[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 49 : 47 : พร่ามัว [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    23 ก.พ. 60

 

47

พร่ามัว

 

หลายเดือนผ่านไป

ต้องขอบคุณเนื้อหาการเรียนปีสาม ที่หนักหน่วงเสียจนผมแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะพักหายใจ ความเศร้าของผมถูกกักเก็บเอาไว้ภายใต้ความกดดันจากการเรียนอย่างหนักจนแทบไม่ได้พักผ่อน... แต่ผมยอมรับได้ ที่มันเป็นแบบนี้

ปวดหัว ย่อมดีกว่าปวดใจ ไม่ใช่เหรอ

ผมทุ่มเทให้กับโปรเจ็กต์ในเทอมแรก ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนอยู่ที่สตูฯ เรียกได้ว่าย้ายข้าวของมากินอยู่หลับนอนที่นี่เลยก็ว่าได้ จนสุดท้ายก็ผ่านไปอย่างคุ้มค่า มันไม่ถึงกับดีที่สุด แต่งานที่ออกมาก็บรรลุเป้าหมายตามที่ผมต้องการ

“แดกเหล้า~!!” เสียงไอ้เวสป้าดังขึ้นทันทีที่ออกมาจากห้องส่งงาน ไม่สนใจเลยว่าอาจารย์จะยืนหัวโด่อยู่ในห้อง ผมเหยียดยิ้ม ตอนที่มันพุ่งเข้ามากอดคอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผมคือเป้าหมายแรกของไอ้เพื่อนตัวดี

“เช็กสภาพกูด้วยเพื่อน” ผมแกล้งพูดเสียงยานคางใส่ หันหน้ากลับไปให้มันเห็นหน้าโทรมๆ ตาโบ๋ๆ ไม่ต่างจากซอมบี้ที่เกิดจากการอดหลับอดนอนมาทั้งอาทิตย์

ไอ้เวสจิ้มหน้าผมสองที ก่อนจะส่ายหน้าไปมา “ไม่เอาน่าไอ้ตรี มึงยังมีเวลาอีกตั้ง...” ว่าพลางก้มลงมองนาฬิกา “สี่ชั่วโมง ในการนอนพักเอาแรง แล้วสองทุ่ม กูจะไปรับมึงถึงหอเลยครับเพื่อนรัก” มันนัดเวลาเสร็จสรรพ ก่อนจะจ้องหน้าผม อย่างรอคอยคำตอบ

ซึ่ง ก็เหมือนเคย... ผมปฏิเสธมันได้สักครั้งที่ไหน

“เออๆ” ผมพยักหน้าอย่างขอไปที ก่อนจะหลุดขำเมื่อไอ้เวสป้าร้องเยสออกมาดังลั่น ก่อนจะวิ่งไปตื๊อเพื่อนคนอื่นต่อ ผมยิ้มมองไอ้เพื่อนตัวดีที่เต้นเร่าๆ ขอให้คนอื่นๆ ไปกินเหล้าเป็นเพื่อนด้วยความรู้สึกขบขัน อยากจะแบ่งความร่าเริงของมันเข้ามาในตัวผมบ้าง เผื่อว่าทันทีที่ต้องยืนอยู่คนเดียว รอยยิ้มของผมจะได้ไม่หายไปรวดเร็วขนาดนี้

ผมถอนหายใจหนักๆ ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจอย่างประหลาด

ดูเหมือนความรู้สึกมากมายที่ผมพยายามจะเก็บกดเอาไว้ มันจะพยายามทำลายหีบที่ล็อกอย่างแน่นหนาในใจผมออกมาอีกแล้ว

และก่อนที่ความรู้สึกเหล่านั้นมันจะกลั่นออกมาเป็นน้ำตาเหมือนอย่างเคย ผมก็ตัดสินใจรีบเดินไปที่รถ ขับกลับหอให้เร็วที่สุดสะกดจิตตัวเองให้โหยหาแต่เตียงนอนตามที่มันควรจะเป็น และภาวนาให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ ทำให้ผมหลับเป็นตาย โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรอีก

 

8.45 P.M.

ผมไม่คิดว่าตัวเองจะตื่นมาได้ตามเวลานัด แต่สุดท้ายก็ถูกฝันร้ายปลุกขึ้นมาก่อนเวลาอันควรจนได้ ไอ้เวสป้ามารับผมตามที่พูดตอนสองทุ่มตรงไม่มีขาดตกบกพร่อง ท่าทางที่ดูกระตือรือร้นเกินไปของมัน ทำเอาผมอดสงสัยไม่ได้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีมันได้เรียนอยู่คณะเดียวกันจริงหรือเปล่า ทำไมถึงได้ดูร่าเริงผิดวิสัยคนที่ทำงานโต้รุ่งทั้งอาทิตย์แบบนั้น

ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของไอ้เวสป้าไปในสภาพที่เหมือนคนยังตื่นไม่เต็มตา เพราะยังนอนไม่เต็มอิ่ม จนกระทั่งมาถึงร้านก็ต้องชะงักไป เมื่อพบว่าร้านที่มันนัดมา คือร้านที่ The Quantum เคยเล่นดนตรีอยู่

“มีไรวะ” ไอ้เวสกันกลับมาเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นว่าผมหยุดเดินไปดื้อๆ

“ฮะ” เหมือนสติที่หายไปโดยไม่รู้ตัวถูกกระชากให้กลับเข้าร่างอีกครั้ง ผมกลืนน้ำลายอย่างอึกอัก ก่อนจะหันไปส่ายหน้าตอบ “เปล่า ไม่มีอะไร”

เสียงมันเบาเกินไปจนแม้แต่ผมยังจับได้ว่าตัวเองโกหก แต่ผมจำเป็นต้องเก็บกดความคิดและความรู้สึกบางอย่างของตัวเองเอาไว้ ซ่อนมันภายใต้คำว่าไม่เป็นไร...

ไม่เป็นไร เขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

ไม่เป็นไร...ยังไงก็คงไม่ได้เจอ

เมื่อผมกับไอ้เวสป้าเดินเข้ามาในร้าน ก็เจอกับเพื่อนร่วมรุ่นกลุ่มใหญ่ที่มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า สภาพทุกคนดูสดใสราวกับความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์เป็นเพียงเรื่องโกหก พอเหล้าเข้าปาก อะไรๆ ก็ดูจะกลายเป็นเรื่องสนุกสนานไปหมด แทบทุกคนในโต๊ะผลัดกันเล่าเรื่องตลกเรียกเสียงหัวเราะปนกับเสียงตะโกนด้วยความคึกคะนองที่ถูกโปรดักชั่นวีคเก็บกดไว้ ในขณะที่ผมเพียงแค่นั่งมองเพื่อนส่งเสียงเฮฮาอยู่ในมุมเงียบๆ อย่างไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่นัก

ผมพยายามหาเหตุผลที่ทำให้ตัวเองไม่รู้สึกสนุกอย่างที่ควร แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะลบเหตุผลอื่นๆ ออก เหลือเพียงคำตอบง่ายๆ ว่าผมเพียงกำลังง่วงมากเท่านั้น

“กูไปห้องน้ำแป๊บนะ” ผมเอียงตัวไปกระซิบบอกไอ้เวสป้าที่กำลังหัวเราะสนุกสนานกับเรื่องเล่าของคนอื่น มันหันมาพยักหน้ารับรู้ ผมจึงลุกเดินออกมาจากโต๊ะ ตั้งใจจะออกไปสูดอากาศสักพักก่อนกลับมา เพราะในนี้มันรู้สึกอุดอู้และอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็เคยมาบ่อยๆ แท้ๆ

