[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 3 : 2 : เจ็บปวดซ้ำซ้อน [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 592 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

Calista εїз



2

เจ็บปวดซ้ำซ้อน

 

                “เฮ้ย คุยบ้างก็ได้นะตรี พี่ไม่จอยเหรอฮะ” เสียงพี่ดาหลัน พี่รหัสปีสองของผมถามขึ้นมา พร้อมกับเอื้อมมือมาชกไหล่ผมเบาๆ เรียกสติคนที่กำลังเหม่อให้กลับมาสนใจโต๊ะอาหารอีกครั้ง

                วันนี้สายรหัสปีสองของผมนัดมาเลี้ยงสายที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก เป็นร้านสไตล์อบอุ่นที่เหมาะมากกับสายรหัสเล็กๆ อย่างสายรหัสผม ที่มีแค่ผมกับคู่สายอีกคนหนึ่งที่ชื่อทองกวาว

                ไม่ต้องตกใจกับชื่อที่แสนจะไม่เหมือนใครของสายรหัสผมหรอกนะ เพราะนี่ถือเป็นธรรมเนียมของคณะเราเลยก็ว่าได้ พวกเด็กปีหนึ่งที่เข้ามาใหม่แล้วมีชื่อโหลๆ หรือชื่อซ้ำกับรุ่นพี่ในคณะ ไม่ว่าจะปีใดก็ตาม จะต้องถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งแต่ละชื่อก็ออกจะประหลาดๆ ดูไม่น่าเป็นชื่อคนได้ อย่างสายรหัสผมมีธีมเป็นชื่อดอกไม้อย่างที่เห็น ซึ่งโชคดีมากที่ผมไม่ได้ชื่อซ้ำกับรุ่นพี่คนไหน ก็เลยไม่ต้องถูกเปลี่ยนชื่อ ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าต้องเปลี่ยนเป็นชื่อดอกไม้แล้วผมจะได้ชื่อว่าอะไร

                “เออ ปล่อยให้พวกพี่เม้าท์กันเองจนน้ำลายแห้งหมดแล้วเนี่ย” พี่ชบาพี่รหัสของทองกวาวพูดเสริม ผมเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ กลับไป เอาจริงๆ ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่างหาก คิดดูสิ ก็ตอนนี้ผมอยู่ท่ามกลางสาวๆ สามคนที่ต่างก็เม้าท์เก่งอย่างไม่มีใครยอมใคร พอคนหนึ่งหยุดพูด อีกคนก็จะมีเรื่องใหม่พูดขึ้นมาทันที แล้วแบบนี้ผมจะหาจังหวะไหนไปแทรกได้ทันกัน

                ว่าได้ไม่ถึงวิ สามสาวก็เริ่มเม้าท์เรื่องใหม่กันแล้ว ผมยิ้มบางๆ ให้กับความช่างเจรจาของพวกเธอและได้แต่นั่งฟังไปกินไปเงียบๆ เหมือนเคย ผมยกเบียร์แก้วที่ห้าของตัวเองขึ้นดื่ม พลางมองไปรอบๆ และคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีผิดกับร้านเหล้าที่ผมเคยไป ร้านร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ที่ถูกจัดให้เหมือนกับอยู่ในสวนหลังบ้าน มีดนตรีโฟล์คซองเพราะๆ ขับกล่อมตลอดเวลา เหมาะกับการดินเนอร์ จิบแอลกอฮอล์ในวันที่อากาศดีแบบนี้จริงๆ

                แล้วยิ่งตอนนี้ พวกผมเพิ่งจะจบโปรเจ็กต์ไฟนอลไปหมาดๆ หมดภารกิจที่ต้องอดหลับอดนอนปั่นงานทั้งวันทั้งคืนแล้ว คงไม่มีอะไรจะสบายใจไปมากกว่านี้แล้วล่ะ... ถึงแม้อาทิตย์หน้าจะเข้าสู่ช่วงสอบแล้วก็ตาม แต่เอาเถอะน่ะ ยังมีเวลาอ่านหนังสืออีกตั้งหลายวัน

                “ใกล้จะถึงร้านแล้วใช่มั้ย งั้นฟ้าสั่งอาหารรอเลยแล้วกันนะ” เสียงหวานๆ ที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด เรียกสติผมกลับมาอีกครั้ง

ผมมองตามร่างบางที่คุ้นหน้า แต่จำไม่ได้ว่าเคยเจอกันที่ไหน เธอเดินผ่านโต๊ะพวกเราไปยังอีกโต๊ะที่อยู่ถัดไปพร้อมกับผู้หญิงและผู้ชายอีกคู่หนึ่ง แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นแผ่นหลังของผู้ชายที่เดินตามเธอคนนั้นไป และรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ใคร... แต่เป็นเพื่อน (เคย) สนิทของผมเอง

ผมก้มหน้าหลบทันทีที่รู้ว่าเป็นไอ้ซัน โชคดีมากที่มันไม่ทันเห็นผม แถมยังนั่งหันหลังให้ผมอีก ผมเกือบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาแล้ว ถ้าไม่ติดที่ว่า พอสังเกตดีๆ ผมเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงอีกคนที่เดินตามไปนั่งข้างๆ มัน คือวี แฟนของมัน

นี่...กลับมาคืนดีกันแล้ว งั้นเหรอ?

