[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 29 : 28 : เวลา [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 378 ครั้ง
    20 ก.พ. 63



 

28

เวลา

 

ผมไม่ค่อยได้เล่นโซเชียล ก็เลยไม่รู้ว่าหลังจากวันนั้นเรื่องของผมกับเชนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แค่ไหน จนกระทั่งไอ้เวสป้าเอารูปที่ผมกับเชนถูกแอบถ่ายตอนกลับหอด้วยกันลงเพจคนดังของมหาวิทยาลัย แล้วมียอดไลค์และคอมเมนต์เหยียบหมื่นมาให้ดู

ในรูปไม่เห็นหน้าผมเพราะถูกมือของอีกคนที่วางอยู่บนหัวผมบัง แต่มันกลับเห็นใบหน้าของเชนชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคือเขา แคปชั่นภาพเขียนบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างละครเวทีได้เป็นฉากๆ จนผมคิดว่าคนโพสต์น่าจะเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ใครคนนั้นจุดประเด็นคำถามว่าผมเป็นใคร แล้วสุดท้ายก็มีคนสืบเจอจนได้ แถมยังขุดภาพและประวัติของผมมาโพสต์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน

ถึงส่วนใหญ่จะไม่ใช่คอมเมนต์ในทางไม่ดี ออกจะเชียร์ด้วยซ้ำ แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบนะที่คนมาขุดคุ้ยความเป็นส่วนตัวของตัวเอง เชนก็ดูเหมือนจะไม่ชอบเหมือนกัน แต่เขาคงจะชินแล้วเพราะในเพจนั้นก็ชอบมีคนเอารูปเขาไปลงบ่อยๆ เขาก็เลยไม่ได้แคร์เท่าที่ควร แต่ผมเป็นคนธรรมดานี่หว่า ไม่ใช่หนุ่มหล่อตัวท็อปแบบเขา จะให้ไปชินเรื่องแบบนี้ได้ไง มันประหม่าจะตาย เวลาที่ออกไปไหนมาไหนแล้วมีแต่คนมอง

ดีที่ช่วงนี้ผมแทบไม่ได้ไปไหนมาไหนกับเชนเลยเพราะต่างคนต่างยุ่งกับการเรียน ทำให้ไม่มีใครแอบถ่ายรูปคู่พวกเราได้อีก เรื่องก็เลยเริ่มซาๆ ไป เพราะไม่มีอะไรมาช่วยต่อจินตนาการ

แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องดีทั้งหมด

ถึงการที่ผมกับเชนจะต่างคนต่างยุ่งจะทำให้เราเลิกเป็นขี้ปากชาวบ้าน แต่ว่าช่วงหลังๆ มา ผมชักจะคิดว่า การเป็นแบบนั้น อาจดีว่าการที่เราแทบจะไม่ได้เจอกันเลยตลอดทั้งอาทิตย์แบบนี้ก็ได้

ช่วงนี้ใกล้จะปิดเทอมแล้ว เชนก็เลยต้องหมกมุ่นกับการอ่านหนังสือสอบและทำงานส่งไฟนอล ในขณะที่ผมเองก็มีไฟนอลโปรเจ็กต์ที่ต้องส่งปลายเทอมเช่นกัน ที่สำคัญ อาทิตย์นี้เป็นโปรดักชั่นวีค.. อาทิตย์สุดท้ายก่อนส่งงาน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในหมู่เด็กถาปัตย์ว่ามันคือสัปดาห์นรก

นรกจริงๆ ครับ ผมยืนยัน

วงจรชีวิตบัดซบที่เริ่มต้นตอนเกือบบ่ายและจบลงในตอนที่พระอาทิตย์วันใหม่ทอแสงขึ้นมาแยงตา พวกเรากินนอนในคณะแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง ลืมตาขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงาน ห้ามปล่อยให้ตัวเองว่างสักวินาที ไม่อย่างนั้นจะทำงานส่งไม่ทัน (แล้วเกรดก็จะหายไปครึ่งหนึ่ง...) แค่จะปลีกตัวออกไปกินข้าวยังรู้สึกผิดเลย

