[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 30 : 29 : ชูใจ [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 381 ครั้ง
    20 ก.พ. 63



29

ชูใจ

 

ในที่สุด สัปดาห์นรกก็ผ่านพ้นไป

ผมส่งงานสี่โมงเย็นตามเวลาห้องส่งงานเปิดเป๊ะ เพราะทำเสร็จก่อนเวลาประมาณสองชั่วโมงได้ แต่ถึงส่งงานของตัวเองแล้ว ก็ยังต้องไปช่วยไอ้เพื่อนตัวดีที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ทั้งๆ ที่ผมส่งน้องรหัสตัวเองไปช่วยไอ้เวสป้าตั้งสองคนแล้วแท้ๆ การที่ทองกวาวดร็อปเรียนไป ทำให้ผมเป็นพี่รหัสปีสองคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ในสาย พอโปรดักชั่นเด็กๆ ก็เลยมารุมช่วย จนแบ่งเบาภาระไปได้เยอะพอสมควร แต่ปกติแล้วผมก็ไม่เคยทำงานไม่ทัน เพราะพยายามจะแบ่งเวลา และเผื่อเวลาไว้ตลอด

ไอ้เวสป้าแทบจะกอดขาขอบคุณที่ผมไปช่วยมันแถมยังส่งน้องรหัสไปช่วยรุม ทำให้มันส่งงานทันก่อนหมดเวลาอย่างเฉียดฉิว ก็เลยจะตอบแทนผมด้วยการพาไปเลี้ยงเหล้า ผมไม่ได้ติดใจอะไรหรอก เพราะมันก็ทำงานช้าจนวิกฤตแบบนี้ทุกงานอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่าไอ้เพื่อนตัวดีไม่ยอมให้ปฏิเสธ มันนัดเวลาเสร็จสรรพ แถมยังกำชับว่าผมไม่โผล่หัวไปตามนัด มันจะไปลากคอผมถึงหอ สุดท้ายผมเลยต้องกลับมาอาบน้ำแต่งตัวออกไปตามนัดตอนสามทุ่มกว่าจะสังสรรค์เสร็จกันจนเมาหัวราน้ำก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้ว แถมผมซึ่งกินน้อยสุดยังต้องรับหน้าที่ขับรถไปส่งเพื่อนคนอื่นๆ ที่เมาไม่รู้เรื่องอีก สุดท้ายกว่าจะได้กลับมานอนก็ตอนตีสองกว่า เกือบจะตีสามแล้ว 

แต่ห้องก็ยังคงว่างเปล่า

ผมถามเชนแล้วว่าคืนนี้เขาจะกลับหอกี่โมง แต่หมอนั่นกลับบอกว่าไม่กลับ ทำเอาความคาดหวังของผมที่คิดว่าพอจบโปรดักชั่นจะได้กลับมาเจอหน้ากันห่อเหี่ยวลงทันตา

ถึงผมว่าง ก็ใช่ว่าเขาจะว่างนี่นะ

ได้ออกไปดื่มบ้างก็ดี มันจะได้ทำให้คืนนี้ผมหลับได้ง่ายขึ้นในวันที่เตียงดูกว้างเพราะไม่มีคนนอนข้างๆ แบบนี้ ไม่รู้ทำไม ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็อยู่คนเดียวแท้ๆ แถมคิดมาตลอดว่าการที่มีคนมาอยู่ด้วยคงน่าอึดอัดและคงมีแต่เรื่องไม่สบายใจ

แต่พอเวลาผ่านไป ความอึดอัดมันก็ถูกแทนที่ด้วยความเคยชินซะอย่างนั้น

เฮ้อ ท่าจะเป็นเอามากแฮะผม

ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายพลางปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายแล้วถอดเสื้อที่เหม็นกลิ่นแอลกอฮอล์ออก เงยหน้ามองรูปถ่ายคอลเลคชั่นเจ้าเตที่แปะอยู่บนผนัง ยังไม่คิดจะโละทิ้ง ด้วยความรู้สึกโหวงๆ แปลกๆ

