[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 45 : 43 : เหนี่ยวรั้ง [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 341 ครั้ง
    20 ก.พ. 63




43

เหนี่ยวรั้ง

 

วันเสาร์ผมตื่นเช้ากว่าปกติ... อันที่จริงผมแทบจะไม่ได้นอนเลยต่างหาก

วันนี้เป็นวันที่ผมบอกพ่อกับแม่ไว้ ว่าเชนจะมา ผมไม่ควรตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าเขาขนาดนี้ เพราะเพิ่งเจอหน้ากันไปเมื่อวานนี้เอง... ยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่พอคิดภาพว่าเขาจะก้าวเข้าประตูบ้านมา ไม่ใช่แค่ยืนอยู่ริมรั้วเหมือนทุกวัน มันก็... เกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

ผมทั้งตื่นเต้น กังวล ความรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด เดาไปต่างๆ นานาอย่างคนจิตตก ตั้งแต่ที่ได้เห็นน้ำตาของพ่อในคืนนั้น ผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับท่านอีกเลย ผมไม่ได้พูดเรื่องของเชนระหว่างมื้ออาหารอีก อันที่จริง... ผมแทบไม่ได้พูดอะไรกับครอบครัวเลยตลอดทั้งวัน

ผมหมกตัวอยู่ในห้อง เล่นกีตาร์เพลงเดิมๆ รอเชนมาหาและโทรคุยกันราวกับว่าการได้เห็นหน้าและได้ยินเสียงเขา คือพลังใจที่ทำให้ผมใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ ...ผมรู้ว่าการกระทำของผมมันไร้ความหมาย ผมแทบไม่ได้พยายามอะไรเพื่อเราเลย แต่กลับรู้สึกเหนื่อยและท้อซะยิ่งกว่าตอนที่ทำงานหนักอดหลับอดนอนติดต่อกันเป็นเดือนๆ ซะอีก

มันเป็นช่วงเวลาที่อยู่ๆ ผมก็รู้สึกกลัวขึ้นมา... กลัวว่าสุดท้ายเรื่องของเรามันอาจจะต้องจบลง

เชนพูดถูก... ผมต้องให้เขายื่นมือเข้ามาช่วยแล้วจริงๆ

“อ้าวตรี ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจังล่ะลูก” แม่ทักขึ้นมาเมื่อเห็นผมเดินเข้ามาในครัว ทั้งที่ปกติจะต้องรอให้แม่ไปเรียก แม้ว่าจะไม่ได้หลับสักวินาทีเลยก็ตาม ผมยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปสวมกอดแม่จากด้านหลังแน่นๆ อย่างต้องการกำลังใจ

“ผมช่วยนะครับ” แม่หัวเราะ ดึงแขนผมออกแล้วหันกลับมา มองด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่ก็ยังดูใจดี

“เชนจะมากี่โมง” แม่ถาม พร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหัวผม

อยู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนน้ำตามันจะรื้นขึ้นมา ตอนที่ได้ยินแม่เอ่ยชื่อเชนเป็นครั้งแรก มันหมายความว่าแม่ยอมรับเขา

“เก้าโมงครับ” ผมยิ้มตอบ เชนบอกผมมาแบบนั้น และเขาบอกว่าจะไม่มีทางมาสาย แม่หันไปมองนาฬิกาบนผนังซึ่งเข็มสั้นกำลังจะชี้ไปที่เลขแปด บ่งบอกว่าเหลือเวลาอีกชั่วโมงเดียวเท่านั้น ก่อนจะส่งเสียงฮัมในลำคอ

“อืม เหลือเวลาอีกชั่วโมงนึง แม่น่าจะทำกับข้าวทัน... แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกแม่จะแต่งตัวหล่อๆ ทันหรือเปล่า” ดวงตาที่แสนอ่อนโยนมองผมที่อยู่ในสภาพชุดนอนตัวแต่หัวจรดเท้าอย่างหยอกล้อ

ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ก่อนจะกอดแม่แน่นๆ อีกครั้ง และเอ่ยอย่างดื้อรั้น “ให้ผมช่วยก่อนแล้วสัญญาว่าจะแต่งตัวหล่อที่สุดในชีวิตไม่ให้แม่ขายหน้าแน่นอนครับ”

แม่ยักไหล่และยอมให้ผมช่วยในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าพออยู่ต่อหน้าเชฟมือหนึ่งของบ้าน ผมก็มีหน้าที่เพียงแค่ล้างผัก หั่นเนื้อ เรื่องง่ายๆ ที่แม่ก็ทำเองได้ แต่ผมสบายใจกว่าที่จะช่วยทำ ระหว่างที่ช่วยแม่ทำอาหารเช้า ผมได้ยินเสียงพ่อเดินลงมาจากชั้นสอง เข้าไปนั่งที่โซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่น เปิดทีวีรายการข่าวเช้าเพื่อฟังรายงานข่าวปัญหาสังคมซ้ำซากที่อาจจะทำให้พ่อจิตตกมากกว่าปกติ

