[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 51 : บทส่งท้าย [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 385 ครั้ง
    23 ก.พ. 60

บทส่งท้าย

 

หนึ่งเดือนผ่านไป

ผมไม่อยากพูดว่ามันผ่านมาแล้วเดือนนึง นับตั้งแต่เชนขอให้ผมรอในวันนั้น

เพราะในความเป็นจริง มันเพิ่งผ่านมาสามสิบวัน และหนึ่งเดือนสำหรับผม นับถึงวันที่สามสิบเอ็ด

...แม้ว่าจะเหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมงก็ตาม

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่และพยายามไม่ก้มมองนาฬิกาให้จิตตกไปมากกว่านี้ เพราะไม่มีวี่แววของร่างสูงที่คุ้นตาเลยแม้แต่น้อย

และตามที่ตกลงกันไว้ก็คือ หากเขาผิดสัญญาคราวนี้ ผมต้องปล่อยมือ...

แต่มันจะทำง่ายๆ ได้ยังไงวะ ผมไม่ใช่เขานะ ไม่ได้ใจแข็งขนาดนั้น แค่ไม่เจอหน้ากันตลอดทั้งเดือนโดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นตายร้ายดียังไง ผมก็แทบจะคลั่งแล้ว

หลังจากคืนนั้นที่เขากลับมา ผมเผลอคิดเอาเองว่าทุกอย่างกำลังจะผ่านไป มันกำลังจะดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด เชนไม่บอกอะไรผม มากกว่าที่เขาบอกก่อนออกจากห้องไปในเย็นวันนั้น... และไม่โผล่หน้ามาอีกเลย ผมไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ไปทำอะไร พยายามถามคนรอบๆ ตัวเขาก็ไม่ได้ความสักอย่าง

สิ่งเดียวที่บอกว่าเขาหนีหน้าเพราะต้องการทิ้งผม ก็คือคำขอร้องของเขาที่บอกให้ผมรอ

แต่หนึ่งเดือนมันอาจจะเร็วเกินไปหรือเปล่า เขาอาจจะกลับมาไม่ทัน... อาจจะกำลังติดพันกับอะไรสักอย่างที่ทำให้ไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ หรือ...

หรือความจริงเขาไม่คิดจะกลับมาตั้งแต่แรก

เห็นมั้ย เขาทำผมเป็นบ้าแล้วจริงๆ

“ไอ้ตรี” เสียงเรียกจากด้านหลังปลุกผมจากภวังค์ความฟุ้งซ่านก่อนหัวจะระเบิดตายได้อย่างพอดิบพอดี

ผมหันกลับไปตามเสียงเรียกก็พบกับไอ้ซันและโชที่เดินมาพร้อมกัน ในมือของไอ้เพื่อนตัวดีมีเหล้าราคาแพงที่บรรจงผูกโบว์สีชมพูอย่างดี

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อน” ใช่ วันนี้วันเกิดผม ซึ่งก็ไม่เคยต่างจากวันอื่นๆ ของปี เว้นเสียแต่ว่าปีนี้ มันอาจจะเป็นวันที่แย่ที่สุด... ถ้าใครบางคนเบี้ยวนัด

เหมือนผมถูกความบังเอิญกลั่นแกล้งอย่างบอกไม่ถูก เมื่อวันสุดท้ายตามข้อตกลงมันดันตรงกับวันเกิดของผมพอดี เขาน่าจะเลือกให้ผมรอมากกว่านี้อีกสักหนึ่งวัน ไม่สิ ขออีกสักเดือนหนึ่งเลย อย่างน้อยมันก็จะได้ไม่จำง่ายเกินไป และผมก็จะได้ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มให้คำอวยพรของคนอื่นทั้งๆ ที่ความจริงข้างในมันกำลังแตกสลาย