“เมื่อไหร่พ่อแกจะกลับฮะ เจ้าเต” ผมถาม อาจด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่อยู่ในกระแสเลือดก็เลยเกิดอาการเพ้อกว่าปกติ พอคิดได้ว่ารูปถ่ายมันไม่สามารถตอบอะไร ผมก็เดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง ฝังหน้าลงกับหมอนแล้วถอนหายใจอีกครั้ง

คิดถึงจนแทบบ้าแล้ว

 

วันต่อมา

แล้วผมก็เผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น ต้องขอบคุณฤทธิ์แอลกอฮอล์และความอ่อนเพลียจากการอดหลับอดนอนมาทั้งอาทิตย์ทำให้ผมหลับสนิทจนเช้า

แต่ใครจะไปคิดว่าการหลับสนิทจะทำให้ผมพลาดโอกาสสำคัญ

“อื้อ” ผมครางเบาๆ พลางขมวดคิ้วเพราะรู้สึกอึดอัดผิดปกติจนต้องตื่นขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนแรกผมคิดว่าตัวเองเผลอนอนดิ้นจนถูกผ้าห่มพันตัว แต่พอตั้งสติพิจารณาดีๆ แล้ว ก็รู้ว่าแรงที่โอบรัดจากด้านหลัง ไม่ได้เกิดจากสัมผัสของผ้า แต่เป็นอ้อมแขนแข็งแกร่งของใครอีกคนที่กอดผมอยู่ต่างหาก

ลมหายใจร้อนๆ ที่รดลงมาบนท้ายทอย และสัมผัสของแผ่นอกกว้างซึ่งกำลังขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่ทาบอยู่กับแผ่นหลังเปลือยเปล่า เล่นเอาหัวใจของผมเต้นผิดจังหวะขึ้นมาแต่เช้า ช่วงนี้เวลานอนเชนมักจะถอดเสื้อออกเพราะอากาศร้อนและไม่ได้เปิดแอร์เพื่อประหยัดค่าไฟ ในขณะที่ผมจะสวมเสื้อยืดและกางเกงขายาวนอนตลอดเวลาเพราะความเคยชิน แต่เพราะเมื่อวานเสื้อผมเหม็นเหล้าก็เลยต้องถอดออก แถมยังหลับไปโดยไม่รู้ตัว ก็เลยยังคงอยู่ในสภาพที่เหลือแต่กางเกงยีนตัวเดียว

แต่ผมไม่คิดว่าอยู่ๆ เขาจะกลับมาไม่บอกไม่กล่าวนี่หว่า แถมยังถือวิสาสะนอนกอดผมจากด้านหลังอีก แบบนี้มัน...เนื้อแนบเนื้อเกินไปแล้ว

“หัวใจเต้นแรงจัง” เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากคนที่ยังฝังหน้าลงกับท้ายทอยของผม

เชนรู้สึกตัวแล้ว แต่ก็ไม่ยอมคลายอ้อมกอดของตัวเองออก ยังคงกอดผมไว้แน่นจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างแผ่นอกเปลือยเปล่าของเขากับแผ่นหลังของผม ทั้งที่ตัวเองเกลียดอากาศร้อนแท้ๆ แล้วกอดผมไว้แบบนี้ไม่อึดอัดหรือไง

“ไหนบอกว่าไม่กลับ” ผมถาม เบี่ยงประเด็นจากเรื่องที่เขาถาม เพราะจนถึงตอนนี้หัวใจก็ยังเต้นแรงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง

“ก็รู้ว่ามีคนคิดถึง” เขาว่าพลางขยับเข้ามาใกล้ ยกคางขึ้นเกยไหล่ผมแทน

หมอนี่เป็นพ่อมดหรือไง ถึงได้อ่านใจผมออกทุกครั้งเลย

“คิดถึงเป็นบ้า” เสียงทุ้มเอ่ยแล้วกดจูบหนักๆ ลงมาบนไหล่ของผม โดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้หัวใจผมมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว

ปกติเขาไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้เลย... ถ้าไม่นับเรื่องจูบน่ะนะ เพราะรู้ว่าผมไม่เคยคบกับผู้ชายมาก่อน และผมก็ไม่ใช่สาวน้อยบอบบางที่จะชินกับการแสดงความรักจากคนที่แข็งแกร่งกว่า เชนก็เลยทำหลายๆ อย่างด้วยความค่อยเป็นค่อยไป เราไม่ได้จับมือกันเวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน ไม่ได้นอนกอดกันแม้ว่าจะอยู่ข้างกันทุกคืน เขารักษาระยะห่างเสมอ เพื่อให้ผมปรับตัว รอให้ผมเคยชินกับการแสดงความรักจากผู้ชายแมนๆ อย่างเขาแล้วค่อยขยับเข้ามาเมื่อเวลาเหมาะสม

“ตัวเหม็นนะ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย” ผมบอก ตกใจนิดๆ ที่เอาซุกใบหน้าลงกับไหล่ผมราวกับต้องการจะสูดกลิ่นกายเปลือยเปล่า

“รู้แล้ว” เขาตอบ

ไม่ปฏิเสธด้วย...

“ไปไหนมา” เขาถาม คงจะรู้จากกลิ่นแอลกอฮอล์ที่หลงเหลืออยู่บนตัวผม

“กินเหล้ากับพวกไอ้เวสป้า” ผมตอบตามตรง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบัง

“ไม่คิดจะขออนุญาตเลย?

“อ้าว” ต้องขอเหรอ...? “ก็เห็นว่าจะไม่กลับ ก็เลยไป”

“ไม่เห็นเกี่ยว” เขาทำเสียงตำหนิ และคงจะขมวดคิ้วเหมือนเคยแน่ๆ “จะกลับหรือไม่กลับก็ต้องขอ”

ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อได้ยินประโยคนั้น “ทำไมเอาแต่ใจ”

“แค่อยากรู้” เขาปฏิเสธทันควัน "ไปไหน กับใคร จะกลับเมื่อไหร่"

รายงานผู้ปกครองหรือไง?

“แล้วถ้าขอจะให้ไปหรือเปล่า” ผมถามต่อ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าขอกับไม่ขอมันจะต่างกันตรงไหน เพราะยังไงเขาก็คงไม่ห้ามผมหรอก

“แล้วถ้าไม่ให้ไป จะไปหรือเปล่า”

“ไป” ผมว่า ไม่ต้องคิดเลย ก็นัดกับเพื่อนไว้แล้วแถมเขาไม่อยู่อีก ถึงห้ามผมก็ไม่ยอมนอนแกร่วอยู่หอคนเดียวหรอก

“ใครกันแน่ที่เอาแต่ใจ” เชนทำเสียงตำหนิอีกรอบ

ผมหัวเราะดังกว่าเดิม แล้วสรุป “งั้นก็พอกันทั้งคู่อ่ะ”

ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอและไม่เถียงอะไรอีก เราต่างคนต่างเงียบและซึมซับไออุ่นของกันและกันราวกับจะใช้มันทดแทนเวลาที่ไม่ได้เจอหน้า แต่เพราะรู้สึกผิดที่โดนกอดอยู่ฝ่ายเดียว ผมเลยค่อยๆ พลิกตัวหันไปทางเขา และกอดเขากลับบ้าง

“หืม?” เชนย่นหน้ามองผมอย่างประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา “อย่ามาอ้อนนะ” เขาว่าพลางก้มหน้าลงมาจรดริมฝีปากหนักๆ ลงบนหน้าผากผม

