[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 35 : 34 : การต้อนรับ [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 321 ครั้ง
    20 ก.พ. 63




34

การต้อนรับ

 

ในที่สุด พี่โมก็หาพนักงานพาร์ทไทม์คนใหม่มาเพิ่มจนได้

ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน...

“มึงจะมองอะไรนักหนา รีบๆ สอนดิ”

ครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ซัน เพื่อนตัวดีของผมเอง หลังจากสองสามวันก่อนมันมานั่งเฝ้าผมทั้งคืนตามคำสั่งเชน ไล่ก็ไม่ยอมไป บอกไม่เป็นไรก็ไม่ยอมเชื่อ มานั่งทำหน้าเหม็นเบื่อแถมหลับกรนเสียงดังรบกวนลูกค้าอีก สุดท้ายผมเลยประชดมันไปว่า

‘ถ้ามึงจะมาทำตัวไร้ประโยชน์ ก็มาช่วยกูทำงานดีกว่า’

แต่ใครจะไปคิด ว่ามันจะบ้าจี้ ทำตามคำประชดของผมจริงๆ เห็นอย่างนี้ ไอ้ซันมันลูกคุณหนูนะครับ งานหนักไม่เอางานเบาไม่สู้ ตอนอยู่โรงเรียนเก่าก็อู้ไม่ยอมช่วยงานห้องตลอด แล้วอยู่ๆ จะมาเป็นพนักงานร้านกาแฟกะดึกเนี่ยนะ? เชนแม่ง ต้องซื้อบ้านซื้อรถเป็นรางวัลให้มันแหงๆ ถึงได้ยอมทำขนาดนี้

แต่ถึงยังไง ผมก็ต้องขอบใจมัน เพราะการที่มีไอ้ซันเข้ามา ทำให้ในที่สุดผมเลยขอลางานได้ในวันมะรืนนี้แล้ว

“ครับ” อ้อ แล้วที่ไอ้ซันโวยวายใส่เมื่อกี้ไม่ใช่ผมหรอก แต่เป็นโชที่ต้องรับหน้าที่สอนงานให้มันต่างหาก ตอนแรกพี่โมให้ผมเป็นคนทำหน้าที่นั้นนะ แต่พอถึงเวลาเข้ากะไอ้เพื่อนตัวดีกลับไล่ผมออกมาห่างๆ แล้วให้โชเป็นคนสอนงานแทนซะงั้น

อันที่จริงผมสังเกตมาตั้งแต่วันแรกแล้วว่า ดูเหมือนไอ้ซันกับโชจะไม่ค่อยชอบหน้ากัน สาเหตุก็คงเป็นเพราะไอ้ซันมันเอาแต่จับตามองโชทุกฝีเก้าตามคำสั่งของเชนนั่นแหละ เล่นจ้องจริงจังขนาดนั้นเป็นผมก็คงจะหงุดหงิดเหมือนกัน แถมทุกครั้งที่โชเข้ามาใกล้ผม มันมักจะทำตัวกระตายตื่นตูมพุ่งมาที่เคาน์เตอร์เพื่อเรียกใช้เขานู่นนี่ตลอด จนพักหลังๆ โชเหมือนจะทิ้งระยะห่างจากผมมากกว่าปกติ อาจเพราะรำคาญไอ้เพื่อนตัวดีของผมก็ได้ แล้วพอเห็นโชหลุดฟอร์มหนุ่มน้อยน่ารักชักสีหน้าใส่มันบ่อยๆ ไอ้ดซันก็ดูเหมือนจะยิ่งได้ใจ กวนตีนเขาหนักขึ้นไปอีก ทั้งเรียกใช้งานเขาบ่อยๆ แถมยังใช้คำสรรพนามเรียกโชอย่างสนิทสนมเกินจำเป็นอีก

“มึงพูดกับโชดีๆ หน่อยดิวะ” ผมปราม เพราะตั้งแต่คุยกัน ผมก็เห็นโชพูดสุภาพกับมันตลอด มีแต่เพื่อนผมนี่แหละ ที่พูดหยาบเอาๆ แถมเล่นหัวเหมือนรู้จักกันมาสิบปี สารภาพตามตรงว่าตั้งแต่กลับมาสนิทใจเหมือนเดิมผมก็เพิ่งสังเกตนี่แหละว่าไอ้ซันมันทำตัวหยาบขึ้น ตอนมัธยมถึงจะพูดไม่เพราะกับเพื่อนเป็นปกติ แต่พฤติกรรมก็ไม่ถึงกับดิบขนาดนี้นะ