“ตรี” แม่เรียกเมื่อเห็นผมเอาแต่ยืนเหม่อระหว่างมาหยิบของในตู้เย็น

“ครับ?” ผมหันกลับไปถาม พลางเดินไปที่อ่างล้างจานเพื่อล้างผัก แม่เดินมาแย่งมันไปจากมือผม ก่อนจะปิดน้ำ และเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย

“อย่ากังวลเลย” แม่เช็ดมือ และเอื้อมมือมาถูไหล่ผมเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “ไปอาบน้ำแต่งตัวรอแฟนลูกมาเถอะ”

ผมนิ่งไปนานเหมือนสมองมันเลิกประมวลผลไปพักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มและพยักหน้ารับ “ครับ”

ผมใช้เวลานานกว่าปกติในการปล่อยให้น้ำผ่านหัวสมองที่ดูเหมือนจะขาวโพลนไปทุกที ก่อนจะออกมาเลือกเสื้อยืดสีอ่อนกับกางเกงยีนสีเข้มง่ายๆ สวมและนั่งโง่ๆ อยู่บนเตียงพยายามคิดว่าจะช่วยเชนอธิบายกำพ่อยังไงดี แต่ก็ไม่มีคำพูดที่เข้าท่าไหลเข้ามาในสมองเลย

เหลืออีกห้านาที...

จิตใจที่ว้าวุ่นทำให้ผมต้องหยิบกีตาร์ตัวเก่าขึ้นมาดีดทำนองเดียวกับที่เล่นซ้ำไปซ้ำมาเมื่อคืน เพลงของเชน ราวกับจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของผมให้สงบลงได้

แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่ ก่อนที่เสียงกริ่งหน้าบ้านจะดังขึ้นมา

ผมชะงัก ก่อนจะได้สติ วางกีตาร์และวิ่งลงไปด้านล่างโดยอัตโนมัติ พ่อยังคงอยู่ที่ห้องนั่งเล่น และมองมาด้วยสายตาเย็นชาเหมือนเคย ผมเห็นแม่เดินออกมาจากห้องครัวตอนที่ผมกำลังจะเดินผ่านไปพอดี ท่านยิ้มเป็นกำลังใจให้ผม และผมก็ยิ้มตอบด้วยหัวใจที่เต้นแรงราวกับกำลังจะระเบิดออกมา

ให้ตาย ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย

ผมเดินออกไปหน้าบ้านพร้อมกับพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ก็ทำได้ยากเห็นเหลือเกิน แต่แล้วก็ต้องชะงักไป พร้อมกับความคิดมากมายที่หายไปชั่วขณะ

สิ่งแรกที่เด่นสะดุดตาผมไม่ใช่รถสปอร์ตสีดำคันเท่ที่ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้คงอยากได้ แต่เป็นร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวพับแขนขึ้นมาจนถึงข้อศอก กับกางเกงสแลกห้าส่วนและรองเท้าผ้าใบดูมีสไตล์ราวกับหลุดมาจากนิตยสารแฟชั่น ผมที่เริ่มยาวจนสังเกตได้ ถูกเซตไปข้างหลังลวกๆ แต่กลับดูดีซะจนผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าตัวเองเป็นผู้หญิง คงจะกรี๊ดออกมาดังๆ ด้วยความคลั่งไคล้คนตรงหน้าอย่างเก็บอาการไม่อยู่

เขายิ้มตอนที่เงยหน้าขึ้นมาสบตา ผมเดินเข้าไปหา และยิ้มกว้างตอบเขาเช่นกัน

ผมมองเขาไม่วางตานานนับนาที ไม่ใช่เพราะว่าวันนี้เขาดูดีกว่าทุกวัน แต่เป็นเพราะผมเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองคิดถึงเขามากแค่ไหน

“ควรกลับไปเอาสูทที่บ้านมั้ย?” เชนเลิกคิ้วถามติดตลกเมื่อเห็นยังคงเอาแต่ยืนนิ่งมองเขา ผมหัวเราะ ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม แล้วทำสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าทำในเวลานี้ อย่างการกอดเขาแน่นๆ ให้สมความคิดถึง

ถ้าพ่อมาเห็นต้องแย่แน่... แต่ขอเถอะ ผมห้ามใจไม่ไหวจริงๆ  

“หืม?” ผมส่งเสียงประหลาดใจ “หน้าบ้านเลยเหรอ? ประเจิดประเจ้อไปหน่อยหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยกลั้วหัวเราะ