“ตรี เป็นไร ทำไมทำหน้าแปลกๆ” พี่ดาหลันหันมาถาม ผมละสายตาจากคนในโต๊ะถัดไป และหันกลับมาก็พบว่าสามสาวหยุดเม้าท์กันแล้ว พร้อมกับหันมามองหน้าผมด้วยความอยากรู้อย่างพร้อมเพรียง

“เปล่าครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ว่าแล้วผมก็ลุกพรวดออกจากโต๊ะทันที แต่ดูเหมือนว่าจะลุกเร็วเกินไป เลยไม่ทันสังเกตว่ามีใครกำลังเดินมาข้างหลัง ทำให้ร่างของผมปะทะเข้ากับกับคนคนนั้นเต็มๆ

“ขอโทษ...” คำขอโทษของผมหยุดลงแค่นั้น ทันทีที่ได้เห็นหน้าคนที่ถูกชน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคมกริบที่ผมจำได้ดีแม้จะเจอกันนับครั้งได้ มองมาที่ผมด้วยสายตาที่ยังเย็นชาไม่เปลี่ยน

ผมชักจะเบื่อหน้าหมอนี่แล้วแฮะ บอกตามตรง เพิ่งเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ทำไม่ผมถึงรู้สึกไม่ถูกชะตาขนาดนี้ก็ไม่รู้ ผมไม่คิดจะพูดอะไรต่อ และกำลังจะเดินผ่านร่างสูงไปเฉยๆ แต่เจ้าของสายตาเย็นชากลับทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย และกวนโมโหผมสุดๆ

“ไอ้ซัน”

“...!!

ฮะ...เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเขาวะ?

ผมเบิกตากว้างมองร่างสูงที่ตะโกนเรียกไอ้ซันด้วยความตกใจสุดขีด แต่คนตรงหน้ากลับไม่สะทกสะท้านเลย แถมยังเลิกคิ้วมองผมอย่างกวนประสาทอีกต่างหาก

“เพื่อนมึง” คำพูดสั้นๆ ของเขาเล่นเอาผมแทบอยากจะชกคนตรงหน้าสักหมัด

เวรเอ๊ย ผมอยู่ของผมดีๆ นะ

ผมได้แต่สบถในใจ ก่อนจะหันไปมองไอ้ซัน ซึ่งแน่นอนว่ามันก็กำลังมองมาที่ผมอยู่เหมือนกัน สีหน้าของไอ้ซันดูตกใจนิดหน่อย แต่ก็แวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่มันจะส่งยิ้มเฝื่อนๆ กลับมา

ยังสู้หน้าไม่ติดจริงๆ ด้วยสินะ... เป็นผมก็คงทำใจลำบากเหมือนกันนั่นแหละ ถ้ารู้ว่าเพื่อนที่คบกันมาตั้งนานหันไปชอบผู้ชาย แถมผู้ชายคนแรกที่เพื่อนตกหลุมรัก ก็ดันเป็นตัวเองซะอีก ต่อให้ผมโกหกมันว่าเลิกชอบไปแล้วก็เถอะ แต่มันคงยังกลับมาเชื่อใจผมร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้อยู่ดี ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปทำหน้าบึ้งตึงใส่คนก่อเรื่องที่มองดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้สึกรู้สา

“ทำหน้าแบบนี้แล้วตลกดี” แทนที่จะสำนึกผิดที่ทำให้ผมเสียหน้า ร่างสูงกลับหรี่ตามองพลางพูดกวนประสาทไม่เลิก

“นะ...นาย!” ผมกัดฟันกรอด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะหมอนี่เป็นถึงพี่รหัสของไอ้ซัน และมันคงไม่ดีแน่ถ้าผมเผลอชกหน้า หรือด่ากราดใส่รุ่นพี่ที่เพื่อนผมเคารพ

“หึ” พอเห็นว่าผมได้แต่จ้องตาขวางกำหมัดแน่นอย่างทำอะไรไม่ได้ คนกวนประสาทก็แสยะยิ้มอีกครั้ง บ่งบอกว่าที่พูดออกมาเมื่อกี้ ก็แค่จะยั่วให้ผมโมโหเท่านั้น และมันก็ได้ผลซะด้วย

พอเยาะเย้ยผมจนพอใจแล้ว เรียวขายาวก็เดินผ่านผมไป ทิ้งให้ผมได้แต่สบถเป็นร้อยๆ คำอยู่ในใจ ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ไม่ได้เป็นบ่อยนัก

ให้ตายเถอะ หมอนี่มันกวนตีนชิบ!

 

ผมเข้าห้องน้ำนานกว่าปกติเพราะต้องใช้เวลาในการสงบสติอารมณ์มากพอสมควร ผมไม่ใช่คนที่โกรธง่ายนัก แทบนับครั้งที่รู้สึกโมโหได้เลยด้วยซ้ำ แต่คราวนี้ผมไม่พอใจจริงๆ ไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะแกล้งผมทำไม ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกันเลยสักนิด นี่ยังดีที่ผมไม่ชอบความรุนแรง ถ้าเป็นคนอื่นถูกยั่วโมโหแบบนั้น หมอนั่นอาจจะโดนชกหน้าแหกเข้าจริงๆ ก็ได้

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยอารมณ์ที่เย็นลงจนเป็นปกติ แต่พอกลับออกมานั่งที่โต๊ะ สามสาวกลับหยุดเม้าท์กันชั่วขณะ แล้วพร้อมใจกันหันมามองผมเป็นตาเดียว