ตอนแรกๆ มันก็ไม่หนักขนาดนี้ แต่วันนี้วันพุธแล้ว ความพีคมันยิ่งทวีคูณ สภาพเพื่อนแต่ละคนที่เดินผ่านผมไป ไม่ต่างจากซอมบี้ที่หลุดมาจากหนังวอล์กกิ้ง เดด ตัวผมเองก็คงจะเหมือนกัน

“กูหิววว~” อยู่ๆ ไอ้เวสป้าก็ตะโกนขึ้นมา ทำเอาผมสะดุ้งเพราะกำลังนั่งเหม่ออยู่ และเมื่อไอ้เพื่อนตัวดีบ่นขึ้นมาแบบนี้ เป้าหมายต่อไปที่มันมองหาจะเป็นใครซะอีก ถ้าไม่ใช่ผม

“ไอ้ตรี! แดกข้าว!”

นั่นไง เคยเดาผิดซะที่ไหน ผมมองนาฬิกาและพบว่ามันปาเข้าไปบ่ายสองแล้ว จึงยอมลุกขึ้นจากโต๊ะเขียนแบบ บิดขี้เกียจแป๊บหนึ่ง ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์เดินตามไอ้เวสป้าไป คนอื่นหันมามองพวกเรานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่หันไปทำงานต่อด้วยสภาพอิดโรยเต็มที ผมกับไอ้เวส เดินเอื่อยๆ ลงมาจนถึงโรงอาหารใต้คณะซึ่งคนเยอะเป็นพิเศษเพราะอยู่ในช่วงโปรฯ

นี่แหละครับ ช่วงเวลาทองของคนขายกับข้าวคณะเรา ที่คณะ มีร้านอาหารอยู่ไม่กี่ร้าน เพราะคนที่มากิน ก็มีแต่คนในซึ่งมีอยู่ไม่กี่ร้อยคน แถมในเวลาปกติ ใครๆ ก็อยากออกไปหาอะไรกินข้างนอกทั้งนั้นเพราะเบื่อกับข้าวซ้ำซากจำเจ โรงอาหารก็เลยค่อนข้างเงียบเหงา แต่ถ้าช่วงไหนเป็นช่วงโปรดักชั่นวีค หรือมีงานที่ต้องทำหามรุ่งหามค่ำล่ะก็ โรงอาหารก็จะคึกคักขึ้นมาทันที เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่าที่สุดสำหรับพวกเรา

“เอาน้ำให้กูด้วย” ไอ้เวสตะโกนสั่ง หลังจากที่ผมวางจานข้าวและกำลังจะเดินไปกดน้ำฟรี

“เออ” ผมตอบ และกดน้ำมาสองแก้ว วางลงตรงหน้าไอ้เวสและข้างจานข้าวผม ก่อนจะนั่งลง แต่ยังไม่ทันจะตักข้าวเข้าปาก เสียงหัวเราะจากรุ่นพี่กระเทยโต๊ะข้างๆ ก็ดังขึ้นมาผิดสังเกตจนผมอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าพวกเธอกำลังมองมาทางผม

ถ้าอย่างนั้นประเด็นที่พวกเธอหัวเราะเมื่อครู่ ก็คงไม่พ้นเรื่องของผมสินะ

“งานเป็นไงบ้างน้องตรี ทันมั้ย ถ้าไม่ทันเรียกพวกพี่ได้นะ” หนึ่งในนั้นเอ่ยถาม น้ำเสียงหยอกล้อ

“มึงไม่ต้องไปเสือกเลย น้องตรีเขามีพี่เชนช่วยอยู่แล้ว ไม่รู้เหรอ” พี่กระเทยอีกคนปรามขำๆ พี่กระเทยคนเดิมเลยหัวเราะคิกคัก

“ตรีนี่แอ๊บเนียนเนอะ พี่มองไม่ออกเลย เต๊าะมาตั้งนาน เสียดายอ่ะ” พี่เขาทำเสียงกระเง้ากระงอดก่อนจะโดนพี่อีกคนผลักหัว แล้วหันไปหัวเราะคิกคักกันอีกครั้ง

