[Fic KnB][Akakuro]Kuroko no love(จบ+รวมเล่มแล้ว)

ตอนที่ 22 : Kuroko no love 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    1 ส.ค. 57




Kuroko no love 17

 

 

 

 

ร่างเล็กๆบอบบางบนเตียงเดี่ยวซุกร่างใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวขยับตัวพลิกนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง..ดวงจันทราเสี้ยวหลังม่านสีขาวส่องแสงสีนวลผ่านทะลุเข้ามาในห้องนอนสี่เหลี่ยมมืดมิด

“นอนไม่หลับ..”  คุโรโกะลืมตาขึ้นช้าๆ ปรือมองแสงจันทร์แล้วก็พลิกตัวนอนหงายยกมือก่ายหน้าผาก ก่อนจะช้อนนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนมองตุ๊กตากระต่ายสีขาวตัวน้อยในชุดกระโปรงสีชมพูหวานที่มีชื่อว่า Melody

 

 

เจ้าของตุ๊กตาดังกล่าว..ตอนเย็นหลังเลิกชมรมของวันนี้กำลังยืนอยู่เคียงข้างกับ คิเสะ เรียวตะ

รอยยิ้มที่ส่งมอบให้ระหว่างกัน..แม้จะห่างไกลจากระยะสายตากลับทำให้หัวใจเจ็บจี๊ดจนฉุนกึก

 

 

มือเล็กยกมากุมอกซ้ายจิกเล็บแน่นจนรู้สึกเจ็บ..จิกเพื่อตอกย้ำเตือนสติให้รู้ว่าตัวเองกำลังทำผิด..ผิดที่กำลังรู้สึก หึงในตัวของอาคาชิ เซย์จูโร่ ทั้งๆที่คบหาอยู่กับอาโอมิเนะ ไดกิ คู่หูแสงของทีมปาฏิหาร์ย

“อย่าทำแบบนี้คุโรโกะ เท็ตสึยะ..เธอได้เจอเจ้าชายแล้วนะ..รอเขามาตลอดไม่ใช่เหรอ”  เสียงหวานกระซิบเบาๆเตือนใจตัวเองเอาไว้ให้มั่น แล้วข่มตาลงพยายามลืมเรื่องราวว้าวุ่นในหัวใจจนปวดสมองเหล่านี้..ลืมแล้วหลับตาลงเข้าสู่นิทราไป

 

.

.

.

 

 

 

“เทย์โคว!!!ชัยชนะ!!!!เทย์โคว!!!!ชัยชนะ!!!!! 

 

เสียงเชียร์ดังกึกก้องมาจากเหล่านักเรียนมัธยมต้นเทย์โควที่รวมตัวออกมาขึ้นแสตนโรงยิมขนาดใหญ่ที่ใช้ในการจัดการแข่งขันบาสเก็ตบอลเยาวชนรอบคัดเลือก ส่งผ่านมาตามโทรโข่งพ่วงเสียงตะโกนกึกก้องลั่นสนามบาสเก็ตบอลขนาดใหญ่ ไหนจะเหล่าเชียร์ลีดเดอร์ส่วนมากจะเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ในตัวนักกีฬาตัวจริงออกมาถือปอมปอมโบกเชียร์เต้นให้กำลังใจ ด้วยชุดเครื่องแบบกระโปรงสั้นน่ารักๆชวนพิศมอง ขณะเดียวกัน..ทีมบาสของโรงเรียนอื่นๆก็ไม่น้อยหน้าส่งเสียงเชียร์แข่งไม่ยอมลดละเช่นกัน

 

แรงเชียร์เหล่านั้นดังมาไกลจนถึงตัวห้องล็อกเกอร์สำหรับนักกีฬา..ประตูห้องที่ติดป้ายไว้ว่า เทย์โคว ตอนนี้ปิดสนิท..สงบ..จนน่าขนลุกแต่ใครจะรู้ว่าหลังบานประตูนั่นเต็มไปด้วยเหล่านักกีฬาตัวจริงที่ใจเต้นร้อนรุ่มอยากจะลงสนามใจจะขาด..แม้ว่าหากเทียบกันแล้วความตื่นเต้นของพวกเขาค่อนข้างน้อยลงจากปีแรกที่เริ่มลงแข่งขันจนคว้าถ้วยรางวัลมาได้

 

นี่เป็นปีที่สาม..ปีสุดท้ายของเหล่าสมาชิกตัวจริงแห่ง รุ่นปาฏิหาร์ย

 

“มีอะไรอยากจะพูดไหม?” กัปตันชมรมอาคาชิ เซย์จูโร่ กอดอกยืนอยู่หน้าบานประตู ในชุดฟอร์มนักกีฬาตัวจริงเบอร์ 4 นัยน์ตาสีแดงกวาดมองสมาชิกในทีมทุกคนรวมถึงผู้จัดการสาวทั้งสองที่ยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร

“อยากกินขนมอีกซักชิ้นอ่ะอาคาจิน”  คนผมม่วงเปิดปากขอคนหนุ่มผมสีแดง

“พอได้แล้วมุราซากิบาระ!!นี่จะแข่งแล้วนะเดี๋ยวก็จุกหรอก!!!!”  มิโดริมะขึ้นเสียงใส่คนตัวใหญ่ยักษ์ผมสีม่วงยาวซอยสไลด์ละต้นคอ ที่ทำตัวเป็นเด็กงอแงจะกินขนมคบเคี้ยวไร้สาระ แถมยังนั่งหน้าบูดเมื่อโดนรองกัปตันเจ้าระเบียบเอ็ดเข้าให้  ต่อด้วยบ่นเป็นชุดอีกยาวเป็นพรืดน่ารำคาญจนคนเรือนผมสีม่วงเบือนหน้าหนีมองอย่างอื่นแทน  

“ฉันกับเท็ตสึเราจะคว้าแชมป์ไปด้วยกัน ..ปีนี้จะรักษาถ้วยเอาไว้ให้ได้”  อาโอมิเนะโพล่งขึ้นมาพร้อมกอดคอเด็กสาวร่างจำแลงบอบบางดึงเข้ามาใกล้ คุโรโกะหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อเขินอายทั้งที่ยังคงทำหน้านิ่งเรียบเช่นนั้น โมโมอิหรี่ตามองเพื่อนสมัยเด็กด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะใช้กระดานรองเขียนพลาสติกตีศีรษะอีกฝ่ายแรงพอประมาณแต่ก็ทำให้คนหนุ่มผิวสีแทนเจ็บแปล๊บ

“มันเจ็บนะซัทสึกิ!!!”  เสียงทุ้มห้าวโวยวายแยกเขี้ยวใส่ผู้จัดการสาวเรือนผมสีชมพูที่วิ่งไปแทรกระหว่างกลางของคู่หูแสงเงา ฉวยโอกาสโอบกอดรอบคอเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งแนบแน่นจนหน้าอกใหญ่โตบดเบียนต้นแขนเปลือยเปล่าด้วยชุดนักกีฬาเบอร์ 15 แถมยังแลบลิ้นใส่กวนประสาทเอซแห่งเทย์โควอีก

 

คิเสะ เรียวตะ ชำเลืองมองภาพเหล่านั้น..เธอเม้มปากแน่นกลั้นลมหายใจที่แปรปรวนไม่สงบเหล่านี้..กลัวว่าจะเผลอแสดงด้านลบออกมา จึงเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาทำเป็นอ่านเอกสารตารางแข่งในมือ แต่ก็ไม่อาจพ้นความช่างสังเกตของอาคาชิได้

“คิเสะ..” จู่ๆ เสียงทุ้มสุขุมเอ่ยเรียกสาวผมทองดัดลอน นางแบบสาวสะดุ้งเงยหน้าจากเอกสารหันมาสบตาสีแดงเรียวคมด้วยสีหน้างุนงง

“ฉันคาดหวังในตัวเธอ พยายามเข้าล่ะ” อาคาชิ เซย์จูโร่ ยิ้มละมุนให้อีกฝ่าย..รอยยิ้มอบอุ่นและดูอ่อนโยนนั่นเรียกกำลังใจที่ห่อเหี่ยวของร่างเพรียวให้ชื้นขึ้นมาเป็นกอง เธอรู้ดีว่ากัปตันทีมต้องการเบี่ยงประเด็นให้สนใจเรื่องการแข่งแทนที่จะมาหมกมุ่นกับเรื่องอกหักรักคุด นัยน์ตาสีทองใต้ขนตาแพยาวกระพริบตาก่อนจะยิ้มกว้างพยักหน้าตอบรับ

 

 

“ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ต้องชนะเท่านั้น ถ้างั้น..ไปกันได้แล้ว”

 

ร่างสูงโปร่งหันหลังออกจากสมาชิกตัวจริงเดินไปเปิดประตูล็อกเกอร์แล้วก้าวเดินนำเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยออกไปสู่สนามการแข่งขันที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า  พวกเขาทุกคนผ่านอุโมงค์ที่มีปลายทางเป็นแสงสว่างและเมื่อไปถึง ก็พบกับเสียงตะโกนเชียร์กึกก้องพร้อมกับแสงสปอตไลท์สาดส่องจากเพดานตัวโรงยิมขนาดใหญ่ สนามขัดเงาวับต้องแสงเจิดจ้าทำให้ทุกอย่างดูพร่ามัว คุโรโกะหรี่ตาลงยกมือป้องหน้าตัวเอง รอให้ม่านตาปรับสภาพจนคุ้นชินแล้วจึงลดมือลง  

ทั้งสองทีมโค้งเคารพคู่แข่งกันและกันเพื่อเป็นมารยาทก่อนจะแยกย้ายไปนั่งเตรียมแผนการรวมถึงตั้งสมาธิบนม้านั่งข้างสนามของทีมตัวเอง..รอจนกว่าจะถึงเวลา 5 นาทีที่กรรมการจะเรียกให้ลงสนามแข่ง

 

“โรงเรียนอาราชิสินะ ปีที่แล้วฉันกับเอซของทีมนั่นฟัดเหวี่ยงกันน่าดู ปีนี้คงเก่งขึ้นว่าไหมเท็ตสึ?

อาโอมิเนะ ไดกิ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวยืดเส้นยืดสายเตรียมรอกรรมการเรียกทีมให้ลงสนาม ดวงเนตรสีไพลินจ้องมองเอซของทีมอาราชิคนหนุ่มตัวสูงผมสีทองคำขาวซอยหล่อเหลาคนนั้น  ทว่า..ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างเล็กๆจืดจาง คนหนุ่มหันไปมองคนข้างตัวที่แสนจืดจาง..ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้านั่นไม่ได้สนใจมองคู่แข่งหรือแม้แต่ตัวเขา แต่กำลังมองอะไรบางอย่าง ด้วยความสงสัยเอซเทย์โควจึงชำเลืองมองตามทิศทางนั่น

 

“เท็ตสึ..มองยัยลูกหมานั่นทำไม?” คนผิวสีแทนถาม คุโรโกะสะดุ้งโหยงตกใจรับละสายตาออกจากผู้จัดการสาวเรือนผมสีทองสลวยดัดลอนกำลังตระเตรียมเอกสารกับโมโมอิ ส่ายหัวปฏิเสธคำถามของแฟนหนุ่ม

“ไม่มีอะไรค่ะอาโอมิเนะคุง ฉันแค่คิดว่าช่วงนี้คิเสะคุงดูสนิทกับอาคาชิคุง”  สิ้นคำดังกล่าว อาโอมิเนะชักสีหน้าประหลาดใจ แล้วหันไปมองอีกที..จะว่าไปนอกจากคิเสะจะอยู่คุยกับโมโมอิแล้ว อาคาชิเองก็ยืนอยู่ข้างๆสนทนากับสาวผมทองด้วย แถมพักหลังๆมานี่คิเสะคลุกกับอาคาชิตลอดเวลา ไหนจะปลีกตัวไปซ้อมกันสองคนที่โรงยิมระดับสองตลอดทั้งอาทิตย์นี่อีก

 

“นั่นสินะ..จะว่าไปเดี๋ยวนี้ยัยลูกหมาก็ไม่ค่อยเกาะแกะฉันเลย ดีเหมือนกันแหะ..สงสัยติดอาคาชิแทนแล้วล่ะมั้ง”

เสียงหัวเราะขำขันตามด้วยคำพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายสบายๆ หารู้ไม่ว่าแทงใจสาวตัวเล็กๆผู้ปลอมเพศตัวเองในฐานะผู้ชาย นัยน์ตากลมโตไร้อารมณ์นั่นจ้องเขม็งไปยังสาวผมทองสลับกับคนหนุ่มเรือนผมสีแดง   จ้องนานจนคิเสะรู้สึกตัว ดวงเนตรสีอำพันเหลือบมาสบตาเธอด้วยแววตาฉงนสงสัย

 

“มีอะไรเหรอคุโรโกจจิ?” เสียงหวานร่าเริงถามกลับ ทว่า..คุโรโกะกลับไม่ตอบแล้วหันหน้าหนีเมินไปเสียอย่างงั้น ทำเอานางแบบสาวเสียความรู้สึก..ถึงจะถูกอีกฝ่ายเมินบ่อยจนน่าจะชินชาได้แล้วก็เถอะ แต่คราวนี้

 

เหมือนคุโรโกจจิจะไม่พอใจเรา?