“ถ้าเกิดฉันได้ใจ อยากทำมากกว่ากอดขึ้นมาจะทำไง” แล้วริมฝีปากร้อนจัดก็เลื่อนมางับจมูกผมเบาๆ

“...” ผมไม่ตอบ หลบตาซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้างของเขาแทน เพื่อซ่อนใบหน้าร้อนจัดของตัวเองเอาไว้ แต่อีกนัยก็คือการถือโอกาสสูดกลิ่นกายที่แสนคุ้นเคยให้หายคิดถึง

“หึ” เชนหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นผมไม่สนใจคำหยอกล้อของเขา ก่อนจะกอดผมแน่นขึ้นทำลายช่องว่างระหว่างเรา

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ผมรู้ว่าเขาไม่ทำอะไรหรอก ถ้าผมไม่ยอม

เราตกลงกันแล้วว่าถ้ายังไม่พร้อมก็จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ผมรู้นะว่ามันเป็นเรื่องยาก เพราะเราต่างก็เป็นผู้ชาย เรื่องเซ็กซ์แทบจะเป็นส่วนหนึ่งที่ฝังอยู่ในสมองตลอดเวลา แต่เราก็ไม่ใช่เด็กแล้ว ที่จะหมกมุ่นจนปล่อยให้ตัณหามันครอบงำความยับยั้งชั่งใจ เรารู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ถึงมันจะไม่มีอะไรเสียหาย

แต่ยังไม่ถึงเวลา ก็คือยังไม่ถึงเวลา

 

เวลาผ่านไป

ถึงจะกลับมานอนที่หอได้ แต่ก็ใช่ว่าเชนจะว่าง

ยิ่งใกล้สอบ เขาก็ยิ่งยุ่งจนหัวหมุน เขาบอกว่าถึงงานจะเคลียร์ไปบ้างแล้ว ก็ยังมีหนังสือเป็นตั้งๆ ที่ต้องอ่านอยู่ดี แต่เพราะวันนี้เป็นวันหยุด เขาก็เลยเลือกสถานที่อ่านหนังสือได้บ้าง ไม่ต้องก้มหน้าก้มตาอ่านที่คณะหลังเลิกเรียนเหมือนที่ผ่านมา พวกเราเลยตัดสินใจออกมาเปลี่ยนบรรยากาศอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟใกล้ๆ หอพัก ซึ่งมีบรรยากาศสงบ แถมยังมีแอร์เย็นๆ ให้นั่งแช่อย่างสบายๆ อีก

ตลอดหลายชั่วโมงที่นั่งอยู่ด้วยกัน แล้วแทบไม่คุยกันเลย เพราะเชนเอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือ ส่วนผม ก็กำลังคิดสคริปต์พรีเซนต์โปรเจ๊กที่เพิ่งส่งไป

“พี่คะ” แต่แล้วความเงียบอันยาวนานก็ถูกทำลายลง ด้วยเสียงหวานของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ๆ ก็เดินเข้ามาหาพวกเรา

“ครับ?” ผมเป็นคนตอบ ขณะที่เชนแค่ปรายตามองไม่พูดอะไร

“ขอถ่ายรูปหน่อยได้มั้ยคะ” เธอเอ่ย ผมตกใจนิดๆ เพราะไม่เคยโดนคนแปลกหน้ามาขอถ่ายรูปแบบนี้

“หมายถึง?” ผมเลิกคิ้วงุนงง

“หมายถึงพี่สองคนน่ะค่ะ” ผมหันไปมองหน้าเชนอย่างขอความเห็น ยังไม่เข้าใจเลยว่าเธอมาขอถ่ายรูปพวกเราทำไม และเหมือนเชนจะอ่านใจผมออก (อีกแล้ว) ว่าผมไม่สะดวกใจ เขาเลยวางหนังสือลงแล้วหันไปมองน้องผู้หญิงที่ยืนรออยู่นิ่งๆ และเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

“ไม่ครับ”

