[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 50 : 48 : หวนคืน [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 331 ครั้ง
    23 ก.พ. 60

48

หวนคืน

 

ผมไม่เข้าใจว่าเชนต้องการอะไรถึงลากผมขึ้นรถมา แต่ที่ไม่เข้าใจยิ่งกว่าก็คือ ทำไมผมถึงยอมตามเขามาโดยไม่แม้แต่จะพยายามขัดขืน

อาจเป็นเพราะผมกำลังเมาและมีสติน้อยเกินกว่าจะโต้แย้งอะไร อาจเป็นเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนผมไม่ทันตั้งตัว หรือความจริง มันอาจเป็นเพราะร่างกายมันซื่อตรงกับหัวใจเกินกว่าจะเชื่อสมองที่พยายามส่งเสียงโต้แย้งจอมปลอมว่าผมไม่ต้องการอยู่ใกล้เขาแม้สักวินาที

ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวโดยที่ผมไม่สามารถคัดกรองอะไรออกมาได้เลย ผมไม่รู้จะพูดอะไรในภาวะที่บรรยากาศในรถเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายชัดเจนขนาดนี้ ผมไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบตามองเขา ได้เพียงนั่งนิ่งมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับถูกความเย็นของเครื่องปรับอากาศในรถแช่แข็งไปตลอดทาง

ไม่นานรถก็เคลื่อนตัวมาจนถึงที่ซุกหัวนอนของผม แต่เราก็ยังคงนั่งนิ่งนานนับนาทีหลังจากที่รถจอดสนิท จนกระทั่งผมรู้สึกตัวว่าควรทำอะไรจึงเปิดประตูเดินออกมาจากรถด้วยความทุลักทุเล สติที่ถูกแอลกอฮอล์พรากไปถูกเรียกกลับมาด้วยความจำเป็น แม้จะไม่เต็มร้อย แต่วินาทีนี้ผมต้องใช้มันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ก็น่าหงุดหงิดจริงๆ ที่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายมันกลับทำให้อะไรไม่เป็นไปดั่งใจ เพราะทันทีที่เท้าก้าวลงมาโลกก็หมุนคว้างจนทำให้ผมต้องเดินโซซัดโซเซอย่างหมดท่าแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น

เวรเอ๊ย!

ผมสบถพึมพำกับตัวเองขณะที่ยกมือขึ้นมานวดขมับ หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความรู้สึกที่เหมือนมีพายุหมุนลูกโตอยู่ในกะโหลกอย่างตอนนี้ได้ ใจจริงอยากจะกลั้นใจวิ่งสุดชีวิต ออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดด้วยซ้ำ แต่ถ้าทำอย่างนั้น ผมคงจะหกล้มหน้าแหกทั้งที่ยังวิ่งไม่ทันได้สามก้าวแน่

หมับ!

ผมสะดุ้งสุดตัวทันทีที่แขนข้างหนึ่งถูกฝ่ามือหนาคว้าเอาไว้ตอนที่กำลังจะตั้งหลักเดินให้ตรงอีกครั้ง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเจ้าของฝ่ามือนี้เป็นใคร ผมจึงรีบสะบัดแขนตัวเองออกมาโดยที่ไม่หันกลับไปมองหน้าเขาด้วยซ้ำ

“อย่ามายุ่ง!” แต่สงสัยว่าจะสะบัดแรงเกินไป แทนที่จะหลุดแค่แขน ตัวผมกลับถูกแรงเหวี่ยงสุดกำลังของตัวเองพาให้เสียหลักล้มลงกับพื้นอย่างหมดท่า… คราวนี้หมดท่าจริงๆ

ทำไมอะไรๆ มันถึงไม่ได้ดั่งใจสักอย่างเลยวะ!