สงสัยจะติดพี่รหัสมันมา

“นี่กูพูดไม่ดีเหรอ?” คนถูกตำหนิยังมีหน้าหันมาเลิกคิ้วถามผมอีก

“เออ มึงไม่ได้สนิทกับเขานะ มาขึ้นกูมึงเฉย” ผมตอบพลางไปมองโชก็พบว่าเขากำลังมองมาก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆ

“ไม่เป็นไร...” แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกคนที่ยืนอยู่ตรงกลางเอียงหน้าเข้ามาขัดจังหวะด้วยท่าทางกวนประสาท

นอกจากจะถ่อยติดกันมาแล้ว ยังเอานิสัยกวนตีนหน้าตายมาด้วยสินะ

“โอเค กูจะพูดเพราะๆ" มันแกล้งฉีกยิ้มหน้าตายใส่ผม ก่อนจะหันไปพูดสุภาพกับโชอย่างประชดประชัน "ตี๋ครับ สอนชงลาเต้อร่อยๆ หน่อยครับ” ว่าพลางถือวิสาสะจับไหล่คนตัวเล็กหมุนเข้าหาเครื่องชงกาแฟ

มันจะรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองเสียมารยาทมากที่ไปเรียกเขาแบบนั้น ถึงตาจะตี่จนเหมือนหลับตาชงกาแฟ แต่เขาก็ชื่อโชนะโว้ยไม่ได้ชื่อตี๋อย่างที่แม่งเรียก กวนตีนขนาดนี้เดี๋ยวก็โดนเขาเอาน้ำร้อนราดหัวหรอก

ผมส่ายหน้าเอือมๆ กับพฤติกรรมเกินรับของเพื่อนสนิท โดนผมว่าแม่งก็ไม่ฟังหรอก รอให้โชทนไม่ไหวแล้วด่ามันเองดีกว่า แต่น่าแปลกที่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่ได้ยินเสียงด่าจากโช พอหันกลับไปอีกทีก็พบว่าไอ้ซันไม่ได้ทำตัววุ่นวายอย่างที่คิด มันเพียงแค่ยืนมองโชที่กำลังเทฟองนมลงในกาแฟทำลาเต้อาร์ตอย่างชำนาญด้วยสีหน้าตั้งอกตั้งใจผิดวิสัย

ผมรู้ว่ามันชอบกินลาเต้นะ แต่ไม่คิดว่าจะตื่นเต้นกับการทำลาเต้อาร์ตขนาดนี้... โคตรจะเด็กเลย

“กินได้ยัง” ไอ้ซันชะโงกหน้าข้ามไหล่คนที่ตัวเล็กกว่ามองกาแฟแก้วเล็กที่เขาเพิ่งวางงบนเคาน์เตอร์ตาลุกวาว

“อันนี้ของลูกค้า” โชหันกลับไปตอบหน้าเอือมๆ ไอ้ซันเลยหน้าเหวอ หดคอกลับมาเกาท้ายทอยเก้อๆ

“เออว่ะ ลืม” ผมอดไม่ได้ที่จะหลุดขำกับความลืมตัวของมัน เคยเป็นแต่ลูกค้านั่งรอกาแฟมาเสิร์ฟ แต่คราวนี้ต้องมายืนหลังเคาน์เตอร์คอยให้บริการซะเองคงจะยังไม่ชิน จะรอดมั้ยวะ

“เดี๋ยวเราเอาไปเสิร์ฟเอง” ผมว่า เดินเข้าไปหาโชที่วางแก้วกาแฟลงถาดเรียบร้อย แล้วหยิบถาดมา

อยากจะให้ไอ้ซันเป็นคนถือไปเสิร์ฟอยู่หรอก มันจะได้ฝึก แต่อย่าเพิ่งดีกว่า เดี๋ยวหกราดหัวลูกค้าขึ้นมา มันไม่ตลกเลยนะครับลาเต้ร้อนน่ะ ผมเอากาแฟมาเสิร์ฟให้โต๊ะผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าประจำ แล้วเดินกลับมาหลังเคาน์เตอร์อีกครั้ง ก่อนจะชะงักไป เมื่อเห็นโชกำลังก้มหน้า กุมตาข้างหนึ่งของตัวเองไว้พร้อมกับทำท่าเหมือนหาอะไรสักอย่าง