“มีอะไรเหรอ...ครับ?” ผมถามอย่างไม่ไว้ใจ รู้สึกถึงรังสีอยากรู้อยากเห็นแปลกๆ ที่ส่งออกมาจากพวกเธอ

“เมื่อกี้น่ะ เราเห็นนะ” เป็นทองกวาวที่เปิดประเด็นขึ้นมาคนแรก ในขณะที่พี่รหัสทั้งสองพยักหน้าหงึกหงัก

“รู้จักเชนกับซันด้วยเหรอ” คราวนี้เป็นพี่ดาหลันที่ถามขึ้นมา ทำเอาผมถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองเลยทีเดียว

ผมยกเบียร์ที่เหลืออยู่ค่อนแก้วขึ้นมากระดกจนหมด ก่อนจะกระแอมเบาๆ และตอบคำถามด้วยน้ำเสียง (พยายาม) ปกติ

“ผมกับซันเป็นเพื่อนสมัยมัธยมกันน่ะ ส่วนหมอนั่น...ผมหมายถึงพี่เชน” ผมลอบกลืนน้ำลายนิดหน่อยด้วยความกระดากปากอย่างบอกไม่ถูก “ผมเพิ่งรู้จักเขาเมื่อวาน เขาเป็นพี่รหัสไอ้ซัน”

สามสาวมองหน้ากันพลางพยักหน้าอย่างกระจ่างในคำตอบ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างพร้อมเพรียง

“แหม~ มีเพื่อนแซ่บๆ ก็ไม่บอก” พี่ดาหลันเอื้อมมือมาตีผมเบาๆ แล้วหันไปหัวเราะคิกคักกับคนอื่น

“เป็นสายที่เลอค่ามากอ่ะ บอกเลย คนนึงก็หลีด อีกคนก็เกือบได้เป็นเดือนคณะ เสียดาย ที่มีแฟนแล้วทั้งคู่” พี่ชบาพูดด้วยน้ำเสียงแอบเสียดาย ผมขมวดคิ้ว คนที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะเนี่ยผมเข้าใจน่าจะเป็นไอ้ซัน แต่คนที่เกือบเป็นเดือนคณะนี่สิ...

“หมายถึง...พี่เชนน่ะเหรอ ที่เกือบจะเป็นเดือน?” ผมเลิกคิ้วถาม รู้สึกกระดากปากทุกครั้งที่ต้องเรียกหมอนั่นว่าพี่

“อื้อ พวกเรายังไม่ได้เข้ามา คงไม่รู้เรื่องเชนอ่ะดิ หมอนั่นดังจะตายในหมู่เฟรชชี่เข้าใหม่ พวกรุ่นพี่เล็งเขาให้เป็นหลีดคณะ แถมถึงกับขอร้องให้ประกวดเดือนด้วยนะ แต่ก็นั่นแหละ นิสัยหยิ่งๆ อย่างเขาต่อให้พวกรุ่นพี่บังคับหรืออ้อนวอนยังไง เขาก็ไม่ยอมทำกิจกรรมอะไรพวกนั้นหรอก พอโดนตอแยหนักๆ เข้า หมอนั่นก็เลยวีนจนโดนรุ่นพี่แบนไปพักนึงเลย” พี่ชบาเล่าอย่างออกรส ผมพยักหน้านิดๆ นึกภาพความหยิ่งอย่างน่าหมั่นไส้ของเขาได้อย่างชัดเจนแม้ไม่เห็นเหตุการณ์

แค่ปกติตอนทำหน้านิ่งๆ ยังดูกวนประสาทขนาดนั้น ถ้าเหวี่ยงขึ้นมาจริงๆ ก็คงอ้อนบาทาเอาเรื่อง

“แต่จริงๆ เขาก็นิสัยดีนะ แค่เป็นพวกโลกส่วนตัวสูงเกินไปเท่านั้นแหละ แถมตั้งแต่คบกับฟ้าที่เป็นดาวคณะ ก็ดูเหมือนจะเป็นมิตรขึ้นด้วย พวกรุ่นพี่ที่เคยหมั่นไส้ ก็เลิกเขม่นเขาไปเยอะเลยล่ะ” พี่ดาหลันพูดเสริมด้านดีๆ ให้หมอนั่น ผมเบ้หน้านิดหน่อย แบบนั้นอ่ะนะที่เรียกว่าเป็นมิตร?

ผมอดไม่ได้ที่จะหันไปมองคนนิสัยดีที่พี่ดาหลันว่า เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าตัวกำลังยิ้มและขยี้หัวผู้หญิงชื่อฟ้าที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางเอ็นดู (ผมเพิ่งนึกออกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวกับที่ผมเจอที่หอไอ้ซันเมื่อเช้านี้) ถึงผมจะแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นเขายิ้มก็เถอะ แต่ในสายตาผมรอยยิ้มมุมปากนั่นก็เป็นแค่แอปเปิ้ลอาบยาพิษที่แสนอันตรายเท่านั้นแหละ

“ยิ่งตอนรับน้องนะ เชนได้เป็นพี่ว้ากฝึกหัดด้วย กรี๊ดมากบอกเลย” พี่ดาหลันว่าพร้อมกับทำท่าปลื้มปริ่มออกนอกหน้า ผมหันกลับมายิ้มตอบและจิบเบียร์ต่อ ไม่สนใจชีวประวัติของหมอนั่นแล้ว แม้ว่าพี่ดาหลันจะพล่ามออกมาอีกยาว