ผมทั้งรู้สึกอาย โกรธ และสมเพชตัวเองจนไม่รู้จะทำยังไง จึงได้แต่นั่งชันเข่าซุกหน้าลงเพื่อซ่อนใบหน้าอันเต็มไปด้วยความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เจ้าของเสียงฝีเท้าที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าได้เห็น

“ปล่อยฉันไว้ตรงนี้แหละ” ผมพูดเสียงอู้อี้ แต่รู้ว่ามันดังพอที่คนตรงหน้าจะได้ยิน

“ให้ตายสิ” แต่แทนที่เขาจะปล่อยผมไว้อย่างที่ขอ ร่างสูงกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ของเขาดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงสบถพึมพำ

“มานี่” และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นร่างของผมก็ถูกฝ่ามือหนากระชากให้ลุกขึ้นมาจากพื้นอีกครั้งอย่างไม่มีแรงต้านทาน ผมรู้ว่าอารมณ์ของเขากำลังคุกรุ่นจากแรงของฝ่ามือที่จับข้อมือผมไว้แน่น และแรงกระชากจากร่างสูงที่ลากผมไปตามทางที่ผมไม่อาจเดินไปเองได้

ผมเดินโซซัดโซเซตามเขาไปโดยไม่ปริปาก จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องของตัวเอง มือหนาล้วงกุญแจที่ผมไม่คิดว่าเขาจะยังเก็บเอาไว้กับตัวออกมาไขประตูเปิด ก่อนจะเหวี่ยงร่างผมเข้าไปในห้อง และจ้องเข้ามาในตาผมด้วยสายตาเรียบนิ่งที่เจือไปด้วยความหงุดหงิด

“เข้าไปซะ” เขาเอ่ยอย่างเย็นชา น้ำเสียงรอดไรฟัน “แล้วอย่าทำแบบนี้อีก”

ผมแสยะยิ้ม เงยหน้าสบตาเขา “ทำอะไร”

“...” เขาถึงกับนิ่งไป

อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้ผมกล้าจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาแบบนี้

“ตอบมาสิว่าฉันทำอะไร” แต่ผมอดไม่ได้จริงๆ ที่จะรู้สึกไม่ดีเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น ในเมื่อผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย

“...” เขาไม่ยอมตอบ แต่ก็ไม่ยอมละสายตาไปจากผมเช่นกัน

“นายต่างหากที่ทำ” น้ำเสียงของผมสั่นระริก แม้ว่าจะยังคงจ้องหน้าเขาอย่างพยายามอวดดี แต่ข้างในมันพ่ายแพ้ย่อยยับไปตั้งแต่สบตากับดวงตาคู่สวยตรงหน้าแล้ว “ทำให้ฉันทรมานซ้ำๆ จนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” ผมยกมือขึ้นมาทุบหน้าอกตัวเองแรงๆ ราวกับว่ามันจะช่วยทำลายความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงนั้นให้หายไปได้

แต่สุดท้ายผมก็ต้องเบือนหน้าหนี เพื่อปกปิดความอึดอัดที่ถูกกลั่นออกมาเป็นน้ำตาที่กำลังไหลออกมาอย่างเกินกลั้น

“...” เชนเอาแต่เงียบ และผมไม่ชอบเลย

เวลาผ่านไปหลายวินาที โดยที่ผมไม่รู้เลยว่าเขากำลังมีสีหน้าแบบไหนเพราะมัวแต่พยายามจัดการความรู้สึกตัวเอง จนกระทั่งได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ของเขาดังขึ้นมา

“อย่าทำแบบนี้” เขาย้ำคำพูดเดิม แม้ว่าจะตอบไม่ได้ว่าผมไปทำอะไรให้ก็ตาม

แต่น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปนั่น ก็ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าสบตาเขาอีกครั้ง และก็ต้องชะงัก เมื่อพบว่าแทนที่จะมีแต่ความเย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้ มันกลับกลายเป็นว่าดวงตาจองเขากำลังฉายความรู้สึกที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็น

ใบหน้าหล่อเหลายับย่นด้วยสีหน้าที่ทั้งอ่อนล้าและทรมาน คิ้วเข้มขมวดแน่น ขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก็ฉายแววเจ็บปวดออกมาราวกับไม่สามารถกักเก็บความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไป

“อย่าทำ...” น้ำเสียงของเขาบีบเค้นเสียจนเหมือนกับว่าเขาจะไม่สามารถพูดมันจนจบประโยคได้

“...”