“เฮ้ย เป็นไร” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะเดินไปถึงตัว เสียงไอ้ซันที่อยู่ใกล้กว่าก็ดังขึ้นมา พร้อมกับที่มันเดินไปนั่งยองๆ ลงตรงหน้าโช

“คอนแท็กเลนส์หลุด” เขาตอบ ท่าทางกระวนกระวายพร้อมกับควานหาที่พื้นรอบๆ ตัว

“ฮะ? มึงใส่คอนแท็กด้วย?” ไอ้ซันเบิกตากว้างทำหน้าสงสัย ผมเองก็ตกใจเหมือนกัน เพราะไม่รู้มาก่อนเลยว่าโชใส่คอนแท็กเลนส์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั่นดูเป็นธรรมชาติจะตาย

“มาๆ เดี๋ยวกูช่วยหา” ถึงโชจะไม่ยอมตอบคำถาม แต่ไอ้ซันก็กระวีกระวาดช่วยเขามองหา ผมกำลังจะเข้าไปช่วยบ้าง แต่ก็มีลูกค้าเข้ามาเสียก่อน เลยต้องอยู่รับหน้า ระหว่างรับออร์เดอร์ผมก็หันไปมองสองคนนั้นที่ก้มหน้าก้มตาหาคอนแท็กเลนส์ของโชกันอย่างวุ่นวาย

“หาไม่เจอว่ะ มึงมีสำรองมั้ย” ไอ้ซันเอ่ยขึ้นมาอย่างยอมแพ้ ผมรับออร์เดอร์เสร็จก็เดินเข้าไปหาเพื่อดูว่าเป็นยังไงกันบ้าง

“ไม่มี ไม่เป็นไรหรอก...”

โครม!

“โอ๊ย!” ยังไม่ทันจะพูดจบดี ตอนที่โชลุกขึ้นและกำลังจะหมุนตัวไปที่เคาน์เตอร์ กลับกะระยะพลาดจนเดินชนชั้นที่อยู่ใกล้ๆ เต็มๆ

เขาร้องและถอยหลังออกมาท่าทางมึนๆ ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตาข้างซ้ายของตัวเอง

“ไม่เป็นไรเชี่ยไรเนี่ย อย่าขยี้ดิ” ไอ้ซันดุ พลางเอื้อมมือไปดึงมือเขาออกจากตา

“โชสายตาสั้นมากเหรอ” ผมถาม ดูจากท่าทางแล้วเขาคงจะกำลังมองอะไรไม่เห็น

“ก็...นิดหน่อย” เขาขมวดคิ้วตอบด้วยท่าทางลำบากใจแปลกๆ

“งั้นเอาไงดี มองไม่เห็นก็คงทำงานไม่สะดวก ไปพักก่อนมั้ย” ผมบอก ยังไงซะก็มีไอ้ซันมาช่วยแล้ว ถึงมันจะยังทำอะไรได้ไม่มากก็เหอะ แต่ผมก็คิดว่าน่าจะช่วยกันรับมือลูกค้าไหว

โชเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไม่เป็นไร ผมมีแว่นอยู่ในกระเป๋า” เขาบอกหน้านิ่ง คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยสีหน้าที่ผมเดาไม่ออก ก่อนทำท่าจะเดินไปยังห้องแต่งตัวหลังร้าน แต่ก็ดันกะระยะพลาดเดินชนเคาน์เตอร์อีกโครมใหญ่

“จะรอดมั้ยวะ” ไอ้ซันบ่นพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงคอเสื้อโชให้ถอยออกมาจากเคาน์เตอร์ที่มีแก้ววางอยู่ก่อนที่เขาจะกวาดมือไปชนจนมีอะไรตกหล่น แล้วเปลี่ยนเป็นเลื่อนมือไปจับแขนเขาแทน “มานี่” ว่าจบมันก็ลากแขนคนที่ตัวเล็กกว่าเดินนำไปที่หลังร้านอย่างรวดเร็ว

ผมมองตามอย่างมึนๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร หันกลับมาประจำหน้าเคาน์เตอร์อีกครั้ง ทำเครื่องดื่มที่ลูกค้าเพิ่งสั่งด้วยสูตรของร้านที่ได้ร่ำเรียนกับพี่โมและอาศัยครูพักลักจำโชมาก่อนหน้านี้ไปเสิร์ฟให้ลูกค้า พอกลับมา ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่โชและไอ้ซันเดินกลับมาจากหลังร้านพอดี ผมเลิกคิ้วมองโชที่สวมแว่นสีดำหนาเตอะแปลกตาด้วยความประหลาดใจ

