[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 6 : 5 : เชื่อมสัมพันธ์ [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 525 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

Calista εїз




5

เชื่อมสัมพันธ์

 

                ทั้งๆ ที่ผมปฏิเสธเพื่อนในคณะว่าจะไม่ไปกินเหล้ากับพวกมันแท้ๆ แต่ใครจะไปคิด ว่าสุดท้ายแล้วผมก็ต้องมานั่งจมจ่อมอยู่ในร้านที่มีแต่เสียงเพลงและกลิ่นแอลกอฮอล์นี่อยู่ดี

                “อยู่ๆ ก็มาบอกกูว่าจะไปเรียนต่อที่อเมริกา จะให้กูเตรียมใจทันได้ยังไงวะ” ใบหน้าที่เคยร่าเริงและแววตาที่แฝงความทะเล้นของคนตรงหน้า ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ที่ขอบตาล่าง ในขณะที่ปากก็พร่ำพูดถึงผู้หญิงที่ตัวเองรักไม่หยุดตั้งแต่ที่ผมกับมันนั่งลงที่ร้าน ไอ้ซันยกแก้วเหล้าแก้วที่เท่าไหร่ไม่รู้กระดกรวดเดียวหมด ก่อนจะเติมแอลกอฮอล์ลงไปใหม่ โดยไม่รอให้แก้วว่างเลยสักวินาที

                ผมกระดกแก้วของตัวเองตาม และไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ระบายความในใจที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยฤทธิ์เหล้า

                “แล้วพอกูขอไม่ให้ไป ก็หาว่ากูไม่เข้าใจ ขู่ว่าจะเลิกกับกู กูผิดเหรอวะ ถามจริง”

                “...”

                “กูรักเค้าจริงๆ ว่ะตรี กูรักเค้ามาก กูไม่อยากให้เค้าจากกูไปไหน มึงเข้าใจกูมั้ย” ดวงตาแดงก่ำมองหน้าผม พร้อมน้ำใสๆ ที่เริ่มไหลลงมา แต่ฝ่ามือหนาก็ปาดออกลวกๆ ก่อนจะหันกลับไปกระดกเหล้าต่อ

                ผมอยากจะห้ามมันนะ เพราะท่าทางมันดูเหมือนจะเมามากแล้ว และก็เพ้อมากด้วย แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่ยอมห้ามมัน ผมยังคงนั่งฟังในสิ่งที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดอยู่อย่างนั้นนานนับชั่วโมง

                หึ นี่ผมเป็นพวกมาโซคิสต์ ชอบความเจ็บปวดสินะ

                “กูควรทำยังไงดีวะ กูไม่อยากให้เค้าไปจริงๆ ถ้าเราห่างกันแล้วเค้าเกิดไปมีคนอื่น กูต้องบ้าตายแน่ๆ”

                “...”

                “กูไม่ยอมเลิกหรอก ไม่ว่ายังไงกูก็ไม่ยอมเลิกเด็ดขาด” ว่าพลางกระดกเหล้าแก้วใหม่แบบรวดเดียวจบ ผมมองคนตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน ผมไม่สามารถให้คำปรึกษาอะไรได้เลย ในเมื่อหัวใจของผมมันก็เจ็บปวดเจียนจะตายอยู่แล้ว

                ผมได้แต่นั่งเงียบและปล่อยให้ไอ้ซันพร่ำเพ้อว่ารักวีอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งมันนิ่งเงียบไป ตอนนั้นแหละที่ผมรู้ว่าพวกเราควรจะกลับได้แล้ว ผมลากมันออกมาจากร้านเหล้าด้วยความยากลำบาก โชคดีที่มันยังพอพยุงตัวเองให้ลากขาเดินได้บ้าง ไม่อย่างนั้นผมคงแบกมันทั้งตัวไม่ไหวแน่