“อย่าทำให้ฉันกลายเป็นคนที่ทำร้ายนายด้วยความโง่ของตัวเองแบบนี้” เชนยกมือขึ้นมากุมขมับ ขณะเดียวกันก็ใช้ฝ่ามือนั้นปิดบังสายตาผมจากดวงตาที่กำลังสั่นระริกด้วยความรู้สึกมากมายที่เขากำลังปลดปล่อยมันออกมา

“...”

“ทำไม...ถึงไม่ดูแลตัวเอง” เสียงทุ้มยังคงพยายามพูด แม้ว่าน้ำเสียงของเขามันจะขาดห้วงแทบไม่เป็นประโยคก็ตาม แต่สุดท้ายเขาก็ทำท่ายอมแพ้ให้กับสมองที่ไม่อาจประมวลผลคำพูดใดออกมาแทนความรู้สึกได้อีก

ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมอีกครั้ง ด้วยสีหน้าที่อธิบายทุกอย่างโดยไม่ต้องพูดอะไร

“ตรี”

สีหน้าที่ทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่ได้กำลังเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียว

“ฮึก...” มันเป็นชั่ววินาทีที่ผมยอมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คิดจะห้าม ก่อนจะก้าวไปหาร่างสูงแล้วกอดเขาไว้แน่น

“ขอโทษ” เขาเอ่ยออกมาเบาๆ ขณะที่กอดผมแน่นไม่แพ้กัน ผมเงยหน้าขึ้นพร้อมกับทาบริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากบางเพื่อบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก

แค่รู้ว่าเขารู้สึกยังไง แค่รู้ว่าเขากำลังเจ็บปวดแค่ไหนจากการกระทำอันโง่เง่าของตัวเอง มันก็ทำให้ผมลืมความทรมานที่ผ่านมาไปจนหมด เชนไม่ได้ผลักผมออกแต่กลับกอดร่างผมไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างรั้งใบหน้าของผมให้ชิดมากขึ้นเพื่อมอบจูบที่แสนลึกซึ้งให้ผมเช่นกัน

มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความคิดถึง โหยหา... ทว่าก็เจ็บปวดเกินบรรยาย

ร่างของเราทั้งคู่เคลื่อนเข้ามาภายในห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำด้วยการผลักดันจากความรู้สึกที่พลุกพล่านยากเกินต้านทาน จูบที่เคยเนิบนาบอ้อยอิ่งจากความคิดถึง กลับกลายเป็นสัมผัสร้อนจัดแห่งความโหยหาภายในเวลาไม่กี่วินาทีราวกับรอเวลานี้มาเนิ่นนาน

“ขอโทษ” เขากระซิบบอกหลังจากผละออกไปเพื่อให้ผมได้พักหายใจ “ขอโทษที่ทำให้เจ็บ” มือหน้ายกขึ้นมาเกลี่ยแก้มผมเบาๆ ราวกับต้องการทะนุถนอม น้ำเสียงที่แหบพร่าของเขา ทำให้รู้ว่าเขาเองก็กำลังทรมานไม่แพ้กัน

เพียงแต่เขาเก่งกว่าผม ตรงที่ซ่อนมันเอาไว้ภายใต้ใบหน้าไร้ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี

“...” ผมไม่ตอบอะไร แต่เขาคงมองออกจากดวงตาที่ประสานกัน ว่าผมให้อภัย ริมฝีปากบางจึงยกรอยยิ้มบางขึ้นมาพร้อมกับจรดหน้าผากลงมาบนหน้าผากของผม