“หน้ามึงหม่นหมองอมทุกข์มาก นี่วันเกิดนะ ไม่ใช่วันตาย” ไอ้ซันทำหน้าเอือมเมื่อผมดูไม่ยินดียินร้ายกับคำอวยพรของมันแม้แต่น้อย ผมเลยยิ้มขืนๆ ตอบกลับไป

ผมไม่ได้บอกมันว่านอกจากวันเกิดผมแล้ว วันนี้มันยังมีความสำคัญอย่างอื่น อันที่จริง ผมไม่ได้บอกใครเลยเรื่องระหว่างผมกับเชน ไอ้ซันไม่รู้ว่าเรากลับมาเจอกันด้วยซ้ำ มันยังคงคิดว่าผมยังอยู่ในระยะทำใจ เหตุผลที่ผมเก็บเอาไว้เป็นความลับ ก็เพื่อใช้มันหลอกตัวเอง

เมื่อคืนนี้ผ่านไป ผมจะได้แอบนับหนึ่งใหม่โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผมกำลังโกหก

“บอกแล้วว่าไม่ชอบของขวัญ” โชที่เงียบดูสถานการณ์อยูนานแทรกขึ้นก่อนจะยื่นซองบางอย่างมาให้ผม “อันนี้ของขวัญผม เป็นบัตรส่วนลดครึ่งราคาเครื่องดื่มที่ร้าน” เขาว่ายิ้มๆ

“อื้อหือ ของมึงดีมากมั้ง ความลงทุนอยู่ไหนวะตี๋ งกขนาดนี้ขี้เป็นเกลือป่ะเนี่ย” ไอ้ซันถากถางจนโชต้องกันไปค้อนใส่หนึ่งที ผมอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสองคนนี้กัดกัน แม้จะเห็นจนชินตาแล้วก็ตาม

“จะอะไรก็ชอบทั้งนั้นแหละ ขอบใจนะ” ผมตัดบทขณะที่ทั้งสองคนกำลังแยกเขี้ยวใส่กัน “พวกมึงไปหาโต๊ะนั่งก่อนไป เดี๋ยวกูต้องขึ้นแสดงแล้ว” ผมว่าไอ้ซันเลยหันมาพยักหน้าเออออก่อนจะเดินนำโชไปหาโต๊ะนั่งไม่วายหาเรื่องทะเลาะกันไปตลอดทาง

ผมถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหลังร้านเพื่อหยิบกีตาร์คู่ใจออกมาทำหน้าที่ตามที่ถูกจ้าง ผมพยายามทำให้ทุกวันผ่านไปอย่างปกติที่สุด แม้ว่าข้างในจะไม่ปกติสักเท่าไหร่นัก หัวใจของผมห่อเหี่ยวลงในทุกๆ วินาทีที่เวลาเดินหน้า มันเหมือนกับผมกำลังยืนอยู่ที่ปากเหวรอเวลาตัดสินใจว่าจะกระโดดลงไปดีมั้ย ทั้งสับสน และหวาดกลัวจนไม่อาจบรรยาย

ก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนมารั้งผมเอาไว้ ก่อนจะถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ

“เฮ้ยตรี ขอโทษจริงๆ นะที่ต้องให้มาเล่นทั้งที่เป็นวันเกิด แทนที่จะได้ไปฉลองกับเพื่อนๆ” พี่เจ้าของร้านทักขึ้นขณะที่เดินสวนกับผมมาจากหลังร้านพอดี

“ไม่เป็นไรพี่ เล่นก่อนค่อยฉลองก็ได้” ผมตอบยิ้มๆ ให้ใบหน้ารู้สึกผิดคลายความกังวล

“ขอบใจนะ ยังไงเดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงโต๊ะเราแล้วกัน บอกเพื่อนจะเอาอะไรก็สั่งเลยนะ ตามสบาย” ว่าพลางตบบ่าผมเบาๆ