ผมอยากจะโกรธเขาจริงๆ ที่ยังหัวเราะได้ในวันที่ผมอยากจะร้องไห้แบบนี้ มันเกิดจากความรู้สึกมากมายที่ประเดประดังเข้ามาทันทีที่ได้สัมผัสกลิ่นกายอันคุ้นเคย ยิ่งตอนที่เขากอดตอบพร้อมกับลูบหัวผมเบาๆ ก็ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกเหล่านั้นจนน้ำตามันรื้นขึ้นมาจริงๆ

“คิดถึง” น่าสมเพช ที่ความรู้สึกมากมายของผมมันกลั่นกรองออกมาได้แค่เพียงคำพูดเดียวเท่านั้น “คิดถึงมากเลย” เชนหัวเราะเมื่อผมเอ่ยซ้ำอย่างคนโง่ ก่อนจะก้มลงซุกหน้าลงกับไหล่ผมพร้อมกับกดจูบหนักๆ ลงมาที่หลังหูผมและ

จูบซ้ำอีกครั้งในเวลาไม่กี่วินาที เรากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นพร้อมกันโดยไม่มีใครพูดอะไรอีก

เนิ่นนานกว่าผมจะตระหนักได้ว่าคงถึงเวลาแล้วที่ผมควรพาเขาเข้าบ้านสักที

“พร้อมเจอเรื่องน่ากลัวที่สุดในชีวิตหรือยัง” ผมผละออกมา ถามติดตลก แม้ในใจจะไม่ได้ตลกเลยก็ตาม

เชนยิ้มขำขยี้หัวผมแรงๆ ก่อนจะส่ายหน้า

“ยัง” เขาแบมือขึ้นมา

ไม่ต้องบอกผมรู้ทันทีว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร จึงยกมือขึ้นไปวางไว้บนฝ่ามือหนาของเขาที่ดึงมือผมไปจรดริมฝีปากลงปลายนิ้ว แล้วใช้นิ้วโป้งลูบแหวนที่ผมสวมเอาไว้บนนิ้วนางข้างซ้ายเบาๆ

“พร้อมแล้ว” เขายิ้ม กุมมือผมไว้แน่น รอยยิ้ม และฝ่ามือ ที่บอกว่าเขาจะไม่ทิ้งผมไปไหน ต่อให้วันนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ผมพาเชนเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่พ่อกับแม่นั่งรออยู่แล้ว แม่ผมยิ้มและรับไหว้เมื่อเขาเดินเข้ามาทักทาย ในขณะที่พ่อ...เบือนหน้าหนีไปเหมือนเคย

“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวแม่ไปเอาน้ำมาให้นะ” แม่บอกพลางผายมือไปทางโซฟา และลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว ผมทำท่าจะเข้าไปช่วย แต่ท่านก็ห้ามไว้และพยักหน้าให้ผมอยู่กับเชน

“ขอบคุณครับ” เขายิ้มให้แม่ผม และนั่งลง

ผมนั่งลงข้างเขาโดยไม่พูดอะไร ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงยิ้มขำออกมาที่เขากลายเป็นคนสุภาพขัดกับหน้าตาขนาดนี้ แต่เพราะตอนนี้เรายืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายวัยกลางคนหน้าตาถมึงทึง ที่ไม่ยอมแม้แต่จะชายตามองหรือยกมือรับไหว้กลับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นรักของลูกชาย ความนิ่งเงียบจึงเป็นสิ่งเดียวที่เลือกทำ เชนบีบมือผมแรงขึ้น ก่อนจะคลายออกแล้ววนนิ้วไปมาตรงตำแหน่งแหวนที่ผมสวมอยู่ พร้อมกับหันมาสบตาด้วยสายตาที่บอกว่าไม่เป็นอะไร และเขาพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป

“สวัสดีครับ...คุณลุง” เขาใช้สรรพนามเรียกพ่อผมอย่างระมัดระวัง เพราะคงจะอ่านใจออกว่าพ่อคงจะไม่ชอบแน่ถ้าเขาล้ำเส้นใช้สรรพนามอื่นที่ใกล้ชิดมากกว่านี้

และเมื่อพ่อไม่ตอบอะไร เชนจึงพูดต่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่แม่เอาน้ำมาให้และนั่งลงที่โซฟาอีกตัวพอดี

“ผมชื่อเชนครับ... เป็นแฟนตรี” คราวนี้พ่อหันมาขมวดคิ้วมองเชนอย่างไม่พอใจที่ได้ยินแบบนั้น

แต่คนที่อยู่ข้างตัวผมยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงท่าทีประหม่าใดๆ ออกมา เขาสบตากับพ่อผมนิ่ง ด้วยสายตาที่จริงใจ