ผมไม่ได้พูดอะไร แค่ยิ้มๆ กลับไป นับตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่ ผมก็มักทำตัวกลมกลืนไปกับอากาศธาตุ พยายามไม่เป็นที่สนใจของใครให้ได้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่งแถมยังไม่ค่อยทันมุกคนอื่น เป็นมนุษย์ที่คุยด้วยยาก ก็เลยไม่อยากสร้างความสัมพันธ์กับใคร คนที่สนิทที่สุดในคณะก็มีแต่ไอ้เวสป้านี่แหละ ที่ยอมมาคุยกับผม เพราะผมไม่ค่อยเถียงมัน

แต่ถึงอย่างนั้นขนาดกับไอ้เวสป้าที่สนิทกันผมก็ไม่เคยบอกอะไรมันเลยถ้ามันไม่ถาม มันไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของผม มากไปกว่าเรื่องทั่วๆ ไปที่ไม่ได้น่าสนใจอะไร  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่คนอื่นที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อจะมารู้ตัวตนหรือเรื่องส่วนตัวของผมมากไปกว่าที่ไอ้เวสรู้ พอเรื่องที่ผมคบกับเชนแพร่งพรายออกมา จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ทุกคนจะตกใจ

ผมไร้ตัวตน จนไม่เคยมีใครตั้งข้อสงสัยมาก่อนว่าจริงๆ แล้วผมชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย

แต่บอกแล้วไงว่านับจากนี้ผมจะไม่แคร์แล้ว... ไม่สนหรอกว่าใครจะมองผมเป็นยังไง

แค่ผมได้มีความสุขกับคนที่ผมรัก แค่นั้นก็พอ

“กูว่ามึงไม่ได้แอ๊บนะ” อยู่ๆ ไอ้เวสป้าก็พูดขึ้นมา ทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ “ที่กูเห็นมึงก็เป็นเหมือนเดิม เหมือนตอนแรกที่กูรู้จักมึง”

ผมใช้เวลาสักพักกว่าจะเข้าใจคำพูดของมันเพราะสมองยังรวนจากการอดนอนติดๆ กัน แต่ไม่นานก็เข้าใจ และหัวเราะออกมาเบาๆ

“มึงไม่ตกใจเลยเหรอที่รู้ว่าจริงๆ แล้วกูชอบผู้ชาย” ผมถาม นอกจากไอ้เวสป้าแล้ว เพื่อนคนอื่นๆ ตั้งแต่รู้เรื่องนั้นก็เอาแต่มองผมด้วยสายตาแปลกๆ หลายคนเอ่ยแซว ด้วยคำถามว่า ผมเปิดตัวแล้วเหรอ

เปิดตัวอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย

“ก็ตกใจ ตอนแรกมึงยังคบกับทองกวาวอยู่เลย” มันพูดนิ่งๆ สีหน้าไม่ได้ดูตกใจอย่างปากว่าเท่าไหร่ เรื่องที่ผมเคยคบกับทองกวาวเอง ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึง บ้างก็ว่าผมหลอกใช้ทองกวาวบังหน้าไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเป็นเกย์ บ้างก็ว่าผมสับสน ก็เลยลองคบผู้หญิงก่อน

แต่ไม่มีใครรู้ความจริงสักนิด...

“แต่กูดูออก ว่ามึงไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่ากัน” ไอ้เวสป้าเอ่ย ทำลายคำครหาต่างๆ ที่อยู่ในใจผม “มึงก็แค่รักใครก็ได้ ที่ใช่สำหรับมึง ก็แค่นั้น”

“...”