 

 

“ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

เสียงนกหวีดดังขึ้นออกผ่านทางลำโพงขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนเพดานโรงยิมเป็นสัญญาณบอกหมดเวลาสำหรับการเตรียมตัวแล้ว ทุกคนเดินเข้าสนามในเขตแดนฝั่งตัวเอง ยืนบนตำแหน่งที่ตระเตรียมไว้ อาโอมิเนะถูปลายจมูกแสยะยิ้มสนุกสนานตื่นเต้น ก้าวไปยืนอยู่ตรงหน้าเส้นขีดแบ่งเขตแดนสีขาวประจัญกับเอซของทีมโรงเรียนอาราชิที่ส่งยิ้มยียวนมาให้

 

“ไงอาโอมิเนะ ปีที่แล้วทำไว้แสบมาก ปีนี้ขอเอาคืนนะ”

“ถ้าทำได้ก็ลองดูสิ” 

 

ต่างฝ่ายต่างพูดท้าทายกันด้วยรอยยิ้มพกความมั่นใจในความสามารถที่ได้รับการฝึกฝนพัฒนามาตลอด 1 ปีเต็ม  สายตาทุกคู่ของทีมฝ่ายตรงข้ามลุกโชนไปด้วยเพลิงไหม้รอล้างแค้นกับความพ่ายแพ้ที่ได้รับมาปีที่แล้ว    มิโดริมะ ชินทาโร่ ปรายตามองคู่ต่อสู้ที่ต้องมาเจอรอบแรกด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งก่อนจะดันแว่นขึ้นสัน ส่วนมุราซากิบาระอ้าปากหาวหวอดๆจนน้ำตาเล็ด 

“น่าเบื่อชะมัดเลย..รอบแรกก็ทำเป็นไฟแรงไปได้” คนหนุ่มตัวใหญ่ที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการเล่นบาสบ่นพึมพำอยู่ใต้แป้นบาสทีมตัวเองตำแหน่ง Center ในขณะที่อาคาชิซึ่งประจำอยู่ตรงกลางมุ่นคิ้วไม่พอใจกับอาการเฉื่อยแฉะจึงหันไปต่อว่าทั้งเสียงเข้ม

“อย่าประมาทให้มากนักมุราซากิบาระ ถ้าประมาทแม้นิดเดียวก็อาจทำให้แพ้ได้”

“อาคาจินก็จริงจังไปได้” นัยน์ตาสีอเมทิสต์ขุ่นมัวไม่พอใจอยู่หน่อย  ทว่า..กรรมการของทีมในชุดเสื้อคอโปโลสีดำเดินเข้ามาพร้อมกับลูกบาสเก็ตบอลยืนอยู่ตรงเส้นคั้นเขตแดนทำให้การโต้เถียงของชายหนุ่มสองคนหยุดลง

 

ลูกบาสโยนลอยขึ้นฟ้า..เอซของทั้งสองจ้องมองลูกบอลสีส้มแดงอิฐที่ใช้เป็นตัวตัดสิน เปิดเกมส์แรกคือการประกาศศึกฉะนั้น..คนที่ตบแย่งได้ก่อน

 

ผัวะ!!!!!!

 

“ไปเลยมิซากิ!!!!” เอซแห่งทีมอาราชิคว้าบอลไปได้ก่อนแล้วเดาะลำเลียงวิ่งฝ่าด่านเข้าไป ในเขตแดนของเทย์โควหมายจะทำแต้ม พยายามวิ่ง..วิ่งให้เร็วกว่าที่อาโอมิเนะจะไล่กวดทัน แต่..คนผิวสีไม่ธรรมดาอย่างที่คิดเขาวิ่งไล่ได้เร็วขึ้น ด้วยความสูงด้วยสปีดที่มากขึ้นจากการฝึกฝนเพียงไม่กี่ก้าวก็เข้าประชิดด้านหลังเสียแล้ว

 

“สกัดอาโอมิเนะไว้!!”  point guard ของทีมฝ่ายตรงข้ามตะโกนสั่งลูกทีมคนอื่นๆ สมาชิกอีกสองคนวิ่งเข้ามาขว้างสกัดกั้นชายผิวแทน ร่างสูงกำยำสบถคำรามนัยน์ตาสีไพลินสอดส่ายมองหาช่องทางหลบหลีกให้พ้นจากการป้องกันที่เหนียวแน่นเหล่านี้ 

 

 

“แต้มแรกฉันขอไปก่อนล่ะ!!!!

 

 

ผัวะ!!!!!

 

บอลในมือของมิซากิถูกใครบางคนพุ่งเข้ามาปัดแย่ง..คนหนุ่มผมทองขาวเบิกตาโพลงตกตะลึงกับบอลในมือที่หายไปในชั่วพริบตาเห็น

“เบอร์ 15 มาตั้งแต่เมื่อไหร่!!!!”  เอซทีมฝ่ายตรงข้ามตกใจ ตาสีเข้มจับจ้องไปยังผู้เล่นเรือนผมสีฟ้าอ่อนสั้นแสนจืดจางวิ่งผ่านเข้ามาในระยะสายตา พอหันไปอีกที..ร่างเล็กๆนั่นก็หายไปแล้ว  เขาส่ายหัวตั้งสติก็พบว่าบอลตกไปอยู่ในมือของ

 

ฝุ่บ!!!!!!

 

ลูกชู้ตสูงจนเกือบชิดเพดานลอยละลิ่วเหมือนนกที่ติดปีกโบยบิน..สูงจนไม่น่าเชื่อว่าโลกนี้จะมีใครสามารถชู้ตลูกได้สูงขนาดนี้ ลูกบอลเริ่มหล่นตาวิถีโค้งของมันและ..ตกลงสู่ห่วงไปอย่างสวยงาม

 

“มิโดริมะเจ๋งไปเลย!!!!!”   อาโอมิเนะวิ่งเข้าไปตบไหล่ชายหนุ่มเรือนผมสีเขียวเข้ม มิโดริมะพ่นลมหายใจแรงหมุนตัวเดินหันหลังไม่แยแสลูกบาสที่ตกกระทบพื้น มือดันแว่นก่อนจะเหลือบตามองทุกคนในฝ่ายตรงข้ามที่ตะลึงอ้าปากค้างด้วยสายตาหมิ่นเหม่

“ดวงชะตาของพวกนายมันตกแล้ว” เขาพูดทิ้งก่อนจะเดินจากไปประจำตำแหน่งตัวเอง ลูกชู้ตเมื่อครู่..ทำเอาทั้งสนามเงียบกริบ เสียงเชียร์หายกลืนไปในลำคอ

 

“บ้าน่า..ชู้ตจากครึ่งสนามเนี่ยนะ!!!

“เป็นไปไม่ได้!!!นี่มันปาฏิหาร์ยเกินไปแล้ว!!!

 

คนในทีมอาราชิช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น..สิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือการเล่นของเด็กๆ ม.ต้น  ท่าทางหนังสือพิมพ์สกู๊ปกีฬาแห่กันตั้งฉายาให้ว่า รุ่นปาฏิหาร์ยจะไม่ได้เป็นเพียงข่าวลือเล่นๆเสียแล้ว  พวกเขาพยายามตั้งสติแล้วกลับมาสู่การแข่งขันต่อ..ฝ่าย Center ของทีมอาราชิรีบาวน์ลูกแล้วส่งให้ผู้เล่นในทีม ต่างฝ่ายต่างส่งรับลูกกันไปมาหลอกตาไม่ให้ทีมเทย์โควคว้าลูกได้ทัน

“ทาเคะ!!!”  บอลถูกส่งให้สมาชิกตำแหน่ง small forward บุกเข้าไปใกล้แป้นบาสทีมเทย์โควที่เหลือเพียงมุราซากิบาระยืนเกาศีรษะอ้าปากหาวหวอดๆ รออยู่

 

ผัวะ!!!!

 

เพียงแค่เหยียดแขนลูกบอลก็ถูกปัดแย่งไปอย่างง่ายดาย คนหนุ่มตัวสูงใหญ่ปรายตามองคนที่ดาหน้าบุกเข้ามาด้วยแววตาเฉื่อยแฉะ  “น่าเบื่อชะมัด อยากแข่งจบๆแล้วไปกินขนมแล้วแหะ”

มุราซากิบาระบ่นงึมงำในลำคอ ขายาวๆขยับวิ่ง..วิ่งพลุนพลันออกไปจากตำแหน่งของตัวเองสร้างความตกตะลึงให้แก่สมาชิกในทีมเทย์โคว อาคาชิตาตื่นตกใจกับการกระทำอินดี้แบบเด็กๆไม่สนแผนการณ์ที่เขากับโค้ชวางเอาไว้ 

“ตามมุราซากิบาระไป!!!”  คำสั่งของกัปตันผู้ดำรงตำแหน่ง Point guard ดึงสติลูกทีมกลับมา ในเมื่อไม่เป็นไปตามแผนการณ์ในฐานะผู้สั่งการจำต้องแก้สถานการณ์ไม่ให้เสียรูปแบบ ประหนึ่งเล่นโชงิจัดกระบวนทัพที่ผิดพลาดให้ผิดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทีมฝ่ายตรงข้ามพยายามวิ่งเข้ามาสกัดชายผมสีม่วงตัวใหญ่เอาไว้ถึงสามคน..นัยน์ตาสีเฉื่อยแฉะฉายแววขุ่นมัวชักสีหน้ารำคาญใจออกมา

“ถอยไปห่างๆได้ไหม เดี๋ยวก็ขย้ำให้หรอก”  ร่างสูงชะลูดกระโดดขึ้น เพียงแค่ออกแรงเด้งตัวเล็กน้อยด้วยส่วนสูงที่มีทำให้คนทั้งสามที่พยายามกระโดดขึ้นแล้วก็ไม่อาจไล่ตามทัน..แถมยัง..ร่วงหล่นลงมาเร็วกว่า

 

 

ปึง!!!!!!

 

ลูกบาสดังก์เข้าห่วงเต็มแรงจนแป้นโงนเงน เทย์โควทำคะแนนนำติดต่อไปกัน 2 : 0 แล้ว  มุราซากิบาระปล่อยมือจากห่วงลงเหยียบพื้น

“รีบาวน์!!!!”  สมาชิกในทีมอาราชิตะโกนเสียงดังกึกก้องให้ Center ของเขาแย่งลูกคืนมา

 

ผัวะ!!!!!

 

คุโรโกะวิ่งเข้ามาตัดบอล ใช้มิสไดเร็กชั่นส่งบอลไปยังด้านหลังที่คู่หูแห่งแสงวิ่งมารอรับได้พอดิบพอดีมือ อาโอมิเนะแสยะยิ้ม มือประคองบอลแล้วกระแทกลงกับพื้นเดาะไปตามทางวิ่งหลบหลีกคู่ต่อสู้เป็นพัลวัน  พยายามที่จะชู้ตทำคะแนนและก็ได้ผล เขาอาศัยความเร็วกระโดดเลย์อัพลูกลงไปได้อย่างสวยงาม

 

การแข่งขันดำเนินไปเรื่อยๆจนหมดครึ่งแรก..เทย์โควนำไปอยู่ 50 : 35 แต้ม ถือเป็นระดับที่ปกติสำหรับนักกีฬาที่เครื่องพึ่งเริ่มสตาร์ทติด ทุกคนกลับมานั่งพักบนม้านั่งนอกสนาม โมโมอิกับคิเสะและสวัสดิการสาวอีกสามคนรีบวิ่งเอาน้ำดื่มกับผ้าเย็นมาประคบต้นคอและไหล่ของนักกีฬาให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อเอาไว้

“คิเสะ..การแข่งเมื่อกี้เธอเห็นอะไร?” 

อาคาชิถามพลางใช้ผ้าขนหนูสีดำซับเหงื่อไคลบนใบหน้า หญิงสาวเรือนผมสีทองสว่างดัดลอนหน้าตาตื่นประหม่าอยู่ไม่น้อย นัยน์ตาสีอำพันสบตาสีแดงคมของกัปตันทีมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามว่า จะเอาจริงเหรอซึ่งแน่นอนว่าอาคาชิตอบผ่านทางสายตาที่เรียบ..นั่นแปลว่าเขาจะไม่พูดซ้ำและก็ได้ไตร่ตรองเรียบร้อยแล้ว

 

ความสามารถ Copy perfect ถึงเวลาที่จะต้องหยิบมาใช้

 

 

“ฉันอยากให้อาโอมิเนจจิตัวต่อตัวกับเอซของทีมอาราชิ คนๆนั้นถัดมือซ้าย พยายามเบี่ยงตัวหรือส่งบอลไปทางขวา เบอร์ 4 นั้นชอบส่งลูกให้เบอร์ 11 ถ้าคุโรโกจจิตามสกัดแย่งลูกทางนี้บ่อยๆจะทำให้เสียรูปแบบ เบอร์ 7 เป็นเน้นสปีดเป็นหลักก็จริงแต่ติดปัญหาเรื่องการป้องกันในที่สูง ถ้าเป็นฉัน..ฉันคิดว่าลูกชู้ตของมิโดริมัจจิน่าจะเอาชนะได้ อีกคนฉันยังมองไม่ออกว่าจะเลียนแบบยังไง แต่คิดว่าอีก 1 ชั่วโมงต่อจากนี้น่ารู้ทัน” 

 

ทุกคนในทีมนั่งตะลึงตาค้างกับสิ่งที่คิเสะ เรียวตะพูด  พวกเขาแต่ละคนหันมามองหน้ากันตาปริบๆแล้วก็กลับมาเงยหน้าสบตาสีอำพันคู่งามใต้ขนตาแพยาว

“คิเสะ.. เธอแน่ใจได้ไงมิซากิไม่ถนัดขวา?” อาโอมิเนะถาม

“เพราะฉันเลียนแบบมิซากิได้น่ะสิ..ก็เลยรู้จุดอ่อนของหมอนั่น” คิเสะตอบโดยเลี่ยงที่จะสบตาอีกฝ่าย เพราะไม่อยากรู้สึกเจ็บในหัวใจ..ยามที่ต้องมองแววตาที่เต็มไปด้วยความรักที่มอบให้แต่สาวเรือนผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งปลายผมชื้นเหงื่อซึ่งนั่งอยู่ข้างๆดื่มน้ำไปครึ่งขวดก่อนจะส่งให้อาโอมิเนะดื่มต่อ

 

จูบทางอ้อมที่มีความหมาย ไม่ใช่กับเธอที่ได้แค่วาดฝันไปคนเดียว

 

“ทำตามที่คิเสะพูดเนี่ยนะ?”  มิโดริมะ ชินทาโร่ตะขิดตะขวงในใจ เขาไม่เคยเห็นคิเสะเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันนอกจากเป็นผู้ช่วยโมโมอิจัดตารางซ้อม อันที่จริงต่อให้ไม่มีคิเสะพวกเขาก็ยังคงทำแต้มทิ้งห่างได้เรื่อยๆหากไม่มีอะไรผิดพลาด

“ฉันเคยพูดเล่นหรือไงมิโดริมะ  ฉันเลือกคิเสะมาก็เพราะสิ่งนี้ พวกนายจะไม่ทำตามก็ได้แต่อย่าเสียใจทีหลังว่าต้องมาไล่ตีตื้นคะแนนแบบเลือดตากระเด็นก็แล้วกัน”  อาคาชิกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างท้าทายคนหนุ่มเรือนผมสีเขียวผู้ดำรงตำแหน่งรองกัปตัน   ถึงจะติดใจอยู่แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความเชื่อมั่นของกัปตันทีมได้

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ไม่เคยมองอะไรผิดพลาด

 

การเข้ามาของคุโรโกะ เท็ตสึยะ กับมิสไดเร็กชั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้แล้วว่าคนๆนี้มีสายตาที่กว้างไกลกว่าคนอื่นๆมาก  ทำให้พวกเขาทุกคนตัดสินใจเลือกที่จะเชื่อในตัว คิเสะ เรียวตะ..ลองเสี่ยงที่จะทำตามคำแนะนำของอีกฝ่าย 