ไม่นานสามสาวก็หาเรื่องใหม่คุยกันได้อีก เอาตรงๆ ตั้งแต่เข้าร้านมา ผมก็ยังไม่เห็นสาวๆ โต๊ะผมหยุดพูดเลยสักวินาทีเดียว นี่ถือเป็นความสามารถพิเศษของพวกเธอได้หรือเปล่าเนี่ย? แต่ก็ดีแล้วล่ะที่พวกเธอหาเรื่องใหม่คุยได้ และไม่ซักไซ้อะไรผมอีก ปล่อยให้ผมจิบเบียร์และคิดอะไรเพลินๆ อยู่คนเดียว

“...” แต่ดูเหมือนผมจะสบายใจเกินไป จนลืมไปว่าที่โต๊ะถัดไป มีภาพที่ผมไม่ควรจะเห็นอยู่ด้วย  

ไอ้ซันที่นั่งหันหลังให้ผมอยู่ ตอนนี้กำลังคุยกับคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน ในขณะที่มือของมันกำลังโอบไหล่แฟนอย่างรักใคร่ บางครั้งที่มันหันมายิ้มให้วี หัวใจของผมก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบ มันเกิดขึ้นซ้ำๆ จนความเจ็บเริ่มเปลี่ยนเป็นชินชาโดยไม่รู้ตัว

ผมเบือนหน้าหนีจากภาพเหล่านั้น หันมากระดกเบียร์ที่เพิ่งรินใหม่จนหมดแก้วภายในครั้งเดียว ผมพยายามจะไม่สนใจคนบนโต๊ะนั้นอีก แต่ตาไม่รักดีก็เอาแต่ดื้อมองภาพที่ทำให้ตัวเองเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ยอมเข็ด ผมถอนหายใจและรินเบียร์ใส่แก้วใหม่ แต่ไม่รู้เพราะอะไร อยู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมา

และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าผมไม่ได้คิดไปเอง

“...”

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแสนเย็นชาคู่นั้นจ้องมาที่ผมนิ่งๆ พร้อมกับพ่นควันสีขาวออกจากปากท่าทางไม่ยี่หระ เหมือนไม่รู้ตัวเลยว่าสายตาที่เหมือนแฝงแววเย้ยหยันบางอย่างของเขา มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ อีกแล้ว อยากจะแช่งให้เขาเป็นมะเร็งตายสักวันจริงๆ แต่เอาเถอะ ถึงผมไม่แช่ง เขาก็คงหนีมะเร็งไม่พ้นหรอก เล่นสูบมวนต่อมวนขนาดนั้น

ผมเบือนสายตาหนีพร้อมกับกระดกเบียร์แก้วใหม่ที่เพิ่งรินจนหมดแก้วอีกครั้ง แล้วรินใหม่ทันทีราวกับคนอดอยาก หวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยดับอารมณ์ที่เริ่มมาคุขึ้นมาจากการสบตากับคนกวนประสาท แล้วอีกอย่าง ผมก็แอบหวังนิดๆ ว่าการดื่มเข้าไปเยอะๆ อาจจะช่วยลบภาพบาดตาวันนี้ได้เมื่อผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 

“เฮ้ย กินหมดขวดคนเดียวได้ไง แบ่งเพื่อนสายบ้างดิ” พี่ดาหลันหันมาติงผม ก่อนจะหยิบขวดเบียร์ที่ผมเพิ่งวางไปรินใส่แก้วยัยกวาวที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นน้ำเปล่า แต่ตอนนี้เหลือแต่น้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว

“เฮ้ยพี่ กวาวไม่กินเบียร์” ยัยกวาวแย้งเสียงตื่นตระหนก พี่ดาหลันจึงหยุดริน แต่พี่ชบาก็พูดแทรกขึ้นมา

“ไม่กินเบียร์ แต่กินเหล้าใช่มะ ได้ๆ เดี๋ยวพี่จัดให้น้อง” ผมคิดว่าพี่ชบาพูดเล่น แต่เธอกลับตะโกนเรียกเด็กเสิร์ฟ และสั่งเหล้าพร้อมมิกซ์เซอร์แถมกับแกล้มให้อย่างจริงจัง พี่ดาหลันหัวเราะร่าที่เห็นคนตัวเล็กที่นั่งข้างผมหน้าเสียไปเลย

“โหยพี่ กวาวไม่กินนะ ถ้าเหลือกวาวไม่รับผิดชอบด้วย” ทองกวาวเบ้หน้าท่าทางเหมือนจะร้องไห้ ผมจึงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปขยี้ผมคนตัวเล็กกว่าเบาๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวเราจัดการเอง” ผมยิ้มให้อย่างเอ็นดู ผมไม่เคยมีน้องสาว ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกของการเป็นพี่ชายมันเป็นยังไง แต่พอมองทองกวาวแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับน้องสาวตัวเล็กๆ ยังไงยังงั้น

“พูดแล้วนะไอ้น้องชาย งั้นนี่เลย จัดแก้วนี้ให้หมด ก่อนที่ของแรงจะตามมา” พี่ชบาจัดการสลับแก้วของทองกวาวมาให้ผม ก่อนจะเอาแก้วที่เหลือแต่น้ำแข็งไปรินน้ำเปล่าให้เธอแทน