                ผมกึ่งลากกึ่งพยุงไอ้ซันมาจนถึงอพาร์ตเม้นต์สุดหรูของมันได้สำเร็จ ในขณะที่มันยังคงพร่ำเรียกชื่อผู้หญิงที่มันรักอยู่อย่างนั้น โดยไม่รู้เลยสักนิดว่าการที่มันคิดถึงคนอื่นอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ผมต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน

                ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขณะที่มองใบหน้าของร่างสูงที่ตอนนี้หลับคาโซฟาไปเรียบร้อยแล้ว

ทำไมผมต้องรักมันด้วยวะ ทำไมถึงไม่เป็นคนอื่น ใครก็ได้ที่ผมจะสามารถรักเขาได้สุดหัวใจโดยที่ไม่ต้องมานั่งเจ็บอยู่ทุกวี่วันอย่างนี้  

                “วี...” เสียงทุ้มเพ้อเรียกชื่อแฟนมันอีกครั้ง แต่คราวนี้มือมันเอื้อมมาคว้ามือผมไปบีบไว้แน่น “อย่าทิ้งเราไป... เรารักวีนะ... รักวีจริงๆ...”

                ฝ่ามือร้อนจัดกุมมือผมไว้แน่น ก่อนจะเลื่อนไปไว้ที่แก้มของมันอย่างรักใคร่ ผมมองหน้าไอ้ซันอีกครั้ง ด้วยหัวใจที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี ผมยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามกลืนก้อนอะไรสักอย่างที่ขึ้นมาจุกอยู่ตรงคอ ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ เพื่อตั้งสติอีกครั้ง

                คนที่มันอยากจะกุมมือไว้คือวี ไม่ใช่ผม... นั่นแหละคือความจริง

                ผมตัดสินใจดึงมือของตัวเองออก ก่อนจะถอยออกมาตั้งหลักในห้องน้ำ ผมวักน้ำล้างหน้าตัวเองหลายๆ ทีเพื่อเรียกสติ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกกำลังสั่นระริกด้วยความหวั่นไหว ยิ่งตอกย้ำให้ผมได้รู้ว่าผมมันน่าสมเพชมากแค่ไหน  

                ผมถอนหายใจกับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจัดการเตรียมน้ำและผ้าขนหนูผืนเล็กไปเช็ดตัวให้ไอ้ซันอย่างที่เคยทำ ร่างสูงงอแงอย่างรำคาญนิดหน่อยเมื่อผมแตะผ้าขนหนูชุบน้ำลงบนร่างกายร้อนผ่าวของมัน ผมเช็ดแขนและคอที่โผล่พ้นเสื้อยืดสีดำออกมาพอเป็นพิธี ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปเช็ดใบหน้าขาวใส ผมเช็ดหน้าให้มันอย่างระมัดระวังด้วยกลัวว่ามันจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แต่ไม่รู้เพราะฤทธิ์เหล้าที่ผมกินเข้าไป หรือเพราะอะไรก็ตาม อยู่ๆ สายตาของผม ก็หยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางซึ่งเผยอขึ้นนิดๆ ของคนตรงหน้าเสียเฉยๆ

                “...”

                ผมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองยื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของผมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ตัวอีกที ลมหายใจร้อนผ่าวที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ก็เป่ารดลงมาบนปลายจมูกของผมแล้ว ผมเหลือบตาขึ้นมองดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังปิดสนิทของไอ้ซัน ก่อนที่จิตใต้สำนึกด้านชั่วจะบอกผมว่า...นี่คือโอกาส

                ผมเลื่อนใบหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้อีกนิดพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวราวกับกำลังจะระเบิด ร่างกายของผมร้อนผ่าวไปหมด ผมหลับตาลงเพราะอยากซึมซับความรู้สึกที่กำลังจะได้รับให้มากที่สุด...

