[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 39 : 38 : วังวน [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 296 ครั้ง
    20 ก.พ. 63



38

วังวน

 

เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ

สุดท้ายผมก็ต้องกลับมาเชียงใหม่เพื่อช่วยงานรับน้อง ในขณะที่เชนก็ยังคงต้องก้มหน้าก้มตาฝึกงานต่อไป ถึงจะเป็นลูกชายผู้บริหาร ก็ใช่ว่าเขาจะได้รับความเอ็นดูมากกว่าคนอื่นนะครับ เชนบ่นให้ฟังแทบทุกวันก่อนนอนว่าพี่ริบบิ้นใช้งานเขาโหดยิ่งกว่าแม่เลี้ยงใจร้ายใช้งานซินเดอเรลล่าอีก (ทำไมกล้าเปรียบตัวเองกับซินเดอเรลล่าผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน =_=) นี่ก็สองสัปดาห์แล้วที่เราแยกกัน ทั้งที่ควรจะชินกับการอยู่คนเดียวแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนเมื่อวานเราเพิ่งจะนอนบนเตียงเดียวกันอยู่เลย ตื่นพร้อมกัน ทำกิจวัตรประจำวันแสนซ้ำซากแต่กลับไม่น่าเบื่อ ได้นั่งกินข้าวกับครอบครัวเขา ฟังเรื่องของเชนในมุมที่ผมไม่เคยรู้ มันมีความสุขซะจนผมโกรธเวลา ที่เดินเร็วเกินไป

แต่ถ้าเวลาแห่งความสุขจะผ่านไปเร็วขนาดนั้น ก็ช่วยให้เวลาแห่งความเหงาผ่านไปเร็วๆ บ้างไม่ได้หรือไง

“มึงเพ้ออะไรอีกเนี่ย” เสียงกวนๆ ของไอ้ซันปลุกผมออกจากความคิดฟุ้งซ่านพร้อมกับสะดุ้งโหยงทันทีด้วยความตกใจ

“เพ้ออะไร” ผมหันไปตีหน้าซื่อแกล้งไขสือ ทั้งที่ไอ้อาการเมื่อครู่นี่ ถ้าไม่เรียกเพ้อก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้ว

“ถ้าจะคิดถึงขนาดนี้มึงปริ๊น 3D พี่เชนพกมาทำงานด้วยเลยมะ” ไอ้เพื่อนตัวดีเลิกคิ้วทำหน้ากวนตีน ผมเลยตีหน้าเอือมใส่มันแล้วเดินหนีไปล้างแก้วแทน

ตอนนี้ผมกลับมาทำงานที่ร้านกาแฟตามปกติแล้ว แต่ถูกลดกะเหลือแค่วันจันทร์ถึงพฤหัสฯ เพราะตอนที่ลาหยุดไป ลูกค้าเยอะจนคนไม่พอทำให้พี่โมต้องจ้างคนมาเพิ่ม ซึ่งตอนนี้ผลัดทำงานกับผมและไอ้ซันในวันศุกร์ถึงอาทิตย์เพื่อให้เวลาของแต่ละคนลงตัว ผมไม่ได้ว่าอะไร เพราะยังไงการทำงานตลอดคืนทั้งสัปดาห์มันก็ค่อนข้างหนักเกินไปสำหรับผมอยู่แล้วแถมตอนกลางวันยังต้องไปช่วยเพื่อนเรื่องกิจกรรมรับน้องอีก ได้พักบ้างก็คงดี ไอ้ซันยิ่งแล้วใหญ่ หน้าที่หลักของมันคือการมาเฝ้าผมตามคำสั่งเชน ถ้าผมทำงานน้อยลง ก็ถือว่าเป็นกำไรของมัน

แต่ข้อเสียของการว่างงานตอนกลางคืนก็คือ... ความคิดถึงที่มาพร้อมกับความเหงานี่แหละ

ถูกอย่างไอ้ซันว่า ช่วงนี้ผมกำลังเพ้อเจ้อสัสๆ เพ้อจนตัวเองยังรำคาญเลย อะไรจะขนาดนี้วะ