ทำไม... ผมถึงรู้สึกคุ้นตากับลุคนี้ของเขาขึ้นมา

โชสบตาผมแวบหนึ่งก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ แล้วเดินผ่านไป ท่าทางดูเหมือนกำลังกังวลอะไรสักอย่าง ผมคิดว่าเขาอาจจะรูสึกไม่มั่นใจที่ต้องใส่แว่นก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นหนุ่มหล่อสดใสสาวตรึมนี่นา แต่พอมีแว่นกรอบหนาเตอะแบบนี้ กลับดูเปลี่ยนไปเหมือนคนละคน

 “เนิร์ดสัส” ไอ้ซันยืนกอดอกมองโชแล้วยิ้มมุมปากมองคนตัวเล็กกว่าอย่างเย้ยหยัน “ยิ่งสภาพนี้พี่เชนกูยิ่งหล่อกว่า มึงเห็นมั้ย” ว่าพลางกระแทกไหล่ผมเบาๆ

เออ รู้แล้วครับ ไม่ต้องย้ำ พี่รหัสมันหล่อกว่าผู้ชายทุกคนในโลกนี้นั่นแหละ

แต่โชในลุคแว่นหนาแสนเนิร์ดนี่ก็ไม่ได้ดูแย่นักหรอกครับ ที่บอกว่าเปลี่ยนไปเหมือนคนละคนก็แค่บรรยากาศรอบตัวเขาที่ดูไม่สดใสสว่างจ้าเหมือนเก่า แต่ยังไงเขาก็ยังดูดี ดูเป็นผู้ชายน่ารักแบบแว่นๆ อ่ะ (ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงจริงๆ)

                “แต่มองไปมองมา หน้ามึงนี่คุ้นๆ นะ” อยู่ๆ ไอ้ซันก็พูดขึ้นมาหลังจากมองหน้าโชอยู่สักพัก มันขมวดคิ้วยกมือขึ้นมาเกาคางทำท่าครุ่นคิด ไม่น่าเชื่อว่าไอ้ซันจะคิดเหมือนผมเลย พอโชใส่แว่นแบบนี้ มันให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน...

“ผมคงหน้าโหลล่ะมั้ง” แต่เจ้าตัวก็พูดขัดความคิดของผม ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปที่เคาน์เตอร์แสร้งจับนู่นจับนี่ขึ้นมาเช็ดท่าทางเลิ่กลั่ก

ผมกับไอ้ซันมองหน้ากันอย่างข้องใจไม่หาย แต่สุดท้ายผมก็เลือกที่จะยักไหล่ เลิกคิด แล้วแยกย้ายกันไปทำการทำงาน

ช่างเถอะ บางทีผมอาจจะคิดไปเอง หรือโชในมาดใส่แว่นแบบนี้อาจจะดูโหลอย่างที่เขาว่าจริงๆ ก็ได้

“เออไอ้ตรี มึงลางานได้แล้วใช่มะ” ต่างคนต่างหาอะไรทำได้ไม่นาน ไอ้ซันมันก็เดินกลับมายืนพิงเคาน์เตอร์ถามผม

“อืม” ผมตอบ อมยิ้มเมื่อนึกได้ว่าอีกไม่กี่วันก็จะได้เจอแล้ว

“แหม หน้าระรื่นเชียวนะ หมั่นไส้ว่ะ” มันเอื้อมมือมาผลักหัวผมเบาๆ “จริงๆ ทั้งมึงทั้งพี่เชนนี่ เป็นหนี้บุญคุณกูทั้งคู่เลยน่าหว่า” ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก็จริงของมันเชนติดมันเรื่องที่มันช่วยมาเฝ้าผมและคอยกันท่าให้อยู่ห่างจากโช แล้วมันก็ยังช่วยทำให้ผมลางานไปหาเขาได้เร็วขึ้นอีก นี่มันเป็นพ่อสื่อหรือไงวะ

“ถ้ากลับมาแล้ว เลี้ยงเหล้ากูเป็นการตอบแทนด้วยนะมึง” มันว่าแล้วหัวเราะร่า

“เออๆ” พอผมไม่ปฏิเสธมันเลยยิ่งหัวเราะเสียงดังอย่างได้ใจไปกันใหญ่ จนคนแทบจะหันมามองกันทั้งร้าน