ผมยิ้มขอบคุณและเดินไปเอากีตาร์ตามที่ตั้งใจ แต่ไม่วายส่งข้อความไปบอกไอ้ซันตามสารที่ได้รับมาเมื่อครู่ ซึ่งรับรองได้ว่ามันต้องลิงโลดมากแน่ๆ ที่ได้กินเหล้าฟรีไม่อั้นแบบนี้ วัดจากข้อความที่ตอบกลับมารัวๆ ก็รู้ ผมยิ้มขำ เมื่อไอ้เพื่อนตัวดีส่งสติกเกอร์ซาบซึ้งแบบกวนๆ กลับมา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้งและกำลังจะเก็บโทรศัพใส่กระเป๋า ถ้าไม่ติดที่ว่ามีสายเข้ามาเสียก่อน

“ครับแม่” ผมรับสายทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์บ้านที่อิตาลี

[ แฮปปี้เบิร์ดเดย์จ้ะลูก ] แม่อวยพรด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นโดยไม่เอ่ยบทนำใดๆ

ผมหัวเราะและตอบกลับไป “ขอบคุณครับ” รู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของผู้หญิงคนนี้

[ ทำอะไรอยู่ลูก จะนอนหรือยัง ] แม่เริ่มถามคำถามทั่วไปตามประสาคนเป็นห่วง

“ยังครับ พอดีวันนี้มีคิวเล่นดนตรีดึก” ผมตอบตามตรง

แม่รู้ว่าผมทำงานเป็นนักดนตรีกลางคืน แม้จะไม่สนับสนุนนักเพราะเป็นห่วงสุขภาพ แต่ก็ไม่เคยห้าม

[ อ๋อ แล้วนี่ใกล้แสดงหรือยัง แม่กวนหรือเปล่า ]

“ไม่กวนครับ ไอ้อีกสิบนาที” ผมกะเวลา และรู้สึกใจหายเมื่อก้มดูนาฬิกา

เพราะอีกสิบนาทีก็จะเที่ยงคืนแล้วเหมือนกัน

[ เอ้อ อันที่จริงแม่โทรมาเพราะพ่อเขาบอกให้โทร ตรีอยากคุยกับพ่อมั้ย ] คำถามของแม่ทำเอาผมชะงัก กลับมาโฟกัสกับบทสนทนาอีกครั้ง

“ไม่ครับ” ผมเว้นช่วงพักหนึ่งก่อนจะตอบ

มันอาจฟังดูใจร้าย แต่ผมยังไม่หายโกรธ...

ผมรู้ว่าพ่อไม่ผิดที่เป็นห่วง ไม่ผิดที่จะกีดกันเพราะมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบ้านเราจริงๆ แต่ท่านก็ต้องยอมรับว่าข้อเสนอของท่านมันไร้เหตุผลเกินรับไหว และไม่ว่ายังไงพ่อก็ไม่สามารถบังคับรสนิยมของผมได้

และในเมื่อพ่อเอาแต่ใจ ผมก็จะเอาแต่ใจด้วยการไม่ยอมคุยกับท่านเช่นกัน

ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่คุยกับท่านตลอดไป เพราะยังไงท่านก็เป็นพ่อผม แต่ก็อย่างที่เห็น... ความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกของเราไม่ได้สนิทชิดเชื้อนัก เจอปัญหาหนักเข้าไปเสริมอีก มันก็คงใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะต่อติด

[ ตรี ลูกรู้ใช่มั้ยว่าพ่อเขาเป็นห่วง ] แม่มีน้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินความดื้อดึงของผม

“ครับ” ผมตอบเสียงแผ่ว

[ รู้ใช่มั้ยว่าพ่อเขารักลูกมาก ]

“ครับ” ผมรู้สึกว่าคราวนี้เสียงตัวเองเบากว่าเดิม แน่นอนผมรู้เรื่องนั้นดี แต่เพราะทิฐิที่มีมันบังตาเสียจนผมโกหกตัวเองว่าพ่ออาจไม่ได้ไยดีผมเท่าไหร่นัก