“ขอโทษ...” เขาเอ่ยคำเดิมซ้ำๆ ขณะเคลื่อนริมฝีปากเข้ามาชิดกัน “ยอมแพ้แล้ว” ก่อนที่ถ้อยคำแสนอ่อนแอจะดังขึ้นด้วยน้ำเสียงแสนแผ่วเบา

ผมหลับตาลงรอรับสัมผัสจากริมฝีปากบางที่ทาบทับลงมาอีกครั้งภายในเสี้ยววินาทีด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเคย อ้อมแขนแกร่งกอดผมไว้แน่นจนร่างกายของเราแนบชิดราวกับไม่อยากให้อณูใดแทรกผ่าน ลมหายใจที่ประสานกันจนไม่อาจแยกออกถูกเร่งอุณหภูมิด้วยจูบอันวาบหวิวที่เร่งเร้าขึ้นตามแรงปราถณาในใจ

ผมไม่รู้เลยว่าเรื่องทั้งหมดมันลงเอยตรงนี้ได้ยังไง มันรวดเร็วซะจนผมเชื่อว่าเราทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใครทันได้ตั้งตัว ทุกอย่างถูกดำเนินด้วยอารมณ์มากกว่าจะถูกกักกั้นด้วยความคิดถึงสิ่งที่ควรจะทำ

แต่ผมก็ไม่เสียใจเลยที่มันเกิดขึ้น...

ไม่เสียใจในการกระทำอุกอาจของร่างสูงที่ทำลายสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อบังเกิดเกล้าของผมจนหมดสิ้น และผมก็รับรู้ได้ว่าเชนเองก็ไม่เสียใจในการกระทำของตัวเองเช่นกัน เวลานี้เขาอาจไม่แคร์อะไรเลยด้วยซ้ำขณะที่มอบสัมผัสลึกซึ้งเปี่ยมความหมายให้ผมอย่างโหยหาและเอาแต่ใจ

ริมฝีปากร้อนจัดสาละวนอยู่กับการพรมจูบไปทั่วทั้งร่างที่ไม่รู้ว่าเปลือยเปล่าไปตั้งแต่ตอนไหน ร่างกายกำยำแสนละโมบค่อยๆ กลืนกินตัวผมอย่างช้าๆ ขณะที่ผมเองก็ตอบสนองสัมผัสแสนลึกซึ้งนั้นอย่างโหยหา ใช้การกระทำส่งผ่านความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นขึ้นในทุกๆ วินาทีแก่กันและกัน

เราต่างสอดประสานร่างกายเข้าด้วยกันครั้งแล้วครั้งเล่า บรรเลงเพลงรักนี้ซ้ำไปซ้ำมาราวกับจะใช้มันเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์ที่เพิ่งแตกหักให้กลับคืนมา แม้ไม่อาจรู้ได้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป... สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการตักตวงสัมผัสของกันและกันเสมือนว่ามันเป็นวันสุดท้าย

เพราะไม่มีสิ่งใดรับประกันได้เลยว่าความสุขนี้จะอยู่กับเราได้ตลอดไป

 

วันต่อมา

ผมคิดว่ามันคือความฝันที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือน... จนกระทั่งลืมตาขึ้นมาและพบว่าข้างกายนั้นว่างเปล่า

ผมอยากจะถอนหายใจหนักๆ ออกมาพอๆ กับอยากร้องไห้เพราะคิดว่ามันคงเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ...ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าร่องรอยและความเจ็บปวดที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย เป็นหลักฐานชั้นดีว่า เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

“ตื่นแล้วเหรอ”

และเสียงทุ้มที่ดังขึ้นมาจากอีกฟากหนึ่งของห้อง...ก็เป็นของจริง

ผมพลิกตัวลุกขึ้นแทบจะทันที ลืมนึกถึงร่างที่ปวดระบมแถมความเวียนหัวจากการเมาค้างก็เล่นเอาแทบจะต้องทิ้งตัวลงไปอีกรอบ แต่ความเจ็บเหล่านั้นก็หายไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อสายตาประสานเข้ากับดวงตาของร่างสูงในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนบางที่ยืนอยู่ข้างผนังฟากหนึ่งของห้อง... ผนังที่เพิ่งว่างเปล่าจากการที่ผมดึงรูปถ่ายแห่งความทรงจำซึ่งคอยทิ่มแทงหัวใจเก็บไว้ในลิ้นชัก