นี่ถ้าไม่บอก คงไม่มีใครคิดใช่มั้ยว่ามันเป็นถึงอดีตผู้นำเชียร์คณะวิศวะที่สาวๆ คลั่งไคล้ ไม่มีการคีพลงคีพลุคใดๆ จนผมเพลียใจแทนสาวๆ ที่มาคลั่งมัน

“เดี๋ยวกูมานะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน” มันว่า ตบบ่าผมเบาๆ ไม่วายย้ำสิ่งที่ตัวเองได้รับมอบหมายมาในหน้าที่ไม้กันหมา “ระหว่างกูไป มึงก็อยู่ห่างๆ ไอ้ตี๋ไว้ล่ะ ไม่งั้นกูฟ้องพี่เชนแน่”

“เออ” ผมตอบอย่างขอไปทีด้วยความเอือมระอา แล้วไล่ให้มันไปพ้นๆ หน้าสักที

น่ารำคาญจริงโว้ย

“ตรี” แต่ยังไม่ทันขาดคำ เจ้าของใบหน้าใสที่ตอนนี้ถูกบดบังด้วยแว่นกรอบดำหนาก็เดินเข้ามาหาผมทันทีที่ไอ้ซันลับสายตา

ผมหันไปเลิกคิ้วสงสัย ไม่ได้ถอยห่างอย่างที่รับปากไว้กับไอ้เพื่อนตัวดี

ถึงก่อนหน้านี้มันจะสันนิษฐานบ้าบอกับเรื่องที่โชทำตัวแปลกๆ เหมือนพยายามใกล้ผมว่าเป็นเพราะเขาชอบผมก็เถอะ แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่าเขาจะมาชอบผมได้ยังไง และทำไม โคตรจะไม่มีเหตุผลรองรับ ผมก็เลยคิดว่าทั้งเชนทั้งไอ้ซันคงจะคิดไปเองจริงๆ นั่นแหละ เพราะเท่าที่ดูมันเป็นธรรมชาติของโชมากกว่าที่จะน่ารักเฟรนด์ลี่กับทุกคน (ยกเว้นไอ้เวรซัน)

“จำที่เราเคยพนันกันได้มั้ย ว่าถ้าลูกค้าเต็มร้านตรีจะต้องทำตามที่ผมบอกทุกอย่าง”

ผมนิ่งคิดอยู่สึกพักก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ “โชอยากได้อะไร?

โชยิ้มบางๆ เหมือนไม่แน่ใจ แต่สุดท้ายก็ยอมพูด “ผมอยากใช้สิทธิ์นั้นขอให้ตรียกเลิกวันลา”

“...”

“ไม่ต้องไปหาพี่เชน ได้มั้ย?

“...!” ดูเหมือนว่า ผมคงจะต้องถอนความคิดของตัวเองซะแล้ว

ไอ้ซันกับเชนไม่ได้เข้าใจผิด... ตอนนี้ผมรู้ตัวแล้ว ว่ารอยยิ้มสดใสที่คนตรงหน้ามีให้ผมมาตลอด ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติจากการเป็นคนเฟรนด์ลี่ของเขาอย่างที่ผมคิด...

 

หลายวันต่อมา

สุดท้ายวันนั้น ผมก็ปฏิเสธโชไป เพราะยังไงผมก็ไม่มีทางยอมแลกวันที่ผมจะได้เจอเชนกับการพนันไร้สาระอยู่แล้ว โชไม่ได้ว่าอะไร แค่ยิ้มแปลกๆ และบอกว่าเขาแค่ล้อเล่น ก่อนจะหันไปทำงานของตัวเองก่อนที่ไอ้ซันจะมาเพียงไม่กี่วินาที โชคดีไอ้ซันทำงานผ่านไปด้วยดี ไม่เผลอเอากาแฟไปราดหัวใคร หรือทำเครื่องชงกาแฟพังอย่างที่ผมกลัว ผมก็เลยไม่จำเป็นต้องเลื่อนตั๋วเพราะเพื่อนถูกไล่ออกภายในสามวันแรกของการทำงาน

ผมเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ตอนสี่โมงเย็น แต่เพราะวันนี้เป็นวันธรรมดาและเชนยังไม่เลิกงาน เขาเลยบอกให้ผมรอในสนามบินก่อนแล้วเขาจะรีบมารับ แต่แน่นอนว่าผมดื้อ และอยากเจอหน้าเขาเกินกว่าจะนั่งแกร่วรอเฉยๆ อยู่ในสนามบินได้ ก็เลยขอเป็นฝ่ายไปหาเขาดีกว่า อีกอย่าง ผมไม่อยากให้เขาฝ่ารถติดมาหาผมทั้งๆ ที่เพิ่งทำงานมาเหนื่อยๆ ด้วย ด้วยเหตุผมร้อยแปดที่ผมบอกไป สุดท้ายเชนก็เลยยอม และบอกให้ผมรออยู่ที่คอฟฟี่ช็อปชั้นล่างของบริษัทแทน

ดีที่ผมไม่ได้เอาสัมภาระมาเยอะมาก มีแค่กระเป๋าเป้เล็กๆ ใบเดียวเท่านั้น เพราะอยู่แค่ไม่กี่วัน ก็เลยไม่ลำบากในการเดินทางนัก ใช้เวลาไม่นานผมก็ฝ่ามรสุมรถติดมาถึงที่ทำงานของเชนจนได้

ผมดื่มกาแฟและอ่านหนังสือที่พกมาด้วยฆ่าเวลาอยู่นานเกินว่าจะรู้ตัว เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็พบว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว ผมเหลือบมองนาฬิกา มันจะสองทุ่มแล้ว เชนน่าจะเลิกงานตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมยังไม่มา หรือติดต่ออะไรมาเลยล่ะ

หรือเขาลืมไปแล้วว่าผมรออยู่ตรงนี้?

ผมรู้สึกใจแป้วทันทีที่คิดแบบนั้น รีบหยิบมือถือขึ้นมาเช็กข้อความและก็ไม่เห็นอะไรเพิ่มเติมหลังจากที่คุยกันหลังลงเครื่อง ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะตัดสินใจโทรหาเขาเพื่อถาม

พรึ่บ!

แต่ยังไม่ทันได้กดโทรออกก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีใครบางคนเดินมายืนอยู่ตรงหน้าผม ถือวิสาสะเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วทิ้งตัวนั่งกอดอกวางมาดเหมือนตัวร้ายในละครหลังข่าว

ผมเงยหน้ามองร่างเพรียวบางกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่จำได้ขึ้นใจด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามอะไร ริมฝีปากบางเคลือบลิปสติกสีแดงสดเข้ากับใบหน้าก็ฉีกยิ้มกว้างพลางเอ่ยทักทายด้วยประโยคที่คงจะเตรียมมาเพื่อทักผมโดยเฉพาะ

“เธอเหรอ ตรี แฟนเชน?” เธอเลิกคิ้วถามทั้งที่คงจะมั่นใจอยู่แล้วว่าไม่ได้ทักผิดคน

“...”

“หน้าตาน่ารักดีนะ”

“...”

“อยากเห็นจังว่าตอนร้องไห้จะยังน่ารักอยู่หรือเปล่า” อยู่ๆ คนตรงหน้าก็ยื่นหน้าเขามาฉีกยิ้มร้ายกาจที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดให้ผม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจผมหยุดเต้นไปชั่ววินาที

“เลิกกับเชนซะ”

“...!”

“ขอโทษที่เพิ่งมาบอก...”

“...”

“แต่เชนน่ะ...เขาเป็นของฉันมาก่อน”

“...!!”

นี่มัน...อะไรกันวะ?