ผมมันเด็กเอาแต่ใจ ผมรู้ดี

[ พ่อเขาอยากขอโทษนะที่ทำลูกเสียใจ ] ผมชะงักไปอีกครั้ง เมื่อได้ยินแบบนั้น ใจหนึ่งคิดว่าคงเป็นคำพูดของแม่ที่อยากให้เราปรับความเข้าใจกันมากกว่า

แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าพ่อจะอยากขอโทษผมจริงหรือเปล่า

“ผมขอคุยกับพ่อหน่อยได้มั้ยครับ” ผมถอนหายใจและพูดออกไป ไม่นานปลายสายก็เงียบไป เสียงกุกกักทำให้ผมรู้ว่าแม่กำลังส่งสายโทรศัพท์ให้ใครอีกคน

[ … ]

แต่ก็ไร้บทสนทนา

“พ่อครับ?” ผมถามเพื่อความแน่ใจว่ามีคนถือสายอยู่

[ อืม ] เสียงแหบทุ้มตอบมาแค่นั้น ก่อนจะเงียบไปอีก

เราต่างก็เงียบใส่กันนานจนผมคิดว่าพ่ออาจจะวางสายไป และไร้ประโยชน์ที่ผมจะรอฟังคำที่อยากได้ยิน

“ถ้าพ่อไม่พูด...” ผมกำลังจะตัดบทเพื่อวางสาย แต่อีกฝ่ายก็ยอมพูดขึ้นมาพอดี

[ ฉันเพิ่งส่งของขวัญไปให้ ]

“ครับ?

[ ถ้าได้รับแล้วก็โทรกลับมาด้วย ] ผมขมวดคิ้วให้กับคำพูดที่แสนจะเอาแต่ใจจากพ่อ ก่อนจะตอบกลับไปห้วนๆ

“ครับ”

[ แล้วก็... ] ขณะที่ผมกำลังจะตัดสายอีกรอบ ปลายสายก็พูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน [ ขอโทษที่ทำให้แกเสียใจ ]

“...”

[ สุขสันต์วันเกิด ]

คราวนี้ไม่ต้องรอให้ผมเป็นคนขอวางสาย เพราะสายตัดไปทันทีที่พ่อพูดคำนั้นจบ แต่ผมก็ยังถือหูนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน คำขอโทษจากคนปากแข็งอย่างพ่อผม เป็นสิ่งที่ผมไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่าจะได้ยิน

และคำขอโทษนั้นมันก็ติดหูผมไปจนลืมสงสัยไปสนิทเลยว่าของขวัญที่พ่อส่งให้มันคืออะไร...

 

สิบนาที่สุดท้ายของวัน ถูกใช้ไปกับการเล่นดนตรีตามหน้าที่ ใช้มันเป็นข้ออ้างในการเพิกเฉยต่อเวลาที่นับถอยหลัง และกำลังจะหมดลงอย่างรวดเร็ว

“เพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายแล้วนะครับสำหรับค่ำนี้” ผมกรอกเสียงตัวเองใส่ไมค์ แม้ไม่มีใครสนใจนอกจากเพื่อนของผมที่นั่งรออยู่โต๊ะล่าสุดก็ตาม

วันนี้ผมได้เล่นแค่ไม่กี่เพลงเท่านั้น เพราะถูกจ้างมาเป็นกรณีพิเศษ แทนวงปิดที่มีธุระต่างจังหวัดและต้องกลับก่อน และตามกฎคือเที่ยงคืนบาร์จะปิด รวมถึงดนตรีทุกชนิดก็ต้องหยุดเล่นด้วย แต่ก็ยังอนุญาตให้นั่งดื่มได้ตามอัธยาศัย

“อาจเป็นเพลงที่ไม่คุ้นหูนัก เพราะเป็นเพลงที่ยังไม่มีการอัดเสียงใดๆ” ผมยิ้ม เพราะรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะเล่นเพลงอะไร