“เออมึง วันนี้ไอ้ตี๋ไปไหนวะ” แต่ไอ้ซันยังไม่วายเดินตามมากวนผมไม่ยอมไปทำงานทำการ

ผมต้องเท้าความมั้ย ว่าตี๋ที่มันว่า หมายถึงโช

“ไม่สบาย” ผมบอกอย่างขอไปทีตามที่ได้ยินพี่โมบอกมา

“ฮะ” ไอ้ซันเบิกตากว้างถามเสียงดังจนผมถึงกับสะดุ้ง “เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลยนี่หว่า” มันขมวดคิ้วด้วยสีหน้าที่โอเวอร์แอ็คติ้งมากๆ จนผมอยากจะถามออกไปจริงๆ ว่ามึงจะเล่นใหญ่ทำไม

“เห็นว่าเมื่อเช้าฝนตกตอนเดินกลับหอ” ผมบอก เป็นสิ่งที่รู้จากพี่โมมาอีกทีนั่นแหละ

พี่โมบอกว่าหอของโชอยู่ใกล้ๆ นี่เอง เดินไปไม่กี่นาทีก็ถึง แต่เพราะช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ถึงจะเดินใกล้แค่ไหน ถ้าไม่พกร่มก็มีโอกาสโดนแจ็กพ็อตได้ไม่ยากเลย

“ตากฝนวันเดียวเนี่ยนะ อ่อนจังวะ” ไอ้ซันขมวดคิ้วพึมพำ เหมือนจะบ่นคนเดียวมากกว่า

“ถ้ามึงเป็นห่วง ทำไมไม่ไปเยี่ยมเขาล่ะวะ” ผมบอก เพราะพอจะดูออกว่ามันกำลังคิดอะไร แต่ไอ้เพื่อนตัวดีกลับเหลือกตาทำท่าตกใจโอเวอร์อีกรอบ

“ฮะ! ใคร ใครบอกมึงว่ากูเป็นห่วงไอ้ตี๋ กูเนี่ยนะ!? เกลียดขี้หน้ากันจะตายมึงก็รู้” มันโวย ผมแทบจะยกมือขึ้นตบหัวมันสักฉาดให้หุบปาก เพราะเล่นใหญ่เกินจนลูกค้าหันมามองทั้งร้านแล้ว แต่ไอ้อาการร้อนตัวอย่างชัดเจนนี่ก็เล่นเอาผมเริ่มคิดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล

ไม่ใช่ว่าผมจะไม่สังเกตหรอกนะ ว่าระยะหลังมานี้ไอ้ซันกับโชดูจะสนิทกันผิดปกติ ถึงจะเป็นในเชิงกัดกันตลอดเวลาเพราะไอ้ซันชอบหาเรื่องไปกวนตีน ในขณะที่อีกคนก็เหมือนจะพยามเก๊กแต่เก็บอาการไม่อยู่จนโวยวายออกมาหลายหน แต่ผมเห็นแล้วก็ดูออกไม่ยากเย็นเลยว่าพวกเขาไม่ได้เกลียดกันจริงๆ อย่างที่แสดงออก

อย่างครั้งหนึ่งตอนที่ไอ้ซันเผลอทำน้ำหกใส่ลูกค้าจนเกือบโดนโวย คนที่เข้าไปช่วยคนแรกก็คือโชที่ละมือจากการชงกาแฟมาช่วยรับหน้าแทนไอ้เพื่อนตัวดีของผมจนสถานการณ์สงบลงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ตอนนั้นผมอยู่ใกล้กว่า แถมพี่โมที่ควรจะเป็นจัดการให้ก็อยู่อีกต่างหาก แล้วดูตอนนี้สิ แค่โชหายไปวันเดียว มันก็แสดงท่าทางเป็นห่วงจนปิดไม่มิด แม้จะพยายามทำตัวปากแข็งก็เหอะ