แต่ความจริง อาจเป็นเพราะมาบ่อยเกินไปจนคุ้นเคยนี่แหละ ที่ทำให้อึดอัดจนหายใจไม่ออกแบบนี้ การพยายามลบทุกภาพความทรงจำที่ดึงดันพยายามจะปรากฏขึ้นมาในสมอง มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

กรี๊ดดด

ขณะที่ผมกำลังจะเดินออกไป อยู่ๆ เสียงกรีดร้องและเสียงฮือฮาก็ถึงขึ้นมา พร้อมกับผู้คนที่กรูกันไปหน้าเวทีซึ่งอยู่ตรงข้ามกับทางที่ผมกำลังจะเดินไปโดยไม่ได้นัดหมาย ผมเกือบจะไม่สนใจความแตกตื่นนั้นแล้ว ถ้าหากใครสักคนที่กำลังวิ่งสวนไป ไม่ชนไหล่ผมจนเซโดยไม่สนใจ พร้อมกับประโยคหนึ่งที่ดังเข้ามาในหู

“เชี่ย The Quantum จริงด้วยว่ะ”

และประโยคคล้ายคลึงกันที่ดังขึ้นมาไม่ขาดสาย

“กรี๊ดดด The Quantum

“พี่วินกลับมาแล้ว”

“โอ๊ยย พี่เชนนน” สมองของผม กลับกลายเป็นสีขาวโพลนทันทีที่ได้ยินประโยคเหล่านั้น ความคิดที่จะเดินออกไปสูดอากาศหยุดชะงักลงพร้อมกับเท้าทั้งสองข้างที่ไม่ก้าวไปข้างหน้าอีกต่อไป

ไม่รู้ว่าผมจะต้องพูดคำนี้อีกสักกี่ครั้ง... คำว่าพระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนอย่างผม ไม่เคยทำให้คำขอของผมเป็นจริง แม้จะเป็นเพียงคำของ่ายๆ อย่างการขอให้ไม่ต้องเจอหน้าเขาอีก... แค่เพียงคืนนี้ก็ยังดี ผมขอแค่ให้คืนนี้ผ่านไป โดยที่หัวใจของผมไม่ต้องรู้สึกเจ็บ เพียงเท่านี้ไม่ได้เลยหรือยังไง ถึงได้แกล้งกันด้วยวิธีนี้

“สวัสดี พวกเรา The Quantum” คำแนะนำตัวสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงอันทรงเสน่ห์ของเตอร์ดังเข้ามาในโสตประสาท เรียกสติที่ลอยไปไกลของผม ให้กลับมาอีกครั้ง

และต่อให้ผมพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้หันกลับไปแค่ไหน สุดท้ายร่างกายมันก็ทรยศด้วยการหมุนตัวกลับไปอย่างเชื่องช้า เลื่อนสายตาไปยังตำแหน่งหนึ่ง ที่รู้ดีว่าเขามักจะอยู่ตรงนั้นเสมอ... เพื่อพบว่า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แสนจะเดายากคู่นั้น กำลังมองตรงมายังที่ที่ผมยืนอยู่เช่นกัน

“ไม่เจอนาน ไม่รู้ว่าลืมพวกเราไปหรือยัง” เสียงของเตอร์ที่พูดคลอกับเสียงเพลงที่เริ่มบรรเลง ราวกับเป็นตัวแทนเอ่ยคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัวใจของผมที่ได้แต่ยืนนิ่งพยายามหาคำตอบบางอย่างจากดวงตาคู่สวยที่เอาแต่จ้องมา

แต่มองไม่เห็นอะไร นอกจากความเย็นชาอันเสแสร้ง

“ถ้าคิดถึงกัน ก็ส่งเสียงหน่อยเร้ว!” แน่นอนว่าจบคำพูดนั้น เสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับจังหวะของดนตรีที่เร่งเร้าขึ้นราวกับต้องการจะปลุกปั่นผู้คนทั้งหมดในที่นี้ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ยังไร้ที่ติ