Just Another Guy ของ The Quantum ครับ” ผมพูดชื่อเพลงและให้เครดิตสั้นๆ ก่อนที่มือทั้งสองข้างจะไล้ไปตามสายกีตาร์ในท่วงทำนองที่ผมจำได้ขึ้นใจ

มันคือเพลงที่เขาแต่งเอาไว้ให้ ‘เรา’

และผมหวังว่ามันจะเรียกคำว่า ‘เรา’ ของผมมกับเชนให้กลับคืนมาอีกครั้ง ทุกถ้อยคำที่ผมเปล่งท่วงทำนองเพลงรักนี้ออกไป ไม่มีวินาทีไหนเลยที่ผมจะไม่นึกถึงหน้าเขา และขอให้เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าผมจริงๆ

ผมหลับตา ภาวนา... และหลับตาลงอีกครั้ง ทำแบบนั้นซ้ำๆ จนกว่าจะได้เห็นใบหน้าคุ้นเคยแสนคิดถึงปรากฏขึ้นมา แม้ว่ามันจะเป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ 

รู้ว่าเวลาหมดลงแล้ว แต่ก็ยังมีความหวังราวกับคนบ้า

ผมแอบทดเวลาในใจ เพิ่มเวลาให้ตัวเองไปเรื่อยๆ

หนึ่งวินาที...

สองวินาที...

จนกระทั่งถึงวินาทีที่สาม...

ผมก็รู้ว่าพระเจ้าไม่ได้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งผมตลอดไป...

อย่างน้อยในวินาทีสุดท้ายก่อนที่จิตใต้สำนึกของผมจะสั่งให้ตัวเองหยุดทุกอย่างเอาไว้ กระชากแหวนที่อยู่กับนิ้วนางข้างซ้ายทิ้งไปแล้วบอกตัวเองให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ ท่านก็ตอบรับคำขอของผมได้ทันการณ์

ในที่สุดเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น... ตรงกับสายตาผมที่ลืมตาขึ้นมาพอดิบพอดีราวกับตั้งใจ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงขายาวตัวเก่งที่ทำให้ร่างของเขาเด่นสะดุดตากว่าคนรอบกายเช่นเคย

"..."

มันอาจจะฟังดูเพ้อเจ้อแต่ผมรู้ว่าผมไม่ได้ฝัน ยังมีสติครบถ้วนทุกประการ เพราะใบหน้านั้นชัดเจนไม่มีสิ่งใดพร่าเลือน ใบหน้าอันคุ้นเคยที่ส่งยิ้มมาอย่างสงบ ขณะที่เรียวขายาวก้าวมาข้างหน้า ย่นระยะห่างระหว่างเราจนกระทั่งเหลือเพียงหนึ่งก้าว วินาทีนั้นผมลืมไปหมดทุกอย่าง... ลืมแม้กระทั่งเสียงของตัวเอง ผมไม่รู้ตัวเลยว่าผมหยุดร้องเพลงตอนไหน หยุดไล้มือไปตามสายกีตาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทุกอย่างรอบตัวกำลังหยุดชะงักและทุกคนกำลังมองมาที่ผมด้วยความประหลาดใจ

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหัวเราะขำ กับอาการตกใจจนสมองฟั่นเฟือนของผม ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง พร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยคำที่ผมรอคอยมาตลอดทั้งเดือน

“กลับมาแล้วครับ”

“...”

ใช่ เขาคือเชน...