แต่ตอนนี้ภาพต้องห้ามเหล่านั้นกลับถูกติดกลับลงไปที่เดิม ในตำแหน่งเดิมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

“ทำอะไร” ผมแกล้งถามยิ้มๆ เมื่อเห็นร่างสูงหันกลับไปกอดอกมองผลงานตัวเองอย่างพิจารณา

“กำลังคิดว่า แปะถูกที่หรือเปล่า” ตอบพลางยกมือขึ้นมาลูบคางอย่างใช้ความคิด

ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ถูกสิ ถูกหมดเลย”

ผมเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าเชนเป็นคนใส่ใจกว่าที่คิด แม้เขาจะไม่ได้กลับมาที่นี่เลยตลอดหลายเดือน แต่การที่เขารู้ตำแหน่งของรูปภาพบนฝาผนัง ก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาใส่ใจกับมันมากกว่าที่ผมเคยเห็น บางทีเขาอาจจะใช้เวลายืนมองมันในขณะที่รอผมอาบน้ำในทุกๆ วันก็ได้... เหมือนกับผม

ร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เขายังคงยืนนิ่งมองภาพถ่ายบนผนังอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเอื้อมมือออกไปแตะภาพถ่ายตรงกลางซึ่งมีเขา ผมและเจ้าเตพร้อมหน้า

“ฉันเสียใจนะที่กลับมาแล้วเห็นว่าพวกมันหายไป”

ผมยิ้มขืน “มันยากนี่ ที่จะเห็นมันตลอดเวลา” เอนหลังพิงหัวเตียง พลางมองเจ้าของแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความสุข... และความกลัว

ผมมีความสุขที่เขายืนอยู่ตรงนั้น และมันไม่ใช่ความฝัน แต่ในขณะเดียวกันผมก็กลัวเหลือเกิน ว่าอีกไม่กี่วินาที เขาจะหายไป

เชนยิ่งนิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดผม ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ แล้วหันกลับมาสบตาผมด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย

“ฉันไม่อยากให้มันหายไปอีก” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างยุ่งยากใจ

“งั้นนายก็อย่าหายไปสิ” ผมไม่ได้ยอกย้อน

...แต่กำลังขอร้อง

เชนยิ้มบางๆ ก่อนจะเบือนหน้ามองลงพื้น และเงยหน้าขึ้นมองผมอีกครั้งพร้อมกับเดินมานั่งข้างผม

“ขอโทษ” เขาพูดคำนั้นอีกครั้ง แม้ว่าผมจะได้ยินมาตลอดคืนแล้วก็ตาม มือหน้าเอื้อมมาลูบแก้มผมไปมา

“บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร” ผมยิ้มและทาบมือลงบนมือของเขา พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยบนหลังมือหนาเบาๆ

เราสบตากันอยู่อย่างนั้น เนิ่นนานพอที่ผมจะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้เขาได้รู้ แต่กลับไม่เพียงพอที่ผมจะอ่านออกว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไร

มือหนาเปลี่ยนมาจับมือผมและดึงไปจูบเบาๆ ก่อนจะยื่นออกมาแตะสิ่งที่ผมสวมอยู่ที่คอแทน

“ฉันดีใจที่นายยังเก็บมันไว้” มันคือเกียร์และแหวนที่เขาเคยให้ผมไว้

“กำลังคิดจะเอาไปทิ้งอยู่พอดี” ผมพูดกลั้วหัวเราะ เชนยิ้มขำ ก่อนจะขยี้หัวผมเบาๆ

เราต่างเงียบไปสักพัก ก่อนที่เสียงทุ้มจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“ตรี” ทุกครั้งที่เขาเรียกชื่อผม มันมักจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเรา “ขอโทษที่เห็นแก่ตัว”

ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“แต่ถ้าฉันขอให้รออีกครั้ง... จะรอได้หรือเปล่า”

“...” ผมรู้ว่าเขากำลังจริงจัง แต่คำถามของเขายากสำหรับผมจริงๆ

“ตรี” เขาเรียกชื่อผมอีกครั้ง คาดคั้นเอาคำตอบ

“...” แต่ผมก็ยังได้แต่นิ่งงัน ในหัวมันสับสนไปหมด ผมไม่กล้าถามด้วยซ้ำว่าเขาจะให้ผมรออะไร ...อาจเป็นเพราะลึกๆ แล้วผมรู้คำตอบดี

และคำตอบนั้นมันทำให้ผมกลัว

“ไว้ใจฉันมั้ย?” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อสบตากันใกล้ขึ้น และมันทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้กำลังตั้งคำถาม แต่กำลังขอร้อง

ซึ่งมันได้ผล ความสับสนของผมพังทลายหายไปทันทีที่เห็นแววตานั้น

“อืม” ผมรับปากในที่สุด “ฉันจะรอ” ไม่เคยต้านทานความเอาแต่ใจของคนตรงหน้าได้เสียที

เชนยิ้มออกมา ก่อนที่จะโน้มตัวลงมาปลดสายสร้อยที่ผมสวมเอาไว้ ดึงแหวนทองคำขาวออกมา สวมสร้อยเข้าที่คอผมเหมือนเดิม ก่อนจะเอื้อมมือมาดึงมือของผมออกไป สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของผมอีกครั้ง

พร้อมกับคำสัญญา

“เดือนเดียว” เขาจรดริมฝีปากลงมาที่แหวนเบาๆ “ขอแค่เดือนเดียว”

“...” ผมไม่ตอบอะไร ขณะที่สบตากับดวงตาคู่สวยที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่อยากให้เขาสัญญา แต่ก็ทำได้แค่เชื่อมั่นเท่านั้น

“ถ้าไม่กลับมา อนุญาตให้โยนมันทิ้งได้เลย”

ผมหัวเราะ แม้ว่าคำพูดของเขาจะไม่ตลกก็ตาม “จะกล้าทิ้งได้ยังไง”

มันอาจทำให้ผมเจ็บเสียยิ่งกว่าการดันทุรังเก็บมันเอาไว้เสียอีก

“ฉันพูดจริงนะ” แต่ดูท่าว่าเขาจะไม่ยอมให้ผมดื้ออีกแล้ว “ถ้าไม่กลับมา ก็ทิ้งมันไปได้เลย”

“...”

เขาอ่านออกว่าผมกำลังกลัว จึงเลื่อนหน้าเข้ามาจูบหน้าผากผมเบาๆ

“แต่ไม่ได้ทิ้งแน่” ร่างสูงกลั้วหัวเราะ

ผมหัวเราะตาม ขณะที่ใบหน้าคมขัยบเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจของเราประสานเข้าด้วยกัน ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดนั้นจะทาบทับลงมาบนริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบา

“ฉันจะกลับมา”

และกดจูบลงมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นกว่าเดิม ร่างสูงขยับเข้ามากอดผมไว้ จูบที่นำไปสู่สัมผัสแสนลึกซึ้งแทนคำยืนยันว่า เขาจะทำตามคำสัญญา