แต่เสียงดนตรีอันยอดเยี่ยมนั้น กลับไร้ผลกับคนโง่อย่างผมโดยสิ้นเชิง

คนโง่ ที่เอาแต่ยืนอย่างไร้สติอยู่ที่เดิม จับจ้องไปที่ดวงตาคู่เดิม แม้ว่าจะสัมผัสไม่ได้ถึงความรู้สึกใดๆ

คนโง่ ที่ไม่อาจเปล่งเสียงออกไป แม้ว่าในใจจะกำลังร่ำร้องว่า ใช่... ผมคิดถึง

คิดถึงเขามากจนแทบขาดใจ

แต่สุดท้าย ผมก็เป็นได้แค่เพียงคนโง่ ที่ห้ามไม่ได้แม้กระทั่งน้ำตาของตัวเองที่ค่อยๆ ไหลลงมาในความเงียบงัน

 

เวลาผ่านไป

หลายเดือนที่ผ่านมา ผมเรียนรู้แล้วว่านกอย่างผม ไม่มีวันบินไปถึงดวงจันทร์

ยิ่งผมพยายามดึงดัน ก็จะยิ่งเหนื่อย และร่วงหล่นลงมาบาดเจ็บสาหัสเสียเอง

ผมเรียนรู้ว่าการที่ปล่อยให้เขาอยู่ตรงนั้น ปรากฏและจางหายตามกาลเวลา คือหนทางที่จะเก็บรักษาดวงจันทร์ที่ผมรักเอาไว้ได้ตราบเท่าที่ผมต้องการ ผู้ชายคนนั้นอ่านใจผมออกเสมอ แม้กระทั่งในวันที่เราไม่ได้อยู่ข้างกัน เขารู้แน่ว่าต่อให้ผมพยายามปฏิเสธตัวเองว่าไม่อยากเจอเขามากแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วผมรู้ใจตัวเองดี ว่าผมไม่เคยลืมเขาเลยแม้สักวินาทีเดียว และต่อให้ผมอยากลืม ...ผู้ชายที่แสนร้ายกาจคนนั้นก็ไม่มีทางให้ผมสมหวังดั่งใจ

หลักฐานก็คือทุกครั้งที่ผมคิดว่าความทรงจำของเรามันกำลังจะจางหาย เขาก็มักจะปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งเพื่อตอกย้ำความทรงจำที่ผมพยายามซ่อนไว้ให้เผยตัว แต่ทันทีที่ผมพยายามจะวิ่งตามไปเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้ คนใจร้ายก็จะหายไปในเงามืดที่ผมไม่อาจเข้าถึงได้แม้แต่ปลายนิ้ว

มันเหมือนกับว่าเขากำลังแกล้งให้ผมทรมาน บนหนทางที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือกเลยแม้แต่น้อย

“มึงไหวแน่นะไอ้ตรี” เสียงไอ้เวสป้าเหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล ทั้งที่ตัวมันยังนั่งอยู่ข้างผม แถมเอียงตัวมากระซิบข้างหูด้วยซ้ำ

ผมคิดว่าตัวเองพยักหน้าตอบกลับไป แต่ไม่แน่ใจนักด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปแบบลืมนับปริมาณ

ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองเหลือเกิน ที่สุดท้ายก็เรียกสติกลับมาและตัดสินใจก้าวออกมาจากตรงนั้นได้ในที่สุด แม้จะใช้เวลานานมากก็ตาม ผมเลือกที่จะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง ในมุมที่เห็นเขาชัดที่สุด และคิดว่าเชนเอง ก็คงเห็นผมชัดที่สุดเช่นกัน ผมคิดว่าเราสบตากันอยู่อย่างนั้น นานจนกระทั่งการแสดงของเขาจบลง และผู้ชายคนนั้นก็หายไปราวกับฝันไปเช่นเคย

อย่างที่บอก ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกันในสถานการณ์ที่ผมภาวนาไม่ให้เจอ... แต่ก็เช่นเดียวกัน คำภาวนานั้นเป็นเพียงคำโกหกที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อกันตัวเองออกจากความเจ็บปวดแสนสาหัสเหมือนตอนนี้เท่านั้น