เชนของผม...อยู่ตรงหน้าแล้วจริงๆ

ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองทำหน้ายังไง ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าควรทำหน้ายังไง ทุกอย่างเหมือนนิ่งสนิท มีเพียงเขาเท่านั้นที่ชัดเจนในสายตา เขาที่ยังคงส่งยิ้มร้ายๆ ขณะที่ยกมือข้างที่ล้วงกระเป๋าอยู่ขึ้นมา เพื่อโชว์ให้ดูว่านอกจากนิ้วนางที่มีแหวนแบบเดียวกับผมสวมอยู่ ยังมีริบบิ้นสีแดงผูกเป็นโบว์อยู่ที่ข้อมือ และมันคงไม่กระตุ้นให้น้ำตาของผมทะลักออกมาได้มากมาย ถ้าหากว่ามืออีกข้างไม่ได้ชูอะไรบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้ด้านหลังตั้งแต่ตอนเดินเข้ามาให้ผมได้เห็น

มันกระดาษเอสี่ยับๆ ซึ่งปรากฏข้อความสั้นๆ ที่แม้จะไม่ได้เจอกันนาน ผมก็จำได้แม่นว่ามันถูกเขียนด้วยลายมือของพ่อผม

 

‘สุขสันต์วันเกิด

จากพ่อ’

              

วินาทีนั้นผมปล่อยโฮออกมาเหมือนเด็กๆ ไม่สนใจอะไรอีกเมื่อเข้าใจแล้วว่าของขวัญที่พ่อว่ามันคืออะไร คำถามที่ว่าเชนหายไปไหน และให้ผมรออะไรได้รับคำตอบในเวลาเดียวกัน... และมันเป็นคำตอบที่ดีเสียยิ่งกว่าความฝัน

ผมยิ้มให้เขาทั้งน้้ำตาในขณะที่ร่างสูงก็ส่งยิ้มกว้างตอบกลับมาเช่นกัน มันเหมือนได้ยกภูเขาลูกใหญ่ๆ ออกจากอกหลังจากแบกมันมานานจนแทบจะทนไม่ไหว... เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถใช้คำพูดอธิบายได้เลยได้แต่ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมา

ความหวาดกลัว ความกังวลทุกอย่างถูกลบล้างและทดแทนด้วยคำขอบคุณมากมายที่เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจจนอดไม่ได้ที่จะพูดออกไป

"ขอบคุณครับ"

               

ขอบคุณครับพ่อ... สำหรับของขวัญมีค่าในวันเกิดที่วิเศษที่สุดของผม

ขอบคุณเวลาที่ให้ผมรู้ว่า การรอคอยอย่างอดทนให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากแค่ไหน

ขอบคุณเขา ที่กลับมายืนตรงหน้าผมอีกครั้งตามสัญญา... แม้ว่าจะช้าไปสามวินาทีก็ตาม

แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็ขอบคุณจริงๆ

                ขอบคุณครับ ...ที่เข้ามาในชีวิตผม

 


                