ซึ่งผมหวัง ว่าพ่อจะเห็นมันเหมือนที่ผมเห็น

“ผมเรียนวิศวะโยธา กำลังจะขึ้นปีสี่ ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัวด้านนี้พอดี... ดังนั้นรับรองว่าจบไปผมจะไม่ตกงาน” เขาพูดเข้าประเด็นทันทีราวกับอ่านใจพ่อออกว่ากำลังประเมินหัวนอนปลายเท้าของเขาผ่านสายตา

ผมอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ยิน ธุรกิจส่วนตัวเหรอ? ...เป็นนิยามกิจการใหญ่ยักษ์ของครอบครัวเขาที่ฟังดูถ่อมตัวดีจัง

“ผมจะตั้งใจเรียน มีฐานะที่มั่นคงในอนาคต... ผมเลี้ยงดูเขาได้แน่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ผมรู้ว่าเชนเป็นคนไม่ชอบอ้อมค้อม แต่ก็นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาพูดยิงได้ตรงเป้าขนาดนี้

ผมรู้ว่ามันคือสิ่งที่พ่อกังวลจากเรื่องที่ได้ยินในคืนนั้น และสายตาตกใจที่ท่านแสดงให้เห็นแวบหนึ่งหลังจากได้ยิน

“ผมเตรียมแผนสำหรับพวกเราไว้หมดแล้ว ผมพาเขาไปที่บ้าน คุยกับพ่อของผมเรียบร้อยแล้ว” เสียงทุ้มยังคงเอ่ยต่อไปเมื่อเห็นว่าพ่อยังไม่ยอมพูดอะไร เขาบีบมือของผมที่ยังคงยิ้มออกมาบางๆ และไม่ยอมละสายไปไปจากใบหน้าคมที่กำลังสร้างความมั่นใจให้บุพการีที่อยู่ตรงหน้าผม ด้วยหัวใจที่เต้นรัวมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับต้นไม้เหี่ยวๆ ที่ถูกเติมปุ๋ยและน้ำจนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

“ผมรู้ว่าคุณลุงกังวล ว่าผมกับตรีจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไม่ได้” เขาพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ

“...”

“แต่เชื่อเถอะครับ ว่าผมจะยอมทำทุกวิถีทางให้เขามีความสุขไปตลอดชีวิต” คำพูดทุกคำของเชน ล้วนตอกย้ำความรู้สึกของเขาได้อย่างชัดเจน และแสดงให้เห็น ว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของพ่อผมมากแค่ไหน ผิดกับผม ที่ถ้าไม่บังเอิญได้ยินพ่อกับแม่คุยกันวันนั้น ก็คงไม่มีวันรู้เลย ว่าในใจลึกๆ แล้วพ่อกำลังคิดอะไร  

“...” พ่อยังคงไม่ยอมพูดหรือตอบอะไร มองตรงมาด้วยสีหน้าที่ผมเดาไม่ออก มันเหมือนกับเหรียญที่กำลังหมุนคว้างอยู่ในอากาศ ไม่รู้เลยว่าพอตกลงมาที่พื้น มันจะออกหัวหรือออกก้อย

“คุณคะ” แม่พยายามเตือนให้พ่อเอ่ยอะไรออกมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่กดดันพวกเราด้วยความเงียบงันแบบนี้ ในขณะที่เชนเองก็คงจะจนคำพูดที่จะสาธยายแล้วเหมือนกัน สุดท้ายเขาจึงเอ่ยคำพูดที่คงจะใช้วัดคำตัดสินออกมา

“ผมรักเขา... รักตรีมากจริงๆ” เขากันมาสบตาผม ราวกับจะพูดให้ผมฟังมากกว่าชายวัยกลางคนที่เอาแต่ทำหูทวนลมอยู่ตรงหน้า ก่อนจะขมวดคิ้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม

“หน้าตาผมอาจจะไม่ได้ดูเป็นคนดีเท่าไหร่ แต่ผมรับรองว่าผมจะไม่ทำให้ตรีเสียใจ... ผมสัญญา”

ผม...อยากจะกอดเขาแน่นๆ สักที ให้สมกับคำบอกรักจริงใจที่ช่วยให้หัวใจของผมมันกลับมาเต้นได้ด้วยความรู้สึกสุขล้นอีกครั้ง แต่ความสุขนั้นก็แทบจะหายไปทันทีที่น้ำเสียงดุดันเอ่ยขึ้นมาด้วยคำพูดที่ราวกับจะทิ่มแทงหัวใจดวงนี้ให้ซูบลง

“ฉันไม่อยากได้ยินคำสัญญาอะไรทั้งนั้น” พ่อพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เย็นชาไม่ต่างจากเดิม

มันทำให้ผมรู้ว่า พ่อของผมเป็นคนดื้อรั้นไม่แพ้ผมเลย

“...”

“ที่แกต้องทำก็แค่เลือกมา...”

“...”