ผมอยากเจอเขา... อยากเจอเขายิ่งกว่าสิ่งใด แต่ในขณะเดียวกัน การได้เห็นหน้าเขาโดยที่ไม่อาจสัมผัส ก็ทำให้หัวใจของผมเจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งใด ดังนั้นผมจึงเรียนรู้ที่จะยืนอยู่ตรงนี้ ในระยะห่างที่ผมจะเห็นเขาได้ชัดเจน แต่ก็ห่างพอที่จะแน่ใจว่าเขาจะไม่หนีผมไปไหน เป็นวัคซีนกันตายให้ผมอยู่รอดได้แบบวันต่อวัน

“เฮ้ย ถ้ามึงไม่ไหว กลับก่อนก็ได้นะเว้ย” คราวนี้ผมได้ยินเสียงไอ้เพื่อนตัวดีชัดขึ้นกว่าเดิม อาจเป็นเพราะมันตะโกนเสียงดังแถมใกล้หูผมมากขึ้นอีกต่างหาก

“กูไม่เป็นไร” เป็นอีกครั้งที่ผมคิดว่าผมตอบกลับไป แต่ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า

ผมรับรู้ได้ว่าสมองตัวเองกำลังเบลอด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ที่กินเข้าไปเกินขีดจำกัด แต่ถึงอย่างนั้น มือที่เริ่มสะเปะสะปะอย่างควบคุมไม่อยู่ ก็ยังคงหยิบแก้วที่มีน้ำสีอำพันขึ้นดื่มรวดเดียวและทำท่าจะเติมใหม่

“ไอ้เชี่ยตรี มึงกินเกินไปแล้ว เก็บกดมาจากไหนวะ” ไอ้เวสป้าโวยวาย “มึงเมาขนาดนี้กูพากลับไม่ได้นะเว้ย ให้กูไปเรียกพี่เชนให้มั้ย” ว่าจบมันก็ทำท่าจะลุก แต่โชคดีที่ผมยังมีสติพอที่จะคว้ามันไว้ได้ทัน

ไอ้เวสป้าไม่รู้เรื่องผมกับเชน...

คงเพราะตั้งแต่เปิดเทอม ผมก็เอาแต่หมกตัวอยู่ที่สตูไม่มีโอกาสได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหน และการเรียนหนัก ก็ฟังดูเป็นเหตุผลที่ดีที่จะทำให้คนสองคนไม่ได้เจอหน้ากัน ที่สำคัญผมไม่เคยบอกมัน ถึงความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นลงอย่างไม่มีใครตั้งตัว

แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคงเป็นเพราะ... จนถึงวันนี้ สิ่งของแทนใจสองสิ่งที่เขาเคยให้ ยังแขวนอยู่ที่คอผม อย่างไม่มีทีท่าว่าจะถูกถอดออกไป

“กูจะกลับ” ผมบอก เดาว่าน้ำเสียงตัวเองตอนนี้คงฟังดูแปลกไปเสียจนไอ้เพื่อนตัวดีทำสีหน้าประหลาดใจ “มึงไปส่งกูที” ผมส่งสายตาเว้าวอน

ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่ผมไม่อยากให้มันรู้ว่าผมกับเชนเลิกกัน โดยเฉพาะด้วยการบอกเล่าผ่านสายตาและคำปฏิเสธอันแสนเย็นชาที่เขาจะมอบให้เมื่อมันไปขอร้องให้เขาช่วยเหลือผมอย่างที่มันว่า

ไอ้เวสป้าชั่งใจอยู่สักพัก แต่คงเห็นสีหน้าจริงจังของผม มันจึงยอมพยักหน้าในที่สุด “เออๆ”