“ฝากด้วยนะตรี” ยัยตัวเล็กหันมาทำสายตาอ้อนวอนให้ ผมเลยหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

ผมรับแก้วที่รุ่นพี่ยื่นให้มากระดกอย่างไม่เกรงใจ แต่ขณะที่กำลังกลืนน้ำสีอำพันรสชาติข่มปร่าลงคอ สายตาเจ้ากรรมของผมมันดันเผลอไปสบตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ และต้องชะงักไป เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผมจะสบตากับเขาได้ยังไง ถ้าหมอนั่นไม่กำลังมองมาทางนี้เช่นกัน

แต่แล้วความสงสัยนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดอีกครั้ง เมื่อริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายๆ และจ้องมาราวกับกำลังท้าทายว่าผมจะดื่มได้แค่ไหน แน่นอนว่าบางทีผมอาจจะแค่คิดไปเอง แต่วินาทีต่อมาแก้วที่เคยมีแอลกอฮอล์อยู่เต็ม ก็เหลือเพียงแค่น้ำแข็งเปล่าที่พร้อมสำหรับการเติมเต็มแอลกอฮอล์แก้วต่อไป

ผมหันไปส่งสายตาของผู้ชนะให้กับร่างสูงที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป หมอนั่นแสยะยิ้มมุมปากเล็กๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปคุยกับแฟนของตัวเองต่อ ซึ่งท่าทางเมินเฉยของเขาทำให้ความหงุดหงิดของผมเพิ่มขึ้นทวีคูณ ดังนั้นทันทีที่พนักงานเสิร์ฟวางเหล้าลงบนโต๊ะ ผมก็ไม่รอช้าที่จะรินมันใส่แก้วตัวเองในปริมาณที่คนทั้งโต๊ะต่างก็ตกใจ

“โห เข้มไปมั้ยเนี่ย ไหวเหรอตรี” ทองกวาวทำตาโตมองแก้วเหล้าของผมอย่างทึ่งๆ ผมเพียงแค่ยิ้มตอบ ก่อนจะกระดกรวดเดียวหมด รสชาติขมปร่าที่ไหลผ่านคอไปทำให้ผมรู้สึกแสบคอนิดหน่อย แต่ก็ไม่ทำให้ผมหยุดรินแอลกอฮอล์ใส่แก้วอีกรอบ

เหอะ อย่ามาดูถูกกันสิ ผมน่ะคอแข็งกว่าที่ใครๆ คิดนะจะบอกให้

 

เวลาผ่านไป

ถึงผมจะบอกว่าตัวเองคอแข็งก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้แข็งพอที่จะกินเหล้าทั้งขวดได้โดยไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ

ผมรู้สึกมึนๆ นิดหน่อย... จริงๆ ก็ไม่หน่อยหรอก ผมรู้สึกเหมือนโลกหมุนไปหมดจนต้องพิงตัวลงกับอ่างล้างหน้า เพื่อตั้งสติ ผมไม่อยากออกไปในสภาพเมาๆ สักเท่าไหร่หรอกนะ ก็คุยไว้เยอะนี่ว่าคอแข็ง จะออกไปแบบหมดสภาพให้คนอื่นเห็นได้ไง ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งทีก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องน้ำมา แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเจอกับคนที่ไม่อยากเจอที่หน้าห้องน้ำพอดี

“ไอ้ซัน...” ผมครางชื่อมันออกมาเบาๆ รู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

“ตรี กูมีเรื่องจะคุยกับมึง” ถึงจะมึนๆ ด้วยฤทธิ์เหล้า แต่ก็ไม่ได้เบลอถึงขนาดจะมองไม่ออกว่าคนตรงหน้ากำลังทำหน้าจริงจังแค่ไหน

ผมหลับตาตั้งสติแวบหนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธ “กูไม่มีอะไรจะคุย”  

ผมเดินผ่านร่างสูงมาโดยพยายามไม่ให้เซจนสังเกตได้ แต่ไอ้ซันก็ตื๊อเกินกว่าจะปล่อยผมไป มันเอื้อมมือมาดึงแขนผมไว้ ผมสะบัดมือหนี แต่แรงสะบัดก็เอาทำเอาเซไปเลยเหมือนกัน

“มึงเป็นอะไรกันแน่วะตรี ไหนมึงบอกว่ามึงเลิกชอบกูแล้วไง แล้วทำไมไม่คุยกับกูแบบปกติวะ” คำถามทิ่มแทงใจ ทำให้ผมหยุดฝีเท้าตัวเองอีกครั้ง ผมนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะทำในสิ่งที่สมองเบลอๆ พอจะสั่งการให้ทำได้

ผมหันไปยิ้มให้เพื่อนรักอย่างจริงใจ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้คนพูดอย่างผมเจ็บปวดเสียเอง “กูเลิกชอบมึงแล้วจริงๆ”

“...”