 

เวลาพักหมดลงผู้เข้าแข่งขันลงสู่สนามอีกครั้ง  ก้าวเท้าเข้าไปในเขตแดนของตนที่เปลี่ยนเป็นคนละฝาก  ทุกสายตาบนแสตนจับจ้องการแข่งที่จะเริ่มต่อจากนี้ ในผู้เข้าชมทั้งหมดนอกจากจะเป็นเด็กเชียร์ของแต่ละโรงเรียน ม.ต้น แล้ว  ก็ยังมี..เหล่าทีมบาสตัวจริงของ ม.ปลาย ที่แฝงตัวเข้ามาดูการแข่งขันที่อนาคตข้างหน้า ไม่แน่ว่านักกีฬาบนสนามแห่งนี้อาจมีคนใดคนนึงได้กลายมาเป็นรุ่นน้องในสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลของพวกเขา

 

“หึหึ..ไม่เลวเลยนี่ นอกจากอาโอมิเนะคุงกับรุ่นปาฏิหาร์ยแล้ว..point guard คนนั้นก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน”

“อิมาโยชิซังหมายถึงคนผมแดงๆนั่นน่ะเหรอครับ”  วากามัตสึ โคสึเกะ สมาชิกชมรมทีมบาสตัวจริงของโรงเรียน ม.ปลายโทโอถามกัปตันทีมบาสของพวกเขา สลับกับมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นับส่วนสูงกับเพื่อนในทีมแล้วค่อนข้างน้อยกว่าเห็นได้ชัดจนไม่น่าเชื่อว่านี่หรือ..คือกัปตันของเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ย

“อาคาชิ เซย์จูโร่คุง รู้สึกจะชื่อนี้แหละ ฉันเองก็ไม่ค่อยได้สนใจนักเพราะอาโอมิเนะคุงน่าสนใจกว่า”  อิมาโยชิ โชอิจิ พูดคำว่า สนใจนี่ทำเอาวากามัตสึอดขนลุกเสียไม่ได้ รู้ทั้งรู้แก่ใจว่าหนุ่มแว่นหน้ายิ้มแป้นแล้นผู้นี้ช่างเจ้าเล่ห์เจ้าทน นิสัยเสีย แถมยังชอบวางแผนได้โหดร้ายสมฉายา ปิศาจยิ่งนัก คิดแล้วก็อดสงสารเอซเทย์โควไม่ได้ว่าจากนี้ไปหากได้มาอยู่ในทีมเดียวกันจะมีอนาคตเช่นไร

“แต่ว่า..คนที่คุมพวกสัตว์ประหลาดแบบนั้นได้อยู่หมัดแบบนั้น อิมาโยชิซังจะไม่สนใจจริงๆเหรอครับ?” ชายหนุ่มผมสีอ่อนตัดสั้นมองใบหน้ายิ้มระรื่นครึ่งซีกด้วยสายตาฉงนงุนงง  อิมาโยชิหัวเราะในลำคอนั่งเท้าคางจ้องมองการแข่งที่เริ่มดำเนินไป นัยน์ตาที่หยีเล็กลืมขึ้นมองทะลุผ่านเลนส์แว่นใสสะท้อนแสงจากสปอตไลท์จับจ้องไปยังร่างของคนหนุ่มเบอร์ 4 ที่เดาะบอลหลบหลีกด้วยความเร็วแล้วส่งลูกให้มือชู้ตสามแต้มทำคะแนนด้วยลูกชู้ตครึ่งสนามน่าตกตะลึงนั่น

 

“อาคาชิคุงดูๆแล้วก็เป็นคนมีพรสวรรค์ทางด้านบาสเก็ตบอล แถมมีทักษะการเป็นผู้นำทีม ฉันคิดว่าเขาก็เป็นที่มีสายตาเฉียบคมมองเห็นความสามารถและพรสวรรค์ของคนอื่นๆ หยิบมาใช้ได้ถูกวิธีด้วย แต่ว่า..พรสวรรค์กับความสามารถมันติดตัวอยู่ที่เจ้าของ.. ไม่ใช่คนที่มองเห็น”

 

 

ปึง!!!!!!!

 

ลูกชู้ตดังก์เข้าห่วงทำคะแนนไปเป็นแต้มที่ 104 : 43 มุราซากิบาระ อัตสึชิ หย่อนตัวลงมา หยิบเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนหน้าออกลวกๆ นัยน์ตาสีอเมทิสต์เรียวคมเอื่อยเฉื่อยช้อนมองแป้นบาสที่โอนเอนไปมาก่อนจะหยุดนิ่ง

 

ไม่ว่าจะทำแต้มแค่ไหนก็ไม่มีใครเทียบเทียมความสูงได้..ไม่มีใครสกัดกั้นเราได้

บาสมันก็ง่ายเหมือนแกะขนมป้อนเข้าปาก..ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็

 

“มุราซากิบาระ..” 

เสียงทุ้มเรียบสุขุมคุ้นหูดังขึ้น รองเท้าพละสีขาวแถบสีเส้นสีฟ้าเดินเข้ามาใกล้แล้วหยุดยืนอยู่ด้านหลังคนตัวใหญ่  ชายหนุ่มผมม่วงซอยรากไทรยาวคลอเคลียต้นคอผินหน้ามาสบตาสีแดงทับทิมเรียวคมฉายแววขุ่นเคืองไม่พอใจออกมาเห็นได้ชัด

“ลูกเมื่อกี้นายควรส่งมาให้ฉัน มันจะปลอดภัยกว่าถ้าทำแบบนั้น” อาคาชิต่อว่าอีกฝ่ายที่พลุนพลันเล่นทำคะแนนโดยไม่สนว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดซึ่งอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกถูกฝ่ายตรงข้ามแย่งไป  

ใบหน้ามึนอึนขมวดคิ้วเป็นปม หรี่ตามองกัปตันชมรมที่ส่วนสูงน้อยกว่าแต่วางอำนาจออกคำสั่งเขา มุราซากิบาระพ่นลมหายใจแรงฮึดฮัด  ใช่ว่าอาคาชิจะอ่านสีหน้าไม่ออก เขารู้ดีว่าผู้เล่น center กำลังไม่พอใจ แต่ก็เลือกที่จะเมินแล้ววิ่งเข้าไปรีบาวน์แย่งลูกมาเดาะวิ่งออกไปหลบหลีกฝ่ายตรงข้ามแล้วส่งมอบให้มือส่งไร้เงาที่ใช้มิสไดเร็กชั่นวิ่งเข้ามาด้านหลังรอรับลูกอยู่แล้วปัดส่งไปยังเอซแห่งเทย์โควที่รอบุก

 

 

“วากามัตสึ..คิดอย่างไงกับจ่าฝูงของหมาป่า”  อิมาโยชิถามกลับ 

“อ..เอ๋..เออ..ก็เป็นตัวที่เก่งที่สุดในฝูงมั้งครับ..คงทำนองนั้น”  วากามัตสึตอบคำถามทั้งเสียงตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจว่าจะถูกต้องหรือไม่  ยอมรับว่าตัวเองน่ะโง่ ไม่เข้าใจคนมีไอคิวสูงทะลุอัจฉริยะอย่างอีกฝ่าย   ไม่เข้าใจด้วยว่า หมาป่ามันไปเกี่ยวอะไรกับการแข่งบาส

“แล้วถ้าเกิดหมาป่าในฝูงมีตัวใดตัวนึง หรือ อาจจะทั้งฝูงเกิดมีความคิดที่ว่า ผู้นำของตนไม่ได้โดดเด่นหรือเก่งกาจอะไรขึ้นมาคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น..”  กัปตันบาส ม.ปลายโทโอหัวเราะในลำคออีกครั้ง ดวงเนตรสีนิลเรียวคมวาววับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ลืมมองขึ้น ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มขำขันนึกถึงอนาคตของบุคคลที่กำลังตกเป็นที่สนทนาระหว่างเขากับลูกทีมที่ติดตามมาดูการแข่งขันในวันนี้

 

“นั่นคือ..การปฏิวัติไงล่ะ”

 

 

“บุกไปเลยอาคาชิ!!!”  มิโดริมะตะโกน คนหนุ่มสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมสบถคำรามต่ำเพราะถูกสกัดกั้นไว้อย่างหนาแน่น ไม่อาจสลัดให้หลุดพ้น  ร่างสูงเรือนผมสีแดงเดาะลูกวิ่งพุ่งตรงไปยังแป้นบาสตรงหน้า เอซของทีมตรงข้ามวิ่งเข้ามาสกัดเขา ขายาวเบรกชะงักไว้ทันแล้วเอี่ยวหลบมือที่เข้ามาหมายจะยื้อแย่งบอล อาคาชิขยับถอยหลบไปมาอาศัยความไวและ..

 

ช่องว่างทางขวา!!!!

 

นัยน์ตาสีแดงอ่านเกมส์ออกแล้วหมุนหลบเลี้ยงลูกวิ่งผ่านทะลุการสกัดอีกฝ่ายได้ เท้าขยับวิ่งมาจนถึงหัวกะโหลกเขาหยุดแล้วตั้งท่าจะชู้ตสามแต้ม

 

ผัวะ!!!!!!

 

มือตะปบตัดลูกจากด้านหลัง นัยน์ตาสีแดงเรียวคมเบิกโพลงตกใจลูกบาสหลุดจากมือกระแทกลงสู่พื้น ก่อนที่เอซที่ขวางทางเขาเมื่อครู่วิ่งเข้ามาตัดแย่งลูกแล้วเลี้ยงไปยังฝั่งเทย์โคว 

“นายเป็นกัปตันทีมสินะ..แย่งลูกง่ายกว่าที่คิดแหะ” นักกีฬาเบอร์ 11 ยิ้มเยาะ เขาวิ่งจากไปสมทบกับทีม ทิ้งอาคาชิยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ก่อนที่เสียงตะโกนของคุโรโกะดึงสติกลับมา

“อาคาชิคุงที่ปีกซ้าย!!!”  บุรุษผมสีแดงชี้ยุ่งวิ่งไปตามที่คุโรโกะบอกแล้วเข้ามาสกัดกั้นแต่เอซแห่งอาราชิกลับดิ้นหลุดไปได้  ทว่า..กลับมีอีกหนึ่งที่ไวกว่าเข้ามาตัดหน้ายืนขวางทางเอาไว้ตรงหน้าแป้นบาสเทย์โคว

 

“อาโอมิเนะ!!!มาแล้ว!!!!

1:1 ระหว่างเอซมาแล้ว!!!!

 

คนในสนามเริ่มฮือฮาตื่นเต้นยกใหญ่ นัยน์ตาสีไพลินหรี่ลงจับจ้องมองมิซากิเอซแห่งอาราชิด้วยสายตาร้ายกาจ อีกฝ่ายเองก็ไม่ยอมเช่นกันทั้งสองขยับหยั่งเชิงไปทางซ้ายทีขวาที  ไม่มีใครยอมใคร..ไม่มีใครคิดจะหลีกทางใดๆทั้งนั้น   

 

“ฉันอยากให้อาโอมิเนจจิตัวต่อตัวกับเอซของทีมอาราชิ คนๆนั้นถัดมือซ้าย พยายามเบี่ยงตัวหรือส่งบอลไปทางขวา

 

คำพูดของคิเสะดังขึ้นมาในสมอง  ให้ตายสิ..คำพูดที่ได้จากสมองของยัยลูกหมานี่จะเชื่อได้เท่าไหร่กันเชียว คนหนุ่มผิวสีแทนคิดต่อว่าในใจ แต่ถึงอย่างงั้นก็น่าที่จะลองเสี่ยงดู..เสี่ยงกับคนที่ท้า 1:1 ด้วยกันทุกวัน  เขาเลือกที่ขยับบุกทางขวา ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ผล..เอซอาราชิมีปฏิกิริยาทางสีหน้าเสียศูนย์

 

จังหวะนี้แหละ!!!!

 

บอลถูกแย่งมาครองในมือ อาโอมิเนะถอยหลังหลอกอีกฝ่ายแล้วเลี้ยววิ่งไปทางขวาส่งผลให้มิซากิตามไม่ทัน  อาโอมิเนะยิ้มพออกพอใจก่อนจะเลื่อนสายตาสีไพลินเหลือบมองสบตาสีอำพันที่ยืนลุ้นอยู่ริมสนาม

“ไม่เลวนี่ยัยลูกหมา”  ขยับปากพูดเบาๆ ขมุบขมิบชมอีกฝ่าย แล้วกลับใส่ใจกับการแข่งต่อ แม้ว่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็มากพอที่จะทำให้หญิงสาวนางแบบอ่านปากอีกฝ่ายทัน พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ..

 

ดีใจที่มีประโยชน์  แม้ว่าจะไม่มีวันได้เคียงข้างก็ตาม

เพราะคนที่เคียงข้างแสง

 

 

บอลถูกส่งไปยังหญิงสาวร่างจำแลง เธอเข้ามารับอย่างรู้ทันโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นในความจืดจาง มือส่งไร้เงาปัดบอลส่งต่อไปยังมุราซากิบาระที่รออยู่ คนหนุ่มผมม่วงมองเห็นแล้วว่าทีมฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้ามาหมายสกัดกลั้น แต่เขากลับโยนส่งไปด้านหลังจังหวะนั้นคุโรโกะที่น่าจะหายไปกลับปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังรับลูกดังกล่าวแล้วส่งให้อาโอมิเนะที่รออยู่ และชู้ตง่ายๆเพียงแค่ปาแบบไร้รูปแบบ

 

ปึง!!!!!