เมื่อมันยอมตกลงตามใจผม ก็ถึงคราวต้องบอกลาคนอื่นๆ ในโต๊ะพอเป็นมารยาท ก่อนที่ผมจะเดินโซซัดโซเซฝ่าฝูงชนออกมานอกร้านโดยมีไอ้เวสป้าคอยประคองอย่างทนไม่ไหวกับความน่าสมเพช

“มึงเกาะดีๆ นะ” ไอ้เพื่อนตัวดีย้ำคำเดิมเป็นรอบที่สาม หลังจากผมขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันโปรดของมันอีกครั้ง หลังจากเสียหลักไปในครั้งแรก และเวียนหัวจนต้องวิ่งลงไปอ้วกในครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้ผมรู้ว่ามันจะไม่มีอะไรผิดพลาด ถึงผมจะเวียนหัวแต่ก็ไม่ถึงกับอยากอ้วก และผมคิดว่าตัวเองนั่งมั่นคงพอที่จะไม่เสียหลักแม้รถจะวิ่งไปตามถนนก็ตาม

“รู้งี้น่าจะเอารถมึงมา ปกติเห็นมึงไม่เมาก็คิดว่ามอไซค์คันเดียวคงไหว แล้วนี้เสือกนึกครึ้มอะไรขึ้นมาวะเนี่ยถึงได้แดกเหล้าอย่างกับน้ำเปล่าขนาดนี้ กูล่ะช็อกไปเลย” ไอ้เวสป้าบ่นอะไรสักอย่างที่ผมฟังไม่ทัน และไม่คิดจะฟังอีกแล้วเพราะกำลังถูกความรู้สึกเวียนหัวเล่นงานจนแทบจะทนไม่ไหว สิ่งที่ผมต้องการก็คือให้มันหุบปาก และพาผมกลับห้องให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผมจะ...

“เชี่ยๆๆ ไอ้ตรี!” ผมได้ยินได้เวสป้าตะโกนสุดเสียง พร้อมกับความรู้สึกโลกเอียงที่เกิดจากร่างกายที่อยู่ๆ ก็ไร้เรี่ยวแรงของตัวเอง ผมรู้ว่าตัวเองกำลังจะไหลลงไปกองที่พื้นเป็นรอบที่สอง แต่กลับทำอะไรไม่ได้ราวกับว่าสมองไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้อีกต่อไป

แต่เมื่อผมเตรียมรับการกระแทกที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า อยู่ๆ ก็รู้สึกได้ว่าทุกอย่างหยุดนิ่งลง พร้อมกับตัวผมที่เอียงค้างอยู่กลางอากาศ

นี่มัน...ตลกชะมัด

ผมกำลังคิดว่าควรจะขำออกมา และเรียกให้ไอ้เวสป้าดูว่านี่มันเรื่องมหัศจรรย์ชัดๆ แต่ความคิดนั้นก็หยุดลงทันที ที่เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นมาที่ข้างหู

“ระวังหน่อย” และเป็นคนคนเดียวกับที่คว้าร่างกายอันหนักอึ้งของผมเอาไว้ได้ก่อนที่มันจะตกจากมอเตอร์ไซค์ลงสู่พื้นได้อย่างพอดิบพอดี

“...” น้ำเสียงของเขามีฤทธิ์ทำให้มึนเมาเสียยิ่งกว่าแอลกอฮอล์เสียอีก แต่ในขณะเดียวกัน ก็เรียกสติของผมให้กลับมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภาพทุกอย่างที่เคยถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางอย่าง ฉายชัดขึ้นมาในสายตา โดยเฉพาะใบหน้าเรียบนิ่งแสนเย็นชาของเขา ที่อยู่ใกล้ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ผมอยากเอื้อมมือออกไปสัมผัสใบหน้าของเขา แค่สักนิดให้หายคิดถึง แต่กลับต้องห้ามใจไว้สุดกำลัง เพราะกลัวเหลือเกินว่าทันทีที่ยื่นมืออกไป เขาจะหายไปอีกครั้ง เหมือนกับความฝัน