“แต่ตอนนี้กูเมาว่ะ คงคุยกับมึงไม่รู้เรื่องหรอก” ผมหัวเราะนิดหน่อย เพื่อทำให้ดูว่ามันเป็นเรื่องตลก ถึงผมจะรู้สึกว่าเมาจริงๆ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผมไม่อยากคุยกับมันหรอก

แต่เอาเถอะ ผมคิดเหตุผลอื่นไม่ออกแล้วว่ะ

“กูขอโทษ” อยู่ๆ คนตรงหน้าก็พูดขึ้นมา ผมเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามันจะมาขอโทษผมเรื่องอะไร “ขอโทษที่กูทำให้มึงรู้สึกไม่ดี กูไม่ได้รังเกียจหรอกนะที่มึงจะเป็น...” มันเว้นวรรคไว้เหมือนไม่อยากจะทำร้ายจิตใจผม

แต่มันคงไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดแบบนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกแย่

“เอาเหอะ กูเข้าใจ กูไม่ถือสามึงหรอก” ผมยิ้มบางๆ ก่อนจะปลีกตัวออกมา “งั้นกูไปก่อน...” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ คำพูดที่แทรกขึ้นมาก็ทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายตัวเองลงไปทันที

“ถ้ามึงไม่ว่าอะไร กูว่า กูยังอยากเป็นเพื่อนมึงอยู่นะ”

“...”

ผมรู้ว่ามันเป็นคำพูดที่ไม่ได้มีความหมายแอบแฝงอะไร ผมรู้ว่าที่มันพูดออกมาก็เป็นเพราะมันเสียดายความเป็นเพื่อนของเราที่มีมานาน และไม่อยากให้มันจบลงเพียงเพราะความรู้สึกงี่เง่าไร้สาระของผม แต่ไม่ว่ายังไง...ผมก็หยุดความรู้สึกงี่เง่านี้ไม่ได้จริงๆ นี่หว่า

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจาก...

“เออ กูก็อยากเป็นเพื่อนมึง” ผมตอบมันด้วยรอยยิ้ม แม้มันจะเป็นยิ้มที่ฝืนใจก็ตาม

“งั้นกูกับมึงเคลียร์แล้วนะโว้ย” ไอ้ซันยิ้มกว้างพร้อมกับเอื้อมมือมาตบบ่าผมแรงๆ

“เออ เคลียร์” ผมตอบยิ้มๆ แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมีความสุขของคนตรงหน้า ผมก็อดมีความสุขตามไม่ได้

ไอ้ซันทำท่าจะพูดอะไรออกมาอีก แต่เพราะวีแฟนของมันเดินออกมาจากห้องน้ำหญิงพอดี ทำให้มันหันกลับไปสนใจเธอแทน รอยยิ้มของผมค่อยๆ หุบลง เมื่อตระหนักได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้มาดักรอคุยกับผมอย่างที่คิด จริงๆ มันแค่มารอแฟนเข้าห้องน้ำ และบังเอิญเจอผมเท่านั้นสินะ

คนที่เอาแต่คิดไกลไปเองเนี่ย มันน่าสมเพชชิบเป๋งเลยว่ะ ว่ามั้ย

 

ผมกลับมาที่โต๊ะในสภาพที่พยายามปกติที่สุด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังอีกโต๊ะหนึ่ง ที่ตอนนี้เหลือเพียงผู้หญิงชื่อฟ้านั่งอยู่คนเดียว แหงล่ะ ก็ผมเพิ่งเจอไอ้ซันกับวีที่หน้าห้องน้ำเมื่อกี้นี้เอง ส่วนหมอนั่น... คนกวนประสาทแบบนั้นหายๆ ไปก็ดีแล้ว

ผมนั่งลงที่โต๊ะได้ไม่นาน พี่ดาหลันก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน เพื่อจะได้แยกย้ายกันกลับสักทีเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว โชคดีที่สามสาวไม่ได้ดื่มเยอะ และยังมีสติอยู่จึงไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่นัก แต่เพื่อเป็นการไม่ประมาท คนรับหน้าที่ขับรถกลับเลยเป็นทองกวาวที่ไม่ได้รับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยสักหยด

ผมยืนมองรถของสายรหัสที่ขับออกจากร้านไปจนลับตา ก่อนจะเดินไปที่รถเพื่อกลับหอบ้าง ถึงจะดื่มไปไม่น้อยแต่ผมว่าผมยังมีสติพอจะขับรถได้นะ ผมกำลังจะเดินไปที่รถโฟล์คสีน้ำเงินของตัวเอง แต่กลิ่นบุหรี่ที่โชยมาจากที่ไหนสักแห่งกลับทำให้รู้สึกมึนกว่าเดิมจนต้องชะงัก ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมกับมองหาว่ากลิ่นนั้นมาจากไหน จะว่าไปบุหรี่กลิ่นมีเอกลักษณ์แบบนี้ เหมือนกลิ่นของ หมอนั่นเลยแฮะ

และข้อสันนิษฐานของผมก็ไม่ผิดเพี้ยนไปเลยสักนิด เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋าพิงรถบิ๊กไบค์สีดำสนิท พร้อมกับพ่นควันบุหรี่สีขาวออกมาอย่างสบายใจ

เหอะ ทำไมเจอหมอนี่ตลอดเลยวะ ชักจะหลอนๆ แล้วนะ

ผมไม่สนใจร่างสูงที่อยู่ห่างออกไป และกำลังจะขึ้นรถตัวเอง ไม่คิดเอ่ยลาแม้ว่าเขาจะเป็นพี่รหัสเพื่อผม บอกตามตรง ผมไม่อยากสบตากับสายตานิ่งสนิท แต่กลับแฝงความกวนประสาทแถมคาดเดายากจนน่าหงุดหงิดคู่นั้นอีกแล้วล่ะ

ตุบ!