“ว่าจะเลิกกับลูกชายฉัน หรือจะยอมไม่เจอหน้ามันอีกตลอดชีวิต”

“คุณ!” แม่ร้องเรียกอย่างตกใจที่ได้ยินแบบนั้น แต่พ่อที่ยื่นคำขาดออกมาก็ไม่ยอมรับฟัง ท่านลุกจากโซฟาทำท่าว่าจะเดินกลับขึ้นไปที่ชั้นสอง แต่ผมทนเงียบต่อไปไม่ไหวจึงลุกขึ้นตะโกนเรียกท่านออกมาในที่สุด

“พ่อครับ!”

“...” โชคดี ที่พ่อยังฟังเสียงของผมบ้าง แม้จะไม่ยอมหันมาสบตาก็ตาม

“ผมรู้ว่าพ่อเป็นห่วงผม” ผมพูดเสียงดังจนแทบจะตะโกน เพื่อสื่อความรู้สึกที่มีไปให้ถึงท่าน “แต่ผมกับเชน เรารักกันจริงๆนะครับ”

ขอแค่สักนิดก็ยังดี

“...”

“ผมรู้ว่าพ่อดูออกว่าเชนจริงใจแค่ไหน... ผมรู้ว่าอนาคตที่เขาพูดถึง มันการันตีอะไรไม่ได้เลย”

“...”

“สุดท้ายเราอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปตามคำสัญญาที่ให้กับพ่อวันนี้”

“...”

“แต่พ่อครับ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงขอร้องแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อนในชีวิตการเป็นลูกชายที่แสนดื้อรั้นและเอาแต่ใจคนหนึ่ง “ปล่อยให้เราลองดูสักครั้งไม่ได้เหรอ” ผมรู้สึกว่าน้ำตามันกำลังจะรื้นขึ้นมา ตอนที่พูดจบและเห็นความสั่นไหวบนแผ่นหลังที่เครียดเกร็งของพ่อตัวเอง

สถานการณ์มันยากเย็นเหลือเกินจนผมรู้สึกท้อขึ้นมา แต่ไม่กล้าแสดงออก เพราะรู้ว่าการยอมแพ้ของผม จะต้องทำร้ายเจ้าของฝ่ามือที่กุมมือผมไว้ไม่ยอมปล่อยอีกแน่

“คุณคะ ฟังลูกบ้างเถอะ” แม่พยายามช่วยพูด ท่ามกลางความกดดันและบรรยากาศอันเงียบงัน

แต่พ่อผม ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังในความดื้อรั้นของท่านเลย

“ลาออกจากมหาวิทยาลัย... แล้วไปอยู่อิตาลีกับพ่อกับแม่ซะ” จบคำนั้น ท่านก็เดินจากไป และไม่หันกลับมาอีกเลย

“คุณ!” แม่ตะโกนเรียกและหันมามองพวกเราด้วยความลำบากใจ ก่อนจะเดินตามไปหวังจะเจรจา

ผมได้แต่มองภาพแผ่นหลังคุ้นเคยของบุพการีที่ห่างออกไปจนกระทั่งลับตาและได้ยินเสียงประตูห้องด้านบนปิดลงอย่างแรง พร้อมกับเสียงถอนหายใจเบาๆ ของผู้ชายที่กุมมือผมไว้ตลอดเวลา

“นี่ฉัน... พูดอะไรผิดไปหรือเปล่า” เขาว่าพร้อมกับดึงมือผมไปอังหน้าผากของตัวเองเอาไว้ ผมจึงทรุดตัวลงข้างเขาอีกครั้งพร้อมกับอิงศีรษะลงไปพิงไหล่กว้างด้วยความรู้สึกเหนื่อยจับใจ

“ไม่หรอก นายไม่ได้พูดอะไรผิดเลย”

พ่อผมเองต่างหาก ที่ทำเกินไป

              

เวลาผ่านไป

ผมไม่เคยโกรธพ่อขนาดนี้มาก่อน

ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่จะรู้สึกแบบนั้น แต่การที่ท่านยื่นเงื่อนไขที่แสนจะใจร้ายนั้นออกมา ก็เป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้เหมือนกัน เดิมทีท่านก็ไม่อยากให้ผมเรียนสถาปัตย์ฯ อยู่ที่นี่อยู่แล้ว แต่ผมไม่คิดว่าพอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านจะเอาประเด็นเดิมกลับมาเป็นเงื่อนไขที่จะสร้างความแตกแยกระหว่างเราอีก

มันไม่แฟร์เลย

หลังจากที่หายเข้าไปในห้องอยู่พักใหญ่ แม่กลับลงมาด้วยสีหน้าลำบากใจ แต่ก็พยายามเข้ามาให้กำลังใจผมกับเชน แม่บอกว่าที่พ่อพูดแบบนั้น เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นไม่อยากให้ผมกับเชนคิดมากเกินไป