“มึงเพ้อหนักแล้วว่ะกูว่า เพ้อเรื่องพี่เชนลามมาเรื่องกูละ เป็นเอามากนะมึงอ่ะ” ไอ้ซันชี้หน้าคาดโทษผม ก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยการหันซ้ายหันขวาเหมือนหาอะไรทำ “กะ...กูไปห้องน้ำดีกว่า” ว่าแล้วก็ฟาดผ้าเช็ดโต๊ะลงกับเคาน์เตอร์ แล้วเดินหนีไปหลังร้านเฉยเลย

อะไรของแม่ง

ผมยักไหล่ไม่สนใจอาการสุดประหลาดของไอ้ซัน แล้วหันมาล้างแก้วต่อ กำลังจะปล่อยให้ความคิดแล่นไปเรื่อยๆ ตามอารมณ์ แต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงประหลาดใจของพี่โมที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“อ้าว ซันล่ะ”

ผมหันกลับไปตอบมึนๆ “เข้าห้องน้ำครับ พี่โมมีอะไรหรือเปล่า

“อ๋อ พอดีพี่จะวานให้ซันไปดูโชให้หน่อย ว่าไข้มันลดหรือยัง” พี่โมตอบด้วยสีหน้าเป็นกังวลนิดหน่อย “พอดีพี่ต้องเตรียมของสำหรับพรุ่งนี้เลยไปดูไม่ได้ กลัวว่าโชมันอยู่คนเดียวแล้วน็อกไปจะไม่มีใครรู้”

ผมพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ ก่อนจะอาสา “งั้นให้ผมไปแทนมั้ยครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรทำพอดี”

“จริงเหรอ” สีหน้าพี่โมเริ่มคลายกังวลลงนิดหน่อย “งั้นพี่วานตรีหน่อยนะ เดี๋ยวตรงนี้พี่กับซันจัดการเอง” พี่โมว่าพลางหยิบกุญแจดอกหนึ่งซึ่งมีโลโก้หอและหมายเลขห้องให้พร้อมสรรพ

“ป่านนี้โชมันคงหลับไปแล้ว ไขเข้าไปได้เลยนะ”

“ครับ” ผมยิ้มรับแล้วหยิงกุญแจใส่กระเป๋ากางเกง

“ถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่เลยนะ” พี่โมบอกขณะที่ผมเดินไปถอดผ้ากันเปื้อนวางไว้ที่มุมหนึ่งของเคาน์เตอร์ ผมยิ้มรับก่อนจะเดินออกจากร้านมา

 

หอโชเป็นหอพักขนาดใหญ่ที่ผมเองก็รู้จัก จึงไม่ต้องเสียเวลาหาสถานที่ มันอยู่ไม่ไกลร้านกาแฟอย่างที่ว่าเดินไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงแล้ว ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงหน้าห้องตามหมายเลยที่ติดอยู่กับกุญแจ ชั่งใจว่าควรจะเคาะประตูดีหรือเปล่า แต่ถ้าพี่โมบอกว่าโชอาจจะหลับไปแล้วผมก็ไม่อยากจะรบกวน สุดท้ายเลยถือวิสาสะไขกุญแจเข้ามา

ด้านในมันไม่ได้เป็นแบบหอถูกๆ ของผมที่รวมทุกอย่างไว้ในห้องเดียวมีแยกเพียงโซนครัวเล็กๆ ไม่มีผนังกั้น แต่มีการแบ่งสัดส่วนอย่างดี จนผมคิดว่าค่าเช่าคงจะแพงหูฉี่แน่ๆ ไฟในห้องยังคงถูกเปิดจนสว่างโร่ทำให้ผมไม่ต้องลำบากใจในการตัดสินใจว่าควรจะเปิดไฟหรือควรจะเดินมืดๆ เพราะไม่อยากรบกวนดี ผมถือวิสาสะเดินผ่านห้องรับแขกไปยังห้องด้านในซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นห้องนอนเพื่อทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเปิดประตูเข้ามา กลับพบว่าเตียงขนาดควีนไซส์สีเข้มนั้นว่างเปล่า เหลือเพียงร่องรอยของความไม่เป็นระเบียบของผ้าห่มที่บ่งบอกว่าก่อนหน้านี้มีคนนอนอยู่