 

ลูกลงห่วงไปอย่างง่ายดาย..คนตัวสูงกำยำผิวสีแทนชุ่มโชกเหงื่อจนมันวาววิ่งเข้าถอยกลับออกจากแป้น เคียงคู่กับร่างเล็กๆที่ไม่มีใครสังเกตเห็นในสนาม ทั้งสองสบตากันและกัน ก่อนจะยกมือขึ้นมาชนกำปั้น

 

นั่นคือเงาลวงตา

 

นี่คือความจริงที่คิเสะต้องยอมรับ เธอไม่คู่ควรกับอาโอมิเนะเลย..ไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่แรกยิ่งรู้ว่าแท้จริงคือเจ้าชายของคุโรโกะที่รอคอยมานานแสนนาน

 

แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งด้วยซ้ำ

 

 

ทางอาราชิขอเวลานอก เหล่าทีมเทย์โควจึงมีเวลากลับมานั่งพักนอกสนาม อาโอมิเนะกับคุโรโกะคุยกันอย่างสนุกสนานถึงการประสานงานของพวกเขาทั้งคู่ที่เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีข้อติดขัดใดๆ  มุราซากิบาระเดินตรงเข้ามาทรุดนั่งข้างๆชายหนุ่มผิวสีแทน ระหว่างนั้นก็กระดกน้ำดื่มไปด้วย

“พวกนายสองคนนี่สุดยอดจริงๆ เมื่อกี้เกือบเสียลูกเพราะอาคาจินแท้ๆ ก็ตีโต้กลับมาได้”

“ก็ฉันกับเท็ตสึเป็นคู่หูกันนี่นา ของแค่นี้เองเนอะ” 

คุโรโกะพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ อาโอมิเนะตบหลังคู่หูเงาแรงจน สาวจำแลงเป็นผู้ชายแทบล้มหัวทิ่มไปหน้าจูบพื้น พวกเขาทั้งสองตอบรับคำชมจากชายร่างใหญ่โตด้วยรอยยิ้มกว้าง มิโดริมะมุ่นคิ้วละสายตาจากคนทั้งสามไปยัง..กัปตันชมรมที่นั่งนิ่งเงียบอยู่คนเดียว เว้นระยะห่างจากกลุ่มเพื่อนในทีมเห็นได้ชัด  อาคาชินั่งก้มหน้านิ่งซ่อนสีหน้าไว้ใต้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆเย็นเยียบวางบนศีรษะเพื่อดับความร้อน เขาสะดุ้งไหล่ไหวเล็กน้อยเมื่อที่นั่งแคบลง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครทรุดนั่งลงข้างๆ

 

“นายอย่าไปจริงจังกับคำพูดของมุราซากิบาระมากนัก หมอนั่นโตแต่ตัวนิสัยเด็กงี่เง่าจะตาย” มิโดริมะเอ่ยให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่โต้ตอบอะไร 

“มุราซากิบาระพูดถูก ฉันเกือบทำเสียแต้ม..

“ไม่มีใครถือบอลได้ตลอดหรอกอาคาชิ”

“แต่พวกนายทุกคนก็ทำได้ดีกว่าฉัน”  เสียงทุ้มเย็นลง..เย็นจนร่างสูงสวมแว่นตาประหลาดใจ อาคาชิพ่นลมหายใจออกช้าๆมือหนาแกร่งที่กุมประสานไว้ระหว่างขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นี่เป็นครั้งแรกที่มิโดริมะเห็นอีกฝ่ายเคร่งเครียดขนาดนี้..เพียงเพราะเกือบพลาดแค่ครั้งเดียว?

 

 

ไม่สิ..หรือว่า..เจ้าตัวเก็บคิดสะสมอยู่นานแล้ว?

 

 

“เบอร์ 11 นั่นบอกว่าฉันจัดการง่ายสุด..จริงๆถ้าเทียบแล้วฉันก็ดูธรรมดาสุดในทีมจริงๆ” อาคาชิพูดต่อโดยไม่มองคู่สนทนาทั้งเสียงแผ่วเบา จังหวะที่มิโดริมะกำลังคิดหาคำพูดดีๆไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก พลัน..กัปตันชมรมกลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังผู้จัดการสาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวยที่นั่งจดจ้องมองข้อมูลการทำแต้มของสมาชิกในทีมเพื่อนำไปใช้ในการฝึกซ้อมต่อไป

“โมโมอิ ตอนนี้ใครทำแต้มได้เยอะสุด”  อาคาชิถาม

“เอ๋..อาโอมิเนะคุงน่ะ 36 ทำไปแต้มแล้ว” สิ้นคำตอบ..นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างตกใจในสถิติการทำแต้มเหล่านั้น แต่แล้วคนหนุ่มตีหน้าขรึมลง ดวงเนตรเรียวคมเหลือบมองไปยังทีมอาราชิที่ล้อมวงกันวางแผนเตรียมรับมือในการแข่งต่อจากนี้โดยเฉพาะเบอร์ 11 ที่พูดจาดูถูกเขาเอาไว้  ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งเงียบๆบนม้านั่งเช่นเคย  เสียงนกหวีดให้สัญญาณอีกครั้ง..พวกเขาเตรียมตัวลุกจากเก้าอี้วางขวดน้ำเอาไว้บิดยืดเส้นสายเมื่อยล้าตามแขนขาเดินกลับเข้าสู่สนามแข่งอีกครั้ง

 

“คุโรโกะ” 

หญิงสาวร่างจำแลงชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองต้นเสียงที่เรียกนาม..นี่เป็นครั้งแรกของวันที่อาคาชิเข้ามาคุยด้วย นัยน์ตาสีแดงทับทิมเรียวคมสบตาสีฟ้าอ่อนกลมโตใต้ขนตาแพงอน..นัยน์ตาที่ยากแก่การคาดเดาความคิดรวมถึงความรู้สึกต่างๆ

“จากนี้ไปส่งลูกให้อาโอมิเนะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนจบการแข่ง”  ออกคำสั่งสั้นๆแล้วก็วิ่งเหยาะเดินกลับเข้าไปในสนาม ไม่สนใจรอรับฟังคำถามจากปากมือส่งไร้เงาซักนิด   ดวงตาไร้อารมณ์มองตามแผ่นหลังกว้างแกร่งของผู้เล่นตำแหน่ง point guard เลข 4 เด่นหราบนหลังเสื้อหมายเลขที่แบกรับตำแหน่งกัปตันของทีม ตำแหน่งอันสูงสุดที่เป็นผู้นำของทุกๆคนเข้าไว้ด้วยกัน  

 

 

แปลก..ทำไมแผ่นหลังของอาคาชิคุงวันนี้ถึงดูห่างไกลกว่าทุกวัน?

 

 

“คุโรโกะเหม่ออะไรอยู่!!!!” มิโดริมะ ชินทาโร่ ตะโกนเรียก   ร่างเล็กๆสะดุ้งตกใจละสายตาจากเจ้าของเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งไม่เป็นทรง วิ่งไปประจำตำแหน่งของตนเอง คิดถึงคำสั่งที่กัปตันมอบหมายเอาไว้ สัญญาณนกหวัดดังขึ้นอีกครั้ง การแข่งขันกลับมาอีกในช่วง 40 นาทีสุดท้ายของเกมส์ ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่การแข่งไม่วางตาในช่วงจังหวะสุดท้ายที่จะบอกว่าใครแพ้หรือชนะ  อิมาโยชิ โชอิจินั่งเท้าคางยิ้มกระหย่องพอใจ ขณะที่วากามัตสึอ้าปากค้างตาไม่กระพริบสิ่งที่เห็น

 

ปึง!!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลลงห่วงฝั่งอาราชิ ลูกแล้วลูกเล่าภายใต้การเล่นของชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินสั้นเกรียนจนคะแนนในตอนนี้นำอยู่ที่ 168 : 49  อาโอมิเนะยิ้มหัวเราะร่าเริงสนุกสนานแม้ว่าเหงื่อจะเปียกโชกกายตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ไม่หวั่น  บอลส่งต่อจากอาคาชิไปยังคุโรโกะและส่งต่อมาในมือเอซเทย์โคว อาโอมิเนะเลียปากเลี้ยงลูกบอลเดาะไปตามพื้นวิ่งไปยังเขตแดนของคู่แข่ง

 

ปึง!!!ปึง!!!ปึง!!!

 

เสียงลูกบาสเดาะกระทบพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าก้องชัดในโสตประสาท  กลับไร้เสียงพื้นรองเท้ายางเสียดสีพื้นสนาม นัยน์ตาสีไพลินมองเอซของทีมตรงข้ามด้วยใจที่มุ่งมั่นว่าคราวนี้คงได้ 1:1

“เชิญเล่นไปคนเดียวเหอะ ไม่เอาด้วยแล้ว”  มิซากิเอซของทีมกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ท้อแท้..หมดหวัง อาโอมิเนะตาโตไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เขาหันหลังกลับมามองก็พบกับ..สมาชิกของทีมตัวจริงโรงเรียนอาราชิยืนนิ่งเป็นท่อนไม้..ไม่วิ่งไม่คิดขยับเดินไปไหน

 

อะไรกัน? ทำไมล่ะ? เมื่อกี้พวกนายยังเล่นพยายามแทบเป็นแทบตายอยู่ไม่ใช่เหรอ?

 

ดวงเนตรสีไพลินหันกลับมามอง..แป้นบาสตรงหน้าไม่มีใครยืนขวาง มีเพียงตัวเขาคนเดียวเพียงลำพัง แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องกระทบร่าง..แม้แต่ทางเบื้องหน้าเงาของตัวเองก็ไม่มีให้เห็น

 

ภาพเหล่านี้อีกแล้ว..มีเพียงตัวเรากับแป้นบาสเท่านั้น

 

 

“พอเอาจริงเข้าหน่อยก็เป็นแบบนี้เหรอ..”  เสียงทุ้มคำรามกดต่ำดุดัน ใบหน้าคมเข้มก้มลงขบฟันแน่นจนกรามขึ้นสันก่อนจะเงยหน้าขึ้นและปาลูกบาสขึ้นฟ้าเข้าห่วงไปอย่างง่ายดาย

 

 

ปึง!!!!!!!!!!!!

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

การแข่งขันจบลงด้วยคะแนน  171 : 47 เทย์โคว์เป็นฝ่ายกำชัยด้วยคะแนนทิ้งห่างจนแทบไม่เห็นฝุ่น เสียงร้องเชียร์ดังลั่นสนามสำหรับผู้คนที่เชียร์เทย์โคว นักข่าวหนังสือพิมพ์ระดมถ่ายรูปรัวๆเพื่อเก็บภาพไปเขียนในหน้าหนึ่งของนิตยสารกีฬาที่จะวางแผนในวันพรุ่งนี้   มิโดริมะพ่นลมหายใจแรงดันแว่นขึ้นสันจมูก ดวงเนตรสีมรกตมองคะแนนที่โชว์เด่นบนป้ายริมสนามเหล่านั้น

คะแนนที่พุ่งทะยานเหล่านี้เกิดจากฝีมืออาโอมิเนะ ที่น่าแปลกคือคุโรโกะเอาแต่ส่งให้แต่เอซของทีม  เขาหันไปมองอีกหนึ่งบุคคลที่น่าสงสัย ก่อนจะลงสนามใช่ว่าไม่ทันสังเกตเห็นว่าอาคาชิเข้ามาคุยกับคุโรโกะบางอย่าง คาดว่าคงเป็นคำสั่งที่ทำให้เกิดเรื่องเหล่านี้..

 

 

ทำไมถึงต้องทำแบบนั้น?

 

อาคาชิยืนอยู่นิ่งกลางสนาม..ยืนอยู่นานจ้องมองทีมอาราชิที่เดินคอตกแบกรับความพ่ายแพ้กลับไปอีกรอบ ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มขึ้น..รอยยิ้มแสยะเพียงเล็กน้อยพอให้เห็นฟันขาวเรียงสวยนั่นอยู่ใต้การมองเห็นของรองกัปตันทีม มิโดริมะขนลุกชันทั่วร่างถึงยืนอยู่ห่างกันราวๆสองคืบแต่ก็ใกล้พอทำให้ได้ยินเสียงกระซิบอันเย็นเยียบจากปากของชายเรือนผมสีแดง

 

“รู้ซึ้งรึยัง..ความพ่ายแพ้แบบสุดๆ คิดมาเทียบฉันยังเร็วไปอีกร้อยปี!!

 

สรรพนามแทนตัวแปลกไปแถมคำพูดคำจาน่ากลัวนี่อีก..มิโดริมะ ชินทาโร่ สาบานได้ในชีวิตไม่เคยขนลุกขนพองอะไรเท่านี้มาก่อน..โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดวงเนตรข้างซ้ายที่ควรจะเป็นสีแดงมันกลับ..เป็นสีทองอำพัน!!!?

“อาคาชิ..”  เขาตัดสินใจเรียกชื่ออีกฝ่าย เจ้าของนามเงยหน้าขึ้นละสายตาจากทีมคู่แข่งที่แพ้ตกรอบไปหันมาสบตาเขา  ตาข้างซ้ายกลับมาเป็นสีแดงทับทิมปกติ..

 

ตาสีทองอีก..ตาฝาด?

ไม่สิ!!!นี่มันครั้งที่สองแล้วที่เราเห็น!!!!

 

“ฉันแค่คิดว่า พวกเราควรรีบกลับ ฉันจะได้ไปซื้อลัคกี้ไอเทมสำหรับการแข่งวันถัดไป” มิโดริมะเปลี่ยนเรื่องทั้งสีหน้าเรียบเฉย เบือนหน้าหนีแววตาสงสัยของอีกฝ่าย เดินกลับเข้าไปสมทบรวมกลุ่มทีม โดยที่ยังมีคำถามค้างคาใจ

 

“อาโอมิเนะคุง เราชนะแล้วนะคะ”  คุโรโกะวิ่งเหยาะมายืนอยู่เคียงข้างแฟนหนุ่ม เธอส่งยิ้มบางๆให้แล้วยกกำปั้นขึ้นมา ร่างสูงผิวสีแทนเข้มชุ่มเหงื่อปรายตามองมือน้อยๆ สลับใบหน้าไร้อารมณ์จืดชืดที่กำลังมอบรอยยิ้มอันหายากยิ่งให้เขา มือแกร่งยกกำปั้นขึ้นและ..

“วันนี้ฉันเหนื่อย เอาไว้คราวหน้านะเท็ตสึ” 

อาโอมิเนะลดแขนลงแล้ววิ่งเหยาะทิ้งห่างหญิงสาวปลอมตัวเป็นชายไป ทิ้งให้มือส่งไร้เงายืนเคว้งกลางสนาม เธอรู้สึกเจ็บร้าวกลางใจขณะเดียวกันก็สับสนกับปฏกริยาของอีกฝ่ายจนยืนชูกำปั้นค้างไว้แบบนั้น

 

อาโอมิเนะคุงเป็นอะไรไป?

 

 

.

.

.