ข้อนั้นผมรู้แก่ใจดี... พ่ออยากเอาชนะผม จึงต้องค้านหัวชนฝาไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ แม่อนุญาตให้เชนพาผมออกมาผ่อนคลายข้างนอกได้ แม้ว่าจะทำกับข้าวไว้รอเขาก็ตาม แต่ตอนนั้นพวกเราทุกคน ไม่มีใครอยากอาหารเลยสักคน สุดท้ายผมเลยยอมออกจากบ้านมา

เชนพาผมมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไกลมากนัก เพราะข้างนอกอากาศร้อนเกินไปจนอาจจะทำให้ผมกลายเป็นบ้าขึ้นมาจริงๆ เราไม่ได้ทำอะไรมากกว่ากิจวัตรซ้ำซากของคู่รักอย่างการกินข้าว เดินเล่น และดูหนัง แต่สมาธิของผมไม่ได้โฟกัสกับสิ่งเหล่านั้นเลยตลอดวัน

ผมปล่อยให้ความคิดตัวเองจมดิ่งอยู่ในความสับสนวุ่นวายไม่รู้จบ เอาแต่โทษตัวเองที่พาเชนไปเจอกับพ่อเร็วเกินไปทำให้เขาต้องโดนทำร้ายจิตใจแบบนี้ ถ้าผมรออีกสักนิด พูดให้พ่ออคติกับเขาน้อยลง อะไรๆ มันก็อาจจะดีกว่านี้ก็ได้

ตุบ

ผมสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ ก็มีน้ำหนักทิ้งลงมาบนไหล่ ขัดจังหวะความวิตกกังวลที่แล่นไปมาอยู่ในหัว ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ ดูหนังนอกกระแสที่ใกล้จะออกจากโรงเต็มที ทำให้คนในโรงมีเพียงเราสองคนและคนอื่นอีกสองสามคนที่นั่งกระจายกันอยู่ด้านหน้าเท่านั้น

“หลับเหรอ” ผมกระซิบถามเจ้าของเรือนผมนุ่มที่อิงลงมาบนไหล่ ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะหลับ เพราะเชนเองก็คงจะนอนน้อยไม่แพ้ผมเหมือนกัน แถมยังต้องตื่นเช้ามาเจอเรื่องหนักๆ แล้วต่อด้วยการพาผมตระเวนเที่ยวเพื่อคลายอารมณ์อีก

ผมนี่มันแย่จริงๆ

“เปล่า” เขาตอบ แย่งเครื่องดื่มในมือผมไปวางไว้อีกฝั่ง พลางสอดนิ้วเย็นเฉียบของตัวเองมาเข้ามาระหว่างนิ้วทั้งห้าของผม “กำลังเรียกร้องความสนใจ” แล้วดึงหลังมือผมไปจูบเบาๆ

“ขอโทษที” ผมเอ่ย ทั้งขำและรู้สึกผิดในเวลาเดียวกันที่เขาพูดออกมาตรงๆ แบบนั้น อย่างที่บอก ว่าตลอดเวลาผมเอาแต่ครุ่นคิดอยู่ในหัว จนแทบไม่โฟกัสอะไรเลย พูดออกมานับครั้งได้ตอนที่เราเดินเล่น และกินอาหารกลางวันด้วยกัน มันคงจะทำให้เขาเหงาไม่น้อย

จมูกโด่งซุกลงมาที่ซอกคอของผมราวกับจะซึมซับกลิ่นผิวกายที่เย็นเฉียบพร้อมกับใช้ลมหายใจร้อนๆ นั่นช่วยทำให้ กล้ามเนื้อที่เครียดเกร็งของผมรู้สึกเหมือนถูกหลอมละลายได้ในเวลาเดียวกัน

“ฉันอยู่ตรงนี้นะ” เขาเอ่ย

“...”

“จะไม่ไปไหน ถ้านายไม่ไล่ จำได้มั้ย”

“...” ผมไม่ตอบอะไร แค่เอียงหน้ากลับไปกดจูบหนักๆ ลงบนผมนุ่มหอมของคนข้างตัว

“เหนื่อยหรือยัง?” อยู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน

“ทำไมถึงถามแบบนั้น” ผมเลิกคิ้วถามกลับไป

เชนนิ่งไปก่อนจะพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา “ไม่รู้สิ อยู่ดีๆ มันก็นึกเรื่องของฟ้าขึ้นมา”

“...”

“เหมือนเดินวนกลับไปจุดเดิมเลย” เจ้าของเสียงทุ้มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะยกมือผมขึ้นมาจรดริมฝีปากลงไปอีกครั้ง และพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน “สงสัยฉันจะไม่มีดวงกับเรื่องพ่อตาเท่าไหร่นะ ว่ามั้ย”

ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มขำตาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเรื่องของฟ้ากับเชน ก็จบลงเพราะถูกพ่อแม่ของฝ่ายหญิงกีดกันเหมือนกัน คงไม่แปลกที่เขาจะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

แต่ผมเชื่อ ว่าเรื่องของเรามันจะไม่เป็นแบบนั้น

“เชื่อใจฉันสิ” ผมบอก เป็นฝ่ายยกมือของเขาที่กุมเอาไว้ขึ้นมาจูบเบาๆ บ้างอย่างต้องการสร้างความมั่นใจ

“...”