                แต่แล้วในขณะที่ริมฝีปากของผมกำลังจะสัมผัสกับริมฝีปากบางภายในเสี้ยววินาที จิตใต้สำนึกในส่วนดีก็กระชากสติของผมให้กลับมา ผมผละใบหน้าตัวเองออกจากใบหน้าของไอ้ซัน ผมมองใบหน้าที่ยังคงหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวของเพื่อนรัก ก่อนจะผุดลุกขึ้น พร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับ

                ผมทำไม่ได้หรอก ผมจะจูบมันทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่เคยรักผมเลยสักนิดได้ยังไง

                “บัดซบเอ๊ย!” ผมเสียงดัง และเดินออกมาข้างนอกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผมจะปล่อยให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์สั่งให้ผมทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นอีก

                ผมยืนอยู่หน้าห้องไอ้ซัน หอบหายใจแรงราวกับว่าเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วง ผมมองมือของตัวเองข้างที่มันดึงไปกุมไว้แน่นเมื่อครู่ ความรู้สึกเจ็บปวดราวกับจะแล่นจากฝ่ามือนั้นไปยังหัวใจที่กำลังบอบช้ำอย่างรวดเร็ว ผมยกมือขึ้นมากุมขมับพร้อมกับถอนหายใจ

                ให้ตาย ตอนนี้ผมอยากได้บุหรี่สักมวนจริงๆ

                ความรู้สึกนั้นเรียกให้ผมเงยหน้าขึ้นมองประตูฝั่งตรงข้าม นึกขึ้นได้ว่ามีคลังบุหรี่อยู่ในนั้น... หมอนั่นจะกลับมาหรือยังนะ?

                เร็วเท่าความคิด เท้าของผมพาตัวเองเคลื่อนกายมาอยู่หน้าบานประตูสีขาวที่อยู่อีกฝั่งโดยที่ผมไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ แต่ขณะที่มือของผมกำลังจะยกขึ้นเพื่อเคาะประตู ผมก็นึกขึ้นได้ว่าหมอนั่นไม่ได้อยู่ในห้องนี้แค่คนเดียว ยังมีแฟนสาวที่น่ารักมากของเขาอีกคน และผมคงกลายเป็นคนเสียมารยาทมากแน่ ถ้าไปเคาะประตูเพื่อจะขอบุหรี่ในยามดึกดื่นขนาดนี้

ผมกลับมายืนที่หน้าห้องไอ้ซันอีกครั้ง พร้อมกับก่นด่าตัวเองที่วันนี้ผมทำตัวงี่เง่าเหลือเกิน แต่แล้วเมื่อผมบิดลูกบิดประตูเตรียมจะกลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง จมูกของผมก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นฉุนอันเป็นเอกลักษณ์ของบุหรี่นอกที่ผมได้กลิ่นบ่อยมากในช่วงนี้ จนมันกลายเป็นอะไรที่คุ้นชินไปแล้ว กลิ่นนั้นมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังเดินขึ้นบันไดหนีไฟมาอย่างช้าๆ ผมปิดประตูลงอีกครั้ง และมองไปที่บันไดหนีไฟด้วยหัวใจที่เต้นรัวด้วยความทึ่งกับความบังเอิญที่พระเจ้ามอบให้

                มาได้ถูกจังหวะตลอดเลยแฮะ

ร่างสูงในเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มเดินมาตามระเบียงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้ กระเป๋ากีตาร์ที่สะพายอยู่บนหลังบ่งบอกว่าเขาเพิ่งจะกลับมาจากเล่นดนตรี เดินมาจนเกือบจะถึงตัวผมนั่นแหละ ร่างสูงถึงได้เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยสีหน้าแปลกใจ

                “อ้าว” เชนร้องทัก ก่อนจะคีบบุหรี่ออกจากปาก

                “ไง” ผมทักกลับนิ่งๆ หมอนี่ขมวดคิ้วก่อนจะคาบบุหรี่ไว้และอัดควันเข้าปอดอีกรอบ

                “ไอ้ซันเมาอีกแล้วเหรอ” ถามอย่างรู้ทัน

                “อืม” ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะปล่อยให้บรรยากาศจมลงสู่ความเงียบ ผมกำลังตัดสินใจอยู่ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือเปล่าน่ะสิ