 

จบการแข่งรอบคัดเลือก..เทย์โควได้เป็นหนึ่งใน 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบตัดเชือกชิงชนะเลิศเป็นไปตามอย่างที่คาดการณ์เอาไว้  ระหว่างนั้นทางผู้จัดการแข่งระดับเยาวชนได้ปิดโรงยิมเพื่อทำการตระเตรียมสนามสำหรับการแข่งเป็นเวลา 1 อาทิตย์ และเพื่อให้นักกีฬาได้พักผ่อน หรือเตรียมตัวฝึกซ้อมต่อไป

 

หลังจากการแข่งขันรอบคัดเลือกกับโรงเรียนอาราชิวันนั้น อาโอมิเนะคุงไม่ชนกำปั้นกับเราอีกเลย

 

หญิงสาวในชุดนักเรียนนั่งกอดเข่าอยู่ริมสนาม เอนหลังพิงกำแพงโรงยิมระดับหนึ่ง ในมือถือโทรศัพท์ฝาพับเปิดอ่านเมลฉบับล่าสุดจากโอกิวาระเพื่อนร่วมสัญญาที่ร่ำเรียนอยู่ที่โรงเรียนโคเมย์รวมถึงเป็นตัวจริงของชมรมบาสเก็ตบอลที่แห่งนั้น

 

คุโรโกะฉันมีข่าวดีจะบอก ฉันได้ผ่านเข้ารอบตัดเชือกแล้วล่ะ!!!

คราวนี้ต้องได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้แน่นอน ปีที่แล้วทีมฉันพลาดพ่ายแพ้ตั้งแต่รอบคัดเลือก

แต่ปีนี้เราทุกคนฝึกกันมาอย่างหนักมาก ไม่เหมือนเดิมแล้วนะ รับรองได้ว่าการเราต้องได้เจอกันในรอบชิงแน่นอน

ถึงตอนนั้นทั้งฉันและเธอ ทีมของเรากับเทย์โคว คงได้สู้กันอย่างสุดความสามารถต้องเป็นแมทต์ที่สนุกมากแน่ๆ

 

ฉันจะรอนะ

โอกิวาระ ชิเงฮิโระ

 

 

“อาโอมิเนะเล่นแบบนี้หมายความว่าไง!!!จะไม่จริงจังกันเลยใช่ไหม!!!

“หนวกหูน่า..ฉันมาซ้อมก็ดีเท่าไหร่แล้ว จะเอาอะไรกันนักหนา” 

การโต้เถียงดังลั่นโรงยิมทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้อง คุโรโกะพับฝามือถือลงเก็บในกระเป๋ากางเกงวอร์มขาสั้นผ้าลื่นสีดำ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังสถานการณ์อึมครึมไม่เข้าท่าระหว่าง มิโดริมะ ชินทาโร่ ที่กำลังยืนด่าฉอดๆใส่ อาโอมิเนะ ไดกิ 

 

 

พักหลังอาโอมิเนะ ไดกิ ก็มักจะโดดซ้อมบ่อยเสียด้วย..พอมาซ้อมก็ไม่ตั้งใจทำอย่างจริงจัง

 

 

ปกติคนที่มาเคลียร์การทะเลาะเบาะแว้งเหล่านี้ต้องเป็นคิเสะ เรียวตะ  แต่วันนี้เจ้าตัวลาชมรมไปถ่ายแบบลงนิตยสาร Ray นิตยสารแฟชั่นวัยรุ่นชื่อดัง ไหนจะมีการสัมภาษณ์อีก เลยต้องลาหยุดเรียนไปด้วย จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่สาวจืดชืดจำแลงกายในคราบหนุ่มน้อยต้องเข้ามาจัดการปัญหา

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”  ร่างเล็กบางถามคนหนุ่มสวมแว่นตา จังหวะที่มิโดริมะจะตอบ มือแกร่งของชายผิวสีกลับคว้าจับข้อมือของเธอแล้ววิ่งลากออกไปจากโรงยิมเฉยชิบ  ไม่สนเสียงตวาดเรียกของอีกฝ่ายที่ดังหลายเดซิเบลจนหูอื้อไปหมด   ทุกอย่างอยู่ในสายตาของทุกคนในโรงยิม..แม้แต่กัปตันชมรมอย่างอาคาชิเองก็เช่นกัน ดวงเนตรเรียวคมสีทับทิมแดงมองตามร่างของคนสองคนคู่หูแสงเงาเดินออกไปจากประตูโรงยิมจนลับสายตา ก่อนหันกลับมาตั้งสมาธิกับการฝึกซ้อมแข่งขันของตนเอง

 

 

“มุราซากิบาระ!!!!” 

ลูกบาสส่งตรงไปยังมือหนาที่ใหญ่ที่รอรับลูกอยู่ไม่ห่างไกล ทีมฝ่ายตรงข้ามในชุดลำลองสีน้ำเงินสองคนเข้ามาสกัดกั้นยื้อแย่งลูก อาคาชิในชุดลำลองซ้อมสำหรับการซ้อมสีเหลืองวิ่งเข้ามาโบกมือเรียกสัญญาณให้ชายหนุ่มเรือนผมสีม่วงตัวใหญ่  ตาสีอเมทิสต์เอื่อยเฉื่อยปรายมองเห็นสัญญาณมือนั่น..เขาหรี่ตาลงแล้วเมินหน้าหนีจากกัปตันทีมแล้วกระโดดขึ้นสูงดังก์ลูกลงห่วงทำแต้มไปเฉยชิบ!!!!

 

ปึง!!!!!!

 

3:1” โมโมอิประกาศคะแนน แล้วจดแต้มลงในกระดาษเอกสารที่เหน็บไว้กับแผ่นรองเขียนพลาสติกสีดำ ดวงเนตรกลมโตสีชมพูละจากข้อมูลสถิติการทำแต้มในมือขึ้นมามองการแข่งต่อทันทีที่จดคะแนนเสร็จ  แต่แล้ว..ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีชมพูยาวมัดรวบหางม้าให้สะดวกสบายต่อการทำงานเต็มไปด้วยสีหน้าประหลาดใจเมื่อชายหนุ่มผมแดงกลับเดินอาดๆเข้าไปหาผู้เล่นตัวจริงตำแหน่ง center ที่ยืนดึงคอเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนหน้า

 

“เมื่อกี้นายทำอะไร”

“พูดของนายอาคาจิน?

“เมื่อกี้นายเมินสัญญาณมือจากฉัน ฉันบอกให้ส่งลูกมาทำไมถึงไม่ทำ” 

 

อาคาชิเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวผิดวิสัย ทำเอาบรรดาลูกทีมระดับหนึ่งที่เป็นเพียงตัวสำรองในการลงแข่งแทนตัวจริงซึ่งจำต้องเข้าฝีกซ้อมด้วยขนลุกซู่  คนถูกต่อว่ายืนทะมึนสบตาสีแดงคมกริบดุดันนั่นอย่างไม่เกรงกลัว..มุราซากิบาระเลิกเช็ดเหงื่อด้วยเสื้อนักกีฬาแล้วหันมาประจัญหน้าตรงๆกับกัปตันชมรม..กัปตันที่สูงน้อยกว่าใคร เว้นแต่คุโรโกะ เท็ตสึยะ..แต่รายนั้นเป็นเด็กผู้หญิงปลอมตัวมา ก็ถือซะว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะสูงกว่าผู้หญิง ถึงอย่างนั้น อาคาชิ เซย์จูโร่ ก็นับเป็นนักกีฬชายตัวจริงที่เตี้ยสุดในทีม

 

คนตัวเล็กแท้ๆ กลับวางอำนาจบาตรใหญ่!!!!

 

 

“ฉันจะส่งหรือไม่ส่งก็เรื่องของฉันไม่ใช่เหรอไง ตราบใดที่ฉันทำแต้มได้อาคาจินก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน” มุราซากิบาระกล่าวท้าทายอำนาจของอีกฝ่าย ใบหน้าเอื่อยเฉื่อยล้อมเส้นผมสีม่วงซอยรากไทรสไลด์ยาวถึงต้นคอเชิดหน้าสูง มองหัวหน้าทีมอย่างถือดี  มิโดริมะ ชินทาโร่หยุดการซ้อมชู้ตลูกของตนแล้วเดินเข้ามาสมทบกับโมโมอิมองดูสถานการณ์ของการซ้อมแข่งที่สนามอีกฝั่งที่ก่อเค้าไม่ดีเสียแล้ว

“อย่ามาพูดจาถือดีกับฉัน  บาสคือกีฬาที่เล่นเป็นทีมถ้าไม่มีการประสานงานมันก็ไม่ใช่บาสเก็ตบอล!!” อาคาชิแย้งกลับ ต่อว่าความคิดของอีกฝ่าย

“ส่งบอลให้คนที่นานวันยิ่งดูธรรมดาแบบอาคาจินน่ะเหรอ คิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่าในบรรดาพวกเรานายคือคนที่พลาดมากที่สุดน่ะ”  มุราซากิบาระไม่ยอมแถมยังหยิบเอาเรื่องผลการแข่งขันสถิติทำแต้มล่าสุดจากโมโมอิมาพูดกลางที่สาธารณะต่อหน้าทุกคนในโรงยิมระดับหนึ่ง  สมาชิกในทีมฮือฮาเริ่มจับกลุ่มซุบซิบถึงผลคะแนนที่รับรู้มา

 

“เฮ้ย..กัปตันทำแต้มน้อยสุดเหรอ”

“พูดเป็นเล่นน่าอาคาชิเนี่ยนะ..คนที่สอบทักษะได้คะแนนสูงสุดตอนคัดเลือกเข้าชมรมเนี่ยนะ!!!

 

เสียงฮือฮาแซซองไปทั่วโรงยิม มิโดริมะมองสถานการณ์รอบๆ ดูท่าจะไม่ดีแล้วทุกคนเริ่มจ้องมองกัปตันชมรมด้วยสายตาคาดความเชื่อมั่นทุกวินาที แถมสีหน้าของอาคาชิที่มักสุขุมเคร่งขรึม ตอนนี้เบิกตากว้างตะลึงคงคาดไม่ถึงว่าเพื่อนร่วมทีมตัวสูงจะกล้าปากดีย้อนศรเข้าให้แบบนี้

“ทั้งสองคนอย่าทะเลาะกัน ถ้าโค้ชมาเห็นล่ะก็..” โมโมอิ ซัทสึกิ เข้าห้ามทัพเดินแทรกกลางระหว่างคนหนุ่มสองคน  ทว่า..อาคาชิ เซย์จูโร่กลับจับไหล่หญิงสาวผู้จัดการเบาๆแล้วออกแรงดันเล็กน้อยให้เขยิบออกไป

“ถอยไปโมโมอิ”  คนหนุ่มผมแดงก้มหน้าลงต่ำแล้วหยิบเอาลูกบาสที่ใช้เล่นเมื่อครู่ขึ้นมา เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆสบตาเอื่อยเฉื่อนสีอเมทิสต์ตรงหน้า  “ฉันไม่อยากจะถือสาในสิ่งที่นายพูด แต่การที่นายกล้ามาดูถูกฉันต่อหน้าคนอื่น คงจะปล่อยไปไม่ได้

 

 

ปึง!!!ปึง!!!!

 

ลูกบาสเดาะลงกับพื้น ตาสีแดงทับทิมทอประกายแข็งกร้าวดุดันจนน่ากลัว..น่ากลัวเสียจนสมาชิกคนอื่นๆกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทั้งที่ควรดาหน้ากลับไปซ้อม แต่การวิวาทของตัวจริงสองคนนี้เป็นความอันตรายที่น่าเสี่ยงเข้าไปมุงดูอย่างมาก

1: 1 ใครได้ 5 ลูกไปก่อนคนนั้นชนะ!! ฉันจะสั่งสอนนายเองแล้วอย่ามาคุกเข่าร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน!!

“เก็บคำพูดนั้นไปใช้กับตัวเองดีกว่าอาคาจิน”  คนหนุ่มร่างสูงใหญ่รับคำท้าทายจากกัปตัน  

 

 

การปฏิวัติจ่าฝูงของเหล่าสัตว์ประหลาดได้เริ่มต้นขึ้น!!!!

 

 

.

.

.

 

อาโอมิเนะลากแฟนสาวหนีความวุ่นวายในโรงยิมไปยังลานน้ำพุในสวนหลังโรงเรียนข้างๆอาคารสองที่ใช้เป็นอาคารรวมห้องเรียนทางด้านวิชาศิลปะ ร่างสูงทรุดนั่งลงกับขอบน้ำพุก้มหน้านิ่งเงียบผิดวิสัย คุโรโกะเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยคำถามยังคงคาใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ในโรงยิม แต่เนื่องจากเธอไม่ใช่คนพูดมากด้วย จึงเลือกที่จะทรุดนั่งเงียบๆข้างกายอีกฝ่าย รอคอยให้อาโอมิเนะ ไดกิเป็นคนเปิดปากพูด

“โทษทีนะที่ฉันโดดซ้อมบ่อย..ไม่ได้อยากเลย..ฉันไม่อยากเห็นแป้นบาสที่ไร้ผู้คนยืนขวางทางแบบนั้น มันน่าคลื่นไส้ชะมัด”  อาโอมิเนะเปิดปากพูดสิ่งที่อยู่ในใจให้แฟนสาวฟัง

“พอเอาจริงคนก็กลัวกันหมด แล้วแบบนี้มัน..จะไปสนุกอะไร..น่าเบื่อน่าผิดหวังไปหมด”  ใบหน้าคมฝุ่บลงกับฝ่ามือ บีบนวดขมับตัวเองไล่ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ออกไป หลับตาเนิ่นนาน..นานจนคุโรโกะไม่อาจเห็นสีไพลินสวยคมกริบคู่งามได้  เธอก้มหน้าลงมองมือทั้งสองข้าง..มือที่พาสลูกครั้งแล้วครั้งเล่าให้เพื่อนร่วมทีม ประสานความเชื่อมั่นให้คนรับว่าจะทำคะแนนได้

 

เหตุใดมือคู่นี้ไม่อาจส่งความรู้สึกดีๆกับการเล่นบาสให้ทุกคนได้กัน

เกิดอะไรขึ้นกับชมรมบาสเก็ตบอลเทย์โคว

เกิดอะไรขึ้นกับ รุ่นปาฏิหาร์ย

 

“ช่างเถอะ สำหรับฉันแค่มีเท็ตสึอยู่ข้างๆล่ะก็ จะเล่นบาสทั้งวันเช้าจรดเย็นจนแม่ต้องมาตามด่าก็ไม่เป็นไร ถ้ามีเธอล่ะก็ ฉันก็ไม่ใช่ตัวคนเดียว”  อาโอมิเนะลืมตาขึ้นยิ้มบางๆแล้วลุกขึ้นจากขอบที่นั่งริมน้ำพุ ยืดแขนชูขึ้นฟ้าแล้วหมุนหัวไหล่ยืดเส้นยืดสาย  นัยน์ตากลมโตสีฟ้าเบิกกว้างเล็กน้อยเธอจับจ้องแผ่นหลังกว้างแข็งแกร่งของชายหนุ่มผิวสีแทนเบื้องหน้า..