“เดี๋ยวมันจะผ่านไปด้วยดี”

ผมให้สัญญา

 

00.40 A.M.

เชนมาส่งผมที่บ้านหลังจากที่เราดูหนังจบ

เป็นอีกครั้งที่ผมปล่อยให้บรรยากาศระหว่างเราตกอยู่ในความเงียบงัน ปล่อยให้เพลงจากเครื่องเสียงในรถได้ทำหน้าที่ของมัน แม้ไม่มีใครสนใจฟังก็ตาม เชนรับรู้ความรู้สึกกดดันที่อยู่ในใจผมได้ แม้ผมจะพยายามพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่เป็นไร แต่ผมจะปกปิดผู้ชายที่แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเขาก็ยังอ่านใจผมออกได้ยังไง เขารู้แม้กระทั่งว่า เวลานี้ผมต้องการปล่อยให้ความคิดอันสับสนวุ่นวายของตัวเองไหลอยู่ในหัวเงียบๆ จึงไม่ชวนคุยหรือเซ้าซี้อะไรอีก แค่กุมมือผมไว้ ถ่ายทอดกำลังใจผ่านฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของเขาเท่านั้น

“ขอโทษครับที่ทำให้วันนี้ไม่สนุกเลย” ผมเอ่ยเมื่อเราขับรถมาจนถึงหน้าบ้าน และปลดเข็มขัดนิรภัยออก “แล้วก็ขอโทษด้วยที่เมื่อเช้าพ่อพูดไม่ดี” ผมสบตาเขาด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง แต่เชนกลับยิ้มอย่างไม่ถือสา ก่อนจะเอื้อมมือมาดึงใบหน้าผมเข้าไปเพื่อจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ

“ไม่เป็นไร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่บอกว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ ผมยิ้มตอบเจ้าของดวงตาคู่สวยก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ และไม่ลืมที่จะเตือนเขา

“ถึงบ้านแล้วโทรมาด้วยนะ” ถึงวันนี้เราต่างเหนื่อยล้าแค่ไหน แต่ผมก็ยังอยากได้ยินเสียงของเขา เพราะรู้ว่ามันจะทำให้ผมฝันดี ในวันที่เจอเรื่องหนักอึ้งแบบนี้

“อืม” เขาพยักหน้ารับเบาๆ

“บาย”

“บาย”

เราบอกลากันแค่นั้น แม้ในใจจะมีคำพูดมากมายที่อยากจะเอ่ย

อันที่จริง... ผมไม่อยากจะแยกจากเขาเลย

ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากวิ่งกลับไปที่รถ ให้เขาพาผมไปที่ไหนก็ได้ และไม่ต้องกลับมาอีก

แต่มันคือความฝันลมๆ แล้งๆ ชัดๆ

“ตรี” ผมชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรั้วทันที เมื่อได้ยินชื่อตัวเองจากเจ้าของเสียงทุ้มที่ไม่ได้เอ่ยชื่อผมออกมาบ่อยนัก ผมหันกลับไปมอง ร่างสูงที่เปิดประตูลงจากรถมาตอนไหนก็ไม่รู้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นจนแทบจะทนไม่ไหว 

“ตรี” และเมื่อเขาเรียกชื่อผมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนแรง พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่เจือปนไปด้วยความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนเอาไว้ตลอดวัน สมองของผมมันก็สั่งการให้ขาทั้งสองข้างก้าวกลับไปหาเขาอีกครั้งทันที ผมสวมกอดร่างสูงที่กำลังร้องเรียกหาผมไว้แน่น... แน่นกว่าครั้งไหนๆ ขณะที่เชนฝังจูบลงมาบนต้นคอของผม เลื่อนมาที่สันกราม และขมับ จูบหนักๆ ที่ราวกับจะฝังอยู่อย่างนั้นตลอดไป

“หัวใจของฉัน มันเหมือนถูกบีบเลย” เขากระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “เจ็บมาก...”

“...”

                “ทำยังไงดี” ผมรู้ว่าเขาไม่ได้ร้องไห้ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ออกมาผ่านเสียงทุ้มที่แสนอ่อนแรงนั้นได้เป็นอย่างดี กลับเป็นผมเองต่างหาก ที่ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาอย่างเงียบงัน พยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้ ไม่ให้เขาได้ยิน

แม้ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยก็ตาม

ผมผละอ้อมกอดออกมาเพื่อที่จะมองหน้าเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อสร้างความมั่นใจ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปทาบริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของเขาเบาๆ และเอ่ยคำสามพยางค์ที่ช่วยเหนี่ยวรั้งเราทั้งสองคนเอาไว้ตลอดมา

“ฉันรักนาย”

“...”