มะ...หมอนี่ จะเย็นชาไปแล้ว

ผมเห็นน้องผู้หญิงหน้าเสียไปทันทีที่ถูกปฏิเสธ ก็เลยเสริมคำพูดเขาให้มันดูซอฟต์ลง “พอดีพวกพี่อ่านหนังสืออยู่ ไม่ค่อยสะดวก ขอโทษนะครับ” ผมยิ้มแห้งๆ พลางผงกหัวขอโทษเธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษที่รบกวนนะคะ” เธอว่า ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนที่โต๊ะห่างออกไป

ท่าทางจะไม่พอใจเท่าไหร่แฮะ ทำไงดี

“ไม่ควรปฏิเสธหรือเปล่า” ผมหันมาถามเชนหลังจากเห็นน้องผู้หญิงกลุ่มนั้นเริ่มซุบซิบมองมาทางเรา

“ไม่เป็นไรหรอก” เขาตอบ หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ

“ไม่กลัวเขาเอาไปพูดถึงเสียๆ หายๆ หรือไง” ผมขมวดคิ้ว ผมน่ะไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงคนก็ไม่ค่อยรู้จัก แต่เชนเนี่ยเขาดังมากเลยนะในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัยเรา แถมชื่อเสียงปกติก็ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ถ้าโดนเรื่องนี้ไปอีกคนอื่นต้องมองเขาเป็นคนไม่ดียิ่งกว่าเดิมแน่ๆ

“ไม่เห็นต้องแคร์”

อะไรมันจะเฉยชาขนาดนั้นวะ

ผมอยากจะท้วงอีก แต่คิดว่าเขาคงไม่ใส่ใจก็เลยเลือกหุบปากทำงานของตัวเองต่อ บรรยากาศเงียบลงอีกครั้งเมื่อเราต่างก็ก้มหน้าก้มตาทำงานในส่วนของตัวเอง แต่ไม่นานความเงียบก็ถูกทำลายลงอีก

“ไอ้ตรี”

“หืม?” ผมเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะจำได้ว่าเสียงที่เรียกชื่อผมเป็นเสียงของใคร

ไอ้ซันทำหน้าตกใจที่เห็นผม ก่อนจะยิ้มร่าเดินเข้ามาหา

“สวัสดีครับพี่เชน” มันยกมือไหว้คนที่นั่งตรงข้ามกับผมก่อนจะหันมาถาม “มึงมาอ่านหนังสือเหรอ?

ไอ้สายตากรุ้มกริ่มนั่นมันอะไร

“เออ” ผมตอบ “มึงอ่ะ”

“เหมือนกัน”

“มาคนเดียว?” ผมถามต่อเมื่อเห็นว่าข้างตัวมันไม่มีใคร

“เออ เพื่อนกูมันไปอ่านกับแฟนกันหมด” มันตอบสีหน้าเหมือนน้อยใจนิดๆ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร จนถึงตอนนี้ไอ้ซันก็ยังไม่มีใคร ผมไม่รู้ว่ามันลืมวีได้หรือยัง แต่ท่าทางที่ดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ ก็ทำให้ผมเบาใจไม่น้อย

“นั่งด้วยกันป่ะ?” ผมถาม ใช้เท้าเตะๆ เก้าอี้ตัวที่เหลือบอกว่ามีเก้าอี้ว่าง

ไอ้ซันมองไปรอบๆ ตัวซึ่งที่นั่งส่วนใหญ่มีคนจับจองแล้ว ก่อนจะหันมายิ้มให้ผม “เออ ขอบใจ” มันกำลังจะนั่งลงที่โต๊ะข้างๆ ผม แต่กลับถูกขัดด้วยใครอีกคนที่โยนหนังสือที่เคยวางไว้เก้าอี้ข้างตัวเองมาวางไว้ฝั่งนี้แทน

“มานั่งนี่” เชนว่าพลางตบเก้าอี้ฝั่งเขาที่ว่างแล้วเบาๆ

อะไรวะ?