 

“เช้าจรดเย็น..

“อา..ก็ทำนองนั้นแหละ เมื่อก่อนสมัยเด็กๆฉันเล่นแบบนี้ประจำ”

 

คุโรโกะยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง ความทรงจำเมื่อครั้นสมัยเด็ก..สมัยที่เธออายุ 5 ขวบวนเข้ามาในสมอง หญิงสาวมุ่นคิ้วลงหลับตานึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่สตรีทบาสยามพลบค่ำที่มีเพียงแสงดาวบนฟากฟ้าส่องประกายระยิบระยับ

 

“ผม..ต้องไปเรียนพิเศษแล้วล่ะ ต้องขอตัวก่อนนะ”

 

เจ้าชายผู้เป็นรักแรกของเธอกับสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อรู้ว่าเวลาสนุกหมดลงแล้ว..แปลก..นี่มันแปลก?

 

“อาโอมิเนะคุงจำลูกบาสที่พวกเราเล่นกันสมัยเด็กได้ไหมคะ”  คุโรโกะสูดลมหายใจลึก..แล้วถาม แววตาไร้อารมณ์จ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้า เจ้าของเรือนผมสีเข้มสั้นสะดุ้งเล็กน้อยเขาหันกลับมาสบตาหญิงสาว กลอกตาล่อกแล่กเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มหัวเราะร่าพลางเอามือเกาหัวแรงๆ

“อ..อ๋อ!!!จำได้สิ ลูกบาสของฉันใช่ไหม ทุกวันนี้ยังเก็บไว้อยู่ที่บ้านเลย” สิ้นคำตอบ หญิงสาวผู้จำแลงกายเป็นชายหนุ่มเบิกตากว้างตกตะลึง เธอจ้องมองรอยยิ้มสดใสของคู่หูแสง..มองเนิ่นนานจนอาโอมิเนะสงสัย  มือเล็กๆกำหมัดแน่น..แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“ลูกบาสนั่นเป็นของฉัน”  คุโรโกะพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  คนหนุ่มตาโตเท่าไข่ห่านก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อคุโรโกะเงยหน้าขึ้นมาเขม็งมองสบตาตรงมาที่เขาด้วยแววตาเค้นถาม  

 

ครืนครืน

ท้องฟ้าก่อเค้าขมุกขมัวเป็นสีเทาด้วยก้อนเมฆ บดบังแสงแดดยามบ่ายเจิดจ้า..เหลือเพียงเงาเมฆอึมครึมลงบนพื้นที่ทุกหย่อมหญ้า ไม่นานนัก..สัมผัสเปียกชื้นรวมเม็ดหยดลงกระทบแก้มใส เม็ดฝนเริ่มเทตัวลง..หยดแล้วหยดเล่ามากขึ้น..มากขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งรอยเปียกดวงด่างไว้บนเสื้อยืดสีขาวของเด็กสาวจืดจางกับเสื้อกล้ามสีดำของคนหนุ่มตัวสูงกำยำ

 

“ลูกบาสของฉัน..และทุกวันนี้ฉันก็เก็บไว้เสมอ..

 

สายใยเพียงหนึ่งที่คอยเตือนใจเสมอ ว่าครั้งนึงเราสองคนได้พบเจอกัน

 

 

“อาโอมิเนะคุง..ไม่ใช่ เจ้าชาย

 

คุโรโกะรอคอย คาดหวังว่าอย่างน้อยๆคนผิวสีแทนคงจะพูดอะไรแก้ตัวเป็นการขัดแย้งกับสิ่งที่เธอคาดเดา แต่เปล่าเลย อาโอมิเนะก้มหน้าหลบสายตาลงด้วยแววตาสำนึกผิด..นั่นแปลว่าเธอถูกคนๆนี้หลอก จะด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่ หัวใจดวงนี้เหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าจนหน้าร้อนชาวาบไปหมด    ทนอยู่มองหน้าต่อไปไม่ไหวแล้ว ร่างเล็กเรือนผมสีฟ้าชี้กระดกยุ่งเหยิงตัดสินใจเดินหนีอีกฝ่าย

 

หมับ!!!!

 

“เท็ตสึ!!ฟังฉันก่อน!!!!”   มือที่เคยกอบกุม..มือที่มีแต่ความอบอุ่นและความเชื่อใจให้แก่กันและกันคว้าจับข้อมือเธอเอาไว้ กำลังเหนี่ยวรั้งเธอเอาไว้ อาโอมิเนะเม้มปากแน่นมือของเขาชื้นเหงื่อจนซึมผ่านมายังข้อมือเล็กๆ ชายหนุ่มผิวสีกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก พอกลืนลงไปก็เจ็บคอไปหมดจนไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดอะไรดีๆมาไถ่โทษความผิดครั้งใหญ่ที่ได้ก่อ

 

“ปล่อย..

“เท็ตสึ..ฉัน..

“ปล่อยฉันค่ะ อาโอมิเนะคุง”   น้ำเสียงกดต่ำ เย็นเยียบหนาวจับไปถึงขั้วหัวใจเฉกเช่นเดียวกับฝนที่ตกพร่ำไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ใบหน้าหวานไม่แม้แต่ชายตาแลคนที่ยื้อรั้งไว้เบื้องหลัง อาโอมิเนะปวดร้าวกลางใจเขาเม้มปากแน่นจนเป็นแนวเส้น มือไม้สั่นไปหมด แต่ก็ยอม..ลดมือลงปล่อยข้อมืออีกฝ่าย  คุโรโกะก้มหน้าก้มตาเดินจากไป..ขาเพรียวก้าวไปเพียงสามก้าวเสียงทุ้มห้วนตะโกนไล่หลังมา

 

 

“ทำไมกันเท็ตสึ!!!ฉันสู้เจ้าชายนั่นไม่ได้ตรงไหน!!!!!”  อาโอมิเนะตะโกนก้อง บอกความรู้สึกที่แท้จริงที่เก็บซ่อนให้อีกฝ่ายได้รับรู้  คุโรโกะชะงักฝีเท้าหยุดนิ่งกับที่ สายฝนตกหนักแรงขึ้นเรื่อยๆ พายุเริ่มโหมกระหน่ำจนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

 

แต่นั่นไม่เท่าดวงใจของคนหนุ่มสาวที่ถูกทุบตีด้วยความรู้สึกจนปวดร้าว

 

 

“เราหยุดพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ อาโอมิเนะคุง”  คุโรโกะ เท็ตสึยะ ตอบปัดคำถามของคู่หูแสง..ที่เธอเทิดทูนจนตอนนี้ก็ยอมรับจากใจว่าได้เผลอหลงใหลไปกับความใกล้ชิด  รอยยิ้มสดใสสว่างเจิดจ้านั่นชโลมหัวใจด้านชาของเธอให้มีความหวังในทุกครั้งและทุกๆครั้ง

 

ในฐานะเพื่อนรัก..เพื่อนที่เข้าใจเรื่องบาสได้ดีกว่าใคร

แต่ไม่ใช่..ในฐานะคนรักที่รอคอย เจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจหลอกลวง

 

 

อาโอมิเนะยืนตาค้างตัวแข็งทื่อมองร่างเล็กๆเรือนผมสีฟ้าเดินตากฝนจากไป สายฝนตกแรงจนมองไม่เห็นรอบกาย ทุกอย่างพร่ามัวไปหมด เหลือเพียงความหนาวที่แทรกซึมทะลุผิวหนังเข้าไปถึงกระดูก ลึกลงไปถึงดวงใจที่เจ็บจี๊ดจนไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะมีอะไรเจ็บได้เท่านี้อีกไหม  เขาทรุดลงนั่งกองกับพื้น ทุบมือลงกับพื้นดินเฉอะแฉะโคลนตมแรงๆจน น้ำขี้โคลนกระเด็นเปื้อนหน้ากับเสื้อผ้า

“ฮึก”  น้ำตาไม่ใช่สิ่งที่ลูกผู้ชายควรหลั่งริน..ตอนนี้มันได้ไหลออกมาปะปนกับฝน อาโอมิเนะก้มหน้าลงมองมือทั้งสองข้างที่สกปรก..สกปรกโคลนจนดูไม่ได้

 

มือที่ริอาจเอื้อมเข้าไปจับกุมมือของเธอผู้เป็นดังเงาเรือนลาง

แสงสว่างเจิดจ้า..ที่ถือตนยอมให้ความมืดในใจย้อมมือสกปรกเหล่านี้คว้าจับตัวเธอมาไว้ครอบครอง

 

“แม้แต่เธอ..ก็ทิ้งฉันไปงั้นเหรอ เท็ตสึ” 

 

เหลือเพียงตัวคนเดียว..สุดท้ายแสงสว่างเช่นเขาจ้าจนพร่ามัวไม่เห็นเงาเคียงข้างอีกแล้ว

 

 

มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ร่างสูงนั่งนิ่งตากฝนเนิ่นนาน เสียงซ่าๆ ก้องชัดปิดการรับรู้ทางโสตประสาทหมด..เหมือนอยู่คนเดียวในโลกอันแสงอ้างว้างเหล่านี้ เหมือนในสนามบาสที่มีเพียงเขากับแป้นที่ไร้คนขวางกั้น

“นั่นสินะ..ฉันคือแสง..ยังไงก็ตัวคนเดียวอยู่แล้ว”  ปากหนาได้รูปแสยะยิ้มเย็นออกมา  เค้นเสียงหัวเราะบ้าคลั่งอันแสนข่มขื่น น่าสมเพชในโชคชะตาที่ต้องยอมรับ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีเทา เม็ดฝนร่วงหล่นสาดกระทบใบหน้าชะล้างน้ำตาออกไป

 

เรามัน ตัวคนเดียวไม่มีอีกแล้วบาสที่แสนสนุก ไม่มีอีกแล้วเงาผู้เป็นที่รักคอยเคียงข้าง

ไม่มีอีกแล้ว..คนที่เอาชนะเราได้!!!

 

“คนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้น!!!

 

.

.

.

 

ปึง!!!!!!

 

“แฮ่ก..แฮ่ก..แฮ่ก..”  ในโรงยิมเงียบสงัด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะปริปากพูดคำใดๆออกมา ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงที่ดำเนินไป มีเพียงเสียงรองเท้าบาสเสียดสีพื้น กับลูกบาสกระเด้งกระดอน และ..เสียงหอบโยนของชายหนุ่มผมสีแดงชี้ยุ่งที่ยืนเคว้งคว้างหายใจถี่แรง นัยน์ตาสีแดงทับทิมเบิกกว้างมองลูกบาสเก็ตบอลที่ถูกแย่งไปดังก์ลงห่วงด้วยฝีมือของมุราซากิบาระ อัตสึชิ

 

4:0 แบบนี้ อีกลูกเดียว..อาคาชิจะ..”  โมโมอิพูดทั้งเสียงสั่นเครือ เธอช็อกกับสิ่งที่เห็น และก็ไม่อยากจะเชื่อในสายตาตัวเองด้วย ว่านี่หรือ..คือชายหนุ่มผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ามาด้วยคะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง เฉลียวฉลาด สุขุม มองเกมส์ขาดกว่าใคร  จนได้รับการยอมรับให้ดำรงตำแหน่งกัปตันทีมบาสเก็ตบอลเทย์โคว มิโดริมะเองก็ไม่รู้จะห้ามเรื่องราวยังไง ในเมื่อมันบานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว 

 

 

อาคาชิไม่เคยแพ้มาก่อน..เว้นแต่จะอยากยอมแพ้เอง

 

“อะไรกัน..ผิดหวังจริงๆ ฉันนึกว่าอาคาจินจะเก่งกว่านี้ซะอีก”  มุราซากิบาระอ้าปากหาวหวอดประคองลูกบาสเดาะพื้นไปมา ดวงเนตรสีอเมทิสต์มองเหยียดชายหนุ่มตัวสูงน้อยกว่ายืนเอามือเท้าเข่าก้มหน้าหายใจหอบ เส้นผมสีแดงปรกลงจนมองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย แต่ก็พอจะเดาได้ว่าคงตื่นตระหนกน่าดู

 

“อ๋อ..อีกอย่าง อาคาจินชอบคุโรจินสินะ ฉันแอบได้ยินตอนคุยกับคิเสะจิน”  

 

ทุกคนในโรงยิมอ้าปากค้างหงายเงิบเป็นแถว..ทุกสายตาเพ่งรวมไปยังกัปตันชมรมที่เงยหน้าขึ้นมา ชักสีหน้าตื่นตระหนกเข้าไปกว่าเก่า เขาคาดไม่ถึงว่าคนขรึมๆที่เดาทางยากอย่างอาคาชิดันชอบคนจืดชืดแบบนั้น  สำหรับคนอื่นๆนอกเหนือรุ่นปาฏิหาร์ยคงตกใจแล้วคิดว่ากัปตันของพวกเขาเป็นเกย์เลยหน้าหยีกันเป็นแถว ส่วนฝ่ายสาวๆสวัสดิการถึงกับหน้ามืดเป็นลมโอดครวญผิดหวังกันใหญ่

 

“อาคาชิ..นี่นาย..”  หนุ่มแว่นมองใบหน้าหล่อคมครึ่งซีกโชกเหงื่อไม่เชื่อสายตา ไม่มีการโต้แย้งใดๆ เขากับโมโมอิถึงกับอุทานเสียงดัง

 

อาคาชิหลงรักคุโรโกะจริงๆ

 

 

“น่าสงสารนะที่คุโรจินเลือกมิเนะจิน..คราวนี้ก็เหมือนกัน อีกแค่ลูกเดียวฉันก็ชนะแล้ว ถึงตอนนั้นฉันจะได้ทำอะไรได้ตามใจตัวเองซักที”  คนผมสีม่วงเอ่ยทั้งเสียงคางยานเย้ยหยั่นแบบเด็กๆ แล้วเดาะลูกวิ่งผ่านอาคาชิไป

 

ฉันจะแพ้..งั้นเหรอ

คนอย่างอาคาชิ เซย์จูโร่ จะแพ้!!!?