ผมเลิกประหลาดใจ แต่ก็เดาได้ว่าโชอาจจะกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ จึงกำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านนอก

แต่แล้วอะไรบางอย่างที่อยู่บนผนังก็ดึงดูดสายตา จนผมต้องหยุดชะงักอีกครั้ง ตอนแรกผมไม่แน่ใจนัก แต่เมื่อเดินเข้าไปไกลจนเห็นได้ถนัด ก็มั่นใจว่าที่ผมเห็นเป็นอย่างที่คิดจริงๆ

นี่มัน...

รูปถ่าย... ของผมกับไอ้ซัน?

ผมตกใจจนพูดไม่ออกที่ได้เห็นรูปนี้แปะอยู่บนผนังห้องเหนือโต๊ะเขียนหนังสือของโช มันคือรูปถ่ายสมัยมัธยมของผมกับไอ้ซันที่จำได้ว่าถูกใครสักคนขอถ่ายในวันปัจฉิมตอนที่พวกผมตระเวนไปผลัดกันเขียนเสื้อนักเรียนกับเพื่อนห้องอื่นๆ ไอ้ซันหันมาฉีกยิ้มกว้างให้กล้อง ในขณะที่ผมกำลังก้มหน้าเขียนเสื้อให้ใครสักคนอยู่ มันเกือบจะเป็นภาพถ่ายธรรมดาที่ไม่มีอะไรผิดปกติ ถ้าหากไม่มีสิ่งหนึ่งสะดุดตาผมขึ้นมา

ตรงช่องว่างที่เกิดจากระยะห่างของผมกับเพื่อนที่ผมเขียนเสื้อให้อยู่ มีผู้ชายผิวเข้มร่างท้วมแว่นหนาคนหนึ่งกำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาและรอยยิ้มพิศวงซึ่งถ้าตอนนั้นผมเห็นก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อถูกหยุดเวลาไว้ในภาพถ่าย รอยยิ้มและแววตานั้นกลับฉายชัดความรู้สึกที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี

แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือการที่อยู่ๆ สมองผมมันก็ขุดเค้นความทรงจำขึ้นมา และทำให้รู้ว่าผมรู้จักผู้ชายคนนั้น รู้แล้ว ว่าทำไมภาพใบหน้าของโชยามที่มีแว่นสีดำกรอบหนาอยู่บนหน้า ถึงได้คุ้นตานัก

 

‘โชกุน? ไอ้โชกุนอ้วนดำแว่นอ่ะนะ’

 

คำพูดแสนเหยียดที่ผมจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นคนพูดดังเข้ามาในสมองของผมทันทีที่นึกเรื่องนั้นขึ้นมาได้ วันนั้นผมกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ และได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ ขณะที่สายตาก็เหลือบไปเห็นเจ้าของชื่อยืนแอบอยู่หลังผนังห้องน้ำพร้อมกับกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ

 

‘เออ กูว่าแม่งต้องเป็นแน่เลยว่ะ เห็นสายตาที่แม่งมองไอ้ท็อปป่ะ สัสเอ๊ย น่าขนลุก’

‘จริงป้ะ! เชี่ย! กูช็อก อ้วน ดำ เนิร์ดแล้วยังเป็นเกย์อีกเหรอวะ ชีวิตอาภัพสัส’

 

เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดพล่อยๆ นั้นกำลังทำร้ายใครอยู่