“กูพูดถูกมะ?” มันเลิกคิ้วเมื่อผมไม่พูดอะไร

ผมหัวเราะ ก่อนจะให้คำตอบ “เออ ถูกจนกูตกใจเลย”

นานๆ ทีจะเห็นไอ้เวรนี่ในโหมดความคิดดีๆ แบบนี้ เล่นเอาผมอึ้งไปเลย หรือบางทีการอดนอนหลายวันอาจจะช่วยไล่ความบ้าของมันออกไปหมดแล้วก็ได้

“ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะรังเกียจกูซะอีก แต่เห็นแบบนี้ก็สบายใจ” ผมพูดยิ้มๆ รู้สึกโล่งใจจริงๆ ที่เพื่อนเพียงไม่กี่คนในชีวิตยังคงเข้าใจผมอยู่

“จะรังเกียจทำไม มึงไม่ได้ทำอะไรไม่ดี” มันตอบกลับสีหน้าจริงจัง แต่ประโยคต่อมาก็ทำเอาผมอยากจะถอนหายใจใส่หน้ามันสักล้านที “และตราบใดที่มึงยังมาช่วยกูตัดโมอยู่ กูสาบานว่าจะเกาะติดมึงแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยครั้บเพื่อนรัก ฮ่าๆๆๆๆ”

นี่ผมขอถอนคำพูดที่เคยชมมันไว้ก่อนหน้านี้กลับมาทันมั้ยวะเนี่ย

 

9.30 P.M.

ผมกลับมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอ เพื่อกลับไปทำงานที่สตูดิโออีกรอบในตอนค่ำ แต่กลับมาก็ไม่เจอร่างสูงที่อยากเจอเช่นเคย เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วที่เราคลาดกันไปมา ด้วยเวลาที่ไม่ตรงกัน ตอนเขากลับหอผมอยู่ที่สตู และพอผมกลับมาจากสตูก็มักจะเป็นเวลาที่เขาไม่อยู่หอทุกที

ผมล่ะอยากให้มันผ่านอาทิตย์นี้ไปเร็วๆ จริงๆ ...ถ้าไม่ติดว่านั่นมันเท่ากับว่าปิดเทอมอันยาวนานกำลังใกล้เข้ามา และผมยังไม่อยากให้ถึงเวลานั้นเลย ผมลืมไปว่าคณะอื่นไม่ได้เป็นเหมือนคณะผมที่ต้องเรียนห้าปีและมีฝึกงานตอนปีสี่ เขาฝึกงานตอนปีสามกัน และเชนก็อยู่ปีสามแล้ว ปิดเทอมนี้เขาก็เลยต้องไปฝึกงานด้วยเหมือนกัน ผมเพิ่งรู้ไม่นานนี้เองว่าเขาได้ฝึกงานในบริษัทชื่อดังระดับประเทศ และต้องลงไปฝึกงานที่กรุงเทพฯ ในขณะที่ผมเองถึงจะมีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็คงไม่ได้กลับเพราะผมลงสมัครงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟของรุ่นพี่ที่รู้จักเอาไว้ แถมยังต้องอยู่ช่วยเพื่อนเตรียมกิจกรรมรับน้องใหม่ซึ่งรุ่นผมเป็นเฮดหลักอีก

นั่นหมายความว่าตลอดปิดเทอมเราจะไม่ได้เจอกัน... แค่คิดก็เศร้าแล้ว

อาทิตย์เดียวผมก็คิดถึงเขาจนแทบบ้า แล้วนับประสาอะไรกับสามเดือน

ตึ๊ง~

ดูเหมือนจะอ่านใจผมออก คนที่ผมกำลังนึกถึง จึงส่งข้อความมาในแชทเฟสบุ๊คได้เหมาะเจาะพอดี

 

‘อยู่ไหน’

 

คำถามห้วนสั้นที่ทำให้ผมนึกถึงใบหน้าเรียบนิ่งของเขาได้ไม่ยากเย็น

 

‘หอ กำลังจะไปสตู’

 

ผมพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่เวลาผ่านไปพักใหญ่ เชนก็ไม่ตอบอะไรกลับมา จนผมต้องเป็นฝ่ายถามกลับเอง

 

‘คืนนี้กลับหรือเปล่า?