“พี่เชนมาพอดีเลย เอามันไปหน่อยดิพี่ ผมพามันซ้อนมอไซค์กลับไม่ไหวจริงๆ” แต่แล้วเสียงไอ้เวสป้าก็ทำลายความคิดทั้งหมดของผมให้หายไป ผมส่ายหน้าสุดกำลังพร้อมกับดีดตัวขึ้นมานั่งตัวตรงอีกครั้ง พร้อมกับความหวาดกลัวบางอย่างที่แล่นขึ้นมาจับใจ

“มะ...ไม่ กูไม่เป็นไร” ผมละล่ำละลักพูดแทบฟังไม่ได้ศัพท์ พยายามตีไหล่ไอ้เวสป้าให้มันออกรถ เพราะไม่อยากรอฟังคำปฏิเสธที่กำลังจะถูกเอ่ยออกมาจากเจ้าของฝ่ามือหนาที่เพิ่งจะปล่อยมือออกจากไหล่ผมไป

“ไอ้เตอร์ ยืมรถหน่อย” แต่เสียงทุ้มกลับเอ่ยประโยคที่ผมไม่เข้าใจ พลางหันไปมองร่างสูงอีกคนที่ผมเพิ่งสังเกตว่าเขายืนอยู่ด้านหลัง วินาทีต่อมาผมก็เห็นสิ่งที่เขาต้องการลอยมาในอากาศก่อนที่เขาจะใช้มือข้างหนึ่งรับมันไว้อย่างง่ายดาย

ผมได้แต่นิ่งไปอย่างงุนงงขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจะหันกลับมาสบตาผมด้วยสายตาเรียบนิ่งแสนคาดเดายากเหมือนเคย และสติของผมก็ถูกกระชากให้เข้าร่างอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆ เจ้าของดวงตาคู่สวยก็เอื้อมมือมาจับแขนผม พร้อมกับกระชากอย่างแรงจนเซร่วงลงไปอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขาอีกครั้ง

นะ...นี่มัน

ผมอยากจะตะโกนโวยวาย หรือทำอะไรสักอย่างให้เขาปล่อยมือ แต่คำพูดในหัวมันก็ตีกันไปหมดจนไม่อาจจะประมวลคำพูดใดออกมาได้ทัน แล้วก็เป็นเขาที่เงยหน้าขึ้นไปหาไอ้เพื่อนตัวดีของผม พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้หัวใจของผมหยุดเต้นไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจจะอธิบาย

“เดี๋ยวฉันไปส่งเอง” ประโยคแสนเรียบง่ายที่ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจว่าเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วยทำไม... ในเมื่อเป็นคนทำร้ายผมเองกับมือ

 