ตอนนั้นผมไม่อยู่ในสถานะที่จะเข้าไปยุ่งอะไรได้ ผมไม่ได้รักความยุติธรรมถึงขนาดที่จะเข้าไปช่วยเอาเรื่องใครก็ตามที่พูดบทสนทนาแสนน่ารังเกียจนั้นออกมา ผมมันก็เป็นแค่คนธรรมดา ที่อยู่ใกล้ที่สุดและคิดว่าตัวเองเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าใครๆ

สุดท้ายวันนั้นผมจึงทำได้แค่เดินไปตบบ่าเขา ผู้ชายซึ่งกำลังตกอยู่ในวังวนของคำดูถูกจนไม่ทันสังเกตเลยว่าผมยืนอยู่ตรงนั้นด้วย

 

‘ชื่อโชกุนเหรอ’

 

ผมถาม เจ้าของร่างท้วมที่เตี้ยกว่าผมเล็กน้อยจึงเงยหน้าขึ้นขยับแว่นให้ชิดสันจมูกแล้วมองผมงงๆ

 

‘เราชื่อตรี’

‘...’

 

ตอนนั้นสีหน้าเขาบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ถามชื่อผมเลยสักนิด ผมเลยยิ้มแล้วพูดในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะพูดออกไป

ความลับของผม ที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครฟัง

 

‘เราเอง... ก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน’

‘…!!’

‘ฝากเก็บไว้เป็นความลับให้หน่อยนะ’ ผมพูดทิ้งท้ายไว้เท่านั้น ก่อนจะเดินจากมา

 

ผมจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นผมบอกเรื่องนั้นกับเขาไปทำไม ทั้งๆ ที่มันไม่มีเหตุผล และไม่เกี่ยวของกับเรื่องที่เขากำลังเผชิญเลยแม้แต่น้อย แต่ผมกลับรู้สึกว่านั่นคือสิ่งที่ต้องทำ และมัน...ก็ทำให้ผมรู้สึกดีอย่างประหลาด ที่ได้พูดออกไปกับใครสักคน แม้ว่าสุดท้ายเขาอาจจะเอาเรื่องของผมไปโพนทะนาทำให้โดนสายตาดูถูกจากคนรอบตัวเหมือนที่เขาโดนก็ตาม

“ตะ...ตรี!!” เสียงเรียกอย่างตกใจทำให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิด หันกลับมาก็พบกับโชในสภาพเสื้อยืดกางเกงนอนผมเผ้ายุ่งฟูแถมสวมแว่นหนาเตอะไร้วี่แววหนุ่มฮอตที่ผมเคยอิจฉา

โชเบิกตากว้างขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าผมกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือของเขาซึ่งมีภาพนั้นแปะอยู่ ขายาวๆ จึงรีบก้าวพรวดมาตรงผมพร้อมกับกระชากรูปนั้นออกไปซ่อนไว้หลังตัวเองอย่างรวดเร็วพร้อมกับถามเสียงดัง

“ตะ...ตรีมาทำอะไรที่นี่” สีหน้าหวาดระแวงพยายมกลบเกลื่อนของเขาชัดเจนซะจนผมรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร ผมเลยถอยหลังออกมามองหน้าเขาแล้วยิ้มให้ตามปกติ

“พี่โมให้มาดูว่าโชเป็นยังไงบ้าง” ผมบอกและสังเกตว่าหน้าตาของโชดูไม่สดใสด้วยอาการป่วย แต่ก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นอะไรมากแล้ว

“ผะ...ผมไม่เป็นอะไร” เขาตอบอึกอัก ยกมือขึ้นมาดันแว่นแล้วทำสายตาหลุกหลิกเหมือนไม่รู้จะพูดอะไร “ผม...ผม...”