ผมกับไอ้ซันมองหน้ากันงงๆ แต่มันก็ยอมไปนั่งตามคำสั่งแต่โดยดี

“มึงไม่มีสอบเหรอวะ” ไอ้ซันถามหลังจากชะโงกหน้ามามองสมุดสเก็ตในมือผมที่เริ่มวาดอะไรไปเรื่อยแล้ว

“มี แต่ยังไม่อ่าน” ผมว่า รู้สึกเหนือกว่านิดๆ ที่มีสอบน้อยแถมเป็นวิชาที่ไม่ต้องอ่านก็ทำข้อสอบได้

“อะไรวะ อิจฉาสัส”

ถ้ามันรู้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาผมตรากตรำแค่ไหนคงไม่พูดแบบนี้

“มึงสอบกี่ตัว” มันถามต่อ ผมนึกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตอบ “ประมาณสี่” ผมเรียนหกตัว และอีกสองตัวไม่มีสอบ (แต่สั่งงานยากระดับนรกแทน)

“กูสอบหก! เชี่ยมาก ใครจะไปอ่านทัน” ไอ้ซันโวยวายหน้าตาซีเรียสมากจนผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ท่าทางการพูดของมันดูสบายๆ กว่าเดิมมาก หลังจากที่รู้ว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันแล้ว นี่เรากลับมาเป็นเพื่อนกันได้แล้วจริงๆ สินะ

“อะแฮ่ม” บทสนทนาของผมกับไอ้ซันหยุดลงทันทีที่คนที่นั่งเงียบอยู่นานส่งเสียงกระแอมออกมา พวกผมหันไปมองเชนงงๆ แต่เขาก็ไม่พูดอะไร ยังคงก้มหน้าอ่านหนังสือสีหน้าปกติ

ที่ไม่ปกติก็คือมือข้างหนึ่งที่เคยจับปากกาไฮไลต์ กลับเอื้อมข้ามฝั่งมาตรงหน้าผม พร้อมกับกระดิกนิ้ว

“ส่งมือมา” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเงยหน้าขึ้นมามองผมนิ่งๆ พร้อมออกคำสั่ง ผมก็เลยยื่นมือออกไปให้เขาอย่างงงๆ

อะไร? จะงัดข้อเหรอ?

แต่ไม่ปล่อยให้เดาไปไกล มือหนาเพียงดึงมือผมไปจับไว้หลวมๆ แล้วเหลือบสายตามองไอ้ซัน

“อย่าคุยเยอะ กูหวง” ว่าจบก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

เฮ้ยเดี๋ยว มาโยนระเบิดใส่กันแล้วทำหน้าตาเฉยแบบนั้นได้ไง ไม่คิดหน่อยเหรอว่าผมจะทำสีหน้าไม่ถูกขนาดไหนน่ะฮะ!

“ครับพี่” ไอ้ซันหัวเราะ ก่อนจะทำท่าล้อเลียนผงกหัวรับคำบัญชา

เออ เอาเข้าไป กวนตีนทั้งคู่เลย

“ลาเต้ร้อนค่ะ” พนักงานตะโกนขึ้นมา ก่อนที่ไอ้ซันจะหันไปมอง ทำท่าจะลุกขึ้น

“ของมึงเหรอ” อยู่ๆ เชนก็ถาม

“ครับ”

“เดี๋ยวกูไปเอาให้” ผมกับไอ้ซันเลิกคิ้วมองคนหน้านิ่งอย่างประหลาดใจ ก่อนที่มันจะปฏิเสธพัลวัน

“เฮ้ยไม่ต้องพี่ เดี๋ยวผมไปเอาเอง”

แต่มีหรือที่เชนจะฟัง

“ไม่เป็นไร กูจะไปสั่งกาแฟพอดี” เขากดไหล่ไอ้ซันให้นั่งลงที่เดิมแล้วลุกไปทันทีไม่รอคำโต้แย้งใดๆ