 

นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างจนเจ็บ ความคิดกดดันสะสมมาตลอดเวลาสามปีอัดแน่นในอกจนแทบจะระเบิดออกมา ทุกๆการกระทำ ทุกๆการแข่งขัน เขาคือผู้คว้าชัยมาตลอด..ไม่เคยมีครั้งไหนจะแพ้  เว้นเสียแต่ความรัก

 

เธอเลือกแสงสว่างเลือกที่จะเป็นเงาเคียงคู่กับแสง

และฉันทำได้เพียงทำใจยอมรับในสิ่งที่เธอเลือก

 

 

 

น่าสมเพชนัก..แค่นี้ก็ยอมแล้วเหรอ

 

เสียงของเขาเหรอ..ไม่ใช่..เขาไม่ได้พูดมันออกมาจากปาก เสียงนั่นดังก้องในหัว  พื้นที่รอบกายมืดมิด คนผมแดงตกตะลึงที่สถานที่ที่ยืนอยู่ไม่ใช่สนามบาสอีกต่อไป  พื้นที่เคยยืนหยัดไม่มีกลับเคว้งคว้างร่วงหล่นไปอย่างช้าๆ ร่างทั้งร่างดำดิ่งลงไปในความมืดเหล่านั้น!!!

 

นั่นใคร?”  เขาถามกลับ..อึดอัดเหลือเกิน หายใจไม่ออก ทุกอย่างมืดไปหมด มองไม่เห็นแม้แต่ร่างกายของตัวเอง 

 

ใคร? ไม่มีใคร..มีเพียงแค่คำว่า เรา’ ‘   เสียงในเงามืดตอบกลับมา อาคาชิพยายามลืมตามองหา เสียงทุ้มนั่นช่างหนาวเย็นฟังดูโหดร้ายแข็งกระด้างจนไม่น่าเชื่อว่า โทนเสียงนั่นช่างเหมือนเขาเหลือเกิน  สัมผัสบางอย่างแตะกระทบเข้าที่แก้มเบาๆ..บางอย่างที่คุ้นเคย เปลือกตากระพริบช้าๆแล้วค่อยๆเพ่งมองสิ่งที่อยู่ในความมืดมิดเหล่านั้น

 

นายมันไม่ไหวแล้ว อยากจะชนะไม่ใช่เหรอ..อย่าลืมสิ..ผู้ชนะเท่านั้นถึงจะได้มีสิทธิ์ในการเขียนลงในประวัติศาสตร์

 

 

ใช่ผู้ที่ชนะเท่านั้นถึงจะผู้แข็งแกร่ง..ผู้ที่จะชนะเท่านั้นถึงจะยืนหยัดอยู่

 

หลับตาลงซะ..อาคาชิ เซย์จูโร่  เค้าหน้าของคนปริศนาเริ่มเด่นชัดขึ้นแล้ว..ดวงตาสีทองอำพันวาววับดูอันตรายนั่นจ้องมองตรงมาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนแนบชิดติดกัน  เขาเหนื่อยเหลือเกิน..เหนื่อยกับเรื่องราวกดดันเหล่านี้เต็มทีแล้ว

 

ทุกคนพัฒนาขึ้น..จากที่เคยถูกไล่ตาม กำลังจะกลายเป็นฝ่ายวิ่งไล่

ความรักที่ไม่สมหวังได้แต่ร้องไห้อยู่ข้างใน

 

จากนี้ไปปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ผมเพื่อชัยชนะของ เรา

 

 

ผัวะ!!!!!!!

 

บอลในมือถูกปัดออกกระเด็นหลุดออกไป มุราซากิบาระตาโตตกใจ จ้องมองลูกบาสที่กระเด้งกระดอนบนพื้น ก่อนจะผินหน้าไปมองบุรุษเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งกลับมายืดหยัดเต็มสองขาอีกครั้ง อาคาชิค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงเนตรคู่คมเบิกกว้างทอประกายวาวโรจน์ พริบตาเห็นสัมผัสบางอย่างหนาวเย็นพุ่งทะลุผ่านร่างเจ้าของตำแหน่ง Center เขาขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง ขาทั้งสองขยับไม่ได้..เคลื่อนไหวไม่ได้!!!

 

“อัตสึชิ..นายผิดเองที่มาทำให้ผมโกรธ!!!!”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ถลึงตามองใส่คนตัวสูงใหญ่

 

 

ตาข้างซ้ายนั่นสีทอง!!!?

 

ตึง!!!!!

 

ร่างสูงของคนหนุ่มถูกกดลงให้นั่งลงไปกองกับพื้น ทันทีที่ฝ่ามือของอาคาชิจับเข้าที่ไหล่ มุราซากิบาระ อัตสึชิ ก้มหน้าลงต่ำมองพื้นสนามไม่ขัดเงา ..ความกดดันบางอย่างพุ่งตรงลงมาทีหลังคอ..กดแน่นจนคอแข็งไปหมดไม่อาจเงยหน้าขึ้นมาสบมองสีหน้าหล่อเหลาที่ล้อมเส้นผมสีแดงได้

“นายควรจะรู้สถานะตัวเองซะบ้าง”  อาคาชิพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามถึงที่สุด เดินสบายตรงไปหยิบเอาลูกบาสขึ้นมาแล้วชู้ตลงห่วงไปอย่างง่ายดาย

 

 

โครม!!!!!!

 

ตะกร้าวางขวดน้ำดื่มถูกเตะกระจายกลิ้งเกลือกไปมาบนพื้น มุราซากิบาระไม่พูดไม่จา ยืนนิ่งเงียบมองข้าวของที่ถูกระบายอารมณ์จนเละเทะกับผลแต้ม 1:1 ที่ออกมา อาคาชิเป็นฝ่ายชนะ..ชัยชนะที่หาได้เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชม ชัยชนะ..ที่ทะมึนเหมือนฟ้าฝนด้านนอกโรงยิม ต่างคนต่างตัดสินใจเลือกที่จะกลับไปซ้อมต่อทิ้งเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างตัวจริงรุ่นปาฏิหาร์ยไว้เพียงเท่านี้

“จากนี้ไปฉันจะฟังคำสั่งอาคาจิน อยากทำอะไรก็เชิญ”  เสียงทุ้มห้วนขุ่นเคืองแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์คางยานเช่นเคย

“ไม่จำเป็นหรอกอัตสึชิ..จากนี้ไปนายอยากทำอะไรก็ตามใจตัวเองเถอะ”  จู่ๆอาคาชิกลับพูดสิ่งที่สวนทางกับอุดมคติขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เถียงกันแทบตายจนต้องมาตัดสินด้วยการดวลบาสตัวต่อตัว โมโมอิ มิโดริมะ และมุราซากิบาระหันมามองกัปตันด้วยแววตาสับสน อาคาชิยิ้มละมุนตอบกลับหากแต่สายตาคู่คมที่แปรเปลี่ยนเป็นสองสีนั่นหาได้มีความอ่อนโยนแฝงอยู่ในนั้นแม้แต่นิด

“ฉันคิดดูแล้ว ทีมจะถ่วงความสามารถกันเปล่าๆ พวกเราเล่นด้วยตัวเอง แบบของตัวเองจะดีกว่า..มันจะทำให้ดึงประสิทธิภาพของแต่ละคนออกมาได้สูงสุด นั่นเป็นโอกาสที่ทำให้เราชนะ”  อาคาชิให้คำตอบไขข้อสงสัยเหล่านั้น

 

“ถ้าไม่มีอะไร ก็แยกย้ายกันไปซ้อมได้แล้ว หรือจะไม่ซ้อมก็ได้ ตามใจพวกนาย”

 

 

หยาดฝนเม็ดสุดท้ายร่วงหล่นจากใบซากุระตกลงกระทบไหล่บอบบางของเด็กสาวในร่างจำแลง คุโรโกะนั่งกอดเข่าหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่..ต้นไม้ที่พวกเราเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยนัดรวมตัวกันในงานนิทรรศการ สถานที่ปลีกวิเวกชวนสงบใจในยามที่เธอต้องการอยู่เพียงลำพังหรือคิดอะไรคนเดียว

 

อาโอมิเนะคุงไม่ใช่เจ้าชาย..ถ้าเช่นนั้น

เจ้าชายคือใครกัน?

 

คำถามค้างคาใจเหล่านั้น ตอนนี้เหลือเพียงแค่สามคน มุราซากิบาระ มิโดริมะ..และอาคาชิ คนหนุ่มสามคนที่เคยมีเส้นผมสีแดงในวัยเยาว์ เธอกอดเข่าคุดคู้  ปลอบโยนตัวเองที่เสียความรู้สึกไปกับการไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อนสนิทที่เข้ากันได้ดีกว่าใคร  ดูเหมือนว่าจะนั่งแช่คิดอะไรคนเดียวนานจนท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้มเสียแล้ว เข้าสู่ช่วงเวลาพลบค่ำ..กำลังจะมืดลงในไม่ช้า หญิงสาวลุกขึ้นยืนปัดเศษดินตามกางเกงวอร์มขาสั้นเดินทอดน่องพาร่างเปียกโชกกลับเข้าไปในโรงยิมระดับหนึ่ง

 

ด้วยระยะทางที่ห่างไกล..เงยหน้ามองท้องฟ้าอีกที..ก็กลายเป็นสีดำรัตติกาลเสียแล้ว

 

ครืด!!!!!

 

ประตูทางเข้าโรงยิมเลื่อนเปิดออกมา คุโรโกะ เท็ตสึยะ เหม่อมองไปรอบๆ ไม่มีร่างของสมาชิกชมรม..ทุกคนกลับกันหมดแล้ว..เธอถอนหายใจเดินโซเซตรงไปยังห้องล็อกเกอร์แล้วเปิดประตูเข้าไปในนั้น   ใบหน้าไร้อารมณ์ชักสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยด้วยการเบิกตาโต..ยังมีคนๆนึงที่ยังไม่ไปไหน ในห้องที่มืดสนิทมีเพียงแสงไฟริมถนนทางเดินในโรงเรียนส่องสว่างเข้ามาผ่านช่องบานเกล็ดหน้าต่างเล็กๆ เผยให้เห็นร่างของบุรุษตัวสูงโปร่งเส้นผมสีแดงชี้ยุ่งกำลังนั่งกอดอกอยู่บนม้านั่งในห้องล็อกเกอร์

 

“อาคาชิคุงยังไม่กลับเหรอคะ?”  เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“ไดกิไปไหนล่ะ?”  อาคาชิไม่ตอบ แต่ถามกลับมา คุโรโกะเลิกคิ้วสูงกับการเรียกเอซเทย์โควด้วยชื่อต้นซึ่งผิดวิสัยปกติของกัปตันทีม ถึงอย่างนั้นเธอเลือกที่จะไม่ใส่ใจแล้วเดินตรงไปยังหน้าตู้ล็อกเกอร์ตัวเอง

“ฉันทิ้งอาโอมิเนะคุงไว้ค่ะ..เขาดูแย่ลงและฉันก็ไม่รู้จะช่วยยังไง” สาวผมฟ้าเปียกลู่ด้วยฝนตอบทั้งกลับทั้งเสียงสั่นเครือ..เธอเม้มปากแน่นกำกุญแจล็อกเกอร์ไว้ ไม่อยากจะรื้อฟื้นความเจ็บใจของการถูกหลอกลวงเหล่านั้นกลับมา

 

“งั้นเหรอ..ช่วยไม่ได้ เรื่องของไดกิคงต้องปล่อยไป ยังไงหมอนั่นก็ยังใช้การได้อยู่ ซ้อมไม่ซ้อมก็ทำแต้มให้ทีมสบายๆอยู่แล้ว”  

“อาคาชิคุง..แบบนั้นมัน..

“แก้วที่แตกไปแล้วเอากลับมาซ่อมใหม่ก็มีรอยร้าวอยู่ดี ตราบใดที่เป็นหมากใช้การได้ ก็ยังถือว่ามีประโยชน์”

 

คิ้วเรียวเลิกสูง แปลกใจในคำพูดคำจาเหล่านั้น   มันดูไม่เหมือนเดิม..ตอนนี้หญิงสาวเริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจากตัวกัปตันชมรม เธอไขกุญแจล็อกเกอร์เปิดประตูออก แล้วหยิบเอากระเป๋านักเรียนที่ใส่เสื้อผ้าออกมาสะพายข้าง หญิงสาวผินหน้ามามองดวงหน้าหล่อเหลาครึ่งซีก..ดวงเนตรสีแดงคมกริบยังคงเอาแต่จ้องรูปถ่ายรวมตอนค่ายฝึกฤดูร้อนในมือถือสีแดงแบบฝาพับ  

 

 

ไม่ใช่นี่ไม่ใช่คำตอบของอาคาชิคุงที่เรารู้จัก..

 

 

คุโรโกะสะดุ้งโหยงเมื่อคนหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ม้านั่ง มือแกร่งพับปิดฝามือถือลงแล้วเก็บลงในกระเป๋ากางเกงวอร์มสามส่วนสีดำ บรรยากาศรอบกายเย็นเยียบหนาวเย็นลงทันตา..ทั้งหมดแผ่ออกมาจากร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งหน่อยๆ

“อาคาชิคุง..ไม่สิ..นายเป็นใคร?”  เธอถามทั้งเสียงสั่น อาคาชิกระตุกยิ้มมุมปากแล้วหมุนตัวกลับมาช้าๆ แสงที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเล็กๆสาดกระทบใบหน้าหล่อเหลา วินาทีนั้นเลือดในกายเธอเย็นเยียบยามต้องสบตาคู่คมเบิกกว้างวิปลาศเนตรข้างซ้ายกลับกลายเป็นสีทองอำพันวาววับเด่นชัดในเงามืด

 

“ผมก็คือ อาคาชิ เซย์จูโร่ ไง..เท็ต..สึ..ยะ..

 

 

ตึง!!!!!

 

ฝ่ามือแกร่งกระแทกลงกับตู้ล็อกเกอร์ คุโรโกะสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวตัวเล็กบอบบางถูกชายหนุ่มพุ่งเข้ามาคร่อมกดร่างเอาไว้กับล็อกเกอร์ไม่มีทางออก..ไม่มีใครช่วย..ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตสั่นไหวตื่นตระหนกสุดขีด ปากอิ่มซีดด้วยอากาศหนาวจากการตากฝนมานานสั่นระริก

 

เหมือนตอนนั้น ที่ห้องพักค่ายฝึกในโอกินาว่าไม่มีผิด

 

เสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ..จุกแน่นจนพูดไม่ออกยิ่งอาคาชิโน้มใบหน้าลงเข้ามาเรื่อยๆแล้วไม่คิดจะหยุด เธอยิ่งสั่นเท้าด้วยความกลัวจับใจ

 

 

 

 

ปุ๊!!!!!!