Calista       εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 385 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1921 Catdy1995 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:41
    ขอบคุณเหมือนกันนะคะ ที่ทำให้เรารู้ว่า #เชนตรี มีอยู่จริง รักไรท์นะ
    #1,921
    0
  2. #1917 Jibangrin (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 13:32
    แงงงงงงงงงงง TT
    #1,917
    0
  3. #1883 Beom_0601 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 21:19
    ต้องเห็นความเจ็บปวดก่อนของลูกถึงจะยอม เพราะเป็นพ่อเลยจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ อ้างอะไร รัก เป็นห่วง งั้นสินะ ไม่อินกับความรักของพ่อตรีเลย
    #1,883
    1
    • #1883-1 KUMAICHAIROBOT(จากตอนที่ 51)
      14 มกราคม 2562 / 00:17
      อย่างน้อยเค้าก็ได้ให้...ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดของชีวิตตรีเเล้วนะคะ^^ เห็นใจพ่อเถอะค่ะ ส่วนตัวเคยเห็นพ่อประเภทนี้มา โคตรจะอินเลย555555
      #1883-1
  4. #1842 SamirunSpirit (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:41
    ยอมใจตรีจริงๆใจแข็งและอดทนมาก เป็นเราไม่ทนหรอกฟาด-พี่เชนโยนแหวนทิ้งไปแล้ว5555 ความรักของเชนกับตรียิ่งใหญ่จริงยอมเลยค่ะ
    #1,842
    0
  5. #1813 986290 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:20
    อืม(หน้านิ่ง)
    #1,813
    0
  6. #1767 Kon--Kon (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:46
    แม้จะช้าไปสามวิก็ตาม 555
    #1,767
    0
  7. #1513 pommys (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 11:20
    หัวใจจะวาย
    #1,513
    0
  8. #1425 FairyP718 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 15:36
    อยากรู้ว่าทำไมพ่อถึงยอม ในตอนพิเศษจะเฉลยใช่มั้ย จบแบบหน่วง ๆ แต่ก็แฮปปี้เอ็นดิ้งนะ
    #1,425
    0
  9. #1398 cmaxx. (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 13:34
    ฮือจบแล้วดีมากอบอุ่นมากกก
    #1,398
    0
  10. #1366 Dinamite (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 22:55
    ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริง ๆ
    #1,366
    0
  11. #1351 คาริน> (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 14:38
    ไรท์ทำให้หมอนเราเปียกไปสองใบผ้าเช็ดหน้าเปียกไปอีกสิบผืน(เว่อร์) 55555 แต่หมอนนี่ของจริงนะ ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ว่ายังไง เจ็บปวด ซึ้ง เหงา เศร้าหรือว่าอะไร รู้แต่ว่าเรื่องนี่เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ทำให้เรา 'ประทับใจ' ขอบคุณไรท์ที่แต่งให้เราอ่านกันจนจบนะ ขอบคุณจริงๆค่ะ
    #1,351
    0
  12. #1310 - หิมะสีเลือด - (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 21:10
    อ่าา จบซะแล้วว ขอบคุณค่ะที่แต่งนิยายดีๆ แบบนี้ให้อ่านติดตามเรื่องนี้มานานมากค่ะ (มากจริงๆ เพราะคนเขียนดอง ก้ากก//โดนตบ) เป็นนิยายวายเรื่องแรกๆ เลยที่อ่านและติดใจ 5555 ที่ชอบมากๆ คือวิธีแต่งที่ค่อนข้างสมจริงยังกะหลุดออกมาจากเรื่องราวของคนจริงๆ อ่านแล้วต้องร้องว้าว ยกพี่เป็นไอดอลจากใจจริงไม่อิงผู้ชายในเรื่อง เอิ้กๆ (มาหนักมาก) ทุกๆ คนในเรื่องภาพในหัวมโนออกมาเป็นรูปร่างชัดเจนมากรัศมีความหล่อแบดบอยของพี่เชนทะลุออกตาเลยค่ะ---//โดนโบก