                “มีอะไร” เชนขมวดคิ้วหนักขึ้น พร้อมกับถามเหมือนดูออกว่าผมมีอะไรจะพูด

                ผมยิ้มบางๆ ออกมา อย่างกับปีศาจที่อ่านใจคนได้เลยนะ ไม่ว่าผมจะคิดอะไรอยู่ก็ดูเหมือนว่าหมอนี่จะรู้ไปหมด โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาเลย

                “ขอบุหรี่หน่อยสิ” ผมพูดออกไปในที่สุด ร่างสูงที่ยืนรอให้ผมพูดยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากันจนมันแทบจะขมวดเป็นปม ก่อนที่เขาจะถอนหายใจหนักๆ ออกมา

                “ตามมา” เจ้าของเสียงเรียบนิ่ง ว่าพลางเดินออกจากที่ที่เราคุยกันอยู่

                และถึงไม่รู้ว่าหมอนี่จะพาผมไปไหน แต่สองขาของผมก็เลือกที่จะเดินตามขายาวๆ ที่เดินนำหน้าไป โดยไม่คิดจะปริปากถามอะไรเลย

 

                01.10 A.M.

เชนไม่ได้พาผมไปไหนไกลหรอก ก็แค่พามาสูดอากาศตรงบันไดหนีไฟที่มีราวกั้นสูงระดับอกเท่านั้น ลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามาทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ความเศร้าที่อัดแน่นอยู่ในใจของผมหายไปได้หรอก

                “เรื่องไอ้ซันอีกแล้วเหรอ” ร่างสูงเป็นฝ่ายถามขึ้นมาพลางจี้บุหรี่มวนเก่าที่สูบจนเกือบหมดมวนลงกับที่เขี่ยซึ่งมีก้นบุหรี่ยี่ห้อเดียวกันอยู่เต็มไปหมด บ่งบอกว่านี่คงจะเป็นมุมโปรดที่เขาเอาไว้หลบมาสูบบุหรี่คนเดียวเงียบๆ  

                “อือ” ผมตอบสั้นๆ สายตาทอดมองออกไปยังเมืองที่ยังคึกคักแม้จะดึกมากแล้วก็ตาม

                “คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ” เขาถาม ผมหันกลับไปมองร่างสูง ก่อนจะแบมือออก

                “ขอบุหรี่หน่อย” ผมบอกสีหน้าจริงจัง เชนขมวดคิ้ว พร้อมกับถอนหายใจ ก่อนจะล้วงซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

                จริงๆ คราวก่อนผมไม่น่าขอบุหรี่จากเขาเลยแฮะ มันทำให้ผมกลับมาอยากอีกแล้ว ถึงแม้ผมจะเลิกไปได้แล้วรอบหนึ่ง แต่มันก็เหมือนเชื้อเพลิงที่พร้อมจะเกิดประกายไฟ ผมพร้อมจะกลับมาสูบได้ทุกเมื่อนั่นแหละ และยิ่งได้ลองกลับมาครั้งนึงแล้ว มันก็ยากที่จะถอนตัว

                “ขอบใจ” ผมว่าและกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมวนบุหรี่ที่เขากระแทกออกมาให้ แต่ยังไม่ทันที่มือของผมจะได้แตะไอ้สารก่อมะเร็งนี่ ฝ่ามือหนาก็ชักมือกลับไป ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่กวนประสาทอย่างไม่มีใครเทียบ

                “ไม่ให้”

                อะ...ไอ้...