ผมได้แต่มองหน้ากับไอ้ซันอย่างงงหนักไปอีก เพราะกาแฟดำที่อยู่ในแก้วเขายังไม่หมดเลย แล้วจะไปสั่งใหม่ทำไม

“พี่เชนเขาแปลกๆ ป่ะวะ” ไอ้ซันยื่นหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ผมได้แต่ยักไหล่ เพราะไม่เข้าใจปฏิกิริยาของเขาเหมือนกัน ไม่นานเชนก็กลับมา พร้อมกับวางลาเต้ร้อนไว้ตรงหน้าไอ้ซัน ก่อนจะนั่งลงยื่นมือมาขอมือผมไปจับไว้อีกครั้งพลางก้มหน้าอ่านหนังสือหน้าตาจริงจัง พวกผมยังคงมองหน้ากันคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าเขาเป็นอะไร แต่ไม่นานก็ได้คำตอบ

“ไอ้เชี่ย! เค็ม!” ไอ้ซันพ่นลาเต้ร้อนที่เพิ่งกระดกออกมาพร้อมกับสบถลั่นร้าน

ผมถึงกับสะดุ้งเพราะกาแฟที่มันพ่นเฉียดสมุดสเก็ตผมไปนิดเดียว มองเพื่อนตัวดีที่ทำหน้าเหยเกก่อนจะยื่นน้ำเปล่าของตัวเองให้มัน

“อะไรวะ ทำไมเค็ม” มันโวยวายต่อ ผมหันไปมองพนักงานและพบว่าทุกคนทำหน้าตกใจ ลนลานเหมือนไม่รู้จะอธิบายยังไง

แต่ผมว่าพวกเธอไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอก เพราะมันเดาได้ไม่ยากเลยว่าเป็นฝีมือใคร

“พี่เชน?” ไอ้ซันเองก็เหมือนจะรู้แล้วเหมือนกัน

ผมกับมันต่างพุ่งสายตาไปที่ผู้อาวุโสสุดที่ทำทีเป็นก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยสายตาคาดโทษ และต้องการคำอธิบาย ไม่นานเสียงทุ้มก็ยอมเฉลยความจริง

“เอาคืน ที่มึงจูบแฟนกู” เขาตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือด้วยซ้ำ สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกผิดเลยสักนิด

“โหพี่ แรงเกิ๊น เค็มยันไตแล้วเนี่ย” ไอ้ซันยังคงทำหน้าเหยเกงอแงใส่คนเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ

ไม่รู้ทำไมผมถึงหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าเขาทำไปเพราะอะไร

เป็นคนที่หึงได้หน้าตายสัสๆ เลยแฟนผม

“กูจ่ายตังค์ให้แล้ว” เชนไม่สนใจเสียงโวยวายของน้องรหัสแม้แต่น้อย เขาเหลือบตามองมันนิ่งๆ พลางใช้นิ้วกลางข้างที่จับหนังสือดันแก้วกาแฟเลื่อนไปตรงหน้ามัน

“แดกไป”

“เฮ้ยพี่ ไม่เอา!” เพื่อนรักผมถึงกับเบิกตากว้างโวยวาย แต่แล้วก็ถึงกับหน้าซีดไปเลยเมื่อได้ยินประโยคต่อมาจากคนบ้าอำนาจ

“แดกให้หมด... ไม่งั้นกูจะให้มึงซ่อมเชียร์”

“...!!” ไอ้ซัน

“...” ผม ได้แต่นั่งเงียบมองคนที่แกล้งคนอื่นแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือพลางวนนิ้วโป้งเล่นกับมือผมหน้าตาเฉยด้วยความรู้สึกทึ่งนิดๆ