Calista       εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 331 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1916 Jibangrin (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 13:25
    เห้อออ ปวดใจมากๆ
    #1,916
    0
  2. #1764 ChompunutEksuk (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 22:15
    ร้องไห้ตามมาหลายตอนล่ะ ตอนนี้เป็นตอนที่ทั้งฟินทั้งเศร้า เฮ้อ ปรับอารมณ์ไม่เลย
    #1,764
    0
  3. #1760 Theaeaeee (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 11:55
    ร้องไห้ตามตรีมาหลายตอนแล้วค่ะฮือออ
    #1,760
    0
  4. #1512 pommys (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 11:15
    อ่านตอนนี้แล้วมันบีบหัวใจจริงๆนะ มันเหมือนกับมัรเป็นเรื่องของตัวเองอ่ะ
    #1,512
    0
  5. #1267 QJPLOY (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 09:17
    ฮือออ พี่เชน แฮปปี้เอนด์ใช่มั้ยคะ ปวดใจไปหมด555555
    #1,267
    0
  6. #1266 byun'nene (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:51
    เพิ่งเข้ามาอ่านเลยค่ะ ยิ่งยาวจนถึงตอนนี้ ทั้งแอบยิ้ม ร้องไห้ และอะไรมากมาย รู้สึกความสัมพันธ์ของทั่งคู่มันช่างดี เราเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้จะผ่านไปได้ แม้จะแอบหงิดที่ เชนเลือกที่จะเดินออกมา แต่ก็เข้านะ คงทนไม่ได้จริงๆที่จะไม่เห็นกันและกัในสายตา
    #1,266
    0
  7. #1265 marujoy (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:26
    กลับมาจริงๆนะ
    #1,265
    0
  8. #1264 mini (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 00:37
    กรี๊ด 
    #1,264
    0
  9. #1263 Popla.. (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 22:42
    ไม่อยากให้จบบบ อยากอ่านไปเรื่อยๆๆๆๆๆ พี่เชนน้องตรี
    #1,263
    0
  10. #1262 Absolute_1a (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 20:29
    มีภาคต่อมั้ยยย 5555 อยากเห็นคู่นี้สวีทกันอ้ะะะะ
    #1,262
    0
  11. #1261 Nest (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 18:30
    จะไปทำอะไร~~~
    #1,261
    0
  12. #1260 macnnum (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 16:31
    รีบกลับมานะพี่เชน
    #1,260
    0
  13. #1259 mnpin (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 11:27
    ฮื่ออออจะจบแล้วอะ
    #1,259
    0
  14. #1258 Jumzz (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 10:13
    ใจหายจะจบแล้วเหรอ
    #1,258
    0
  15. #1257 yuimin (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 09:11
    ขอบคุนนะคะ
    #1,257
    0
  16. #1256 apiinify (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 07:29
    ฮื้อ จะจบแล้ว
    #1,256
    0
  17. #1255 NNYuki (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 07:29
    โหย จะจบแล้วจริงหรอค่ะ ใจหายอ่ะ เศร้ามาหลายตอนมาก ตอนนี้ก้อสุขไม่สุด พออีกตอนก็จบล่ะ
    #1,255
    0
  18. #1254 kanata ryohei (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 07:14
    ใจหายเลยจะจบแล้วหรอ แต่งต่ออีกสักร้อยตอนไม่ได้หรอไรเตอร์55555 สู้ๆนะ รออยู่
    #1,254
    0
  19. #1253 pateriarc (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 06:20
    ขอให้พ่อตรียอมรับทั้งสองคนสักทีเถอะ สาธุ~
    #1,253
    0
  20. #1252 thifu:') (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 18:24
    กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งเถอะ
    #1,252
    0
  21. #1250 Bunnisa Kaewnit (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 18:17
    สงสารทั้งคู่ ผ่านไปด้วยกันเนอะ
    #1,250
    0
  22. #1247 jarafa (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 21:10
    เมื่อไรจะพ้นม่า เฮ้อ
    #1,247
    0
  23. #1246 marujoy (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 20:27
    ผ่านไปเถอะมาม่าสงสาร
    #1,246
    0
  24. #1245 Nest (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 18:03
    กลัวพ่อรู้อัก? ?
    #1,245
    0
  25. #1244 oDeeo (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 17:11
    คุณพ่อคะ. ยอมเถอะ. พรีสสสส~~. ฮ ฮึก
    #1,244
    0