 

รออยู่นานกว่าเขาจะซีนและพิมพ์ตอบกลับมาด้วยข้อความสั้นๆ

 

‘ดึกๆ’

 

สั้นจริงๆ... ผมไม่รู้จะคุยอะไรต่อเลย ผมจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าจบบทสนทนาเท่านั้น แต่มันก็ค้างคา ผมรู้ว่าเขาไม่ใช่คนชอบเวิ่นเว้อ ไม่ว่าจะคุยโทรศัพท์หรือในแชท แต่วันๆ เราจะคุยกันแค่นี้เรอะ... มันสั้นไป

ผมยังคงเปิดกล่องแชทกดพิมพ์ๆ ลบๆ พยายามหาคำถามที่ไม่ดูเซ้าซี้เกินไป แต่ก็คิดไม่ออก จนในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกคำที่มาจากความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองแทน

                ‘คิดถึง…’ ผมพิมพ์คำนั้น และชั่งใจอยู่นานว่าควรจะกดส่งไปดีมั้ย เพราะปกติเราไม่ค่อยใช้คำพูดหวานๆ กันเท่าไหร่

แล้วสุดท้ายผมก็ไม่ได้กดส่งไป…

 

                ‘คิดถึง’

 

เพราะเขาเป็นฝ่ายส่งมาเสียก่อน

ผมยิ้มกว้างจนกลายเป็นหัวเราะ เมื่อเห็นข้อความนั้นและคิดถึงใบหน้าเขายามเขินอายที่ทั้งประหลาดและน่ารักในเวลาเดียวกัน ก่อนจะกดพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมจากคำเดิมที่ยังไม่ได้กดส่ง ด้วยหัวใจที่พองโตพอให้มีแรงสู้กับสัปดาห์นรกที่กำลังจะผ่านไปอีกวัน 

 

‘คิดถึงเหมือนกันครับ’


Calista εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 378 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1979 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 20:01
    ขอคิดถึงด้วยคน
    #1,979
    0
  2. #1759 Theaeaeee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 22:55
    ยัยน้องง อ้อนเก่งเลยนะะ
    #1,759
    0
  3. #1493 pommys (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 08:41
    คิดถึงนะ
    #1,493
    0
  4. #1384 cmaxx. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 12:40
    คิดถึง ?
    #1,384
    0
  5. #1144 Sweet Time (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:53
    คิดถึงงงง
    #1,144
    0
  6. #921 pannjed . (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 20:30
    ไม่ต้องท้อเนอะ พอมันผ่านไปเดี๋ยวก็ได้เจอกัน 5555555555555
    #921
    0
  7. #514 oDeeo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 02:13
    ไม่เจอพี่เชนเลย
    #514
    0
  8. #479 มาโอ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 01:53
    ชอบเรื่องนี้จริงๆ ยิ่งอ่านยิ่งชอบ ชอบคำพูดของเวสป้า แค่เวลาที่ไม่ตรงกันของตรีกับเชนก็ทำเราเศร้าตามได้
    #479
    0
  9. #477 thifu:') (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 19:08
    สู้ๆนะ! ติดต่อกันบ่อยๆ อย่าห่างกันน้าา
    #477
    0
  10. #473 Chiya (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 11:01
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ รออ่านทุกวัน ชอบตรีเชน ขอให้ผ่านอุปสรรคทุกอย่างนะ
    #473
    0
  11. #472 Nest (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 10:53
    อดทนกันนะ
    #472
    0
  12. #470 em-en (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 10:22
    เราซึ้งจริงๆอยากมีเพื่อนแบบเวสป้าแต่จะดูซึ้งกว่านี้ก็ตัดประโยคท้ายออกไป
    คึดถึงคนแต่งเหมือนกันนะเรื่องนี้มาอัพบ่อยนะเราชอบไม่เหมือนเรื่องอื่นรอจนลืมไปแล้วว่าเป็นเรื่องแบบไหนสู้สู้ค่ะ
    #470
    0
  13. #469 Iwishh (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 09:42
    ขอให้ทั้งคู่อดทนผ่านช่วงเวลานี้ไปได้นะ 555555
    #469
    0
  14. #466 เป้ เล่ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 07:41
    คิดถึงงงง
    #466
    0