Calista       εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1949 wsukchit (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 20:48
    ตรีลูกกกก สงสารสุด ถ้าเชนจะปล่อยก็ปล่อยให้หลุดไปเลย ยิ่งทำงี้ตรียิ่งน่าสงสาร
    #1,949
    0
  2. #1937 CarpeDiemYok (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 21:21
    ปล่อยน้องไปสภาพนั้นไม่ได้ใช่ไหมพี่ ฮรุกก
    #1,937
    0
  3. #1711 bire0032 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 17:14
    ถ้าจะปล่อยก็ปล่อยให้ไปสุดๆเลยดิจะกลับมาทำมะเขือพวงอะไร หึหึ..สงสารนะ
    #1,711
    0
  4. #1536 mumu_story2 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 19:25
    โอ้ยสงสารง่ะ เหมือนโดนพี่เชนคบหัวแล้วลูบหลัง
    #1,536
    0
  5. #1511 pommys (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 11:10
    ไม่รู้จะสงสารใครดี
    #1,511
    0
  6. #1251 thifu:') (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 18:18
    อ่านแล้วฟังเพลงไปนี่โคตรจะสงสาร ...ฮืออ ชั้นสงสารตรี
    #1,251
    0
  7. #1236 Jumzz (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 09:40
    สงสารตรีและเชนเขาคงทรทานเข่นเดี่ยวกันเห็นใกล้ยังดีกว่าไม่เห็นเลย
    #1,236
    0
  8. #1227 Nest (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 07:15
    จะทำยังไงดี แบบนี้ไม่ดีเลยยยพี่เชน
    #1,227
    0
  9. #1225 apiinify (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 22:51
    พี่เชน กลับมาเถอะ
    #1,225
    0
  10. #1224 Yellowmastard (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 22:19
    ดีใจที่ไรต์มาอัพค่ะ รอ.
    #1,224
    0
  11. #1223 NNYuki (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 22:09
    สงสารตรีจัง ทำไมเชนดูเย็นชาจุง งื้อ แต่ก้อมีความเป็นห่วงนะ อยากอ่านพาร์ทเชนบ้างจังค่ะว่ารุ้สึกยังไงที่ต้องเปนคนบอกเลิกและอยุ่ห่างกันนานขนาดนี้ TT เหลืออีก 3 ตอนเองหรอ ? งื้อ ขอตอนเพิ่มเลยค่ะ ข้อหาหายไปนาน!!! 555 รออ่านเสมอนะค้า
    #1,223
    0
  12. #1222 Jinious (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 21:55
    คิดถึงตรีเชนนนน
    #1,222
    0
  13. #1219 oDeeo (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 20:31
    ให้อภัยค่ะ แต่ขอตอนเพิ่มมาเซ่นนะ // ถ้ามีจริงนี่อยากตีพิมพ์จริง นี่อยากให้มีอีบุ๊คด้วยจังเลยค่ะ
    #1,219
    0
  14. #1218 macnnum (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 20:29
    พี่เชนนะพี่เชน
    #1,218
    0
  15. #1217 luknam3210 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 20:21
    รับขนมเปี๊ยะไปหนึ่งทีคะ! 555555
    รอค่ะ ไม่หนีไปไหน ดีใจที่กลับมาอัพนะคะ ?
    #1,217
    0
  16. #1216 แฟนพี่นาย (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 19:44
    อยากตบพี่เชน ฮืออออออออออออออ
    #1,216
    0
  17. #1215 pannjed . (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 19:28
    โอ๊ยยยยย ขอเราตีพี่เชนหน่อยเถอะ ฮือออออออออออ ไม่ไหวแล้วววววว สงสารน้อง
    #1,215
    0
  18. #1214 Sheeply (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 19:23
    อีก3ตอน!!! พี่เชนจะกลับมา ? ตรีอย่าไปยอม ทำอะไรไม่ปรึกษา! หาคนใหม่!!!
    #1,214
    0
  19. #1213 supaporn_norn (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 19:04
    รอมานานนนน 5555
    เเละยังคงจะรอต่อไป
    น้ำตาซึมมากอ่ะค่ะไรท์ เเต่เเอบขำความคิดตรีตอนจะตกรถ 5555 อารมณ์คนเมาจริงๆ
    คืนดีกันเร็วๆเห่อคนอ่านใจจิขาดดดดดด
    #1,213
    0
  20. #1212 kanata ryohei (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:55
    เจ็บแทนตรี ถ้านี้เป็นตรีจะต่อยพี่เชนสักหมัด 55555 ไรเตอร์มาแล้วว นึกว่าลืมกันไปแล้วซะอีก
    #1,212
    0
  21. #1211 เตี้ย ดำ แมบ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:55
    พ่อแมร่งงงง
    #1,211
    0
  22. #1210 magic moon (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:48
    ทำไมเชนนนนนนนน
    #1,210
    0
  23. #1209 อำปา ก้า (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:46
    เย้ จะได้ปรับความเข้าใจกันสักที่
    #1,209
    0
  24. #1208 tataryne (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:41
    แง่งงงง
    #1,208
    0
  25. #1207 azaaum (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 18:40
    คือเชนไม่รักตรีเลยหรอ
    #1,207
    0