    นั่งรอตอนพิเศษ.. //ซดชา
    #1,310
    0
  13. #1309 lk-czsoung (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 17:58
    เป็นเรื่องที่อ่านทีเดียวจนจบ เป็นเรื่องที่ทำให้เราเขิน ยิ้ม หวีด เศร้า น้ำตาไหล โมโห มันดีจริงๆ ขอบคุณไรเตอร์ที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา เรารู้สึกเหมือนเราได้เป็นส่วนนึงของฟิคเรื่องนี้ ดูพัฒนาการความสัมพันธ์ของเชนตรีมาตั้งแต่แรก ยันดิเอ็น เหมือนเขามีชีวิตอยู่จริงๆ เป็นเรื่องที่ดีมากที่เราจะไม่ลืมเลย
    #1,309
    0
  14. #1298 Tamama Jikgy Wannaporn (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:21
    แอบรู้สึกผิดที่ไม่ได้เม้น เลยมาเม้นยาวๆในบทส่งท้ายนี่แหละ เป็นฟิคที่เราชอบมากจริงๆ ไม่ได้หวือหวาอะไรมากมายแต่เราชอบมันมากๆเลย เหมือนไรท์เตอร์เอาเรื่องจริงมาพูด บางฉากมันจึกมาก บางฉากมันดีกับใจ บางฉากมันทำให้เรา นึกถึงตัวเอง ตอนตรีหรือพี่เชนเศร้าเราก็เศร้าตาม ตอนเลิกกันนี่-เราก็ร้องไห้ตามอ่ะ อินมากจริงๆค่ะ555แล้วก็ชอบภาษาของไรท์เตอร์มากๆ ความจริงเราคิดไว้ว่าถึงเรื่องนี้จะจบสวยหรือไม่สวย เราก็จะยังชอบเรื่องนี้อยู่ดี แต่สุดท้ายก็จบสวย เย่ๆ ลุ้นไปอี๊กกกกก5555 จะรออ่านตอนพิเศษนะคะะ สู้ๆนะคะะ จะตามอ่านไปเรื่อยๆเลยค่ะ55
    #1,298
    0
  15. #1296 Pluem_ZT (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 03:32
    โอ๊ยยยยยย~ ตอนฟินแทบจิกหมอนขาดด ตอนดราม่าร้องไห้สุดฤทธิ์
    #ชอบฉากดราม่าเรื่องนี้ที่สุดด~
    #1,296
    0
  16. #1295 pannjed . (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 22:25
    เกือบมาไม่ทันแล้วววว
    #1,295
    0
  17. #1293 stratagem (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 13:24
    เรียบง่ายซึ้งกินใจ
    #1,293
    0
  18. #1292 Pee Perry (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 04:07
    ฮรือออมันดีมากจริงงง ;-;
    #1,292
    0
  19. #1291 KrayLisC_are (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 00:02
    น้ำตาไหลเลยอ่ะ ;___; มันมีหลากหลายความรู้สึกมากตอนนี้
    #1,291
    0
  20. #1290 Popularpong (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 23:42
    ฮื่อ คิดถึงพี่เชน อย่าเพิ่งจบเลยย
    #1,290
    0
  21. #1289 Ur111 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 21:44
    ขอบคุณมากๆค่ะ รอเรื่องต่อปายยยย
    #1,289
    0
  22. #1288 Jinious (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 21:22
    เป็นเรื่องแรกที่อ่านตอนจบแล้วร้องไห้~~~ คือดีใจ โอ๊ยยยยยลุ้นมากก
    #1,288
    0
  23. #1287 byun'nene (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 20:16
    มันดีอะไรแบบนี้อ่ะ อบอุ่นมากฟิคเรื่องนี้

    รออ่านช่วงเวลาหนึ่งเดือนนั้นเลยจริง มันต้องพยายสมกันขนาดไหน ทั้งพี่เชนและคุณพ่อเนี่ย
    #1,287
    0
  24. #1286 Meepooh H (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 19:02
    เป็นเรื่องกินใจมากอะ ยอมรับว่าหลงเข้ามาอ่าน พออ่านเเล้วนี่ไม่วางเลย มันติดจริงๆ ละมุนจนแบบ คือดี มันอบอุ่นต่อใจมากเลย. เป็นความรักแบบที่เราต้องการเลย ไม่หวือหวาเกินไป ไม่โดดเด่น แต่เรียบง่ายเเล้วอบอุ่น จากใจคืออยาดติดตามพวกเขาเเต่ แต่จบเเล้วก็รอตอนพิเศษนะ เหมือนพวกเขาอยู่ชีวิตเราจริงๆเลย ประทับใจมาก. ขอบคุณไรต์ที่เขียนเรื่องดีๆขึ้นมาให้อ่านนะคะ ติดตามต่อไปค่ะ
    #1,286
    0
  25. #1285 BeNz Na Ja (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 17:36
    เย้สมหวังแล้วววว ใจหายเหมือนกันที่เรื่องนี้จบเพราะปกติต้องรอเเจ้งเตือนตลอด5555555 ไรท์แต่งดีมากเลย ไม่หวือหวาแต่ไม่น่าเบื่อ ฮือออละมุนแก่ใจจจ
    #1,285
    0