สุดท้ายผมเลยเป็นคนพูดแทน

“โชกุน” ผมเรียกชื่อเขา ชื่อของโชคนเก่าที่ผมเคยรู้จัก

“...!!” และเขาก็คงรู้ตัวว่าผมรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร

ผมจึงยิ้มกว้างรู้สึกดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า “ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย”

“ตะ...ตรี” เขาดูทั้งตกใจและสับสนในเวลาเดียวกัน จนผมคิดว่าควรปล่อยให้เขาอยู่กับความคิดตัวเองจนสบายใจดีกว่า จึงยืนเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อ เวลาผ่านไปนับนาที กว่าที่โชจะดูสงบลง แล้วเงยหน้ามองผมด้วยสายตาเหมือนปล่อยวาง ไม่คิดจะกลบเกลื่อนอะไรอีก เมื่อความจริงมันเห็นอยู่ทนโท่

“ขอโทษ ที่ตอนแรกทำเป็นไม่รู้จัก” เขาพูด น้ำเสียงอ้อมแอ้ม

ผมเลยหัวเราะกลับไป “ไม่เป็นไร เราต่างหากผิดเองที่จำโชไม่ได้ ก็เล่นดูดีขึ้นขนาดนี้นี่นะ” ผมว่า โชเลยยิ้มเจื่อนๆ พลางยกมือขึ้นมาเกาแก้มเหมือนเคย

“แบบนี้ถ้าไอ้พวกนั้นมาเห็นก็คงไม่มีอะไรให้ล้อแล้วดิ” ผมพูดติดตลก

“...” แต่โชกลับนิ่งไป เขาก้มหน้าลงราวกับจะปกปิกความรู้สึกบางอย่างของตัวเอง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สบตาผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“ไม่หรอก ถ้าพวกมันมาเห็นผม ก็คงจะโดนล้ออยู่ดี” สายตาที่ผมเหมือนจะเดาได้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร “เพราะผมเป็นเกย์อย่างที่พวกมันว่าจริงๆ”

“...” เราต่างก็มองหน้ากันนานหลายวินาทีด้วยความรู้สึกกลัว... ต่างคนต่างกลัว ในคำในความคิดของเขาที่กำลังจะเอ่ย คำคำเดียวที่เคยทำลายความสัมพันธ์ของคนสองคนมานักต่อนัก

แต่มันก็เป็นความเสี่ยงที่หอมหวานเกินกว่าที่ใครจะต้านทาน

“ตรีรู้แล้วใช่มั้ย... ว่าผมชอบตรี”

“...”

“ชอบมาตลอด ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอตรี” คนตัวเล็กกว่าพูดคำนั้นออกมาด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ

มันทำให้ผมนึกถึงความเจ็บปวดตอนที่ผมสารภาพรักกับไอ้ซันอีกครั้งราวกับภาพของหนังที่ฉายซ้ำ ถึงตอนนี้มันจะหายไปแล้ว แต่มันก็เป็นเหมือนกับเพื่อนเก่า ที่เข้าใจกันดี

ดีเกินไปจนไม่อยากให้ความเจ็บปวดเดียวกันเกิดขึ้นกับใครอีก

“ตอนที่รู้ว่าคนที่ตรีชอบคือซัน ผู้ชายคนนั้น ที่เพียบพร้อมกว่าผมทุกอย่าง ผมก็พยายามทำทุกวิถีทางให้ได้แม้สัก

ครึ่งของความเพอร์เฟ็กต์นั้น เผื่อว่าสักวันที่ตรีเลิกรักเขา มันอาจจะเป็นเวลาของผม”

“...”

“แต่มันก็ช้าไป” เขาพูด ก้มหน้าเพื่อซ่อนน้ำตาหยดหนึ่งที่ไหลลงมาหวังจะไม่ให้ผมเห็น

แต่ก็ไม่ทัน

"..." ผมได้แต่นิ่งเงียบ ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร โง่เง่าจนไม่สามารถจัดการกับความคิดของตัวเองได้ว่าต้องทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้

“ทำไมตรีไม่รอผมเลย... ทำไมถึงวิ่งไปหาคนที่เพอร์เฟ็กต์กว่า... แล้วแบบนี้ผมจะไปสู้ได้ยังไง” โชเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่พยายามปิดกลั้นน้ำตาที่กำลังไหลไม่ให้ผมเห็นอีกแล้ว โชเริ่มสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร ในขณะที่ผมยังคงยืนนิ่งมองคนตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ผมกำลังทำร้ายคนอื่นอีกแล้ว ทำไมกัน…

สิ่งที่ผมเคยทำ มันจะส่งผลดีกับใครสักครั้งบ้างไม่ได้เหรอ?