                ผมได้แต่มองตาขวางเมื่อหมอนี่ปล่อยให้ผมขอบใจเก้อ ในขณะที่ร่างสูงเอาบุหรี่มวนนั้นไปคาบไว้เอง ก่อนจะจุดไฟสูบหน้าตาเฉย

                ผมพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเบือนหน้ามองออกไปนอกระเบียงอีกครั้ง คนขี้แกล้งเองก็เดินมาเท้าแขนตรงระเบียงข้างๆ ผม ก่อนจะพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางทอดสายตามองออกไปอย่างไร้จุดหมาย

                “ระบายมาสิ” เสียงเรียบพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ ผมขมวดคิ้วและหันไปมองร่างสูงด้วยอารมณ์ที่ยังเคืองไม่หาย

                “ทำไมต้องระบายให้นายฟัง เพื่อนก็ไม่ใช่” ผมปฏิเสธน้ำเสียงประชดประชัน แต่ก็จริงนั่นแหละ ผมไม่จำเป็นจะต้องมานั่งพูดเรื่องกลุ้มใจให้หมอนี่ฟังเลย เรามันก็เป็นแค่คนรู้จักที่บังเอิญเจอกันไม่กี่ครั้งเท่านั้น

                ร่างสูงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะสูบบุหรี่ต่อไปเงียบๆ แต่กลับเป็นผมเอง ที่พอเห็นท่าทางไม่สนใจของหมอนี่ กลับยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

                นี่ผมกำลังเมาอยู่ ใช่มั้ย?

                “วีกำลังจะไปต่างประเทศ” ในที่สุดผมก็พูดออกมาจนได้ ร่างสูงยังคงมองไปข้างหน้า แต่ผมก็รู้ว่าเขาฟังอยู่ ผมถอนหายใจก่อนจะเลื่อนสายตามองออกไปยังแสงสีในเมืองบ้าง

                “ไอ้ซันมันไม่อยากให้ไป สองคนนั้นก็เลยทะเลาะกัน”

                “...”

                “มันมาปรึกษาฉัน... ซึ่งฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับฟัง...”

“...”

“ฉันแอบคิดนะ ว่านี่อาจเป็นโอกาสที่ทำให้มันหันกลับมามองฉันบ้างก็ได้... แต่ไม่ใช่เลย ต่อให้ไม่มีวี มันก็

ไม่มีทางหันกลับมามองฉันหรอก...” ผมเงียบไปเมื่อรู้สึกว่ามีก้อนอะไรบางอย่างขึ้นมาจุกอยู่ที่คออีกแล้ว ผมพยายามกลืนน้ำลายหวังว่าก้อนนั่นมันจะหายไป แต่คราวนี้มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด

                “เจ็บจริงๆ” ผมเค้นเสียงออกมา ในจังหวะเดียวกับที่น้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลออกจากดวงตา

                อา ในที่สุดก็ร้องไห้จนได้ คงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์สินะที่ทำให้ผมหวั่นไหวได้ถึงขนาดนี้

                “เฮ้ ร้องไห้เหรอ” น้ำเสียงตกใจดังมาจากร่างสูงที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ

                “เปล่า” ผมปฏิเสธทั้งๆ ที่มือก็ยังคงปาดน้ำตาที่ยังไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

                บ้าชิบ หยุดสักที จะมาร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นให้ดูน่าสมเพชมากกว่าเดิมไปทำไมกัน

                “เงียบน่า ฉันปลอบใครไม่เป็นหรอกนะ” คนตัวสูงกว่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญเล็กๆ  

ผมหันกลับไปมองสีหน้ายุ่งยากใจของเขา ก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่สีหน้าของคนรำคาญ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังพยายามคิดอะไรสักอย่าง ถ้าเดาไม่ผิดเขาคงคิดอยู่ว่าควรจะปลอบผมยังไง แต่ด้วยลักษณะนิสัยนิ่งๆ ติดจะเย็นชาของเขาจะให้มานั่งปลอบใครก็คงจะเป็นเรื่องยาก

                “นายกลับเข้าห้องไปเถอะ ปล่อยฉันไว้แบบนี้แหละ” ผมบอก จริงๆ ผมก็อายเหมือนกันนั่นแหละ ที่ต้องมานั่งร้องไห้ให้คนที่ไม่สนิทได้เห็นแบบนี้

