่พี่ชายของวงบอก

            “ชานยอลรักแบคฮยอนมากนะ อย่าโกรธชานยอลเลย หมอนั่นจะเสียใจแค่ไหนถ้าเป็นห่วงนายแต่นายกลับโกรธเขาน่ะ”

 

            จริงด้วยแฮะ...

            ผมมัวแต่คิดถึงความรู้สึกตัวเองจนลืมคิดไปเลยว่าชานยอลจะรู้สึกยังไง

 

            แกร๊ก~

 

            เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับคนที่ก่อนหน้านี้ผมโกรธเขาอยู่

            “เอาล่ะเคลียร์กันซะนะ” พี่จุนมยอนตบบ่าของผมแล้วลุกเดินหายเข้าไปในครัวเหมือนเดิม ชานยอลเดินมาหาผมทันที

            “ไปเคลียร์กันที่ห้องนะพี่ ตรงนี้พวกผมจะเล่นเกมกัน” ผมจิ๊ปากใส่โอเซฮุนไอ้เด็กจอมกวนหนึ่งทีก่อนที่ชานยอลจะจับมือผมแล้วพาเดินเข้าไปยังห้องนอนของเรา

 

            ชานยอลไม่ได้พูดอะไรมาก เขาแค่ทิ้งตัวนั่งลงบนปลายเตียงของตัวเองแล้วดึงตัวผมให้หย่อนก้นลงบนตักเขา ชานยอลเกยคางไว้บนไหล่ของผมแล้วใช้ท่อนแขนแข็งแกร่งโอบรัดตัวผมทั้งหมด

            “หายโกรธแล้วใช่ไหม?”

            “อะ อื้ม” ผมอ้อมแอ้มเสียงตอบเขาเพราะลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่ที่ข้างใบหู

            “แบคฮยอนนา...”

            “หื้ม?”

            “เป็นห่วงนะรู้ไหม”

            “ระ รู้แล้ว” ผมห่อไหล่คตอบคำถามเมื่อริมฝีปากซุกซนของคนโตกว่าเริ่มอยู่ไม่สุขและจุมพิตจากต้นคอลงมายังลาดไหล่

            “คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่านายป่วยและจำเป็นต้องนั่งก็จริง แต่ขอแค่นายรู้ว่าฉันทำไปเพราะรักและเป็นห่วงนายมากแค่นั้นก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?” ผมหน้าร้อนผ่าวกับประโยคคำพูดแสนเลี่ยน เขาไม่ได้พูดอะไรแบบนี้บ่อยๆ หรอกเพราะปกติแล้วเขาชอบกระทำเลยมากกว่า...

            “ขะ เข้าใจแล้วน่า” ผมจับมือปลาไหลที่หนึบเป็นปลาหมึกให้หยุดการลูบไล้เข้าไปใต้สาบเสื้อของผม ปาร์คชายอลคนนี้นิ่งและเงียบขรึมหากแต่กะล่อนและเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลา

            “ฉะ ฉันไม่สบายอยู่นะชานยอล!” ผมรีบยกมือดันอกกว้างของบุคคลอันตรายที่ผลักผมลงไปนอนราบกับเตียง รูมเมทตัวร้ายหัวเราะหึๆ แล้วโน้มตัวลงมาจูบที่หน้าผากของผมอย่างอ่อนโยน

            “ก็ไม่สบายน่ะสิถึงต้องให้นอน ไว้หายป่วยเมื่อไรขอคืนที่ติดค้างไว้ด้วยนะแบคฮยอน”

            “อะ เอาเปรียบ!” ผมหน้างอทันทีที่เขาแจ้งความประสงค์ออกมา ชานยอลก็อย่างนี้ ชอบใช้ข้ออ้างเวลาผมทำอะไรผิดเป็นตัวเรียกร้องขอกอดผมอยู่เสมอ แต่ก็เพราะเป็นชานยอลคนเจ้าเล่ห์นั้นแหละ ต่อให้ผมไม่ต้องดื้อหรือทำอะไรผิดเขาก็ต้องหาข้ออ้างมาเอาเปรียบผมอยู่เสมอจนได้...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

 

 

mm talk 2nd 

            ในที่สุดก็ได้เขียนออกมาสักทีวางแพลนไว้ตั้งแต่กลับจากเกาหลีเมื่อปีที่แล้วละ ฮาๆ ฝีมือการเขียนฟิคก็ยังเหมือนเดิม หาสาระประโยชน์อะไรไม่ค่อยได้ โอ...แก็บซ้องงงงง~ #schoolBAEK

Minor!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #13 ploy ploylovelyGirl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 12:15
    >/////////< น่ารัก~~~~~~~~~~~
    #13
    0
  2. #11 mejik_bc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2557 / 21:19
    น่ารักมากเลยอ่าไรท์ รีบมาต่อเร็วๆนะคะ
    #11
    0
  3. #10 KoSAto EnMA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 19:39
    อร๊ากกกกกกกกกกกกกก รู้สึกเซ็กซี่ อ่าาาาห์(ขอโทษที่มาหื่นกามค่ะ)
    #10
    0
  4. #9 mini (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 10:32
    น่ารักกกก
    #9
    0
  5. #8 iced tea aha! (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 08:30
    น่ารักอะ ><
    #8
    0
  6. #7 mini (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 10:52
    น่ารักเหมือนเดิมเลยน้าา
    #7
    0
  7. #4 AomCB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:34
    น่าอ่านมากกกกกกกกกกกกกกก 
    #4
    0
  8. #1 eoiiioe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 16:03
    ตามมมมมมมมมมมม :D
    #1
    0