ใครก็ได้ ช่วยบอกหน่อยเถอะครับ...ว่าตอนนี้ผมกำลังฝันอยู่

Calista εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 321 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1909 Jibangrin (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:59
    ปวดหัว!!!!
    #1,909
    0
  2. #1854 liarguy (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 11:00
    เจ๊ ม่ายยยยยยยย
    #1,854
    0
  3. #1803 _bebebeam_e (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 23:47
    นี่อำโชปะเนี่ย ชอบซันโชมากกกๆๆ
    #1,803
    0
  4. #1649 ศศิวิมล (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 22:26
    อิิเจ้แกเมากาวปะเนี่ย
    #1,649
    0
  5. #1647 pommys (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 10:51
    เจ้แกล้งแรงไปป่ะ นั่นน้องสะใภ้เลยนะเว้ย
    #1,647
    0
  6. #1636 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 10:34
    นี่จะอำโชใช่มั้ยเนี่ย เล่นแรงนะ..
    #1,636
    0
  7. #1534 Jelo Punyanuch (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 18:39
    หัวใจหยุดเต้นเลย....
    #1,534
    0
  8. #1498 pommys (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 09:50
    อินี่ใครว่ะ เรื่องนี้ชะนีไม่เกี่ยว
    #1,498
    0
  9. #1421 FairyP718 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 11:04
    ผู้หญิงเรื่องนี้จะร้ายทุกคนเลยมั้ย ลำไยอ่ะ
    #1,421
    0
  10. #1389 cmaxx. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 12:52
    ชอบโชกับซันมากกกกก รำชะนี
    #1,389
    0
  11. #1357 โอรี' โอ้ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 13:01
    โอ๊ยยยรำคาญอีชะนีปากแดงนี่จริงๆ
    #1,357
    0
  12. #1151 Sweet Time (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 23:27
    อะไร อะไร อะไร อะไรวะ 
    #ซันโชฟินสุด 
    #1,151
    0
  13. #1014 Kanokwan Praekeo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 22:52
    ชันโช ว๊ายงานคู่รองก็มา
    #1,014
    0
  14. #947 Phonsuda Kongsakul (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 03:05
    ถ้าโช ชอบตรีจริงๆ ชอบจุดยืนของไรท์ในการวางคาเรคเตอร์น่ะ เราโอเคร
    #947
    0
  15. #946 Phonsuda Kongsakul (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 03:04
    อยากรุ้เรื่องโชแล้ว ยังงัยๆๆๆ แต่ชอบซันโชอ่ะ คู่นี้ดูซันฮาร์ดคอร์ดี 555555 ปากแข็งไม่ชอบผช มีหลงก้องานนี้ แต่ผู้หญิงที่มาขอให้ตรีเลิกกะเซน นี้มุกชัวร์ แกล้งลองใจไรงี้ป่ะ
    #946
    0
  16. #927 pannjed . (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 21:24
    ซันโช น่ารัก 5555555555555 ท่ามกลางกระแสความเกลียดที่มีต่อโชและป้าปากแดง เราว่าโชนี่ไม่ใช่อุปสรรคเลย ส่วนป้าปากแดงนี่ต้องอยากแกล้งเล่นเฉยๆแน่ๆ 5555555555555
    #927
    0
  17. #762 KH_byun (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 17:42
    เกลียดโชมากอ่ะ คนเค้ารักกันอย่ามายุ่งนะ แล้วป้าค่ะ ป้าคือใคร
    #762
    0
  18. #756 thifu:') (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 09:07
    เรารู้สึกไม่ชอบโชไปชั่วขณะหนึ่ง........... และชั่ววินาทีต่อมาก็เกลียดชะนีอายุมากกว่าที่พูดเอาแต่ได้ค่ะ แหมม
    #756
    0
  19. #739 Thanyalak Exo-l (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 00:02
    อิมนุษย์ป้า.ฮึ่ยยยย
    #739
    0
  20. #738 oosiak (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 23:57
    ยังเจ้นี่กล้าดียังไงมาบอกให้เค้าเลิกกัน
    #738
    0
  21. #737 dearsumitra (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 23:40
    เฮ้ยไรว่ะ!! ป้าแกเป็นใคร!!?? แล้วคืออะไรยังไง??? ตอนนี้รู้สึกใจบ่ดีเลย ต้องกินมาม่ามั้ย??แบบอยากร้องไห้อ่ะ(T^T) ค้างมากกกกกกกกก
    #737
    0
  22. #736 Jinious (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 23:20
    อะไรเนี่ยยยยยยย ไรท์หลอกให้ตายใจหรอออออออ นี่แผนใช่มั้ย ตอบ!!!!!! ต่อด่วนค่าาาาา ค้างแรงมากตอนนี้ ไม่มีกะจิตกะใจทำไรเลย ฮืออออ ร้องไห้แทนตรีแป๊ป
    #736
    0
  23. #735 macnnum (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 23:19
    คือ...คือ....คื๊ออออออออออออเิ
    #735
    0
  24. #734 lukbua (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 22:05
    อ้าว อีป้านี่ หลบไปตรี งานนี้ต้องมีตบ เรื่องแบบนี้เค้าไม่เอามาล้อเล่นกันนะเว้ย //ถกแขนเสื้อ
    #734
    0
  25. #733 Nest (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 21:39
    เห้ยๆอะไร อะไรเนี่ย อยากว๊ากเลย(5555)
    #733
    0