“ตรียังจำพนันของเราได้มั้ย” แต่แล้วเสียงสะอื้นก็ถูกทำให้หยุดลง พร้อมกับเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “คราวนี้ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่ให้ตรีปฏิเสธแล้วนะ” เขาขมวดคิ้ว สีหน้าเหมือนกำลังพยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดบางอย่างเอาไว้ ขณะที่เดินเข้ามาใกล้ผมอย่างรวดเร็ว

“โช?” ผมเรียกชื่อเขาอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ นอกจากหมัดลุ่นๆ ที่ชกเขามาที่ท้องของผมสุดแรง

อึก!

เพราะไม่ทันได้เตรียมตัว ผมจึงจุกจนร่างทรุดลงบนเตียงที่อยู่ด้านหลังอย่างหมดท่า เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายที่ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้วถอดแว่นหนาที่ขวางดวงตาออก แล้วตามมาคร่อมตัวผมที่ได้แต่นอนตัวงอเอาไว้ราวกับจะขังไม่ให้ผมสามารถขยับตัวได้ตามต้องการ

“ผมขอสั่งให้คืนนี้ตรีอยู่กับผม” เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังคงมองหน้าผมด้วยสายตาเจ็บปวด น้ำตาใสๆ เอ่อรื้นขึ้นมาที่ดวงตาทั้งสองข้าง ขณะที่ใบหน้าใสยื่นเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนๆ จากร่างกายที่โดนพิษไข้

“เป็นของผมแค่คนเดียวเถอะนะ” และพูดประโยคสุดท้าย ก่อนจะทาบริบฝีปากร้อนจัดลงมาอย่างรวดเร็ว

“...!!”

 

 