                “จะปล่อยได้ไงวะ” ร่างสูงสบถพึมพำ ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่แล้วสายตาเรียวคมก็ฉายแววเหมือนเห็นอะไรบางอย่างน่าสนใจ ผมจึงมองตามสายตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นไป ก่อนจะเจอเข้ากับลูกแมวลายขาวสลับดำกำลังเดินต้วมเตี้ยมขึ้นบันไดหนีไฟมา

                เมี้ยววว

                เสียงร้องแหลมเล็กดังขึ้นมาพร้อมกับเจ้าแมวที่นั่งมองพวกเราอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย ผมได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ จะเดินผ่านผมไปหาเจ้าลูกแมวตัวนั้นพร้อมกับอุ้มขึ้นมา ผมปาดน้ำตาและมองการกระทำที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายเย็นชาตรงหน้า

                ผู้ชายหน้าโหดๆ กับลูกแมวน่ารักๆ ดูไม่น่าจะเข้ากันได้เลยนะ ว่ามั้ย

                “ฉันปลอบใครไม่เป็น งั้นฝากหมอนี่ปลอบให้ละกัน”

                “ฮะ?” อาจะเป็นเพราะเพิ่งร้องไห้เสร็จหมาดๆ ทำให้สติผมไม่พร้อมเท่าไหร่ เลยไม่เข้าใจว่าหมอนี่กำลังพูดอะไร แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถาม ฝ่ามือหนาก็อุ้มลูกแมวมาไว้ตรงหน้าผม พร้อมกับใช้อุ้งเท้าแมวลูบใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของผมเบาๆ

                เฮ้ ถ้ามันกางเล็บข่วนหน้าผมขึ้นมานี่ผมเอาเรื่องแน่นะ

                ผมเกือบจะโวยวายออกมาแล้วเชียว ถ้าไม่ติดที่ว่าร่างสูงตรงหน้าทำให้ผมอึ้งไปอีกครั้ง...

                “พี่ตรี... อย่าร้อง” น้ำเสียงที่ผ่านการพยายามดัดให้กลายเป็นเสียงแหลมเล็กเพื่อให้เข้ากับใบหน้าบ้องแบ๊วของเจ้าลูกแมวดังขึ้นมาจากร่างสูงที่ผมเคยคิดว่าเขาไม่มีโทนเสียงอื่นนอกจากน้ำเสียงเรียบนิ่งนั่น

                “...” ผมได้แต่นิ่งเงียบไปหลายวินาทีด้วยความอึ้ง ในขณะที่ฝ่ามือหนาก็ลดเจ้าแมวลงทำให้ผมเห็นใบหน้ากระอักกระอ่วนที่เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองทำอะไรไม่เข้าท่าออกไปของเขา

                “อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ” วินาทีต่อมาผมก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างกลั้นไม่อยู่ ผมพยายามจะกลั้นขำแล้วนะ แต่การกระทำของหมอนี่ทำให้ผมหยุดตัวเองไม่ให้หัวเราะไม่ได้จริงๆ

ให้ตายเถอะ จี้ชะมัด

                “ตลกอะไรนักหนาวะ” ร่างสูงเปลี่ยนเป็นใบหน้าบึ้งตึงพลางยื่นลูกแมวมาให้ผมอุ้มแทน ผมยังคงหัวเราะไม่เลิกในขณะที่เชนจุดบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาสูบสีหน้าเคร่งเครียด

                “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย” ผมถามพลางพยายามกลั้นขำเอาไว้ แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้อยู่ดี

                ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าคนอย่างหมอนี่จะกล้าทำอะไรแบบนี้ออกมา

                คนตรงหน้าหันมาขมวดคิ้วทำท่าหงุดหงิดใส่ผมแวบหนึ่ง แต่แล้วปากที่คาบมวนบุหรี่เอาไว้ก็ค่อยๆ แสยะยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเอาไว้