จูบซ้ำอีกครั้ง และยืนยันคำพูดที่ดังก้องอยู่ในใจ

“ฉันรักนาย” เพื่อตอกย้ำความเชื่อมันให้ทั้งเขาและตัวเองรู้ว่า ผมจะไม่ยอมแพ้

ไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 341 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1868 mmamaexx (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 20:18
    หืออออย่ากีดกันเขาเลยกว่าจะรักกันได้ก็แย่แล้ว
    #1,868
    0
  2. #1836 GoonanzaNaNa (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 11:47
    สงสารอ่ะ
    #1,836
    0
  3. #1507 pommys (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 10:45
    เอาใจช่วย
    #เชนตรี
    #1,507
    0
  4. #1350 คาริน> (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 13:33
    เหมือนนี่แอบอยู่หลังพุ่มไม้มองดูพวกเข้าพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนที่ซับน้ำตาจนเปียกชุ่ม แงงง บีบหัวใจกันสุดๆเลย
    #1,350
    0
  5. #1022 marujoy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 07:05
    ใจจะขาดตาม
    #1,022
    0
  6. #1019 I'm AM (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 19:41
    หายใจไม่ทั่วท้อง บีบหัวใจมากๆ
    #1,019
    0
  7. #1018 Jumzz (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 11:10
    สงสารพี่เชนกับตรีอะ:(
    #1,018
    0
  8. #1016 เตี้ย ดำ แมบ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 08:12
    รอออออออออออออออ
    #1,016
    0
  9. #1015 หวัง. (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 09:39
    หนีตามกันไปเลยย T_T
    #1,015
    0
  10. #1012 เรนเดล (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 13:09
    ตรีบรรลุนิติภาวะยัง? แต่ เลย18 แช้วไม่น่าจะเป็นเยาวชนแล้วนะ พ่อแม่ไ่น่าจะมีสิทธิทำอะไรแบบนี้นิ
    #1,012
    0
  11. #1011 Nest (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 00:56
    พ่อเป็นห่วงก็รู้นะแต่โหดมากกกกก จับมือกันผ่านไปให้ได้นะ? ?
    #1,011
    0
  12. #1009 BREAKDOWN (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:19
    พ่อตาใจแข็งมากกกก
    #1,009
    0
  13. #1008 toffy.m (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:13
    ฮื่อออ เมื่อไหร่จะพ่อตาจะยอมสักที
    #1,008
    0
  14. #1005 moths2 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 20:48
    เรียกพ่อเเม่เชนมาเคลียร์ดีไหมเนี้ยยยยยยย
    #1,005
    0
  15. #1004 Iwishh (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 20:36
    หน่วงมากกกกกก
    #1,004
    0
  16. #1003 nnnnmBYUN (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 20:01
    หน่วงงง
    #1,003
    0
  17. #1002 Phornchita Pragobsuk (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 19:51
    โอ้วววว หน่วงจริงๆ พ่อดุเนอะ
    #1,002
    0
  18. #1000 โรลออน (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 18:52
    ฮือออออ #ปาดน้ำตา พ่อตรีใจร้ายมากกกก หวังดีแต่ทำให้ตรีรู้สึกไม่ดี
    #1,000
    0
  19. #999 lukbua (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 18:32
    ฮือออออ T______T
    #999
    0
  20. #997 Nagato/หิมะสีเลือด (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 17:12
    สงสารเชนง่าา T_T
    #997
    0
  21. #996 Sheeply (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 17:06
    คุณพ่อคะ ถ้ายังไม่ยอมอีก จะให้คุณพ่อคุณแม่พี่เชนมาจัดการเลยหนิ รู้ว่าห่วงตรีแต่คือถึงจะคบผู้หญิงอนาคตใช่ว่าจะไม่เลิกกัน อย่ายึดติดกับเพศนักเลยค่ะ มองกันที่ใจดีกว่า
    #996
    0
  22. #995 sowonW✿N (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 17:02
    สู้ๆ ต้องผ่านไปให้ได้
    #995
    0
  23. #994 pannjed . (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 15:41
    โอย บีบใจ ปวดใจ T___T
    #994
    0
  24. #993 KH_byun (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 15:25
    ไม่ชอบพ่อตรีเลย ทำไมไม่คิดถึงความสุขของลูกเลยอ่ะ
    #993
    0
  25. #992 nutmee_nong (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 15:22
    พ่อตาใจร้ายอ่าาาาาาาา เชนน่าสงสารจะตายยยยยแล้ววววววว
    #992
    0