Calista εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 296 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1912 Jibangrin (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:27
    โอ้ยยย เดี๊ยววววววววว!!!!
    #1,912
    0
  2. #1638 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 11:35
    ซันอยู่ไหนนนนนมาช่วยเพื่อนเดี๋ยวนี้T-T
    #1,638
    0
  3. #1617 querypee (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:10
    ขอเห็นใจสวัสดิภาพของโชล่วงหน้าได้มั้ย ไปทำงั้นกับคนของพี่เชนได้ไงลูก ออกมาาา
    #1,617
    0
  4. #1502 pommys (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 10:15
    เฮ้ยย อิโชบ้าไปแล้วววว อย่าทำตรีของพี่เชน มาทำเราดีกว่า เฮ้ย ไม่ใช่ละ อย่านะ
    #1,502
    0
  5. #1424 FairyP718 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 11:47
    โอ๊ยยยยย โชสติแตกไปแล้วหรอ
    #1,424
    0
  6. #1393 cmaxx. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 12:59
    ซันนนเอาแฟนแกไปเก็บบบบบ
    #1,393
    0
  7. #1159 Sweet Time (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 21:19
    เราไม่โกรธโซเลย แต่ยังไงสุดท้ายแล้ว ซันโซเถอะ 555
    #1,159
    0
  8. #966 มาโอ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 19:44
    ไม่เคยมองโชเป็นตัวร้ายนะ5555 มองโชเป็นผชคนนึงที่แอบชอบตรี ยิ่งการกระทำของโชในตอนนี้ ตอนอ่านเรากลับไม่รู้สึกเกลียดโช รู้สึกสงสารมากกว่า อารมณ์ประมาณว่าก็ชอบตรีมานานแล้วแต่ไม่สมหวังสักที เป็นธรรมดาที่ต้องรู้สึกท้อหรือรู้สึกไม่ดี ยิ่งคนที่ชอบมารู้เรื่องที่ไม่อยากให้รู้ เป็นใครก็เสียความมั่นใจ ที่โชทำลงไปน่าจะเพราะสติแตก ถ้าโชมีสติมากกว่านี้เราว่าโชคงไม่ทำ
    #966
    0
  9. #932 pannjed . (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 21:50
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ ถึงจะน่ารัก แต่มาทำแบบนี้ไม่ได้นะเว่ย
    #932
    0
  10. #867 A liłłle Princє (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 13:34
    #ซันโช 55555555
    #867
    0
  11. #825 Suck_love (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 05:16
    ซันมาเอาว่าที่แฟนแกไปปปปปปปปปปปป โอ้ยตรีของฉัน (#โดนเชนถีบ 55555555)
    #825
    0
  12. #824 oosiak (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 22:46
    เเม่คะ!!!!!! ในไม่ช้าอาจจะมีคนตาย5555555 ใจเย็นทีพ่อคุณ
    #824
    0
  13. #823 อภิญพร แซ่โค้ว (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:45
    นี่โชมันจะตีฉิ่งกับตรีหรอ.ม่ายยยยยน้าาาาา.อิซันอยู่หนายยยวมาเรววววเร๊วววววมันจะตีฉิ่งกันแล้วววว
    #823
    0
  14. #822 OHSENAN (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:53
    ซันอยู่ไหนนนนนนนนนนนนนนนน TT
    #822
    0
  15. #821 Nest (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 17:51
    โชชชชชชชใจเย็นๆๆๆๆ
    #821
    0
  16. #820 minoteamiry (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 16:43
    โชชชชข ทำไมทำแบบนี้ เราไว้ใจนาย เราคิดว่านานใส ม่ายยย ซันมาช่วยตรีเร็วววว
    #820
    0
  17. #819 thifu:') (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 12:45
    โชสุดน่าฮัก...ทำไมอะไรลงว์ปายยยย ความรักทำให้คิดจะทำแบบนี้ได้ลงจริงๆเหรอโช?!
    #819
    0
  18. #818 Nagato/หิมะสีเลือด (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 11:43
    ยกมือทาบอก// เอาจริงหรอลูกก แม่กลัวพี่เชนรู้หนูหน้าแหกนะโช O_o
    น้องตรีโดนหมัดเดียวจอด โชดูแข็งแกร่งง 5555555
    #818
    0
  19. #817 faungfhaa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 11:34
    ซันนนรีบมาช่วยตรีเร็วไม่งั้นแกอาจโดนพี่เชนฆ่าด้ายย
    #817
    0
  20. #816 ....DisPlay.... (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 10:22
    พี่ซันนนนอยุ่ไหนนนรีบมาได้แล้วนะะ ถ้าพี่ซันยังไม่รีบมาพี่อาจถูกพี่เชนฆ่าได้นะะะะะะะะ-..-
    #816
    0
  21. #815 pangzter (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 10:19
    เย้ยยยยยย โชฮาร์ดคอร์มากกกกกกกกก เงิบบบบ นี่ต้องบอกให้ซันระวังประตูหลังไว้มั้ยเนี่ยยยย xox
    #815
    0
  22. #814 KrayLisC_are (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 10:05
    ซันรีบๆมานะ โชตรีเค้าจะเล่นยูริกันแล้ว
    #814
    0
  23. #813 warocha0207 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 09:13
    เฮ้ย!!!
    #813
    0
  24. #812 Sheeply (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 09:00
    โชมาช้าไปจริงๆ สงสัยต้องให้ซันมาช่วยปลอบใจ แต่เราว่าโชก็คงไม่ทำอะไรตรี(มากนัก)หรอก ถ้าทำคงไม่เพิ่งจะกล้ามาทำความรู้จัก
    #812
    0
  25. #811 DAlSY (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 08:39
    ว๊ายยยย ตรีกับโชจะเล่นยูริกันหรอ ไม่ดีม๊างงงง ซันมาจับโชกดไวๆ จะได้เปลี่ยนสาย
    #811
    0