                “เออ นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย” ร่างสูงบ่นพึมพำทั้งๆ ที่ปิดหน้าอยู่ ท่าทางเขินอายที่เห็นได้ยากจากคนตรงหน้ายิ่งทำให้ผมยิ้มกว้างมากขึ้นอีก

                อะไรกัน อยู่ๆ ก็ทำตัวน่ารักขึ้นมาเฉยเลย ฮ่ะๆ

                ผมได้ยินเสียงสูดหายใจลึก ก่อนที่เชนจะเอามือที่ปิดใบหน้าของตัวเองออก เขาพยายามปรับสีหน้าเป็นปกติ แต่ใบหน้าก็ยังคงแดงระเรื่อไม่หาย

                “ฉันไปดีกว่า” ว่าจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นไปที่ชั้นเดิม ผมมองตามโดยที่ยังหุบยิ้มไม่ได้ แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปไกลกว่านี้ ผมก็นึกได้ว่าผมควรจะพูดอะไรบางอย่าง

                “ขอบใจ”

                “...?” เชนหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ผมยิ้มให้เขาก่อนจะตอบ

                “คุยกับนายแล้วสบายใจขึ้นเยอะเลย” ผมว่า เจ้าของริมฝีปากบางกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะกลับมาทำหน้ากวนประสาทอีกครั้ง

                “นายต้องพูดว่า ขอบคุณมากนะครับพี่เชน ต่างหาก ไอ้เด็กปีนเกลียว” สายตาตำหนิอย่างไม่จริงจังนั่นทำให้ผมชะงัก ก็จริงอยู่ที่ผมไม่เคยเรียกเขาว่าพี่เลยสักครั้ง นั่นเพราะผมไม่เห็นว่าหมอนี่จะทำตัวให้น่าเคารพเลยสักนิด อายุห่างกันแค่ปีเดียวไม่เรียกพี่ก็ไม่เห็นจะเป็นไร

                แต่ว่าสำหรับครั้งนี้ อาจจะเป็นข้อยกเว้น...

                “ไม่เอาอ่ะ น่าขนลุก” ซะที่ไหนล่ะ  

ผมเบ้หน้า และทำท่าเหมือนกับว่าการเรียกเขาว่าพี่ทำให้ผมรู้สึกแขยงขึ้นมาจริงๆ ร่างสูงจึงขมวดคิ้วมองผมนิดหน่อยก่อนจะยักไหล่

                “เออ คิดไปคิดมาก็น่าขนลุกจริงๆ นั่นแหละ” ว่าพลางแสยะยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วเดินล้วงกระเป๋าเดินจากไปโดยไม่ลืมบอกลาทิ้งท้าย “ฝันดี”

                “ฝันดี” ผมพูดตอบ แม้ว่าหมอนั่นจะหายไปในมุมกำแพงแล้วก็ตาม

                ผมถอนหายใจ แล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อนึกถึงเรื่องประหลาดที่เขาทำไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนจะก้มลงมองเจ้าเหมียวที่จ้องผมตาแป๋วอยู่ในอ้อมกอด ผมยิ้มให้เจ้าแมวแล้วลูบหัวมันพร้อมกับพูดในสิ่งที่ผมไม่กล้าพูดต่อหน้าคนที่ผมควรจะพูดด้วยก่อนหน้านี้

                “ขอบคุณครับพี่เชน”

                ...