อืม... นี่สินะ ข้อเสียของระบบโซตัส




Calista εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 381 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1980 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 20:13
    หวงเก่งงงง
    #1,980
    0
  2. #1951 Yokyuki (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:30
    ข้อเสียของระบบโซตัส55555
    #1,951
    0
  3. #1905 Jibangrin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:22
    โว้ยยยย555555555 อิพี่!!!!
    #1,905
    0
  4. #1865 mmamaexx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 16:41
    555555555 งื้อพี่มีความหวงแฟนมากเว้อออเขินแทนเลย
    #1,865
    0
  5. #1851 liarguy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 23:24

    โอ้ยยยย พี่เชนนนนนนน
    #1,851
    0
  6. #1837 mailmail_2561 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 20:41
    มีอาการ หวงน้องตรี
    #1,837
    0
  7. #1835 GoonanzaNaNa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 09:52
    พี่เชนหวงน้อง มันกร๊าวใจ
    #1,835
    0
  8. #1829 27 degree (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 09:41
    งกแฟน หวงแฟนจนเค็มเลยค่ะ พ่อคนนี้ 5555 
    #1,829
    0
  9. #1796 _bebebeam_e (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 02:03
    สงสารซัน5555
    #1,796
    0
  10. #1726 Kim-kibom (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:20
    555 สมน้ำหน้าซัน ไปจูบแฟนเค้านิ
    #1,726
    0
  11. #1662 feonixsh (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:54
    ให้รู้ซะบ้างว่าคนนี้ของเชน เชนหวงมากกกกกกกกกกก
    #1,662
    0
  12. #1633 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 18:27
    ได้ทีเอาใหญ่555555
    #1,633
    0
  13. #1604 Sket-D (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 08:41
    ไม่น่าเลยซัน เล่นผิดคนแล้ว คนนี้แฟนเขาหวงแรงมาก สงสาร55555555
    #1,604
    0
  14. #1494 pommys (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 09:07
    ฮ่าๆๆๆ สงสารซัน
    #1,494
    0
  15. #1450 0624749478 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:34
    ฟินๆๆๆๆๆๆๆๆค้างๆๆๆๆๆๆๆๆอ่านต่อไม่ได้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,450
    0
  16. #1449 อูมินฮยอง ง ง ง ง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:05
    สู้ๆนะซัน
    #1,449
    0
  17. #1419 FairyP718 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 04:50
    หว่ายยยยย สงสารซันนะ แต่ถูกใจวิธีเอาคืนของพี่เชนมาก ๆ ลาเต้ใส่เกลือ กรั่ก ๆ
    #1,419
    0
  18. #1385 cmaxx. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 12:42
    หึงน่ารักจังเบยยยยยยยยงืออออ
    #1,385
    0
  19. #1311 mangpor43 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 14:56
    น่ารักอ่ะ 5555555 น่าสงสารซันเนอะ 555555555
    #1,311
    0
  20. #1194 NNYuki (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 05:24
    โอ้ย น่ารักกกกกกกกกก หลงพี่เชนตอนหึงมาก งื้อ อยากด้ายยยยย
    #1,194
    0
  21. #1145 Sweet Time (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 22:02
    อือหือ หึงน่ารักโคตร สงสารซันเลย 5555 
    #1,145
    0
  22. #922 pannjed . (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 20:42
    หึงน่ารักอะ งือ พี่เชนของหนูวววววว
    #922
    0
  23. #544 tataryne (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 10:50
    หึงน่าจัวมาก55
    #544
    0
  24. #517 pangzter (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 14:32
    งืออออออออออออ คุณพี่เชนนนนนนนนนนนนนนของน้องงงงงงงงงงง หยั่กด้ายยยยๆๆๆๆๆๆๆๆ //ทุบหัวแล้วลากเข้าห้อง
    #517
    0
  25. #516 thifu:') (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 07:31
    พี่เชนเจ้าคิดเจ้าแค้นนะเนี่ย ถถถ
    #516
    0