แต่ดูเหมือนฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สะสมอยู่ในร่างกายจะทำให้อะไรๆ มันยากไปหมด ผมพยายามควานหากุญแจรถอยู่นานทั้งๆ ที่มันก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของผม และพอผมจะควักมันออกมา มือผมก็ดันหมดแรงทำให้ไอ้กุญแจรถเวรหล่นลงไปอยู่ที่พื้นซะงั้น

ผมสบถพึมพำกับตัวเองก่อนจะก้มลงเก็บ แต่ดูเหมือนการก้มจะทำให้การทรงตัวลำบากกว่าที่คิด ร่างของผมจึงโงนเงนไปมา ก่อนจะล้มลงไปนั่งกองกับพื้นในที่สุด

“เวรเอ๊ย!” คราวนี้ผมสบถเสียงดังอย่างทนไม่ไหว ไม่ทันคิดเลยว่าเสียงของผมจะได้ยินไปถึงหูของคนที่ผมไม่อยากจะเผชิญหน้าที่สุด ไม่กี่วินาทีหลังจากที่ผมสบถออกมา ผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าพร้อมกับขากางเกงยีนสีเข้มที่มาหยุดอยู่ตรงระดับสายตาพอดี

ผมจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับพยายามจะพยุงตัวเองลุกขึ้น แต่ความมึนงงที่ทวีคูณขึ้นมาด้วยกลิ่นบุหรี่ที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกทำให้ผมล้มลงไปที่พื้นอย่างน่าอนาถอีกรอบ ผมอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้จริงๆ หรือไม่ก็ภาวนาให้คนที่ยืนค้ำหัวอยู่เลิกสนใจผม แล้วเดินไปไหนสักที ถึงจะเมา แต่ผมก็มียางอายมากพอที่จะไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพทุเรศๆ แบบนี้ล่ะนะ

แต่สิ่งที่ผมขอเคยเป็นจริงซะที่ไหน ตรงกันข้าม ร่างสูงกลับแค่นหัวเราะราวกับกำลังสมเพชผมเต็มที ก่อนจะนั่งยองๆ ลงตรงหน้า

“คอแข็งไม่ใช่เหรอ” ว่าพลางพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าผมอย่างไม่เกรงใจเลยว่าไอ้ควันบุหรี่เวรนี่ทำผมเวียนหัวจนจะอ้วกออกมาอยู่แล้ว

“ไปไหนก็ไป เหม็น” อาจเป็นเพราะเมาก็ได้ เลยทำให้ผมกล้าพูดตรงๆ ออกมา คนตรงหน้าอึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มอีกครั้ง

“มา เดี๋ยวช่วย” เขาว่าพร้อมกับยืนขึ้น และยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อให้ผมจับ แต่ผมก็ปัดมือนั่นออกก่อนจะรู้ตัวเสียอีก

“ไม่ต้องมายุ่งหรอก ผมช่วยตัวเองได้” ผมปฏิเสธ แต่ยังคงนั่งอย่างหมดสภาพอยู่ที่พื้น จริงๆ กะว่าจะนั่งอยู่แบบนี้สักพัก เรียกสติตัวเองก่อน แล้วค่อยขับรถกลับ

คนตรงหน้าเงียบไปพักใหญ่หลังจากถูกปฏิเสธ ก่อนที่ก้นบุหรี่จะถูกทิ้งลงพื้นใกล้กับที่ผมนั่งอยู่ และถูกรองเท้าราคาแพงเหยียบอย่างลวกๆ ผมรู้สึกโล่งใจนิดหน่อยเพราะคิดว่าหมอนี่กำลังจะกลับเข้าไปในร้าน

แต่เปล่าเลย ผมคิดผิด...ผิดสุดๆ

ฟุ่บ!

“เฮ้ย!

ผมร้องลั่น รู้สึกช็อคไปชั่วขณะเมื่ออยู่ๆ ฝ่ามือหนาก็คว้าลงมาที่คอเสื้อด้านหลังของผมพร้อมกับออกแรงดึงอย่างรุนแรง รู้ตัวอีกทีร่างของผมก็ลอยขึ้นมาตามแรงดึงนั้น ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเหวี่ยงผมเข้ากับรถโฟล์คสีน้ำเงินที่จอดอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคมกริบจ้องตรงมา ก่อนที่ริมฝีปากบางจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือไปด้วยความหงุดหงิด

“อย่าทำอวดเก่งน่า ส่งกุญแจมา เดี๋ยวขับไปส่ง”

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้อง” ผมยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง

ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องมายุ่งเรื่องของผมด้วย

“จะให้ไปส่ง หรือจะให้ไปเรียกไอ้ซัน”

“เฮ้ย! ผมมองตาขวาง แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมทำอะไรหมอนี่ไม่ได้ สายตาจริงจังที่มองกลับมาทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้แค่ล้อเล่น ถ้าผมยังขืนดื้อ เขาจะเรียกไอ้ซันมาจริงๆ

และแน่นอนว่าผมยังไม่อยากเจอหน้ามันตอนนี้... ไม่อยากเจอไปอีกสักพัก

ผมชักสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยอมยื่นกุญแจให้ร่างสูงที่ยืนขู่ผมอยู่ ริมฝีปากบางแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะผละออกไป

“ก็แค่นี้” ว่าพลางดันตัวผมออกให้พ้นประตูฝั่งคนขับ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งหน้าพวงมาลัยหน้าตาเฉย ผมได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในใจ แล้วเดินโซเซอ้อมไปนั่งข้างคนขับแต่โดยดี

ก็แค่ครั้งนี้เท่านั้นแหละที่ผมจะยอมให้คนกวนประสาทอย่างหมอนี่ออกคำสั่ง นี่ถ้าเขาไม่เอาไอ้ซันมาอ้าง ผมไม่มีทางยอมเป็นหนี้บุญคุณเขาง่ายๆ แบบนี้แน่ สาบาน!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 592 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1955 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:16
    เมาไม่ขับบบ
    #1,955
    0
  2. #1871 Beom_0601 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 17:07
    ขับไม่ไหว ไม่กลับแท๊กซี่ ไปกับคนที่ไม่ชอบได้ไง
    #1,871
    0
  3. #1848 Praew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 18:13
    เอาน่าตรี เมาไม่ขับก็ดีแล้ว
    #1,848
    0
  4. #1844 maybee23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 16:03
    เจ็บวนไปก่อนนะตรี เดียวก็หายเนอะ
    #1,844
    0
  5. #1769 xวาuxวาu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 19:32
    เจ็บซ้ำๆเนอะ แอบรักเพื่อนตัวเองเนี่ย
    #1,769
    0
  6. #1765 Kon--Kon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 22:35
    ตรงไหนที่บอกว่าพี่แกเผ็นคนดี 555
    #1,765
    0
  7. #1732 hh_9094 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 20:54
    อะไรยังไงคะพี่เชน
    #1,732
    0
  8. #1713 Kim-kibom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:56
    แอบชอบน้องอ่ะสิ..ชืส์
    #1,713
    0
  9. #1688 Mune (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 15:54
    จริงๆแล้วพี่แอบชอบน้องอยู่รึป่าว ทั้งกวนทั้งท้าแถมมาดักรอไปส่งอีก 555
    #1,688
    0
  10. #1528 fanajaks (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 13:21
    พี่เชนคะ แฟนพี่ล่ะคะ5555
    #1,528
    0
  11. #1441 bassjeedjad (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:46
    ตะหงิดตรงคนพี่มีแฟนอ่ะ ดราม่าในอนาคตแน่ๆ
    #1,441
    0
  12. #1412 FairyP718 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:27
    พี่เชนลืมแฟนไว้ในร้านรึเปล่าคะ ฮัลโหลล
    #1,412
    0
  13. #1370 Zelon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 10:33
    จะผิดไหม ถ้าจะเป็น #ทีมพี่เชน 55555555555 ดีงามจังเลยยยย
    #1,370
    0
  14. #1115 Sweet Time (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 16:39
    ชอบบบบเชนนน
    #1,115
    0
  15. #1037 ReNight (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 18:58
    เอ่อ เราว่าไรท์แต่งดีแล้วนะ แต่ถ้าลดพวกอิโมติคอนลงมันจะดีกว่านี้นะคะ
    #1,037
    0
  16. #889 pannjed . (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 13:17
    โอ๊ยพี่เชน เป็นห่วงก็บอกดีๆค่าาาา
    #889
    0
  17. #468 angel188 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 09:25
    เชนเป็นพระเอก?
    #468
    0
  18. #111 prang-plft (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 16:02
    กรี๊ดดดดดดดด รักตรีจัง สงสารรรรร
    #111
    0
  19. #92 StraWBerry_ImIn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 07:20
    เชนสนใจในตัวของตรีอยู่สินะ แอ่ก
    ขอโทษที่แอบจิ้นซันเชนเชนซันค่ะ ๕๕๕๕๕๕ รู้สึกผิดมากมายเลยTvT 
    แต่เชนตรีก็น่ารักนะ ฮ่าาา!! 
    #92
    0
  20. #63 ThePitch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 00:44
    -//- เขินนน
    อรั้ยย ตรีเชนๆ 5555555
    คือชอบซํนแล้วเจ็บแนะนำให้ไปหาเชน #ห้ะ 5555555555555555
    #63
    0
  21. #12 Prang' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 15:22
    ขอให้แค่ไปส่งตรีอย่างเดียวเถอะ
    รึจะมีซัมติง 55555555> <
    แอบฟินเบา ๆ


    รออ่านตอนต่อไปนะคะไรเตอร์
    #12
    0
  22. #11 XyXear* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 15:03
    เชนมีซัมติงกับตรีแน่ๆ....5555
    รออ่านตลอดน้าา
    ไรเตอร์สู้ๆค่าาา
    #11
    0
  23. #10 XyXear* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 18:30
    เป็น1คอมเมนต์เพื่อขอ70%ที่เหลือค่ะ อรั๊ง

    ดาหลันนี่ชื่อคล้ายๆเพื่อนเราเลยค่ะ อิอิ

    คณะนี้แต่งชื่อได้ประหลาดจริงๆเนอะคะ
    แต่ตอนนี้อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
    ไรเตอร์สู้ๆนะคะ รออ่านอยู่ > <
    #10
    0
  24. #9 Prang' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 18:28
    โบราณเขาว่ายิ่งเกลียดยิ่งรักนะตรี
    กิ๊บกิ้ววววววว 

    รออ่าน70เปอร์ที่เหลือจะไรเตอร์^^
    #9
    0