 

ผ้าขนหนูสีขาวถูกนำมาวางบนศีรษะเปียกชื้น  คุโรโกะตาโตเท่าไข่ห่านมองใบหน้าคมเข้มกับดวงเนตรสองสีวาววับในเงามืดจ้องเขม็งตรงมาที่เธออย่างเย็นชา  สวนทางรอยยิ้มบางๆเหมือนทุกครั้งที่ส่งมาให้บนริมฝีปากหนาที่ห่างจากหน้าเธอเพียงไม่กี่เซน 

“เช็ดซะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”  กระซิบข้างหูสั้นๆแล้วเดินออกไปจากห้องล็อกเกอร์ ทิ้งมือส่งไร้เงาทรุดไถลไปนั่งกอดกับพื้น คุโรโกะตัวแข็งทื่อกอดตัวเองทั้งมือสั่นเทิ่ม ซ่อนสีหน้าหวาดผวาไว้ใต้ผ้าขนหนูสีขาวบนหัว

 

รอยยิ้มนั่น..ไร้ซึ่งความอ่อนโยนอย่างเคย 

มันคือ เผด็จการ

 

 

.

.

.

 

 

“กลับบ้านระวังๆนะคิเสะจัง”

“ค่า!!!!!!!”   นางแบบสาวสวยลงจากรถตู้ทางสตูดิโอ หญิงสาวผมทองดัดลอนขยิบตาชูสองนิ้วส่งยิ้มหวานให้ผู้จัดการส่วนตัว   เธอมองประตูรถตู้ฟิลม์ดำปิดตัวลงพร้อมมองส่งรถคันดังกล่าวขับวิ่งไปจนลับสายตา คิเสะ เรียวตะถอนหายใจมองรองเท้าบูทสีน้ำตาลหนังวัวที่สวมใส่ไปงานถ่ายแบบนิตยสาร Ray ตอนนี้เหยียบย่ำพื้นเฉอะแฉะฝนบนถนนทางเท้าย่านการค้าหน้าปากซอยทางเข้าหน้าหมู่บ้าน

 

“เฮ้อ..เกลียดฝนตกชะมัด”  สาวน้อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถึงฝนจะหยุดตกไปแล้ว แต่ก็ทิ้งน้ำขังนองกระจายทั่วพื้น ร่างบอบบางในชุดแฟชั่นเสื้อแขนกุดสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำและกางเกงยีนส์ขาสั้นโชว์ขาขาวเพรียวเดินทอดน่องไปตามทางเท้า ในใจคิดถึงอ่างอาบน้ำอุ่นกับเตียงนอนนุ่มๆ ตอนนี้เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแล้ว

 

เอี๊ยด!!!!!!

 

รถลีมูซีนสีดำจอดสนิทริมถนน คิเสะรู้สึกตัวว่ากำลังถูกใครบางคนจับตามอง หรือเป็นปาปารัสซี่ เธอคิดหงุดหงิดในใจจะ ความเหนื่อยล้าทำให้หน้ากากเสแสร้งยิ้มหวานไปทั่วปั้นไม่ออก มีเพียงดวงหน้าหงิกงอตวัดสายตามองรถคันดังกล่าว เหมือนคนด้านในจะรู้จึงกดเลื่อนกระจกรถที่นั่งด้านหลังลง เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นเคยกันดี

“อ้าว!!!อาคาชิจจิ!?

“ขึ้นมาสิเรียวตะ เดี๋ยวผมไปส่ง” อาคาชิ เซย์จูโร่ ในชุดนักเรียนเทย์โควส่งยิ้มบางๆให้แก่นางแบบสาว คิเสะเลิกคิ้วสูงกับการเรียกชื่อต้นของเธอ ตอนแรกก็อ้ำอึ้งเกรงใจอยู่ว่าจะตอบปฏิเสธ ทว่าเสียงทุ้มกลับแทรกขึ้น

 

“มาสิ เรียวตะ” 

 

คิเสะสะดุ้ง..ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าอากาศรอบตัวเย็นขึ้น เป็นเพราะมวลไอน้ำจากละอองฝนที่ค้างคาในอากาศหรือมาจากตัวของกัปตันชมรมบาสเก็ตบอลกันแน่กับน้ำเสียงที่ดูออกจะกึ่งบังคับ?  และนั่นทำให้เธอยอมขึ้นรถขอโดยสารติดมาด้วยทั้งที่ยังคงเกรงใจอยู่ไม่น้อย  แอร์ในรถเย็นช่ำอุราทำเอาขนลุกชัน คนขับรถลอบมองผ่านทางกระจกรถเขารู้ว่าแขกของนายน้อยกำลังหนาวจึงปรับลดระดับความเย็นลงแล้วเปิดฮีทเตอร์อ่อนๆให้รู้สึกอุ่นสบาย  

“เอ่อ..อาคาชิจจิ ฉันเกรงใจจังทั้งๆที่ทางกลับบ้านของฉันกับอาคาชิจจิคนละทางแท้ๆ”

“ไม่เป็นไร คนกันเองผมไม่ถือสา”

“แหะๆ วันนี้อาคาชิจจิพูดสุภาพกว่าปกติอีกนะ มีอะไรรึเปล่า?”  คิเสะ เรียวตะ ถามขึ้น ดวงหน้าคมผินหันมามองสบตาสีอำพันคู่งามใต้ขนตาแพยาวสวย  ผู้จัดการสาวกับความสามารถในการลอกเลียนแบบชักสีหน้าตกใจอุทานออกมาเสียงดังแล้วชี้นิ้วไปยังดวงตาข้างซ้าย

 

“อาคาชิจจิ..ตาซ้ายทำไม..

 

“ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก ผมก็แค่ได้เรียนรู้สิ่งที่ถูกต้องก็เท่านั้น “ อาคาชิยังคงนิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสีตาข้างซ้ายที่แปรเปลี่ยนไป เขาสบมองใบหน้าสวยล้อมเส้นผมสีทองสว่างอำพัน..มองนานจนคิเสะรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามบางอย่าง ร่างเพรียวบางเขยิบถอยห่างขณะเดียวกันอาคาชิกลับเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้จนสีข้างแนบชิด ฝ่ามือหนาเชยคางเธอดึงหน้าให้เข้ามาใกล้ 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ จัดเป็นคนหนุ่มหน้าตาดีไปเดบิวต์เป็นดารานักแสดงได้สบายๆคนนึง

ความหล่อเหลาแถมยังสุขุมเคร่งขรึมเหมือนผู้ใหญ่..ปฏิเสธไม่ได้เลย ตัวเองกำลังรู้สึกประหม่าขวยเขิน

 

“คบกับผมซะ เรียวตะ”

 

สิ้นเสียงทุ้มเย็นเรียบ คิเสะชักสีหน้าตะลึงพรืด อ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ลองหยิบต้นขาตัวเองก็เจ็บ..แสดงว่าไม่ใช่ฝัน  ปากอิ่มกำลังจะพูดแย้ง หากแต่สัมผัสร้อนรุ่มเปียกชื้นประทับลงบนริมฝีปากอิ่ม คิเสะตาโตจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีแดงระยะประชิด

 

เธอกำลังถูกกัปตันชมรม จูบ

 

นางแบบสาวตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก..ไม่กล้าแม้แต่ขยับ สับสนงวยงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปหมด เธออยู่เฉยปล่อยให้อีกฝ่ายประทับจูบนานจนพอใจ แล้วเป็นฝ่ายถอยออกห่างไปเอง 

“ในเมื่อเราทั้งคู่เป็นคนที่ ถูกทิ้งไม่คิดบ้างเหรอว่า..เราสองคนน่าจะเข้าใจกันและกันได้ดีที่สุด”  อาคาชิกระซิบบอกข้างหูผู้จัดการสาวมากความสามารถที่เขาสั่งสอน มองเห็น แล้วดึงเอาพรสวรรค์นั่นออกมาใช้การได้ประสิทธิภาพสูงสุด  นัยเนตรสีอำพันสั่นไหวคำพูดของชายเรือนผมสีแดงแทงเข้ากลางใจเธอจนเจ็บร้าว

 

เราที่ได้ยืนยิ้มทั้งน้ำตา ฝากอาโอมิเนจจิให้กับเพื่อนรักที่สุดอย่างคุโรโกจจิ

เป็นเพียงลูกหมามอมแมมกลางสายฝนได้แต่นั่งมองท้องฟ้ากับเมฆหมอกเรือนลางเคียงคู่

 

 

“แต่ว่า..อาคาชิจจิชอบคุโรโกจจิ..” คิเสะถามทั้งเสียงแผ่วเบา

“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว”  อาคาชิ เซย์จูโร่ เว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วพูดต่อด้วยเสียงที่เย็นชากว่าเดิม

 

“อาคาชิ เซย์จูโร่ คนนั้น..ไม่มีอีกแล้ว มีเพียง ผมที่จะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะเท่านั้น”

 

 

 

 

ลูกบาสกระเด้งกระดอนด้วยสายสัมพันธ์..รองเท้าเสียดสีกับพื้น

เหงื่อไคลชุ่มโชก ระอุกับการละเล่นแสนเร้าร้อน

ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว..บนสนามบาสที่ก่อเกิดทุกสิ่ง

 

 

TBC


 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ตอนนี้แอบยาว..ยาวมากกว่าตอนอื่นๆด้วยมั้ง

ตอนนี้ควรชื่อตอนว่า ‘อาคาชิ’  เป็นอะไรที่เห็นมุมมองความรู้สึกของท่านมากสุดแล้ว

และก็..โบกมือร่ำลานายน้อยแสนดีกันล่ะ

 

 

เรื่องนี้ใช้เวลาแต่งรัวๆ 2 วันอ่ะ ตอนยาวมว๊ากกก คิดว่าจะจบภาค ม.ต้นราวๆตอนที่ 20 มั้ง หลังจากนั้นน่าจะเข้า ม.ปลายกันแล้ว

นี่มาแค่ครึ่งทางเองนะ ฟิคนี้ยาวมากตอนรวมเล่มคงได้แบ่งเป็นสองเล่มแหงๆ เหอๆ

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

984 ความคิดเห็น

  1. #984 warat_sariyawut (@warat_sariyawut) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 08:54
    คิดถึงนายน้อยที่แสนดีอ่ะ
    #984
    0
  2. #973 07102005 (@07102005) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 21:03
    โอ๊ยยย สงสารครกอ่ะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ท่านอคชคะโปรดสงสารว่าที่ภรรยาด้วยค่ะ อย่าทำแบบนี้!! ///TT^TT
    #973
    0
  3. #943 My Little G. (@199012001) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:15
    ตอนนี้มันแย่สุดๆไปเลยทุกคนดิ่งไปหมดแล้วทำไมเครี๊ยดดดดดดดดดด
    #943
    0
  4. #903 Kenny_2548 (@Kenny_2548) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 10:52
    อะไรเนี่ย ไม่มีการรอคอยเลยหรอ แค่นี้ก็ยอมแพ้เเล้ว
    #903
    0
  5. #878 Aireena (@Aireena) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 22:58
    อ้ากกก สรุปว่าแกเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อาคาชิเบิกเนตรกลายร่างเป็นจูนิเบียวสินะอาโฮ่ =[]= เรื่องบาสก็เห็นใจอยู่หรอก แต่เรื่องน้องครกนี่แกทำตัวเองนะเฟ้ย
    #878
    0
  6. #763 mangalover (@lucius5122) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 00:15
    ไม่นะอาคาชิ อย่าทำให้เท็ตสึเจ็บปวดกว่านี้เลย
    #763
    1
    • #763-1 blood_hana (@blood_hana) (จากตอนที่ 22)
      8 กรกฎาคม 2558 / 19:04
      จะเจ็บปวดรวดร้าวเช่นไร บทสรุปมาตอน 39 แล้วค่ะเหลือบทส่งท้ายอย่างเดียวแล้ว
      #763-1
  7. #638 Aomme Aommy (@aom_pichaya) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 23:52
    แงงงทำไมอ่าาๆๆๆๆๆ นายน้อยใจร้าย
    #638
    1
    • #638-1 blood_hana (@blood_hana) (จากตอนที่ 22)
      10 มิถุนายน 2558 / 04:27
      นายน้อยเป็นโบคุชิแล้วน่ะ ก็เลยเป็นเช่นนี้
      #638-1
  8. #348 กรรไกรคุง (@kutter4556) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 17:48
    โบกมือลาแดงดำ//ซับน้ำตา

    #348
    0
  9. #347 gamza01 (@gamjubjub01) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 23:45
    นายน้อยเปลี่ยนไปคบกับคิเสะแทน น้องครกก็เจ็บที่โดนหลอก T^T สงสัยน้องครกถึงตอนลาออกจากชมรมสินะ สงสาร
    #347
    0
  10. #345 Me_mell'n (@me-merukana) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 07:03
    กลายเป็นแดงเหลืองไปล้าว//โอ๋ๆ อยากกอดน้องครก ; - ;
    #345
    0
  11. #341 akiko-chan (@demonedark) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 18:59
    นายน้อยที่แสนดีไปแล้ว เเงงงงงงง เศร้าาาอ่ะ  

    ปล.แอบจิ้นแดงแดงนิดหนึงแหะๆ
    #341
    0
  12. วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 10:31
    ไซะแล้วนายน้อยที่แสนดี ต่อจากนี้นายน้อยยันจะเข้ามาสินะคะ TT^TT
    #340
    0
  13. #339 phoenixrin3113 (@potterrinplus) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 08:38
    โบกมือลานายน้อยที่แสนดี #ซับน้ำตา เหมือนจะมีเขียวแดงกับแดงแดงโผล่ออกมานิดนึง -..-
    #339
    0
  14. #338 เต้าหู้ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 05:44
    จาอาวเเดงดำำำำำำำTOT!!
    #338
    0
  15. #337 DarkAngleOfDeath (@knight-of-king) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 01:32
    ไปแล้วคะ นายน้อยผู้เเสนดี TT
    เข้านะว่ายันอยู่แต่นี้มันเกินไปแล้วววววว
    ตอนนี้ยาวจุใจจิงๆ ชอบๆ
    #337
    0
  16. #336 Kirin~คิริน (@kirin15) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 00:43
    นายน้อยที่แสนดีของบ่าวว
    #336
    0
  17. #335 white Satan (@eyelnw555) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 22:39
    NOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO! ไม่เอาแดงเหลือง เอาแดงดำ
    #335
    0
  18. #334 Yuukime (@snowfox00) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 22:36
    ฮืออออออ ลาก่อนค่ะอาคาชิซามะผู้แสนดี
    และขอต้อนรับอาคาชิซามะผู้แสนยัน....
    น้องรับรู้ความจริงแล้ว...
    โฮ่งี่เง่า....คิเสะยังอยู่กับนายแท้ๆ
    ต่อให้ไปคบกับกันเองยังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจได้หรอก...
    #334
    0