                เออว่ะ ขนลุกจริงๆ ด้วย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 525 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1957 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 12:36
    พี่เชนนนน่ารักจังอ่ะ
    #1,957
    0
  2. #1923 CarpeDiemYok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 00:24
    น่ารักโคตรรรร ละลายแล้วค้าบบ
    #1,923
    0
  3. #1783 _bebebeam_e (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:31
    พี่เชนนนน5555 นรอะะะ
    #1,783
    0
  4. #1782 _bebebeam_e (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:31
    พี่เชนนนน5555 นรอะะะ
    #1,782
    0
  5. #1772 jjeex (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 15:30
    พรี่เชนนนน
    #1,772
    0
  6. #1735 hh_9094 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 00:13
    พี่เชนมีบางมุมที่น่ารักอ่ะ ตรี...ทำใจได้ไวๆนะ
    #1,735
    0
  7. #1689 Mune (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:22
    พี่เชนนนนน 555555555 แค่เอาเท้าแมวมาลูบหน้าก็ฮาแล้วยังดัดเสียงอีก 555555 ขนลุกตามตรีเลยค่ะ ถ้าคนพี่ได้ยินจะยิ้มร้ายขนาดไหนนะ -....-
    #1,689
    0
  8. #1618 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 10:42
    ตอนนี้เริ่มสับสนใครเคะใครเมะ5555555555555
    #1,618
    0
  9. #1570 Roxane'sy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 12:01
    ฮาพี่เชน45555555 นึกภาพแล้วฮามากกกก
    #1,570
    0
  10. #1560 patpy07 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 20:36
    เบื่อบักตรีนี่ละ
    #1,560
    0
  11. #1519 TBam_9397 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 21:03
    โง้ยยยยพี่เชนน่ารักกก ถ้าตรีไม่เอาเราเอานะ ขอ 555555555
    #1,519
    0
  12. #1516 01234arzzz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 12:28
    แอบพูดกับแมวแทนแล้วไง
    #1,516
    0
  13. #1299 lk-czsoung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 12:30
    เชนน่ารักสุดดดดดด เฮ้อ สงสารตรีอ่ะ
    #1,299
    0
  14. #1119 Sweet Time (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:10
    คือจริงๆ ตอนนี้มันบีบหัวใจมานะ แต่พอเชนมานี่แบบ ลืมไปเล้ยย อยากได้พี่เชนนน
    #1,119
    0
  15. #1118 Sweet Time (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:09
    คือจริงๆ ตอนนี้มันบีบหัวใจมานะ แต่พอเชนมานี่แบบ ลืมไปเล้ยย อยากได้พี่เชนนน
    #1,118
    0
  16. #1001 chawiJB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 19:21
    พี่เชนน่ารักไปไหนเนี้ย หลงมากๆ
    #1,001
    0
  17. #893 pannjed . (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 14:18
    โอ๊ยพี่เชนนนนนน ไม่ไหวแล้ว ฮือ ทำไมน่ารักแบบนี้ ฮืออออออ ฮืออออออออ
    #893
    0
  18. #697 mapiao (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 04:20
    พี่เชน มุ้งมิ้งไปแล้ววววว
    #697
    0
  19. #279 รันรัณญ์. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 14:46
    คนที่ชอบมาเล่าเรื่องคนที่เขาชอบให้ฟังนี่ใจร้ายมากๆๆๆ
    #279
    0
  20. #262 ศศิวิมาน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 20:33
    เดี๋ยวนะ คือแมวมาถูกเวลามากค่ะลูก >< เชนจริงๆก็มีมุมน่ารักกับเขาแหะ
    #262
    0
  21. #175 SodaN+N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 00:01
    อ๊ายๆๆ ทึ่งหัวตัวเอง แล้วเมื่อไหร่จะรักกัน 555
    #175
    0
  22. #174 SodaN+N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 23:54
    สงสารตรี ซันนายเป็นผช.ที่เลือดเย็นมากอะTT
    #174
    0
  23. #173 SodaN+N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 23:45
    แอบสงสัยว่าหนุ่มๆๆจะรักกันยังไง 555
    #173
    0
  24. #139 papanda (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 01:15
    อร้ายยยยย

    ทำไมน่ารักอย่างนี้

    ไลค์เลยๆ
    #139
    0
  25. #113 prang-plft (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 17:23
    ดราม่านะ แต่ฟินมากกว่า กรี๊ดดดดดดด
    ขอบคุณมากนะคะพี่เชน เอ๊ย พี่โอลีฟ ที่ทำให้หนฟินกระจายยยยน
    #113
    0